Category: ท่องเที่ยว

  • เชียงใหม่-ท่องเที่ยวเชียงใหม่กรีนซีซันยังซบเซา จีนยังเป็นกำลังหลักพยุงตลาด วอนรัฐเร่งโปรโมต | TOPNEWS

    เชียงใหม่-ท่องเที่ยวเชียงใหม่กรีนซีซันยังซบเซา จีนยังเป็นกำลังหลักพยุงตลาด วอนรัฐเร่งโปรโมต | TOPNEWS

    คุณไพศาล สุขเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวเชียงใหม่ช่วงกรีนซีซัน หรือฤดูท่องเที่ยวหน้าฝน แม้เชียงใหม่จะยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว แต่ภาพรวมในปีนี้ยังถือว่าค่อนข้างเงียบ เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตที่ผ่านมา

    โดยระบุว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีกลุ่มนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจต่างชาติบางส่วน นิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเชียงใหม่ในช่วงฤดูฝน เพราะชื่นชอบบรรยากาศธรรมชาติและอากาศเย็นสบาย แต่ปัจจุบันตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางระยะไกล ลดลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่เคยมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 100% ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 20% เท่านั้นปัจจัยสำคัญมาจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงขึ้น รวมถึงเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศที่ลดลง ทำให้นักท่องเที่ยวต้องต่อเที่ยวบินหลายต่อ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและกระทบต่อการตัดสินใจเดินทาง

    อย่างไรก็ตาม ตลาดนักท่องเที่ยวเอเชีย โดยเฉพาะชาวจีนและเกาหลีใต้ ยังถือเป็นกลุ่มสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ในขณะนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ย่านคูเมือง ถนนคนเดิน และไนท์บาซาร์ ซึ่งยังคงมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

    ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ ระบุว่า หากขาดนักท่องเที่ยวจีน เชียงใหม่อาจเงียบเหงาอย่างมาก เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถือเป็นกำลังหลักของตลาด โดยสัดส่วนเปลี่ยนไปจากอดีตอย่างชัดเจน เดิมนักท่องเที่ยวตะวันตกมีมากถึง 80% ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนมีเพียง 15% แต่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นเป็น 50-60% ส่วนชาวตะวันตกลดลงเหลือประมาณ 20%

    นอกจากนี้ ยังพบว่าพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไป โดยกลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ นิยมเลือกที่พักราคาประหยัดไม่เกิน 2,000 บาทต่อคืน ขณะที่โรงแรมระดับ 5 ดาว ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าประจำชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงไว้ได้ โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยประมาณ 50-60%

    ขณะเดียวกัน โรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กหลายแห่ง โดยเฉพาะในบางโซนของเมืองเชียงใหม่ มีอัตราการเข้าพักต่ำกว่า 20% สะท้อนว่าภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวและวางกลยุทธ์ใหม่ เพื่อรองรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป

    พร้อมกันนี้ ยังฝากถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเร่งประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศไทยและเชียงใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยยืนยันว่าเชียงใหม่ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าอยู่ มีความปลอดภัย และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1586618&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pmRIKpOEjntnbccfuOtJC

  • สกลนครดันเบิร์ดพาราไดซ์เอ็กซ์ตรีมแลนด์มาร์ค กีฬาโดดร่มกระตุ้นท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสนุก

    สกลนครดันเบิร์ดพาราไดซ์เอ็กซ์ตรีมแลนด์มาร์ค กีฬาโดดร่มกระตุ้นท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสนุก

    ภูมิภาค

    สกลนครดันเบิร์ดพาราไดซ์เอ็กซ์ตรีมแลนด์มาร์ค กีฬาโดดร่มกระตุ้นท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสนุก

    วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.08 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่กำลังเติบโต จังหวัดสกลนครยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวด้วยการเปิดตัว “เบิร์ดพาราไดซ์ แอร์ปาร์ค แอนด์ ดรอปโซน” (Bird Paradise Airpark & Dropzone) ณ บ้านดอนย่างนาง ต.ทรายมูล อ.สว่างแดนดิน ในฐานะศูนย์กลางกีฬากระโดดร่มแห่งภาคอีสาน ที่พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
     

    คุณยุคนธร ลิ้มพาณิชย์ หรือ คุณเบิร์ด เจ้าของสถานประกอบการ เบิร์ดพาราไดซ์ แอร์ปาร์ค แอนด์ ดรอปโซน ได้เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในการจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ว่า ต้องการให้เป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ผู้รักกีฬาเอ็กซ์ตรีมอย่างครบวงจร โดยเน้นย้ำถึงการใช้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกมาเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการ “Bird Paradise เราตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเป็น Drop Zone สำหรับกีฬากระโดดร่มอย่างแท้จริง ทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ (Fun Jumper) และผู้ที่ต้องการศึกษาเรียนรู้อย่างจริงจัง โดยเราใช้มาตรฐานการฝึกสอนของ USPA ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกให้การยอมรับ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ใช้บริการ” คุณยุคนธร กล่าว
     

    นอกจากจะเป็นแลนด์มาร์คด้านความตื่นเต้นแล้ว ศูนย์แห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นสถาบันฝึกสอน (Training Center) ที่สามารถรองรับความต้องการได้หลากหลายรูปแบบ “กีฬานี้แบ่งเป็นสองสายหลัก คือเป็นงานอดิเรก (Hobby) และเป็นอาชีพ ที่นี่เราจึงเปิดสอนตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูง เพื่อต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬา ครูฝึก หรือ Instructor ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานอาชีพใหม่ให้เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้” การเปิดตัวของเบิร์ดพาราไดซ์ แอร์ปาร์ค ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมกีฬากระโดดร่ม แต่ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ อ.สว่างแดนดิน เนื่องจากหลักสูตรการฝึกสอนต้องใช้เวลา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต้องพำนักและจับจ่ายใช้สอยในชุมชน ซึ่งถือเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ท้องถิ่นโดยตรง
     

