Category: ท่องเที่ยว

  • ปักหมุดเล่นน้ำ! พิกัดสงกรานต์ 2569 กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น

    ปักหมุดเล่นน้ำ! พิกัดสงกรานต์ 2569 กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น

    ความสนุกของ สงกรานต์ 2569 กลับมาปลุกบรรยากาศความคึกคักทั่วประเทศอีกครั้ง ภาพแห่งความสุขเกิดขึ้นจากการผสมผสานของเสียงเพลงจังหวะสนุก เสียงหัวเราะของเพื่อนฝูงและครอบครัว ความชุ่มฉ่ำของน้ำที่ฉีดและสาดช่วยคลายร้อน เติมความสดชื่นและสีสันให้กับการเฉลิมฉลองปีใหม่ไทยที่หลายคนเฝ้ารอ

    แม้ปีนี้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับอากาศร้อนจัด และราคาน้ำมันที่ยังคงพุ่ง ทำให้การวางแผนทริปช่วงวันหยุดยาวต้องคิดกันมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความสนุกของเทศกาลแห่งความสุขนี้ลงเลย หลายคนจึงเลือกเที่ยวแบบสบาย ๆ “ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น” ออกไปสนุกกับบรรยากาศสงกรานต์ที่ยังคงเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและรอยยิ้มเหมือนเช่นทุกปี

    ทั่วไทยตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปจนถึงเมืองท่องเที่ยวต่างจังหวัด ต่างเตรียมเปิดพื้นที่จัดงานสงกรานต์อย่างคึกคัก ทั้งถนนเล่นน้ำ คอนเสิร์ต เวทีดนตรี กิจกรรมวัฒนธรรม และงานเทศกาลท้องถิ่นที่สะท้อนเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ ชวนผู้คนออกมาสาดน้ำคลายร้อนและใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ปักหมุดออกไปสนุกกับบรรยากาศสงกรานต์ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาได้ตลอดช่วงวันหยุดกลางเดือน เม.ย.

    ภาพประกอบข่าว ปักหมุดเล่นน้ำ! พิกัดสงกรานต์ 2569 กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น

    กิจกรรมสงกรานต์ในปีนี้ มีการจัดงานรวมเกือบ 80 แห่งทั่วกรุงเทพฯ โดยกิจกรรมหลักของกรุงเทพมหานครจะเน้นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย เช่น การสรงน้ำพระและกิจกรรมประเพณี ขณะที่ภาคเอกชนและย่านท่องเที่ยวสำคัญก็จัดงานสงกรานต์ เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้ออกมาเล่นน้ำคลายร้อนกันอย่างเต็มที่

    สงกรานต์สีลม 2569

    ย่านธุรกิจใจกลางเมืองอย่าง ถนนสีลม เตรียมจัดเทศกาลสงกรานต์แบบจัดเต็ม 3 วัน ระหว่างวันที่ 12-14 เม.ย. ในช่วงเทศกาล ถนนสีลม จะมีการเปลี่ยนจากถนนสายทำงาน เป็นถนนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาร่วมสนุกกันอย่างคึกคัก

    ถนนตลอดสายให้กลายเป็นพื้นที่เล่นน้ำขนาดใหญ่ ผู้คนสามารถเดินเล่น สาดน้ำ และสนุกกับเสียงเพลงจากเวทีต่าง ๆ ที่ตั้งตลอดเส้นทาง สร้างบรรยากาศครึกครื้นตั้งแต่กลางวันไปจนถึงค่ำ

    นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ในถนนสีลม ต่างพากันสาดน้ำในเทศกาลสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน

    นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ในถนนสีลม ต่างพากันสาดน้ำในเทศกาลสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน

    สงกรานต์ถนนข้าวสาร 2569

    อีกหนึ่งแลนด์มาร์กของการเล่นน้ำสงกรานต์คือ ถนนข้าวสาร ซึ่งปีนี้จัดเต็ม 3 วัน ระหว่างวันที่ 13-15 เม.ย. ถนนข้าวสารถือเป็นจุดเล่นน้ำสงกรานต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทุกปีจึงมีทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาร่วมสนุกกันอย่างคับคั่ง

    บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงเพลง และการสาดน้ำคลายร้อน ทำให้ถนนทั้งสายมีชีวิตชีวาตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงค่ำ พร้อมมาตรการดูแลความปลอดภัยในการเล่นน้ำอย่างเข้มงวด เพื่อให้ทุกคนสนุกกับเทศกาลได้อย่างเต็มที่

    บรรยากาศสงกรานต์ ที่ถนนข้าวสาร

    บรรยากาศสงกรานต์ ที่ถนนข้าวสาร

    สงกรานต์สวนเบญจกิติ (โรงงานยาสูบเดิม) 2569

    สวนเบญจกิติ และพื้นที่โรงงานยาสูบเดิม จัดงานมหกรรมสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ “Maha Songkran World Water Festival 2026” ระหว่างวันที่ 11–15 เม.ย. มุ่งยกระดับ เทศกาลสงกรานต์ ของไทยสู่เวทีโลก ผ่านการนำเสนออัตลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสานแนวคิดทั้ง อดีต ปัจจุบัน และร่วมสมัย เพื่อตอกย้ำความเป็นเทศกาลงานประเพณี ระดับโลก ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้ชาวไทยและชาวต่างประเทศมาร่วมกิจกรรม

    ไฮไลต์ภายในงาน ทุกคนจะได้พบกับ พิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ โซนสงกรานต์ 5 ภูมิภาค รวมวัฒนธรรมไทย คอนเสิร์ตและการแสดงจากศิลปินชื่อดัง โชว์โดรนแปรอักษรยามค่ำคืน กิจกรรมสายบุญ ก่อเจดีย์ทราย สรงน้ำพระ การแสดงวัฒนธรรมร่วมสมัย โซนเล่นน้ำ (เด็ก / ผู้สูงอายุ / EDM) โซนจำหน่ายอาหารไทยและสินค้าท้องถิ่น (หมายเหตุ : ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้)

