Category: ท่องเที่ยว

  • ตำรวจบุกกวาดล้างผีมะพร้าวพัทยา ตะลึง!เจอสาวผิวสียืนขายบริการเพียบ | เดลินิวส์

    ตำรวจบุกกวาดล้างผีมะพร้าวพัทยา ตะลึง!เจอสาวผิวสียืนขายบริการเพียบ | เดลินิวส์

    เมื่อคืนวันที่ ต เม.ย. พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ชลบุรี) สั่งการให้ชุดสืบสวน สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้าประเวณี บริเวณชายหาดพัทยา ถนนเลียบชายหาด และถนนพัทยาสายสอง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ

    โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมหญิงต่างชาติได้รวม 16 ราย ส่วนใหญ่เป็นสัญชาติอุซเบกิสถาน คีร์กีซสถาน และยูกันดา โดยมีพฤติการณ์เข้าข่าย “ติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว หรือรบเร้าบุคคลในที่สาธารณะเพื่อการค้าประเวณี” อันเป็นความผิดตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539

    เบื้องต้น ผู้ต้องหา 12 ราย ถูกเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท พร้อมถูกเพิกถอนวีซ่าและควบคุมตัวไว้เตรียมผลักดันออกนอกประเทศ ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 1 ราย พบว่าอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีเพิ่มเติมตามกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 ราย อยู่ระหว่างกระบวนการเพิกถอนวีซ่า และเตรียมผลักดันกลับประเทศต้นทางเช่นเดียวกัน

    โดยการกวาดล้างครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อย และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5768080/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AdlUNjHWGpTl1Q1wIgI5J

  • แก้เกมเศรษฐกิจ EP.56

    แก้เกมเศรษฐกิจ EP.56

    ออกจากระบบ

    ล้างการแจ้งเตือนทั้งหมด

    ลบบัญชี

    หากคุณลบบัญชี 3Plus คุณจะไม่สามารถที่จะเข้าสู่ระบบได้อีกต่อไป

    คุณเเน่ใจหรือไม่ว่าต้องการดำเนินการต่อ

    ยกเลิกตกลง

    มหาสงกรานต์ปี 69 โอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจไทย EP.56

    ออกอากาศ ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569

    เปิดประเด็นเศรษฐกิจ ถอดรหัสหากลยุทธ์ ก้าวสู่ความสำเร็จกับผู้เชี่ยวชาญ

    ปิดการแจ้งเตือน

    เลิกติดตาม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/v/271722&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CdvrsOkYSo6F2VfcYl-yh

  • ‘สุรศักดิ์’มอบนโยบายกีฬา เน้นเป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้ ยกมาตรฐานการแข่งขัน-ศักยภาพนักกีฬา

    ‘สุรศักดิ์’มอบนโยบายกีฬา เน้นเป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้ ยกมาตรฐานการแข่งขัน-ศักยภาพนักกีฬา

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบนโยบายการขับเคลื่อนงานแก่ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด  ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันวางทิศทางและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของประเทศ  ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 

    นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยขอให้ทุกหน่วยงานมุ่งมั่นดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล และแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเน้นย้ำการเตรียมความพร้อมในการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ โดยการบูรณาการภารกิจด้านการท่องเที่ยวร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมโยงต้นทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับการท่องเที่ยวอย่างไร้รอยต่อ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของรัฐ รวมถึงการสนับสนุนแนวคิดการจัดตั้ง “กระทรวงการกีฬา” เพื่อให้การกำหนดนโยบายด้านกีฬาเป็นไปอย่างชัดเจน ครอบคลุม และต่อเนื่องในทุกมิติ

    ในด้านการท่องเที่ยว รัฐมนตรีฯ ระบุว่า รัฐบาลมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากการเน้น “ปริมาณ” ไปสู่ “คุณภาพและมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน” โดยกำหนดทิศทางสำคัญ ได้แก่ การผลักดันประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน ด้วยการปรับแนวคิดจากการขายสินค้า (Product-Centric) ไปสู่การตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว (Demand Driven) การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะทาง อาทิ การท่องเที่ยวเชิงความเชื่อ (สายมูเตลู) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness) ตลอดจนการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีมาตรฐานรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม รวมทั้งการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองรอง ผ่านมาตรการส่งเสริมต่าง ๆ และการยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร

    ขณะเดียวกัน ในด้านการกีฬา ได้มุ่งใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนในชาติทุกช่วงวัย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยวางกรอบการพัฒนาไว้บน 4 เสาหลัก ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพของประชาชน (Sport Health) การผลักดันกีฬาให้เป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้ (Sport Wealth) การยกระดับมาตรฐานการแข่งขันและศักยภาพนักกีฬาไทยสู่ระดับนานาชาติ (Sport Pride) และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาพัฒนาระบบกีฬา (Sport Future) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

    นายสุรศักดิ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ความสำเร็จของการขับเคลื่อนนโยบายจะเกิดขึ้นได้จาก “เอกภาพในการทำงาน” ของทุกหน่วยงานในสังกัด โดยต้องร่วมกันขับเคลื่อนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้เป็น Smart Organization ที่ทำงานบนฐานข้อมูล มีความคล่องตัว เป็นมืออาชีพ และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ พร้อมทั้งยึดหลักความโปร่งใส มองการณ์ไกล และยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ เพื่อร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวและการกีฬาในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/977761/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xlK23rPC3i36LroDW5HPr