    ในส่วนของการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี 2569 นี้ คุณยุคนธร ได้เปิดเผยถึงแผนความร่วมมือกับกลุ่มจังหวัด “สนุก” (สกลนคร-นครพนม-มุกดาหาร) ว่า “เราเตรียมจัดเทศกาล ‘สนุก สกาย เฟสติวัล’ (Sanook Sky Festival) ในช่วงเทศกาลวันพ่อ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของภาคอีสานผ่านกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมระดับสากล ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สกลนครเป็นจุดหมายปลายทางที่ครบเครื่อง ทั้งการท่องเที่ยวและกีฬา การผนึกกำลังทั้งจากภาคเอกชนและนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าสกลนครมีความพร้อมในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
     

    อย่างไรก็ตามสำหรับมือใหม่ที่อยากเปิดใจลองเปิดประสบการณ์อยากกระโดดร่มกับครูฝึก (ร่ม 1 ใบ นักกระโดด 2 คน ) ก็มาได้มาลองดูก่อน หรือ ผู้ที่ชำนาญแล้วอยากมาผักผ่อนกระโดดร่มเพื่อสันทนาการก็แวะเวียนมาได้เช่นกัน เรามีอาหารและเครื่องดื่มไว้คอยบริการ ท่านจะได้ชมวิวธรรมชาติตามชายทุ่ง บรรยากาศเครื่องบินขึ้นลง ชมนักกระโดดร่มเชิญมาได้ สนใจได้ติดต่อสอบถามรายละเอียด โทร ยุคนธร 099-1469225.
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/477706&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zNDwrTZJFcupEudjhE8CR

  • เซ็ตซีโร่แท็กซี่สมุย! ห้ามตั้งก๊วนคิวเถื่อนยึดถนน-ฝ่าฝืนเพิกถอนป้ายทะเบียนทันที

    เซ็ตซีโร่แท็กซี่สมุย! ห้ามตั้งก๊วนคิวเถื่อนยึดถนน-ฝ่าฝืนเพิกถอนป้ายทะเบียนทันที

    เซ็ตซีโร่แท็กซี่สมุย! ห้ามตั้งก๊วนคิวเถื่อนยึดถนน-ฝ่าฝืนเพิกถอนป้ายทะเบียนทันที

    วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.16 น.

    เซ็ตซีโร่แท็กซี่สมุย! ผนึกกำลังจัดระเบียบครั้งใหญ่ ห้ามตั้งก๊วนคิวเถื่อนยึดถนน ฝ่าฝืนโดนเพิกถอนป้ายทะเบียนทันที นายอำเภอย้ำไม่ยอมให้พังเพราะกลุ่มผลประโยชน์-ทำนักท่องเที่ยวหดหาย

    วันที่ 28 พ.ค. 69 จากปัญหาได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับกลุ่มอิทธิพลรถโดยสารสาธารณะในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ล่าสุด นายอมร ชุมช่วย นายอำเภอเกาะสมุย พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภอเกาะสมุย ได้ทำการสนธิกำลังและบูรณาการร่วมกับ หัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรบ่อผุด (สภ.บ่อผุด), ตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย และเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลนครเกาะสมุย ร่วมกันปล่อยแถวเจ้าหน้าที่พนักงานออกตรวจพื้นที่ปูพรมกวดขันจับกุมรถยนต์รับจ้างสาธารณะ (รถแท็กซี่) ที่กระทำผิดกฎหมาย พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการจัดระเบียบคมนาคมครั้งใหญ่บนเกาะสมุย

    สำหรับการลงพื้นที่แบบตาข่ายฟ้าในครั้งนี้ มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อแก้ไขปัญหาการผูกขาดกลุ่มคิวรถแท็กซี่ ซึ่งจากฐานข้อมูลและข้อร้องเรียนที่ผ่านมาพบพฤติกรรมของกลุ่มคนขับบางราย เข้ามาจับจองพื้นที่ ขีดเส้นทำวินเถื่อน และตั้งรัศมีกลุ่มผลประโยชน์มิชอบในพื้นที่สาธารณะ พร้อมทั้งแสดงพฤติกรรมข่มขู่ กีดกัน ไม่ยอมให้รถแท็กซี่หรือรถโดยสารคันอื่น ๆ ที่แม้จะจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแต่ไม่ได้สังกัดกลุ่มหรือคิวของตน เข้ามาวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารในบริเวณดังกล่าว ซึ่งการกระทำลักษณะกลุ่มอิทธิพลนี้ถือเป็นการละเมิดและผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

    นายอมร ชุมช่วย นายอำเภอเกาะสมุย เปิดเผยว่า หากทุกฝ่ายปล่อยให้ปัญหาการตั้งคิวผูกขาดและข่มขู่กันเองนี้เรื้อรังต่อไป โดยไม่มีการร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง เกาะสมุยจะประสบภาวะย่ำแย่ทางด้านการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับปัญหาแท็กซี่เจ้าถิ่นที่เคยเกิดขึ้นและทำลายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นมาแล้ว ซึ่งวิกฤตนี้จะส่งผลให้นักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่น หดหายไปจากพื้นที่ และสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของจังหวัดสุราษฎร์ธานีในที่สุด