    ภาพประกอบข่าว ปักหมุดเล่นน้ำ! พิกัดสงกรานต์ 2569 กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น

    สงกรานต์ย่านสยาม 2569

    สงกรานต์ย่านสยาม 2569 หนึ่งในจุดเล่นน้ำยอดนิยมของกรุงเทพฯ เตรียมคึกคักตลอดช่วง วันที่ 10 – 15 เม.ย. ครอบคลุมพื้นที่สำคัญอย่าง สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่, สยามสแควร์, บรรทัดทอง,จามจุรีสแควร์ และ MBK Center

    พื้นที่นี้ถือเป็นอีกโซนเล่นน้ำยอดฮิตของทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ที่มารวมตัวกันสร้างสีสันให้สงกรานต์กลางเมืองคึกคักไม่แพ้จุดอื่น ๆ ไฮไลต์กิจกรรม มิวสิคเฟสติวัลระดับโลก รวมศิลปินกว่า 150 ชีวิต, สวนน้ำกลางเมือง Waterland เล่นน้ำแบบจัดเต็ม, โซนสตรีทฟู้ดและเล่นน้ำ “Banthat Thong Water Street”, Beach Club จำลองใจกลางเมือง พร้อมดนตรีสดให้ชิล ๆ นอกจากนี้ ยังมี อีเวนต์ครีเอทีฟ, แฟชั่น, เทคโนโลยี และเวิร์กช็อป โซนถ่ายรูป อาร์ตอินสตอลเลชัน และไอเทมลิมิเต็ด และการแสดงวัฒนธรรมไทย โขน และมวยไทย

    ทั้งหมดทำให้ย่านสยามกลายเป็นอีกหนึ่ง แลนด์มาร์กสงกรานต์ของกรุงเทพฯ ที่ผสมผสานทั้งความสนุก และเสน่ห์วัฒนธรรมไทยได้อย่างลงตัว

    ขณะที่ภาคเอกชนได้จัดกิจกรรมขนาดใหญ่หลายจุดสำคัญของกรุงเทพฯ เช่น บริเวณเซ็นทรัลเวิลด์ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ และไอคอนสยาม ซึ่งมีทั้งคอนเสิร์ตและกิจกรรมประเพณีสงกรานต์

    นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ปีนี้กรุงเทพฯให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับสถานการณ์อากาศร้อนจัด ซึ่งค่าดัชนีความร้อนอาจสูงถึง 60 องศาเซลเซียส จึงกำชับผู้จัดงานทุกพื้นที่ให้เตรียมจุดปฐมพยาบาล น้ำดื่ม และมาตรการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรองรับประชาชนที่อาจเดินทางท่องเที่ยวนอกพื้นที่ลดลง เนื่องจากภาวะค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้คาดว่าจะมีประชาชนอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมากขึ้น

    นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ยังร่วมกับตำรวจดูแลการจราจรในพื้นที่ที่เคยมีปัญหาความแออัด เช่น โชคชัย 4 วัดเวฬุวนาราม (ไผ่เขียว) เขตดอนเมือง และริมคลองทวีวัฒนา ในเขตทวีวัฒนาและเขตหนองแขม โดยจะมีการจำกัดการเล่นน้ำให้เหมาะสม พร้อมทั้งห้ามไม่ให้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะ เช่น การเก็บค่าจองพื้นที่หรือจัดกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในลักษณะที่ไม่เหมาะสม

    พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันเล่นน้ำอย่างสุภาพ เคารพสิทธิของผู้อื่น และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่ดีงาม เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย

    Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย

    งาน Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ครั้งที่ 11 ยกระดับสงกรานต์วิถีไทย เชื่อมพลังชุมชน ภายใต้แนวคิด “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” ปักหมุด 6 จังหวัด 4 ภาคทั่วไทย ระหว่างวันที่ 11–15 เม.ย. 69

    1.กรุงเทพฯ ณ 10 ท่าน้ำสำคัญทางประวัติศาสตร์ วันที่ 13 – 15 เม.ย. 69 5 ท่าน้ำพระอารามหลวง 1.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์), วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร (วัดอรุณฯ), วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร (วัดระฆังฯ), วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร (วัดกัลยาฯ), วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร (วัดประยูร)

    5 ท่าน้ำสำคัญทางประวัติศาสตร์ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น, สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม , ท่าศาลเจ้ากวนอู คลองสาน, ท่ามหาราช, ท่ายอดพิมาน ริเวอร์ วอล์ค

    สงกรานต์นี้ ชวนคุณออกมา “ทำบุญ เที่ยวชิล เสพศิลป์” ริมเจ้าพระยา ในบรรยากาศที่รวมทั้งความศรัทธาและวิถีชีวิตชุมชนไว้ด้วยกัน

    2. เชียงใหม่ ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วันที่ 11 – 13 เม.ย. ตักบาตรโชติกา ห่มผ้าพระธาตุเจดีย์หลวง สัมผัสของอร่อยและวิถีชุมชนล้านนา

    3. ลำพูน ณ ถนนรถแก้ว และถนนอินทยงยศ วันที่ 11 – 13 เม.ย. ชมขบวนแห่สรงน้ำพระ ช้อป-ชิม-ชิล ตลาดชุมชนและอาหารพื้นเมือง

    4. ขอนแก่น ณ วัดไชยศรี บ้านสาวะถี อ.เมืองขอนแก่น วันที่ 13 – 15 เม.ย. สัมผัสประเพณีบุญสงกรานต์อีสานดั้งเดิม พิธีสะเดาะเคราะห์ ตักบาตรหน้าสิม ชมการแสดงหมอลำ

