Category: ท่องเที่ยว

  • รมว.ท่องเที่ยว ประกาศทบทวน ‘ฟรีวีซ่า’ ยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน

    รมว.ท่องเที่ยว ประกาศทบทวน ‘ฟรีวีซ่า’ ยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน

    รมว.ท่องเที่ยว ประกาศทบทวน 'ฟรีวีซ่า' ยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน

    รมว.ท่องเที่ยว ประกาศทบทวน ‘ฟรีวีซ่า’ ยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน

    10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่า ขณะนี้รัฐบาล โดยกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงต่างประเทศ กำลังศึกษาเบื้องต้นเพื่อทบทวนการยกเว้นวีซ่า หรือ ฟรีวีซ่า ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 90 ประเทศ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างแท้จริงเข้ามาในประเทศ

    “เรื่องฟรีวีซ่า ในระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยได้เปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว 90 กว่าประเทศ โดยสามารถพักพิงในประเทศไทยได้ 60 วัน แต่ในช่วงที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตรา ได้เก็บข้อมูลพร้อมทั้งศึกษาถึงแนวทางว่า การที่นักท่องเที่ยวเที่ยวอยู่ประเทศไทย 60 วันนั้นเป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่” นายสุรศักดิ์ ระบุ

    นายสุรศักดิ์ อธิบายว่า นักท่องเที่ยวที่เที่ยวในเมืองไทยตั้งแต่วันเดียวจนถึง 30 วัน คิด 90% หมายถึงว่ายังมีอีกเกือบ 10% ที่อยู่เกิน 30 วัน เพราะฉะนั้นคณะกรรมการเองก็มีแนวทางชัดเจนว่า การทบทวนระยะเวลาของการให้ฟรีวีซ่าที่สามารถอยู่ได้ 60 วันนั้น จำเป็นจะต้องมีการลดจำนวนวันเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวจริง ๆ 

    ทั้งนี้เห็นว่า การเปิดให้นักท่องเที่ยวอยู่เกินนานไป เริ่มจะไม่ใช่เป็นนักท่องเที่ยว เพราะจะมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่เข้ามาแย่งงานคนไทย เริ่มมีนอมินีในบางประเด็น รวมถึงการเข้ามาทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นการศึกษาครั้งนี้ ก็ระบุชัดว่าการที่จะลดเวลา 30 วันจะไม่กระทบนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนที่เหลือเกือบ 10% อยู่เกิน 30 วันก็มีวีซ่าอีกประเภทหนึ่งครับที่เรียกว่า Destination Thailand Visa หรือ DTV สามารถอยู่ได้ถึง 180 วัน

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

    “การดำเนินการดังกล่าวจะจำกัดเวลาให้มีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง และไม่เพียงแค่กำกับเวลา เพราะในที่สุดประเทศต่าง ๆ ที่เคยได้ฟรีวีซ่าเองก็ต้องพิจารณาทั้งหมดทุกประเทศว่าประเทศไหนยังคงเหมาะสมอยู่ เพราะเราอยากได้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ สิ่งนี้ชัดเจนในนโยบายว่าการยกระดับคุณภาพมากกว่าปริมาณ และสร้างรายได้มากกว่าปริมาณ สิ่งนี้เป็นกลไกหนึ่งที่กระทรวงจะต้องทำ” นายสุรศักดิ์ กล่าว

    ส่วนประเด็นเรื่องการเตรียมจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดินนักท่องเที่ยวนั้น เห็นว่า ประเทศไทยไม่ใช่เป็นประเทศแรกที่ทำในเรื่องนี้ มีเหลือไม่กี่ประเทศที่ยังไม่ทำ และมีหลายประเทศที่กำลังเพิ่ม โดยจะมีเงินเข้ามายังกองทุนเพื่อดูแลการท่องเที่ยวและการประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ซึ่งถ้ามีกองทุนแล้วก็เชื่อว่าไม่เป็นงบประมาณแผ่นดินและไม่มาเบียดเบียนค่ารักษาพยาบาลของคนในประเทศ เพราะมีประกันชีวิต และประกันอุบัติเหตุอย่างชัดเจนของนักท่องเที่ยว 

    รมว.การท่องเที่ยวฯ เชื่อว่า การดำเนินการดังกล่าวนักท่องเที่ยวจะเกิดความเชื่อมั่น ส่วนเงินที่ได้ก็นำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ห้องสุขา และความปลอดภัย หรือนำเงินกลับไปสู่ชุมชนและท้องถิ่นที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมจำนวนมากเป็นรายหัวต่อไป 

    ขณะที่การสนับสนุนให้คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยสนับสนุนการยกระดับเมืองน่าเที่ยวนั้น ต้องยอมรับครับในภาวะเหตุการณ์โลกในปัจจุบันค่าครองชีพที่สูง และค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น การที่จะต้องลงให้คนไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวก็ยังต้องมี โดยมุ่งเน้นไปสู่การใช้ระบบการขนส่งมวลชนมากขึ้น ทั้งรถไฟหรือรถที่ใช้ร่วมกัน ถือเป็นนโยบายที่ทางกระทรวงจะขับเคลื่อนและผลักดันทันที

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา

    พร้อมกันนี้รัฐบาลจะปรับโครงสร้างกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ใหม่ โดยให้การท่องเที่ยวไปอยู่กับการบริหารจัดการด้านวัฒนธรรม และแยกกระทรวงกีฬาต่างหาก เพราะเรื่องท่องเที่ยวและเรื่องวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่สอดคล้องกัน ส่วนการแยกกีฬาออกมานั้น จะสามารถทำให้ความชัดเจนของกีฬามีทิศทางที่ดีขึ้น สามารถพัฒนานักกีฬาต่อยอดเป็นนักกีฬาอาชีพได้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับการพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศจะได้รับการพัฒนาได้อย่างชัดเจน 

    ส่วนข้อห่วงใยของวุฒิสภาเรื่องของสนามกีฬาร้างในหลาย ๆ จังหวัด รัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของตนจะต้องเปลี่ยนสนามกีฬาที่ร้างให้มาใช้งานได้ ซึ่งการแก้ไขไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณอย่างเดียว แต่รวมไปถึงเรื่องการถ่ายโอน เรื่องเจ้าของที่ โดยหลายเรื่องต้องตั้งคณะกรรมการเข้ามาทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง

    ขณะที่เรื่องการสนับสนุนของนักกีฬา ก็เห็นด้วยว่า วันนี้เงินที่ได้ในเบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ ต้องพิจารณาโครงสร้างของการสนับสนุนเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาใหม่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจนักกีฬา 

