Category: ท่องเที่ยว

  • ปตท.สผ.ปั้นปะการังเทียม หนุนท่องเที่ยว

    ปตท.สผ.ปั้นปะการังเทียม หนุนท่องเที่ยว

    บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เดินหน้าขยายบทบาทด้านพลังงานควบคู่สิ่งแวดล้อม ล่าสุดร่วมกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดโครงการ ‘Ocean for Life’ วางลานประติมากรรมใต้ทะเลบริเวณ เกาะเต่า จังหวัด สุราษฎร์ธานี เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของประเทศ โดยมีทั้งสองฝ่าย ชยงค์ บริสุทธิ์สวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่น และการเติบโตอย่างยั่งยืน ปตท.สผ. และ อุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดฯ

    pttep-ocean-for-life-koh-tao-SPACEBAR-Photo01.jpg

    โครงการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในความพยายามเชิงรูปธรรมของภาคพลังงานในการสร้าง “สมดุลระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์” โดยใช้แนวคิดการสร้างปะการังเทียมควบคู่กับงานศิลปะ เพื่อดึงดูดทั้งสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลและนักท่องเที่ยวไปพร้อมกัน

    ภายในพื้นที่โครงการ มีการจัดวางประติมากรรมรูปสัตว์ทะเลหายากจำนวน 9 ชิ้น อาทิ เต่าทะเล ฉลามวาฬ กระเบน และม้าน้ำ แต่ละชิ้นมีขนาดใหญ่เฉลี่ยราว 2.5 เมตร นอกจากนี้ยังเสริมด้วยปะการังเทียมรูปแบบใหม่ ทั้งแบบ Coral Ball และโดม รวมกว่า 90 ชิ้น เพื่อสร้างโครงสร้างที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของสัตว์น้ำ

    pttep-ocean-for-life-koh-tao-SPACEBAR-Photo02.jpg

    pttep-ocean-for-life-koh-tao-SPACEBAR-Photo03.jpg

    จุดติดตั้งอยู่ในบริเวณแหล่งฝึกดำน้ำของเกาะเต่า ห่างจากชายฝั่งประมาณ 100 เมตร ที่ระดับความลึกราว 16 เมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร โดยเริ่มทยอยวางโครงสร้างตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม และคาดว่าจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป

    pttep-ocean-for-life-koh-tao-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ในมุมเศรษฐกิจ โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานอนุรักษ์ แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับ ‘เศรษฐกิจฐานราก’ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวของเกาะเต่า ซึ่งพึ่งพานักดำน้ำทั้งไทยและต่างชาติเป็นหลัก การมีแหล่งดำน้ำใหม่ จะช่วยกระจายจำนวนนักท่องเที่ยว ลดความแออัดของจุดดำน้ำเดิม และเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น

    ขณะเดียวกัน การออกแบบโครงการยังอิงข้อมูลวิชาการอย่างเข้มข้น ใช้เวลากว่า 1 ปีในการศึกษา ทั้งเรื่องกระแสน้ำ ความปลอดภัยทางเรือ และวัสดุที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างทั้งหมดจะช่วยฟื้นฟูธรรมชาติได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่สร้างแหล่งท่องเที่ยว

    ภาครัฐมองว่า โมเดลความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และชุมชนในครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ทรัพยากรธรรมชาติทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

    pttep-ocean-for-life-koh-tao-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ชยงค์ บริสุทธิ์สวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่น และการเติบโตอย่างยั่งยืน ปตท.สผ. เผย โครงการนี้ยังสะท้อนทิศทางใหม่ของธุรกิจพลังงาน ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การผลิต แต่ขยายไปสู่การดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยในอนาคตยังมีแผนนำโครงสร้างจากแท่นผลิตปิโตรเลียมมาพัฒนาเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ในอ่าวไทยเพิ่มเติม

    ภาพรวมของ ‘Ocean for Life’ จึงไม่ใช่เพียงโครงการอนุรักษ์ แต่เป็นตัวอย่างของการใช้ทรัพยากร เทคโนโลยี และความร่วมมือ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการฟื้นฟูธรรมชาติ ซึ่งกำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญของภาคพลังงานยุคใหม่

    pttep-ocean-for-life-koh-tao-SPACEBAR-Photo06.jpg

    pttep-ocean-for-life-koh-tao-SPACEBAR-Photo07.jpg

    pttep-ocean-for-life-koh-tao-SPACEBAR-Photo08.jpg

    pttep-ocean-for-life-koh-tao-SPACEBAR-Photo09.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spacebar.th/business/pttep-ocean-for-life-koh-tao&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QDoGv07X5WADGbFZUSXuA

