Category: ท่องเที่ยว

  • ไทยเร่งฟื้นตลาดจีน มาตรการเข้มรับไฮซีซัน!

    ไทยเร่งฟื้นตลาดจีน มาตรการเข้มรับไฮซีซัน!

    ทั่วไป

    ไทยเร่งฟื้นตลาดจีน มาตรการเข้มรับไฮซีซัน!

    26 กันยายน 2025 – 21:00

    Featured Image

    วันนี้ (26 ก.ย.) ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทย 2 ล้านคนในช่วง 4 เดือนข้างหน้า รองรับฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) และการแข่งขันซีเกมส์

    ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวฯ ระบุว่า รัฐบาลเน้นสร้าง ความมั่นใจด้านความปลอดภัยและฟื้นบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยให้ใกล้ เคียงก่อนโควิด โดยเตรียมบูรณาการร่วมหลายหน่วยงาน

    มาตรการสำคัญจับมือ ตำรวจท่องเที่ยว ตั้ง ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ใช้เทคโนโลยี AI Detect ตรวจจับใบหน้า เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลหมายจับ เพื่อป้องกันอาชญากรรม

    เปิดสายด่วน 1155 ตลอด 24 ชม. และแอป Tourist Police รองรับ 8 ภาษา พร้อมปุ่ม SOS จัดเจ้าหน้าที่กว่า 274 คน ใน 79 จุดทั่วประเทศ คอยดูแลนักท่องเที่ยว

    งานที่สั่งการเพิ่มเติมตำรวจท่องเที่ยวต้องจัดทำสถิติอาชญากรรม เปรียบเทียบกับต่างประเทศ ประชาสัมพันธ์ พื้นที่ปลอดภัย ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

    ทั้งนี้ รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเชิงรุกทั้งด้านการตลาดและความปลอดภัย เพื่อฟื้นตลาดนักท่องเที่ยวจีนและสร้างภาพลักษณ์ไทยเป็น “จุดหมายปลอดภัย” ในสายตาต่างชาติ

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_939895/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3y73cTLhgrMO_p8pUBZG9Q

  • งานไหลเรือไฟหนึ่งเดียวในโลก เชื่อมสัมพันธ์ไทยลาว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    งานไหลเรือไฟหนึ่งเดียวในโลก เชื่อมสัมพันธ์ไทยลาว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    งานไหลเรือไฟหนึ่งเดียวในโลก เชื่อมสัมพันธ์ไทยลาว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    วันศุกร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2568, 21.00 น.

    งานไหลเรือไฟหนึ่งเดียวในโลก เชื่อมสัมพันธ์ไทยลาว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น 5-7 ตค.ขยายเวลาเปิดด่านท่าเรือถึงเที่ยงคืน

    26 กันยายน 2568 งานประเพณีออกพรรษาไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กันยายน – 8 ตุลาคม ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ-แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ณ ศาลากลางจังหวัดนครพนม และริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม โดยในคืนวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันออกพรรษาขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 มีการไหลเรือไฟยักษ์ ชิงถ้วยพระราชทาน จำนวน 12 ลำจาก 12 อำเภอ ปีนี้แต่ละอำเภอทุ่มทุนสร้างเรือไฟขนาดความยาว 60-80 เมตร สูง 25-30 เมตร ถือเป็นประเพณีสำคัญของชาวนครพนม ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ทั้งมีความเชื่อมโยงถึงความเชื่อทางพระพุทธศาสนา และความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำโขงอย่างลึกซึ้ง

    ทั้งนี้ เทศบาลเมืองนครพนม (ทม.ฯ) ซึ่งเป็นผู้ดูแลท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยว หรือชาวบ้านเรียกว่าท่าด่าน เป็นจุดผ่านแดนถาวร จุดที่ 2 นอกจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ปกติจะเปิดบริการเรือโดยสารข้ามฟากนครพนม-เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ตั้งแต่เวลา 08.00 น.-18.00 น.ทุกวัน

    ช่วงเทศกาลประเพณีออกพรรษาไหลเรือไฟของทุกปี จังหวัดนครพนมจะมีหนังสือไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อขออนุญาตขยายเวลาเปิดทำการจุดผ่านแดนท่าเทียบเรือเสมอ เพื่อเป็นการส่งเสริมความร่วมมืออันดี ระหว่างจังหวัดนครพนมและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น และส่งเสริมการท่องเที่ยว

    โดยในวันที่ 5-7 ตุลาคม ทม.นครพนม ได้ขยายเวลาเปิด-ปิด จากเดิม 08.00 -18.00 น. ในวันดังกล่าวขยายเป็น 08.00 – 24.00 น. หรือแปดโมงเช้าถึงเที่ยงคืนรวม  3 วัน พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียม หรือค่าเหยียบแผ่นดิน จำนวน 50 บาท เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสองฟากฝั่งไทยลาว

    นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม เปิดเผยว่าวันออกพรรษานอกจากเป็นงานประเพณีไหลเรือไฟที่ยิ่งใหญ่แล้ว ระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม ก็มีการแข่งขันเรือยาวจ้าวลำน้ำโขง ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ก็จะมีชาวลาวข้ามมาจับจ่ายใช้สอยเยอะกว่าปกติ ซึ่งทาง ทม.ฯได้มีการขยายเวลาเปิดปิดด่านท่าเทียบเรือ ให้พี่น้องชาวลาวข้ามมาชมแข่งขันเรือยาวและไหลเรือไฟ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะกลับไม่ทันด่านเปิด รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างถิ่นที่มา จ.นครพนม ไม่เพียงได้ชมแข่งขันเรือยาวหรือเรือไฟเพียงอย่างเดียว มีบางส่วนก็ถือโอกาสข้ามไปเที่ยวประเทศลาวด้วย