    5 อุดรธานี ณ ลานวัฒนธรรมมรดกโลกบ้านเชียง อ.หนองหาน วันที่ 12 – 13 เม.ย. 69 ทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรพ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ตามประเพณีดั้งเดิม

    6. ภูเก็ต วันที่ 11 – 13 เม.ย. 69 ณ หาดป่าตอง วันที่ 13 เม.ย. ณ วัดไม้ขาว ชม Art Installations สัมผัสวัฒนธรรมเปอรานากัน และเสน่ห์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างหาดป่าตอง

    ภาพประกอบข่าว ปักหมุดเล่นน้ำ! พิกัดสงกรานต์ 2569 กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น

    พิกัดเล่นน้ำสงกรานต์ 2569 ต่างจังหวัด

    ขณะที่ในต่างจังหวัด เมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างเชียงใหม่ พัทยา หรือจังหวัดท่องเที่ยวในภูมิภาคต่าง ๆ ก็ยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสสงกรานต์ ซึ่งหลายพื้นที่เตรียมกิจกรรมวัฒนธรรม ขบวนแห่ และงานเทศกาลดนตรีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว

    จ.สุโขทัยเตรียมจัดกิจกรรม “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์สุโขทัย 2569” อย่างคึกคักตลอดช่วงเดือน เม.ย. เพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยมีกิจกรรมหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น และงานเทศกาลอาหาร

    ระหว่างวันที่ 8-12 เม.ย. จะมี งานประเพณีสรงน้ำโอยทาน สงกรานต์ศรีสัชนาลัย จัดขึ้นที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระยาลิไท และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

    ขณะเดียวกันยังมี งานประเพณีสงกรานต์และเทศกาลอาหารเมืองสวรรคโลก ระหว่างวันที่ 11-15 เม.ย. ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา รวมถึง งานย้อนอดีตมหาสงกรานต์กรุงสุโขทัย ระหว่างวันที่ 12-14 เม.ย. ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งนำเสนอเสน่ห์ของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตในอดีต

    นอกจากนี้ยังมี งานสงกรานต์เสื้อลายดอก ถนนข้าวตอกสุโขทัย ระหว่างวันที่ 12-15 เม.ย. บริเวณหอนาฬิกาเมืองสุโขทัยและสวนสาธารณะริมแม่น้ำยม ที่จะเต็มไปด้วยบรรยากาศการเล่นน้ำและกิจกรรมสร้างสีสันตลอดทั้งวัน ก่อนปิดท้ายด้วย งานประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮง สรงน้ำเจ้าหมื่นด้ง ระหว่างวันที่ 17-19 เม.ย. ณ บริเวณอนุสาวรีย์เจ้าหมื่นด้ง ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย

    สงกรานต์ 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตรียมจัดกิจกรรมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 อย่างคึกคัก ภายใต้บรรยากาศความม่วนซื่นแบบอีสาน พร้อมกิจกรรมเล่นน้ำ และเทศกาลดนตรี เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

    จ.อุบลราชธานี จัดงานมหาสงกรานต์แก่งสะพือ 2569 ตลอดเดือน เม.ย. ณ บริเวณแก่งสะพือ ขณะที่ อ.ม่วงสามสิบ จัดงาน สงกรานต์สาดสุข ม่วนซื่น ม่วงสามสิบ ระหว่างวันที่ 13-15 เม.ย. ที่โรงเรียนอำนวยปัญญา

    จ.ขอนแก่น เตรียมจัด Konkaen Water Festival 2026 ระหว่างวันที่ 13-15 เม.ย. ที่วัดไชยศรี ต.สาวะถี ส่วน จ.อุดรธานี มี Udonthani Water Festival 2026 ระหว่างวันที่ 12-14 เม.ย. ณ อ.บ้านเชียง

    ขณะที่ จ.นครราชสีมา จัด Summer Street Fest 2026 ย่านพักกรุง วันที่ 14-15 เม.ย. บนถนนชุมชนบ้านกลาง อ.สีคิ้ว และ จ.อำนาจเจริญ จัดงาน ม่วนซื่น ชื่นใจ วันไหลเมืองพนา 2569 ระหว่างวันที่ 25-26 เม.ย. ที่เทศบาลตำบลพนา

    ภาพประกอบข่าว ปักหมุดเล่นน้ำ! พิกัดสงกรานต์ 2569 กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น

    สงกรานต์ 2569 ภาคใต้

    ภาคใต้ มีการจัดงานในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก อาทิ งานสมุยสงกรานต์ กลางเล ในพื้นที่ 3 ตำบลของเกาะสมุย ฮ วันที่ 12–15 เมษายน 2569 งาน “สมุยสงกรานต์ กลางเล 2569” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Floating Paradise” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสืบสานประเพณีสงกรานต์ของไทย พร้อมทั้งเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของเกาะสมุยสู่สาธารณะ ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม อาหาร และความบันเทิง

    คอนเสิร์ต Monster Water Fest 2026 ณ ด่านนอก จังหวัดสงขลา วันที่ 2 พ.ค. 2569 งาน Songkran No Alcohol 2026 จ.ภูเก็ต วันที่ 13 เม.ย. และ Phuket Water Festival 2026 ณ หาดป่าตองและบ้านไม้ขาว จ.ภูเก็ต วันที่ 11–12 เม.ย.