  • สกลนครเตรียมเนรมิตเทศกาลปีใหม่ไทย ‘มหาสงกรานต์ ถนนข้าวฮาง ถิ่นไทสกล ละเบ๋อ’ สืบสานประเพณี กระตุ้นการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    สกลนครเตรียมเนรมิตเทศกาลปีใหม่ไทย ‘มหาสงกรานต์ ถนนข้าวฮาง ถิ่นไทสกล ละเบ๋อ’ สืบสานประเพณี กระตุ้นการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลนครสกลนคร จังหวัดสกลนคร นายเอกภพ โสภณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงาน “มหาสงกรานต์ ถนนข้าวฮาง ถิ่นไทสกล ละเบ๋อ 69” เพื่อสืบสานประเพณีและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดสกลนคร โดยมี นายนิวัตร อภัยจิตต์ รองนายกเทศมนตรีนครสกลนคร ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม ผู้แทนวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร  ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนครและ ผู้แทนเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ร่วมแถลงข่าว

    ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นโดยเทศบาลนครสกลนคร ร่วมกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ตลอดจนภาคีเครือข่าย ที่เตรียมเนรมิตความสนุกสุดยิ่งใหญ่ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 12-15  เมษายน 2569 ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ถนนข้าวฮาง  บริเวณถนนศูนย์ราชการ และวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร

    การจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นการชูเอกลักษณ์ “ข้าวฮาง” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาอันล้ำค่าของชาวสกลนคร ผสมผสานกับความรื่นเริงแบบทันสมัย โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น กิจกรรมก่อเจดีย์ทราย สรงน้ำพระ ห่มผ้าพระธาตุ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ สนุกสนานกับอุโมงค์น้ำ บนถนนข้าวฮาง การแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรีสากล  พร้อมขบวนแห่สุดตระการตาจากชุมชน และ คุ้มวัดต่าง ๆ มหกรรมอาหารปลอดภัย อิ่มอร่อยกับเมนูพื้นถิ่นที่คัดสรรมาอย่างดี โดย เน้นย้ำ “สงกรานต์ไร้แอลกอฮอล์” เพื่อสร้างพื้นที่เล่นน้ำที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5743980/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26uWdNNxpMfzGfyuANo-tU

  • น้ำมันแพง ททท.ชวนเที่ยวใกล้บ้าน ปักหมุดสงกรานต์ 2569 และเทศกาลดนตรีระดับโลก

    น้ำมันแพง ททท.ชวนเที่ยวใกล้บ้าน ปักหมุดสงกรานต์ 2569 และเทศกาลดนตรีระดับโลก

         เมื่อโลกเปลี่ยนไป การท่องเที่ยวก็ต้องปรับตัว ล่าสุด ผู้ว่าการ ททท. ได้ออกมาเปิดเผยกลยุทธ์ใหม่ช่วงสงกรานต์ 2569 เพื่อรับมือกับสถานการณ์โลกที่ผันผวน โดยหันมาเน้นกระตุ้นตลาด “นักท่องเที่ยวระยะใกล้” และ “ไทยเที่ยวไทย” ผ่านแนวคิดที่เน้นความยั่งยืนและการประหยัดพลังงาน บอกเลยว่าสายเที่ยวอย่างเรามีแต่ได้กับได้

    ททท.ชวนเที่ยวใกล้บ้าน ปักหมุดสงกรานต์ 2569
    และเทศกาลดนตรีระดับโลก

    เทรนด์ใหม่ “เที่ยวใกล้บ้าน” ฮีลใจได้แบบยั่งยืน

         ททท. ส่งแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” มาเอาใจคนไทย โดยเน้นการเดินทางระยะสั้นที่ไม่ต้องเหนื่อยกับการขับรถไกลๆ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และยังได้สัมผัสเสน่ห์ของชุมชนท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง

    • ทำไมต้องเที่ยวใกล้บ้าน? เพราะยุคนี้เราให้ความสำคัญกับ Value over Volume หรือการเน้นคุณค่าของประสบการณ์มากกว่าจำนวนครั้งที่ไป แถมยังเป็นการช่วยกระจายรายได้สู่ “เมืองน่าเที่ยว” และชุมชนเล็กๆ ทั่วประเทศด้วยครับ

    สงกรานต์ 2569 จัดใหญ่! ปักหมุด Maha Songkran World Water Festival

         สำหรับเดือนเมษายนที่กำลังจะถึงนี้ เตรียมตัวเปียกกันให้ฉ่ำกับงานสงกรานต์ระดับโลกที่ ททท. คัดมาให้

    • Maha Songkran World Water Festival 2026: จัดขึ้นวันที่ 11-15 เมษายน ณ สวนเบญจกิติ กรุงเทพฯ นำเสนอความยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมไทยผ่านแสงสีเสียงและภูมิปัญญาท้องถิ่น
    • Saneh Art by Songkran Festival: วันที่ 10-30 เมษายน ณ อุทยานเบญจสิริ และลานคนเมือง พบกับประติมากรรม 3 มิติขนาดใหญ่ 6 ชิ้นงานจากศิลปินไทยชื่อดัง
    • ไฮไลต์ทั่วไทย: ไม่ว่าจะเป็นงานที่ไอคอนสยาม, สยามพารากอน, สงกรานต์สุโขทัย, เล่นน้ำกับช้างที่อยุธยา, ถนนข้าวเหนียวที่ขอนแก่น หรือสงกรานต์กลางเลที่สมุย บอกเลยว่าใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น!

