Category: ท่องเที่ยว

  • SCB EIC : วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ ปั่นป่วนถึงภาคท่องเที่ยวไทย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    SCB EIC : วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ ปั่นป่วนถึงภาคท่องเที่ยวไทย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    KEY SUMMARY

    วิกฤตตะวันออกกลางส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศของโลกต้องสะดุด และกระทบต่อเนื่องถึงการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การโจมตีทางอากาศที่รุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้หลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้า และเที่ยวบินในเส้นทางตะวันออกกลางถูกยกเลิกในทันที ด้วยพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญของโลกมีสัดส่วนผู้โดยสารราว 10% ในปี 2025 จากข้อมูลของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA)  จึงยิ่งส่งผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศของคนทั่วโลก ซึ่งแม้สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มทยอยเปิดให้บริการในบางเส้นทางรวมถึงไทย แต่วิกฤตดังกล่าวได้สร้างผลกระทบกับภาคการท่องเที่ยวไทยผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. จำนวนเที่ยวบินที่เดินทางมาไทยมีโอกาสลดลงจากเที่ยวบินของหลายสายการบินที่ยังเปิดบริการในบางเส้นทางและจากความเสี่ยงในการเข้าสู่ภาวะวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันอากาศยานในหลายประเทศ 2. ต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกที่เร่งตัว และ 3. ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เปราะบางมากขึ้นทั้งในด้านความปลอดภัยและภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว

    วิกฤตตะวันออกกลางที่คาดว่าจะยืดเยื้อไปอย่างน้อย 8 สัปดาห์อาจกดดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยชะลอตัวลงมาอยู่ที่ราว 33.2 ล้านคนจากประมาณการเดิมในเดือนธันวาคมที่ 34.1 ล้านคน

    แม้ว่าจำนวนผู้โดยสารต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยโดยรวมจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้นหลังผู้โดยสารต่างชาติทางอากาศหดตัวต่อเนื่องในช่วง 10 วันแรกของการเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มเปิดให้บริการในบางเส้นทางและหลายสายการบินเพิ่มเที่ยวบินตรงในเส้นทางยุโรป-เอเชีย แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยยังมีโอกาสชะลอตัวลงจาก 1. นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอลที่ลดลงจากจำนวนเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลางที่เปิดให้บริการอย่างจำกัด โดยไทยยังพึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่มากเพียงราว 2% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 2. นักท่องเที่ยวชาติอื่นเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้บริการสายการบินตะวันออกกลางอย่าง Emirates, Qatar Airways และ Etihad Airways มีสัดส่วนราว 8% ของผู้เดินทางเข้าไทยทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรป โดยบางส่วนหันไปใช้เส้นทางบินตรงหรือต่อเครื่องที่ฮับอื่นแทน ขณะเดียวกัน กลุ่มนักท่องเที่ยวที่กังวลต่อต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นและประเด็นด้านความปลอดภัยก็มีโอกาสปรับแผน/ยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวไป นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาไทยทางบก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบเพิ่มจากความกังวลในวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่ของไทย อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวไทยยังได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวดีขึ้นและนักท่องเที่ยวอินเดียที่เติบโตต่อเนื่อง และอาจได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีโอกาสมาไทยเพื่อหลีกหนีภัยสงครามและความไม่สงบภายในประเทศอีกด้วย

    ธุรกิจท่องเที่ยวมีแนวโน้มเผชิญผลกระทบจากทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวลงและต้นทุนการบริหารจัดการที่สูงขึ้น ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนาน การออกมาตรการของภาครัฐอย่างทันท่วงทีจะมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคธุรกิจท่องเที่ยว

    ธุรกิจท่องเที่ยวไทยเริ่มได้รับผลกระทบชัดเจนขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรปเป็นหลักอย่างภูเก็ต พังงา กระบี่ และสมุย รวมถึงธุรกิจขนส่งนักท่องเที่ยวและธุรกิจท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการเดินทางและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งนี้ภายใต้สถานการณ์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ การออกมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติในเอเชียและแปซิฟิกที่ยังเติบโต ควบคู่กับการออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศจะมีส่วนช่วยเสริมรายได้ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงวิกฤตได้ แต่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ธุรกิจต้องเผชิญกับแนวโน้มการท่องเที่ยวในประเทศที่อ่อนแรงลงจากแรงกดดันด้านปัญหาพลังงานภายในประเทศด้วยนั้น ภาครัฐจำเป็นต้องพิจารณามาตรการที่ช่วยบรรเทาภาระต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและดูแลความเพียงพอของปริมาณน้ำมันควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ ภาครัฐอาจต้องพิจารณาออกมาตรการสนับสนุนทางการเงินเพิ่มเติมให้แก่ผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางที่มีสภาพคล่องไม่สูงมากและเป็นข้อจำกัดในการปรับตัว ซึ่งมาตรการข้างต้นดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญที่เข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบและประคับประคองภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/04/08/631392/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ij5_LLHreCKR8S1ZU2IdF

  • หนีร้อน เปียกให้สุด สนุกให้เต็ม อิ่มบุญอิ่มใจ กับสงกรานต์เชียงใหม่ 2569 ครบทุกรสจบในทริปเดียว

    หนีร้อน เปียกให้สุด สนุกให้เต็ม อิ่มบุญอิ่มใจ กับสงกรานต์เชียงใหม่ 2569 ครบทุกรสจบในทริปเดียว

    ร้อนจนทนไม่ไหวแล้วใช่ไหม? ปีนี้ชวนครอบครัว ออกเดินทางไปเชียงใหม่ จุดหมายปลายทางยอดฮิตของเทศกาลสงกรานต์กันดีกว่า!

    สงกรานต์เชียงใหม่ ปี 2569 จัดยาว 12 วัน (6–17 เมษายน) เรียกได้ว่าเที่ยวแบบไม่ต้องเร่งรีบ เลือกวัน เลือกไลฟ์สไตล์ได้ตามใจ ทั้งเล่นน้ำ ซึมซับความอบอุ่นแบบล้านนา และทำบุญให้ใจชุ่มชื่น อิ่มเอม

    สาดน้ำมันส์ฉ่ำ ต้องไปจุดนี้ก่อนเลย

    จุดเล่นน้ำสุดคลาสสิกที่ทุกคนต้องแวะคือ รอบคูเมืองและประตูท่าแพ ถนนยาวกว่า 5 กิโลเมตรกลายเป็นสนามเล่นน้ำสงกรานต์หลักของเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่เช้าจนค่ำ

    รถกระบะฉีดน้ำจัดเต็ม เสียงเพลงดังกระหึ่ม เด็กๆ วิ่งหัวเราะไล่สาดน้ำกัน ผู้ใหญ่ก็ยิ้มแก้มปริ บรรยากาศเป็นกันเองสุดๆ เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่อยากใช้เวลาด้วยกันแบบสนุกสนาน

    ไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาดคือ อุโมงค์น้ำท่าแพ อุโมงค์ยาวกว่า 200 เมตร เต็มไปด้วยละอองน้ำเย็นฉ่ำ แสงสีเสียงอลังการ เดินผ่านทีเดียวรู้สึกเหมือนหลุดเข้าโลกแห่งความสุข เด็กๆ ตื่นเต้นสุดๆ ส่วนผู้ใหญ่ก็ได้ภาพสวยๆ ลงโซเชียลเพียบ

    เมื่อบ่ายคล้อย ย้ายไป ถนนห้วยแก้ว และ นิมมานเหมินท์ ต่อได้เลย บรรยากาศคึกคักด้วยคอนเสิร์ต แสงไฟสีสัน และดนตรีสุดมันส์ โดยเฉพาะซอย 7 ที่สายปาร์ตี้ต้องถูกใจ แต่ถึงยังไงก็มี โซนสงบสำหรับครอบครัว ไม่ต้องกังวลเรื่องความวุ่นวาย ใครชอบสไตล์ไหน ก็เลือกในแบบที่ถูกใจได้เลย

    เปี่ยมบุญ รีเซ็ตใจ ด้วยประเพณีล้านนางดงาม

    ที่เชียงใหม่ ความพิเศษไม่ใช่แค่การเล่นน้ำสงกรานต์ แต่ยังได้ เติมบุญ และรีเซ็ตใจผ่านการไหว้พระ ขอพร และซึมซับกับวัฒนธรรมล้านนาอันอบอุ่น

    • วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

    หนึ่งในวัดสำคัญที่สุดของเมือง เป็นศูนย์กลางของประเพณีปี๋ใหม่เมือง ทุกวันที่ 13 เมษายน จะมีพิธีอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ออกสรงน้ำ ภาพผู้คนแต่งชุดพื้นเมืองถือขันน้ำเดินอย่างสงบ เป็นโมเมนต์ที่อบอุ่นและงดงามที่สุดของเทศกาล

    • วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

    มีพิธีสืบชะตาหลวงเสริมดวงชะตา พร้อมจุดขอพร “พญายักขราช” (เรื่องงาน การเงิน) และ “พญาอมรเทพ” (เรื่องความรัก ครอบครัว) เหมาะสำหรับใครที่อยากเริ่มปีใหม่ด้วยพลังบวกเต็มเปี่ยม

    • วัดพันเตา (ปันเต้า)

    วัดเก่าแก่กว่า 500 ปี วิหารไม้สักทองงดงามแบบเชียงแสน มีพระเจ้าปันเต้าและพระเจ้าทันใจให้มาขอพร ในช่วงสงกรานต์ยังมีเจดีย์ทรายสูงกว่า 10 เมตรให้ร่วมปักตุงล้านนา

    • วัดโลกโมฬี

    ไฮไลต์คือพิธีสรงน้ำพระธาตุด้วยการชักรอกที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกิจกรรมขนทรายเข้าวัด ก่อเจดีย์ทราย และเขียนคำอธิษฐานบนใบโพธิ์เงินโพธิ์ทอง อิ่มบุญ อิ่มใจจริงๆ

    • วัดพระธาตุศรีจอมทอง

    ปิดทริปด้วยความศรัทธาที่ วัดพระธาตุศรีจอมทอง (อำเภอจอมทอง) วันที่ 15 เมษายน มีประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ ชาวบ้านร่วมแห่ไม้ค้ำที่ตกแต่งอย่างสวยงามไปค้ำต้นโพธิ์ เชื่อว่าเป็นการค้ำจุนชีวิตให้มั่นคง บรรยากาศเรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรา “ช้าลง” และสัมผัสคุณค่าของวัฒนธรรมล้านนามากขึ้น

    เติมเต็มทริปเชียงใหม่ ให้สมบูรณ์กับบางกอกแอร์เวย์ส

    จุดเริ่มต้นของการเดินทาง คือ ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ บินสู่เชียงใหม่กับ บางกอกแอร์เวย์ส สายการบินฟูลเซอร์วิส ที่ให้บริการในแบบฉบับ ASIA’S BOUTIQUE AIRLINE

    ผู้โดยสารทุกคนจะได้รับน้ำหนักกระเป๋าฟรี 20 กก. และใช้บริการห้องรับรองผู้โดยสาร (Boutique Lounge) พร้อมของว่างและเครื่องดื่ม ทำให้ช่วงเวลารอขึ้นเครื่องกลายเป็นเวลาพักผ่อนที่ผ่อนคลายและมีสไตล์

    บนเครื่องบิน คุณจะได้ลิ้มลองอาหารที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพจากท้องถิ่น การบริการที่อบอุ่น และความใส่ใจในทุกรายละเอียด

    นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมสะสมไมล์ FlyerBonus ที่มอบสิทธิประโยชน์หลากหลาย ทั้งส่วนลดเที่ยวบิน ที่พัก และข้อเสนอมากมายจากพันธมิตรชั้นนำ

    สงกรานต์เชียงใหม่ 2569

    เป็นทริปที่เติมเต็มชีวิต ครบทุกอารมณ์ ความสนุก ความอบอุ่น และความอิ่มเอมใจ ปีนี้ ถ้าอยากเริ่มต้นศักราชใหม่ให้มีความหมายมากกว่าทุกปี ลองใส่เชียงใหม่ไว้ในลิสต์ แล้วออกเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง รับรองว่าจะได้กลับมาพร้อมความทรงจำที่ชุ่มฉ่ำ…และหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/travel/thailand/272764&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tw5qkIvyM3n1KfypjZaOV

  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดงาน

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดงาน

    วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.57 น.

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ระหว่างวันที่ 11–30 เมษายน 69 เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยผ่านมิติของศิลปะร่วมสมัย (Contemporary Art) ผสานอัตลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ อันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยว สร้างความหลากหลายของสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ตลอดจนกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในช่วงเทศกาลสำคัญ

    การจัดงานในครั้งนี้ดำเนินกิจกรรม ณ สวนลุมพินี (ลานบันเทิง)  ซึ่งมีการออกแบบรูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่ และรองรับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างเหมาะสม ภายใต้โครงการดังกล่าว ททท. จัดกิจกรรมที่จัดขึ้นใน สวนลุมพินี (ลานบันเทิง) มุ่งเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้มีส่วนร่วมด้านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์

    โดยเปิดพื้นที่ให้ศิลปินและนักท่องเที่ยวได้มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันวันที่ 11-15 เมษายน69 ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การจัดเสวนาโดยศิลปินที่มีชื่อเสียง อาทิ  เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ แนวคิด และประสบการณ์ในวงการศิลปะร่วมสมัย ตลอดจนการจัดกิจกรรมเวิร์คช็อปโดยศิลปิน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน

    ภายในงานยังประกอบด้วยกิจกรรมเวิร์คช็อปในรูปแบบ D.I.Y. ที่ส่งเสริมการลงมือปฏิบัติจริง และสร้างประสบการณ์เชิงสร้างสรรค์ให้แก่ผู้เข้าชมทุกกลุ่มเป้าหมาย ควบคู่กับการจัดแสดง Character Showcase ซึ่งนำเสนอผลงานคาแรคเตอร์ดีไซน์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยในมุมมองร่วมสมัย อาทิ นิสา ศรีคำดี ผู้สร้างสรรค์คาแรกเตอร์ CRYBABY, วิศุทธิ์ พรนิมิต เจ้าของคาแรกเตอร์ Mamuang, เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์ เจ้าของคาแรกเตอร์ POORBOY, สิรินาถ สายประสาท เจ้าของคาแรกเตอร์ TOMATO TWINS และ 2CHOEY หรือ เชิดศักดิ์ เม้ยขันหมาก กับคาแรกเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ “หน้านิ้วมือ” 

    ขณะเดียวกัน ผู้เข้าชมสามารถติดตาม ตารางกิจกรรม ที่จัดเต็มตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นเวทีเสวนาโดยศิลปินชื่อดังของไทย อาทิ วิษณุพงษ์ หนูนันท์, ประดิษฐ์ ตั้งปราสาทวงศ์, จิตต์สิงห์ สมบุญ, พินิตย์ พันธประวัติ และ ทรงศีล ทิวสมบุญ ที่จะมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองทางศิลปะอย่างเข้มข้น รวมถึงกิจกรรมเวิร์คช็อปและการละเล่นเชิงสร้างสรรค์ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้สนุกและเรียนรู้ไปพร้อมกัน

    ไฮไลต์สำคัญคือโซน Art Market ที่รวบรวม บูธศิลปิน อาทิ Trendy Editions ,Mood original art on product , Fox and Moon , Finding Goods , freak show , Patpixels , Theshortleg , Studio Cat Me Five , Kamijn , Street Star Gallery จำหน่ายผลงานศิลปะ, ไลฟ์สไตล์จากศิลปิน เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์เปิดโอกาสเข้าถึงผลงานอย่างใกล้ชิด

    ภายในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว “Character Hunt Challenge” เพื่อกระตุ้นการเข้าร่วมกิจกรรมและสร้างการรับรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์  ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสแกน QR Code เพื่อสะสมตราประทับ (Stamp) จากจุดคาแรคเตอร์ให้ครบจำนวน 6 จุด เข้าร่วมกิจกรรมภายในงานอย่างน้อย 1 กิจกรรม ถ่ายภาพภายในงานและเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมติดแฮชแท็ก #AmazingThailand #MahaSongkran2026 และ #SanehArtBySongkranFestival2026 แสดงหลักฐานการเข้าร่วมกิจกรรม การสะสมตราประทับ และการเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ต่อเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่จัดงานเพื่อตรวจสอบ ผู้ที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน จะได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นของรางวัล Limited Edition ที่ศิลปินออกแบบมีเฉพาะภายในพื้นที่จัดงาน

    งาน #SanehArtBySongkran Festival2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 69 เวลา10.00 20.00น

     สวนลุมพินี โดยเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และการจัดแสดงประติมากรรม (Sculpture) จะเปิดให้เข้าชมต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569

        การจัดงานนี้มีส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้คึกคัก ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม และเทศกาลระดับนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม  

    ชมบรรยากาศและไฮไลต์ของงานเพิ่ม เติมได้ที่ลิงก์ด้านล่างhttps://www.facebook.com/share/v/1CYiUwGn8T/?mibextid=wwXIfr

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/957641&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33qikRaw2UKJ8jumtgjlY_

  • TikTok ผนึก ททท. ดัน LIVE ขับเคลื่อนวัฒนธรรม-เศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย

    TikTok ผนึก ททท. ดัน LIVE ขับเคลื่อนวัฒนธรรม-เศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย

    วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.01 น.