    ด้าน ร.ต.อ.หญิงธัญณิชา เดชโชติภัทรอุดม รองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองนครพนม (รอง สว.ตม.ฯ) เปิดเผยว่าเป็นประจำทุกปีที่ถึงงานประเพณีไหลเรือไฟ จะประชุมหารือร่วมกับทางจังหวัดและเทศบาลฯเสมอ เรื่องขยายเวลาเปิดปิดด่านท่าเทียบเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนชาวลาว เดิมเปิดแปดโมงเช้าปิดหกโมงเย็น ช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม ก็ปิดในเวลาเที่ยงคืนรวม 3 วัน  ในส่วนด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ยังคงเปิดปิดเช่นเดิมคือ 08.00-22.00 น.

    สำหรับค่าธรรมเนียมในวันปกติเก็บคนละ 50 บาท แต่สำหรับวันที่ 5-7  ตุลาคม นี้ ทาง ทม.จะไม่เก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าเหยียบแผ่นดิน เพื่อให้พี่น้องชาวลาวข้ามมาเที่ยวงานกัน ขณะเดียวกันนายเข็มเพชร เจาะจง อายุ 64 ปี คนขับเรือโดยสารข้ามฟาก เผยว่าช่วงประเพณีไหลเรือไฟ เรือจะแล่นบริการรับ-ส่งถึงเที่ยงคืนรวม 3 วันเช่นปีที่ผ่านมาเหมือนเดิม.

    012

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/917091&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0oN3qzkkJ9DIp-arr4u5H0

  • ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 เปิดประสบการณ์ปลายฝนต้นหนาว เที่ยวไหนดีไปดูกัน

    ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 เปิดประสบการณ์ปลายฝนต้นหนาว เที่ยวไหนดีไปดูกัน

              ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 ลมหนาวเริ่มพัดมาเบา ๆ ชวนออกเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศสดชื่น และเก็บความประทับใจจากหลากหลายจุดหมายทั่วไทย

              เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคม เป็นเดือนเปลี่ยนผ่านจากฤดูฝนสู่ฤดูหนาว อากาศกำลังเย็นสบาย ฟ้าเริ่มเปิด บรรยากาศกำลังดีเหมาะกับการออกเดินทางเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ และเก็บความทรงจำกับธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ เดือนนี้จึงถือเป็นช่วงเวลาที่พลาดไม่ได้สำหรับคนรักการท่องเที่ยว ว่าแต่จะมีที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 ที่ไหนน่าสนใจ เตรียมตัวให้ดี แล้วมาเช็กลิสต์กันเลย

    1. บ้านป่าบงเปียง จังหวัดเชียงใหม่

              บ้านป่าบงเปีย เป็นจุดหมายยอดฮิตในช่วงเดือนตุลาคม เพราะทุ่งนาขั้นบันไดยังคงเขียวชอุ่มสลับกับรวงข้าวเริ่มเหลืองทอง มองไกลสุดสายตากลางหุบเขาที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ บรรยากาศสดชื่นและเย็นสบายเหมาะกับการมานอนโฮมสเตย์ ชมทะเลหมอกยามเช้าและพระอาทิตย์ตกยามเย็น พร้อมเก็บภาพวิวพาโนรามาแบบที่หาชมได้ยาก ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์สายชิล สายถ่ายภาพ และคนที่อยากใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ท่ามกลางธรรมชาติ

    ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 บ้านป่าบงเปียง

    • ที่อยู่ : บ้านป่าบงเปียง ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

    2. ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

              ชวนสัมผัสความงามของดอยอินทนนท์ บอกเลยว่าเเป็นช่วงที่อากาศเริ่มเย็นสบาย แม้ยังไม่หนาวจัดแต่ก็มีไอหมอกบาง ๆ คลอเคลียยอดไม้ในยามเช้า ท้องฟ้าโปร่งสดใสเหมาะกับการชมวิวทะเลหมอกจากจุดชมวิวกิ่วแม่ปานหรือยอดดอยสูงสุดของไทย อีกทั้งยังได้เพลิดเพลินกับเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ น้ำตกที่ยังคงมีน้ำไหลชุ่มฉ่ำจากฤดูฝนที่ผ่านมา ใครที่อยากสัมผัสอากาศสดชื่น เติมพลังจากธรรมชาติ และถ่ายรูปสวย ๆ แบบไม่ต้องเบียดกับนักท่องเที่ยวมาก เดือนตุลาคมคือช่วงเวลาที่พลาดไม่ได้ในการเที่ยวดอยอินทนนท์

    ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 ดอยอินทนนท์

    ภาพจาก : Chumphon_TH / Shutterstock.com

    3. ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

              การไปเยือนดอยเสมอดาวช่วงเดือนตุลาคม เป็นอีกหนึ่งจุดหมายเช็กอินที่น่าสนใจ อากาศเริ่มเย็น ๆ ท้องฟ้าโปร่งใส เหมาะกับการกางเต็นท์นอนชมดาวยามค่ำคืนที่ส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ส่วนตอนเช้าก็มีทะเลหมอกขาวโอบล้อมขุนเขา นอกจากนี้ยังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกในมุมกว้างสุดสายตาได้จากจุดเดียว ใครที่อยากสัมผัสทั้งบรรยากาศอบอุ่นของธรรมชาติ ความงามของหมอก ดาว และทิวเขา ดอยเสมอดาวคือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาดของเดือนนี้

    ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 ดอยเสมอดาว

    ภาพจาก : Stella_E / Shutterstock.com

    4. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

              เดือนตุลาคมถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการไปสัมผัสเสน่ห์ของปางอุ๋ง จุดหมายยอดฮิตที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของสายหมอกคลอผืนน้ำและอากาศเย็นสบายในช่วงต้นฤดูหนาว ยามเช้าจะได้เห็นหมอกลอยเหนือผิวน้ำท่ามกลางทิวสนและภูเขา ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก เหมาะกับการกางเต็นท์นอนดูดาว พายเรือเล่นในอ่างเก็บน้ำ หรือเดินเล่นชมหมู่บ้านยูนานที่อยู่ใกล้ ๆ ใครที่อยากสัมผัสไอหนาวแรกพร้อมความสงบเงียบกลางธรรมชาติ ปางอุ๋งคือจุดหมายที่ไม่ควรพลาดในเดือนนี้

    ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 ปางอุ๋ง

    ภาพจาก : Krissanapong Wongsawarng / Shutterstock.com

    5. ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

             ภูทับเบิกในช่วงเดือนตุลาคม บอกเลยว่าสวยงามไม่แพ้เดือนไหน เพราะอากาศเริ่มเย็นสบาย มีทะเลหมอกยามเช้าให้ได้ชมแบบฟิน ๆ บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อน อีกทั้งไร่กะหล่ำปลีที่ปลูกเรียงรายเป็นแนวกว้างก็ยังเขียวขจี มองไกลสุดสายตาเหมือนพรมธรรมชาติปกคลุมภูเขา ไฮไลต์คือการกางเต็นท์นอนดูดาวหรือนอนโฮมสเตย์ของชาวบ้าน เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติ ใครที่อยากเริ่มต้นทริปหน้าหนาวด้วยภาพทะเลหมอกและวิวภูเขาสุดอลังการ ภูทับเบิกในเดือนตุลาคมน่าจะทำให้ประทับใจไม่น้อยเลย

    ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 ภูทับเบิก

    ภาพจาก : MR.Silaphop Pongsai / Shutterstock.com

    6. เทศกาลออกพรรษาและไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม

              เทศกาลออกพรรษาและไหลเรือไฟ นครพนม งานประเพณีสำคัญที่จัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี หลังวันออกพรรษา ชมขบวนเรือไฟที่ตกแต่งด้วยโครงไม้ไผ่และประดับไฟนับพันดวง ลอยไปตามสายน้ำโขงยามค่ำคืน สะท้อนความศรัทธาอันแรงกล้าของชาวบ้านต่อพระพุทธศาสนา นอกจากนั้นภายในงานยังมีขบวนแห่ การละเล่นพื้นบ้าน และกิจกรรมวัฒนธรรมให้ชมมากมาย ทำให้บรรยากาศทั้งเมืองเต็มไปด้วยความคึกคัก สำหรับใครที่อยากสัมผัสทั้งความงดงามของประเพณีท้องถิ่นและวิวริมโขง เทศกาลไหลเรือไฟในเดือนตุลาคมถือเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด

    ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 ไหลเรือไฟ

    7. เทศกาลตักบาตรเทโวโรหณะ จังหวัดอุทัยธานี

             เทศกาลตักบาตรเทโวโรหณะ อุทัยธานี จัดขึ้นหลังวันออกพรรษาในช่วงเดือนตุลาคม เป็นหนึ่งในประเพณีที่มีเสน่ห์และยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย พระสงฆ์นับร้อยรูปเดินลงจากบันไดวัดสังกัสรัตนคีรีซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสะแกกรัง โดยมีพุทธศาสนิกชนร่วมกันใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้ง ท่ามกลางบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์และเรียบง่าย ภาพพระสงฆ์ในจีวรสีเหลืองทองทอดยาวลงจากยอดเขากลายเป็นภาพที่ทั้งงดงามและประทับใจ ร่วมสืบสานความศรัทธาและวิถีชุมชน แถมยังได้อิ่มบุญ อิ่มใจ กันอีกด้วย

    • ที่อยู่ : บริเวณลานวัดสังกัสรัตนคีรี และห้าแยกวิทยุ

    8. เกาะขาม จังหวัดตราด

              เกาะขาม เกาะเล็ก ๆ ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลใสและหาดทรายขาวสะอาด ในช่วงเดือนตุลาคม ฝนเริ่มซา อากาศสดใส และบรรยากาศกำลังเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนแบบสบาย ๆ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักจะมาดำน้ำตื้นชมแนวปะการังและปลาหลากสีที่อยู่รอบเกาะ อีกทั้งยังสามารถเดินเล่นบนชายหาดหรือนอนอาบแดด และด้วยความที่เกาะขามมีขนาดไม่ใหญ่ จึงเหมาะกับการไปแบบวันเดย์ทริป ใครที่มองหาที่เที่ยวทะเลชิล ๆ มาเช็กอินกันได้เลย

    ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 เกาะขาม

    • ที่อยู่ : ตำบลเกาะหมาก อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด

    9. เขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี

              เขาสกในช่วงเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่ฝนเริ่มซา แต่ธรรมชาติยังคงอุดมสมบูรณ์ ป่าเขียวขจี และอากาศเย็นสบาย สนุกไปกับกิจกรรมท่องเที่ยว อย่างการล่องเรือชมความงามของเขื่อนเชี่ยวหลาน ทะเลสาบสีเขียวมรกตที่รายล้อมด้วยภูเขาหินปูนสูงตระหง่าน พายแคนู เดินป่าศึกษาธรรมชาติ หรือพักผ่อนในแพกลางน้ำที่เงียบสงบ ใครที่อยากสัมผัสความงดงามของป่าฝนเขตร้อนและเติมเต็มพลังจากธรรมชาติ บอกเลยว่าเที่ยวฟินไม่แพ้เดือนไหนเลย

    ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 เขาสก

    ภาพจาก : Mercedess / Shutterstock.com

    10. หมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา

              หมู่เกาะสิมิลัน เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่เหมาะกับการเที่ยวช่วงเดือนตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่กำลังจะเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยว โดยปกติจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ของทุกปี หลังจากปิดฟื้นฟูธรรมชาติในช่วงฤดูมรสุม ไฮไลต์ของที่นี่คือท้องทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาวละเอียด และจุดดำน้ำชมปะการังที่สวยงามติดอันดับโลก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกนั่งเรือสปีดโบ๊ทไปเที่ยวแบบวันเดย์ทริป หรือพักค้างแรมในเต็นท์และบ้านพักอุทยานฯ สำหรับใครที่ชื่นชอบการเล่นน้ำ ดำน้ำ และสัมผัสความงดงามของท้องทะเลอันดามัน หมู่เกาะสิมิลันรอทุกคนอยู่

    ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 หมู่เกาะสิมิลัน

    ภาพจาก : Jarung H / Shutterstock.com

    11. เกาะราชา จังหวัดภูเก็ต

              เกาะราชา อีกหนึ่งที่เที่ยวทะเลชวนให้หลงใหล โดยเฉพาะผู้ที่อยากสัมผัสน้ำทะเลสีฟ้าใสและหาดทรายขาวสะอาด และยังมีชื่อเสียงเรื่องโลกใต้ทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแนวปะการังสวยงามหรือฝูงปลาหลากสีสัน เหมาะกับทั้งการดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก ช่วงเดือนตุลาคมอากาศเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยว ทะเลเริ่มสงบ คลื่นไม่แรงมาก ทำให้เดินทางสะดวกและมีกิจกรรมให้เลือกทั้งการเล่นน้ำ พายคายัก หรือจะนอนอาบแดดพักผ่อนริมชายหาดก็ได้ พักกาย ฮีลใจ ได้แบบเพลิน ๆ

    ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 เกาะราชา

    • ที่อยู่ : ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

    12. เกาะไหง จังหวัดกะบี่

              เกาะเล็ก ๆ ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบและความสวยงามของชายหาด จึงเหมาะมากสำหรับการไปเที่ยวในช่วงเดือนตุลาคม เพราะเป็นช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลอันดามัน น้ำทะเลใสสะอาด หาดทรายขาวนุ่ม นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่าน เหมาะทั้งการพักผ่อนชิล ๆ เดินเล่นริมชายหาด หรือออกเรือไปดำน้ำชมปะการังและฝูงปลาสวยงามในบริเวณใกล้เคียง เกาะไหงยังมีรีสอร์ตและที่พักสไตล์บังกะโลให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายและซึมซับธรรมชาติอย่างเต็มที่

    ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 เกาะไหง

    13. เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล

              เกาะหลีเป๊ะ เป็นสวรรค์ของคนรักทะเลที่เหมาะกับการไปเที่ยวในช่วงเดือนตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่เริ่มเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว น้ำทะเลกลับมาใสสะอาด ท้องฟ้าโปร่ง คลื่นลมสงบ เหมาะทั้งการเล่นน้ำ พักผ่อนริมชายหาด หรือดำน้ำชมโลกใต้ทะเลที่เต็มไปด้วยปะการังและฝูงปลานานาชนิด เกาะหลีเป๊ะยังมีหาดสวย ๆ หลายแห่ง เช่น หาดพัทยา หาดซันไรซ์ และหาดซันเซ็ต ที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้อย่างโรแมนติก อีกทั้งยังมีรีสอร์ทและโฮมสเตย์ให้เลือกพักหลากหลายบรรยากาศ จัดทริปไปชาร์จพลังให้เต็มที่

    ที่เที่ยวเดือนตุลาคม 2568 เกาะหลีเป๊ะ

              เดือนตุลาคม 2568 นี้ เป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติสดชื่นสวยงามทั่วไทย จะขึ้นเหนือชมทะเลหมอก เที่ยวนาขั้นบันได หรือไปทะเลฝั่งอ่าวไทยก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน ไม่ว่าคุณจะชอบสายชิลหรือสายผจญภัย ก็ต่างมีที่เที่ยวให้เลือกอย่างลงตัว ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ท่องเที่ยวไทย ที่เที่ยวหน้าฝน อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view295301.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3eqIGSP1GrVkD9lhhCn_al

  • “เดอะพาร์ค เขาหลัก” พังงา งบ 79 ล้าน กลายเป็นโครงการร้าง | TOPNEWS

    “เดอะพาร์ค เขาหลัก” พังงา งบ 79 ล้าน กลายเป็นโครงการร้าง | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า“เดอะพาร์ค เขาหลัก” โครงการศูนย์กลางการท่องเที่ยวและนันทนาการ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา งบประมาณกว่า 79 ล้านบาท กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ หลังเพจ “หมาเฝ้าบ้าน” โพสต์ภาพพร้อมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า หลังพบว่าถูกปล่อยทิ้งร้าง แม้ก่อสร้างเฟสแรกเสร็จตั้งแต่ปี 2565 แต่ไม่เคยเปิดใช้งาน สิ่งปลูกสร้างเริ่มทรุดโทรม หญ้ารก ขยะเกลื่อน และล่าสุดมีรายงานว่าอุปกรณ์ระบบน้ำมูลค่าราว 6 แสนบาทถูกขโมย ขณะที่เฟสสองแม้สร้างเสร็จแล้วก็ยังไร้วี่แววเปิดใช้เช่นกัน

    ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่า สภาพโครงการทรุดโทรมอย่างหนัก อาคารบางส่วนกลายเป็นที่ตากผ้าของชาวประมง ห้องน้ำใช้การไม่ได้ ระบบไฟฟ้าและประปาถูกงัดขโมยจนไม่สามารถใช้งานได้ การไฟฟ้าตัดจ่ายกระแสไฟเรียบร้อย โดยมีเพียงนักท่องเที่ยวบางตาที่แวะพักผ่อนบริเวณชายหาด ส่วนเทศบาลตำบลคึกคักชี้แจงว่ายังไม่มีอำนาจดูแลโครงการ เพราะยังไม่ได้รับการถ่ายโอนสิทธิ์จากกรมโยธาธิการและผังเมืองอย่างถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย

    default

    นายสิริธร บัวแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลคึกคัก ระบุว่า เทศบาลมีความพร้อมดูแลและพัฒนาโครงการให้กลับมาใช้งานได้ เช่น ทำเป็นพื้นที่ออกกำลังกาย สวนสาธารณะ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ต้องรอให้โครงการถูกส่งคืนพื้นที่ให้กับสำนักงานธนารักษ์ก่อน เพื่อให้เทศบาลสามารถขอใช้พื้นที่อย่างถูกต้อง โดยล่าสุดทางกรมโยธาธิการฯ ได้ส่งมอบเฟสแรกให้ธนารักษ์แล้วเมื่อเดือนก่อน และเฟสสองอยู่ระหว่างดำเนินการ

    จักรพันธ์ รัตนอาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.พังงา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1331820&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EfyOTCk1QGGcU2xpVYMKC

  • ‘วิจิตร เจ้าพระยา 2568’ กลับมาแล้ว! ปรากฏการณ์แสงสีเสียง ยิงยาว 45 วัน เริ่ม 1 พ.ย.-15 ธ.ค.

    ‘วิจิตร เจ้าพระยา 2568’ กลับมาแล้ว! ปรากฏการณ์แสงสีเสียง ยิงยาว 45 วัน เริ่ม 1 พ.ย.-15 ธ.ค.

    ททท. จัดเต็มบิ๊กอีเวนต์ปลายปีที่ใครหลายคนรอคอย ‘วิจิตร เจ้าพระยา 2568’ ปรากฏการณ์แสง สี เสียง ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จัดระหว่างวันที่ 1 พ.ย.-15 ธ.ค. 2568 รวม 45 วัน ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคน สร้างรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า เช้าวันนี้ (26 ก.ย. 68) ททท.ได้จัดประชุมใหญ่ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐ–เอกชน เพื่อเตรียมจัดงาน “วิจิตร เจ้าพระยา 2025” (Vijit Chao Phraya 2025) ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. – 15 ธ.ค. 2568 รวม 45 วันเต็ม ณ ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร

    การประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกองทัพเรือ กรมทางหลวงชนบท กองบัญชาการตำรวจนครบาล กรมเจ้าท่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โรงพยาบาลศิริราช  สมาคมเรือไทย สมาคมธุรกิจการค้าในแม่น้ำเจ้าพระยา โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไอคอนสยาม  เอเชียทีค เข้าร่วมประชุมฯ เพื่อขอความอนุเคราะห์ ความร่วมมือ และบูรณาการการทำงานร่วมกัน

    ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานกล่าวชื่นชมงานที่จัดขึ้นใน 3 ปีที่ผ่านมา และพร้อมร่วมแรงร่วมใจผลักดันให้งานครั้งนี้สมบูรณ์แบบที่สุด โดยมีการเน้นย้ำถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การจัดจราจรทางน้ำ และการบริหารจัดการพื้นที่เข้าชมอย่างเป็นระบบ

    ‘วิจิตร เจ้าพระยา 2568’ กลับมาแล้ว! ปรากฏการณ์แสงสีเสียง ยิงยาว 45 วัน เริ่ม 1 พ.ย.-15 ธ.ค.

    สำหรับปีนี้ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ และเพื่อเป็นการสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจของประเทศไทย เราตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคน และสร้างรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ให้แก่เศรษฐกิจไทย

    ‘วิจิตร เจ้าพระยา 2568’ กลับมาแล้ว! ปรากฏการณ์แสงสีเสียง ยิงยาว 45 วัน เริ่ม 1 พ.ย.-15 ธ.ค.

    ทั้งนี้ ผู้ว่าการ ททท. ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่

    1. ประชาสัมพันธ์แบบบูรณาการ ร่วมกับพันธมิตรทุกหน่วยงาน

    2. โปรโมชั่นโรงแรม & ทัวร์ล่องเรือ ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมทั้งการขยายพื้นที่และเพิ่มจำนวนการพักค้างคืน

    3. กิจกรรมแคมเปญประกวดภาพถ่ายและวิดีโอ เพื่อสร้างคอนเทนต์ร่วมสมัย สร้างประสบการณ์ Meaningful travel experience

    4. มาตรการด้านความปลอดภัย ที่ให้ความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวทุกคน

    “ททท. เชื่อว่า Vijit Chao Phraya 2025 จะไม่เพียงเป็นปรากฏการณ์ด้านศิลปะและแสงสีริมสายน้ำ แต่ยังเป็นการจุดประกายให้แม่น้ำเจ้าพระยา กลายเป็นเวทีระดับโลกที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1200646&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39PZJVZ-M4nT69HRp8iiWV

  • รวบคาท่าเรือ ไกด์จีนเถื่อนสวมรอยนำทัวร์พัทยา แย่งอาชีพคนไทย มัคคุเทศก์สาวเปิดทางให้ต่างชาติทำแทน โดนแจ้งข้อหาด้วย จ.ชลบุรี