    World Class Event: Tomorrowland Thailand ครั้งแรกในเอเชีย!

         นี่คือข่าวใหญ่ที่สายปาร์ตี้ทั่วโลกต้องจารึก! ประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเป็น World Class Event Hub โดยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน Tomorrowland Thailand * วันที่ 11–13 ธันวาคม 2569 ที่ Wisdom Valley พัทยา จ.ชลบุรี เป็นการจัดเทศกาลดนตรีเต็มรูปแบบครั้งแรกในเอเชีย ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและคนรุ่นใหม่จากทั่วโลกให้มาเช็กอินที่เมืองไทย

    สรุปภาพรวมการท่องเที่ยว

         ททท. พบว่านักท่องเที่ยวจีนเติบโตขึ้นถึง 38% ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงเร่งเจาะตลาดระยะใกล้ (จีน, มาเลเซีย, อินเดีย) ทดแทนกลุ่มระยะไกลที่เริ่มชะลอตัวจากราคาน้ำมัน เพื่อรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

         สรุปสั้นๆ สำหรับสายเที่ยว สงกรานต์นี้ใกล้ที่ไหนเที่ยวที่นั่น เน้นกินของดีชุมชน แล้วเตรียมเก็บเงินไว้ไปแดนซ์กระจายที่ Tomorrowland ปลายปีนี้กันครับ

    ====================

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/pGoeJ3QJ4dl6&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NHlEqjI1Zlcsu1y8Rw03D

  • สายการบิน-น้ำมันฉุดเที่ยวไทย ททท.ลุยตลาดใกล้ แก้เกมท่องเที่ยว

    สายการบิน-น้ำมันฉุดเที่ยวไทย ททท.ลุยตลาดใกล้ แก้เกมท่องเที่ยว

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์การเดินทางเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในช่วงวันที่ 1-31 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่า นักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลาง เริ่มได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และมีแนวโน้มชะลอการเดินทางจากข้อจำกัดทางด้านที่นั่งสายการบิน และผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น

    economic-business-thai-airline-fuel-tourism-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ททท. จึงได้เร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ อาทิ จีน มาเลเซีย อินเดีย ซึ่งเป็นฐานตลาดนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่และมีแนวโน้มเติบโตดีเพื่อเป็นตลาดทดแทน โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่มีสัญญานการเติบโตเชิงบวกอย่างเห็นได้ชัดถึงร้อยละ 38 ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

    economic-business-thai-airline-fuel-tourism-SPACEBAR-Photo03.jpg

    นอกจากนี้ ยังมุ่งกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวไทยด้วยแคมเปญ ‘ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป’ ผ่านแนวคิด ‘เที่ยวใกล้บ้าน’ เน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชุมชน สอดรับกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวชาวไทยออกเดินทางในระยะใกล้ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ควบคู่กับการกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ

    พร้อมกันนี้ ททท. เดินหน้าผลักดันการจัดกิจกรรมและเทศกาลท่องเที่ยว (Event Marketing) ในหลากหลายมิติ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น เทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนเมษายนนี้

    economic-business-thai-airline-fuel-tourism-SPACEBAR-Photo01.jpg

    นอกจากนี้ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ในการเป็น World Class Event Hub Destination ประเทศไทยยังมีกำหนดเป็นเจ้าภาพการจัดงาน Tomorrowland Thailand การจัดเทศกาลเต็มรูปแบบในเอเชียครั้งแรก ระหว่างวันที่ 11–13 ธันวาคม 2569 ณ Wisdom Valley พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งคาดว่าจะสร้างแรงดึงดูดในการเดินทาง กระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้ได้อย่างเต็มศักยภาพ

    “ททท. เชื่อมั่นว่าการปรับกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะสั้น พร้อมทั้งวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว สอดคล้องกับทิศทาง “The New Thailand” ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่า (Value over Volume) และการยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวในทุกมิติ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความท้าทายของสถานการณ์โลกในปัจจุบัน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spacebar.th/business/economic-business-thai-airline-fuel-tourism&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XNwSGfwUOnG7jXC-w2c6A

  • ธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  และธนาคารพาณิชย์ที่ร่วมให้บริการ เดินหน้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านค้าในแหล่งท่องเที่ยวหลักหันมาใช้ QR ร้านค้าในการรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    ธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ที่ร่วมให้บริการ เดินหน้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านค้าในแหล่งท่องเที่ยวหลักหันมาใช้ QR ร้านค้าในการรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และธนาคารพาณิชย์ที่ร่วมให้บริการ เดินหน้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านค้าในแหล่งท่องเที่ยวหลักหันมาใช้ QR ร้านค้าในการรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและสนับสนุนการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัล ภายใต้ธีม Scan Thailand – Pay Like A Local  โดยจัดกิจกรรมครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ ห้องอภิชา ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายณัฐพงศ์ วงศ์คำปิน เป็นประธานเปิดงาน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเดินสายในศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ เพื่อแนะนำและสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ให้สามารถนำ QR ร้านค้าไปใช้งานได้จริง

    rn

     

