Category: ท่องเที่ยว

  • เศรษฐีอาหรับแห่ซื้อเช่าอสังหา บูมเมืองท่องเที่ยว

    เศรษฐีอาหรับแห่ซื้อเช่าอสังหา บูมเมืองท่องเที่ยว

    “ออริจิ้น” ส่งสัญญาณบ้านแพง! จ่อปรับขึ้นราคา 3-5% ช่วงไตรมาส 2-3 นี้ หลังแบกต้นทุนก่อสร้างพุ่งไม่หยุด ชี้วิกฤตน้ำมันและสงครามตะวันออกลางพ่นพิษซ้ำเติมตลาดอสังหาฯ ที่กำลังซื้อในประเทศยังอ่อนแรง

        
         อสังหาฯ แก้เกมกำลังซื้อคนไทยอ่อนแอ ปักธงตลาดต่างชาติ  แนะรัฐพลิก วิกฤตสงครามอาหรับ ดึงเศรษฐีช็อป จี้ยืดเช่า 60-90 ปี ให้โควตาซื้อบ้าน 24%  “อนันดา” เผยสัญญาณเริ่มมา “โบรกเกอร์” ไหลเข้า ASW-แสนสิริ- เอพี-เสนา ชูลองสเตย์วีซ่า ปั้นไทย Second Home โลก เชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย หัวหินคึก อิสราเอล พม่ามาแรง

        นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดอสังหาฯ ยังคงซบเซาต่อเนื่อง จากกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแรงและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและไทย ขณะที่ต้นทุนก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นตามวิกฤตน้ำมันและสงครามตะวันออกลาง คาดว่าในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 นี้จะเห็นราคาบ้านปรับขึ้น 3-5% แต่ยังเห็นโอกาสกำลังซื้อจากต่างชาติที่เข้ามาซื้ออสังหาฯ ในกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา ไม่ว่าจีน ไต้หวัน พม่า ล่าสุดอิสราเอล ดูไบ และอาหรับที่เริ่มเข้ามาหลังเกิดสงคราม ซึ่งประเทศไทยติดท็อป 5 ที่ต่างชาติเลือกมาซื้อบ้านหลังที่สองหรือซื้อเพื่อการลงทุน

       ขยายเช่า 90 ปี-ซื้อบ้านได้ 24%

        “หลังสงครามตะวันออกกลาง มีอิสราเอล ดูไบ อาหรับ มาซื้อโครงการของออริจิ้นร่วม 10 ยูนิต เป็นวิลล่า 30-40 ล้านบาทที่ภูเก็ตและคอนโดฯ ทั้งแบบขายขาด (Freehold) และสิทธิเช่า 30+30 ปี (Leasehold) ถือว่าเป็นโอกาสในวิกฤตของตลาดอสังหาฯ ไทย อยากให้รัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนให้ต่างชาติซื้อบ้านในโครงการจัดสรรได้ 24% เหมือนคอนโดฯ ที่ซื้อได้ 49% ของพื้นที่ขาย และขยายสิทธิเช่าจาก 30 ปีเป็น 90 ปี”

       นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า จากสงครามตะวันออกกลางเริ่มเห็นสัญญาณการทะลักเข้ามาของต่างชาติจากโบรกเกอร์ เพื่อนำข้อมูลเสนอชาวดูไบในการประกอบการตัดสินใจซื้อ แต่การอยู่อาศัยจริงยังไม่เกิด มีเพียงการเดินทางเข้ามาพักอาศัยในระยะสั้น

        “ปัจจุบันตลาดต่างชาติของไทยมี 4 สัญชาติหลัก ได้แก่ จีน ไต้หวัน รัสเซีย พม่า จากความไม่สงบด้านสงครามการเมือง สงครามการค้า ทำให้ไทยเป็นสวรรค์ของชาวต่างชาติ ด้วยค่าเงิน ราคาอสังหาฯ มีเสถียรภาพ ระบบการแพทย์ การศึกษา ที่ดี และเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจาก ภัยพิบัติและสงครามไม่รุนแรงมากนัก”