    นอกจากนี้ ภาคเอกชนในหลายจังหวัดยังร่วมจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างสีสันให้กับเทศกาล โดยมีการจัดงานทั้งรูปแบบกิจกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่น งานแสดงดนตรี และกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของแต่ละจังหวัด เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาร่วมเฉลิมฉลองในช่วงวันหยุดยาว

    สงกรานต์ปี 2569 มีทั้งกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย งานเทศกาลดนตรี การละเล่นพื้นบ้าน และพื้นที่เล่นน้ำในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายจังหวัด ช่วยสร้างสีสันและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว ขณะเดียวกันหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างร่วมกันดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง และจัดมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม

    สงกรานต์ 2569 ขอให้ร่วมกันเล่นน้ำอย่างสุภาพ เคารพวัฒนธรรมไทย คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ความชุ่มฉ่ำ และการเริ่มต้นปีใหม่ไทยอย่างงดงามร่วมกัน

    อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร

    พณ.คุมเข้มส่งออก น้ำมันปาล์มดิบ  ดีเดย์ 7 เม.ย.หวังรักษาสมดุลในประเทศ  

    ศรชล.แจงไม่ใช่เรือบรรทุกน้ำมัน แต่คือแท่นผลิตพลังงานในทะเลและเรือที่ได้รับอนุญาต

    อินโดนีเซียจัดพิธีรับร่าง 3 จนท.รักษาสันติภาพ เสียชีวิตในเลบานอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504289&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Z4xrKcbSmnZApCG42iQUs

  • ‘สงคราม’ ทุบมู้ด ‘เที่ยวสงกรานต์’ พิษ ‘น้ำมันแพง-ขาดแคลน’ ฉุดเชื่อมั่นคนไทย ไม่กล้าเดินทาง

    ‘สงคราม’ ทุบมู้ด ‘เที่ยวสงกรานต์’ พิษ ‘น้ำมันแพง-ขาดแคลน’ ฉุดเชื่อมั่นคนไทย ไม่กล้าเดินทาง

    สงครามในตะวันออกกลางปะทุมานานกว่า 1 เดือน ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศเดินทางท่องเที่ยวช่วง “เทศกาลสงกรานต์” เฟสติวัลระดับโลก ผู้ประกอบการโรงแรม ค้าปลีก และอีเวนต์ ส่วนใหญ่มองกระแสท่องเที่ยวสงกรานต์ปี 2569 ลดลงหรือทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศ 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%

    นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) เปิดเผยว่า หลังวิกฤติตะวันออกกลางผ่านมากว่า 1 เดือน สมาคมฯประเมินภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 2569 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ และถ้ายิ่งน้ำมันขาดแคลนจะกระทบในเชิงจิตวิทยา ทำให้คนไทยไม่กล้าเดินทางข้ามจังหวัด เพราะไม่มั่นใจว่าจะหาปั๊มเติมน้ำมันระหว่างทางได้หรือไม่ จากปกติจะใช้โอกาสนี้ขับรถเที่ยวระยะไกลกับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว เช่น จากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ หรือกระบี่ ก็ต้องเลื่อนแผนการเดินทางออกไปก่อน

    ด้านตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบชัดต่อราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น ปัจจุบันเส้นทางจากยุโรปบางเส้นทางราคาปรับขึ้น 2 เท่าแล้ว หลังปริมาณเที่ยวบินที่ต้องแวะเปลี่ยนเที่ยวบินในตะวันออกกลางหายไปราว 50% อย่างไรก็ตาม เทศกาลสงกรานต์ในไทยถือว่าเป็นอีเวนต์ระดับโลกไปแล้ว ถ้าพลาดปีนี้ต้องรอปีหน้า ทำให้ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาสัมผัสประสบการณ์

    “การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ถือว่าเงียบกว่าปีที่แล้ว ยิ่งน้ำมันแพงขึ้นสะสมต่อเนื่อง ยิ่งทำให้การเดินทางเงียบไปอีก จึงมองว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวในไตรมาส 2 น่าเป็นห่วงมาก เพราะนอกจากจะเข้าสู่โลว์ซีซันแล้ว ยังมีปัจจัยราคาน้ำมันแพงเข้ามาซ้ำเติม จากเดิมที่ผู้ประกอบการหวังพึ่งพาตลาดท่องเที่ยวในประเทศ”

    ‘สงคราม’ ทุบมู้ด ‘เที่ยวสงกรานต์’ พิษ ‘น้ำมันแพง-ขาดแคลน’ ฉุดเชื่อมั่นคนไทย ไม่กล้าเดินทาง

    วิกฤติฝุ่นพิษทุบ “สงกรานต์เชียงใหม่” อ่วมสุด

    นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อดูยอดจองห้องพักในเมืองท่องเที่ยวหลักรายพื้นที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่าภูเก็ตน่าจะมียอดจองห้องพักดีที่สุด สวนทางกับเชียงใหม่ที่กำลังเผชิญวิกฤติหนักสุดจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงเข้ามาซ้ำเติมผลกระทบจากสงคราม ทำให้ยอดจองใหม่ๆ ที่ควรเข้ามาดันหายไป จึงคาดว่าสงกรานต์ปีนี้เชียงใหม่จะมีอัตราการเข้าพักเหลือเพียง 50-60% เท่านั้น ต่ำกว่าปีก่อนๆ ที่เคยมียอดจองเต็ม

    ส่วนภาคตะวันออก ยอดจองไตรมาส 2 ลดลง 10-15% เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้น กระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของคนไทยในช่วงสงกรานต์ อย่างไรก็ตาม พัทยายังคงได้รับอานิสงส์จากกลุ่มนักท่องเที่ยวรัสเซียที่ล้นมาจากภูเก็ต ส่วนกรุงเทพฯ ยอดจองช่วงสงกรานต์ยังต่ำกว่าปีที่แล้ว

    ‘สงคราม’ ทุบมู้ด ‘เที่ยวสงกรานต์’ พิษ ‘น้ำมันแพง-ขาดแคลน’ ฉุดเชื่อมั่นคนไทย ไม่กล้าเดินทาง