    rn

    การเตรียมความพร้อมให้แก่ร้านค้าใช้ QR ร้านค้าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรองรับ Cross-border Payment จากนักท่องเที่ยวในประเทศและเขตเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว กระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมผลักดันระบบการชำระเงินดิจิทัลของไทยให้เชื่อมโยงในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน

    rn”}}” id=”02″>

    ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และธนาคารพาณิชย์ที่ร่วมให้บริการ เดินหน้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านค้าในแหล่งท่องเที่ยวหลักหันมาใช้ QR ร้านค้าในการรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและสนับสนุนการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัล ภายใต้ธีม Scan Thailand – Pay Like A Local  โดยจัดกิจกรรมครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ ห้องอภิชา ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายณัฐพงศ์ วงศ์คำปิน เป็นประธานเปิดงาน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเดินสายในศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ เพื่อแนะนำและสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ให้สามารถนำ QR ร้านค้าไปใช้งานได้จริง

    การเตรียมความพร้อมให้แก่ร้านค้าใช้ QR ร้านค้าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรองรับ Cross-border Payment จากนักท่องเที่ยวในประเทศและเขตเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว กระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมผลักดันระบบการชำระเงินดิจิทัลของไทยให้เชื่อมโยงในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bot.or.th/th/news-and-media/activities/activities-20260401.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lPhLbkLm2fQiH6HzqqAEe

  • “ศักดิ์ชัย” เปิดตัวชิงนายกพัทยา ชูโมเดลพัทยา 24 ชั่วโมง แก้ปัญหาระดับเส้นเลือดฝอย

    “ศักดิ์ชัย” เปิดตัวชิงนายกพัทยา ชูโมเดลพัทยา 24 ชั่วโมง แก้ปัญหาระดับเส้นเลือดฝอย

    Loading…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/fast/content/2924072&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zz4xvFkwhNnLl145EQft8

  • ผู้ว่าททท.หวังสงครามยุติใน 1-3 เดือน คาดต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ 30-34 ล้านคน เร่งพลิกวิกฤต

    ผู้ว่าททท.หวังสงครามยุติใน 1-3 เดือน คาดต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ 30-34 ล้านคน เร่งพลิกวิกฤต

    ผู้ว่าททท.ถอดรหัสท่องเที่ยวไทย ปี 2569 ยันฟื้นตัวแต่ยังเปราะบาง

    วันนี้(วันที่ 2 เมษายน 2569) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยในปี 2569 ว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในช่วงต้นปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะ “ฟื้นตัวแต่ยังเปราะบาง

    แม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้น จากสัญญาณการฟื้นตัวบางส่วน โดยเฉพาะจากตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และกิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงต้นปี แต่การฟื้นตัวยังไม่สามารถกลับไปสู่ระดับเดียวกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าได้อย่างเต็มที่

    ล่าสุดความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ต่อสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงกลางปีนี้ เนื่องจากเข้าสู่ช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว

    ประกอบกับแรงกดดันด้านต้นทุนและปัจจัยภายนอกประเทศที่ยังคงสูง ทั้งราคาพลังงาน ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และอัตราแลกเปลี่ยน การลดลงของดัชนีคาดการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่า การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยังไม่มีความต่อเนื่องและยังเปราะบางต่อแรงกระแทกจากปัจจัยภายนอก

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2569  ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ภายใต้การฟื้นตัว และแรงกดดันเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ดังนี้

    • วิกฤตต้นทุนและภูมิรัฐศาสตร์

    ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการเดินทาง และค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน นอกจากนี้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ยังส่งผลให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน หรือบินอ้อมพื้นที่เสี่ยง

    ทำให้สถานการณ์ท่องเที่ยวในเดือนมีนาคม 2569 ตลาดท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล เช่น ยุโรปและอเมริกา เริ่มเห็นสัญญาณติดลบ หากสถานการณ์ยังไม่จบและมีสัญญาณบานปลาย

    • ความผันผวนของค่าเงินบาท

    ค่าเงินบาทที่แข็งค่าและผันผวนทำให้ประเทศไทยถูกมองว่ามีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เมื่อเทียบกับคู่แข่งสำคัญอย่างญี่ปุ่นและเวียดนาม ในขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ นักท่องเที่ยวจีนในช่วงต้นปี 2569 เติบโตต่อเนื่องกว่า 6.4 %

    • กำลังซื้อในประเทศที่จำกัด

    ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงทำให้คนไทยปรับพฤติกรรมเป็นการท่องเที่ยวแบบ “สั้น ใกล้บ้าน และประหยัด” มากขึ้น

    สถานการณ์ท่องเที่ยวไทย ปี 2569

    ททท.ปรับคาดการณ์ ชี้หากสงครามยุติภายใน 1-3 เดือน ต่างชาติเที่ยวไทย 3034 ล้านคน

    นางสาวฐาปนีย์ กล่าวต่อว่า เป้าหมายการท่องเที่ยวในปี 2569 ททท.ได้ปรับคาดการณ์ กรณีสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยุติภายใน 1-3 เดือน คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางมาเที่ยวไทย 30-34 ล้านคน ลดลงจากเป้าหมาย 18 % แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง จากการชะลอตัว ของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา

    ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยจะมีการเดินทาง จำนวน 206 ล้านคน-ครั้ง ลดลงร้อยละ 3 จากเป้าหมาย คาดว่าจะสร้างรายได้รวมราว 2.58 ล้านล้านบาท

    เร่งพลิกวิกฤตเป็นโอกาส พลิกโฉมสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ

    ทั้งนี้เพื่อให้ก้าวข้ามความท้าทายนี้ การฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะถัดไป ททท.จำเป็นต้องปรับแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ จากการมุ่งเน้นปริมาณนักท่องเที่ยวไปสู่การให้ความสำคัญกับ “คุณค่าทางเศรษฐกิจ” และ “ความยั่งยืน” มากยิ่งขึ้น ได้แก่

    1. “Value over Volume” ไทยจะเปลี่ยนแกนการสื่อสารจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวราคาถูก (Mass Tourism) สู่การเป็น High-value Tourism มุ่งเน้นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง เช่น Digital Nomad, Wellness & Health Tourism, และกลุ่ม Premium FIT ซึ่งจะทำให้เกิดการพำนักระยะยาว และเพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวสูงขึ้น 
    2. การสื่อสารเชิงรุกและใช้เทคโนโลยี เพื่อลดช่องว่างระหว่างข่าวเชิงลบในโซเชียลมีเดียกับความเป็นจริง ททท. มุ่งใช้ Influencer และ KOL ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Xiaohongshu และ Douyin สำหรับตลาดจีน รวมถึง TikTok และ YouTube สำหรับตลาดตะวันตก เพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นในประเด็นความปลอดภัย และจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5
    3. การกระจายรายได้สู่เมืองรอง (Community Plus) ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองในรูปแบบ “แพ็กเกจประสบการณ์สำเร็จรูป” ที่เชื่อมโยงการเดินทางและระบบ Digital Payment เข้าด้วยกัน เน้นการทำตลาดตาม Theme เฉพาะกลุ่ม เช่น สายมู สายกิน สายสุขภาพ สายกีฬา สายผจญภัย สายสันทนาการ & คอนเสิร์ต หรือสาย Slow Life 
    4. การพยุง SMEs ท่องเที่ยว โดยททท.จะทำหน้าที่เป็น “ตัวเชื่อม” ระหว่างผู้ประกอบการ ภาคการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลักดันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และมาตรการภาษีเพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อย เสริมสร้างศักยภาพและการสร้างความแตกต่างด้านบริการ เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) ไปได้ รักษาผู้ประกอบการให้อยู่ในระบบ ลดการแข่งขันตัดราคา และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

    ขับเคลื่อน 5 มาตรการฝ่าวิกฤต

    นอกจากนี้ททท.ได้หารือกับ 10 หน่วยงานภาคเอกชน เพื่อนำเสนอมาตรการในการช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างเหมาะสมและทันท่วงที ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

    ผู้ว่าททท.หวังสงครามยุติใน 1-3 เดือน คาดต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ 30-34 ล้านคน เร่งพลิกวิกฤต

    พร้อมข้อเสนอเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัว ของภาคการท่องเที่ยวไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ สมดุล และยั่งยืน พร้อมรองรับความผันผวนในอนาคต และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศในภาพรวมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลพิจารณามาตรการที่เหมาะสมต่อไป

    ผู้ว่าททท.ยังกล่าวต่อว่า  การพิจารณาแนวทางเพื่อกำหนดมาตรการการท่องเที่ยว จะประกอบด้วย 5 แนวทางหลัก ได้แก่ 

    1.หลีกเลี่ยงการดำเนินนโยบายที่อาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและส่งผลกระทบต่อระบบการท่องเที่ยวโดยไม่จำเป็น โดยมุ่งป้องกันไม่ให้มาตรการด้านพลังงานกลายเป็นปัจจัยเร่งให้การเดินทางและการท่องเที่ยวชะงักงันในภาพรวม โดยเฉพาะจากความเสี่ยงด้านการขาดแคลนพลังงานในภาคการขนส่ง ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ

    พร้อมดำเนินมาตรการลดต้นทุนการบินในเส้นทางระหว่างประเทศผ่านโครงการ “Thailand Summer Blast” อย่างต่อเนื่องจนถึงเดือนกรกฎาคม 2569 

    2.รักษาและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการต่ออายุวีซ่า (VISA) และการจัดทำโปรโมชั่นเพื่อส่งเสริมการพำนักในประเทศไทย ด้วย “มาตรการขยายระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ” ที่ยังคงเชื่อมั่นและยังคงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย     

    3.สนับสนุนการเดินทางระยะไกล และการเดินทางภายในภูมิภาคที่ก่อให้เกิดมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด “Peace Tourism” ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน สร้างสรรค์ และมีศักยภาพต่อการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางระหว่างประเทศ

