Category: ท่องเที่ยว

  • สงกรานต์อยุธยา 2569 จัดกิจกรรม พื้นที่ไหนบ้าง วันไหนถึงวันไหน

    สงกรานต์อยุธยา 2569 จัดกิจกรรม พื้นที่ไหนบ้าง วันไหนถึงวันไหน

    สงกรานต์อยุธยา 2569 จัดกิจกรรม พื้นที่ไหนบ้าง วันไหนถึงวันไหน

    ท่ามกลางแรงกระเพื่อมของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไร้ข้อยุติ ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่อง กลายเป็นตัวเร่งต้นทุนสำคัญที่ส่งผ่านไปยังทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวซึ่งพึ่งพาการเดินทางและกิจกรรมเชิงประสบการณ์เป็นหลัก ยิ่งเข้าใกล้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ภาพรวมค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นอาจกดดันบรรยากาศการจับจ่ายและการเดินทางของประชาชน

    อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจัยลบจะรุมเร้า แต่ประเพณีสงกรานต์ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมสำคัญของไทยยังคงเดินหน้าต่อไปในหลายพื้นที่ สะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจฐานรากและพลังการท่องเที่ยวภายในประเทศ เช่นเดียวกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ยังคงเตรียมจัดกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยว คาดช่วยพยุงบรรยากาศเศรษฐกิจช่วงเทศกาลให้เดินหน้าต่อได้ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน

    สงกรานต์อยุธยา 2569 จัดเต็มความสนุกและวัฒนธรรมระหว่างวันที่ 9-14 เมษายน 2569 ไฮไลท์สำคัญคือคอนเสิร์ตใหญ่ SKYFALL สงกรานต์เฟสติวัล ณ อยุธยาซิตี้พาร์ค (11-14 เม.ย.) และงานวัฒนธรรม “สงกรานต์วัดไชยฯ” (9-13 เม.ย.) รวมถึงเล่นน้ำหน้าเทศบาลนครฯ (13-15 เม.ย.) ชูจุดเด่นเมืองเก่าคู่ความบันเทิง 

    กิจกรรมสงกรานต์อยุธยาที่น่าสนใจ 2569

    • SKYFALL SONGKRAN FESTIVAL 2026 (11-14 เม.ย. 69): จัดที่อยุธยาซิตี้พาร์ค พบศิลปิน จ๊ะ นงผณี, อาภาพร นครสวรรค์, JOEYBOY, JSPKK ระบบน้ำเต็มรูปแบบ จำกัดอายุ 20 ปีขึ้นไป
    • สงกรานต์วัดไชยฯ ปีใหม่ไทยอยุธยา (9-13 เม.ย. 69): ณ วัดไชยวัฒนาราม ชมบรรยากาศย้อนยุค ก่อพระเจดีย์ทราย สรงน้ำพระ และแต่งชุดไทยรำวงย้อนยุค
    • มหาสงกรานต์กรุงเก่า 2569 (6-15 เม.ย. 69): จัดที่ถนนนเรศวร หน้าเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา/ถนนอู่ทอง เล่นน้ำฉ่ำๆ ชมขบวนแห่นางสงกรานต์ และคอนเสิร์ตฟรี
    • Central Ayutthaya Summer Splash (13-16 เม.ย. 69): เซ็นทรัล อยุธยา จัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมสาดน้ำ

    ข้อแนะนำเพิ่มเติม

    • การเดินทาง/ความปลอดภัย: ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาปล่อยแถวดูแลความปลอดภัยและการจราจร
    • ซื้อบัตร: สามารถซื้อบัตรงาน SKYFALL ล่วงหน้าได้ที่ Plutoticket 

    สงกรานต์ปีนี้อยุธยาจัดเต็มทั้งสายบุญและสายปาร์ตี้ เตรียมตัวแต่งชุดไทยหรือเสื้อลายดอกไปเที่ยวกันได้เลย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/655806&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw169dXyr6aPFlijhDnqwrap

  • เขาค้อเหงามาก! หลังเจอศึกหนัก

    เขาค้อเหงามาก! หลังเจอศึกหนัก

    เขาค้อเหงามาก! หลังเจอศึกหนัก ‘ร้อน-ฝุ่น-น้ำมันแพง’ ทำยอด นทท.ร่วงต่อเนื่อง

    วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.35 น.