    “เมื่อเทียบกับแนวโน้มราคาสินค้าประเภทอื่นๆ ที่กำลังแพงขึ้นแล้ว จะพบว่าโรงแรมยังไม่สามารถขึ้นราคาห้องพักได้ในภาวะแบบนี้ ผู้ประกอบการต้องเน้นทำรายได้ให้ถึงจุดคุ้มทุนครอบคลุมต้นทุนคงที่ ขณะเดียวกันต้องเสนอบริการเพิ่มเติมแก่ผู้เข้าพักเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวไปในตัว”

    ทั้งนี้ สมาคมโรงแรมไทยต้องการให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนแก่ผู้ประกอบการโดยตรง ลดการจัดเก็บภาษีต่างๆ เช่น การลดอัตราจัดเก็บภาษีที่ดิน นอกจากนี้ยังต้องการมาตรการช่วยเหลือด้านเงินทุนหมุนเวียนแก่เอสเอ็มอี เนื่องจากผลกระทบจากวิกฤติตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น ดีมานด์ชะลอตัว คนเดินทางเข้ามาน้อยลง

    “เซ็นทรัลพัฒนา” คาดคนไทยเที่ยวแน่นกรุงเทพฯ

    ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มองภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ปีนี้ทรงตัว น้ำมันแพงมีผลกระทบในเชิงจิตวิทยาพอสมควร และอาจมีส่วนทำให้คนไทยท่องเที่ยวหนาแน่นในกรุงเทพฯ แทนการไปต่างจังหวัด ขณะเดียวกันคนไทยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศก็น่าจะเลือกเที่ยวศูนย์การค้าใกล้บ้าน ทำให้ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนาน่าจะได้อานิสงส์จากตรงนี้

    “ปัจจัยอากาศร้อนมีส่วนทำให้คนอยากเดินศูนย์การค้ามากขึ้น โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้เราคิดว่าคนไทยน่าจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศลดลง เพราะมีข้อจำกัดด้านการเดินทางและราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น น่าจะทำให้คนไทยหันมาเที่ยวในประเทศมากขึ้น”

    สำหรับสงกรานต์ถือเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงระดับโลก เซ็นทรัลพัฒนาได้ร่วมกับทุกภาคส่วนยกระดับสงกรานต์สู่เทศกาลที่ทั่วโลกต้องเดินทางมา เช่นเดียวกับเทศกาลระดับโลกอื่นๆ อย่าง Rio Carnival, Oktoberfest และ Holi ที่มีเอกลักษณ์และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมหาศาลต่อปี

    “สำหรับประเทศไทย สงกรานต์คือ World’s Biggest Water Festival ที่โดดเด่น มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเด่นชัดและสามารถสร้างประสบการณ์ได้พร้อมกันทั่วประเทศ สงกรานต์จึงเป็นเทศกาลที่สร้างทั้งการเดินทางและการใช้จ่ายให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจงานเทศกาล (Festival Economy)  สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงให้การท่องเที่ยวไทย

    โดยเซ็นทรัลพัฒนาทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มหนึ่งเดียวที่ยกระดับสงกรานต์ทั่วประเทศได้จริง พร้อมยกระดับระบบนิเวศของสงกรานต์ เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ความบันเทิง และการท่องเที่ยว มุ่งยกระดับงาน “Central Songkran: World’s Biggest Water Festival” ขยายการจัดงานสู่ 44 สาขาทั่วประเทศ มีมากกว่า 1,000 อีเวนต์ และศิลปินดังกว่า 400 ชีวิต พร้อมคอนเสิร์ตสุดมัน ตอกย้ำเบอร์ 1 แลนด์มาร์กคัลเจอร์เทนเมนต์ระดับโลกที่มีผู้ร่วมงานกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ

    ‘สงคราม’ ทุบมู้ด ‘เที่ยวสงกรานต์’ พิษ ‘น้ำมันแพง-ขาดแคลน’ ฉุดเชื่อมั่นคนไทย ไม่กล้าเดินทาง

    “สงกรานต์ 2569” คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-15 เม.ย. 2569 คาดว่าจะมีการเดินทางท่องเที่ยวของทั้งตลาดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศประมาณ 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ ททท.ยังคงรูปแบบการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2569 อย่างยิ่งใหญ่

    สำหรับตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้น 4% สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เทียบช่วงเดียวกันของปี 2568 ส่วนตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย เดินทางจำนวน 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7% สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% โดยหากไม่มีปัญหาวิกฤติพลังงาน มองว่าจำนวนและรายได้น่าจะเพิ่มมากกว่านี้ประมาณ 5-7%

    ‘สงคราม’ ทุบมู้ด ‘เที่ยวสงกรานต์’ พิษ ‘น้ำมันแพง-ขาดแคลน’ ฉุดเชื่อมั่นคนไทย ไม่กล้าเดินทาง

    งาน “มหาสงกรานต์” ปักหมุดสวนเบญจกิติ

    นางสาวฐาปนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ททท.เตรียมจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 11-15 เม.ย. 2569 ณ บริเวณสวนเบญจกิติ กรุงเทพฯ มุ่งนำเสนออัตลักษณ์ประเพณีสงกรานต์ไทยผ่านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อตอกย้ำความเป็นเทศกาลงานประเพณีระดับโลก สอดแทรกแนวคิดย้อนยุค ปัจจุบัน และร่วมสมัย

    และงาน Saneh Art by Songkran Festival 2026 ระหว่างวันที่ 10-30 เม.ย. 2569 ณ อุทยานเบญจสิริ และลานคนเมือง (ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร) ซึ่งมีไฮไลต์เป็นการจัดแสดงชิ้นงานประติมากรรม (Sculpture) 3 มิติ ขนาดใหญ่ จากวัสดุไฟเบอร์กลาสที่มีความทนทานสูงจำนวน 6 ชิ้นงาน ใน Character ต่างๆ จากศิลปินชาวไทยที่มีชื่อเสียง