        ทั้งนี้ตลาดต่างชาติกินสัดส่วนการโอนคอนโดฯ ทั้งประเทศ 20-25% ไม่นับ รวมนอมินีที่ซื้อบ้านพร้อมที่ดิน ซึ่งรัฐบาลต้องปรับโครงสร้างเพื่อรองรับต่างชาติคุณภาพเข้ามา โดยปรับสัญญาเช่าให้มีระยะยาวมากขึ้น เช่น 60 ปี ประกอบกับการเสียภาษีที่ถูกต้อง เพื่อให้การซื้อขาย ของชาวต่างชาติเข้ามาอุดหนุนคนที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัยหรือบ้านหลังแรก ลดความเหลื่อมล้ำด้านที่อยู่อาศัยในระยะยาว

        “ไทยต้องใช้จังหวะนี้ปรับโครงสร้าง วางกฎระเบียบให้การซื้ออสังหาฯ ของต่างชาติถูกควบคุมโดยคนไทย เราหลีกเลี่ยง เรื่องพวกนี้ไม่ได้ เพราะไทยเป็น Global Property ต้องอาศัยแรงงานต่างชาติมา

    ขับเคลื่อนประเทศ และแก้ปัญหาระยะยาว เช่น นอมินี”

       ASW ยอดพุ่ง 20%

        นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า บริษัทร่วมมือกับบริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด เชื่อมการลงทุนอสังหาฯ กับบริการวีซ่าสำหรับต่างชาติ สิทธิประโยชน์ ได้แก่ ฟรีค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าระยะยาวปีแรก, มอบสิทธิสมาชิกต่อเนื่อง 20 ปี, บริการช่องทางพิเศษ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2 ครั้ง ตลอดอายุสมาชิก และบริการประสานงาน- ดูแลอสังหาฯ แบบครบวงจร

        “กำลังซื้อคนไทยยังมี แต่อาจติดปัญหาเครดิตสินเชื่อและภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ยอดขายลดลง แต่อสังหาฯ ยังเป็นปัจจัย 4 แค่เป็นสินค้าชิ้นใหญ่ มูลค่าสูง กำลังซื้ออาจชะลอ ส่วนตลาดต่างชาติไตรมาส 1/2569 แอซเสทไวส์ได้รับผลตอบรับดี เป็นไฮซีชั่นต่อเนื่องไตรมาส 4/2568 ยอดขายเพิ่มขึ้น 20% จากภัยสงครามเริ่มมีต่างชาติสนใจ มากขึ้น ดูตัวเลขโรงแรมที่ดีขึ้นจาก นักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลาง มีแนวโน้ม อยู่ยาวขึ้น”

        นายกรมเชษฐ์กล่าวว่า อยากให้รัฐขยายสิทธิเช่าต่างชาติเป็น 60-70 ปี ดึงเงินเข้าประเทศ และใช้กลยุทธ์ Second Home of the World ให้เมืองไทยเป็นบ้านหลังที่สองของโลก อีกทั้งขยายใบอนุญาตทำงานกลุ่มแรงงานประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ซึ่งการเข้ามาทำงานในไทย 5-10 ปีเพียงพอต่อความกล้าใช้ชีวิต และซื้ออสังหาฯ อยู่ในไทย

        แสนสิริ-เอพีชูลองสเตย์วีซ่า

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันอสังหาฯ หลายบริษัทร่วมกับบริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ ให้บริการวีซ่าระยะยาวสำหรับต่างชาติซื้ออสังหาฯ 3 ล้านบาทขึ้นไป โดย บมจ.แสนสิริให้สิทธิฟรีค่าดำเนินการวีซ่าระยะยาว, บริการด่วนประสานงานยื่นขอวีซ่า และ Airport Fast Track เริ่มที่โครงการภูเก็ต รีอา บาย แสนสิริ โดยแสนสิริตั้งเป้ายอดขายต่างชาติปี 2569 อยู่ที่ 6,400 ล้านบาท

        บมจ.เอพี ไทยแลนด์ ซื้อคอนโดฯ THE ADDRESS, RHYTHM, LIFE และ ASPIRE ฟรีค่าสมัครวีซ่าปีแรก, สิทธิ์สมาชิก Thailand Longstay (TLM) 20 ปี และบริการช่องทางพิเศษที่สนามบิน 4 ครั้งต่อปีตลอดอายุสมาชิก