    TikTok แพลตฟอร์มแห่งการค้นพบระดับโลก และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สานต่อความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อมุ่งส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้เป็น Soft Power สำคัญเพื่อผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ เปิดตัว 3 แคมเปญใหม่รับ “สงกรานต์ปี 2569” ผ่าน TikTok LIVE มุ่งสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมไทยดิจิทัลไร้พรมแดน ชูการไลฟ์เป็นเครื่องมือหลักมัดใจนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ๆ ทั่วโลก สานต่อความสำเร็จจากงาน “Wonder Thai Festival” เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่สร้างยอด Engagement สูงกว่าแคมเปญอื่นถึง 24%

    ดันวัฒนธรรมไทยเป็น “แม่เหล็ก” สะพานเชื่อมการท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์

    ความสำเร็จของแคมเปญ Wonder Thai Festival เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งจำลองบรรยากาศ “งานวัด” มาไว้บนหน้าจอสมาร์ทโฟน สร้างยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) สูงถึง 24% จำนวนครีเอเตอร์ร่วมไลฟ์ในแคมเปญมีมากกว่าแคมเปญประเภทอื่นถึง 10% สะท้อนให้เห็นว่า “วัฒนธรรม ประเพณี และความเป็นไทย” คือแนวคอนเทนต์ระดับแม่เหล็กที่ทรงพลัง สามารถดึงดูดใจผู้ใช้งาน TikTok กว่า 50 ล้านรายได้เป็นอย่างดี ผ่านการพัฒนาฟีเจอร์ Virtual Gifts และ User Interface (UI) ของ TikTok LIVE ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อเข้ากับบรรยากาศและเทศกาลไทยโดยเฉพาะ ทำให้การสืบสานประเพณีไทยไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

    ความสำเร็จดังกล่าวยังตอกย้ำการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ TikTok LIVE ในประเทศไทยในปี 2568 ที่ผ่านมา โดยมีจำนวน LIVE Creator สูงถึง 11.4 ล้านราย (เติบโตขึ้น 117%) มียอดการชมไลฟ์รวมกว่า 8 พันล้านวิวต่อเดือน (เติบโตขึ้น 38%) สะท้อนให้เห็นถึงความเหนียวแน่นของชุมชนผู้ใช้งานและความพร้อมของอีโคซิสเต็มส์ในการเป็นช่องทางหลักเพื่อส่งต่อวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก

    TikTok สนับสนุนยุทธศาสตร์ “Value over Volume” ของ ททท. ผ่าน “Sub-Culture Economy” เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    ความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ททท. ที่มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value over Volume) โดยอาศัยศักยภาพของ TikTok ในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลกที่รวมทุกความสนใจ เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Sub-Culture ที่มีกำลังซื้อสูงและมีปฏิสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสายกิน (Foodies), สายอาร์ตและงานดีไซน์ (Art & Design) หรือกลุ่มผู้หลงใหลในวัฒนธรรมท้องถิ่น (Cultural Seekers)

    โดย TikTok ได้จับมือกับเหล่า TikTok LIVE Creator ที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงถ่ายทอดคอนเทนต์ที่มากกว่าแค่บรรยากาศงานเทศกาล แต่เป็นการนำเสนอ “ประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่” และ “อัตลักษณ์ท้องถิ่นไทยที่โดดเด่น” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนจากยอดวิวสู่การตัดสินใจเดินทางจริงของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายที่พร้อมใช้จ่ายเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและมีคุณค่า

    เปิดตัว 3 แคมเปญใหม่รับสงกรานต์ ดันครีเอเตอร์สร้าง Festive Moment ระดับโลกบน TikTok LIVE

    เพื่อให้สงกรานต์ปี 2569 เป็นเทศกาลของไทยที่ผู้คนเข้าถึงได้ทุกโมเมนต์ TikTok และ ททท. ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ 3 กิจกรรมไฮไลท์ที่จะเปลี่ยนหน้าจอให้เป็นเวทีสืบสานและส่งต่อวัฒนธรรมระดับโลก ดังนี้

    1. สาด LIVE สาด Love: ยกกลิ่นอายวัฒนธรรมสงกรานต์ทั่วไทย เช่น ก่อเจดีย์ทราย, ปักตุงปีใหม่เมือง และ รถถีบกางจ้อง มาไว้บนหน้าจอ TikTok LIVE เปิดให้เหล่าครีเอเตอร์สร้างไลฟ์สร้างสีสันของตัวเองในธีมสงกรานต์ชวนเหล่าแฟน ๆ ผู้ติดตามส่งของขวัญคอลเลกชันพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ ตั้งแต่ 11 – 17 เมษายน 2569

    2. LIVE ชุ่ม PK ฉ่ำ: แข่งเล่นสงกรานต์ไลฟ์ชนจอระหว่างครีจเอเตอร์ไทยและครีเตอร์ในต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ประเพณีสงกรานต์ออกสู่สายตาชาวโลกผ่าน TikTok LIVE ด้วยการนําเสนอ ของขวัญ LIVE ในธีมสงกรานต์ เช่น ขันนํ้า ปืนฉีดนํ้า ปะแป้ง และของขวัญต่าง ๆ อีกมากมายให้ผู้มีส่วนร่วมสัมผัสประสบการณ์สงกรานต์รูปแบบใหม่บนจอโทรศัพท์ พร้อมกับเหล่าครีเอเตอร์แนวหน้า ที่จะมาแสดงความสามารถ ร้อง เต้น ในชุดพื้นเมืองไทย ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน 2569

    3. ดาวเด่นเล่นสงกรานต์: ไลน์อัพพาเหรดสงกรานต์ผ่านช่อง TikTokLIVE-TH นําเสนอคอนเทนต์หลากลายรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับประเพณีไทยและสงกรานต์ โดยผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมโดยการส่งไอคอนไลค์ธีมสงกรานต์ให้กําลังใจครีเอเตอร์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดี ๆ ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน 2569

    นางชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy SEA, TikTok กล่าวว่า TikTok มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Soft Power ไทยสู่ระดับสากล ผ่านความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มที่เป็น Global Community เราไม่ได้มีเพียงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่เรามีชุมชนครีเอเตอร์ที่ทรงพลังหลายล้านราย พร้อมเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการส่งต่อเรื่องราววัฒนธรรมไทยให้มีชีวิตชีวาบนโลกดิจิทัล การร่วมมือกับ ททท. อย่างต่อเนื่องผ่านการสร้างสรรค์กิจกรรมของ TikTok LIVE เป็นการเปิดประตูให้คนได้เห็นมนต์เสน่ห์ของไทยแบบเรียลไทม์ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าเนื้อหาที่จริงใจจากครีเอเตอร์จะเป็นส่วนช่วยกระตุ้นความสนใจในเทศกาลและวัฒนธรรมไทย สามารถต่อยอดเป็นการช่วยตัดสินใจท่องเที่ยวไทยทั้งในช่วงเทศกาลและหลังเทศกาล ตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของไทยอย่างเป็นรูปธรรม

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ททท. ปรับตัวให้ทันกับเทรนด์โลกออนไลน์ที่มองหาความจริงใจและประสบการณ์ที่จับต้องได้จริง การยกระดับ Soft Power ไทยสู่ระดับสากลต้องอาศัยเครื่องมือที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด โดย TikTok LIVE ตอบโจทย์นี้ได้อย่างดีเยี่ยมในแง่ของการส่งเสริมการท่องเที่ยวในยุคนี้ได้อย่างทรงพลังที่สุด เราจับมือกับ TikTok ต่อเนื่อง เพราะเห็นถึงศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้อย่างแม่นยำ ซึ่งในแคมเปญสงกรานต์ในครั้งนี้ ททท.ยังได้สนับสนุนแพคเกจท่องเที่ยวไทยให้แก่ครีเอเตอร์ที่ชนะจากการไลฟ์ร่วมสนุกบน TikTok เพื่อจูงใจและสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง การทำงานร่วมกับ TikTok LIVE Creator ในเทศกาลต่าง ๆ จึงได้ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ประเพณีไทยให้สนุกสนาน เข้าถึงง่าย และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมอยากมาสัมผัสบรรยากาศจริงที่ประเทศไทย ไม่ใช่แค่ช่วงสงกรานต์ แต่เป็นในทุกเทศกาลตลอดทั้งปี

    ปักหมุดไฮไลท์สำคัญความร่วมมือกับ TikTok LIVE x ททท. ที่ห้ามพลาด!