  • กรมการท่องเที่ยว จับมือตำรวจท่องเที่ยวบุกภูเก็ต กวาดล้างนอมินี – ธุรกิจนำเที่ยวผิดกฎหมาย

    กรมการท่องเที่ยว จับมือตำรวจท่องเที่ยวบุกภูเก็ต กวาดล้างนอมินี – ธุรกิจนำเที่ยวผิดกฎหมาย

    กรมการท่องเที่ยว จับมือตำรวจท่องเที่ยวบุกภูเก็ต กวาดล้างนอมินี – ธุรกิจนำเที่ยวผิดกฎหมาย

    วันที่ 8 เมษายน 2569 กรมการท่องเที่ยว โดยสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 ผนึกกำลังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวในพื้นที่อย่างเข้มข้น เพื่อจัดระเบียบและปราบปรามการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 พบผู้กระทำผิด 2 รายใหญ่ เตรียมสั่งเพิกถอนใบอนุญาตและปรับพินัย

    จากการตรวจสอบเชิงลึกพบความผิดปกติของ บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งต้องสงสัยว่ามีการดำเนินกิจการในลักษณะตัวแทนอำพราง หรือ Nominee พฤติการณ์ความผิด: พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการบริษัทหลังจากได้รับใบอนุญาต โดยปัจจุบันมีกรรมการ 2 ราย เป็นชาวไทย 1 ราย และชาวต่างชาติสัญชาติอิสราเอล 1 ราย ข้อกฎหมาย: กรณีดังกล่าวถือว่า ขาดคุณสมบัติ ตามมาตรา 17 (1) (ก) แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวฯ ซึ่งระบุชัดเจนว่ากรรมการของบริษัทเกินกึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย บทลงโทษ: สำนักงานทะเบียนฯ เตรียมดำเนินการ เพิกถอนใบอนุญาต ของบริษัทดังกล่าวทันที เพื่อป้องกันความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและผลประโยชน์ของคนไทย

    ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ บริษัทอีกแห่ง แม้จะมีสถานะการจดทะเบียนปกติ แต่พบการกระทำผิดในส่วนของสถานที่ตั้ง พฤติการณ์ความผิด บริษัทมีการประกอบกิจการในสถานที่ที่ ไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และไม่มีการแจ้งจดทะเบียนสาขาให้ถูกต้องตามขั้นตอนเข้าข่ายความผิดฐานประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่มีใบอนุญาตสาขา ตามมาตรา 22/2 แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวฯ เจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินการ ปรับพินัย ตามระเบียบที่กฎหมายกำหนด

    การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ประกอบการที่แฝงตัวกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี โดยสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 ยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้มีความโปร่งใส และคุ้มครองผู้ประกอบการไทยที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/69865&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FqODcpfLdVrQNTXOsarFH

  • ตำรวจท่องเที่ยวพัทยากวาดล้างต่างชาติบริการชายหาดพัทยา รวบ 16 สาวผิวสี เตรียมเพิกถอนวีซ่าผลักดันออกนอกประเทศ | TOPNEWS

    ตำรวจท่องเที่ยวพัทยากวาดล้างต่างชาติบริการชายหาดพัทยา รวบ 16 สาวผิวสี เตรียมเพิกถอนวีซ่าผลักดันออกนอกประเทศ | TOPNEWS

    พัทยา – ปราบดา สุขสุนทรีย์ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ชลบุรี) สั่งการให้ชุดสืบสวน สนธิกำลังร่วมกับ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี และ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้าประเวณี บริเวณชายหาดพัทยา ถนนเลียบชายหาด และถนนพัทยาสายสอง ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของ พัทยา

    เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมหญิงต่างชาติได้รวม 16 ราย ส่วนใหญ่เป็นสัญชาติอุซเบกิสถาน คีร์กีซสถาน และยูกันดา โดยมีพฤติการณ์เข้าข่าย “ติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว หรือรบเร้าบุคคลในที่สาธารณะเพื่อการค้าประเวณี” อันเป็นความผิดตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539

    เบื้องต้น ผู้ต้องหาจำนวน 12 ราย ถูกเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท พร้อมถูกเพิกถอนวีซ่าและควบคุมตัวเพื่อเตรียมผลักดันออกนอกประเทศ ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 1 ราย พบว่าอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ดำเนินคดีเพิ่มเติมตามกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 ราย อยู่ระหว่างกระบวนการเพิกถอนวีซ่า และเตรียมควบคุมตัวเพื่อผลักดันกลับประเทศต้นทางเช่นเดียวกัน

    โดยการกวาดล้างครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อย และรักษาภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา

    ภาพ/ข่าว อนันต์ กิ่งสร / ทิวากร กฤษมณี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชลบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1542850&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Qf0eeiVzbCBNf1HX6GOCZ