        บมจ.เสนาดีเวลลอปเมนต์ ซื้อคอนโดฯ โครงการปิติ สุขุมวิท 101, นิช โมโน บางโพ, เฟล็กซี่ เมกะ สเปซ บางนา, นิช โมโน พระราม 9, เฟล็กซี่ สาทรเจริญนคร และนิช โมโน รามคำแหง ฟรีค่าสมาชิก 20 ปี, ค่าธรรมเนียม 1 ปี, บริการตรวจสอบและเตรียมเอกสาร, บริการช่องทางพิเศษ สนามบินสุวรรณภูมิ 4 ครั้งต่อปี และบริการดูแล Priority Service ตลอดกระบวนการยื่น ขอวีซ่า

        จีนแผ่ว-พม่า-ยุโรป-อิสราเอลโต

        นายไซม่อน ลี ประธานกรรมการ บริษัท แองเจิล เรียลเอสเตท คอนซัลแทนซี่ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดและขายอสังหาฯ กล่าวว่า ภาพรวมต่างชาติมาซื้ออสังหาฯ ในไทยยังมีสัญญาณที่ดี แม้ว่าตลาดจีนลดลงกว่า 10-30% โดยไต้หวันเพิ่มขึ้น 20% พม่าเพิ่มขึ้น 40% รัสเซียเพิ่มขึ้น 5-6% กลุ่มยุโรป เช่น ฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 20% อังกฤษเพิ่มขึ้น 20% เยอรมนีเพิ่มขึ้น 2-3% ส่วนอเมริกาลดลง 10%

        ส่วนใหญ่ซื้อลงทุนปล่อยเช่ารับผลตอบแทน และเป็นบ้านหลังที่สอง ระดับราคาตั้งแต่ 3-30 ล้านบาททั้งวิลล่าและคอนโดฯ โดยจังหวัดที่นิยมมีเชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย กรุงเทพฯ พัทยา หัวหิน ล่าสุดเริ่มขยายไปที่กระบี่ซึ่งกำลังซื้อทะลักมาจากภูเก็ตที่ราคาเริ่มแพงขึ้น

        “เดิมเราทำเฉพาะตลาดจีนและไต้หวัน ตอนนี้ขยายไปกลุ่มยุโรป รวมถึงอิสราเอลที่เข้ามาซื้อบ้านที่สมุย มากขึ้น จากเดิม 2-3% เป็น 10% ส่วนตะวันออกกลางและอาหรับเราเริ่มเข้าเจาะตลาดแล้ว โดยมองว่าอสังหาฯ ถือว่าเป็นเซฟโซนของนักลงทุน” นายไซม่อนกล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.reic.or.th/News/RealEstate/470737&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lijhVd0MKFoYKVgiYibGK

  • “อนุทิน” แบ่งงาน 7 รองนายกฯ “พิพัฒน์” คุมคมนาคม- ดีอี – “ยศชนัน” คุมกระทรวงโควตาเพื่อไทย

    “อนุทิน” แบ่งงาน 7 รองนายกฯ “พิพัฒน์” คุมคมนาคม- ดีอี – “ยศชนัน” คุมกระทรวงโควตาเพื่อไทย

    เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 มอบหมายอำนาจหน้าที่ในการกำกับบริหารราชการ และปฏิบัติราชการแทนในหน่วยงานต่าง ๆ ให้แก่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีรายละเอียดการแบ่งงานที่สำคัญดังนี้

    1.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม กำกับดูแล กระทรวงคมนาคม, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

    2.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ดูแล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (เฉพาะด้านกีฬา), กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงสาธารณสุข, รวมถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สทช.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)

    3.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ กระทรวงการคลัง, กระทรวงพลังงาน, สำนักงบประมาณ (บางส่วน), สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

    4.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ กำกับดูแลกระทรวงการต่างประเทศ, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สนช.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

    5.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ดูแลด้านเศรษฐกิจภาคบริการและอุตสาหกรรม ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (เฉพาะด้านการท่องเที่ยว), กระทรวงวัฒนธรรม, กรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

    6.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบด้านกฎหมายและระบบราชการ เช่น สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.), สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รวมทั้งราชการของราชบัณฑิตยสภา, กำกับดูแลและลงนามในเอกสารที่เกี่ยวกับเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษ และการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย

    7.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำกับดูแลด้านสังคมและทรัพยากรมนุษย์ ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง, สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)

    ส่วนรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 4 รายชื่อ ประกอบด้วย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี สั่งและปฏิบัติราชการแทนในกรมประชาสัมพันธ์, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ, บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)

    นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ดูแลองค์การมหาชน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) , สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน), องค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

    นายภราดร ปริศนานันทกุล รับผิดชอบสำนักงบประมาณ (บางส่วน), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และหน่วยงานด้านดิจิทัล/ไซเบอร์ ได้แก่ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สกมช.)

