Category: ท่องเที่ยว

  • ททท. กางตัวเลขไตรมาสแรก นทท. ทะลุ 9 ล้านคน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ

    ททท. กางตัวเลขไตรมาสแรก นทท. ทะลุ 9 ล้านคน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ

    ททท. ประเมินท่องเที่ยวไทยไตรมาส 1/2569: ฟื้นตัวท่ามกลางความท้าทาย เร่งยกระดับสู่ “การท่องเที่ยวคุณภาพ”

    อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ยังคงเผชิญกับบททดสอบสำคัญจากปัจจัยภายนอกที่ซับซ้อน แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวในช่วงต้นปีจะแสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน แต่การปรับตัวเข้าสู่ยุค “เน้นคุณภาพ” กลายเป็นทางรอดสำคัญที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำลังเร่งผลักดัน
     

    ททท. กางตัวเลขไตรมาสแรก นทท. ทะลุ 9 ล้านคน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ

    สรุปสถานการณ์ไตรมาส 1/2569

    ข้อมูลล่าสุดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมทั้งสิ้น 9.31 ล้านคน โดยกลุ่มตลาดหลัก 5 อันดับแรก ได้แก่:

    1. จีน: 1.49 ล้านคน
    2. มาเลเซีย: 9.6 แสนคน
    3. รัสเซีย: 7.26 แสนคน
    4. อินเดีย: 6.26 แสนคน
    5. เกาหลีใต้: 4.12 แสนคน

    ขณะที่ตลาดระยะไกล เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างรายได้เฉลี่ยต่อทริปในระดับสูง ช่วยเสริมเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมในภาพรวม ททท. กางตัวเลขไตรมาสแรก นทท. ทะลุ 9 ล้านคน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้วิเคราะห์ภาพรวมการทำงานและอุปสรรคที่ต้องเผชิญในปีนี้ว่า:

    “ในช่วงปี 2568 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย”

    เธอยังระบุถึงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของ ททท. ในปีนี้:

    “ในมิติทางเศรษฐศาสตร์ พบว่าแนวโน้มรายได้จากการท่องเที่ยวขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว สะท้อนถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายที่มีความระมัดระวังมากขึ้น และตอกย้ำความสำคัญของการยกระดับ ‘ค่าใช้จ่ายต่อทริป’ (Spending per Trip) ควบคู่ไปกับการสร้างคุณภาพของประสบการณ์ มากกว่าการมุ่งเน้นปริมาณเพียงอย่างเดียว”

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

    การปรับเป้าหมายและกลยุทธ์รับมือปัจจัยเสี่ยง

    ททท. ได้มีการปรับคาดการณ์ตัวเลขนักท่องเที่ยวในปี 2569 ใหม่ ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางจะคลี่คลายในเร็ววัน โดยคาดว่าจะมี นักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30–34 ล้านคน (ลดลงร้อยละ 18 จากเป้าเดิม) และ นักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 206 ล้านคน-ครั้ง (ลดลงร้อยละ 3) โดยคาดว่าจะสร้างรายได้รวมทั้งสิ้น 2.58 ล้านล้านบาท

    ททท. กางตัวเลขไตรมาสแรก นทท. ทะลุ 9 ล้านคน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ

    ปัจจัยลบหลักมาจากข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน ความผันผวนของราคาน้ำมัน และภาวะเศรษฐกิจในตลาดสำคัญอย่างยุโรปและอเมริกา ทำให้ ททท. ต้องปรับแผนการตลาดครั้งใหญ่

    “สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการปรับกลยุทธ์การตลาดจากการมุ่งเน้นเชิงปริมาณ สู่การสร้างคุณค่า (Value over Volume) โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าต่อการเดินทาง การพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพสูง การสื่อสารภาพลักษณ์ด้านความคุ้มค่า ความปลอดภัย ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ” นางสาวฐาปนีย์ กล่าวทิ้งท้าย

    การเดินหน้าสู่ “การท่องเที่ยวคุณภาพ” จึงไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่เป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ให้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของโลกท่ามกลางความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ททท. กางตัวเลขไตรมาสแรก นทท. ทะลุ 9 ล้านคน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/740426&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FS1AdACJxYfGJpTrmOXxp

  • ททท.เร่งยกระดับสู่ท่องเที่ยวคุณภาพ เปิด 5 อันดับประเทศไหนเข้าไทยมากสุด | เดลินิวส์

    ททท.เร่งยกระดับสู่ท่องเที่ยวคุณภาพ เปิด 5 อันดับประเทศไหนเข้าไทยมากสุด | เดลินิวส์

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2568 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย 

    ทั้งนี้ ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีตลาดอาเซียน ยุโรป และตะวันออกกลาง เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทดแทนตลาดจีนที่ยังไม่กลับสู่ระดับเดิม  

    ในมิติทางเศรษฐศาสตร์ พบว่าแนวโน้มรายได้จากการท่องเที่ยวขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว สะท้อนถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายที่มีความระมัดระวังมากขึ้นและตอกย้ำความสำคัญของการยกระดับ “ค่าใช้จ่ายต่อทริป” (Spending per Trip) ควบคู่ไปกับการสร้างคุณภาพของประสบการณ์ มากกว่าการมุ่งเน้นปริมาณเพียงอย่างเดียว