  • ส่อง 14 หุ้นเด่น ได้ประโยชน์จากนโยบาย ครม. “อนุทิน 2” แถลงต่อสภา

    ส่อง 14 หุ้นเด่น ได้ประโยชน์จากนโยบาย ครม. “อนุทิน 2” แถลงต่อสภา

    การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการกำหนดทิศทางขับเคลื่อนประเทศ โดยเฉพาะในมิติทางเศรษฐกิจที่มีการวางรากฐานครอบคลุมทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการปรับโครงสร้างในระยะยาว 

    วิเคราะห์เจาะลึกถึง 5 เสาหลักทางเศรษฐกิจ และผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในมุมมองของนักวิเคราะห์

    5 เสาหลัก พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน

    นโยบายเศรษฐกิจที่รัฐบาลนำเสนอ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีหัวใจสำคัญดังนี้

    1. การสร้างโอกาสที่เท่าเทียม: มุ่งเน้นการเข้าถึงแหล่งทุนและเทคโนโลยี โดยมีโครงการไฮไลท์อย่าง “คนละครึ่งพลัส” เพื่อกระตุ้นการบริโภคควบคู่ไปกับการยกระดับทักษะแห่งอนาคตสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถเข้าสู่ระบบการเงินได้อย่างมั่นคง
    2. การปรับโครงสร้างเพื่อพ้นกับดักรายได้ปานกลาง: เน้นการใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจดิจิทัล และปรับระบบการส่งเสริมการลงทุนให้สอดรับกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเวทีโลก
    3. การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก: ภายใต้แนวคิด “เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก” โดยมี “ทีมประเทศไทย” เป็นหัวหอกในการผลักดันสนค้าและบริการไทยสู่สากล
    4. เกษตรสมัยใหม่ (Smart Agriculture): เปลี่ยนจากเกษตรแบบดั้งเดิมสู่ “เกษตรแม่นยำ” โดยนำ Big Data และ AI มาใช้บริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
    5. การท่องเที่ยวเชิงมูลค่า: ยกระดับไทยสู่การเป็น Destination Thailand ที่ท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน โดยเปลี่ยนจุดเน้นจากการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยวไปสู่การสร้างมูลค่าสูง
     

    ตัวแปรเสริม การลดราคาน้ำมันและการรักษาแรงซื้อ

    นอกเหนือจากนโยบายหลักแล้ว มาตรการเร่งด่วนในการลดภาระค่าครองชีพ เช่น การที่ กบน. ประกาศลดราคาน้ำมันดีเซลลง 2.14 บาท (มีผล 9 เมษายน 2569) ถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยชะลอเงินเฟ้อและรักษากำลังซื้อของประชาชนในช่วงสั้น

    วิเคราะห์กลุ่มอุตสาหกรรม “ผู้ชนะ” จากนโยบายและมาตรการรัฐ

    บล.เอเซีย พลัส ประเมินกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์โดยตรง ดังนี้

    • กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์: ได้ประโยชน์สูงสุดจากการลดราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนหลัก (30-40%) ช่วยหนุนกำไรขั้นต้น (Margin) ให้ฟื้นตัว หุ้นเด่นที่น่าจับตา ได้แก่ AAV, BA, THAI และ SJWD
    • กลุ่มค้าปลีก-ส่ง และห้างสรรพสินค้า: รับผลดีจากต้นทุนการกระจายสินค้าที่ต่ำลงและอานิสงส์จากมาตรการพยุงกำลังซื้อ หุ้นแนะนำคือ CPALL, CPAXT และ CPN
    • กลุ่มโรงแรมและการท่องเที่ยว: สอดรับกับนโยบาย Destination Thailand และต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลง หุ้นเด่นคือ ERW และ MINT
    • กลุ่มเกษตรและอาหาร: ได้รับประโยชน์จากการลดต้นทุนเครื่องจักรกลการเกษตรและการขนส่งวัตถุดิบ หุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ CPF, CBG และ ICHI
    • กลุ่มเช่าซื้อ: การอุดหนุนกลุ่มเปราะบางตามนโยบายรัฐ จะช่วยให้มีเงินหมุนเวียนกลับมาในระบบและเพิ่มความสามารถในการชำระค่างวดรถหรือค่าเช่าซื้อที่ค้างอยู่ หุ้นเด่นคือ MTC และ TIDLOR

    นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นการผสมผสานระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ผ่านการลดภาระค่าใช้จ่ายและเติมเงินในกระเป๋าประชาชน กับการปฏิรูปโครงสร้างระยะยาว ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมทางการเกษตร, หากสามารถผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้ตามเป้าหมาย จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมและสร้างโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในหลายอุตสาหกรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/740712&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S3G-TEcDIpPNHfKzlTvXz

  • “สส.ณัฐพล” อัดนโยบายท่องเที่ยวทุ่มแต่จัดงานอีเวนต์ ใช้งบฯ ไม่ตรงจุด

    “สส.ณัฐพล” อัดนโยบายท่องเที่ยวทุ่มแต่จัดงานอีเวนต์ ใช้งบฯ ไม่ตรงจุด

    “ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล” สส.พรรคประชาชน ซัดนโยบายท่องเที่ยวอนุทินฯ เหมือนแนวคิดรัฐบาลชุดเก่าๆ กระจายงบลงท้องถิ่นน้อยไป ใช้งบไม่ตรงจุด ควรเน้นพัฒนาพื้นที่มากกว่าทุ่มจัดงานอีเวนต์ ที่ประสบความสำเร็จน้อยนิด

    วันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคประชาชน ได้อภิปรายว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวบ้านเราน้อยลง เพราะความน่าสนใจของบ้านเราลดลง ไม่มีจุดขายใหม่ ๆ นักท่องเที่ยวขาดแรงจูงใจที่จะมาซ้ำ และประเทศเพื่อนบ้านเราก็ทำการท่องเที่ยวได้ดีกว่าเรา จากข้อมูลพบว่า รายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 70% กระจุกอยู่แค่ใน 5 จังหวัดหลัก ส่วนรายได้อีก 30% ก็คือจังหวัดอื่น ๆ ที่เหลือกว่า 70 จังหวัดที่ต้องแบ่ง ๆ กันไป ในบางพื้นที่ก็โดนทุนต่างชาติเข้ามาแย่งส่วนแบ่งรายได้ออกไป

    ในบางพื้นที่มีนักท่องเที่ยวมาก แต่ความสามารถในการรองรับของเมืองยังจำกัด ทำให้หลายจังหวัดในบางพื้นที่ไม่สามารถสร้างการท่องเที่ยวได้ ที่ผ่านมาการแก้ไขจากภาครัฐนั้นมีการดำเนินการล่าช้า ควบคุมนอมินีไม่ได้ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานช้า งบส่วนใหญ่หมดไปกับการจัดอีเวนต์ ทำ Soft Power ไปหลายพันล้าน แต่มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรมไม่กี่งาน

    นายณัฐพลกล่าวว่า สำหรับนโยบายแรกที่รัฐบาลจะพัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายในการเดินทางแบบ 365 วัน ในหลักการถือว่าตอบโจทย์ในการเพิ่มการกระจายตัวของการท่องเที่ยว เพียงแต่ว่าวิธีการที่จะทำนั้น จากที่จะสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ประทับใจ สร้างความปลอดภัย ต่อยอดจุดแข็ง เช่น ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีไทย ผสมผสานสินค้าและบริการไทย เช่น ผลไม้ไทย อาหาร สปา สินค้า GI เพื่อเพิ่มมูลค่าตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

    ซึ่งหลายพื้นที่เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่ทำไมหลายพื้นที่เหล่านั้นถึงยังไม่กลายเป็นที่หมายแบบ 365 วัน อย่างเชียงใหม่บ้านของตนมีการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีศิลปะวัฒนธรรม มีอาหาร มีครบ มีมานานแล้ว แต่สาเหตุที่ทำให้เชียงใหม่ไม่สามารถเที่ยวได้ 365 วัน เนื่องจากฝุ่น PM2.5 กล่าวคือ การที่จะทำให้ไทยเป็นที่หมายแบบ 365 วันได้ การเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวมันไม่พอ แต่ต้องหาอุปสรรคอื่น ๆ ที่ทำให้คนไม่ไปเที่ยว และแก้อุปสรรคเหล่านี้ไปพร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยว นโยบายจึงจะสำเร็จ

    นโยบายด้านที่ 2 การจัดให้มีระบบประกันภัยนักท่องเที่ยวภาคบังคับ ซึ่งตนเห็นด้วย เมื่อสัปดาห์ก่อน ตนเห็นข่าวว่ารัฐมนตรีท่านหนึ่งจะชงเรื่องให้ ครม. เคาะเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 300 บาทจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งตามกฎหมายว่าด้วยค่าเหยียบแผ่นดินระบุไว้ว่า ค่าเหยียบแผ่นดินที่เก็บได้สามารถนำไปใช้ในการทำประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยวได้ เรื่องนี้อยากให้ตอบให้ชัดว่าจะดำเนินการเรื่องประกันภัยนักท่องเที่ยวอย่างไร ตนอยากให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องตอบให้ชัด เพราะเรื่องนี้จะส่งผลต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

    นโยบายด้านที่ 3 ด้านการจัดการทุนนอมินีและการทบทวน Free Visa เกือบ 3 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แต่ที่เพิ่มคือ ธุรกิจนอมินีสีเทาสีดำที่มีอยู่ตามหัวเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องแก้ พ.ร.บ.ธุรกิจต่างด้าว โดยนิยามคำว่า “นอมินี” ให้ชัดเจนขึ้น กำหนดให้การกระทำแบบนอมินีมีความผิดมากขึ้น และต้องบังคับใช้อย่างจริงจัง เราถึงจะมีอาวุธไปจัดการเรื่องนี้

    นโยบายด้านที่ 4 ด้านการพัฒนาเชิงกายภาพทางการท่องเที่ยว ในคำแถลงเขียนอย่างไรก็ไม่ผิด การพัฒนาเชิงกายภาพเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ แต่ถ้อยคำที่เอามาเขียน เหมือนนำนโยบายเก่าที่ควรเสร็จนานแล้ว มาเขียนใหม่ในวันนี้ เพราะงบประมาณในแต่ละท้องถิ่นไม่เพียงพอ และงบการท่องเที่ยวลงไปไม่ถูกจุด