    เขาค้อเหงามาก! วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วคนบางตา หลังเจอศึกหนัก ‘ร้อน-ฝุ่น-น้ำมันแพง’ ทำทริปล่ม-ยอดนักท่องเที่ยวร่วงต่อเนื่อง

    วันที่ 4 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่าแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่งกำลังประสบภาวะซบเซาอย่างหนัก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม และสภาวะเศรษฐกิจพร้อมกันในหลายมิติ

    โดยที่ ‘วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว’ แหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาชื่อดัง พบว่าในช่วงกลางวันมีนักท่องเที่ยวบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 33°C ขณะที่ ‘จุดชมวิวทะเลหมอก’ ซึ่งเคยเป็นจุดดึงดูดหลัก กลับถูกปกคลุมด้วยหมอกควันและฝุ่น PM2.5 จากปรากฏการณ์ผกผันอุณหภูมิ ส่งผลให้ทัศนวิสัยและความสวยงามลดลง ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ในบางช่วงพุ่งสูงถึง ระดับสีส้ม ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุและเด็ก เลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

    นอกจากปัจจัยทางธรรมชาติแล้ว ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวตัดสินใจชะลอการเดินทางออกไป ส่งผลให้ภาพรวมของนักท่องเที่ยวบนเขาค้อลดลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

    แม้ในวันนี้จะยังไม่พบรายงานจุดความร้อน (Hotspot) หรือไฟป่าในพื้นที่เขาค้อโดยตรง แต่หมอกควันที่ลอยมาจากพื้นที่ใกล้เคียงยังคงเป็นปัญหาหลัก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ย้ำมาตรการห้ามเผาเด็ดขาด พร้อมให้คำแนะนำนักท่องเที่ยว ดังนี้: เช็กค่า AQI และจุดความร้อนผ่านแอปพลิเคชันก่อนออกเดินทาง , สวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 เมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง และเลือกท่องเที่ยวในช่วงเช้าที่อากาศยังไม่ร้อนจัดและฝุ่นยังไม่สะสมตัวหนาแน่น

    /////////-026

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/956905&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rDFM1zohw3u9giSt1zALK

  • ตลาดน้ำคลองแห พิกัดกินเที่ยวหาดใหญ่ ของดีราคาถูกใจกลางชุมชน

    ตลาดน้ำคลองแห พิกัดกินเที่ยวหาดใหญ่ ของดีราคาถูกใจกลางชุมชน

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/OpMw4Me1GRjA&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1h7Hny0klrF0ndA3l8LpXu

  • หัวหินคึกคัก! ศึกบีชโปโลโลกดันเมืองท่องเที่ยวสู่สากล

    หัวหินคึกคัก! ศึกบีชโปโลโลกดันเมืองท่องเที่ยวสู่สากล

    ภูมิภาค

    หัวหินคึกคัก! ศึกบีชโปโลโลกดันเมืองท่องเที่ยวสู่สากล

    วันเสาร์ ที่ 04 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.07 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 4 เมษายน 2569 บรรยากาศที่อำเภอหัวหินกลับมาคึกคักอีกครั้ง จากการจัดการแข่งขันขี่ม้าโปโลชายหาดการกุศลระดับนานาชาติ รายการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล – บี.กริม บีช โปโล 2026” ซึ่งจัดขึ้นบริเวณชายหาดหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมชมอย่างคับคั่ง

    พิธีเปิดการแข่งขันจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมี สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารภาครัฐและเอกชน รวมถึงบุคคลในแวดวงกีฬาและการท่องเที่ยวเข้าร่วมงานจำนวนมาก

    ภายในงานเริ่มด้วยขบวนพาเหรดม้าริมชายหาดอย่างสวยงาม ตามด้วยการแข่งขันความเร็วของม้า ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชม ก่อนจะเพิ่มสีสันด้วยแฟชั่นโชว์บนหลังม้าจากกลุ่มเซเลบริตี้ และเข้าสู่การแข่งขันโปโลชายหาดการกุศล ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลที่สดใส

    การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่ผสานกีฬาเข้ากับการท่องเที่ยวและสังคมได้อย่างลงตัว โดยรายได้ส่วนหนึ่งนำไปสนับสนุน “โครงการกำลังใจ” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและเตรียมความพร้อมกลับคืนสู่สังคม

    ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี การจัดงานบีชโปโลหัวหินได้สร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ด้วยเอกลักษณ์ของสนามแข่งขันบนชายหาด ซึ่งต้องอาศัยความเหมาะสมของสภาพธรรมชาติ ทั้งระดับน้ำทะเลและพื้นทราย

    สำหรับปีนี้ มีทีมจากหลายประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ได้แก่ ไทย เบลเยียม อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา สะท้อนถึงความเป็นเวทีระดับโลกที่ได้รับความสนใจจากนักกีฬานานาชาติ

    ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ พร้อมผลักดันเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/471682&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0K0hqm1u60yl9SKM77MfE5

  • จ.กระบี่ จัดงานเทศกาลเปอรานากันแหลมสัก 2026 กระตุ้นการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    จ.กระบี่ จัดงานเทศกาลเปอรานากันแหลมสัก 2026 กระตุ้นการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    นางปรียา แก้วบำรุง วัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า บ้านแหลมสัก เป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ที่ล้อมรอบด้วยทะเลสวยงาม และด้านอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เป็นการหลอมรวมกันอย่างลงตัวของวิถีชีวิตชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยเชื้อสายจีน (บาบ๋า-ย่าหยา) จนเกิดเป็นวัฒนธรรม “เปอรานากัน” ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว 

    การจัดงานในครั้งนี้ จังหวัดกระบี่ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการมุ่งเน้นวัฒนธรรมไทยยั่งยืน สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคต Unseen Thai Thai  โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อการประชาสัมพันธ์ เปิดพื้นที่วัฒนธรรมใหม่ มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และวิถีชุมชน ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ  

    สำหรับกิจกรรมภายในงาน ชมการแสดง Mini Light & Sound ถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมเปอรานากันอันทรงคุณค่า ตื่นตาตื่นใจกับ แฟชั่นโชว์ “เคบาย่า” ชุดพื้นเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวเปอรานากัน ที่สะท้อนความงดงามของศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น

    สนุกกับคอนเสิร์ตจากดีว่าสาวเสียงทรงพลัง Jennifer Kim ที่จะมามอบความสุขผ่านบทเพลงเพราะ ๆ ให้ทุกคนได้ฟังกันแบบใกล้ชิด และร่วมลุ้นและชมความงดงามในการ ประกวดการแต่งกาย “เคบาย่า”พร้อมการแสดง ร็องเง็งประยุกต์ ที่ผสมผสานวัฒนธรรมและความบันเทิงอย่างลงตัว ชมฟรีตลอดงาน พิเศษ! ถ่ายรูปกับ Photo Booth ฟรีทุกวันเก็บภาพความประทับใจภายในงาน พร้อมรับภาพกลับไปเป็นที่ระลึกได้ทันที ซึ่งภายในงานยังมีอาหารพื้นถิ่นแสนอร่อย ของฝากและสินค้าชุมชน การแสดงศิลปะ 3 วัฒนธรรม พบกันที่ งานเปอรานากันแหลมสัก 2026 ระหว่างวันที่ 3–5 เมษายน 2569 นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5751043/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UwxVfHVb3QrC9rF1HVrr2

  • คนรุ่นใหม่เสิร์ชหา ‘ร้านอาหาร’ ก่อนการเดินทางท่องเที่ยว ชูวัฒนธรรมอาหารดันเศรษฐกิจไทย

    คนรุ่นใหม่เสิร์ชหา ‘ร้านอาหาร’ ก่อนการเดินทางท่องเที่ยว ชูวัฒนธรรมอาหารดันเศรษฐกิจไทย

    ข้อมูลจากรายงานของ เอิร์นส์แอนด์ยัง (2568) ระบุว่า

    • 74% ของนักท่องเที่ยวใช้ร้านอาหารมิชลินเป็นปัจจัยในการเลือกจุดหมาย
    • 76% ยอมขยายเวลาพำนักเพื่อสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหาร
    • ร้านที่ได้รับดาวมิชลินมีรายได้เพิ่มเฉลี่ย 32% และ 60% ขยายการจ้างงาน

    คนรุ่นใหม่เสิร์ชหา ‘ร้านอาหาร’ ก่อนการเดินทางท่องเที่ยว ชูวัฒนธรรมอาหารดันเศรษฐกิจไทย

    ขณะที่รายงานการศึกษาโดย เคเนติกส์ คอนซัลติ้ง พบว่า ในปี 2568 รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการร้านอาหารที่ได้รับการแนะนำจากมิชลิน ไกด์ อยู่ที่ 822.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% จากปี 2567 และมูลค่าส่วนเพิ่มรวม 8 ปีของโครงการอยู่ที่ 3,182.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนต่อเงินสนับสนุนถึง 14.7 เท่า

    ผู้ร่วมเสวนาได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ แนวโน้มร้านอาหารไทย, ระบบนิเวศอาหาร, การทำงานร่วมกับเกษตรกรท้องถิ่น และบทบาทของร้านอาหารต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยทุกคนเห็นตรงกันว่า การได้รับการยอมรับจากมิชลิน ไกด์ ช่วยให้ร้านอาหารไทยสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร และดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