    สำหรับ ข้อมูลล่าสุดในช่วงไตรมาส 1/2569 (1 มกราคม-1 มีนาคม 2569) ประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 9.31 ล้านคน

    นักท่องเที่ยวชาติไหน เข้าไทยมากที่สุด ไตรมาส 1/2569

    • อันดับ 1 ชาวจีน จำนวน 1.49 ล้านคน
    • อันดับ 2 มาเลเซีย จำนวน 9.6 แสนคน
    • อันดับ 3 รัสเซีย จำนวน 7.26 แสนคน
    • อันดับ 4 อินเดีย จำนวน 6.26 แสนคน
    • อันดับ 5 เกาหลีใต้ จำนวน 4.12 แสนคน

    ขณะเดียวกัน ตลาดระยะไกล อาทิ สหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ยังคงเป็นกลุ่มสำคัญในการสร้างรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อทริปในระดับสูง แม้ภาคการท่องเที่ยวจะยังคงเผชิญปัจจัยท้าทายจากภายนอก อาทิ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และต้นทุนการเดินทางที่มีความผันผวน 

    อย่างไรก็ดี โครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายมากขึ้น ได้ช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

    ทั้งนี้ ในปี 2569 มีการปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้สมมุติฐานว่าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะคลี่คลายภายใน 1-3 เดือน โดย คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30-34 ล้านคน ลดลง 18% จากเป้าหมายเดิม โดยมีปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมถึงข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก 

    ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวของชาวไทย คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 206 ล้านคน-ครั้ง ลดลง 3% จากเป้าหมาย โดยภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยคาดว่าจะสร้างรายได้รวมประมาณ 2.58 ล้านล้านบาท

    สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนถึงความจำเป็นในการปรับกลยุทธ์การตลาดจากการมุ่งเน้นเชิงปริมาณ สู่การสร้างคุณค่า (Value over Volume) โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าต่อการเดินทาง การพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพสูง การสื่อสารภาพลักษณ์ด้านความคุ้มค่า ความปลอดภัย 

    ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเปราะบางอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5746254/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HCr15QRWubz9d2Coxm3t8

  • เที่ยวฤดูร้อนที่ “ซานย่า” เมืองท่องเที่ยวชายฝั่งระดับนานาชาติของจีน

    เที่ยวฤดูร้อนที่ “ซานย่า” เมืองท่องเที่ยวชายฝั่งระดับนานาชาติของจีน

    วันหยุดยาวฤดูร้อนแบบนี้ ใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศใหม่ ๆ ขอแนะนำ “ซานย่า” เมืองท่องเที่ยวชายฝั่งระดับนานาชาติของจีน และกำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้วยทัศนียภาพชายฝั่งและทะเลที่สวยงาม มาดูกันว่าเมืองนี้มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง

    “ซานย่า” มีจุดเด่นด้านธรรมชาติที่คล้ายคลึงกับประเทศไทย ทั้งทะเลสีฟ้า หาดทรายขาว และอากาศอบอุ่น ผสานกับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมจีน

    มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่าง “หนานซาน” และเจ้าแม่กวนอิมแห่งทะเลใต้ความสูง 108 เมตร เป็นหนึ่งในพุทธสถานริมชายฝั่งที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นักท่องเที่ยวสายบุญไม่ควรพลาด

    “ซานย่า” เป็นเมืองที่มีทุกอย่างเพรียบพร้อมโดยเฉพาะในเรื่องของกิจกรรม มีให้หมดทุกรูปแบบ ทั้ง “Atlantis Aquaventure Waterpark” หนึ่งในสวนน้ำระดับโลก มีชายหาด รีสอร์ทหรู ที่มาพร้อมกิจกรรมเพื่อสุขภาพ มีสถานที่สำคัญทางศาสนากับวิวธรรมชาติสวยงาม และ “Sanya International Duty-Free City” สำหรับสายช้อปที่อยากซื้อของแบบปลอดภาษี

    PR
    Atlantis Aquaventure Waterpark
    PR
    Atlantis Aquaventure Waterpark
    PR
    Sanya International Duty-Free City
    PR
    Sanya International Duty-Free City

    การเดินทางไป “ซานย่า” ใช่เวลาเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง โดยบินตรงจากกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิไปยังสนามบินนานาชาติซานย่า ฟีนิกซ์ พร้อมความสะดวกสบายยิ่งขึ้นเพราะสามารถไปเที่ยวได้แบบไม่ต้องใช้วีซ่า สามารถไปเที่ยวแค่ 2–3 วันยังได้

    ใครที่อยากไปเที่ยวประเทศจีนแต่ยังไม่เคยไป “ซานย่า” เหมาะสำหรับการเริ่มต้นการเดินทางสู่ประเทศจีนครั้งแรก 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/travel/abroad/272474&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gs67u-aCfYVqIPuRswkT2