    ห้ามพลาด! ในวันที่ 10 เมษายน 2569 เตรียมพบกับกองทัพ Top TikTok LIVE Creators แถวหน้าของเมืองไทย ในฐานะแขกรับเชิญพิเศษระดับเซเลบริตี้ที่จะมารวมตัวกันในงาน “เสน่ห์ไทย” ที่จัดขึ้นโดย ททท. พาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยผ่านสายตาครีเตอร์คนรุ่นใหม่ พร้อมพาไปสัมผัสบรรยากาศงาน รวมถึง “เสน่ห์อาร์ต By Songkran Festival” ที่รวบรวมผลงานจากศิลปินไทย ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านคาแรกเตอร์ดีไซน์สุดสร้างสรรค์ที่กระจายอยู่ทั่วงาน อาทิ Mamuang, 2CHOEY, POORBOY, TOMATO TWINS และ CRY BABY โดยแต่ละจุดมีเรื่องราวและแรงบันดาลใจที่แตกต่างกัน สะท้อนความเป็นไทยในมุมมองร่วมสมัยได้อย่างโดดเด่น พร้อมเสริมด้วยไฮไลท์กิจกรรมภายในโซน ไม่ว่าจะเป็นจุดถ่ายภาพ Art Installation ขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อสายคอนเทนต์โดยเฉพาะ กิจกรรมพบปะศิลปินตัวจริง รวมถึงเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สร้างสรรค์คาแรกเตอร์ในสไตล์ของตัวเอง พร้อมถ่ายทอดสดให้ชมกันผ่านหน้าจอ TikTok LIVE เท่านั้น ผู้ใช้งานสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลได้ง่าย ๆ เพียงค้นหา Songkran2026 แลAmazingThailand บน TikTok

    – 030 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/957581&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xABwlbBzEtj3-vcsVCb0f

  • ท่องเที่ยวไทยสะดุด!! หลังตอ.กลางยืดเยื้อ ต่างชาติหดเหลือ 33.2 ล้านคน-รายได้วูบนทท.รัดเข็มขัด : อินโฟเควสท์

    ท่องเที่ยวไทยสะดุด!! หลังตอ.กลางยืดเยื้อ ต่างชาติหดเหลือ 33.2 ล้านคน-รายได้วูบนทท.รัดเข็มขัด : อินโฟเควสท์

    ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า วิกฤตในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลต่อการเดินทางมาไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากจำนวนเที่ยวบินที่มีแนวโน้มลดลง ต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกที่เร่งตัว และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่เปราะบางมากขึ้นทั้งจากประเด็นด้านความปลอดภัยและจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัว

    จากช่องทางการส่งผ่านข้างต้น ได้ส่งผลต่อเนื่องมาถึงแนวโน้มการเดินทางเข้ามาไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งในเชิงปริมาณและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว

    คาดนทท.ชะลอตัวจาก 34.1 ล้านคนเหลือ 33.2 ล้านคน

    • ในเชิงปริมาณ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยมีโอกาสชะลอตัวจากผลของวิกฤตตะวันออกกลาง ได้แก่ นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอลที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด นักท่องเที่ยวชาติอื่นเริ่มชะลอตัว ทั้งจาก 1) กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการสายการบินตะวันออกกลาง 2) กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มชะลอการท่องเที่ยวจากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นและประเด็นด้านความปลอดภัยจากแนวโน้มสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยข้างต้น วิกฤตตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้ออย่างน้อยราว 8 สัปดาห์จะเข้ามากดดันบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยโดยรวมและส่งผลให้ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในปีนี้ปรับลดลงจากเดิมที่ 34.1 ล้านคน มาอยู่ที่ 33.2 ล้านคน ซึ่งยังคงขยายตัวเล็กน้อยราว 0.7%YoY จากการฟื้นตัวดีของนักท่องเที่ยวจีนและนักท่องเที่ยวมาเลเซีย รวมถึงการเติบโตต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวอินเดีย ทั้งนี้หากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนานกว่าคาด อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยลดลงได้อีก ซึ่งจะกระทบภาคการท่องเที่ยวไทยในวงกว้างมากขึ้น
    • ในด้านการใช้จ่าย นักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มความระมัดระวังการใช้จ่ายและมีโอกาสปรับลดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในไทยลงจากต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้น ดังนั้น ย่อมส่งผลให้สัดส่วนการใช้จ่ายในประเทศปลายทางมีแนวโน้มลดลง ครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายในส่วนของที่พัก อาหารเครื่องดื่ม การช็อปปิง รวมถึงกิจกรรมเพื่อการบันเทิงต่าง ๆ

    ความเสี่ยงที่ธุรกิจท่องเที่ยวเผชิญ

    • ธุรกิจโรงแรม ร้านค้าและร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว โดยจากข้อมูลของผู้ประกอบการโรงแรมโดยเฉพาะธุรกิจที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา พังงา กระบี่ และสมุย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวตะวันออกกลางและยุโรป พบว่า ผลกระทบในระยะสั้นยังค่อนข้างจำกัด โดยในช่วง 2 สัปดาห์แรกของวิกฤตตะวันออกกลาง การยกเลิกห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ราว 5-10% จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางกะทันหัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการยกเลิกเที่ยวบินทำให้ไม่สามารถเดินทางเข้ามาไทยได้

    แต่ในทางกลับกัน ธุรกิจโรงแรมได้อานิสงส์บางส่วนจากกลุ่มนักท่องเที่ยวตกค้างที่จำเป็นต้องพำนักในไทยต่อ รวมถึงนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียที่มีการวางแผนทริปไว้ล่วงหน้าจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อน/ยกเลิกเที่ยวบินในตะวันออกกลาง หรือผลกระทบจากค่าโดยสารเครื่องบินที่ปรับเพิ่มขึ้น

    นอกจากนี้ ในระยะถัดไป ยังมีความเป็นไปได้ที่นักท่องเที่ยวกลุ่มหนีภัยสงครามจะเดินทางมาไทยมากขึ้นเมื่อเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลางทยอยเปิดให้บริการเพิ่มเติม ขณะที่ในด้านธุรกิจร้านค้าและร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว นอกจากจะได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวแล้ว ยังต้องเผชิญกับภาระต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นทั้งด้านพลังงาน การขนส่ง และวัตถุดิบ ซึ่งล้วนส่งผลกดดันผลประกอบการของธุรกิจในภาพรวม

    • ธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของต้นทุนรวม อย่างไรก็ดี ระดับผลกระทบจะแตกต่างกันในแต่ละธุรกิจ โดยสายการบินได้รับผลกระทบสูงจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ขณะที่ความสามารถในการปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนทำได้จำกัด ยกเว้นสายการบินที่ให้บริการในเส้นทางไทย-ยุโรปที่อาจได้รับอานิสงส์ในระยะสั้นจากอัตราค่าโดยสารที่เร่งตัว ทั้งนี้ระดับผลกระทบดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับการทำประกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันด้วย เช่นเดียวกับธุรกิจขนส่งผู้โดยสารทางบกที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างสูง โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีข้อจำกัดในการปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการออกมาตรการภาครัฐที่ช่วยลดผลกระทบจากราคาน้ำมันจะมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้
    • ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical tourism) อย่างโรงพยาบาลเอกชน โดยรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโดยตรงคิดเป็นราว 23% ของรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติทั้งหมดของโรงพยาบาลเอกชนในปี 2025 โดยผู้ป่วยบางส่วนอาจเลื่อนการเดินทางเข้ามารับการรักษาออกไปหากการปิดน่านฟ้าในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป แต่ด้วยลักษณะของการรักษาพยาบาลในบางกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องรีบเดินทางเข้ามารับการรักษา จึงทำให้ผลกระทบโดยรวมของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนอาจไม่รุนแรงมากนัก