    “เรื่องการกีฬา รัฐบาลจะมุ่งเน้นการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา การแยกกีฬาอย่างชัดเจน การจัดอีเวนต์ต่าง ๆ จะต้องเป็นการจัดที่เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง โดยต้องพิจารณาความคุ้มค่ามากกว่าที่อยากจะจัดโดยที่ไม่ได้ดูอะไรเลย เพราะฉะนั้นทุก World Event ในประเทศไทยมีได้แต่ต้องคุ้มค่ากับการจัด คุ้มค่าหลาย ๆ เรื่อง ถ้าไม่คุ้มก็ต้องพิจารณาดี ๆ ในยามภาวะที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ แต่การสนับสนุนจะเต็มที่โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าเป็นหลัก” รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/656298&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xB4uM13R_6k7I-YO1Z7vM

  • ศุภจี แจงดราม่าอภิปราย เที่ยวไทย 365 วัน คนละเรื่องแก้ฝุ่น PM 2.5 ไม่เสียกำลังใจ

    ศุภจี แจงดราม่าอภิปราย เที่ยวไทย 365 วัน คนละเรื่องแก้ฝุ่น PM 2.5 ไม่เสียกำลังใจ

    วันนี้ (10 เมษายน) ที่อาคารรัฐสภา ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีดราม่าจากการอภิปรายเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่อาจทำให้ไม่สามารถท่องเที่ยวได้ครบ 365 วัน ว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไข และมีคณะทำงานดูแลอยู่

    แต่การอภิปรายเมื่อคืน เป็นการพูดในหัวข้อเรื่องการท่องเที่ยว โดยกล่าวถึงแนวคิด “ท่องเที่ยว 365 วัน” ว่าในแต่ละวันประเทศไทยมีความสวยงามในทุกฤดูกาล สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีปัญหาฝุ่นพิษ อาจทำให้บางพื้นที่ เช่น เชียงใหม่ ไม่เหมาะกับการท่องเที่ยว ซึ่งตนเข้าใจ เพราะขณะนี้ต้องเร่งแก้ไขปัญหาฝุ่น และให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นวิกฤตที่กระทบไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ต้องมีอากาศสะอาดด้วย

    ทั้งนี้ ในมิติการท่องเที่ยว ยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่สามารถพัฒนาเป็นปฏิทินท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ดังนั้น สิ่งที่ตนสื่อสารคือเรื่องการท่องเที่ยว ขณะที่ประเด็นฝุ่นเป็นอีกมิติหนึ่ง ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่กันไปในคนละด้าน

    “ไม่ได้พูดเลยว่าฝุ่นไม่เกี่ยว หรือปล่อยไว้แบบนั้น ไม่ใช่เลย ฝุ่นไม่ได้เกิดเฉพาะที่เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ก็มี ต่างจังหวัดก็มี จึงต้องแก้ปัญหาที่ต้นทาง โดยมีหน่วยงานและกระทรวงที่รับผิดชอบ เราพูดกันคนละประเด็น มิติการท่องเที่ยวก็เป็นอีกมิติหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องเดินหน้าต่อ เพราะเป็นแหล่งรายได้ของประเทศ ก็อยากให้ช่วยสื่อสารทำความเข้าใจว่า ไม่ได้หมายความว่าเรื่องฝุ่นไม่สำคัญ แต่ย้ำว่าเรื่องฝุ่นสำคัญมาก และต้องแก้ไข”

    เมื่อถามว่าเสียกำลังใจหรือไม่ หลังมีผู้เข้าใจสารที่สื่อสารคลาดเคลื่อน ศุภจี กล่าวว่า ไม่เสียกำลังใจ เพราะโดยธรรมชาติของการรับฟัง หากฟังเพียงบางช่วงก็อาจเข้าใจเพียงบางส่วน แต่หากฟังตั้งแต่ต้นจนจบจะเข้าใจมากขึ้น พร้อมระบุว่า คนสมัยนี้อาจฟังน้อยลง ดังนั้นตนมีหน้าที่อธิบายและทำงานต่อไป

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/supajee-tourism-pm25-controversy/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Vn3ZjEvWX2tphqb0fajQR

  • T

    T

    พร้อมส่ง 3 ออนไลน์แคมเปญ แท็กทีมทัพครีเอเตอร์ชวนไลฟ์สนุก สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทยช่วงสงกรานต์ปีนี้

    TikTok ผนึก ททท. ดัน

    TikTok แพลตฟอร์มแห่งการค้นพบระดับโลก และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สานต่อความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อมุ่งส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้เป็น Soft Power สำคัญเพื่อผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ เปิดตัว 3 แคมเปญใหม่รับ “สงกรานต์ปี 2569” ผ่าน TikTok LIVE มุ่งสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมไทยดิจิทัลไร้พรมแดน ชูการไลฟ์เป็นเครื่องมือหลักมัดใจนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ๆ ทั่วโลก สานต่อความสำเร็จจากงาน “Wonder Thai Festival” เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่สร้างยอด Engagement สูงกว่าแคมเปญอื่นถึง 24% TikTok ผนึก ททท. ดัน

    ดันวัฒนธรรมไทยเป็น “แม่เหล็ก” สะพานเชื่อมการท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์

    ความสำเร็จของแคมเปญ Wonder Thai Festival เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งจำลองบรรยากาศ “งานวัด” มาไว้บนหน้าจอสมาร์ทโฟน สร้างยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) สูงถึง 24% จำนวนครีเอเตอร์ร่วมไลฟ์ในแคมเปญมีมากกว่าแคมเปญประเภทอื่นถึง 10% สะท้อนให้เห็นว่า “วัฒนธรรม ประเพณี และความเป็นไทย” คือแนวคอนเทนต์ระดับแม่เหล็กที่ทรงพลัง สามารถดึงดูดใจผู้ใช้งาน TikTok กว่า 50 ล้านรายได้เป็นอย่างดี ผ่านการพัฒนาฟีเจอร์ Virtual Gifts และ User Interface (UI) ของ TikTok LIVE ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อเข้ากับบรรยากาศและเทศกาลไทยโดยเฉพาะ ทำให้การสืบสานประเพณีไทยไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