    นายณัฐพลกล่าวต่อว่า หากเรากระจายงบประมาณสู่ท้องถิ่นอย่างจริงจัง ใส่ใจกับงบท่องเที่ยวทุกก้อนให้ตอบโจทย์กับการพัฒนาเชิงกายภาพมากกว่าการจัด Event และไม่ปล่อยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ปล่อยให้มีเงินทอน ไม่ปล่อยให้มุ้งบ้านใหญ่ไม่กี่มุ้งดึงงบเข้าจังหวัดตัวเอง ณ เวลานี้ การท่องเที่ยวท้องถิ่นเราเจริญแล้ว ไม่ต้องรอให้มีกฎหมายใหม่ก็ได้

    นายณัฐพลกล่าวว่า สิ่งที่สามารถทำได้เลยในงบประมาณปี พ.ศ.2570 คือ การปฏิรูประบบงบประมาณในภาพรวมให้กระจายมากขึ้น และปฏิรูปการใช้งบด้านการท่องเที่ยวด้วย มิเช่นนั้น รายได้ที่พยายามหามาใหม่ จะถูกใช้ไปแบบเดิม ซึ่งจะยังไม่ตอบโจทย์

    นโยบายด้านที่ 5 นโยบายด้านการเงิน สิ่งที่ตนอยากเห็นคือ มาตรการเชิงรับที่เจาะจงสำหรับภาคการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องรวมตัวกันออกมาเรียกร้องอยู่หลายครั้งกว่ามาตรการเยียวยาจะออกมา และยิ่งตอนนี้มีวิกฤติสงคราม มีวิกฤติราคาน้ำมันที่มันส่งผลกระทบแล้ว รัฐบาลต้องมีมาตรการช่วยเหลือเจาะจงไปยังผู้ประกอบการรถทัวร์ รถบัส รถตู้ รถแท็กซี่ ได้แล้ว เพราะคนกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันไปแล้ว

    มาตรการทางการเงินเชิงรับสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ คือสิ่งที่รัฐบาลต้องเตรียมได้แล้ว ต่อให้ทำเที่ยวไทยคนละครึ่งขึ้นมา แต่คนไทยจะเอาเงินที่ไหนมาควักจ่ายอีกครึ่งหนึ่งเพื่อไปเที่ยว ตนคิดว่าในเวลานี้ มาตรการเชิงรับที่เจาะจงไปยังผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะตอบโจทย์และแบ่งเบาภาระให้พวกเขาได้มากกว่า

    นโยบายด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในคำแถลงฉบับนี้ มีอยู่ 2 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ กฎหมายว่าด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลและกฎหมายโรงแรม ซึ่งตนก็ทราบมาว่าทางกฤษฎีกามีร่างหลักการ พ.ร.บ.เศรษฐกิจดิจิทัลไว้แล้ว พยายามดันเข้า ครม. เมื่อสมัยรัฐบาลก่อนหน้ามาแล้ว แต่ก็ได้ยินแว่ว ๆ มาว่าโดนทุนแพลตฟอร์มใหญ่ขวางไว้ ซึ่งในเมื่อรัฐบาลนี้พูดแล้วว่าจะทำ ตนหวังว่ารัฐบาลจะใจแข็งพอ ไม่ยอมให้ใครมาขวาง

    นโยบายด้านสุดท้าย เป็นเรื่องใหม่สุดของรัฐบาลนี้ คือเรื่องการควบรวมกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน แต่การควบรวม 2 กระทรวงมันก็มีหลายประเด็นที่ต้องคิด เรื่องการควบรวม รัฐบาลเคยออกมาบอกว่ายังไม่ได้ทำการศึกษา และต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๆ 6 เดือน สำหรับตน ในเมื่อเรื่องนี้ก็ต้องทำการศึกษาอยู่แล้ว ตนอยากเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในสภาชุดนี้ เพื่อที่เราจะได้ศึกษาเรื่องนี้กันแบบมีส่วนร่วม และเราอาจจะเจอทางเลือกอื่นที่ดีกว่าการควบรวม 2 กระทรวงนี้ก็ได้

    นายณัฐพลกล่าวปิดท้ายว่า สุดท้ายนี้ ตนอยากย้ำเตือนรัฐบาลนี้ว่า ตอนนี้กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมด ตามนโยบายที่แถลงมานั้น อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดแล้ว ซึ่งถ้าครั้งนี้ยังไม่สามารถทำการท่องเที่ยวให้ดีได้อีก นโยบายที่เขียนมาเยอะแบบพลัส ๆ มันก็จะมีผลลัพธ์แค่ไมนัสเท่านั้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2925832&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AXzHAod92LdEqxbeM1bIZ

  • สงกรานต์พัทยา 2569 จัดใหญ่ 17-19 เม.ย. วันไหล-คอนเสิร์ต กระตุ้นท่องเที่ยว

    สงกรานต์พัทยา 2569 จัดใหญ่ 17-19 เม.ย. วันไหล-คอนเสิร์ต กระตุ้นท่องเที่ยว

    เมืองพัทยาจัดงานสงกรานต์ 2569 วันที่ 17-19 เม.ย. ไฮไลต์วันไหลนาเกลือและวันไหลพัทยา พร้อมขบวนแห่ สรงน้ำพระ คอนเสิร์ตศิลปินดัง และกิจกรรมวัฒนธรรมไทย กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวช่วงเทศกาล