    นับจากนี้ มาตรการบังคับใช้กฎหมายและแนวทางจัดระเบียบใหม่ จะตั้งเป้าหมายกวาดล้างและสลายระบบคิวรถแท็กซี่ที่ยึดครองพื้นที่สาธารณะทั้งหมด โดยบนเกาะสมุยจะไม่มีระบบวินหรือระบบคิวปิดกั้นพื้นที่กีดกันผู้อื่นอีกต่อไป รถยนต์รับจ้างสาธารณะทุกคันที่จดทะเบียนถูกต้องตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก จะมีสิทธิ์วิ่งทำมาหากินและรับ-ส่งผู้โดยสารได้ทุกพื้นที่บนเกาะสมุยอย่างเท่าเทียม 100% ไม่มีใครหรือกลุ่มใดมีสิทธิ์มาอ้างตัวเป็นเจ้าของพื้นที่สาธารณะได้อีก

    นอกจากนี้ ทางอำเภอได้เน้นย้ำและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด 4 ข้อหลัก ประกอบด้วย 1.การแต่งกาย: ต้องสวมใส่ชุดเครื่องแบบที่สุภาพเรียบร้อยตามที่กฎหมายกำหนด 2.การคิดค่าโดยสาร: บังคับให้เปิดมาตรวัดมิเตอร์ทุกครั้งที่รับผู้โดยสาร ห้ามปฏิเสธการเปิดมิเตอร์ 3.พฤติกรรมการจอด: ห้ามจอดรถแช่เพื่อรอเรียกราคาเหมาจ่ายอันเป็นการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และ 4.ความปลอดภัยทางถนน: ให้หยุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสารในจุดที่ปลอดภัยและไม่กีดขวางเส้นทางจราจร

    ทางด้าน นายวิชัย ลิ้มภูวนนท์ หัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย กล่าวสำทับว่า ทางขนส่งฯ พร้อมบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดและเฉียบขาดที่สุด หากหลังจากวันนี้ยังตรวจพบผู้ขับขี่รถสาธารณะรายใดที่ยังคงดื้อแพ่งฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามระเบียบคมนาคม หรือมีพฤติกรรมอันธพาลข่มขู่กีดกันผู้ขับขี่รายอื่น เจ้าหน้าที่จะดำเนินการลงโทษปรับสถานหนักตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก

    และหากพบความผิดซ้ำซากหรือพฤติกรรมเข้าข่ายผู้มีอิทธิพล จะดำเนินมาตรการขั้นสูงสุดทันที ตั้งแต่การสั่งพักใช้และยึดใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ไปจนถึงขั้น “เพิกถอนป้ายทะเบียนรถ” ทันที เพื่อไม่ให้สิทธิ์นำรถมาวิ่งบริการได้อีก โดยจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและไม่มีการละเว้นโทษให้แก่ผู้ใดทั้งสิ้น เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนเกาะสมุย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/967441&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14o2rKLXIOPU-6Q_OW2nbm

  • กรมโยธาฯ แจงยิบ! ปม “ศูนย์รวมท่องเที่ยวอ่าวพังงา” ล่าช้า กางแผนบี้ผู้รับเหมา ลั่นต้องเสร็จปี 2569

    กรมโยธาฯ แจงยิบ! ปม “ศูนย์รวมท่องเที่ยวอ่าวพังงา” ล่าช้า กางแผนบี้ผู้รับเหมา ลั่นต้องเสร็จปี 2569

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/government-administration/150603&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3swX3PFIR4oVXHLdL0IkFn

  • ชิงไห่จัดกิจกรรมท่องเที่ยวธีม ‘แม่น้ำเหลือง’ รับวันท่องเที่ยวจีน

    ชิงไห่จัดกิจกรรมท่องเที่ยวธีม ‘แม่น้ำเหลือง’ รับวันท่องเที่ยวจีน

    ซีหนิง, 27 พ.ค. (ซินหัว) — กิจกรรมท่องเที่ยวในธีม “แม่น้ำเหลืองอันบริสุทธิ์” (Pure Yellow River) ได้เปิดฉากขึ้นที่อุทยานธรณีโลกแห่งยูเนสโก (UNESCO) ข่านปู้ลาในมณฑลชิงไห่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อเฉลิมฉลองวันท่องเที่ยวจีนประจำปี 2026 โดยมีคาราวานขับรถท่องเที่ยวด้วยตัวเองจาก 9 มณฑลตลอดลุ่มแม่น้ำเหลือง ผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม และนักท่องเที่ยว มารวมตัวกันเพื่อสัมผัสความงดงามทางระบบนิเวศและวัฒนธรรมอันหลากหลายของพื้นที่แห่งนี้

    อุทยานธรณีโลกข่านปู้ลาครอบคลุมพื้นที่ 3,149 ตารางกิโลเมตร และมีแหล่งมรดกทางธรณีวิทยาที่โดดเด่นถึง 176 แห่ง ควบคู่ไปกับป่าดึกดำบรรพ์ม่ายซิ่ว (Maixiu virgin forest) นอกจากนี้ยังมักพบเห็นสัตว์ป่าหายาก เช่น เสือดาวหิมะและมิงค์ในพื้นที่แห่งนี้ด้วย โดยเมื่อเดือนเมษายน 2025 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้ข่านปู้ลาเป็นหนึ่งในเครือข่ายอุทยานธรณีโลกอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ข่านปู้ลากลายเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งที่สองของมณฑลชิงไห่