    รวบคาท่าเรือ ไกด์จีนเถื่อนสวมรอยนำทัวร์พัทยา แย่งอาชีพคนไทย มัคคุเทศก์สาวเปิดทางให้ต่างชาติทำแทน โดนแจ้งข้อหาด้วย จ.ชลบุรี

    รวบคาท่าเรือ ไกด์จีนเถื่อนสวมรอยนำทัวร์พัทยา แย่งอาชีพคนไทย มัคคุเทศก์สาวเปิดทางให้ต่างชาติทำแทน โดนแจ้งข้อหาด้วย จ.ชลบุรี

    เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว บช.ทท. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างไกด์เถื่อนในพื้นที่พัทยา ภายใต้การอำนวยการของนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว พล.ต.ท. ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. น.ส.จันทิรา เจริญบุญณะ นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว สาขาภาคตะวันออก และ พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สืบสวน บช.ทท.

    เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์ที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยา พบชายต่างชาติ  สัญชาติจีน กำลังนำกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน 14 คน ขึ้นรถบัส โดยไม่มีมัคคุเทศก์ชาวไทยร่วมปฏิบัติหน้าที่ เมื่อตรวจสอบพบว่า ชายคนดังกล่าว ไม่ได้มีใบอนุญาตมัคคุเทศก์ และอาชีพดังกล่าวเป็น อาชีพต้องห้ามของคนต่างด้าว

    นอกจากนี้ ยังตรวจสอบใบสั่งงานบริษัททัวร์ที่ระบุชื่อ หญิงไทย เป็นมัคคุเทศก์ผู้รับผิดชอบ แต่กลับไม่ปรากฏตัวในที่เกิดเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว ชายคนดังกล่าว ส่งดำเนินคดี 2 ข้อหา คือ ทำหน้าที่มัคคุเทศก์โดยไม่มีใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 และแก้ไขเพิ่มเติม, เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ตาม พ.ร.ก.การทำงานของคนต่างด้าว,

    ต่อมา หญิงไทย มัคคุเทศก์ที่ถูกระบุชื่อ ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา ถูกแจ้งข้อหาด้วยเช่นกัน ฐาน ยินยอมให้บุคคลอื่นซึ่งไม่มีใบอนุญาตทำหน้าที่มัคคุเทศก์แทนตน

    การจับกุมครั้งนี้ตอกย้ำความจริงจังของเจ้าหน้าที่ในการกวาดล้างไกด์เถื่อนต่างชาติ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย และยังแย่งอาชีพมัคคุเทศก์คนไทยโดยตรง ขณะเดียวกันมัคคุเทศก์ไทยที่ปล่อยปละละเลยให้ต่างชาติทำงานแทน ก็ต้องถูกดำเนินคดีไม่ต่างกัน

    เครดิต Superball th 
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/57975&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GHQ7BdKK10yuK_qyvC5RQ

  • จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยพบปะกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

    จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยพบปะกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

    นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยพบปะกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งประเทศไทย

    เมื่อวันที่ 26 กันยายน นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้พบปะกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย

    เอกอัครราชทูตจางกล่าวแสดงความยินดีกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าา และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของไทย โดยกล่าวว่า จีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือที่สำคัญ ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างสองประเทศในด้านการเกษตรและการท่องเที่ยวเป็นเนื้อหาสำคัญในความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างจีน-ไทย มีบทบาทสำคัญในการสร้างพื้นฐานทางความสัมพันธ์ระดับประชาชนที่แน่นแฟ้น จีนยินดีที่จะเสริมสร้างการติดต่อสื่อสารและการประสานงานกับฝ่ายไทย เพื่อผลักดันให้ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ บรรลุผลสำเร็จใหม่อย่างต่อเนื่อง

    ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร กล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตจางที่เดินทางมารับตำแหน่งในประเทศไทย และแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 76 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมทั้งชื่นชมผลสำเร็จของความร่วมมือระหว่างไทย-จีนในด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว และหวังว่าจะสามารถผลักดันให้สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทยส่งออกไปยังประเทศจีนได้มากขึ้น และต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เดินทางมาเยือนไทยมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/35886&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zyVgngArQyP5ByWHgsVrV

  • เปิดโผ 14 หุ้นเด่น เข้าเรดาร์นโยบาย ครม.อนุทิน แถลงต่อสภา

    เปิดโผ 14 หุ้นเด่น เข้าเรดาร์นโยบาย ครม.อนุทิน แถลงต่อสภา

    คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต่อรัฐสภา โดยรัฐบาลได้กำหนดนโยบายสำคัญที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ เพื่อคืนความเชื่อมั่นและความสุขให้กับพี่น้องคนไทย แบ่งเป็น 5 ด้าน 15 นโยบาย ประกอบด้วย

    ด้านเศรษฐกิจ

    1.สร้างรายได้ลดรายจ่าย

    2.แก้ไขปัญหาหนี้สินและเพิ่มสภาพคล่อง

    • หนี้ภาคประชาชน
    • เพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

    3.เพิ่มโอกาสการออมของประชาชนรายย่อย

    4.ฟื้นความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว

    5.เร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสงครามการค้า

    • จัดตั้งทีมไทยแลนด์
    • ดูแลและสนับสนุนผู้ประกอบการ
    • สร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ทันสมัยและเอื้อต่อการแข่งขันในปัจจุบันและอนาคต

    ด้านความมั่นคง

    6.เร่งแก้ไขปัญหากรณีพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชาด้วยแนวทางสันติภาพ