    นางสุขสมรวย วันทนียกุล ดูแลสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.), สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ

    อ่านข่าว :

    “อิหร่าน” ตอบรับข้อตกลงหยุดยิง พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 2 สัปดาห์

    “ทรัมป์” ตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ตั้งเงื่อนไข “อิหร่าน” ต้องเปิดฮอร์มุซ ทันที

    ยิงใกล้สถานกงสุลอิสราเอลในนครอิสตันบูล เสียชีวิต 1 เจ็บ 2

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504390&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fgTFJB1nIvYmfdDkW9xiD

  • อนุทิน แบ่งงานรองนายกฯ พิพัฒน์ คุมดีอี เอกนิติ ดูพลังงาน ศุภจี ลุยท่องเที่ยว

    อนุทิน แบ่งงานรองนายกฯ พิพัฒน์ คุมดีอี เอกนิติ ดูพลังงาน ศุภจี ลุยท่องเที่ยว

    วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.35 น.

    เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 เรื่องมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีประจำสำนักปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี

    1. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกฯ ดังนี้ กระทรวงคมนาคม,กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและมอบหมายให้กำกับดูแลหน่วยงานของรัฐ ดังนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

    พิพัฒน์ รัชกิจประการ

    2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (เฉพาะด้านกีฬา) ,กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุข และมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการ ดังนี้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ,สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ,สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(องค์การมหาชน)

    ทรงศักดิ์ ทองศรี

    3. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้ กระทรวงการคลังกระทรวงพลังงาน, สำนักงบประมาม (ยกเว้นที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของนายกรัฐมตรี
    ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ) นอกจากนี้มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสังและปฏิบัติราชการ ดังนี้  สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ,สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

    เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

    แฟ้มภาพ

    4. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้ กระทรวงการต่างประเทศ และมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการ ดังนี้สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ,ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้

    สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

    แฟ้มภาพ

    5. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี  มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารบริหาชการแทนนายกรัฐมมครี ดังนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (เฉพาะด้านการที่ยว) ,กระทรวงพาณิชย์,กระทรวงวัฒนธรรม ,กระทรวงอุตสาหกรรม,กรมประชาสัมพันธ์ ,สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

    ศุภจี สุธรรมพันธุ์

    แฟ้มภาพ

    6. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้ ,สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี,สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา,สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน,สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ,สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ,สำนักงามราชบัณฑิตยสภา (รวมทั้งราชการของราชบัณฑิตยสภา) รวมถึงการดำเนินคดีปกครอง รวมทั้งลงนามมอบอำนาจให้พนักงานอัยการ
    ปกครองกรณีที่มีการฟ้องนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ รวมถึงการกำกับดูแลและลงนามในเอกสารที่เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ การขอพระราชทานอภัยโทษ ,การขอแปลงสัญชาติเป็นไทย

    ปกรณ์ นิลประพันธ์

    แฟ้มภาพ

    7. นายยศชนั้น วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ,กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,กระทรวงแรงงาน,กระทรวงศึกษาธิการ  รวมถึงมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสังและปฏิบัติราชการ ดังนี้  สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง และกำกับดูแลองค์การมหาชน ดังนี้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน),สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)

    ยศชนั้น วงศ์สวัสดิ์

    แฟ้มภาพ

    8. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  มอบหมายและมอบอำนาจให้สั่งและปฏิบัติราชการการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้กรมประชาสัมพันธ์ ,สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และมอบหมายให้กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)

    ศุภมาส อิศรภักดี

    9. นายนกินทร ศรีสรรพางค์ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กำกับดูแลองค์การมหาชนและหน่วยงานของรัฐ ดังนี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน),สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชบ),องค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน) ,สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแทนนายกรัฐมนตรี

    นกินทร ศรีสรรพางค์

    10. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนทนายกรัฐมนตรี ดังนี้สำนักงบประมาณ (ยกเว้นที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของนายกรัฐมนตรีตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ),สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ  รวมถึงมอบหมายให้กำกับดูแลองค์การมหาชน ดังนี้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน),สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

    ภราดร ปริศนานันทกุล

    11. นางสุขสมรวย วันหนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและมอบหมายให้กำกับดูแลองค์การมหาชน ดังนี้สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน),สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ  ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 7 เม.ย.2569

    สุขสมรวย วันหนียกุล

    อนุทิน

    อนุทิน

    อนุทิน

    อนุทิน

    อนุทิน

    อนุทิน

    อนุทิน

    ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก พิพัฒน์ รัชกิจประการ Phiphat Ratchakitprakarn, เฟซบุ๊กทรงศักดิ์ ทองศรี fanpage, เฟซบุ๊ก ศุภมาส อิศรภักดี, เฟซบุ๊ก นภินทร ศรีสรรพางค์ Napintorn Srisunpang, เฟซบุ๊ก ภราดร ปริศนานันทกุล, เฟซบุ๊ก รวย สุขสมรวย วันทนียกุล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/957442&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2frSBHWF8cykeTybXK5zbu

  • ททท.ตราด ดันท่องเที่ยว หลัง2เดือน นทท.ทะลัก สวนกระแสราคาน้ำมันสูง

    ททท.ตราด ดันท่องเที่ยว หลัง2เดือน นทท.ทะลัก สวนกระแสราคาน้ำมันสูง

    วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวของจังหวัดตราด ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เกาะช้าง มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวน 150,701 คน ทำให้ จ.ตราด มีรายได้ 1,600.23 ล้านบาท ซึ่ง แหล่งท่องเที่ยวหลักยังเป็น 3 เกาะหลัก คือ เกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด โดยเฉพาะเกาะกูดมีการเติบโตมากขึ้น ซึ่งตัวเลขสถิติที่แข็งแกร่งและกิจกรรมที่หลากหลาย จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดตราดในฐานะ ‘Trat The New Experience’ ที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดูแลนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ”ส่วนเดือนมีนาคม 2569 จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านท่าเรือโดยสารจังหวัดตราดทั้ง 3 ท่า (ท่าเรือเกาะช้างอินเตอร์ไปเกาะช้าง,ท่าเรือแหลมศอก ไปเกาะกูด และเกาะหมากและท่าเรืออนุสรณ์สถาน ไปเกาะหมาก)เดือน มีนาคม 2568 มีนักท่องเที่ยว 178,344 คน เดือน มีนาคม 2569 มีนักท่องเทียว 240,531 คน เพิ่มขึ้น 62,187 คน คิดเป็น 34.87 %  

    “ผลการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ประจำเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 แสดงสัญญาณการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวทางเรือที่หลั่งไหลเข้าสู่หมู่เกาะต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา”  ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราดกล่าว

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/957402&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Dv-sd9kkeEmbQ7FGpevqw

  • ‘ททท.’ ดัน 7 เมืองภาคกลาง สู่ Hub ท่องเที่ยวสุขภาพ เจาะ Gen Y

    ‘ททท.’ ดัน 7 เมืองภาคกลาง สู่ Hub ท่องเที่ยวสุขภาพ เจาะ Gen Y

    ‘ททท.’ ดัน 7 เมืองภาคกลาง สู่ Hub ท่องเที่ยวสุขภาพ เจาะ Gen Y

    นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ได้ออกเดินทางใกล้กรุง เพื่อเพิ่มพลังชีวิตและสุขภาพ

    โดยเป็นการดำเนินการผ่าน 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง ผ่านเส้นทาง Journey of Longevity สุขยั่งยืน ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์  Wellness Retreat, Local Experience ใช้ชีวิตแบบ Work-Life Balance ในพื้นที่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และอ่างทอง 

    ทั้งนี้ ททท. มองว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสุขภาพมากขึ้น โดยมองว่าสุขภาวะที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิต ส่งผลให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง 