  • เจ้าท่าเข้มเรือแพเขื่อนลำปาวย้ำมาตรการความปลอดภัยเทศกาลสงกรานต์ 69 | เดลินิวส์

    เจ้าท่าเข้มเรือแพเขื่อนลำปาวย้ำมาตรการความปลอดภัยเทศกาลสงกรานต์ 69 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่แพไดโนเสาร์เรืองแสง ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ส.ต.ท.สิทธิชัย พลไกรสร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่าฯ จัดอบรมและให้คำแนะนำผู้ประกอบการ คนขับเรือเร็ว เรือหางยาว และเรือส่วนตัว ในพื้นที่สะพานเทพสุดา เขื่อนลำปาว ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการแพอาหารและบริการเรือ เป็นอย่างดี

    สำหรับเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 9-19 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่าฯ จะร่วมประจำการพร้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่อำเภอสหัสขันธ์ จุดความปลอดภัยทางน้ำ บริเวณแหลมโนนวิเศษ สะพานเทพสุดา เขื่อนลำปาว โดยในการอบรมและให้คำแนะนำของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคขอนแก่น ได้จัดขึ้นทุกปี ในห้วงวันหยุดยาว โดยเฉพาะช่วงปีใหม่และสงกรานต์ ที่จะเน้นมาตรการความปลอดภัย และการบังคับใช้ระเบียบ กฎหมาย ทางเรืออย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดจำนวนผู้โดยสาร การใส่เสื้อชูชีพ และปฏิบัติตัวของพนักงานขับเรือ

    ส.ต.ท.สิทธิชัย พลไกรสร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาขอนแก่น กล่าวว่า บริเวณท่องเที่ยวจุดสะพานเทพสุดา แหลมโนนวิเศษ เขื่อนลำปาว เป็นพื้นที่สำคัญที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเล่นน้ำคลายร้อนจำนวนมาก รวมถึงมีแพอาหารให้บริการนักท่องเที่ยวกว่า 124 ลำ ที่จดทะเบียนอนุญาตของสำนักงานเจ้าท่าฯ เรียบร้อยแล้ว การออกให้คำแนะนำผู้ประอบการและคนขับเรือในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นการเน้นย้ำมาตรการของความปลอดภัยทางน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ทั้งเรื่องเสื้อชูชีพ การปฏิบัติตัวของคนขับเรือ การบริการแพของผู้ประกอบการและการเล่นน้ำ ที่จะต้องมีความปลอดภัย ซึ่งปีนี้หากพบความผิด ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการ จับ ปรับ ที่จะต้องทำจริง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวในพื้นที่อำเภอสหัสขันธ์

    สำหรับบรรยากาศท่องเที่ยวทางน้ำช่วงหน้าร้อน ที่บริเวณจุดท่องเที่ยวสะพานเทพสุดา เขื่อนลำปาว เริ่มคึกคัก ทั้งการเล่นน้ำคลายร้อยริมหาดแหลมโนนวิเศษ กิจกรรมล่องแพรับประทานอาหาร และเล่นเครื่องเล่นน้ำในน้ำ โดยเฉพาะการแพอาหารที่มีการจองแพล่วงหน้าแล้วกว่า 80% เช่นเดียวกับที่พัก โรงแรม และโฮมสเตย์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 69

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5748186/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uRWC4IP9mDdoIxmX4NQJi

  • รองอธิบดีกรมการกงสุล ร่วมประชุม อนุ กมธ.ส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา แจงมาตรการทบทวนมาตรการวีซ่าฟรี

    รองอธิบดีกรมการกงสุล ร่วมประชุม อนุ กมธ.ส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา แจงมาตรการทบทวนมาตรการวีซ่าฟรี

    วันนี้ (1 เมษายน 2569) นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองตรวจลงตราและเอกสารเดินทางคนต่างด้าว เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา ครั้งที่ 8/2569 ณ อาคารรัฐสภา ซึ่งมีนายธัชชญาณ์ณัช เจียรธนัทกานนท์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ เป็นประธาน เพื่อหารือประเด็นการเตรียมความพร้อมและมาตรการรองรับการเดินทางท่องเที่ยวในสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศ และสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นที่ไม่ได้เกิดจากนักท่องเที่ยว โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด

    รองอธิบดีบัญชาฯ ได้ชี้แจงข้อซักถามของคณะอนุกรรมาธิการฯ เรื่องการอำนวยความสะดวกด้านการตรวจลงตรา และการทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (มาตรการวีซ่าฟรี) ว่า ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางเข้าไทยด้วยมาตรการวีซ่าฟรี ดังนั้น นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องขอรับการตรวจลงตราในระบบ e-Visa ผ่านสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ มีจำนวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาด้วยมาตรการวีซ่าฟรีมาก และสำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ สามารถติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอขยายระยะเวลาการพำนักในประเทศไทยได้ ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบ จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ยังไม่มีรายงานนักท่องเที่ยวต่างชาติร้องเรียนเข้ามาแต่อย่างใด

    นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตราที่มีปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน ซึ่งเป็นกลไกหลักในการพิจารณานโยบายการตรวจลงตราของไทย ได้จัดประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เพื่อประเมินผลกระทบและทบทวนมาตรการวีซ่าฟรีของไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างรายงานผลการประชุม เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในเร็วๆ นี้

    DDG of the Department of Consular Affairs Attends Senate Subcommittee’s Meeting on Tourism and Sports

    On 1 April 2026, Mr. Bancha Yuenyongchongcharoen, Deputy Director-General of the Department of Consular Affairs, together with an official from the Visas and Travel Documents Division, attended the 8th Meeting of 2026 of the Senate Subcommittee on Promotion and Development of Tourism and Sports, chaired by Mr. Thatchayanat Chiarathanatkanon.

    The meeting discussed measures to promote Thai tourism preparedness amid international unrest. Participating agencies included the Ministry of Tourism and Sports, the Immigration Bureau, Airports of Thailand (AOT), and Thai AirAsia Company Limited.

    Deputy Director-General informed the Meeting that nowadays, most tourists enter Thailand under the visa exemption scheme. Therefore, in comparison, the number of foreign tourists applying for e-Visas through the Royal Thai Embassies and the Royal Thai Consulates-General are far less than entering Thailand via visa exemption scheme. Stranded tourists in Thailand may request extensions of stay at the Immigration Bureau. And as of 31 March 2026, no complaints from foreign tourists have been reported.

    In addition, the Visa Policy Committee, chaired by the Permanent Secretary of the Ministry of Foreign Affairs, met on 27 March 2026 to review Thailand’s visa exemption schemes. The Ministry is preparing to submit the results to the new Cabinet for consideration soon.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/287650&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0isuvAiwUGVcvUynTZVh02

  • ทม.ประจวบฯ จัดใหญ่สงกรานต์ 2569! สาดความสุขยาวเที่ยงวันถึงเที่ยงคืน ปลุกท่องเที่ยวคึกคักรับปีใหม่ไทย

    ทม.ประจวบฯ จัดใหญ่สงกรานต์ 2569! สาดความสุขยาวเที่ยงวันถึงเที่ยงคืน ปลุกท่องเที่ยวคึกคักรับปีใหม่ไทย

    ทม.ประจวบฯ จัดใหญ่สงกรานต์ 2569! สาดความสุขยาวเที่ยงวันถึงเที่ยงคืน ปลุกท่องเที่ยวคึกคักรับปีใหม่ไทย

    เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สะพานสราญวิถี อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ.2569 โดยมีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผู้กำกับการ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ นางสาววรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ และนายเฉลิมพล อภัยรี ผู้แทนสภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

    นายกเทศมนตรีฯ เปิดเผยว่า การจัดงานในปีนี้เน้นการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ครบครัน ทั้งความสนุก ความปลอดภัย และการอนุรักษ์ประเพณีไทย เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์สงกรานต์อย่างแท้จริง พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในจังหวัด

    “กิจกรรมในครั้งนี้ มุ่งผสานเสน่ห์วัฒนธรรมไทยเข้ากับความสนุกสมัยใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยอย่างเต็มรูปแบบ”  นายกเทศมนตรีกล่าว

    สำหรับกิจกรรมไฮไลต์จะจัดขึ้นในวันที่ 13 เมษายน 2569 เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 06.00 น. ร่วมทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคล ณ สะพานสราญวิถี จากนั้นเวลา 08.30 น. ชมขบวนแห่สงกรานต์สุดตระการตาเคลื่อนผ่านถนนในเขตเทศบาล ต่อด้วยเวลา 11.00 น. พิธีสรงน้ำพระและรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ สืบสานวัฒนธรรมอันงดงามของไทย

    และเมื่อเข้าสู่ช่วงเที่ยงวันเป็นต้นไป นักท่องเที่ยวจะได้สนุกสุดเหวี่ยงกับอุโมงค์น้ำพุขนาดใหญ่ พร้อมกิจกรรมดนตรีและความบันเทิงตลอดทั้งวันยาวไปจนถึงเที่ยงคืน สร้างสีสันให้เมืองประจวบฯ กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

    เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ ร่วมสัมผัสบรรยากาศ “สงกรานต์เที่ยงวันสุขสันต์ถึงเที่ยงคืน” ที่ทั้งสนุก และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แบบไทย ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 13 เมษายนนี้.