    7.เร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

    ด้านสังคม

    8.ปราบปรามการพนันผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างจริงจัง

    9.รักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด

    10.ขจัดทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเด็ดขาดและจริงจัง

    11.พิทักษ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น

    ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    12.เร่งติดตั้งเครื่องมือเตือนภัยและพัฒนาเครือข่ายการเตือนภัยพิบัติโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

    13.ผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ

    • ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด
    • พัฒนายกระดับวิถีเกษตรกรไปสู่เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    • จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ได้มาตรฐานสากลและผลักดันกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว

    ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย

    14.เร่งรัดการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับการบริหารภาครัฐให้ทันสมัย

    15.เร่งรัดการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ

    ทั้งนี้ “โพสต์ทูเดย์” ได้หยิบยกบทวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ซึ่งได้มีการวิเคราะห์หุ้นที่ได้รับผลบวกจากนโยบายของ ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต่อรัฐสภา   

    บล.กรุงศรี ระบุว่า เริ่มมีข้อมูล 15 นโยบายหลักที่นายกฯ จะแถลงต่อสภา นอกจากนโยบาย Quick-win ส่วนอื่นที่ประเมินน่าจะช่วยหนุนเศรษฐกิจได้ ซึ่งโดยรวมบวกต่อหุ้น Domestic ที่ยัง Deep Value ให้มีโอกาสเห็นการเร่งกลับสถานะต่อค้าปลีก ธนาคารที่มีลูกค้า SMEs เช่าซื้อ ท่องเที่ยว และนิคม เป็นหลัก ที่สำคัญมีดังนี้

    เปิดโผ 14 หุ้นเด่น เข้าเรดาร์นโยบาย ครม.อนุทิน แถลงต่อสภา

    • การสร้างรายได้และลดรายจ่าย ทั้งพลังงาน น้ำดื่ม ค่าโดยสาร และค่าผ่านทาง บวกต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL, CPAXT, BJC)
    • การแก้ไขปัญหาหนี้สินและเพิ่มสภาพคล่อง โดยมีแนวนโยบายแก้หนี้สินรายบุคคลรายละไม่เกิน 1 แสนบาท และช่วยเหลือด้านสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท บวกต่อกลุ่มธนาคารที่ลูกค้า SMEs สูงๆ (KBANK, SCB) เช่าซื้อ (MTC, SAWAD) ค้าปลีก (CPALL, CPAXT, BJC)
    • การเพิ่มโอกาสการออมของประชาชน ทั้งการซื้อพันธบัตร และการออกสลากเพื่อส่งเสริมการออม ประเมินหนุนโอกาสเห็นการนำเงินดังกล่าวมาลงทุนต่อและน่าจะมีตลาดหุ้นเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างผลตอบแทน บวกต่อ SET
    • การสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว ผ่านการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปี บวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT, ERW, CENTEL)
    • แก้ไขผลกระทบจากสงครามการค้า เปิดตลาดการค้าใหม่ ดูแลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์และปรับปรุงกฎหมายให้เอื้อต่อการแข่งขัน บวกต่อกลุ่มส่งออกและธนาคารที่มีลูกค้า SMEs ซึ่งเสี่ยงกระทบจากภาษีการค้า
    • ผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ ทั้งการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด พัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ หนุนกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF, BGRIM)
    • เร่งรัดการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อประชาชนและภาคธุรกิจ ผ่านการกิโยตินกฎหมาย และเสนอกฎหมายเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล บวกต่อกลุ่มนิคม (WHA, AMATA) เร่งลงทุนมากขึ้น และการสร้าง New S Curve ของไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/731003&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RKW09TffbWTdgUDjP2VNX

  • “อรรถกร” เปิดแผนฟื้นท่องเที่ยวไทย ดึงต่างชาติ-กระตุ้นในประเทศ ชูซีเกมส์โชว์ศักยภาพ

    “อรรถกร” เปิดแผนฟื้นท่องเที่ยวไทย ดึงต่างชาติ-กระตุ้นในประเทศ ชูซีเกมส์โชว์ศักยภาพ

    “อรรถกร” เปิดแผนฟื้นท่องเที่ยวไทย ดึงต่างชาติ-กระตุ้นในประเทศ ชูซีเกมส์โชว์ศักยภาพ

    “อรรถกร” ยืนยันว่าจะทำงานเพื่อประโยชน์ของ “หลวง” เปิดแผนดันท่องเที่ยวฟื้น เผยพร้อมใช้ทุกมาตรการ กระตุ้นทั้งใน-นอกประเทศ เล็งดึงตลาดจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี-อินเดีย-ซาอุฯ เตรียมฟื้นรูปแบบโครงการเก่า ลักษณะเที่ยวไทยคนละครึ่งหรือเราเที่ยวด้วยกัน มากระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ ชี้ซีเกมส์ คือโอกาสโชว์ศักยภาพไทย ส่วนซอฟต์พาวเวอร์ เป็นรูปแบบใหม่ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

    นายอรรถกร ศิริลัทยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้เข้ากระทรวงเป็นครั้งแรก โดยมีนายอิทธิ ศิริลัทยากร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ บิดา ไหว้ศาลพระภูมิ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานว่า แนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคท่องเที่ยว ได้วางเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว มุ่งเน้นฟื้นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาใกล้ระดับก่อนโควิด ควบคู่กับการออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ

    “ใน 4 เดือนนี้ เราต้องเร่งทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติขยับขึ้น แม้ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก แต่ต้องเลือกโฟกัสตลาดที่มีศักยภาพ และหาสาเหตุที่นักท่องเที่ยวลดลง เพื่อนำไปแก้ปัญหาให้ตรงจุด จะมุ่งเน้นภารกิจในกรอบ 4 เดือนตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ แต่ไม่ละเลยการวางรากฐาน สำหรับการท่องเที่ยวและกีฬาที่จะส่งผลในระยะยาว ผมทำงานรับเงินหลวงยืนยันว่าจะทำงานเพื่อประโยชน์ของ หลวง ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง“