    4. ส่งเสริมการกระจายรายได้สู่เมืองรอง และพื้นที่ชุมชน ผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ภายใต้แนวคิด “ไทยเที่ยวไทย” และ “Community Plus” ด้วยการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ กลุ่มเพื่อน กลุ่มครอบครัว และกลุ่มข้าราชการ ผ่านรูปแบบ Carpool เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร

    ผู้ว่าททท.หวังสงครามยุติใน 1-3 เดือน คาดต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ 30-34 ล้านคน เร่งพลิกวิกฤต

    รวมถึงการชักชวนคนไทยเดินทางท่องเที่ยวใกล้บ้าน จุดประกายและยกระดับแหล่งท่องเที่ยว Hidden Gems ทั่วประเทศ

    5. ผลักดันการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยมุ่งยกระดับคุณภาพของกิจกรรมการท่องเที่ยวและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้มีความเข้มแข็งในเชิงคุณค่า

    ผู้ว่าททท.หวังสงครามยุติใน 1-3 เดือน คาดต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ 30-34 ล้านคน เร่งพลิกวิกฤต

    ควบคู่กับการสื่อสารภาพลักษณ์ด้านความเชื่อมั่นในการเดินทาง ความปลอดภัย และมาตรฐานแหล่งพำนักรวมถึงการให้บริการที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวพำนักระยะยาว และสินค้าการท่องเที่ยวกลุ่ม Health & Wellness ทั้งด้านการดูแลสุขภาพ การพักฟื้น และการท่องเที่ยวเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายจากทั่วโลก 

    รวมทั้งททท. ได้จัดตั้ง “คณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน” เพื่อทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์ ประเมินผลกระทบ ขับเคลื่อน กำกับ และติดตามการดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการวางฐานเชิงโครงสร้าง

    เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวไทยจากการฟื้นตัวเชิงปริมาณไปสู่การฟื้นตัวเชิงคุณภาพ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืน เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว กลับมาเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่ง และยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/655574&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jc9u88cGAGSz8MQjd5D9k

  • แก้เกมสู้วิกฤตพลังงาน! ททท. ดัน “เที่ยวใกล้บ้าน” ชูอีเวนต์โลกดึงต่างชาติ

    แก้เกมสู้วิกฤตพลังงาน! ททท. ดัน “เที่ยวใกล้บ้าน” ชูอีเวนต์โลกดึงต่างชาติ

    แก้เกมสู้วิกฤตพลังงาน! ททท. ดัน “เที่ยวใกล้บ้าน” ชูอีเวนต์โลกดึงต่างชาติ

    ททท. ปรับเกมรุกสู้วิกฤตน้ำมัน ดันตลาด “เที่ยวใกล้บ้าน” พลิกโฉม Event Marketing ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อรับมือกับสัญญาณการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล โดยหันมาให้ความสำคัญกับการกระตุ้นตลาดในประเทศและนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ (Short-haul) ด้วยกลยุทธ์ที่เน้นความคุ้มค่าและประสบการณ์ระดับโลก
     

    แก้เกมสู้วิกฤตพลังงาน! ททท. ดัน “เที่ยวใกล้บ้าน” ชูอีเวนต์โลกดึงต่างชาติ

    พลิกวิกฤตพลังงานสู่เทรนด์ “เที่ยวใกล้บ้าน”

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่าจากการประเมินสถานการณ์ในเดือนมีนาคม 2569 พบว่านักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล โดยเฉพาะตะวันออกกลาง เริ่มลดลงเนื่องจากข้อจำกัดด้านที่นั่งสายการบินและราคาค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงตามราคาน้ำมัน ททท. จึงเร่งผลักดันแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ภายใต้แนวคิด “เที่ยวใกล้บ้าน”

    กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางให้นักท่องเที่ยวชาวไทย แต่ยังสอดรับกับเทรนด์ความยั่งยืนที่เน้นการท่องเที่ยวชุมชนและกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าจากประสบการณ์มากกว่าปริมาณ

    ชู “สงกรานต์-อีเวนต์โลก” ปักหมุด World Class Destination

    เพื่อทดแทนตลาดที่หายไป ททท. ได้รุกหนักในตลาดระยะใกล้ เช่น จีน (ซึ่งเติบโตเด่นชัดถึงร้อยละ 38) มาเลเซีย และอินเดีย โดยใช้ Event Marketing เป็นตัวนำทัพ ไฮไลต์สำคัญคือการยกระดับเทศกาลสงกรานต์สู่ระดับสากลผ่านงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 และการเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Tomorrowland Thailand ในช่วงปลายปี เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและคนรุ่นใหม่ แก้เกมสู้วิกฤตพลังงาน! ททท. ดัน “เที่ยวใกล้บ้าน” ชูอีเวนต์โลกดึงต่างชาติ

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า: “นักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลเริ่มได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และมีแนวโน้มชะลอการเดินทางจากข้อจำกัดทางด้านที่นั่งสายการบิน และผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ททท. จึงได้เร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกเพื่อรับมือ โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ อาทิ จีน มาเลเซีย อินเดีย ซึ่งเป็นฐานตลาดขนาดใหญ่เพื่อเป็นตลาดทดแทน”

    “เรามุ่งกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศผ่านแนวคิด ‘เที่ยวใกล้บ้าน’ สอดรับกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวชาวไทยออกเดินทางในระยะใกล้ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ควบคู่กับการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ”

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.