    ภูมิภาค32

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/139273&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ALUk4rwP5jDr2dqkD50Xn

  • เทรนด์ใหม่มาแรง! นักท่องเที่ยวแห่ชมซากุระเมืองรอง ตามรอยซีรีส์ฮิต

    เทรนด์ใหม่มาแรง! นักท่องเที่ยวแห่ชมซากุระเมืองรอง ตามรอยซีรีส์ฮิต


    จากโตเกียวสู่เมืองรอง เทรนด์ชมซากุระปีนี้เปลี่ยนชัด นักเดินทางเลือกจุดหมายตามรอยซีรีส์ หลีกเลี่ยงความแออัด และค้นหามุมมองใหม่ของฤดูใบไม้ผลิ

    ข้อมูลการจองล่าสุดจาก Trip. com Group เผยว่า แม้จุดชมซากุระระดับไอคอนในประเทศญี่ปุ่นยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่นักท่องเที่ยวเริ่มหันไปเลือกจุดหมายปลายทางในเมืองรองเพิ่มมากขึ้น รวมถึงสถานที่ที่ปรากฏในซีรีส์ชื่อดัง เพื่อสัมผัสบรรยากาศที่คล้ายกับฉากในภาพยนตร์ พร้อมความเป็นส่วนตัวที่มากกว่าในช่วงพีคซีซัน

    เทรนด์ “ชมซากุระตามรอยซีรีส์เกาหลี” มาแรง
    หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเทรนด์นี้คือ “Screen Tourism” หรือการท่องเที่ยวตามรอยซีรีส์และภาพยนตร์ โดยรายงาน Momentum Report ของ Trip.com Group ระบุว่า นักท่องเที่ยวกว่า 70% เลือกจุดหมายปลายทางจากสิ่งที่เห็นผ่านหน้าจอ

    ตัวอย่างที่ชัดเจนคือซีรีส์ยอดนิยมจาก Netflix เรื่อง Can This Love Be Translated? ที่นำเสนอภาพของเมืองคามาคุระและเอโนชิมะ จังหวัดคานากาวะ ซึ่งอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง โดยนับตั้งแต่ซีรีส์ออกฉาย การจองตั๋วรถไฟไปคามาคุระเพิ่มขึ้นถึง 66% ต่อเดือน ขณะที่การจองโรงแรมและยอดการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 55%

    นอกจากนี้ การจองกิจกรรมท่องเที่ยว เช่น ทัวร์ สถานที่ท่องเที่ยว และกิจกรรมในคามาคุระและเอโนชิมะ ยังเพิ่มขึ้น 64% ต่อเดือน โดยเอโนชิมะโดดเด่นด้วยวิวทะเล เส้นทางศาลเจ้า และซากุระพันธุ์คาวาซึที่บานตั้งแต่ต้นฤดู จึงเป็นทางเลือกที่เงียบสงบกว่าการท่องเที่ยวในโตเกียวช่วงพีคซีซัน อย่างไรก็ตาม อุทยานแห่งชาติชินจูกุเกียวเอนยังคงครองอันดับ 1 ของโลกด้านการจองสถานที่ชมซากุระ สะท้อนว่าโตเกียวยังคงเป็นจุดหมายหลัก แม้นักท่องเที่ยวจะเริ่มกระจายตัวไปยังพื้นที่ใหม่มากขึ้น

    ในฝั่งเกาหลีใต้ K-Drama หรือซีรีส์เกาหลี ก็มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเส้นทางชมดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ เช่น ซีรีส์คลาสสิก Winter Sonata ที่ทำให้เกาะนามิกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งโรแมนติก ขณะที่สวนยออีโด ซึ่งปรากฏในซีรีส์ดังอย่าง Squid Game, The King: Eternal Monarch และ The Penthouse ก็ได้รับการยอมรับให้เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับการชมซากุระในกรุงโซล 
    ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวไม่ได้ตั้งคำถามเพียงว่า “ซากุระบานเมื่อไหร่” แต่เริ่มมองหา “จะไปชมซากุระที่ไหนให้ได้ประสบการณ์ที่แตกต่าง”

    “ซากุระเมืองรอง” เทรนด์ใหม่ที่มาแรง
    เมื่อความแออัดในเมืองใหญ่เพิ่มสูงขึ้น จุดหมายปลายทางในเมืองรองจึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม แม้เส้นทาง Golden Route อย่างโตเกียว โอซาก้า และเกียวโต ยังคงครองสัดส่วนมากกว่าสองในสามของการจองเพื่อชมซากุระในญี่ปุ่น แต่เกือบ 1 ใน 3 ของการจองเริ่มกระจายออกไปนอกเส้นทางหลักแล้ว โดยเมืองรองหลายแห่งยังมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าโตเกียว (เติบโต 31.5% YoY) อย่างชัดเจน เช่น เซนได (+89.7% YoY) ซัปโปโร (+56.2% YoY) และฟุกุโอกะ (+54.9% YoY)

     
    เทรนด์นี้เป็นสัญญาณของยุค “ซากุระเมืองรอง” ที่มอบความสวยงามไม่แพ้จุดหมายหลัก และยังให้ประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและเป็นส่วนตัวมากกว่า