    รวมถึงยังสนับสนุนการจัดกิจกรรมงานประเพณีสงกรานต์ทั้ง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นงาน ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION 2026, งาน SIAM PARAGON ULTRASONIC SUMMER FESTIVAL 2026, งานประเพณี “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์สุโขทัย” ประจำปี 2569, งานประเพณี “สงกรานต์เล่นน้ำกับช้าง” ประจำปี 2569 จ.พระนครศรีอยุธยา, งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 จ.สมุทรปราการ, งานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว ประจำปี 2569 จ.ขอนแก่น, งานสมุยสงกรานต์ กลางเล 2569 จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้เข้าร่วมกิจกรรม

    “วัน เอเชีย เวนเจอร์ส” มองสงกรานต์ปี 69 ดีกว่าปีแผ่นดินไหว

    นายรชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การจัดงานเทศกาลดนตรี “SIAM Songkran Music Festival 2026” ระหว่างวันที่ 11-14 เม.ย. สถานที่จัดงานคือ Bravo BKK Arena Area ย่าน RCA พระราม 9 บริษัทฯ ใช้งบจัดงาน 250 ล้านบาท มากกว่าปีที่แล้วซึ่งใช้งบ 230 ล้านบาท รองรับจำนวนผู้เข้าร่วมงานได้สูงสุด 20,000 คน/วัน แต่จากฟีดแบ็กยอดขายบัตรล่าสุดคาดมีคนแน่นงาน เนื่องจากปีนี้มีการนำศิลปินดีเจระดับแม่เหล็กมาดึงดูดผู้เข้าร่วมงาน

    “ฟีดแบ็กของงาน SIAM Songkran Music Festival ในปีนี้ถือว่าดีกว่าปีที่แล้ว แม้จะเผชิญสถานการณ์น้ำมันแพง แต่ถ้าเทียบกับปีที่แล้วซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว ตอนนั้นหนักกว่ามาก”

    “S2O” คาดอีเวนต์สงกรานต์เงินสะพัดลดลง

    นายวุฒิธร มิลินทจินดา ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรีเอสทูโอ (S2O) และนายปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ผู้ร่วมก่อตั้ง S2O กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า อีเวนต์ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเช่นเดียวกับทุกเซ็กเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ลดลง ขณะที่เทศกาลดนตรี เอสทูโอ ที่จะจัดสงกรานต์นี้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายต่างชาติลดลง และเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่คนไทยสัดส่วนมากกว่าต่างชาติ จากปีก่อนมีคนไทยและต่างชาติมางานเอสทูโอเท่ากันที่ 50%

    ทั้งนี้ แนวโน้มอีเวนต์สงกรานต์ปี 2569 คาดการณ์ภาพรวมเงินสะพัดลดลงจากปีก่อน โดยเห็นสัญญาณชัดตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.พ. ที่ห้างร้านบางตา ร้านอาหารลูกค้าน้อยลง และปิดกิจการ จากความเปราะบางดังกล่าว ในการจัดเทศกาลดนตรีเอสทูโอ ปี 2569 จึงต้องทำให้บรรยากาศ โปรดักชัน การบริหารจัดการต้องดีขึ้น เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย

    “ปีนี้คาดว่าเอสทูโอจะมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ปีที่แล้วนักท่องเที่ยวจีนน้อยลง ปีนี้ยิ่งน้อยลงไปอีก คนไทยจะมากกว่า การจับกลุ่มเป้าหมายเราจึงเน้นสะดวก ยิ่งนักท่องเที่ยวบินระยะใกล้ยิ่งดี ใช้เวลาวางแผน 3 วัน จองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน เห็นพฤติกรรมคนเที่ยวซื้อบัตรใกล้วันงานมากขึ้น และจากเศรษฐกิจโลกไม่ดีคาดหวังคนไทยจะเที่ยวในประเทศมากขึ้น”

    ในการจัดงาน เอสทูโอ ปี 2569 การเจรจากับผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์ เพื่อทำกิจกรรมการตลาดต่างๆ ยังมีการรัดเข็มขัดมากขึ้น เนื่องจากฝ่ายการตลาดมีงบประมาณที่น้อยลง การจัดงานจึงต้องมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น เน้นสนุกที่ไม่ต้องใช้เงินมากนัก  

    หวังคนร่วมอีเวนต์หนีเครียด-ฮีลใจ

    ในปี 2569 นอกจากการจัดงานเอสทูโอ ยังเดบิวต์แบรนด์ใหม่เทศกาลดนตรีเคป๊อปสาดน้ำ เคทูโอ (K2O) ต่อเนื่องกัน หลัังจากพันธมิตรเกาหลีต้องการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินเกาหลีมาแสดงโดยเฉพาะด้วย ซึ่งการจัด 2 อีเวนต์ใหญ่ คาดหวังจะมีคนร่วมงานเอสทูโอราว 30,000 คน/วัน ส่วนเคทูโอคาดอยู่ที่ 20,000 คน/วัน

    ท่ามกลางปัจจัยลบรายล้อม หากมองแรงส่งที่จะทำให้คนออกมาเที่ยวและร่วมกิจกรรมสงกรานต์ คือการหลีกหนีความเครียดจากภาวะเศรษฐกิจ สงคราม และอื่นๆ จึงใช้มิวสิค เฟสติวัล เป็นพื้นที่ปลอบประโลมหรือฮีลใจ