    ความสำเร็จดังกล่าวยังตอกย้ำการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ TikTok LIVE ในประเทศไทยในปี 2568 ที่ผ่านมา โดยมีจำนวน LIVE Creator สูงถึง 11.4 ล้านราย (เติบโตขึ้น 117%) มียอดการชมไลฟ์รวมกว่า 8 พันล้านวิวต่อเดือน (เติบโตขึ้น 38%) สะท้อนให้เห็นถึงความเหนียวแน่นของชุมชนผู้ใช้งานและความพร้อมของอีโคซิสเต็มส์ในการเป็นช่องทางหลักเพื่อส่งต่อวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก

    TikTok สนับสนุนยุทธศาสตร์ “Value over Volume” ของ ททท. ผ่าน “Sub-Culture Economy” เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    ความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ททท. ที่มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value over Volume) โดยอาศัยศักยภาพของ TikTok ในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลกที่รวมทุกความสนใจ เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Sub-Culture ที่มีกำลังซื้อสูงและมีปฏิสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสายกิน (Foodies), สายอาร์ตและงานดีไซน์ (Art & Design) หรือกลุ่มผู้หลงใหลในวัฒนธรรมท้องถิ่น (Cultural Seekers)

    โดย TikTok ได้จับมือกับเหล่า TikTok LIVE Creator ที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงถ่ายทอดคอนเทนต์ที่มากกว่าแค่บรรยากาศงานเทศกาล แต่เป็นการนำเสนอ “ประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่” และ “อัตลักษณ์ท้องถิ่นไทยที่โดดเด่น” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนจากยอดวิวสู่การตัดสินใจเดินทางจริงของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายที่พร้อมใช้จ่ายเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและมีคุณค่า

    เปิดตัว 3 แคมเปญใหม่รับสงกรานต์ ดันครีเอเตอร์สร้าง Festive Moment ระดับโลกบน TikTok LIVE

    เพื่อให้สงกรานต์ปี 2569 เป็นเทศกาลของไทยที่ผู้คนเข้าถึงได้ทุกโมเมนต์ TikTok และ ททท. ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ 3 กิจกรรมไฮไลท์ที่จะเปลี่ยนหน้าจอให้เป็นเวทีสืบสานและส่งต่อวัฒนธรรมระดับโลก ดังนี้

    1. สาด LIVE สาด Love: ยกกลิ่นอายวัฒนธรรมสงกรานต์ทั่วไทย เช่น ก่อเจดีย์ทราย, ปักตุงปีใหม่เมือง และ รถถีบกางจ้อง มาไว้บนหน้าจอ TikTok LIVE เปิดให้เหล่าครีเอเตอร์สร้างไลฟ์สร้างสีสันของตัวเองในธีมสงกรานต์ชวนเหล่าแฟน ๆ ผู้ติดตามส่งของขวัญคอลเลกชันพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ ตั้งแต่ 11 – 17 เมษายน 2569
    2. LIVE ชุ่ม PK ฉ่ำ: แข่งเล่นสงกรานต์ไลฟ์ชนจอระหว่างครีจเอเตอร์ไทยและครีเตอร์ในต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ประเพณีสงกรานต์ออกสู่สายตาชาวโลกผ่าน TikTok LIVE ด้วยการนำเสนอ ของขวัญ LIVE ในธีมสงกรานต์ เช่น ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปะแป้ง และของขวัญต่าง ๆ อีกมากมายให้ผู้มีส่วนร่วมสัมผัสประสบการณ์สงกรานต์รูปแบบใหม่บนจอโทรศัพท์ พร้อมกับเหล่าครีเอเตอร์แนวหน้า ที่จะมาแสดงความสามารถ ร้อง เต้น ในชุดพื้นเมืองไทย ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน 2569
    3. ดาวเด่นเล่นสงกรานต์: ไลน์อัพพาเหรดสงกรานต์ผ่านช่อง TikTokLIVE-TH นำเสนอคอนเทนต์หลากลายรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับประเพณีไทยและสงกรานต์ โดยผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมโดยการส่งไอคอนไลค์ธีมสงกรานต์ให้กำลังใจครีเอเตอร์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดี ๆ ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน 2569

    นางชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy SEA, TikTok กล่าวว่า “TikTok มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Soft Power ไทยสู่ระดับสากล ผ่านความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มที่เป็น Global Community เราไม่ได้มีเพียงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่เรามีชุมชนครีเอเตอร์ที่ทรงพลังหลายล้านราย พร้อมเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการส่งต่อเรื่องราววัฒนธรรมไทยให้มีชีวิตชีวาบนโลกดิจิทัล การร่วมมือกับ ททท. อย่างต่อเนื่องผ่านการสร้างสรรค์กิจกรรมของ TikTok LIVE เป็นการเปิดประตูให้คนได้เห็นมนต์เสน่ห์ของไทยแบบเรียลไทม์ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าเนื้อหาที่จริงใจจากครีเอเตอร์จะเป็นส่วนช่วยกระตุ้นความสนใจในเทศกาลและวัฒนธรรมไทย สามารถต่อยอดเป็นการช่วยตัดสินใจท่องเที่ยวไทยทั้งในช่วงเทศกาลและหลังเทศกาล ตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของไทยอย่างเป็นรูปธรรม”

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ททท. ปรับตัวให้ทันกับเทรนด์โลกออนไลน์ที่มองหาความจริงใจและประสบการณ์ที่จับต้องได้จริง การยกระดับ Soft Power ไทยสู่ระดับสากลต้องอาศัยเครื่องมือที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด โดย TikTok LIVE ตอบโจทย์นี้ได้อย่างดีเยี่ยมในแง่ของการส่งเสริมการท่องเที่ยวในยุคนี้ได้อย่างทรงพลังที่สุด เราจับมือกับ TikTok ต่อเนื่อง เพราะเห็นถึงศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้อย่างแม่นยำ ซึ่งในแคมเปญสงกรานต์ในครั้งนี้ ททท.ยังได้สนับสนุนแพคเกจท่องเที่ยวไทยให้แก่ครีเอเตอร์ที่ชนะจากการไลฟ์ร่วมสนุกบน TikTok เพื่อจูงใจและสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง การทำงานร่วมกับ TikTok LIVE Creator ในเทศกาลต่าง ๆ จึงได้ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ประเพณีไทยให้สนุกสนาน เข้าถึงง่าย และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมอยากมาสัมผัสบรรยากาศจริงที่ประเทศไทย ไม่ใช่แค่ช่วงสงกรานต์ แต่เป็นในทุกเทศกาลตลอดทั้งปี”

    ปักหมุดไฮไลท์สำคัญความร่วมมือกับ TikTok LIVE x ททท. ที่ห้ามพลาด!