    การเดินทางในรูปแบบ Rest & Recharge จึงสะท้อนความต้องการพักผ่อนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ลดความเครียดจากการทำงาน ซึ่งภาคกลางมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็น Hub of Wellness Travel ด้วยความพร้อมด้านอาหารสุขภาพ วิถีชุมชนที่เรียบง่าย ธรรมชาติที่สมบูรณ์ และความสะดวกในการเดินทาง เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวระยะสั้น ทั้งรูปแบบสุดสัปดาห์ (Weekend Getaway) หรือ One Day Trip ใกล้กรุงเทพมหานคร  

    ‘ททท.’ ดัน 7 เมืองภาคกลาง สู่ Hub ท่องเที่ยวสุขภาพ เจาะ Gen Y

    “ททท.จึงได้ดำเนินการร่วมกับโรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ ,Ascend Travel ,บริษัทรถเช่า ทรู ลีสซิ่ง ,gettgo และ Sanook.com ผสานการพักผ่อน การดูแลสุขภาพ และการเรียนรู้วิถีท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”

    นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ (S Spine and Joint Hospital) กล่าวว่า ในหลายประเทศทั่วโลก มีแนวคิดที่น่าสนใจคือการจ่ายใบสั่งเที่ยวแทนใบสั่งยา เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพกายและใจ เราเชื่อว่าแนวคิดนี้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยอย่างมาก เพราะสุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิถีชีวิตที่สมดุล 

    โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูก ข้อ และระบบการเคลื่อนไหวพบว่าโรคยอดนิยมของคนเมืองในปัจจุบัน ไม่ใช่โรคที่ซับซ้อน แต่คือความเสื่อมจากไลฟ์สไตล์—อาการปวดหลังเรื้อรัง ออฟฟิศซินโดรม ข้ออักเสบจากการใช้งานหนัก สิ่งดังกล่าวเหล่านี้สัมพันธ์กับจังหวะชีวิตที่เร่งรีบและความเครียดสะสม การดำเนินการภายใต้แคมเปญดังกล่าวจึงเป็นมากกว่าการสนับสนุนการท่องเที่ยว เพราะการแพทย์ยุคใหม่ต้องทำงานควบคู่กับการป้องกัน โดยเชื่อว่าการเดินทางใกล้กรุง การใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ เป็นเสมือน Wellness Prescription สำหรับคนทำงานยุคใหม่ ให้ได้ Rest & Recharge เพื่อการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

    นายเกริกพงศ์ งาทวีสุข General Manager and Founder of Ascend Travel กล่าวว่า ภายใต้แคมเปญดังกล่าวนั้น มองเห็นโอกาสในการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะคนเมืองที่ต้องการพักผ่อนระยะสั้น ได้ตัดสินใจออกเดินทางง่ายขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจอย่างเป็นรูปธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/656043&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QTp_pW9ruokmhNYhKyh1E

  • GREENGREEN อัลบั้มใหม่ของ CORTIS มียอดสั่งจองล่วงหน้าเกิน 1.2 ล้านชุด

    GREENGREEN อัลบั้มใหม่ของ CORTIS มียอดสั่งจองล่วงหน้าเกิน 1.2 ล้านชุด

    YG Plus และ Universal Records ผู้จัดจำหน่ายอัลบั้มใหม่ของ CORTIS ประกาศเมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมาว่ามินิอัลบั้ม GREENGREEN ของวงบอยกรุ๊ปสุดฮอตนี้มียอดสั่งจองล่วงหน้าสูงถึง 1,227,986 ชุด (นับถึงวันที่ 2 เมษายน)

    จำนวนยอดพรีออร์เดอร์ (Stock Pre-orders) นี้คือจำนวนสต็อกอัลบั้มที่ผลิตขึ้นก่อนการวางจำหน่ายจริง โดยประเมินมาจากความต้องการจริงและจำนวนอัลบั้มที่แฟนคลับสั่งจองล่วงหน้าอีกด้วย

    เป็นที่น่าจับตามองว่ายอดจองอัลบั้มนี้จะพุ่งขึ้นอีกหรือไม่ เพราะยังคงเหลือเวลาอีกหลายสัปดาห์ก่อนที่มินิอัลบั้มนี้จะปล่อยออกมาในวันที่ 4 พฤษภาคม อย่างไรก็ดี ยอดจับจองอัลบั้มนี้ก็นับว่าทำสถิติสูงกว่าเดิม 3 เท่า เมื่อเทียบกับยอดขายอัลบั้มเดบิวต์ COLOR OUTSIDE THE LINES ที่เคยทำไว้ 436,367 ชุด ในช่วงสัปดาห์แรกที่ปล่อยออกมา

    ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการปล่อยอัลบั้ม GREENGREEN ในเดือนพฤษภาคม วง CORTIS ก็เตรียมจะปล่อยผลงานใหม่ประเดิมมินิอัลบั้มนี้ด้วยซิงเกิล REDRED ซึ่งเพลงจะปล่อยออกมาในวันที่ 20 เมษายนนี้ เวลา 16.00 น. ตามเวลาประเทศไทย แฟนๆ ชาว COER รอติดตามกันได้เลย

    ภาพ: Big Hit Music

    อ้างอิง:

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/cortis-greengreen-album-preorders/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_iY4pgOVVpryBDFEPywef

  • ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตปูพรมยกระดับความปลอดภัย รับนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์

    ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตปูพรมยกระดับความปลอดภัย รับนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์

    ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่ภูเก็ต ตรวจมาตรการความปลอดภัยนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ พร้อมตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถและเรือนำเที่ยว ภายใต้โครงการชุมชนท่องเที่ยวสีขาว เน้นสร้างมาตรฐานความปลอดภัยทั้งทางบกและทางน้ำ

    วันที่ 7 เม.ย.69 ตามนโยบายของนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น

    ล่าสุด พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วยนายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ร่วมลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

    เวลา 17.00 น. ได้เดินทางไปยัง ท่าเรือรอยัล ภูเก็ต มารีน่า เพื่อดำเนินมาตรการเชิงรุกภายใต้โครงการชุมชนท่องเที่ยวสีขาว โดยมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถรับจ้างและพนักงานประจำเรือนำเที่ยว เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการ กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด มุ่งเน้นการดูแลความปลอดภัยทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเชื่อมั่นในสวัสดิภาพตลอดการเดินทางการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวคือหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวไทย เรามุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการดูแลและคัดกรองบุคลากรผู้ให้บริการ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/140066&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HXYLZLJx9JEKo52KGb2vF

  • “สุรศักดิ์” นำทีมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ฯ ก่อนเริ่มทำงานวันแรก ขับเคลื่อนภารกิจท่องเที่ยว

    “สุรศักดิ์” นำทีมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ฯ ก่อนเริ่มทำงานวันแรก ขับเคลื่อนภารกิจท่องเที่ยว

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถือฤกษ์ดีนำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

    พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น. ณ ศูนย์ราชการ อาคาร C ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความศรัทธาและความเป็นสิริมงคล

    โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ร่วมประกอบพิธีสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรในสังกัด ให้พร้อมร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศ

    อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นภารกิจด้วยพิธีอันเป็นมงคลในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ พร้อมนำพานโยบายด้านการท่องเที่ยวและกีฬาไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่น และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและกีฬาระดับโลกอย่างยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/272713&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3UqAuhOWasXqPKiNTwPph6

  • เกษตรระยอง เปิดเวทีเสวนาดึงเครือข่ายสวนผลไม้สร้างเครือข่ายท่องเที่ยวเชิงเกษตร ปี 2569

    เกษตรระยอง เปิดเวทีเสวนาดึงเครือข่ายสวนผลไม้สร้างเครือข่ายท่องเที่ยวเชิงเกษตร ปี 2569

    ภูมิภาค

    เกษตรระยอง เปิดเวทีเสวนาดึงเครือข่ายสวนผลไม้สร้างเครือข่ายท่องเที่ยวเชิงเกษตร ปี 2569

    วันอังคาร ที่ 07 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.41 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 เม.ย.69 ที่สวนยายดา-เจ๊บุญชื่น ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง น.ส.สมหมาย พลมณี เกษตรจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดเวทีสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงเกษตรระดับจังหวัด ปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง มีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนผลไม้ท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่เข้าร่วมเวทีเสวนา รวม 76 ราย โดยมีประเด็นในการเสวนาประกอบด้วย การรายงานสถานการณ์ไม้ผล และสถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบัน, แผนการประชาสัมพันธ์ และการส่งเสริมการตลาดแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร, ทบทวนสถานะและการดำเนินกิจการของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร, สอบถามความต้องการของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อจัดทำแผนการพัฒนา และยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตลอดจนการสรุปผลเวทีเสวนาดังกล่าวด้วย มี น.ส.พิมจันทร์ นาคฤทธิ์ รอง ผอ.ททท.สำนักงานระยอง ร่วมเวทีเสวนา 