    ภายในงานมีการจัดแสดงวิดีโอประชาสัมพันธ์ที่ถ่ายทอดทัศนียภาพอันงดงามตระการตาตลอดลุ่มน้ำเหลืองในมณฑลชิงไห่ ซึ่งรวมถึงภูเขาหิมะ ภูมิลักษณ์ตานเสีย หุบเขา และทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ และเพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงามเหล่านี้อย่างเต็มที่ จึงมีการเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวแบบบูติก ที่เชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเข้าด้วยกัน อาทิ ต้นกำเนิดของแม่น้ำเหลือง ภูมิลักษณ์ตานเสียแห่งข่านปู้ลา หุบเขาหลงหยาง และหุบเขาเหอหวง

    นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวแพ็กเกจโปรโมชันท่องเที่ยวเนื่องในวันท่องเที่ยวแห่งชาติจีนประจำปี 2026 โดยข้อเสนอสุดพิเศษเหล่านี้รวมถึงส่วนลดค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ทั่วทั้งมณฑล คูปองส่วนลดเพื่อการอุปโภคบริโภคด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ส่วนลดค่าที่พักและโฮมสเตย์ รวมถึงราคาพิเศษสำหรับบัตรเข้าชมการแสดงต่าง ๆ

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดตลาดนัดท้องถิ่นที่รวบรวมผลิตภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และสินค้าเกษตรแปรรูปชนิดพิเศษที่หลากหลายและน่าตื่นตาตื่นใจ โดยสินค้าดั้งเดิมอย่าง  “โยเกิร์ตนมจามรี” ได้กลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่นักท่องเที่ยวเลือกซื้อเนื่องจากอุทยานธรณีโลกแห่งยูเนสโก ข่านปู้ลา เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้น

    ชาวบ้านรายหนึ่งที่มาร่วมออกร้านในงานกล่าวว่า การจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองดั้งเดิมเหล่านี้ช่วยสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนเป็นจำนวนมาก และการพัฒนาการท่องเที่ยวก็มีส่วนช่วยให้เอกลักษณ์ของหมู่บ้านทิเบต ข้ามผ่านขุนเขาที่โอบล้อมและขยายไปสู่โลกภายนอกได้อย่างสำเร็จ 

    (แฟ้มภาพซินหัว : ท่าเรือในอุทยานธรณีโลกแห่งยูเนสโก ข่านปู้ลา)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/3941849/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xBV8VhC3PaxSNAxscpppi

  • “บริโภค-ลงทุนเอกชน ท่องเที่ยว” ยังเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจภูมิภาค เม.ย.ขยายตัวดี : อินโฟเควสท์

    “บริโภค-ลงทุนเอกชน ท่องเที่ยว” ยังเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจภูมิภาค เม.ย.ขยายตัวดี : อินโฟเควสท์

    นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคเดือนเม.ย.69 มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคใต้ ตะวันออก และภาคตะวันตก ขณะที่การท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ในภาคตะวันตก และ กทม. และปริมณฑล

    • เศรษฐกิจภาคใต้

    มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรที่ขยายตัวได้ดี

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ 10.6% 31.9% 12.2% และ 1.8% ต่อปี ตามลำดับ

    – เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 12.6% และ 19.9% ต่อปี ตามลำดับ

    – เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 75.2 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 77.9

    – เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนหดตัวที่ -2.7% และ -5.0% ต่อปี ตามลำดับ

    • เศรษฐกิจภาคตะวันออก

    มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี และการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรที่ขยายตัวได้

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ 31.3% 9.1% 4.5% และ 1.0% ต่อปี ตามลำดับ

    – เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 38.9% ต่อปี ขณะที่จำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ -11.6% ต่อปี แต่ขยายตัวที่ 10.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล

    – เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 89.0 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 91.6

    – เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวที่ 1.0% ต่อปี รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนหดตัวที่ -6.2% ต่อปี

    • เศรษฐกิจภาคตะวันตก

    มีปัจจัยสนับสนุนจากการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภคที่ขยายตัวได้ดี การบริโภคภาคเอกชนในหมวดสินค้าคงทน และการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 15.2% 9.3% และ 3.2% ต่อปี อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรกรหดตัวที่ -7.6% ต่อปี

    – เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ -0.9% ต่อปี แต่ขยายตัวที่ 19.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล อย่างไรก็ตาม จำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ -38.4% ต่อปี

    – เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 95.7 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 98.2

    – เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวที่ 1.4% และ 1.0% ต่อปี ตามลำดับ

    • เศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    มีปัจจัยสนับสนุนจากการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภคที่ขยายตัวได้ดี

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ และจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 11.8% และ 1.9% ต่อปี ขณะที่จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรหดตัวที่ -2.3% และ -7.1% ต่อปี

    – เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ -20.5% และ -10.9% ต่อปี ตามลำดับ แต่ขยายตัวที่ 8.0% และ 13.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล

    – เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 63.0 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 65.7

    – เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากรายได้จากผู้เยี่ยมเยือน ขยายตัวที่ 1.9% ต่อปี ขณะที่จำนวนผู้เยี่ยมเยือนหดตัวที่ -0.4% ต่อปี

    • เศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑล

    มีปัจจัยสนับสนุนจากการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภค การบริโภคภาคเอกชนในหมวดสินค้าคงทน และการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 5.5% 5.9% และ 5.5% ต่อปี ขณะที่รายได้เกษตรกรหดตัวที่ -4.5% ต่อปี

    – เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ หดตัวที่ -8.1% ต่อปี แต่ขยายตัวที่ 1.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล อย่างไรก็ตาม จำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ -36.6% ต่อปี

    เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 95.7 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 98.2

    – เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวที่ 1.8% และ 0.6% ต่อปี

    • เศรษฐกิจภาคเหนือ

    มีปัจจัยสนับสนุนจากการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภคที่ขยายตัวได้

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ และจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 4.6% และ 1.6% ต่อปี ขณะที่จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรหดตัวที่ -7.0% และ -4.3% ต่อปี

    – เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ -17.0% ต่อปี แต่ขยายตัวที่ 33.9% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาล อย่างไรก็ตาม จำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ -25.2% ต่อปี

    – เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 89.0 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 91.7

    – เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือน หดตัวที่ -0.2% และ -0.2% ต่อปี

    • เศรษฐกิจภาคกลาง

    มีปัจจัยสนับสนุนจากภาคเอกชนในหมวดสินค้าคงทน และการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรที่ขยายตัวได้

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 23.6% และ 1.4% ต่อปี ขณะที่การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ และรายได้เกษตรกรหดตัวที่ -4.6% และ -3.0% ต่อปี

    – เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 15.5% และ 0.8% ต่อปี

    – เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 95.7 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ระดับ 98.2

    – เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนหดตัวที่ -1.9% ต่อปี แต่ขยายตัวที่ 5.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล อย่างไรก็ตาม รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนหดตัวที่ -1.5% ต่อปี

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/596886&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2erhbAeiFveWEQPL7pwiib

  • ยโสธรเปิดฟาร์มสเตย์เฟส 2 ดันท่องเที่ยวเชิงเกษตร ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

    ยโสธรเปิดฟาร์มสเตย์เฟส 2 ดันท่องเที่ยวเชิงเกษตร ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/150594&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pApogvTo_TffREueiZmEz

  • คลัง เผยส่งออก-ท่องเที่ยวในปท. ยังเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจไทย เม.ย. จับตาความไม่แน่นอนตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

    คลัง เผยส่งออก-ท่องเที่ยวในปท. ยังเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจไทย เม.ย. จับตาความไม่แน่นอนตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

    นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนเม.ย.69 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนเม.ย.69 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับการขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงชะลอตัว

    ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาท ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้า และเศรษฐกิจไทย

    • เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน

    มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนเม.ย.69 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 8.8% และ 3.7% ตามลำดับ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนเม.ย.69 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.6 โดยได้รับปัจจัยกดดันจากความกังวลของผู้บริโภคต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน รวมถึงราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค

    อย่างไรก็ดี ประชาชนมีความคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่วนรายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนเมษายน 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.4%

    • เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน

    มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนเม.ย.69 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 27.9% ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนเม.ย.69 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน -11.3% สำหรับการลงทุนภาคเอกชนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ ในเดือนเม.ย.69 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน -0.2%

    • มูลค่าการส่งออกสินค้า ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน

    โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนเม.ย.69 อยู่ที่ 31,583.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ที่ 23.1% และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมัน และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัว 25.7% ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเกษตร

    ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นในเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะในตลาดทวีปออสเตรเลีย สหรัฐฯ อาเซียน (5) และญี่ปุ่น

    • เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน

    โดยเฉพาะบริการด้านการท่องเที่ยว จากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย กลับมาขยายตัว โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนเม.ย.69 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม จำนวน 2.37 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -7.0% ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 25.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 2.7%

    ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนเม.ย.69 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.2% ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ยางพารา ข้าวโพด และหมวดไม้ผล อย่างไรก็ดี ผลผลิตปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง ลดลงจากเดือนก่อน

    สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ในเดือนเม.ย.69 ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -0.4% ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนเม.ย.69 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 85.3 โดยได้รับปัจจัยกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานและราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานในภาคอุตสาหกรรม

    • เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี

    สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนเม.ย.69 อยู่ที่ 2.89% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 0.83% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 66.4% ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ ตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

    สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 286.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/596875&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw037li2Br-fp7pkRqGuqrc3

  • 4 สส.กระบี่ ยื่น คมนาคม ขอเพิ่มเที่ยวบินค่ำ “กระบี่-ดอนเมือง” หนุนท่องเที่ยว | TOPNEWS

    4 สส.กระบี่ ยื่น คมนาคม ขอเพิ่มเที่ยวบินค่ำ “กระบี่-ดอนเมือง” หนุนท่องเที่ยว | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569  4 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอให้พิจารณาเพิ่มเที่ยวบินเส้นทาง “ดอนเมือง-กระบี่” และ “กระบี่-ดอนเมือง” ในช่วงเวลาหลัง 18.00 น. หลังได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวว่าประสบปัญหาการเดินทาง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด โดย นายกิตติ กิตติธรกุล หรือ “สส.หนึ่ง” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ สส.จังหวัดกระบี่ ยื่นหนังสือถึง นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้พิจารณาเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

    ทั้งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ รวมถึงพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ภาคการท่องเที่ยว และผู้ใช้บริการสายการบินในจังหวัดกระบี่และพื้นที่ใกล้เคียง ถึงปัญหาความไม่สะดวกในการเดินทางทางอากาศ โดยปัจจุบันไม่มีเที่ยวบินให้บริการในเส้นทาง “ดอนเมือง-กระบี่” และ “กระบี่-ดอนเมือง” ในช่วงเวลาหลัง 18.00 น. ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเดินทางต่อเชื่อมธุรกิจ การท่องเที่ยว หรือเดินทางฉุกเฉินในช่วงค่ำ

    สส.กระบี่ ระบุเพิ่มเติมว่า การเพิ่มเที่ยวบินในช่วงเวลาดังกล่าว จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดกระบี่และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของฝั่งอันดามัน พร้อมขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงคมนาคมให้เร่งพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อรองรับความต้องการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต

    ประดิษฐ์ รอดเกิด ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.กระบี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1586491&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1aFogoUvrlSaDPpSe1wvOO

  • ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    วันเดย์ทริป (One Day Trip) วันนี้เรามากันที่ คลองบางหลวง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เพื่อพบกับการท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น จักรยานน้ำ 

    ในกิจกรรม ECO Hero @ คลองบางหลวง โครงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในชุมชนริมคลอง โดย สิรินาถ ฉัตรศุภกุล ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพมหานคร

    โดยมีเหล่าสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าร่วมงาน

    ปั่น คลอง : ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเสริมสร้างพลังชุมชน

    “ก่อนหน้านี้ บริษัท ปั่นคลอง ทำธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานในเมือง ดูแลเรื่องท่าเรือของ กรุงเทพมหานคร และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ

    จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวด้วยการปั่น จักรยานน้ำ เกิดจากความสนุกของกลุ่มเพื่อนที่ชอบคลอง

    แต่ก่อนเราเคยมองคลองว่าเป็นเพียงเส้นทางเดินทาง แต่ตอนนี้เรามองว่ามันคือ ชุมชน

    เราเลยคิดต่อว่าจะทำยังไงให้คลองยั่งยืนและเกิดเศรษฐกิจที่รักษ์โลก จึงเกิดเป็นโครงการนี้ขึ้นมา”

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    คฑาธิป ศรมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปั่นคลอง (ประเทศไทย) จำกัด พูดถึงความเป็นมาของปั่นคลอง ในคลองบางหลวง ให้ฟัง

    “แนวคิดหลักของ ปั่นคลอง คือ เราพยายามรวมเรื่องการเดินทาง จักรยาน และเรือเข้าด้วยกัน จนออกมาเป็น จักรยานน้ำ หรือจักรยานปั่นในคลอง

    เราไม่ได้ขายแค่การปั่นจักรยาน แต่เรา ขายประสบการณ์ โดยจะเปิดเส้นทางใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ เริ่มต้นที่นี่ (คลองบางหลวง) เป็นที่แรก

    เราเน้นทำใน คลองเล็ก พาหนะเหล่านี้เข้าถึงได้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นธรรมชาติและร่วมอนุรักษ์ไปพร้อมกับชุมชน

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    เป้าหมายในอนาคตของโครงการนี้ เราจะขยายโมเดลนี้ไปตามคลองที่มีตลาดซึ่งเริ่มซบเซา เพื่อไป ฟื้นฟูชุมชน ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

    สิ่งสำคัญที่สุดคือ ชุมชนต้องได้ประโยชน์ พนักงานของเราทุกคนจะเป็น เด็กในชุมชนนั้น ๆ เพราะเรามองว่าชุมชนคือลูกหลาน เราอยากให้เขามีงาน มีรายได้ และมีอาชีพติดตัว

    เราพยายามให้ทุกอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย ทำเป็น สีเขียว (Green) ให้มากที่สุด ไม่ใช้เครื่องยนต์ หรือถ้าจำเป็น ก็ใช้ EV (พลังงานไฟฟ้า) เพื่อลดเสียงและไม่ทำลายธรรมชาติ

    เราตระหนักว่าหลังบ้านริมน้ำคือหน้าบ้านของชาวบ้าน เราจึงมีป้ายบอกตลอดทางว่า ต้องเงียบ เพื่อไม่ให้รบกวนผู้อยู่อาศัย

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    สำหรับผู้ที่สนใจ มาร่วมปั่น จักรยานน้ำ ได้ที่ วัดกำแพงบางจาก ตลาดน้ำคลองบางหลวง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 

    การเดินทาง ง่ายมาก นั่งรถไฟไฟฟ้ามาลง สถานีบางไผ่ (MRT) จะใกล้ที่สุด แล้วเดินเข้าซอยเพชรเกษม 20 หรือ 28 มาประมาณ 800 เมตร หรือมาจากสถานีบางหว้า ก็ได้

    เราเปิดทุกวัน ราคาเท่ากัน ทั้งวันธรรมดาและวันหยุด โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง

    ช่วงเช้า 10:00 – 16:00 น. ราคา 200 บาท ต่อครึ่งชั่วโมง

    ช่วงเย็น 16:30 – 18:30 น. ราคา 300 บาท ต่อครึ่งชั่วโมง

    ช่วงเย็นจะได้รับความนิยมมาก เพราะวิวสวย แสงดี ไม่ร้อน และหลังจาก 17:00 น. เรือท่องเที่ยวจะน้อยลง ทำให้ถ่ายรูปสวย มีฉากหลังเป็นตลาดและแสงไฟ เป็นเสน่ห์อีกแบบ

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ความแตกต่างของการปั่น จักรยานน้ำ กับ พาย SUP (Stand Up Paddleboard) คือ ตัวเราไม่เปียกน้ำ แต่อาจจะเปียกเหงื่อบ้างเพราะได้ออกกำลังกาย

    เรามีเสื้อชูชีพให้ใส่เพื่อความปลอดภัย บางคนปั่นก็ไม่เปียกเลย เว้นแต่จะมีปลากระโดดใส่

    สำหรับมือใหม่ ครึ่งชั่วโมงถือว่ากำลังดี เพราะถ้าปั่นนานกว่านั้นบางคนอาจจะไม่ไหว

    อยากให้ทุกคนลองมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการเที่ยวคลองที่ทั้งสนุกและได้ช่วยชุมชนไปพร้อม ๆ กัน”