    วันที่ 9 เม.ย.69 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า การจัดงานสงกรานต์ ปี 2569 ยังคงรูปแบบกิจกรรมหลักไว้อย่างครบถ้วน โดยวันที่ 18 เมษายน เป็น “วันไหลนาเกลือ” จัดขึ้นที่ลานโพธิ์นาเกลือและสวนสาธารณะนาเกลือ ส่วนวันที่ 19 เมษายน เป็น “วันไหลพัทยา” จัดบริเวณวัดชัยมงคลพระอารามหลวง ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ ขบวนแห่ สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ และการแสดงทางวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น

    ขณะเดียวกัน ระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน บริเวณชายหาดพัทยา จะมีการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคเอกชน จัดเวทีคอนเสิร์ตจากศิลปินระดับประเทศ ควบคู่กิจกรรมบันเทิงและการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย เช่น การละเล่นพื้นบ้าน และการก่อพระเจดีย์ทราย

    สำหรับการจัดงานครั้งนี้ เมืองพัทยา เน้นการสนับสนุนด้านสถานที่ โดยไม่ใช้งบประมาณของเมืองพัทยา พร้อมคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในพื้นที่

    ทั้งนี้ ทางเมืองพัทยาขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นน้ำอย่างเหมาะสม ปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลีกเลี่ยงการใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และวางแผนค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ เนื่องจากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง

    นอกจากนี้ หลังเสร็จสิ้นวันไหล ยังมีกิจกรรม “กองข้าว” ในพื้นที่หนองใหญ่และนาเกลือ ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญที่สืบทอดกันมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/140575&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-10vYjHwXer-SllOz91b1

  • ระยองเปิดตัวสินค้าอัตลักษณ์ใหม่ ทุเรียนคลองโพล้ พร้อมลุยท่องเที่ยวเชิงเกษตร

    ระยองเปิดตัวสินค้าอัตลักษณ์ใหม่ ทุเรียนคลองโพล้ พร้อมลุยท่องเที่ยวเชิงเกษตร

    ระยองเปิดตัวสินค้าอัตลักษณ์ใหม่ ทุเรียนคลองโพล้ พร้อมลุยท่องเที่ยวเชิงเกษตร

    วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.40 น.

    เมื่อวันที่ 8 เม.ย.69 ที่สวนทุเรียนช่างต๋อยของนายพรชัย ศรีสวัสดิ์ ม.1 ต.น้ำเป็น อ.เขาชะเมา จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง ได้จัดงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้สร้างความรู้ ความเข้าใจการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพและสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ ภายใต้ชื่องาน “ทุเรียนคลองโพล้ ทุเรียนใส่ใจ ความภาคภูมิใจของชาวอำเภอเขาชะเมา” มีนายปัญญา ประดิษฐสาร ผอ.สํานักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง นายทัศนเดชา บุญสนธ์ นอภ.เขาชะเมา น.ส.สมหมาย พลมณี เกษตรจังหวัดระยอง และนายธนโชค พงษ์ชวลิต เกษตรและสหกรณ์จังหวัดระยอง ร่วมเปิดตัว “ทุเรียนพรีเมี่ยมคลองโพล้ ทุเรียนใส่ใจ ความภาคภูมิใจชาวเขาชะเมา” มีเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในพื้นที่เข้าร่วมงาน โดยตัดทุเรียนมีดแรกเป็นสัญญาณว่าทุเรียนพรีเมี่ยมคลองโพล้ออกสู่ตลาดแล้ว รวมทั้งติดสติกเกอร์บาร์โค้ดที่ขั้วทุเรียน กิจกรรม “ตัด ติด แพ็ค แกะ ชิม” เป็นการยืนยันทุเรียนคุณภาพของเกษตรกรด้วย นอกจากนี้ภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ “ถอดรหัส 4 ความใส่ใจ พลิกวิถีดิน น้ำ และการจัดการสู่ทุเรียนคลองโพล้เกรดพรีเมียมอย่างยั่งยืน” และนิทรรศการทุเรียนคลองโพล้ ฐานเรียนรู้ การวิเคราะห์คุณภาพดิน, การจัดการโรคพืช, การบริหารจัดการต้นทุน และการจัดการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

    น.ส.สมหมาย เปิดเผยว่า การจัดงานวันนี้ เป็นการเปิดตัวแบรนด์ทุเรียนคลองโพล้ ซึ่งเป็นทุเรียนของเกษตรกรชาวสวนที่อยู่รอบพื้นที่อ่างเก็บน้ำคลองโพล้ ซึ่งเกษตรจังหวัดระยอง ได้ส่งเสริมให้เกษตรกร จำนวน 50 กว่าราย มาตั้งแต่ปี 2564 ได้มีความรู้การผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งมี 4 ด้าน ด้านตรวจวิเคราะห์ดินส่งเสริมการให้ธาตุอาหารต่างๆ ที่เหมาะสม, ด้านน้ำ ส่งเสริมการใช้น้ำให้คุ้มค่า, ด้านการลดต้นทุน ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ธาตุอาหารที่เหมาะสมตามช่วงเวลาของพืช และด้านการผลิตชีวภัณฑ์ ส่งเสริมให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมี ซึ่งทุเรียนคลองโพล้ เป็นดำเนินการตามนโยบายของจังหวัดระยอง และกรมส่งเสริมการเกษตร และสนองนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของการใช้ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ซึ่งการส่งเสริมการผลิตทุเรียนคลองโพล้ ได้มีการเปิดตัวเพื่อเป็นช่องทางการจำหน่ายผลผลิต และเป็นการรับรองการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในอนาคต นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกษตรกรห่อทุเรียนด้วยถุงแดง เพื่อให้ได้ทุเรียนที่ผลสวยเปลือกบาง เนื้อเยอะ รสชาติดี และป้องกันแมลงเจาะผล รวมทั้งไม่ต้องใช้สารเคมีลดต้นทุนได้อีกด้วย