    อย่างไรก็ดี ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวยังคงต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้ปรับกลยุทธ์ไปเน้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวควบคู่กับการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างต้นทุนอย่างเหมาะสมและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดันและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางที่กำลังเกิดขึ้นได้

    ทั้งนี้ หากวิกฤตในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ และส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวลงเพิ่มเติม การออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงรุกจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ภาคท่องเที่ยวไทยได้ ทั้งในส่วนของมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่กำลังเติบโต และยังมีโอกาสที่จะเดินทางมาไทยมากขึ้นจากความพร้อมด้านเที่ยวบินรวมถึงต้นทุนการเดินทางที่ต่ำกว่าการท่องเที่ยวระยะไกลอย่างเช่นยุโรป และการออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศที่จะเข้ามาช่วยเสริมรายได้ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว แต่ด้วยสถานการณ์ที่ธุรกิจท่องเที่ยวยังต้องเผชิญกับแนวโน้มการท่องเที่ยวในประเทศที่ลดลงจากแรงกดดันด้านต้นทุนและการขาดแคลนพลังงานภายในประเทศอยู่ในขณะนี้ ภาครัฐจำเป็นต้องพิจารณามาตรการที่สามารถช่วยแก้ปัญหาต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและปริมาณน้ำมันที่เพียงพอควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายเล็กและรายกลาง ซึ่งมีความพร้อมด้านสภาพคล่องไม่สูงมากทำให้มีข้อจำกัดในการปรับตัวจะเป็นอีกกลไกสำคัญที่มีส่วนช่วยประคับประคองภาคท่องเที่ยวไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRF70IQA9ED9OQA6BAZQUDIUXUAK0C49&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22zWfd6gm9SAce1a49W25G

  • “สุวัจน์”เปิดงานบีชโปโลหัวหิน ดันเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวคึกคัก

    “สุวัจน์”เปิดงานบีชโปโลหัวหิน ดันเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวคึกคัก

    “สุวัจน์”เปิดงานบีชโปโลหัวหิน ดันเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวคึกคัก

    “สุวัจน์”เปิดงานบีชโปโลหัวหิน ดันเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวคึกคัก

    นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลรายการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล – บี.กริม บีช โปโล 2026” อย่างยิ่งใหญ่ ณ ชายหาดหน้า InterContinental Hua Hin Resort ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ สร้างสีสันให้หัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

                     “สุวัจน์”เปิดงานบีชโปโลหัวหิน ดันเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวคึกคัก

    การแข่งขัน Princess Pa’s Cup InterContinental – B.Grimm Beach Polo Hua Hin จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 15 นับเป็นหนึ่งในอีเวนต์กีฬาชายหาด ที่โดดเด่นที่สุดของประเทศไทย และเป็นรายการเดียวในเอเชีย ที่จัดการแข่งขันโปโลบนชายหาด 

    โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่าง บี.กริม กลุ่มบริษัทพราว โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท และ บลูพอร์ต หัวหิน ในการสร้างกิจกรรมระดับนานาชาติที่ผสานกีฬา ไลฟ์สไตล์ และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

                           “สุวัจน์”เปิดงานบีชโปโลหัวหิน ดันเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวคึกคัก

    นายสุวัจน์ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันบีชโปโลถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของหัวหิน โดยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก และสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับภาคธุรกิจในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และผู้ประกอบการท้องถิ่น

    “หัวหินมีศักยภาพครบถ้วน ทั้งด้านสถานที่ โครงสร้างพื้นฐาน และการบริการระดับสากล การจัดอีเวนต์กีฬาระดับโลกเช่นนี้ จะช่วยผลักดันให้หัวหินก้าวสู่การเป็น International Sport Destination อย่างแท้จริง”

                        “สุวัจน์”เปิดงานบีชโปโลหัวหิน ดันเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวคึกคัก

    ทั้งนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม และ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมงาน เพื่อร่วมสนับสนุนและผลักดันการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติในพื้นที่อีกด้วย

    การแข่งขันในปีนี้มีทีมเข้าร่วมจากประเทศไทย เบลเยียม อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา สะท้อนถึงความเป็นเวทีระดับนานาชาติที่ได้รับความสนใจจากนักกีฬาทั่วโลก 

                                 “สุวัจน์”เปิดงานบีชโปโลหัวหิน ดันเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวคึกคัก

    ขณะเดียวกัน ภายในงานยังเต็มไปด้วยกิจกรรมไลฟ์สไตล์ตลอดทั้งวัน อาทิ แฟชั่นโชว์บนหลังม้า ขบวนพาเหรดริมชายหาด รวมถึงโซนอาหารและเครื่องดื่มที่สร้างประสบการณ์ความบันเทิงครบวงจร

    นอกเหนือจากการแข่งขันกีฬา งานดังกล่าวยังจัดขึ้นเพื่อการกุศล โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสนับสนุน “โครงการกำลังใจ” ในพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี ซึ่งมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังผ่านการฝึกอาชีพ และเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคม

                                   “สุวัจน์”เปิดงานบีชโปโลหัวหิน ดันเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวคึกคัก

    การจัดงานในครั้งนี้ จึงสะท้อนถึงบทบาทของหัวหินที่ก้าวข้ามจากเมืองตากอากาศ สู่การเป็น Sports & Lifestyle Destination ระดับนานาชาติ ที่สามารถผสานกีฬา การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ พร้อมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/656070&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16ric6UKu_aQ52sGtDlXgW

  • SCB EIC ชี้วิกฤต “ตะวันออกกลาง” สะเทือนท่องเที่ยวไทย หั่นเป้าต่างชาติปีนี้เหลือ 33 ล้านคน

    SCB EIC ชี้วิกฤต “ตะวันออกกลาง” สะเทือนท่องเที่ยวไทย หั่นเป้าต่างชาติปีนี้เหลือ 33 ล้านคน

    ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยบทวิเคราะห์ประเมินว่า สถานการณ์ความขัดแย้งและการโจมตีทางอากาศในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการบินและการเดินทางระหว่างประเทศทั่วโลก เนื่องจากการประกาศปิดน่านฟ้าในหลายประเทศ ทำให้เที่ยวบินในเส้นทางตะวันออกกลางนับพันเที่ยวถูกยกเลิกกะทันหัน โดยภูมิภาคดังกล่าวถือเป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญ ซึ่งมีสัดส่วนผู้โดยสารสูงถึง 10% ของโลกในปี 2568 ตามข้อมูลของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA)

    สำหรับประเทศไทย วิกฤตการณ์ดังกล่าวได้สร้างผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. จำนวนเที่ยวบินที่เดินทางมาไทยมีแนวโน้มลดลง ประกอบกับความเสี่ยงในการเข้าสู่ภาวะวิกฤตขาดแคลนน้ำมันอากาศยาน 2. ต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เร่งตัว และ 3. ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เปราะบางลงทั้งในด้านความปลอดภัยและภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว จากปัจจัยกดดันดังกล่าว SCB EIC คาดการณ์ว่าหากวิกฤตยืดเยื้อไปอย่างน้อย 8 สัปดาห์ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในปีนี้อาจชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 33.2 ล้านคน จากประมาณการเดิมในเดือนธันวาคมที่ประเมินไว้ 34.1 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าขยายตัวเล็กน้อยราว 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