    คนรุ่นใหม่เสิร์ชหา ‘ร้านอาหาร’ ก่อนการเดินทางท่องเที่ยว ชูวัฒนธรรมอาหารดันเศรษฐกิจไทย

    ปี 2569 ททท. เดินหน้าภายใต้โครงการ Thailand Tourism Next ที่เน้น “คุณค่าเหนือปริมาณ” (Value over Volume) โดยมุ่งยกระดับท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน พร้อมใช้วัฒนธรรมอาหารเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ขณะเดียวกัน มิชลิน ไกด์ ยังคงเป็นพันธมิตรสำคัญในการตอกย้ำมาตรฐานสากลของอาหารไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/lifestyle/spring-life/862853&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qeVMZtv7rLTzcXjD2aW6U

  • “คนกีฬา” ร่วมถกแยก “กระทรวงกีฬา” ออกจาก “การท่องเที่ยว” ที่รั้วนนทรี 8 เม.ย.นี้ | เดลินิวส์

    “คนกีฬา” ร่วมถกแยก “กระทรวงกีฬา” ออกจาก “การท่องเที่ยว” ที่รั้วนนทรี 8 เม.ย.นี้ | เดลินิวส์

    คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เตรียมจัดงานเสวนาวิชาการหัวข้อ “กระทรวงการกีฬา : โจทย์ที่ท้าทาย” ในวันพุธที่ 8 เม.ย.นี้ เวลา 09.30-12.00 น. ที่ห้อง Auditorium 306 สำนักบริการคอมพิวเตอร์ ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน เปิดเวทีถกประเด็นสำคัญของวงการกีฬาไทย ท่ามกลางกระแสข้อเสนอ “แยกการกีฬาออกจากการท่องเที่ยว” สู่การจัดตั้งกระทรวงใหม่ในอนาคต นับเป็นอีกหมุดหมายสำคัญในการกำหนดทิศทางกีฬาไทยยุคใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สุพิตร สมาหิโต กรรมการบริหารสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย Olympic Council of Asia (OCA) ผู้แทนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมถ่ายทอดมุมมองระดับนานาชาติ พร้อมด้วยบุคคลสำคัญจากหลากหลายภาคส่วนของวงการกีฬาไทย

    สำหรับผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย รศ.ม.ล.ปาณศาล หัสบดินทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการกีฬา, นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย, ดร.นิวัฒน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา และประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทยฯ, รศ.ดร.ชาญชัย สุขสุวรรณ์ นายกสมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย, ดร.พิเชษฐ์ เกิดวิชัย วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการกีฬา ม.ราชภัฏสวนสุนันทา, ผศ.ดร.อิษฎี กุฏอินทร์ คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ ม.เกษตรศาสตร์ และ ดร.พิเชษฐ์ พูลทิพิยานนท์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะพลศึกษา ม.ศรีนครินทรวิโรฒ

    การเสวนาครั้วรนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนเชิงนโยบาย ทั้งด้านโครงสร้างการบริหารกีฬา งบประมาณ การพัฒนานักกีฬา และบทบาทของรัฐในการยกระดับกีฬาไทยสู่สากล ภายใต้คำถามสำคัญว่า “ถึงเวลาหรือยัง” ที่ประเทศไทย จะต้องมี กระทรวงกีฬา แยกออกมาอย่างชัดเจน โดยการเสวนาจะดำเนินรายการโดย ดร.สุเมต สุวรรณพรหม วิทยากรระดับ 11 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และนักจัดรายการวิทยุ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สามารถจอดรถได้ที่สำนักบริการคอมพิวเตอร์ หรืออาคารจอดรถงามวงศ์วาน ประตู 1 และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-579-0113 ต่อ 633073 และ 633076.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5751657/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0BEQANszTIlQxLAnhVqC2A

  • รฟท. ชวนย้อนวันวาน นั่ง ‘รถจักรไอน้ำ’ เที่ยวนครปฐม เปิดจองตั๋ว 4 เม.ย.นี้

    รฟท. ชวนย้อนวันวาน นั่ง ‘รถจักรไอน้ำ’ เที่ยวนครปฐม เปิดจองตั๋ว 4 เม.ย.นี้

    ​โปรแกรมท่องเที่ยว ล่าสุด รฟท. ชวนย้อนวันวาน นั่ง ‘รถจักรไอน้ำ’ เที่ยวนครปฐม ‘วันฉัตรมงคล’ เปิดจองตั๋วพรุ่งนี้ (4 เม.ย. 69)