    “ททท. เชื่อมั่นว่าการปรับกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะสั้นพร้อมทั้งวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว สอดคล้องกับทิศทาง ‘The New Thailand’ ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่า (Value over Volume) ในทุกมิติ”

    แก้เกมสู้วิกฤตพลังงาน! ททท. ดัน “เที่ยวใกล้บ้าน” ชูอีเวนต์โลกดึงต่างชาติ  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/740299&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xn6Zsuv-xafk1Yw05LSgY

  • พาณิชย์ชูอาหารไทย ‘Soft Power’ ดันตลาดโต 7 แสนล้านบาทปี 69

    พาณิชย์ชูอาหารไทย ‘Soft Power’ ดันตลาดโต 7 แสนล้านบาทปี 69

    พาณิชย์ชูอาหารไทย ‘Soft Power’ ดันตลาดโต 7 แสนล้านบาทปี 69

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการกระตุ้นธุรกิจร้านอาหาร รวมถึงผลักดันอาหารไทยในการสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ท้องถิ่น และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติ

    ทั้งนี้ กรมฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับร้านอาหารไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอาหารไทยถือเป็น Soft Power สำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของประเทศ อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ จ้างงาน และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น 

    โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569 มูลค่าตลาดร้านอาหารไทยจะอยู่ที่ประมาณ 7 แสนล้านบาท ล่าสุดกรมได้ดำเนินการร่วมกับพันธมิตร 25 รายผ่านกิจกรรมเที่ยว ฟิน  กิน Thai SELECT ปี 3 ผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT

    ซึ่งถือเป็นกลไกลในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจบริการของประเทศ ผ่านการส่งเสริมธุรกิจร้านอาหารไทยควบคู่กับการท่องเที่ยว การตลาด และการสร้างภาพลักษณ์ที่เข้มแข็งให้กับประเทศไทย 

    อย่างไรก็ดี กรมฯ ยังมีการประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านสื่อออนไลน์ รายการโทรทัศน์ และผู้ทรงอิทธิพลด้านอาหารทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยาย การรับรู้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในระดับสากล รวมถึงอบรมทั้งรูปแบบ on-site และ online เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ด้านการบริหารจัดการ การสร้างแบรนด์ และการตลาดยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง

    “แคมเปญดังกล่าวจะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้นักชิมออกไปค้นหาร้านอาหารไทยคุณภาพทั่วประเทศ เชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว และสร้างประสบการณ์ใหม่ที่สามารถแปลงเป็นรายได้ในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยจะมีตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 30 มิ.ย. 69“

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/655558&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35Nhhh_PqMN0rRuU2mXjav

  • EECO เดินหน้าโครงการ EEC Select Best Service 2026 ปั้นบริการชุมชนสู่สากล

    EECO เดินหน้าโครงการ EEC Select Best Service 2026 ปั้นบริการชุมชนสู่สากล

    วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.08 น.

    EECO เดินหน้าโครงการ EEC Select Best Service 2026 ปั้นบริการชุมชนสู่สากล ภายใต้แนวคิด SERVICE + SMART + SMILE

    สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดตัวโครงการ “EEC Select Best Service 2026” อย่างเป็นทางการ มุ่งยกระดับผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ EEC สู่มาตรฐานบริการคุณภาพ ด้วยกรอบแนวคิด “SERVICE + SMART & SMILE” ถ่ายทอดความเชี่ยวชาญที่เปี่ยมด้วยคุณค่าส่งต่อสู่ความเชื่อมั่นและรอยยิ้มแห่งความสุขของผู้บริโภค ภายใต้ความหมาย  E EXPERT ผู้ผลิตมีทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ สร้างความแตกต่างและโดดเด่น  E EXCELLENCE ผลิตภัณฑ์เป็นที่ต้องการ และตอบโจทย์ Lifestyle คนวิถีปัจจุบัน C CERTAINTY  ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจ เชื่อใจ   ที่ได้รับสินค้าที่เป็นธรรม

    ในปีนี้ มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อ “เครื่องหมายตรารับรองมาตรฐานในบริการและผลิตภัณฑ์” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มโอกาสการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในเขตพื้นที่อีอีซี มุ่งต่อยอดอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสานนวัตกรรมและมาตรฐานสากล เพื่อผลักดันบริการชุมชนไทยสู่การยอมรับในระดับสากล Local Roots to Global Reach

    ในการคัดเลือกครอบคลุม 5 กลุ่มประเภทบริการ ดังนี้

    1) ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

    2) ธุรกิจสปาและสุขภาพ

    3) ธุรกิจที่พักและโรงแรม

    4) ธุรกิจสถานประกอบการท่องเที่ยวชุมชน

    5) ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการ

    สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกได้กำหนดกรอบการประเมินใน 5 ด้านที่สำคัญ เพื่อสะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการอย่างรอบด้าน ได้แก่ ด้านปัจจัยที่ใช้ในการผลิต/ให้บริการ ด้านการสร้างคุณค่าและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้านขั้นตอนและกระบวนการให้บริการ ด้านความโดดเด่นการให้บริการด้านการตลาด

    ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และประธานการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบประเภทบริการ EEC Select Best Service 2026  กล่าวว่า “EEC Select Best Service จะเป็นกลไกการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ของพื้นที่ชุมชนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครอบคลุมทั้ง 3 จังหวัด โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนในพื้นที่ สามารถปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงจากการขยายตัวของเมืองและเศรษฐกิจสมัยใหม่ได้อย่างเหมาะสม โดยการสร้างความรู้และความเข้าใจให้ประชาชนก้าวทันต่อการพัฒนาสู่การยกระดับมาตรฐานทั้งด้านการบริการ และผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการ”

    ก้าวสำคัญของการยกระดับศักยภาพให้พร้อมสู่การแข่งขันในระดับสากลจากการดำเนินโครงการฯ ในครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังความเชี่ยวชาญจากผู้มากด้วยประสบการณ์ที่หลากหลายครบทุกมิติ อาทิ ดร.จุฬา  สุขมานพ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพิเศษภาคตะวันออก ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายนวัตกรรมสู่การผลักดันการพัฒนาเชิงพื้นที่ คุณอัครวิชย์ เทพาสิต รองผู้ว่าการ สำนักงานท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวชุมชนยกระดับความพร้อมสู่การท่องเที่ยวในมาตรฐานสากล คุณเชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ และ รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมพร้อมขับเคลื่อนแนวคิด ESG เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) , คุณณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กรรมการบริหารในเครือนายเลิศกรุ๊ป จำกัด พร้อมด้วยคุณปารีสา จาตนิลพันธุ์, คุณวิรัตน์ ศิริสกุลงาม และ ดร.จิตรกร เผด็จศึก ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการธุรกิจและการตลาด, คุณณีรนุช อาภาจรัส ผู้เชี่ยวชาญจากกรมอนามัย และ ดร.ดารินันท์ นันทวงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาชุมชนสู่ความยั่งยืน

    ดร.จุฬา สุขมานพ กล่าวปิดท้ายว่า “หัวใจสำคัญของ EEC Select คือการดึงศักยภาพที่แท้จริงของชุมชนออกมา เราไม่ได้แค่นำเสนอสินค้า แต่เรากำลังนำ Local Wisdom หรือภูมิปัญญาที่เป็นเอกลักษณ์มาเจียระไนใหม่ให้กลายเป็นจุดขายระดับสากล เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าพื้นที่ EEC มี “ของดี” ที่พร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน”

    ในขณะที่ คุณอัครวิชย์ เทพาสิต รองผู้ว่าการด้านบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวเสริมว่า “EEC Select Best Service คือการยกระดับบริการชุมชน ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมีเรื่องราว ถือว่าเป็น 3 จังหวัดหลักด้านการท่องเที่ยว เป็นหัวใจหลักของภาคตะวันออกที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก บทบาทของ ททท. คือทำให้ของดีของชุมชน ถูกมองเห็นในตลาดที่ใช่ เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่เส้นทางการท่องเที่ยวหลักของประเทศ”

    คุณณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กรรมการบริหารในเครือนายเลิศกรุ๊ป จำกัด เผยว่า เกณฑ์คัดเลือก “EEC Select Best Service” เน้นมาตรฐานสากลที่ผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น ที่ส่งมอบ “ประสบการณ์โดยรวม” ที่มีคุณภาพและรักษามาตรฐานความสม่ำเสมอได้อย่างต่อเนื่อง พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ต้องหาจุดแข็งของตัวเองให้เจอ มี Storytelling ที่ดี และรู้ด้วยว่ากำลังสื่อสารกับใคร สร้างความแตกต่างสู่บริการที่สร้างความประทับใจ

    ด้าน คุณปารีสา จาตนิลพันธุ์ ที่ปรึกษาด้านความร่วมมือทางธุรกิจ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ชูโมเดลความร่วมมือภาคเอกชน พร้อมยกระดับอัตลักษณ์ชุมชนในพื้นที่ EEC เข้าสู่ “แพลตฟอร์ม” และ “ตลาดที่เหมาะสม” เพื่อร่วมผลักดันให้สินค้าชุมชนก้าวสู่ตลาดโลก และส่งเสริมให้ชุมชนทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ด้วยการให้ความรู้และช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต่อยอดด้วยการทำ Co-creation และ Co-branding กับแบรนด์ต่าง ๆ

    ด้วยพลังความร่วมมือของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญครบถ้วนในทุกมิติ ที่พร้อมร่วมกันขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการภายใต้โครงการ EEC select Best Service ได้มาตรฐานทั้งในด้านการบริการและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืน  โครงการ EEC Select Best Service 2026 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค นักท่องเที่ยว และนักลงทุน เพื่อเชื่อมโยงโอกาสและสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่อีอีซีอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/956232&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zcFLBlCLePGa5BknOsMyJ