เสน่ห์ของไทยไม่ได้หมายถึงเพียงความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว แต่คือการสร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนอยากกลับมาอีก ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย กิจกรรมการท่องเที่ยว หรืออัตลักษณ์ประจำจังหวัด ททท. จึงต้องทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรม หอการค้า และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกพื้นที่ เพื่อเปลี่ยนจุดแข็งให้กลายเป็นจุดขายที่ชัดเจน โดยออกแบบการนำเสนอผ่านแนวคิด Must See, Must Try, Must Buy, Must Smile และ Must Stay ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ สินค้าแฟชั่นผ้าไทย งานคราฟต์ และสินค้าชุมชนที่มีเอกลักษณ์
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการยกระดับเทศกาลและประเพณีท้องถิ่นให้กลายเป็น Signature Thailand และก้าวสู่การเป็น International Event ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก การจัดงานระดับโลกในประเทศไทยจะไม่เพียงดึงแฟนคลับหรือกลุ่มผู้ติดตามเข้ามาเท่านั้น แต่ยังช่วยยืนยันมาตรฐานการจัดอีเวนต์ระดับสากลของไทย เช่นเดียวกับที่การนำมิชลินไกด์เข้ามาเคยสร้างผลกระทบเชิงบวกมหาศาลให้กับวงการอาหารไทย
ในด้านอาหาร ททท. ยังคงทำงานต่อเนื่องกับมิชลินเพื่อยกระดับมาตรฐานและใช้เครือข่ายการตลาดระดับโลกช่วยโปรโมท ขณะเดียวกันก็กำลังเจรจากับแพลตฟอร์มจีน “Meituan” เพื่อนำ Black Pearl Restaurant Guide เข้ามาในไทยภายในปีนี้หรือปีหน้า หากสำเร็จ ไทยจะมีทั้ง Michelin และ Black Pearl เป็นเครื่องมือสร้างคุณค่าอาหารไทยในสายตานักท่องเที่ยว ทั้งตลาดระยะใกล้และตลาดระยะไกล
ผู้ว่าการ ททท. ยอมรับว่า แม้นโยบายการท่องเที่ยวของไทยจะยึด Value over Volume หรือมุ่งคุณภาพมากกว่าปริมาณ แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศจำเป็นต้องดึงทั้งคุณค่าและจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาพร้อมกัน แนวทางคือการออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์ได้ทั้งตลาดมวลชนและตลาดเฉพาะกลุ่ม เพื่อสร้างการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของปีซึ่งถือเป็นช่วงกอบโกย
โดยให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอำนาจการใช้จ่ายสูงและต้องการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณค่าในความทรงจำ โดยเฉพาะในกลุ่ม Multi Generation ครอบครัวหลายช่วงวัยที่เดินทางสร้างความทรงจำร่วมกัน และกลุ่ม Solo Economy นักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อตอบสนองแรงบันดาลใจและคุณค่าของเวลา