    ห้ามพลาด! ในวันที่ 10 เมษายน 2569 เตรียมพบกับกองทัพ Top TikTok LIVE Creators แถวหน้าของเมืองไทย ในฐานะแขกรับเชิญพิเศษระดับเซเลบริตี้ที่จะมารวมตัวกันในงาน “เสน่ห์ไทย” ที่จัดขึ้นโดย ททท. พาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยผ่านสายตาครีเตอร์คนรุ่นใหม่ พร้อมพาไปสัมผัสบรรยากาศงาน รวมถึง “เสน่ห์อาร์ต By Songkran Festival” ที่รวบรวมผลงานจากศิลปินไทย ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านคาแรกเตอร์ดีไซน์สุดสร้างสรรค์ที่กระจายอยู่ทั่วงาน อาทิ Mamuang, 2CHOEY, POORBOY, TOMATO TWINS และ CRY BABY โดยแต่ละจุดมีเรื่องราวและแรงบันดาลใจที่แตกต่างกัน สะท้อนความเป็นไทยในมุมมองร่วมสมัยได้อย่างโดดเด่น พร้อมเสริมด้วยไฮไลท์กิจกรรมภายในโซน ไม่ว่าจะเป็นจุดถ่ายภาพ Art Installation ขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อสายคอนเทนต์โดยเฉพาะ กิจกรรมพบปะศิลปินตัวจริง รวมถึงเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สร้างสรรค์คาแรกเตอร์ในสไตล์ของตัวเอง พร้อมถ่ายทอดสดให้ชมกันผ่านหน้าจอ TikTok LIVE เท่านั้น ผู้ใช้งานสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลได้ง่าย ๆ เพียงค้นหา #Songkran2026 และ #AmazingThailand บน TikTok

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iepquea3g4hsi21ocyb7jq6f57nqgv25&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AjBJRiHDnZS5Xs-ARGg7g

  • ดราม่าเที่ยวไทย 365 วัน “ศุภจี” เคลียร์ชัด ไม่ใช่ทุกที่เที่ยวได้ทุกวัน

    ดราม่าเที่ยวไทย 365 วัน “ศุภจี” เคลียร์ชัด ไม่ใช่ทุกที่เที่ยวได้ทุกวัน

    ดราม่าเที่ยวไทย 365 วัน

    สรุปดราม่านโยบายเที่ยวไทย 365 วัน หลังถูกวิจารณ์หนักเรื่องฝุ่น PM2.5 รัฐบาลแจงเป็นเพียง “ปฏิทินท่องเที่ยว” เพื่อกระจายรายได้ ยันเร่งแก้ปัญหาสุขภาพควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ

    • รัฐบาลชี้แจงว่านโยบาย “เที่ยวไทย 365 วัน” คือการสร้างปฏิทินท่องเที่ยวเพื่อกระจายรายได้ตลอดปี ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะเที่ยวได้ทุกวันโดยไม่สนฤดูกาลหรือสภาพอากาศ
    • เกิดเสียงวิจารณ์ว่านโยบายดังกล่าวละเลยปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
    • ฝ่ายค้านเสนอว่าการจะทำให้นโยบายสำเร็จต้องแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคอย่างฝุ่น PM2.5 ควบคู่ไปกับการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินการทั้งสองเรื่องไปพร้อมกัน

    สรุปดราม่านโยบายเที่ยวไทย 365 วัน หลังถูกวิจารณ์หนักเรื่องฝุ่น PM2.5 รัฐบาลแจงเป็นเพียง “ปฏิทินท่องเที่ยว” เพื่อกระจายรายได้ ยันเร่งแก้ปัญหาสุขภาพควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่านโยบาย “365 วันมหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” คือการทำ “ปฏิทินท่องเที่ยว” เพื่อดึงศักยภาพแต่ละพื้นที่ที่มีจุดเด่นต่างฤดูกาลกันมาใช้ เป้าหมายคือกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ได้แปลว่าทุกจังหวัดจะเที่ยวได้ทุกวันโดยไม่สนสภาพอากาศ

    ประเทศไทยมีปฏิทินกิจกรรมและจุดหมายท่องเที่ยวที่แตกต่างกันตามช่วงเวลา ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความต่อเนื่อง

    เสียงสะท้อน “สุขภาพต้องมาก่อน”

    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคประชาชน ออกมาเตือนว่ารัฐบาลอย่ามองแค่ตัวเลขท่องเที่ยวจนลืม “สุขภาพประชาชน” โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่กระทบพัฒนาการเด็กและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ซึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตที่สำคัญกว่ารายได้จากการท่องเที่ยวในระยะสั้น

    อัดนโยบายท่องเที่ยว ใช้งบไม่ตรงจุด

    นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคประชาชน ได้อภิปรายว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวบ้านเราน้อยลง เพราะความน่าสนใจของบ้านเราลดลง ไม่มีจุดขายใหม่ ๆ นักท่องเที่ยวขาดแรงจูงใจที่จะมาซ้ำ และประเทศเพื่อนบ้านเราก็ทำการท่องเที่ยวได้ดีกว่าเรา 

    สำหรับนโยบายแรกที่รัฐบาลจะพัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายในการเดินทางแบบ 365 วัน ในหลักการถือว่าตอบโจทย์ในการเพิ่มการกระจายตัวของการท่องเที่ยว เพียงแต่ว่าวิธีการที่จะทำนั้น จากที่จะสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ประทับใจ สร้างความปลอดภัย ต่อยอดจุดแข็ง

    ซึ่งหลายพื้นที่เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่ทำไมหลายพื้นที่เหล่านั้นถึงยังไม่กลายเป็นที่หมายแบบ 365 วัน อย่างเชียงใหม่บ้านของตนมีการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีศิลปะวัฒนธรรม มีอาหาร มีครบ มีมานานแล้ว แต่สาเหตุที่ทำให้เชียงใหม่ไม่สามารถเที่ยวได้ 365 วัน เนื่องจากฝุ่น PM2.5 กล่าวคือ การที่จะทำให้ไทยเป็นที่หมายแบบ 365 วันได้ การเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวมันไม่พอ แต่ต้องหาอุปสรรคอื่น ๆ ที่ทำให้คนไม่ไปเที่ยว และแก้อุปสรรคเหล่านี้ไปพร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยว นโยบายจึงจะสำเร็จ

    นโยบายท่องเที่ยว-แก้ปัญหาฝุ่น ต้องทำควบคู่กัน

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่าสำหรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับนโยบายท่องเที่ยว ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นเรื่องที่กระทบประชาชนโดยตรง และเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินมาตรการด้านการจัดการต้นเหตุ การควบคุมการเผา และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