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    จากการได้สัมผัสกับ จักรยานน้ำ ลำหนึ่งไปได้สองคน คนแรกเป็นคนปั่น คนที่สองนั่งข้างหน้า แต่ไม่มีที่วางเท้า ต้องกางขาวางไว้สองข้าง พร้อมกับตระกร้าหนึ่งใบและไม้ตะแกรงช้อนขยะ 

    เราไปกันตอนเช้า แดดจ้า วิวสว่างสดใส เก็บขยะมาแล้ว ขึ้นท่าเรือมาก็ต่อด้วยขั้นตอนแยกขยะ ใส่ตามถังสีต่าง ๆ นับว่าเป็นการท่องเที่ยวที่ดี ได้ออกกำลังกาย และรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วยในตัว

    คลองบางหลวง

    ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี บริเวณเดียวกันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง คลองบางหลวง ทำให้เราได้มาท่องเที่ยวอีกที่หนึ่ง ร้านอาหารมากมาย คาเฟ่เยอะแยะ ท่ามกลางบรรยากาศริมคลอง มีเรือแล่นผ่าน มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำ มีวัดกำแพงบางจาก บ้านศิลปิน วัดคูหาสวรรค์ ให้เยี่ยมชม

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ภูมิใจ การ์เด้น : สวนมีชีวิต สู่พิพิธภัณฑ์ยั่งยืน

    ในช่วงบ่ายเราเดินทางต่อไปที่เขตจอมทอง เพื่อไปท่องเที่ยว ชมสวนใหญ่ ที่ร่มรื่น ที่ ภูมิใจ การ์เด้น 

    สวนลิ้นจี่ 100 ปีที่สืบสานวิถีชวนสวนและวัฒนธรรมดั้งเดิม มีการเปิด Café ร้านกาแฟริมคลองบางขุนเทียน ให้นั่งชมวิว มีเรือวิ่งผ่าน มีกิจกรรมเวิร์คชอปขนมไทยให้ทำมากมาย

    เป็น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ได้ความรู้เรื่องการปลูกพืชผักผลไม้ต่าง ๆ นำมาใช้ทำอาหาร ทำยา เป็นภูมิปัญญาไทย ที่สืบทอดส่งต่อกันมาแล้วหลายรุ่น นับร้อยปี

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    “This is Living Museum…  Everything I proud to be here ดิฉันภูมิใจมากที่ได้อยู่ที่นี่ ตอนนี้เรากำลังส่งต่อให้คนรุ่นถัดไปเข้ามาดูแล ทั้งลูกชายและคนในครอบครัว เพื่อให้ธุรกิจและการดูแลท้องถิ่นที่นี่เป็นไปอย่างยั่งยืน

    ที่นี่มีเรื่องราวมาตั้งแต่สมัยก่อน อยากให้แขกที่มาเยือนได้เห็นความงามของที่นี่เหมือนในอดีต

    เรามี Welcome Drink เมนูเครื่องดื่มที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง ตะลิงปลิงโซดา เป็นเมนูพิเศษ (Special) ของเรา ให้ดื่ม เพื่อสัมผัสกับความสดชื่นของพืชผลไม้ไทย

    ก่อนดื่มต้องคนก่อนนะคะ ให้ส่วนผสมข้างล่างขึ้นมามิกซ์กัน (Mix) แล้วจะอร่อยมาก”

    คุณแม่เอ๋ พรทิพย์ เทียนทรัพย์ ผู้ก่อตั้ง ภูมิใจ การ์เด้น พูดถึงความเป็นมาของที่นี่ให้ฟัง พร้อมกับนำชมสวนไปด้วย

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    ต้นลิ้นจี่ อายุ 100 กว่าปี   Cr. Kanok Shokjaratkul

    “นอกจากเครื่องดื่มแล้ว เรายังนำตะลิงปลิงไปทำเมนูอื่น ๆ อย่างเค้ก หรือชีสเค้กด้วยค่ะ

    วัตถุดิบทั้งหมดมาจากสวนของเราเอง เมนูไข่พะโล้ที่นี่ก็อร่อยมาก

    สวนคือซูเปอร์มาร์เก็ตที่บ้าน และพืชผักต่าง ๆ ในสวนก็เป็นทั้งอาหารและเป็นยาด้วย

    ผักทุกอย่าง คือวัตถุดิบหลักของครัวไทย และครัวไทยก็คือครัวของโลก

    การได้ทานอาหารจากต้นที่เราปลูกเองมันทำให้เจริญอาหารมาก

    ดิฉันอยากรักษาที่ดินผืนนี้ไว้ให้เป็นเหมือน Living Museum เพื่อที่จะโชว์ให้คนรุ่นใหม่เห็นว่า ในสมัยก่อนกรุงเทพฯ เคยมีอากาศหนาว

    อย่างเมื่อ 8 ปีก่อน อุณหภูมิเคยลงไปถึง 15 องศาเซลเซียส แต่เดี๋ยวนี้โลกเปลี่ยนไป อากาศไม่หนาวเหมือนเดิมแล้ว เราจึงพัฒนาที่ดินผืนนี้และปลูกพืชที่หลากหลาย 

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน พื้นที่แถบนี้เคยเป็นสวนสีเขียวที่สวยงามมาก เป็นชุมชนที่น่าอยู่ แต่พอเมืองขยาย มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเข้ามา พื้นที่นี้เต็มไปด้วยขยะ

    เราจึงเริ่มพัฒนาที่ดินผืนนี้ ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยมีลูกชายเข้ามาช่วยกันฟื้นฟูให้กลับมาเป็นสวนสวยอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

    เราปลูกพืชที่หลากหลายผสมผสานกันในสไตล์สวนร่องสวน ทั้งขนุนและไม้อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ตกทอดมา