    ทุเรียนคลองโพล้

    ทุเรียนคลองโพล้

    ทุเรียนคลองโพล้

    ทุเรียนคลองโพล้

    ทุเรียนคลองโพล้

    ทุเรียนคลองโพล้
     

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/957705&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0uUK2qi9a8CElUZONMKN5k

  • ทรู คอร์ปอเรชั่น เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G และไฟเบอร์เน็ตบ้าน รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์

    ทรู คอร์ปอเรชั่น เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G และไฟเบอร์เน็ตบ้าน รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์

    9 เมษายน 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูแผนรับเทศกาลสงกรานต์ 2569 รับวันหยุดยาว ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คาดว่าจะอาจจะส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้เปลี่ยนไป ทั้งการลดระยะทางท่องเที่ยว เลือกใช้เวลาพักผ่อนวันหยุดยาวใกล้บ้าน หรือหันมาใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่บ้านมากขึ้น ขณะที่กลุ่มที่ยังคงเดินทางมีแนวโน้มใช้เวลาบนถนนสายหลักและจุดพักรถนานขึ้น โดยเฉพาะสถานีน้ำมันซึ่งอาจมีความหนาแน่นจากการแวะพักและรอคิวเติมน้ำมัน

    เผยยกทัพโซลูชันจัดเต็ม นอกจากเพิ่มสัญญาณ 5G และ 4G ปีนี้แล้ว ทรูยังติดตั้ง IBC (In-Building Coverage) เพิ่มจากเดิมเพื่อขยายสัญญาณภายในอาคารและศูนย์การค้าทั่วกรุงเทพฯ รองรับคนกรุงที่ปีนี้คาดว่าจะมีกลุ่มปรับแผนเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และเลือกฉลองสงกรานต์แบบพักผ่อนในเมืองแทน ไม่ว่าจะเดินห้าง ดูหนัง หรือนัดกินข้าวกับเพื่อน ก็ใช้งานมือถือได้ลื่นไหล ประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมนำ AI ที่ได้รับการรับรอง Autonomous Network ระดับ 4.0 จาก TM Forum มาใช้บริหารโครงข่าย ผ่านระบบ Intent-Based Operation (IBO) ที่ทำงานเสมือนทีมปฏิบัติการอัตโนมัติ ดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง

    นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทีมงานทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้แค่วางแผนโครงข่ายเชิงรุกเพื่อรองรับท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ แต่เรายังวางแผนรองรับพฤติกรรมการใช้งานที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เทศกาลสงกรานต์จะมีรูปแบบ ‘กระจุกตัวในแหล่งท่องเที่ยวสงกรานต์ และการเดินทางไกลข้ามจังหวัด’ ไปสู่รูปแบบที่ ‘กระจายตัวและยืดหยุ่น’ ทั้งระหว่างการเดินทางข้ามจังหวัด และการใช้งานในจังหวัด หรืออยู่บ้านกับครอบครัวมากขึ้น โดยคาดว่าปริมาณการใช้งานดิจิทัลยังคงเพิ่มสูง แต่จะกระจายไปยังสถานที่จัดกิจกรรมสงกรานต์ใหญ่ๆ เส้นทางคมนาคมสายหลัก จุดพักรถ และพื้นที่ชุมชนมากขึ้น ควบคู่กับการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านที่เติบโตจากกลุ่มผู้บริโภคที่เลือกพักผ่อนอยู่บ้านในปีนี้”

    เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าว ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เตรียมความพร้อมโครงข่าย 5G และ 4G ครอบคลุม 5 พื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ได้แก่ แหล่งท่องเที่ยว วัด และสถานที่ทำบุญ, จุดเล่นน้ำสงกรานต์, ศูนย์กลางคมนาคม เช่น สนามบิน สถานีขนส่ง และสถานีรถไฟ, ถนนสายหลักเชื่อมภูมิภาค และจุดพักรถตามเส้นทาง รวมถึงสถานีน้ำมัน และสถานีชาร์จรถไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดใช้งานสำคัญในปีนี้ พร้อมทั้งดูและเน็ตบ้านในทุกพื้นที่ชุมชน

    ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทรูให้ความสำคัญกับจุดจัดงานสงกรานต์ซึ่งเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทย และเป็นจุดดึงดูดการเยือนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ ถนนข้าวสาร, ถนนสีลม, สยามสแควร์, รวมถึงอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เช่น SIAM Songkran Music Festival (RCA), S2O Songkran Music Festival (ย่านรัชดา) และ X Festival (Warehouse Stadium) เป็นต้น รวมถึงการเสริมสัญญาณพื้นที่จัดกิจกรรมสงกรานต์ทุกภูมิภาคและจังหวัดต่างๆ ทั่วไทย

    สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ได้นำโซลูชันเสริมศักยภาพเครือข่ายมาใช้งานแบบครบวงจร เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นและมีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น ได้แก่ การติดตั้งรถสถานีฐานเคลื่อนที่ COW (Cell-On-Wheel) ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง, การเพิ่มเสาสัญญาณชั่วคราวในจุดจัดงานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในแต่ละจังหวัดทุกภูมิภาค, การปรับค่าพารามิเตอร์เครือข่ายให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานเฉพาะช่วงเทศกาล พร้อมทั้งติดตั้ง IBC (In-Building Coverage) เพิ่มจากเดิมเพื่อขยายสัญญาณภายในอาคารและศูนย์การค้าทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงการบริหารจัดการโครงข่ายแบบเรียลไทม์

    นอกจากนี้ สำหรับเทศกาลสงกรานต์ 2569 ทรูนำ AI ที่ได้รับการรับรอง Autonomous Network ระดับ 4.0 จาก TM Forum มาใช้บริหารโครงข่าย ผ่านระบบ Intent-Based Operation (IBO) ที่ทำงานเสมือนทีมปฏิบัติการอัตโนมัติ ดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคาดการณ์และปรับจูนล่วงหน้าก่อนเกิดผลกระทบ โดยสามารถกระจายโหลดในพื้นที่หนาแน่น จัดการสัญญาณรบกวน และประเมินผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ลูกค้าใช้งาน 5G และ 4G ได้อย่างต่อเนื่อง ลื่นไหล รองรับการสตรีม วิดีโอคอล และเล่นเกมได้อย่างสนุก

    ขณะเดียวกัน ทรูยังได้จัดทีมทำงานที่ศูนย์ปฏิบัติการ BNIC และ War Room ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ AI วิเคราะห์และติดตามสถานการณ์เครือข่ายอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมทั้ง 5G, 4G และอินเทอร์เน็ตบ้านทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อปริมาณการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และรักษาคุณภาพการให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล

    บริษัทฯ ยังดำเนินการตามแนวทางของ กสทช. อย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลคุณภาพโครงข่ายและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานในทุกพื้นที่ ทั้งกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยว หรือกลุ่มที่เลือกใช้เวลาอยู่บ้านในช่วงวันหยุดยาว

    “การวางแผนเสริมสัญญาณมือถือและเน็ตบ้านรับเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ สะท้อนถึงบทบาทของทรูในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคในทุกสถานการณ์ พร้อมรองรับทั้ง ‘การเดินทางท่องเที่ยว’ และ ‘ไลฟ์สไตล์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น’ ของคนไทยในยุคปัจจุบัน” นายคูรัม กล่าวในที่สุด

    เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความสนุกและร่วมส่งความปรารถนาดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ไปพร้อมกับลูกค้าคนสำคัญให้ได้สุขสดใส ชื่นใจวันสงกรานต์ เบิกบานทั่วไทยไปกับทรู พร้อมส่งมอบความสดใสรับเทศกาลปีใหม่ไทย ด้วยการมอบกระเป๋ากันน้ำสุดเก๋ไก๋ให้ลูกค้าได้นำไปใช้เบิกบานทั่วไทย เพียงเข้ามาใช้บริการหรือทำธุรกรรมที่ ทรูช็อป และ ดีแทคช็อป 129 สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ครบ 500 บาท รับฟรีทันทีกระเป๋ากันน้ำ 1 ใบ (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 ท่าน) ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนนี้ เป็นต้นไป

    พร้อมกันนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย มอบสิทธิพิเศษดับร้อนในงานมหาสงกรานต์ ร่วมสาดความสุขและมอบความคุ้มค่าแบบเต็มพิกัดให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ และนักท่องเที่ยว ไปกับกิจกรรมปีใหม่ไทยเที่ยวใกล้บ้าน “มหาสงกรานต์” ทั่วกรุงเทพฯ เปิดจุดรับสิทธิพิเศษมากมาย ประจำ 2 แลนด์มาร์กยอดฮิตกรุงเทพมหานคร ทั้งสวนลุมพินี และสวนเบญจกิติ ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 – 15 เมษายน 2569 นี้ ทั้งรับฟรี! เครื่องดื่มคลายร้อน โค้ก ซีโร่, เครื่องดื่ม Slurpee จาก Freshy, น้ำแร่ Eto, ไอศกรีม Cremo พร้อมรับส่วนลดค่าอาหารที่ร้าน KFC สูงสุดถึง 50% และส่วนลดเข้าร่วมเวิร์กชอปศิลปะสูงสุด 10% (สำหรับลูกค้า TrueBlack และ dtac PLATINUM BLUE) กดรับสิทธิ์ง่ายๆ ผ่านแอปทรู นอกจากนี้ พิเศษสำหรับลูกค้า Tourist SIM สามารถแวะซื้อซิมพร้อมกดรับซองกันน้ำฟรีได้ที่บูธทรูตลอดงาน เตรียมโหลดแอปทรู ให้พร้อมแล้วมารับความคุ้มค่าสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ไปด้วยกัน!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3914719/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WzxeGG49fjZUNsEpiUwWt