    โดยในมิติของจำนวนนักท่องเที่ยว แม้ภาพรวมผู้โดยสารต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในเดือนมีนาคม 2569 จะทยอยฟื้นตัวกลับมาเติบโตราว 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่พบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอล (สัดส่วน 2% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด) ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยหดตัวรุนแรงถึง 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในช่วง 10 วันแรก ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัวมาอยู่ที่ระดับหดตัว 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในเดือนมีนาคม ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 8% และต้องพึ่งพาเที่ยวบินต่อเครื่องผ่านสายการบินตะวันออกกลาง (เช่น Emirates, Qatar Airways และ Etihad Airways) มีการปรับลดลงกว่า 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในช่วงแรก แต่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงหลังจากสายการบินต่างๆ เช่น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI, British Airways และ Lufthansa ได้เพิ่มเที่ยวบินตรงในเส้นทางยุโรป-เอเชีย ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวยุโรปลดลงเพียง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

    นอกจากนี้ ตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซียซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักและมีสัดส่วนถึง 14% ก็ปรับตัวลดลงกว่า 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความกังวลเรื่องน้ำท่วมในหาดใหญ่และวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่ของไทย อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังได้รับการพยุงจากนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวได้ดี โดยตั้งแต่ช่วง 1 มกราคม – 5 เมษายน 2569 เติบโตราว 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และหลังเกิดวิกฤตยังคงเดินทางเข้าไทยอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวอินเดียที่เติบโตราว 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในช่วงต้นปี และยังคงเติบโตที่ระดับ 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในช่วงเกิดวิกฤต

    ทางด้านผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ดัชนีราคาน้ำมันอากาศยานโลกพุ่งขึ้นกว่า 112% แตะระดับ 215 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ต้นทุนสายการบินปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลายสายการบินทั่วโลกต้องประกาศขึ้นราคาค่าโดยสาร เช่น Air New Zealand และ Hong Kong Airlines รวมถึงสายการบินสัญชาติไทย โดย THAI ได้ประกาศปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร 10-15% ขณะที่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ปรับขึ้นในอัตรา 15-20% ขึ้นอยู่กับเส้นทางบิน สำหรับธุรกิจโรงแรม ร้านค้า และร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา พังงา กระบี่ และสมุย พบว่าในระยะสั้นมีการยกเลิกห้องพักราว 5-10% แต่ก็ได้รับการชดเชยจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชียและชาวต่างชาติที่ตกค้าง ส่วนธุรกิจท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ แม้ผู้ป่วยจากตะวันออกกลางจะคิดเป็น 23% ของคนไข้ต่างชาติ แต่ผลกระทบยังค่อนข้างจำกัดเนื่องจากความจำเป็นเร่งด่วนในการรักษาพยาบาล

    SCB EIC ทิ้งท้ายว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้น ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งออกมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบ โดยเฉพาะการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่ยังมีกำลังซื้อ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ตลอดจนการพิจารณามาตรการสนับสนุนทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีสภาพคล่องจำกัด รวมถึงการพิจารณามาตรการที่ช่วยแก้ปัญหาต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและดูแลปริมาณน้ำมันให้เพียงพอ เพื่อประคับประคองอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/824384&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VFYZphHcIplsm_1ltHB1t

  • เอ็กซ์เรย์ท่องเที่ยวสงกรานต์ 2569 ทั่วไทย ราคาน้ำมันพุ่ง-PM 2.5 ฉุดยอดจองโรงแรมหด

    เอ็กซ์เรย์ท่องเที่ยวสงกรานต์ 2569 ทั่วไทย ราคาน้ำมันพุ่ง-PM 2.5 ฉุดยอดจองโรงแรมหด

    เอ็กซ์เรย์ท่องเที่ยวสงกรานต์ทั่วไทย น้ำมันพุ่ง-PM 2.5 ฉุดยอดจองหด

    วันนี้ (วันที่ 8 เมษายน 2569) สถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ 2569 นี้ ชลอตัวลง เมื่อเทียบกับสงกรานต์ปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้บุ๊กกิ้งใหม่เกิดการชลอตัว โดยนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล เช่น ยุโรป ตลาดนักท่องเที่ยว ตะวันออกกลาง และอิสราเอล หดตัว

    ขณะที่คนไทย มีความกังวลต่อเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมต่างๆในเมืองท่องเที่ยวหลัก ไม่เต็มเหมือนทุกครั้ง โดยโรงแรมที่อยู่ใกล้กรุงเทพ อย่าง หัวหิน บางแสน พัทยา ก็ยังหวังว่าคนไทยอาจจะตัดสินใจเดินทางในนาทีสุดท้าย ขณะที่เมืองท่องเที่ยวรอง ยิ่งลำบาก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวไทย

    สงกรานต์ปีนี้คนจึงมักเที่ยวสงกรานต์ในพื้นที่ มากกว่าการเดินทางข้ามจังหวัดเหมือนทุกครั้ง ดังนั้นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในช่วงสงกรานต์นี้ โรงแรมหลายแห่งรวมถึงแบรนด์โรงแรมหรูได้ปรับกลยุทธ์มา ออกโปรโมชั่นสำหรับคนไทย (Thai Resident) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเทศทดแทนตลาดต่างชาติที่ชะลอตัว พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการ กระจายตลาดนักท่องเที่ยว (Diversify) ไปยังกลุ่มใหม่ๆ เช่น ตลาดนักท่องเที่ยวเอเชีย และนักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มกลับมามีสัญญาณที่ดีขึ้น

    นางสาววิชุพรรณ ภูเก้าล้วน ศรีสัญญา นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าเทศกาลสงกรานต์ปีนี้อาจไม่คึกคักเท่าที่ควร โดยภูเก็ตมียอดจองอยู่ที่ 70-75% ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่จองห้องพักล่วงหน้า (Booking window) 3-6 เดือน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ และในสงกรานต์ทุกปีก็จะได้นักท่องเที่ยวไทยเข้ามาเสริมทำให้อัตราเข้าพักเต็ม แต่ในขณะนี้ยอดจองของคนไทยยังนิ่ง

    เช่นเดียวกับกระบี่ ที่ขณะนี้มียอดจองอยู่ที่ 60% เป็นการจองของ นักท่องเที่ยวกลุ่ม Long-haul ที่จองล่วงหน้า ส่วนพังงา นักท่องเที่ยว ยุโรปเริ่มหาย ก็จะมีการจัดโปรโมชั่นดึงคนไทยกันอยู่ในขณะนี้

    ท่องเที่ยวสงกรานต์ 2569

    “ปกติคนไทยมักจะมาเที่ยวกระบี่ และภูเก็ต ช่วงสงกรานต์ และเป็นกลุ่มที่จะเข้ามาเติมเต็มยอดจองในช่วงสงกรานต์ของทุกปี จนทำให้โรงแรมมียอดการจอง 100% แต่สงกรานต์ปีนี้ไม่หวือหวา เนื่องจากวิกฤตพลังงานไม่เพียงส่งผลต่อการตัดสินใจในการเดินทางท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังทำให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการ อาทิ เรือท่องเที่ยวต้องปรับราคาเพิ่มขึ้น” นางสาววิชุพรรณ กล่าว

    นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ไม่คึกคักเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยพบว่านักท่องเที่ยว จากตลาดระยะไกล อย่างยุโรป มียอด การจองน้อยลงกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากฮับบินในตะวันออกกลาง อย่างดูไบ และคูเวตมีปัญหา

    ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาไทย และแม้จะมีเที่ยวบินตรงจากยุโรปเข้าไทย แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงเป็นเท่าตัว ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการเดินทาง แต่ก็ยังพอได้ตลาดนักท่องเที่ยว จากเอเชีย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาทดแทน

    ส่งผลให้ภาพรวมของการจองห้องพักในกรุงเทพฯ ถ้าเป็นพื้นที่ที่ไม่มีกิจกรรมสงกรานต์จะอยู่ที่ 70% ส่วนโรงแรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์ เช่น ถนนสีลม ถนนสุรวงศ์ รวมถึงถนนข้าวสาร คาดว่าอัตราการเข้าพักจะอยู่ที่ประมาณ 80-90% ถือว่าลดลงหากเทียบกับสงกรานต์ปีที่ผ่านมา เพราะโดยปกติอัตราการเข้าพักในช่วงสงกรานต์บนถนนข้าวสารจะอยู่ที่ 98-100%