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุว่า แผนระยะสั้นจะเน้นตลาดเป้าหมายสำคัญ หรือประเทศที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวหายไป และหาวิธีดึงกลับคืนมา โดยประเทศที่จะเดินทางไป ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยจะใช้วิธีการใหม่ให้ผู้บริหารระดับสูงเดินทางไปสร้างความเชื่อมั่นด้วยตนเอง เช่น การเยือนจีนร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อเจรจาเรื่องเกษตรและการท่องเที่ยว ซึ่งการไปเยือนครั้งนี้ไม่ใช่ส่งแค่เจ้าหน้าที่ แต่ต้องเป็นรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นักท่องเที่ยวมั่นใจว่าไทยจริงจังกับการดูแลความปลอดภัยและความสะดวกสบายของเขา

    “การตั้งเป้าหมายที่เป็นจริง จะไม่ประกาศเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้ หรือ Mission Impossible เพื่อไม่ให้ภาคธุรกิจนำตัวเลขไปวางแผนแล้วเกิดความเสียหาย ยอมรับความจริงว่าปีนี้นักท่องเที่ยวลดลง และจะพยายามเติมส่วนที่ขาดหายไปกลับมา”

    นายอรรถกร กล่าวว่า นอกจากการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะรื้อโครงการที่เคยได้ผลกลับมาใช้ เช่น โครงการลักษณะ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” หรือ “เราเที่ยวด้วยกัน” โดยจะหยิบโครงการที่เข้าถึงประชาชนมากที่สุดในรอบ 10 ปีมาปรับปรุงใหม่ โดยจะเลือกสิ่งที่เคยสำเร็จ 70-80% มาปรับใช้ ดีกว่าสร้างโครงการใหม่ที่อาจสำเร็จเพียง 10% และหากมีเงินเหลือจากโครงการเก่า จะนำเข้า ครม. เพื่ออนุมัติใช้ต่อไป

    สำหรับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 33 นายอรรถกร ชี้ว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะประกาศความพร้อมของไทยต่อเวทีโลก พร้อมยืนยันใช้งบประมาณ 2,055 ล้านบาทอย่างคุ้มค่า หากจำเป็นต้องขอเพิ่มเพื่อรักษาภาพลักษณ์ประเทศก็พร้อมดำเนินการ

    ขณะเดียวกันยังเดินหน้าผลักดัน Soft Power ในรูปแบบใหม่ที่ “เป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ใช่การบังคับ” และยอมรับว่าการจัดแข่ง F1 ต้องนำมาศึกษาต่อ แต่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเม็ดเงินลงทุนกับความจำเป็นด้านอื่นของประเทศ เมื่อถูกถามว่าอยากให้ประชาชนจดจำการทำงานครั้งนี้อย่างไร นายอรรถกร กล่าวว่า

    “ไม่จำเป็นต้องจำผม ขอให้จำว่าประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านกีฬาได้ก็เพียงพอแล้ว”

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2885364&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zREGdctVmwhem2KunnfRz

  • เปิดโมเดลยั่งยืน! วุฒิสภาฯ ลุย ‘ดินแดนมหัศจรรย์ สตูล’ ศึกษาการท่องเที่ยวระดับโลก ดึงชุมชนสร้างรายได้

    เปิดโมเดลยั่งยืน! วุฒิสภาฯ ลุย ‘ดินแดนมหัศจรรย์ สตูล’ ศึกษาการท่องเที่ยวระดับโลก ดึงชุมชนสร้างรายได้

    26 กันยายน 2568 16:56 น. สยามรัฐออนไลน์ ข่าวทั่วไทย

    วันที่ 26 ก.ย.68 เวลา 09.00 น. นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล มอบหมายให้ นายธนพัฒน์ เด่นบุรณะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล  ให้การต้อนรับคณะสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) นำโดย นายกมล รอดคล้าย สมาชิกวุฒิสภา และประธานกลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) ซึ่งเดินทางลงพื้นที่เป็นวันที่สองของโครงการ เพื่อติดตามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ จากอุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา  และผู้แทนหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ร่วมให้การสนับสนุนข้อมูลและร่วมให้การต้อนรับ

    ภารกิจวันนี้เน้นการศึกษารูปแบบการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่สำคัญของอุทยานธรณีโลก จังหวัดสตูล คณะได้ลงพื้นที่ปราสาทหินพันยอด แหล่งท่องเที่ยวทางธรณีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และเดินทางต่อไปยังอ่าวโต๊ะบ๊ะ หรือ “Fossil Land ดินแดนมหัศจรรย์ สะพานข้ามกาลเวลา” ในเขตอุทยานแห่งชาติเภตรา เพื่อเรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การดูแลรักษาสภาพแวดล้อม และแนวทางการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการสร้างรายได้และพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

    อุทยานธรณีโลกสตูล นับเป็นแหล่งธรณีวิทยาที่มีคุณค่าระดับนานาชาติ ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทยและลำดับที่ 5 ของอาเซียน มีความโดดเด่นทั้งด้านธรณีวิทยา ระบบนิเวศ และวัฒนธรรมท้องถิ่น การลงพื้นที่ของคณะสมาชิกวุฒิสภาฯ ในครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่อการผลักดันแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมทั้งสร้างความตระหนักถึงคุณค่ามรดกโลกทางธรรมชาติ อันเป็นต้นแบบในการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    #ภูมิภาค-82

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/653896&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YeTgOMmyhT35PW-cb9uLG