    ย่านบางขุนเทียนมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับสถาปัตยกรรมและนวัตกรรมจากต่างประเทศมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 

    องค์ความรู้ต่างๆ จากประเทศจีนถูกนำมาปรับใช้ในย่านนี้ รวมถึงสไตล์ของสวนโบราณแห่งนี้ด้วย

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    เราจึงพยายามเก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลาน เพื่อให้เห็นว่าที่นี่ทำทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์แบบครบวงจร

    เราใช้แนวคิด บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ทำชุมชนของเราเป็น Real Community ที่เข้มแข็ง มีเด็ก ๆ ในชุมชนมาแสดงความสามารถเป็นประจำ ลูกสาวของดิฉันเองก็ช่วยสอนภาษาอังกฤษให้เด็ก ๆ

    การทำแบบนี้ช่วยให้เด็ก ๆ ได้ฝึกฝน เสริมสร้างความมั่นใจ และยังมีรายได้เสริมอีกด้วย

    นอกจากนี้ เวลาลูกค้าต้องการจัดกิจกรรมพิเศษหรือเซอร์ไพรส์ เราก็ใช้คนในชุมชนนี่ล่ะเป็นคนลงมือทำ

    ทางด้านผลผลิตทางการเกษตรของเรามีชื่อเสียงเรื่อง ลิ้นจี่ มีต้นลิ้นจี่ร้อยปีที่ยังมีชีวิตอยู่  เราให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ต้นไม้โบราณและการรักษาสิ่งแวดล้อม

    นอกจากลิ้นจี่แล้ว ก็มีมะนาว ส้มโอลูกใหญ่ ๆ ตะลิงปลิง ดอกไม้ที่นำมารับประทานได้

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    ภูมิใจ การ์เด้น  อยู่ติดกับคลองบางขุนเทียน   Cr. Kanok Shokjaratkul

    แขกที่มาเยี่ยมชมส่วนใหญ่จะเดินทางมาทางเรือ ไม่ว่าจะเป็นเรือสุภัทราหรือเรือหางยาว เพื่อมาสัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างจากใจกลางเมือง

    การทำสวนโบราณแห่งนี้ ถ้ามองแค่เรื่องรายได้จากการขายผลไม้อย่างเดียว เราอาจจะท้อใจ

    การเปลี่ยนแปลงผักผลไม้มาเป็นผลผลิต การได้แชร์ความสุข ให้กับผู้ที่มาเยือน คือความภูมิใจที่ได้รักษาต้นไม้โบราณและวิถีชีวิตแบบนี้ไว้

    เราเน้นปลูกพืชที่คนอื่นอาจมองว่าไม่มีค่าหรือเป็นวัชพืชให้กลายเป็นของมีราคา อย่างเช่น ผักหนาม ถ้าคนทำอาหารไม่เป็นจะมองว่าเป็นวัชพืช แต่ถ้าทำเป็นนี่คือ Rare item เอาไปดองจิ้มน้ำพริกกะปิอร่อยมาก

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    เวิร์คชอป ขนมไทย  Cr. Kanok Shokjaratkul

    เรามีต้น มะอึก คนในสมัยก่อนใช้มะอึกแทนมะเขือเทศ เอาไปทำน้ำพริกกะปิหรือใส่ในแกงเผ็ดเป็ดย่าง

    แต่เวลาจะทานต้องขูดขนออกก่อน พอมีมะเขือเทศเข้ามา คนหันไปใช้มะเขือเทศแทนเพราะขี้เกียจขูดขน

    การทำสวนแบบนี้ ปลูกครั้งเดียวแต่กินได้ตลอดชีวิต ต่างจากการปลูกผักสลัดที่ต้องปลูกซ้ำ ๆ คนที่อยากเริ่มทำเกษตรแบบนี้ ต้องรักทั้งการปลูกและรักการทำอาหาร มันถึงจะไปด้วยกันได้

    ที่สำคัญต้องศึกษาและทดลองจริง เพราะกว่าสวนจะสวยแบบนี้เราต้องผ่านการทดลองและทิ้งสิ่งที่ไม่สำเร็จไปเยอะมาก การทำเกษตรต้องรู้ใจพืชว่าแต่ละชนิดชอบแบบไหน เหมือนกับการเข้าใจคน”

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    เวิร์คชอป ขนมไทย : ตะโก้

    ชมสวนเสร็จแล้วมาทำขนมไทยกันต่อ ขั้นตอนมีสามส่วน 

    1 เตรียมกระทง ใส่ขนม 2 ทำตัวตะโก้ 3 ทำหน้าตะโก้

    ขั้นตอนแรก ทำกระทง : เราใช้ใบเตย มาพับให้เป็นสี่เหลี่ยม

    ขั้นตอนที่สอง ทำตัวขนม : ใส่แป้งถั่วเขียว น้ำตาล น้ำเปล่า ที่ตวงไว้แล้ว รวมกัน คนให้เข้ากัน แล้วตั้งไฟ เคี่ยวให้เข้ากันจนเดือด เหนียว เทใส่กระทงไว้ ประมาณ 90 เปอร์เซนต์ของกระทง

    ขั้นตอนที่สาม ทำหน้าตะโก้ : ใส่กะทิ แป้ง เกลือ รวมกัน คนให้เข้ากัน แล้วตั้งไฟ เคี่ยวให้เดือด พอเริ่มเหนียว ก็มาหยอดใส่ตัวขนม เพื่อให้ได้รสชาติที่ตัดกัน

    แล้วกลับบ้านพร้อมกับขนมตะโก้แสนอร่อย

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1235948&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qXgYOUJaotNf7LkeSpF_C