    จุดหมายชมซากุระทางเลือกที่น่าจับตาในญี่ปุ่น
    •เซนได (+89.7% YoY) – อุโมงค์ซากุระริมแม่น้ำชิราอิชิ ช่วงระหว่างฟุนาโอกะถึงโองาวาระ บรรยากาศสงบ (กลางเดือนเมษายน)
    •โอกินาวา (+66.4% YoY) – ซากุระบานเร็ว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบอากาศอบอุ่น
    •เขตมินามิซึรุ (+23.6% YoY) – ซากุระริมทะเลสาบพร้อมวิวภูเขาฟูจิ
    •ซัปโปโร (+56.2% YoY) – ฤดูซากุระที่ขยายไปถึงต้นเดือนพฤษภาคม
    •ฟุกุโอกะ (+54.9% YoY) – เสน่ห์ชายฝั่งทะเลที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างมีชีวิตชีวา
    รวมถึง นาโกย่า (+22.1% YoY) และนาฮา (+27.6% YoY) ที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่านักท่องเที่ยวเริ่มมีการกระจายตัวออกไปสู่หลากหลายเมืองทั่วประเทศมากขึ้น 

    ซากุระไม่ได้มีแค่ในญี่ปุ่น: เทรนด์ท่องเที่ยวระดับภูมิภาค
    แม้ญี่ปุ่นยังเป็นจุดหมายหลักของการท่องเที่ยวเพื่อชมซากุระ แต่เกาหลีใต้และจีนกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยติดอันดับ 5 จุดหมายปลายทางที่มีการค้นหาคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับซากุระมากที่สุดในโลก

    จุดหมายปลายทางเพื่อไปชมซากุระที่น่าสนใจในเกาหลีใต้
    •คยองจู – เมืองหลวงโบราณที่มีถนนเรียงรายด้วยวัดและวิวซากุระริมทะเลสาบอันเงียบสงบ
    •จินแฮ – ขึ้นชื่อเรื่องอุโมงค์ซากุระริมแม่น้ำ และเป็นสถานที่จัดเทศกาลซากุระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้
    •โซล – ซากุระในเมืองที่เข้าถึงง่าย รวมถึงสวนนัมซาน เป็นแหล่งถ่ายรูปที่โดดเด่นและได้รับความนิยมสูง บนโซเชียลมีเดีย
    •เกาะเชจู – เกาะที่มีภูมิทัศน์ธรรมชาติสวยงาม ประดับประดาด้วยซากุระตามฤดูกาล
    นอกจากนี้ คยองจูและเกาะเชจู มีอัตราการเติบโตของการจองตั๋วเครื่องบินสูงถึง 207% และ 143% ต่อปีตามลำดับ

    จุดหมายปลายทางเพื่อไปชมซากุระที่น่าสนใจในจีน
    จุดหมายปลายทางเพื่อการไปชมซากุระในจีนก็กำลังดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มองหาทั้งความงามของธรรมชาติและประสบการณ์ทางวัฒนธรรม
    •กุ้ยโจว – เมืองที่เคยขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชนเผ่า กลายเป็นฮอตสปอตในการชมซากุระ โดยเฉพาะอุทยานซากุระผิงป้า ที่ติดอันดับทัวร์ที่ถูกจองมากที่สุดบนแพลตฟอร์มของ Trip.com Group
    •อู่ฮั่น – ซากุระที่มหาวิทยาลัยและสวนซากุระอีสต์เลค ดึงดูดผู้เยี่ยมชมที่ต้องการชมซากุระกลางเมือง
    •เซี่ยงไฮ้ – สวนประติมากรรมจิ้งอัน ผสมผสานงานศิลปะสมัยใหม่เข้ากับดอกซากุระตามฤดูกาล 
    พฤติกรรมการค้นหาของนักท่องเที่ยวจีนชี้ความนิยมจุดชมซากุระริมทะเลสาบและการเดินชมตามสวนต่างๆ ซึ่งตอบโจทย์บรรยากาศสวยงามและการเดินเที่ยวที่สะดวก

    โปรไฟล์นักท่องเที่ยว
    จากการศึกษาข้อมูลนักท่องเที่ยวทั่วโลกพบว่านักท่องเที่ยวผู้หญิงเป็นผู้จองทริปชมซากุระถึง 62.9% โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 25-49 ปี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการจองทั้งหมด ขณะเดียวกัน ยังพบการเติบโตที่น่าสนใจในกลุ่มอื่น ๆ ได้แก่ นักท่องเที่ยวอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเพิ่มขึ้น 29.5% ต่อปี และทริปครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ซึ่งเติบโตสูงถึง 150% ต่อปี

    เทรนด์การเดินทางเพื่อชมซากุระในระดับภูมิภาคนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวชมซากุระกำลังขยายตัวทั้งในด้านความหลากหลายและความน่าสนใจ โดยผสมผสานความงามของธรรมชาติ ประสบการณ์ทางวัฒนธรรม และอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย จนก่อให้เกิดรูปแบบการท่องเที่ยวตามฤดูกาลแนวใหม่ทั่วเอเชีย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/41645&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24lhg_V47WQ1MMeHygxMBJ

  • ประเทศไหนบ้าง? ที่ ตม. มีสิทธิ์ “ขอค้นมือถือ” ก่อนเข้าเมือง อัปเดตล่าสุดปี 2569

    ประเทศไหนบ้าง? ที่ ตม. มีสิทธิ์ “ขอค้นมือถือ” ก่อนเข้าเมือง อัปเดตล่าสุดปี 2569

    ระวังถูกยึดเครื่อง! เปิดรายชื่อ 7 ประเทศที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรมีสิทธิ์ “ตรวจค้นมือถือ” ก่อนเข้าเมือง