    สำหรับการเดินทางเข้ามาเที่ยวสงกรานต์บนนถนนข้าวสารในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 80,000 คนต่อวัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่กว่า 100,000 คนต่อวัน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพื้นที่สนามหลวงซึ่งเคยเป็นจุดจัดงานเทศกาลสงกรานต์หลักในปีที่แล้ว ไม่สามารถจัดงานได้ กิจกรรมได้ย้ายไปจัดที่สวนเบญจกิติแทน ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดิมมางานสงกรานต์ที่สนามหลวง และเดินทางมาเที่ยวสงกรานต์ย่านถนนข้าวสารต่อเนื่องกัน ก็อาจหายไปบางส่วน

    โดยในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ถนนข้าวสารจะเริ่มกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน โดยเน้นไปที่กิจกรรมทางประเพณี เช่น การทำบุญตักบาตรและการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ส่วนการเล่นน้ำปกติจะอยู่ในช่วงวันที่ 13-15 เมษายนนี้ โดยจะเน้นยกระดับความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

    สำหรับประเด็นที่น่ากังวลที่สุด คือ กำลังซื้อของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนไทยที่หดตัวลงอย่างเห็นได้ชัดประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น แม้ในส่วนของโรงแรมจะยังไม่ได้รับผลกระทบ ด้านต้นทุนหนักเท่าธุรกิจร้านอาหารแต่ก็ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ สำหรับธุรกิจร้านอาหาร ถือว่าได้รับผลกระทบมาก จากค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง และราคาวัตถุดิบ เช่น กุ้งและปลาซึ่งปรับตัวสูงขึ้นถึง 15-20%

    ในขณะที่ราคาขายไม่สามารถปรับขึ้นตามได้มากนัก จึงมีการส่งสัญญาณ เตือนไปยังผู้ประกอบการให้ระมัดระวังเรื่องการกักตุนสินค้า (Stock) เพื่อขายในช่วงสงกรานต์ เพราะความเสี่ยงที่จะขาดทุนมีสูง จากราคาสินค้าที่แพง และกำลังซื้อที่ลดลง นายสง่า กล่าวทิ้งท้าย

    นายไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักหน่วงจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 และราคาน้ำมันที่สูงต่อเนื่อง โดยจากปัญหา PM 2.5 ทำให้มีกรณีที่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปขอยกเลิกการพักกลางคัน (Check-Out ก่อนกำหนด) เพื่อหนีฝุ่นไปพักผ่อนที่ภูเก็ตแทน ซึ่งโรงแรมต้องแบกรับภาระคืนเงินเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าไว้

    อย่างไรก็ตาม ยังพอมีสัญญาณบวกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชีย ได้แก่ จีน, เกาหลี, ไต้หวัน และมาเลเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจองล่วงหน้า ทำให้ยอดจองในช่วงสงกรานต์ปีนี้ยังคงอยู่ที่ประมาณ 60% โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยว ชาวจีนที่เริ่มกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้งหลังจากหายไปนานกว่า 2 ปี

    ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา เผยว่า ยอดจองห้องพักในช่วงสงกรานต์ปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60-70% เท่านั้น ถือว่าลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสงกรานต์ทุกปีที่จะเต็ม 100% เนื่องจากหลังกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลาแนะนำพลเรือนเลื่อนการเดินทางไปภาคใต้ของประเทศไทย ในช่วงวันหยุดเทศกาลอีดิล ฟิตรี

    จากปัญหาประเทศไทยขาดแคลนน้ำมัน และภาพที่ถูกนำเสนอออกไปเป็นภาพคนเข้าคิวเติมน้ำมันยาวเหยียด ส่งผลกระทบต่อเนื่อง ทำให้นักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์จากมาเลเซีย ยกเลิกการจองช่วงสงกราต์นไปแล้วกว่า 1,000 คน

    ขณะที่กลุ่มเอเย่นต์ที่ปกติจะเหมาห้องพักไปขายต่อ ปีนี้ก็หายไป เพราะนักท่องเที่ยวน้อยลง เนื่องจากขาดความมั่นใจในสถานการณ์ ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่หรือจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งมักจะเดินทางมาเล่นน้ำแบบไปเช้า-เย็นกลับโดยไม่มีการพักค้างคืน ส่งผลให้โรงแรมต้องหันมาทำการตลาดออนไลน์ด้วยตนเองและเน้นกลุ่มลูกค้าแบบ Walk-in ที่ตัดสินใจปุบปับแทน

    อีกทั้งยังต้องเผชิญกับปัญหาบ้านพัก Airbnb และโรงแรมผิดกฎหมายที่ออกมาดัมพ์ราคาในช่วงที่ยอดจองซบเซา ทำให้โรงแรมหลายแห่งไม่สามารถปรับขึ้นราคาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ตามปกติ บางแห่งต้องคงราคาเดิมหรือลดราคาลง 10-30% เพื่อดึงดูดลูกค้า

    นายวัชรพงศ์ คุณปลื้ม นายกสมาคมโรงแรมไทย ภาคตะวันออก กล่าวว่า สงกรานต์ที่บางแสน ปัจจุบันมีอัตราการเข้าพัก เฉลี่ยอยู่ 50%คาดว่าเมื่อถึงวันสงกรานต์ก็น่าจะปรับขึ้นเป็นใกล้ 70% เพราะบางแสนเป็นตลาดคนไทย ขับรถไม่ไกลจากกรุงเทพ ทำให้ประหยัดค่าเดินทางในยุคน้ำมันแพง ประกอบกับในช่วงสงกรานต์ปีนี้จะครอบคลุมระยะเวลายาวตั้งแต่วันที่ 11 จนถึง 19 เมษายน เนื่องจากมีประเพณี “วันไหลบางแสน” ในวันที่ 16-17 เมษายน เป็นตัวดึงดูดสำคัญ

    ส่วนเมืองพัทยา ยอดจองสงกรานต์ขณะนี้อยู่ที่ 70% เนื่องจากมีนักท่องเที่ยว ต่างชาติอยู่ยาว แต่คาดว่าช่วงสงกรานต์จะมีคนไทยเข้าไปเติม ทำให้อัตราเข้าพักน่าจะเพิ่มเป็น 80%

    ด้านนายธนพล ชีวรัตนพรนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 นี้ กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่จากสภาวะทางเศรษฐกิจและต้นทุนการเดินทางที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ไม่นิ่งและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ส่งผลให้ต้นทุนในทุกส่วน ทั้งค่าภาษีน้ำมัน ค่าขนส่ง รวมถึงค่าใช้จ่ายในโรงแรมและร้านอาหารปรับตัวสูงตามไปด้วย ส่งผลให้ ราคาแพ็กเกจทัวร์อาจต้องปรับเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20% เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง

    เช่นเดียวกับในส่วนของการท่องเที่ยวต่างประเทศ (Outbound)พบว่าได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน เนื่องจากภาษีน้ำมันทำให้ราคาตั๋วเครื่องบิน พุ่งสูงขึ้น แม้ว่าในช่วงสงกรานต์จะมีจำนวนคนออกไปท่องเที่ยวหนาตาพอสมควร แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ

    นักท่องเที่ยวขาดความมั่นใจที่จะจองทัวร์ล่วงหน้าหลายเดือนเหมือนแต่ก่อน เพราะไม่มั่นใจเรื่องราคาและสถานการณ์ ทำให้บริษัททัวร์ต้องเร่งปรับกลยุทธ์ เช่น การเร่งออกตั๋วให้เร็วขึ้น เพื่อตัดปัญหาความผันผวนของราคาน้ำมัน

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยว่า ททท.คาดว่าสงกรานต์ปีนี้ จะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวทั่วประเทศรวมกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 % จากนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 500,000 คน และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 5,963,000 คน-ครั้ง โดยในปีนี้ ททท.เตรียมจัดงานสงกรานต์ ผ่าน 2 กิจกรรมไฮไลต์ ในกรุงเทพ ได้แก่

    1. “Maha Songkran World Water Festival 2026” วันที่ 11-15 เม.ย.นี้ ณ บริเวณสวนเบญจกิติ (โรงงานยาสูบเดิม) มุ่งนำเสนออัตลักษณ์ของประเพณีสงกรานต์ ในรูปแบบที่ผสานความคลาสสิกงดงามของวิถีไทยเข้ากับความร่วมสมัย จัดเต็มความบันเทิงจากศิลปินดัง การแสดงทางวัฒนธรรมและโชว์ร่วมสมัย รวมถึงการแสดงโดรนแปรอักษรกว่า 1,200 ลำ