    ​โปรแกรมท่องเที่ยว ล่าสุด การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชวนย้อนวันวาน นั่ง ‘รถจักรไอน้ำ’ เที่ยวนครปฐม สัมผัสเสน่ห์การเดินทางแบบดั้งเดิม ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์และความทรงจำอันทรงคุณค่า ร่วมเฉลิมฉลอง ‘วันฉัตรมงคล’ ไปกับขบวนรถไฟสุดพิเศษ พร้อมชมวิวสองข้างทางรถไฟและเช็กอินแลนด์มาร์กสำคัญของนครปฐม เติมเต็มทริปวันเดียวให้พิเศษกว่าที่เคย เปิดจองตั๋วพร้อมกันทุกระบบ ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป

    นายเมธาพัฒน์ สุนทรวราภาส ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟฯ จัดขบวนรถพิเศษนำเที่ยว ด้วยรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ เส้นทาง ‘กรุงเทพ – นครปฐม’ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันที่ 4 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น วันฉัตรมงคล วันสำคัญอีกวันหนึ่งของไทย เป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สัมผัสเสน่ห์การเดินทางแบบดั้งเดิมของจังหวัดนครปฐม

    สำหรับขบวนรถพิเศษนำเที่ยวรถจักรไอน้ำที่ 907/908 ‘กรุงเทพ – นครปฐม – กรุงเทพ’ จะออกจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 08.10 น. ถึงสถานีนครปฐม เวลา 10.10 น. นักท่องเที่ยวสามารถทำบุญ ไหว้พระ ขอพร เสริมสิริมงคล เดินชมรอบองค์เจดีย์ ถ่ายรูปไหว้พระ ณ องค์พระปฐมเจดีย์

    หรือแวะหาของอร่อย ๆ ทานที่ตลาดเก่าเมืองนครปฐม หรือร้านอาหารรอบองค์พระปฐมเจดีย์ เมนูแนะนำ อาทิ ข้าวหมูแดง ก๋วยเตี๋ยว เป็ดพะโล้ ของหวานไทย หรือจะเดินทางถ่ายรูปสถาปัตยกรรมสวย ๆ กับบรรยากาศชิล ๆ มีเวลาให้กว่า 6 ชั่วโมงเต็ม ก่อนที่จะเดินทางกลับจากสถานีนครปฐม เวลา 16.30 น. และถึงกรุงเทพ เวลา 18.30 น.

    ทั้งนี้ ขบวนรถมีบริการแบบตู้โดยสารธรรมดาและปรับอากาศ โดยอัตราค่าโดยสาร รถธรรมดาชั้น 3 (พัดลม) ไป-กลับ ผู้ใหญ่/เด็ก ราคา 329 บาท รถนั่งนอนปรับอากาศ และรถจัดเฉพาะปรับอากาศ (รถโอทอป) ราคา 799 บาท พร้อมบริการอาหารว่างและน้ำดื่มทุกที่นั่ง ทั้งเที่ยวไป-กลับ โดยขบวนรถจะให้บริการหยุดรับ-ส่งผู้โดยสารที่สถานีสามเสน ชุมทางบางซื่อ บางบำหรุ และศาลายา ซึ่งสามารถขึ้นและลงตามสถานีดังกล่าวได้ รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง สามารถร่วมบันทึกความทรงจำหัวรถจักรไอน้ำได้เช่นกัน

    ในโอกาสนี้ การรถไฟฯ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งวันสำคัญนี้ พร้อมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางสุดคลาสสิกไปกับหัวรถจักรไอน้ำแปซิฟิก หมายเลข 824 และ 850 ซึ่งเป็นรถจักรไอน้ำที่ถูกใช้การรุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผลิตโดยบริษัท นิปปอน ชาร์เรียว จำกัด นำมาใช้งานในเดือนสิงหาคม 2492 โดยรถจักรไอน้ำรุ่นแปซิฟิก หมายเลข 824 ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง ต่อมาได้ดัดแปลงให้ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงแทนในปี 2514 ส่วนรถจักรไอน้ำ หมายเลข 850 เป็นรถต้นแบบที่ใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมันเตา ปัจจุบันได้เก็บรักษาและซ่อมบำรุงอยู่ที่โรงรถจักรธนบุรี

    นายเมธาพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากขบวนรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์แล้ว การรถไฟฯ ยังจัดเตรียมขบวนรถไฟท่องเที่ยวสุดพิเศษ เช่น KIHA 183 และ SRT Royal Blossom ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเส้นทางท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือแบบพักค้างคืน ตลอดปี 2569 ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและโปรแกรมท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 หรือ เฟซบุ๊กแฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

    และพิเศษสุด สำหรับผู้มีตั๋วขบวนรถจักรไอน้ำขบวนพิเศษที่ 907/908 เท่านั้น สามารถลงทะเบียนจอง โปรแกรมนำเที่ยว 2 เส้นทาง เพิ่มเติม ในราคาเพียงท่านละ 599 บาทเท่านั้น (เฉพาะผู้ที่มีบัตรโดยสารขบวนพิเศษ 907/908) รีบจองด่วน ที่นั่งมีจำนวนจำกัด สแกน QR Code ในภาพ หรือโทรเลย 062-6696441, 081-2512207

    เส้นทางที่ 1

    สักการะองค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อสิริมงคล เดินชิลล์ ‘ตลาดน้ำวัดลำพญา’ ชิมของอร่อยริมน้ำ , ย้อนรอยอดีตที่ ‘ตลาดบางหลวง ร.ศ. 122’ ตลาดเก่าแก่อันทรงเสน่ห์ , เช็คอินคาเฟ่สุดเก๋ The Flask Cafe & แอร์ออร์คิดส์

    เส้นทางที่ 2

    สักการะองค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ชิลล์ที่ ตลาดในสวน บ้านหัวอ่าว สัมผัสความน่ารักของชุมชน ชมความงามของ วัดธรรมปัญญาราม (วัดบางม่วง)

    รฟท. ชวนย้อนวันวาน นั่ง 'รถจักรไอน้ำ' เที่ยวนครปฐม เปิดจองตั๋ว 4 เม.ย.นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1228181&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27MR9wIQfMgY0EXhsG6Gwt

  • เปิดงานวันแรก! เทศกาลข้าวโพดหวา-อาหารอร่อยที่ท่าแพ หวังยกระดับท่องเที่ยวเชิงเกษตร

    เปิดงานวันแรก! เทศกาลข้าวโพดหวา-อาหารอร่อยที่ท่าแพ หวังยกระดับท่องเที่ยวเชิงเกษตร

    เปิดงานวันแรก! เทศกาลข้าวโพดหวา-อาหารอร่อยที่ท่าแพ หวังยกระดับท่องเที่ยวเชิงเกษตร

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    บรรยากาศการเปิดงานเทศกาลข้าวโพดหวานและอาหารอร่อยอำเภอท่าแพ ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล ในวันแรก วันนี้ (4 พ.ย.) เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยมี นางสาวดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยทัพหัวหน้าส่วนราชการและผู้นำท้องถิ่น เช่น นางสาวภัชกุล ตรีพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล, นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล, ททท. สำนักงานสตูล, นายอำเภอท่าแพ และ นายก อบต. ท่าแพ หัวใจสำคัญที่ท่านรองผู้ว่าฯ และคณะผู้บริหารมุ่งเน้น คือการประกาศศักดาข้าวโพดหวานคลองสองน้ำ จากคลองบาราเกตุ ซึ่งเป็นจุดบรรจบของน้ำจืดและน้ำเค็ม ทำให้ดินและน้ำมีแร่ธาตุเฉพาะตัว ส่งผลให้ข้าวโพดที่นี่มีรสชาติหวานฉ่ำ กรอบ และกลมกล่อม เป็นเอกลักษณ์ที่หาทานได้ยากจากที่อื่นในประเทศไทย

    ด้าน นางสาวภัชกุล ตรีพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล ระบุว่า การแข่งขันกินข้าวโพดและการนำเสนออัตลักษณ์คลองสองน้ำ เป็นการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้เป็นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ มีการจัดงานตั้งแต่วันที่ 3 – 5 เมษายน 2569 นี้เท่านั้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000032410&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jyJVRf7BWKjNgl9SiEupU

  • เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (จบ)

    เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (จบ)

    คุยกันต่อเลยดีกว่าครับ … 

    ประการสำคัญ ในปี 2026 จุดหมายปลายทางเหล่านี้ ยังได้รับการ “ต่อยอด” ไปอีกระดับหนึ่ง รัฐบาลท้องถิ่นต่างเดินหน้าเพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวใหม่สำหรับครอบครัว และอัพเกรดสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวขนานใหญ่  