    การเดินหน้านโยบายท่องเที่ยวและการแก้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กัน โดยยืนยันว่าการพัฒนาเศรษฐกิจไม่ลดทอนความสำคัญของการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/862936&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Cy1EGURqZLfkjv1EWH4J5

  • เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    9 เมษายน 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูแผนรับเทศกาลสงกรานต์ 2569 รับวันหยุดยาว ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คาดว่าจะอาจจะส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้เปลี่ยนไป ทั้งการลดระยะทางท่องเที่ยว เลือกใช้เวลาพักผ่อนวันหยุดยาวใกล้บ้าน หรือหันมาใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่บ้านมากขึ้น ขณะที่กลุ่มที่ยังคงเดินทางมีแนวโน้มใช้เวลาบนถนนสายหลักและจุดพักรถนานขึ้น โดยเฉพาะสถานีน้ำมันซึ่งอาจมีความหนาแน่นจากการแวะพักและรอคิวเติมน้ำมัน

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    เผยยกทัพโซลูชันจัดเต็ม นอกจากเพิ่มสัญญาณ 5G และ 4G ปีนี้แล้ว ทรูยังติดตั้ง IBC (In-Building Coverage) เพิ่มจากเดิมเพื่อขยายสัญญาณภายในอาคารและศูนย์การค้าทั่วกรุงเทพฯ รองรับคนกรุงที่ปีนี้คาดว่าจะมีกลุ่มปรับแผนเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และเลือกฉลองสงกรานต์แบบพักผ่อนในเมืองแทน ไม่ว่าจะเดินห้าง ดูหนัง หรือนัดกินข้าวกับเพื่อน ก็ใช้งานมือถือได้ลื่นไหล ประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมนำ AI ที่ได้รับการรับรอง Autonomous Network ระดับ 4.0 จาก TM Forum มาใช้บริหารโครงข่าย ผ่านระบบ Intent-Based Operation (IBO) ที่ทำงานเสมือนทีมปฏิบัติการอัตโนมัติ ดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง

    นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทีมงานทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้แค่วางแผนโครงข่ายเชิงรุกเพื่อรองรับท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ แต่เรายังวางแผนรองรับพฤติกรรมการใช้งานที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เทศกาลสงกรานต์จะมีรูปแบบ ‘กระจุกตัวในแหล่งท่องเที่ยวสงกรานต์ และการเดินทางไกลข้ามจังหวัด’ ไปสู่รูปแบบที่ ‘กระจายตัวและยืดหยุ่น’ ทั้งระหว่างการเดินทางข้ามจังหวัด และการใช้งานในจังหวัด หรืออยู่บ้านกับครอบครัวมากขึ้น โดยคาดว่าปริมาณการใช้งานดิจิทัลยังคงเพิ่มสูง แต่จะกระจายไปยังสถานที่จัดกิจกรรมสงกรานต์ใหญ่ๆ เส้นทางคมนาคมสายหลัก จุดพักรถ และพื้นที่ชุมชนมากขึ้น ควบคู่กับการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านที่เติบโตจากกลุ่มผู้บริโภคที่เลือกพักผ่อนอยู่บ้านในปีนี้”

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าว ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เตรียมความพร้อมโครงข่าย 5G และ 4G ครอบคลุม 5 พื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ได้แก่ แหล่งท่องเที่ยว วัด และสถานที่ทำบุญ, จุดเล่นน้ำสงกรานต์, ศูนย์กลางคมนาคม เช่น สนามบิน สถานีขนส่ง และสถานีรถไฟ, ถนนสายหลักเชื่อมภูมิภาค และจุดพักรถตามเส้นทาง รวมถึงสถานีน้ำมัน และสถานีชาร์จรถไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดใช้งานสำคัญในปีนี้ พร้อมทั้งดูและเน็ตบ้านในทุกพื้นที่ชุมชน

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทรูให้ความสำคัญกับจุดจัดงานสงกรานต์ซึ่งเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทย และเป็นจุดดึงดูดการเยือนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ ถนนข้าวสาร, ถนนสีลม, สยามสแควร์, รวมถึงอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เช่น SIAM Songkran Music Festival (RCA), S2O Songkran Music Festival (ย่านรัชดา) และ X Festival (Warehouse Stadium) เป็นต้น รวมถึงการเสริมสัญญาณพื้นที่จัดกิจกรรมสงกรานต์ทุกภูมิภาคและจังหวัดต่างๆ ทั่วไทย

    สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ได้นำโซลูชันเสริมศักยภาพเครือข่ายมาใช้งานแบบครบวงจร เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นและมีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น ได้แก่ การติดตั้งรถสถานีฐานเคลื่อนที่ COW (Cell-On-Wheel) ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง, การเพิ่มเสาสัญญาณชั่วคราวในจุดจัดงานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในแต่ละจังหวัดทุกภูมิภาค, การปรับค่าพารามิเตอร์เครือข่ายให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานเฉพาะช่วงเทศกาล พร้อมทั้งติดตั้ง IBC (In-Building Coverage) เพิ่มจากเดิมเพื่อขยายสัญญาณภายในอาคารและศูนย์การค้าทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงการบริหารจัดการโครงข่ายแบบเรียลไทม์

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    นอกจากนี้ สำหรับเทศกาลสงกรานต์ 2569 ทรูนำ AI ที่ได้รับการรับรอง Autonomous Network ระดับ 4.0 จาก TM Forum มาใช้บริหารโครงข่าย ผ่านระบบ Intent-Based Operation (IBO) ที่ทำงานเสมือนทีมปฏิบัติการอัตโนมัติ ดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคาดการณ์และปรับจูนล่วงหน้าก่อนเกิดผลกระทบ โดยสามารถกระจายโหลดในพื้นที่หนาแน่น จัดการสัญญาณรบกวน และประเมินผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ลูกค้าใช้งาน 5G และ 4G ได้อย่างต่อเนื่อง ลื่นไหล รองรับการสตรีม วิดีโอคอล และเล่นเกมได้อย่างสนุก