    น.ส.สมหมาย พลมณี เกษตรจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดได้มีการเชิญชวนสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร และเครือข่ายสวนผลไม้ท่องเที่ยวที่ได้มีการขึ้นทะเบียน และร่วมมือกันกับสำนักงานเกษตร จำนวน 76 ราย ซึ่งมาร่วมเวทีแลกเปลี่ยนถึงแนวทางที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในปีนี้ ซึ่งเป็นการตั้งรับช่วงน้ำมันขาดแคลน และแพง ซึ่งเป็นปัญหากระทบการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกปัญหา ซึ่งจะมีการทำแผนพัฒนา และแผนรองรับ ทั้งการตลาดภายในจังหวัด มุ่งยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมตลาดออนไลน์ หรือการทำโปรโมชั่นดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมสวนผลไม้ในพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้มีรายได้ และช่องทางการผลผลิตออกสู่ตลาดให้ได้มากที่สุด ซึ่งเวทีดังกล่าว เป็นความร่วมมือของสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง ททท.สำนักงานระยอง และท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง ที่มาจัดทำแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะสามารถแผนได้ทันผลไม้ที่จะออกสู่ตลาดแล้วในช่วงเดือนนี้เป็นต้นไป

    น.ส.พิมจันทร์ นาคฤทธิ์ รอง ผอ.ททท.สำนักงานระยอง เปิดเผยว่า ททท.ระยอง มีแผนที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ รับมือวิกฤตน้ำมันแพง จะมีโครงการเที่ยวระยะใกล้ “ระยองเที่ยวระยอง” ส่งเสริมให้คนระยองเที่ยวสวนผลไม้ เที่ยวกันเอง โดยจัดโปรโมชั่นคูปองส่วนลดหน้าสวนผลไม้, โปรโมชั่นพักค้างคืนเที่ยวสวนผลไม้ ส่วนลดบุฟเฟ่ต์ เป็นต้น….000

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/471939&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KdxpgQZwaW_ILh3ABgssS

  • “สุรศักดิ์” ถือฤกษ์ดีเข้ากระทรวงวันแรก เตรียมลุยงานขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย

    “สุรศักดิ์” ถือฤกษ์ดีเข้ากระทรวงวันแรก เตรียมลุยงานขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย

    รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ ถือฤกษ์ดีเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ อาคาร C ซึ่งเป็นที่ทำการแห่งใหม่ของกระทรวงฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมเตรียมเรียกผู้บริหารหารือและมอบนโยบายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในวันที่ 9 เมษายนนี้ ทันทีหลังเสร็จสิ้นภารกิจแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

    วันที่ 7 เมษายน 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางไปยังศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (แจ้งวัฒนะ) อาคาร C เพื่อเข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพื้นที่ ได้แก่ องค์ท้าวมหาพรหม พระพิฆเนศวร และพระแม่ธรณี

    จากนั้นได้เข้ากราบไหว้พระพุทธรูปประจำห้องทำงาน ณ ชั้น 11 อาคาร C เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสเข้าปฏิบัติหน้าที่ ณ ที่ทำการแห่งใหม่ ซึ่งทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ย้ายจากอาคารเดิมบนถนนราชดำเนินมาประจำการ ณ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ได้ประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา

    เตรียมมอบนโยบายขับเคลื่อนท่องเที่ยว 9 เม.ย. นี้

    ภายหลังการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นายสุรศักดิ์ ได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะผู้บริหารกระทรวงฯ พร้อมเปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานว่า มีกำหนดการมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการทำงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างเป็นทางการ ในวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 7 ศูนย์ราชการฯ อาคาร C

    ทั้งนี้ กำหนดการดังกล่าวจะมีขึ้นทันทีหลังจากที่นายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในช่วงเช้าของวันเดียวกัน ซึ่งคาดว่าจะเป็นการวางรากฐานสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2925263&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LbKnikBP7gXhEV4SrvJnU