    สวนสาธารณะในเมืองก็เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวตามฤดูกาลเช่นกัน สำนักการจัดการเมืองนครฉงชิ่ง ได้เปิดตัวแผนที่จุดชมดอกไม้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 ที่นำเสนอดอกไม้กว่า 75 สายพันธุ์ อาทิ แมกโนเลีย ดอกพีช และ ดอกเรพซีด ผ่านสวนสาธารณะในเมืองราว 180 แห่ง ส่งผลให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในและนอกพื้นที่ได้เป็นจำนวนมาก สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึงกว่า 40,000 คนต่อวันเลยทีเดียว  

    ข้อมูลจากตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ (Online Travel Agency) หลายแห่งของจีน แสดงให้เห็นว่า การท่องเที่ยวดอกไม้ในช่วงหลังหยุดยาวตรุษจีนปี 2026 มีแนวโน้มขยายตัวรวดเร็วและรุนแรงขึ้น ทำให้เกิดโมเมนตัมของความต้องการเดินทางที่ดี  

    คำสั่งซื้อตั๋วเข้าจุดชมวิวที่เกี่ยวข้องเพื่อแสวงหาประสบการณ์ที่ดื่มด่ำเพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง ในระยะเวลา 1-2 วัน ยังคงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 

    ขณะเดียวกัน การจองการเดินทางในช่วงกลางเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาก็เพิ่มขึ้นถึง 60% ของช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เท่านั้นไม่พอ นักวางแผนการท่องเที่ยวยังเร่งบูรณาการการชมดอกไม้เข้ากับกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการพักผ่อนที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ ทิวทัศน์ภูเขาและสายน้ำ เมืองประวัติศาสตร์ และอาหารท้องถิ่น 

    นอกจากนี้ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีธีม “ดอกไม้” เป็นหลักหลายแห่งยังพยายาม “ยืมมือ” ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพดอกไม้มาช่วยประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในวงกว้าง อาทิ การกำหนดจุดถ่ายภาพ และการจัดประกวดภาพถ่ายและวิดีโอสั้น 

    ภาพถ่ายและวิดีโอสั้นที่ถูกผลิตขึ้นดังกล่าว มักถูกโพสต์ในโลกอินเตอร์เน็ต กลายเป็นว่า แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ช่วยเพิ่มกระแสความนิยมและมูลค่าการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในวงกว้างอีกด้วย  
    การเบ่งบานของอุตสาหกรรมดอกไม้ ช่วยสร้าง “ความมีชีวิตชีวา” และขยาย “โอกาสทางธุรกิจ” ผ่านภาคการเกษตร การท่องเที่ยวเฉพาะทาง และอื่นๆ นำไปสู่ “การบริโภคใหม่” ผ่านการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและการเสริมสร้างประสบการณ์แก่ผู้บริโภคในเชิงลึก ซึ่งขยายผลต่อไปถึงร้านอาหารและเครื่องดื่ม (ที่ใช้ดอกไม้เป็นวัตถุดิบ) โฮมสเตย์ (ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้) การผลิตงานฝีมือที่ทำจากพืชและดอกไม้ท้องถิ่น ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และอื่นๆ ในท้องถิ่นได้เป็นอย่างมาก  

    นอกจากนี้ อิทธิพลของเศรษฐกิจดอกไม้ยังกระจายตัวสู่เมืองรองและพื้นที่ชนบทอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน ส่งผลให้ “ดอกไม้” กลายเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ตามฤดูกาลที่หมุนเวียนไปตลอดทั้งปีในจีน 

    ด้วยการกำหนดแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมดอกไม้คุณภาพสูง ซึ่งนำไปสู่พัฒนาการด้านเทคโนโลยีการเพาะปลูกที่ทันสมัย จีนได้กำหนดเป้าหมายตลาดดอกไม้ไว้ที่ 700,000 ล้านหยวนภายในปี 2035 หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวภายใน 10 ปี 

    เท่านั้นไม่พอ เศรษฐกิจดอกไม้ที่เบ่งบานในจีนยังถูกนำไปโชว์โฉมในต่างประเทศ จีนส่งออกดอกไม้ในมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยมีมูลค่าถึงกว่า 520,000 ล้านหยวนในปัจจุบัน  

                               เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (จบ)

    ปัจจุบัน ตลาดดอกไม้ตัดดอกโลก มี เยอรมนี สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และ เนเธอร์แลนด์ เป็นลูกค้ารายใหญ่ ผู้คนในประเทศพัฒนาแล้วเหล่านี้ นิยมซื้อดอกไม้ตกแต่งบ้านและอื่นๆ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ สายพันธุ์ เทคโนโลยีการเพาะปลูก ต้นทุนการผลิต และอื่นๆ ทำให้ตลาดต้องพึ่งพาการนำเข้าดอกไม้ในสัดส่วนที่สูง 

    ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐฯ นำเข้าดอกไม้ตัดดอก คิดเป็นกว่า 80% ของการบริโภคทั้งหมด แต่ดูเหมือนตลาดนี้อยู่ในมือของคู่แข่งขันรายใหญ่ อย่าง โคลอมเบีย เอกวาดอร์ และ เม็กซิโก ซึ่งอยู่ในทำเลที่ใกล้กว่า

    กลับมาที่กรณีการส่งออกดอกไม้ของจีน ผลการผลักดันการดำเนินนโยบายสำคัญ อาทิ “ข้อริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” และกลยุทธ์การตลาดต่างประเทศของผู้ประกอบการ ก็ทำให้ตลาดส่งออกขยายตัวไปอย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากดอกไม้ตัดดอกแล้ว ตลาดส่งออกในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้อง ก็มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมีนัยสำคัญ อาทิ กระถางต้นไม้ ดอกไม้แปรรูป และ ต้นกล้าชนิดพิเศษ

    สถิติอย่างเป็นทางการของจีนระบุว่า ยูนนาน เป็นจุดส่งออกดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดของจีน ในปี 2025 การส่งออกดอกไม้ตัดสดของยูนนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก เขตจินหนิง (Jinning) ตอนใต้ของ นครคุนหมิง เมืองลี่เจียง (Lijiang) และ เมืองฉู่สวง (Chuxiong) มีมูลค่าสูงถึง 1,220 ล้านหยวน ขยายตัวกว่า 60% ของปีก่อน และครอบคลุม 64 ประเทศและภูมิภาค 

    และด้วยระบบโลจิสติกส์ของจีนที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้แต่ละบริษัทดอกไม้ของจีน อาทิ Dianwang Flowers (เตี้ยนหวังฟลาวเวอร์) สามารถทำตลาดดอกไม้ในกว่า 20 ประเทศและภูมิภาคในอาเซียน เอเซียกลาง และ ตะวันออกกลางได้อย่างรวดเร็ว 

    ยกตัวอย่างเช่น การส่งดอกไม้ทางอากาศไปยังเมียนมา และฟิลิปปินส์ โดยใช้เวลาภายใน 48 ชั่วโมงเท่านั้น หรือไปยังเวียตนามภายในเวลาเพียง 6 ชั่วโมง  

    นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จในการขยายโครงการอุตสาหกรรมดอกไม้แบบครบวงจร ที่ครอบคลุมตั้งแต่ การวิจัยและพัฒนา การเพาะปลูก และการขาย รวมทั้งการร่วมมือด้านเทคนิคการเพาะปลูกและต้นกล้าดอกไม้หลายสายพันธุ์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคอาเซียนอย่างเช่นเมียนมาและกัมพูชา

    ในตลาดเอเซียกลาง และ รัสเซีย บริษัทฯ ก็ลงทุนกับการวิจัยและพัฒนาดอกไม้ ที่ปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการของตลาดอย่างแม่นยำ อาทิ กุหลาบหัวใหญ่สายพันธุ์ Highland Red และ Floyd   

    แม้ว่าการส่งมอบในบางออเดอร์ของ “เส้นทางดอกไม้” ก็อาจเต็มไปด้วยความท้าทายยิ่ง แต่บริษัทฯ ก็ไม่ย่นย่อ เช่น การบรรจุดอกไม้ยูนนานในตู้ควบคุมอุณหภูมิ และขนส่งทางถนนเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วันก่อนถึงร้านดอกไม้ในคาซักสถาน ภูมิภาคเอเซียกลาง  

    ประการสำคัญยิ่งกว่าก็คือ ตลาดดอกไม้ส่งออกของจีนยังเป็น “เศรษฐกิจที่งดงาม” เพราะกำลังถูกผนวกเข้ากับห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลกอย่างแนบแน่น และเปี่ยมไปด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจที่จะเติบโตอีกมากในอนาคต 

    ดูเหมือนเส้นทาง “เศรษฐกิจดอกไม้” ของจีนไม่เพียงกำลัง “เบ่งบาน” แต่ยัง “โรยด้วยกลีบกุหลาบ” อีกด้วยครับ …

    คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย…ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4189

    เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ  ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน
        

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/Chinese-dragon/655706&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lrNjJcd7ft_I6VrAqy9IQ