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    ขณะเดียวกัน ทรูยังได้จัดทีมทำงานที่ศูนย์ปฏิบัติการ BNIC และ War Room ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ AI วิเคราะห์และติดตามสถานการณ์เครือข่ายอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมทั้ง 5G, 4G และอินเทอร์เน็ตบ้านทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อปริมาณการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และรักษาคุณภาพการให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    บริษัทฯ ยังดำเนินการตามแนวทางของ กสทช. อย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลคุณภาพโครงข่ายและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานในทุกพื้นที่ ทั้งกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยว หรือกลุ่มที่เลือกใช้เวลาอยู่บ้านในช่วงวันหยุดยาว

    “การวางแผนเสริมสัญญาณมือถือและเน็ตบ้านรับเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ สะท้อนถึงบทบาทของทรูในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคในทุกสถานการณ์ พร้อมรองรับทั้ง ‘การเดินทางท่องเที่ยว’ และ ‘ไลฟ์สไตล์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น’ ของคนไทยในยุคปัจจุบัน” 

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความสนุกและร่วมส่งความปรารถนาดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ไปพร้อมกับลูกค้าคนสำคัญให้ได้สุขสดใส ชื่นใจวันสงกรานต์ เบิกบานทั่วไทยไปกับทรู พร้อมส่งมอบความสดใสรับเทศกาลปีใหม่ไทย ด้วยการมอบกระเป๋ากันน้ำสุดเก๋ไก๋ให้ลูกค้าได้นำไปใช้เบิกบานทั่วไทย เพียงเข้ามาใช้บริการหรือทำธุรกรรมที่ ทรูช็อป และ ดีแทคช็อป 129 สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ครบ 500 บาท รับฟรีทันทีกระเป๋ากันน้ำ 1 ใบ (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 ท่าน) ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนนี้ เป็นต้นไป

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    พร้อมกันนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย มอบสิทธิพิเศษดับร้อนในงานมหาสงกรานต์ ร่วมสาดความสุขและมอบความคุ้มค่าแบบเต็มพิกัดให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ และนักท่องเที่ยว ไปกับกิจกรรมปีใหม่ไทยเที่ยวใกล้บ้าน “มหาสงกรานต์” ทั่วกรุงเทพฯ เปิดจุดรับสิทธิพิเศษมากมาย ประจำ 2 แลนด์มาร์กยอดฮิตกรุงเทพมหานคร ทั้งสวนลุมพินี  และสวนเบญจกิติ ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 – 15 เมษายน 2569 นี้ ทั้งรับฟรี! เครื่องดื่มคลายร้อน โค้ก ซีโร่, เครื่องดื่ม Slurpee จาก Freshy, น้ำแร่ Eto, ไอศกรีม Cremo พร้อมรับส่วนลดค่าอาหารที่ร้าน KFC สูงสุดถึง 50% และส่วนลดเข้าร่วมเวิร์กชอปศิลปะสูงสุด 10% (สำหรับลูกค้า TrueBlack และ dtac PLATINUM BLUE) กดรับสิทธิ์ง่ายๆ ผ่านแอปทรู นอกจากนี้ พิเศษสำหรับลูกค้า Tourist SIM สามารถแวะซื้อซิมพร้อมกดรับซองกันน้ำฟรีได้ที่บูธทรูตลอดงาน เตรียมโหลดแอปทรู ให้พร้อมแล้วมารับความคุ้มค่าสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ไปด้วยกัน!

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/pr/615711&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XdpCL3S-X27DsQMdG8KEt

  • รองนายกฯ “ศุภจี” ย้ำแนวคิดท่องเที่ยว 365 วัน คือปฏิทินท่องเที่ยวตลอดปี พร้อมระบุปัญหา PM2.5 ต้องแก้ควบคู่

    รองนายกฯ “ศุภจี” ย้ำแนวคิดท่องเที่ยว 365 วัน คือปฏิทินท่องเที่ยวตลอดปี พร้อมระบุปัญหา PM2.5 ต้องแก้ควบคู่

    รองนายกฯ “ศุภจี” ย้ำแนวคิดท่องเที่ยว 365 วัน คือปฏิทินท่องเที่ยวตลอดปี พร้อมระบุปัญหา PM2.5 ต้องแก้ควบคู่


    10/04/2569 | 77 |

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภาในประเด็นนโยบาย “365 วันมหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” โดยระบุว่า แนวคิดดังกล่าวหมายถึงการใช้ศักยภาพของประเทศไทยที่มีฤดูกาลท่องเที่ยวหมุนเวียนตลอดทั้งปีในแต่ละภูมิภาค ไม่ได้หมายความว่าทุกจังหวัดสามารถท่องเที่ยวได้ทุกวันในทุกสภาพอากาศ

    นางศุภจีกล่าวว่า ประเทศไทยมีปฏิทินกิจกรรมและจุดหมายท่องเที่ยวที่แตกต่างกันตามช่วงเวลา ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความต่อเนื่อง

    สำหรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับนโยบายท่องเที่ยว นางศุภจีระบุว่า ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นเรื่องที่กระทบประชาชนโดยตรง และเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินมาตรการด้านการจัดการต้นเหตุ การควบคุมการเผา และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

    “การเดินหน้านโยบายท่องเที่ยวและการแก้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กัน โดยยืนยันว่าการพัฒนาเศรษฐกิจไม่ลดทอนความสำคัญของการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน” นางศุภจีกล่าว


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/493348&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MTbcgbiU1soJx9McfrM0A

  • สงกรานต์นี้ ก่อนล้อหมุนต้องพร้อม ไม่ประมาท! กรมอนามัย แนะ “5 เตรียม” รับมือร้อนจัด-ฝุ่นสูง – อนามัยมีเดีย

    สงกรานต์นี้ ก่อนล้อหมุนต้องพร้อม ไม่ประมาท! กรมอนามัย แนะ “5 เตรียม” รับมือร้อนจัด-ฝุ่นสูง – อนามัยมีเดีย

               กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

               แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คาดการณ์ว่า ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) จะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพอากาศร้อนจัดเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมร้อน หรือ ฮีตสโตรก (Heatstroke) ประกอบกับในบางพื้นที่ยังมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงอยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมอนามัยจึงขอให้ประชาชนยึดหลัก “5 เตรียม” ก่อนล้อหมุน ดังนี้ 1) เตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง เพื่อลดความเหนื่อยล้าและป้องกันอาการหลับในขณะขับขี่ หากมีโรคประจำตัว ควรเตรียมยาและเอกสารสำคัญให้พร้อม 2) เตรียมอุปกรณ์ป้องกันอากาศร้อนและฝุ่น โดยเตรียมหมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และครีมกันแดด เตรียมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางหรือท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีดัชนีความร้อนสูงหรือพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูง 3) เตรียมของกินแก้ง่วง ได้แก่ ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะม่วงเปรี้ยว หรือลูกอมเคี้ยวหนึบ เพื่อช่วยกระตุ้นความตื่นตัว นอกจากนี้ น้ำดื่มสะอาดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ควรดื่มบ่อยๆ โดยไม่ต้องรอกระหาย รวมถึงผลไม้สดที่มีน้ำเยอะ แต่น้ำตาลไม่สูงมาก เช่น แตงโม ชมพู่ แคนตาลูป เพื่อช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย และ 4) เตรียมยาและเวชภัณฑ์ สำหรับกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วย ต้องเตรียมยาประจำตัวให้เพียงพอตลอดการเดินทาง รวมถึงยาแก้ปวดลดไข้ ยาแก้แพ้ หรือผงเกลือแร่ (ORS) เผื่อกรณีเสียเหงื่อมากจากอากาศร้อน 5) ระหว่างเดินทาง ห้ามทิ้งเด็กและผู้สูงอายุไว้ในรถโดยลำพังโดยเด็ดขาด

               “สำหรับผู้ที่ขับรถยนต์ส่วนตัว ตรวจสภาพรถยนต์ให้พร้อมก่อนเดินทาง ควรเลี่ยงกินอาหารประเภทแป้ง ขนมปังขาว ข้าวขาว และข้าวเหนียว เพราะการกินคาร์โบไฮเดรตในอาหารมื้อใหญ่ในปริมาณมาก เป็นเหตุให้เลือดไหลหมุนเวียนไปส่วนอื่นๆ ของร่างกายน้อยลง โดยเฉพาะสมอง ทำให้รู้สึกง่วงซึม เฉื่อยชา นอกจากนี้ ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากง่วงหรือถ้ารู้สึกเมื่อยล้าให้จอดพักทุก 2 ชั่วโมง เพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อลดความเมื่อยล้า ก่อนเดินทางต่อไป ทั้งนี้ การเตรียมตัวที่ดีคือหัวใจสำคัญของการเดินทางในช่วงสงกรานต์นี้ กรมอนามัยขอเน้นย้ำให้ประชาชนหมั่นสังเกตอาการตนเองและคนรอบข้าง หากรู้สึกวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือหายใจลำบากจากฝุ่น และอากาศร้อน ให้รีบหาที่พักในที่ร่มหรือที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกทันที เพื่อให้เทศกาลแห่งความสุขนี้เป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุด” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

    ***

    กรมอนามัย / 10 เมษายน 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/1004692/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1B5AQjSb6rTgNYQFiW3LXX

  • สมุทรสงคราม ยกระดับท่องเที่ยว เตรียมเปิด One Stop Service อำนวยความสะดวกครบ จบในจุดเดียว

    สมุทรสงคราม ยกระดับท่องเที่ยว เตรียมเปิด One Stop Service อำนวยความสะดวกครบ จบในจุดเดียว

    วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.07 น.

    สมุทรสงครามเดินหน้าพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุดเตรียมเปิด “Tourist Service Point” หรือจุดบริการนักท่องเที่ยวแบบครบวงจร (One Stop Service) ใจกลางเมืองแม่กลอง หวังยกระดับมาตรฐานการบริการ รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ที่ร้าน Mix&Me café’ and restaurant by บ้านพระครูติ ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม นายนิทรารัตน์ แพทย์วงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการและที่ปรึกษาสภาฯ เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยมีคณะกรรมการและที่ปรึกษาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    ประเด็นสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือการเตรียมจัดตั้งจุดบริการนักท่องเที่ยวแบบครบวงจร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของจังหวัดสมุทรสงคราม โดยจะตั้งอยู่บริเวณจุดตัดทางรถไฟข้างโรงเรียนอนุบาลสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญใกล้ตลาดร่มหุบ และเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากสัญจรผ่านในแต่ละวัน

    รูปแบบของจุดบริการ เป็นบูธขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 2.5 เมตร ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นชัดเจน ภายในจะให้บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน ทั้งเส้นทางท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ วิถีชุมชน และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พร้อมทั้งจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวแนะนำ (Route) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในการวางแผนเดินทาง

    นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งในรูปแบบออฟไลน์ เช่น แผ่นพับ และรูปแบบออนไลน์ผ่าน QR Code ที่สามารถสแกนเพื่อเข้าถึงข้อมูลได้ทันที รองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนจังหวัดเพิ่มมากขึ้น

    ไม่เพียงเท่านั้น จุดบริการแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีฉุกเฉิน เช่น หลงทาง ตกรถ หรือประสบปัญหาระหว่างการเดินทาง โดยจะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

    อีกหนึ่งบทบาทสำคัญ คือการเป็นศูนย์รวมบริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ และบริการเดินทางรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมราคาค่าบริการให้เป็นธรรม สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย และป้องกันการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

    ในขณะเดียวกัน ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่มีรายได้เสริม โดยสนับสนุนให้เข้ามาเป็นผู้ให้บริการด้านการเดินทาง พร้อมทั้งจัดอบรมทักษะภาษาอังกฤษและการเป็นมัคคุเทศก์เบื้องต้น เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการในท้องถิ่น ทั้งนี้ จุดบริการดังกล่าวจะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. โดยมีเจ้าหน้าที่จิตอาสาคอยให้บริการอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ในเร็ว ๆ นี้

    นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดตั้งพื้นที่จำหน่ายของฝาก “ของดีเมืองแม่กลอง” บริเวณอาคารวราปลาทู ใกล้กับปั้มน้ำมันเชลล์ ถนนทางเข้าเมือง เขตเทซบาลเมืองสมุทรสงคราม เพื่อส่งเสริมสินค้าในท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/472340&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27M1rXbC4gEzJAFFepNJLH

  • เกาหลีใต้หวนเปิดบริการรถไฟท่องเที่ยว มุ่งสู่สถานีติดชายแดน DPRK : อินโฟเควสท์

    เกาหลีใต้หวนเปิดบริการรถไฟท่องเที่ยว มุ่งสู่สถานีติดชายแดน DPRK : อินโฟเควสท์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เว็บไซต์กระทรวงการรวมชาติของเกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (9 เม.ย.) ว่า เกาหลีใต้เตรียมกลับมาให้บริการรถไฟท่องเที่ยวขาไปและขากลับจากสถานีโดราซาน ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่ตั้งอยู่ตอนเหนือสุดของประเทศและใกล้กับชายแดนระหว่างเกาหลีในวันศุกร์ (10 เม.ย.) หลังจากระงับบริการมานานราว 6 ปีครึ่ง