    การเดินทางไปต่างประเทศในยุคปัจจุบัน นอกจากการเตรียมพาสปอร์ตและวีซ่าให้พร้อมแล้ว การทำความเข้าใจกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของแต่ละประเทศถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกฎเกณฑ์ที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสามารถขอตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของคุณได้ ซึ่งหากปฏิเสธอาจนำไปสู่การถูกปฏิเสธเข้าเมืองหรือถูกดำเนินคดี

    นี่คือ 7 ประเทศที่มีกฎระเบียบเข้มงวดในการสุ่มตรวจโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และแล็ปท็อป ตามข้อมูลอัปเดตล่าสุดในปี 2569:

    1. รัสเซีย

    ทางการรัสเซียมีอำนาจในการยึดและตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เคยออกคำเตือนว่านักท่องเที่ยวไม่ควรคาดหวังถึงความเป็นส่วนตัวเมื่อเดินทางเข้ารัสเซีย นอกจากนี้ ข้อมูลที่พบในเครื่องอาจถูกนำมาใช้เป็นเหตุในการกักตัวนักท่องเที่ยวได้ และการบังคับใช้กฎหมายนี้มักมีความไม่แน่นอนสูง

    2. แคนาดา

    หน่วยงานบริการพรมแดนแคนาดา (CBSA) มีอำนาจภายใต้กฎหมายศุลกากรในการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยไม่จำเป็นต้องมีหมายค้น หากเจ้าหน้าที่สงสัยว่ามีการละเมิดกฎหมายพรมแดน เช่น การนำเข้าสิ่งของผิดกฎหมาย หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวตน นักเดินทางจำเป็นต้องให้รหัสผ่านแก่เจ้าหน้าที่หากมีการร้องขอ

    3. ออสเตรเลีย

    เจ้าหน้าที่ชายแดนออสเตรเลียมีสิทธิ์ตรวจสอบอุปกรณ์เทคโนโลยีได้ทันที แม้ว่านักเดินทางจะมีสิทธิ์ปฏิเสธการปลดล็อกเครื่อง แต่เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการ “ยึดเครื่อง” ไว้ตรวจสอบภายหลังได้ และการปฏิเสธอาจนำไปสู่การกักตัวหรือการยกระดับการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะหากสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม

    4. นิวซีแลนด์

    แม้การสุ่มตรวจในนิวซีแลนด์จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่กฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ขอรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์หรือแล็ปท็อปได้หากมีเหตุอันควรสงสัย หากนักเดินทางปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือ อาจต้องเผชิญกับโทษปรับสูงสุดถึง 5,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 100,000 บาท)

    5. ฮ่องกง

    ตามรายงานจากสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ในฮ่องกงและมาเก๊า เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ระบุว่าภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ ตำรวจฮ่องกงมีอำนาจเรียกขอรหัสผ่านและการถอดรหัสข้อมูลในอุปกรณ์จากนักเดินทาง หากปฏิเสธจะถือเป็นความผิดทางอาญา ซึ่งกฎนี้ครอบคลุมไปถึงผู้ที่เพียงแค่มาต่อเครื่องที่สนามบินนานาชาติฮ่องกงด้วย

    6. จีน (แผ่นดินใหญ่)

    เจ้าหน้าที่จีนมีอำนาจกว้างขวางในการตรวจสอบข้อมูลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหากมีข้อกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ การบังคับใช้กฎหมายอาจแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคและมีความไม่แน่นอน นักเดินทางอาจถูกตรวจสอบข้อมูลโซเชียลมีเดียหรือแอปพลิเคชันต่างๆ ภายในเครื่องได้

    iStockphoto

    7. สหรัฐอเมริกา

    เจ้าหน้าที่ตระเวนชายแดนสหรัฐฯ สามารถตรวจค้นมือถือ แล็ปท็อป หรือกล้องถ่ายรูปได้โดยไม่ต้องมีหมายค้นในระหว่างการตรวจคนเข้าเมืองตามปกติ แม้ว่าการไม่ให้รหัสผ่านจะไม่ใช่ความผิดทางอาญาสำหรับผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ แต่อาจส่งผลกระทบต่อสถานะการเข้าเมือง หรือทำให้เครื่องถูกยึดไว้ตรวจสอบเป็นเวลานาน

    ข้อแนะนำสำหรับนักเดินทางคือควรสำรองข้อมูลสำคัญไว้บนระบบคลาวด์ และหลีกเลี่ยงการเก็บข้อมูลที่ล่อแหลมหรือผิดกฎหมายไว้ในตัวเครื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้นบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง

    แหล่งอ้างอิง

    1. UNILAD
    2. U.S. Department of State

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/travel/1453790/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gYR9TuFOENlNTcxNNFxxl