    2. “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ที่จะจัดขึ้นตลอดเดือนเม.ย.นี้ ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ถ่ายทอดเสน่ห์ของประเพณีสงกรานต์ไทยผสานคำว่า “เสน่ห์” เข้ากับ “งานศิลปะ” ผ่านมุมมองสร้างสรรค์ของศิลปินไทย โดยจัดแสดงประติมากรรม 3 มิติขนาดใหญ่ จำนวน 6 ชิ้น จากศิลปินไทยชื่อดัง

    รวมถึงยังสนับสนุนการจัดกิจกรรมงานประเพณีสงกรานต์ทั้ง5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น งาน ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION 2026, งาน SIAM PARAGON ULTRASONIC SUMMER FESTIVAL 2026, งานประเพณี “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์สุโขทัย” จ.สุโขทัย, งานประเพณี “สงกรานต์เล่นน้ำกับช้าง” จ.พระนครศรีอยุธยา, งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง จ.สมุทรปราการ, งานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น, งานสมุยสงกรานต์ กลางเล 2569 จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้เข้าร่วมกิจกรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/656069&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ADvUZw8RIxmd8YZnk5D7L

  • วิกฤตตะวันออกกลาง 2026 พ่นพิษท่องเที่ยวไทย ปรับเป้าลดเหลือ 33.2 ล้านคน

    วิกฤตตะวันออกกลาง 2026 พ่นพิษท่องเที่ยวไทย ปรับเป้าลดเหลือ 33.2 ล้านคน

    SCB EIC ชี้วิกฤตตะวันออกกลางปี 2026 ทำปิดน่านฟ้าและน้ำมันพุ่ง ฉุดท่องเที่ยวไทยโตช้าลง คาดนักท่องเที่ยวเหลือ 33.2 ล้านคน พร้อมแนะรัฐเร่งกระตุ้นตลาดเอเชียและดูแลต้นทุน

    บทวิเคราะห์ SCB EIC: วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ สะเทือนโครงสร้างท่องเที่ยวไทยปี 2026

    วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ได้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ฉุดรั้งการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

     SCB EIC ได้ทำการวิเคราะห์ผลกระทบเชิงลึกผ่านมิติต่างๆ พบว่าวิกฤตครั้งนี้ส่งผ่านความผันผวนสู่เศรษฐกิจไทยใน 3 ช่องทางหลัก คือ จำนวนเที่ยวบินที่ลดลง ต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น และความเชื่อมั่นของผู้เดินทางที่เปราะบาง
     

    วิกฤตตะวันออกกลาง 2026 พ่นพิษท่องเที่ยวไทย ปรับเป้าลดเหลือ 33.2 ล้านคน

    1. ปรากฏการณ์ปิดน่านฟ้าและวิกฤตพลังงาน: กำแพงสูงของการเดินทาง

    การโจมตีทางอากาศส่งผลให้หลายประเทศ อาทิ อิหร่าน อิสราเอล กาตาร์ UAE และซาอุดีอาระเบีย ประกาศปิดน่านฟ้าทันที

     ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเส้นทางบินระหว่างยุโรปและเอเชียที่ต้องพึ่งพาฮับการบินในภูมิภาคนี้ ซึ่งมีสัดส่วนผู้โดยสารทั่วโลกถึง 10% ในปี 2025

     แม้ในเดือนเมษายน 2569 สายการบินบางแห่งจะเริ่มกลับมาให้บริการได้บางส่วน แต่ความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำมันอากาศยานยังคงเป็นปัจจัยกดดันให้หลายสายการบินต้องปรับลดเที่ยวบินลง

    ในด้านต้นทุน ราคาน้ำมันอากาศยานโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 112% มาอยู่ที่ระดับ 215 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

    ส่งผลให้สายการบินสัญชาติไทยอย่าง การบินไทย และ Bangkok Airways ต้องปรับขึ้นค่าโดยสาร 10-20% เพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่อ่อนไหวต่อราคา

    2. ผลกระทบต่อปริมาณนักท่องเที่ยว: การปรับเป้าหมายและการเปลี่ยนแปลงตลาด
    จากสถานการณ์ที่ยืดเยื้อ SCB EIC จึงปรับประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2026 ลงจากเดิม 34.1 ล้านคน เหลือ 33.2 ล้านคน
     

    วิกฤตตะวันออกกลาง 2026 พ่นพิษท่องเที่ยวไทย ปรับเป้าลดเหลือ 33.2 ล้านคน

    โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบชัดเจนที่สุดคือ:

    นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอล: หดตัวรุนแรงถึง -80% ในช่วงแรกของการโจมตี

     แม้กลุ่มนี้จะมีสัดส่วนเพียง 2% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด แต่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่เน้นตลาดเฉพาะกลุ่ม
    นักท่องเที่ยวยุโรป: กลุ่มที่ต้องต่อเครื่องผ่านตะวันออกกลาง (สัดส่วนราว 8% ของผู้เดินทางเข้าไทย) มีการชะลอตัวลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเยอรมนี สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส

    อย่างไรก็ตาม ภาคท่องเที่ยวไทยยังได้รับแรงหนุนจาก นักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ที่ยังคงเติบโตต่อเนื่องที่ 12% และ 15% ตามลำดับ

    รวมถึงอานิสงส์จากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หนีภัยความไม่สงบเข้ามาพำนักในไทยระยะยาว

    3. ธุรกิจท่องเที่ยวไทยภายใต้แรงกดดัน: ส่องผลกระทบรายภาคส่วน
    โรงแรมและร้านอาหาร: ในพื้นที่ยอดนิยมอย่าง ภูเก็ต พังงา กระบี่ และสมุย เริ่มเห็นการยกเลิกจองห้องพัก 5-10% ในช่วง 2 สัปดาห์แรก

    ขณะเดียวกันก็ต้องแบกรับภาระต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น
    การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์: โรงพยาบาลเอกชนอาจได้รับผลกระทบ เนื่องจากรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 23% ของรายได้ต่างชาติทั้งหมด

    ธุรกิจขนส่ง: เผชิญความเสี่ยงสูงจากต้นทุนเชื้อเพลิงซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของต้นทุนรวม

    ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจาก SCB EIC

    เพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวไทยผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ภาครัฐควรพิจารณามาตรการเชิงรุก ได้แก่:

    กระตุ้นตลาดเอเชียและแปซิฟิก: ทดแทนกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกลที่ได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายการเดินทาง
    มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ: เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการในช่วงนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว
    การช่วยเหลือสภาพคล่อง: สนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ประกอบการรายเล็ก-กลาง (SMEs) ที่มีขีดจำกัดในการปรับตัวต่อต้นทุน

    การดูแลต้นทุนพลังงาน: บรรเทาภาระค่าเดินทางและดูแลความเพียงพอของน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ

    แม้วิกฤตตะวันออกกลางจะสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อการท่องเที่ยวไทยในปี 2026 แต่การปรับกลยุทธ์เข้าหาตลาดที่ยังมีศักยภาพและการสนับสนุนจากภาครัฐที่ทันท่วงที จะเป็นกลไกสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/740610&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hou0LBwvFjfQlQIcckWhy

  • สงกรานต์นี้ ตร.ท่องเที่ยว วาง 3 มาตรการ ดูแลนักท่องเที่ยวในกทม.

    สงกรานต์นี้ ตร.ท่องเที่ยว วาง 3 มาตรการ ดูแลนักท่องเที่ยวในกทม.

    พลตำรวจตรี ดนุ กล่ำสุ่ม ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กล่าวถึงการดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้วางมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวภายใต้ 3 หลักสำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัย การเข้าถึงได้  และความเชื่อมั่น

    โดยได้บูรณาการการทำงานร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,กองบัญชาการตำรวจนครบาล ,กรุงเทพมหานคร  หน่วยงานด้านความมั่นคง และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว เพื่อจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ทั้งภายในและรอบบริเวณพื้นที่การจัดงาน

    รวมถึงจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ในรูปแบบ จุดตรวจ จุดคัดกรอง จุดบริการนักท่องเที่ยว รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจ แผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 รวมถึง Mobile Application สำหรับแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/69758&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1beM9MnQF2_iANsvmZKhMS