    สื่อท้องถิ่นรายงานว่า รถไฟจะวิ่งเลยสถานีอิมจินกังเข้าสู่เขตควบคุมพลเรือน ซึ่งเชื่อมต่อสถานที่สำคัญในเขตปลอดทหารเกาหลี ทั้งหอดูดาวโดรา หมู่บ้านรวมชาติ และค่ายเกรฟส์ โดยการเดินรถไฟนี้จัดเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การท่องเที่ยวเชิงสันติภาพ”

    ทั้งนี้ สถานีรถไฟโดราซานเคยถูกวางให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งแห่งสำคัญที่เชื่อมต่อคาบสมุทรเกาหลี ถือเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือในอดีตระหว่างเกาหลีใต้กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) และสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงระหว่างเกาหลีแม้มีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/584537&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HzS_YKCX99qRwbDZjwKXA

  • ผู้ว่าประจวบฯ ชวนเที่ยวงาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว-งานกาชาด” ครั้งที่ 16 จัดเต็มกิจกรรม 11 วัน

    ผู้ว่าประจวบฯ ชวนเที่ยวงาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว-งานกาชาด” ครั้งที่ 16 จัดเต็มกิจกรรม 11 วัน

    เมื่อวันที่ 9 เม.ย.69 ที่สถานีรถไฟหัวหินหลังเก่า จ.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ประจำปี 2569 พร้อมด้วย พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฯ นางรัฐยา อาจหาญ เผยพร ปลัดจังหวัดฯ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน นางอุบลวรรณ คงสว่าง ผจก.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตัวแทนวัฒนธรรมจังหวัดฯ ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการและแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมรับฟัง

    นายสิทธิชัย กล่าวว่า งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 16 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และเสริมสร้างความสามัคคีของประชาชนในจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายหลากหลายภาคส่วน กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24 เม.ย.- 4 พ.ค.69 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดฯ ถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ และสะพานสราญวิถี

    ภายในงานมีการจัดโซนแสดงนิทรรศการของส่วนราชการ 20 กระทรวง ภายใต้แนวคิด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” เพื่อให้ผู้เที่ยวงานได้รับทราบถึงแนวทางและเป้าหมายการพัฒนาของจังหวัดใน 10 ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น การบริหารจัดการน้ำ การส่งเสริมอนุรักษ์การท่องเที่ยวทางทะเล การส่งเสริมสินค้าเกษตร การส่งเสริมแรงงานภาคการท่องเที่ยว กลยุทธ์การสร้าง Wellness Province ให้ประจวบเป็นเมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว รวมถึง Wellness Tourism ท่องเที่ยวดี สุขภาพดี มีคุณค่า และ Safe Tourism นักท่องเที่ยวต้องปลอดภัย

    แต่ละคืนมีกิจกรรมบนเวทีเริ่มวันที่ 25 เม.ย. จัดเวทีเสวนาเรื่องเกษตร ประมง ปศุสัตว์ การแสดงวงโยธวาทิต เชียร์ลีดเดอร์ และนักเรียนที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัด / วันที่ 26 เม.ย. การแสดง TO BE NUMBER ONE / วันที่ 27 เม.ย. เวทีเสวนาเรื่อง คนรักษ์สุขภาพ การ MOU คนรักษ์สุขภาพ ชุดการแสดง / วันที่ 28 เม.ย. การประกวดร้องเพลง “ท้องถิ่น ท้องที่ สามัคคี” / วันที่ 29 เม.ย. เวทีเสวนา เรื่องวานศิลปะและเมืองแห่งศิลป์ การแข่งขันธ์ยุทธศิลป์ มวยไทย / วันที่ 30 เม.ย. การประกวดวงดนตรีเยาวชน / วันที่ 1 พ.ค. เวทีเสวนา 10 ห้องเรียนเสริมการศึกษา ชุดการแสดงของโรงเรียนตามโครงการ 10 ห้องเรียนเสริมการศึกษา / วันที่ 2 พ.ค. การประกวดร้องเพลง “ท้องถิ่น ท้องที่ สามัคคี” รอบชิงชนะเลิศ / วันที่ 3 พ.ค. การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว ประจำปี 2569 / วันที่ 4 พ.ค. เวทีเสวนา เรื่อง การพัฒนาอุตสาหกรรม พลังงาน แรงงาน ชุดการแสดงของเทศบาลเมืองประจวบฯ การหมุนวงล้อกาชาด

    ซึ่งไฮไลท์ในวันเปิดงานที่ 24 เม.ย. นี้ จะมีจุดพลุในรูปแบบการแสดงระบำพุลประกอบดนตรี และการแสดงแสง สี เสียง อัตลักษณ์ของทั้ง 8 อำเภอ เพื่อเผยแพร่วิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละอำเภอให้ผู้ร่วมงานได้รับชม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจตลอดเวลาของการจัดงาน เช่น การแสดงอัตลักษณ์ท้องถิ่นประกอบแสง สี เสียง ที่ถ่ายทอดเรื่องราวและเสน่ห์ของ “เมืองสามอ่าว” อย่างยิ่งใหญ่และงดงาม / การประกวดสินค้าเกษตร / การแข่งขันกีฬามวยไทย ตะกร้อลอดบ่วง / กิจกรรมเดินแบบผ้ามัดย้อม ใครใส่ก็สวย โดยนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์

    กิจกรรม Night Run เดิน-วิ่ง ชมเมืองสามอ่าว / กิจกรรมการออกร้านกาชาด รายได้เพื่อการกุศลในกิจการเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ โดยจัดพิมพ์สลากกาชาดจำนวน 50,000 ฉบับ จำหน่ายในราคาใบละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์รวม 3 คัน และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท โดยจะมีการหมุนวงล้อออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล พร้อมรางวัลอื่น ๆ ในคืนสุดท้ายของการจัดงาน

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ เทศกาลกินอาหารทะเล ที่รวบรวมเมนูอาหารทะเลสดใหม่ สินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงมาจัดจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าโอทอปของดีประจวบฯ และผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก คาราวานสินค้าอุปโภคบริโภค บูธจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมชมการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงในทุกค่ำคืน อาทิ บอล เชิญยิ้ม, ไก่ กะละมังส์, อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า, ZAI The Gentlemans, เฟริส พรชิตา และ อานัส สันละกะยา จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/140636&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39Ae0A153ot93GayPLKXH3