  • ททท. ชี้ต้นทุนพุ่ง ฉุดท่องเที่ยวไทยปี 69 ต่ำกว่าคาด

    ททท. ชี้ต้นทุนพุ่ง ฉุดท่องเที่ยวไทยปี 69 ต่ำกว่าคาด

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยว่า ในช่วงไตรมาส 1/2569 (1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569) ประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 9.31 ล้านคน โดยตลาดหลักยังคงเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน จำนวน 1.49 ล้านคน รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย 9.6 แสนคน รัสเซีย 7.26 แสนคน อินเดีย 6.26 แสนคน และเกาหลีใต้ 4.12 แสนคน

    ขณะเดียวกัน ตลาดระยะไกล เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ยังคงเป็นกลุ่มสำคัญในการสร้างรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อทริปในระดับสูง

    แม้ภาคการท่องเที่ยวจะยังคงเผชิญปัจจัยท้าทายจากภายนอก อย่างเช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และต้นทุนการเดินทางที่มีความผันผวน อย่างไรก็ดี โครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายมากขึ้น ได้ช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

    ทั้งนี้ ในปี 2569 มีการปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะคลี่คลายภายใน 1–3 เดือน โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30–34 ล้านคน ลดลงร้อยละ 18 จากเป้าหมายเดิม โดยมีปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมถึงข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

    ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวของชาวไทย คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 206 ล้านคน-ครั้ง ลดลงร้อยละ 3 จากเป้าหมาย โดยภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยคาดว่าจะสร้างรายได้รวมประมาณ 2.58 ล้านล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-tourism&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1no13mbG3PZVIKojNS4DaH

  • ท่องเที่ยวไทยสะดุด ททท. เผยไตรมาสแรกต่างชาติลด 2.5% ปรับเป้าปี 69 เน้นรายได้สู้ปัจจัยเสี่ยง

    ท่องเที่ยวไทยสะดุด ททท. เผยไตรมาสแรกต่างชาติลด 2.5% ปรับเป้าปี 69 เน้นรายได้สู้ปัจจัยเสี่ยง

    ททท. กางตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติไตรมาส 1 ปี 2569 ลดลง 2.5% เซ่นพิษเศรษฐกิจโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เตรียมหั่นเป้าทั้งปีลง 18% เหลือ 30-34 ล้านคน พร้อมปรับแผนลุยกลยุทธ์ “Value over Volume” เน้นดึงกลุ่มคุณภาพ ดันรายได้รวมทะลุ 2.58 ล้านล้านบาท

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 (1 ม.ค. – 31 มี.ค. 2569) ว่า มีจำนวนรวม 9.31 ล้านคน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 ที่มีจำนวน 9.55 ล้านคน พบว่าปรับตัวลดลง 2.51%

    สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบสำคัญ จากแรงกดดันด้านภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

    5 อันดับชาติเดินทางเข้าไทยสูงสุด Q1/69

    สำหรับกลุ่มตลาดหลักที่เดินทางเข้าประเทศไทยสูงสุด 5 อันดับแรกในไตรมาสนี้ ได้แก่

    1. จีน (1.49 ล้านคน)

    2. มาเลเซีย

    3. รัสเซีย

    4. อินเดีย

    5. เกาหลีใต้

    แม้ไทยจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม แต่ตลาดหลักอย่างจีนยังไม่กลับสู่ระดับเดิม ททท. จึงต้องพึ่งพาตลาดอาเซียน ยุโรป และตะวันออกกลางเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทดแทน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มเที่ยวบินในตารางบินฤดูร้อน และมาตรการส่งเสริม “Grand Tourism and Sport year 2025” ของรัฐบาล

    หั่นเป้าปี 69 ลด 18% รับมือความเสี่ยงโลก

    จากตัวเลขที่ลดลงและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ททท. ได้พิจารณาปรับคาดการณ์เป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2569 ใหม่ โดยคาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 30–34 ล้านคน ลดลง 18% จากเป้าหมายเดิม

    การประเมินนี้อยู่ภายใต้สมมติฐานว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะคลี่คลายภายใน 1–3 เดือน โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบ ได้แก่:

    • การชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา
    • ข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน
    • ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก
    • สงครามการค้าและการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดท่องเที่ยวโลก

    ชูกลยุทธ์ Value over Volume เน้นคุณภาพดันรายได้

    ททท. ประกาศปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่ โดยเปลี่ยนผ่านจากการมุ่งเน้นเชิงปริมาณ สู่การสร้างคุณค่า (Value over Volume) มุ่งยกระดับค่าใช้จ่ายต่อทริปของนักท่องเที่ยวให้สูงขึ้น

    กลยุทธ์ใหม่จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพสูง การสื่อสารภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยและความคุ้มค่า รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ

    “แม้ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงเล็กน้อย แต่ ททท. เชื่อมั่นว่าโครงสร้างตลาดที่มีความหลากหลายมากขึ้น จะช่วยสร้างเสถียรภาพและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569 นี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะสามารถสร้างรายได้รวมได้ประมาณ 2.58 ล้านล้านบาท ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเปราะบาง” น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวทิ้งท้าย

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2924507&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KiTvfYNM5JaG7HX2YjTyw