    “ชีวิตเครียดขึ้นจากสถานการณ์เศรษฐกิจ สงคราม โซเชียลมีเดียที่ตื่นมาเห็นชีวิตคนนับล้านเกิดขึ้นในชั่วพริบตา แบกมาหมด มีความทุกข์เหนื่อยเพิ่มกว่าปกติ แต่สิ่งที่ฮีลใจได้คือเอนเทอร์เทนเมนต์ การไปงานเอสทูโอช่วยหนีความความเครียด เพราะคือปีใหม่ไทย การสร้างความสุขในช่วงสงกรานต์พักใจ เพราะไม่รู้หลังสงกรานต์จะเผชิญอะไรอีก”  

    อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของอีเวนต์ทั้งคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรีในปี 2569 ท้าทายขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดีเท่า 2 ปีก่อน และไม่รู้จะฟื้นตัวเมื่อไร ทำให้ผู้บริโภคคิดหนักในการใช้จ่าย

    สำหรับภาพรวมของธุรกิจต่างๆ ในการจัดกิจกรรมสร้างสีสันช่วงเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่ต่างๆ เช่น ห้างค้าปลีกต่างๆ สีลมเอจ สามย่านมิตรทาวน์ วันแบงค็อก สยามสแควร์ บรรทัดทอง พระประแดง เป็นต้น ที่น่าสนใจคือเทศกาลดนตรีสาดน้ำสงกรานต์ดังๆ ในปีก่อน ปีนี้หายไป เงียบเหงาไม่มีการโปรโมตด้วย เช่น เทศกาลดนตรีสาดน้ำในภาคเหนือ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1228408&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vrKpsFR0acer_bU1DsEen

  • อัปเดตล่าสุด วิธีเดินทางไป “คีรีวง” ปี 2569 เที่ยวหมู่บ้านอากาศดีที่สุดในไทย

    อัปเดตล่าสุด วิธีเดินทางไป “คีรีวง” ปี 2569 เที่ยวหมู่บ้านอากาศดีที่สุดในไทย

    ช่วงนี้ฝุ่น PM 2.5 กลับมาอีกแล้ว อยากหนีไปสัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย หมู่บ้านคีรีวง อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ถือเป็นจุดหมายที่ใครหลายคนอยากไป แต่คำถามยอดฮิตคือ “คีรีวง ไปยังไง” ไทยรัฐออนไลน์ขออาสาเปิดคู่มือแนะนำการเดินทางสู่คีรีวง ไม่ว่าจะขับรถไปเอง บินลัดฟ้า หรือนั่งรถสาธารณะ ก็สามารถเดินทางไปสูดโอโซนและเช็กอินชุมชนต้นแบบแห่งนี้ได้

    ไปคีรีวงยังไง แจกพิกัดวิธีเดินทางไปคีรีวง นครศรีธรรมราช ฉบับอัปเดต 2569

    การเดินทางไปยังหมู่บ้านคีรีวง อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ในปัจจุบันถือว่าสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกรูปแบบการเดินทางได้ตามความเหมาะสมและงบประมาณ

    1. เดินทางด้วยเครื่องบิน สะดวกและประหยัดเวลา

    เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ใช้เวลาบินจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง/สุวรรณภูมิ) มาลงที่สนามบินนครศรีธรรมราช เพียง 1 ชั่วโมงนิดๆ

    เมื่อถึงสนามบิน สามารถใช้บริการรถตู้เข้าเมือง รถแท็กซี่ หรือรถรับจ้าง เพื่อไปลงที่ “ตลาดยาว” ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจุดจอดคิวรถสองแถว นครฯ-คีรีวง หรือหากต้องการความคล่องตัว สามารถเช่ารถยนต์ขับจากสนามบินตรงไปยังคีรีวงได้เลย ใช้เวลาขับรถจากสนามบินประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง

     2. สายชิล เน้นชมวิว เดินทางด้วยรถไฟ 

    เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาและชอบซึมซับบรรยากาศ สามารถขึ้นรถไฟจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เลือกลงที่ สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช แนะนำให้จองตู้นอนปรับอากาศเพื่อความสะดวกสบาย เมื่อถึงสถานีแล้ว สามารถเดินหรือนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปคิวรถสองแถวได้เลย

    3. เดินทางด้วยรถทัวร์ สายประหยัดเซฟงบไว้กินฉ่ำ

    สามารถขึ้นรถโดยสารปรับอากาศจาก สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) มาลงที่ บขส. นครศรีธรรมราช ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-12 ชั่วโมง มีให้เลือกทั้งแบบ VIP และแบบธรรมดา แนะนำให้เดินทางรอบค่ำเพื่อไปถึงในช่วงเช้า เมื่อถึง บขส. นครศรีธรรมราช ให้นั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือรถสองแถวรับจ้าง ไปยังคิวรถตลาดยาวเช่นเดียวกัน

    4. รถยนต์ส่วนตัว แวะเที่ยวจอยได้ตลอดทาง

    จากกรุงเทพฯ ปักหมุดตาม Google Maps ไม่มีหลง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) มุ่งหน้าลงใต้ ผ่านเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านสุราษฎร์ธานี เข้าสู่เขต จ.นครศรีธรรมราช แล้วเปลี่ยนไปใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4015 มุ่งหน้าสู่อำเภอลานสกา ป้ายบอกทางไป “คีรีวง” จะมีให้เห็นอย่างชัดเจนตลอด เส้นทางลาดยางตลอดสาย ขับขี่ง่าย แต่ควรใช้ความระมัดระวังในช่วงที่เข้าสู่พื้นที่เนินเขาและทางโค้ง

    จากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ไป “คีรีวง ยังไง”

    สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัว 

    การเดินทางเข้าหมู่บ้านคีรีวง ระยะทางห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร ถือเป็นไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ เพราะคุณจะได้นั่ง “รถสองแถวไม้” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคีรีวง

    • พิกัดขึ้นรถ คิวรถสองแถวสาย นครศรีฯ – คีรีวง จะจอดอยู่ที่ ตลาดยาว (บริเวณสี่แยกตลาดยาว หรือใกล้ๆ กับวิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช) รถออกตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 – 16.00 น. ควรไปถึงคิวรถก่อนบ่ายสามโมงเย็นเพื่อความชัวร์
    • ค่าโดยสาร ประมาณ 50 บาท/คน อัปเดตราคา ณ จุดขึ้นรถอีกครั้ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที ถึง 1 ชั่วโมง รถจะไปจอดส่งถึงกลางหมู่บ้านคีรีวงเลย

    การเดินทางภายในหมู่บ้านคีรีวง

    เมื่อมาถึงหมู่บ้านแล้ว การสัญจรภายในชุมชนสามารถทำได้ง่ายๆ 3 วิธี

    • สายลุย เดินเท้า เหมาะสำหรับการเดินเล่นถ่ายรูปบริเวณสะพานคีรีวง และหาของกินแถวตลาดชุมชน
    • สายชิล เช่าจักรยาน เป็นวิธียอดฮิต ได้ปั่นรับลมเย็นๆ ชมสวนสมรมและวิถีชีวิตชาวบ้าน ร้านเช่าจักรยานมีบริการทั่วไปในหมู่บ้าน 
    • สายแว้น เช่ารถมอเตอร์ไซค์ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการขับขึ้นเขาไปชมน้ำตกวังไม้ปัก หรือจุดที่อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา

    การเดินทางไป “คีรีวง” ในปัจจุบันนั้นสะดวกสบายและมีตัวเลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งทริปครอบครัวที่เน้นความสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว และทริปสายลุยแบกเป้ที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นผ่านการนั่งรถสองแถวไม้ รู้วิธีเดินทางแบบนี้แล้ว วันหยุดยาวรอบหน้าอย่าลืมปักหมุดคีรีวงไว้ในอ้อมใจ

    Tips สำหรับคนเวลาน้อย

    การเดินทางหากมาจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ใช้เวลาขับรถประมาณ 40-50 นาที แนะนำให้เช่ารถยนต์หรือใช้บริการรถรับจ้างจะคุมเวลาได้ดีกว่ารถสองแถว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2923548&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jDCZrlBzpiGvL-r8WxVfm

  • นายกฯนำ ครม.เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ วันนี้ -เปิด 5 นโยบายรัฐบาล

    นายกฯนำ ครม.เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ วันนี้ -เปิด 5 นโยบายรัฐบาล

    วันนี้, 06:22น.

              สำนักเลขาธินายกรัฐมนตรี หรือ สลค.เตรียมแจ้งครม. ชุดใหม่ ถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรีและตรวจคัดกรองโควิด-19 ก่อน เวลา 15.00 น.ที่ตึกสันติไมตรีในวันนี้  หลังจากนั้น เวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรี นำครม.ชุดใหม่ เดินทางไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนปฏิบัติหน้าที่

              จากนั้น นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมครม.นัดพิเศษ ที่ตึกสันติไมตรี เพื่อขอมติรับรองร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เบื้องต้นคาดว่าจะมีแถลงนโยบาย ในวันที่ 9-10 เม.ย.  

              เปิดคำแถลงงนโยบายต่อรัฐสภา มีความยาวทั้งหมด 21 หน้า ประกอบด้วย นโยบาย 5 ด้าน ได้แก่ นโยบายด้านเศรษฐกิจ นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง นโยบายด้านสังคม นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม นโยบายด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย

    1. นโยบายด้านเศรษฐกิจ จะเน้นส่งเสริมการลงทุน SMEs ลดการบั่นทอนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ และคนไทย ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้ทันต่อยุคดิจิทัล และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน เพิ่มบทบาทเอกชน และทางเลือกให้เข้ามาร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และจะส่งเสริมด้านการค้าระหว่างประเทศเชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า ขณะที่ด้านการเกษตร เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ไปสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่งคง เกษตรยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน และด้านการท่องเที่ยว จะสร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับภาคท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง

    2. นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง จะเน้นไปที่การส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ และแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาค มุ่งสานต่อความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมทั้งเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (MOU 2544) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และจะทบทวนนโยบาย Free Visa

    3. นโยบายด้านสังคม มุ่งเน้นเรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา และพัฒนาระบบประกันสุขภาพของคนไทยให้สามารถรักษาทุกที่ได้ทันที โดยปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมที่สามารถรองรับกับรูปแบบการจ้างในเศรษฐกิจสมัยใหม่และการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ยกระดับบริการสุขภาพของคนไทย โดยมุ่งเน้นการแพทย์ มุ่งเป้าการใช้เทคโนโลยี AI ทางการแพทย์

    4. นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม โดยการบริหารจัดการน้ำ และป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ โดยเร่งรัดการพัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และใช้ AI ในการวิเคราะห์ พยากรณ์ ข้อมูลการบริหารจัดการน้ำและการพยากรณ์อากาศทั้งระบบให้มีความแม่นยำระดับตำบล พัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติที่ครอบคลุมประชาชนทุกครัวเรือน เพื่อสร้างหลักประกันและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ผลักดันให้ไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานทางเลือก และเพิ่มพื้นที่ดูดซับก๊าซเรือนกระจกในประเทศ

    5. นโยบายด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย โดยจะผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน ซึ่งเป็นระบบหลัก (Super license) ให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน และเร่งเสนอร่างชุดกฎหมาย (omnibus law) เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดจากกฎหมายที่ล้าสมัย ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ต่อสภาผู้แทนราษฎร ให้มีผลบังคับใช้ภายใน 1 ปี แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ และแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง

    #อนุทิน2

    #ถวายสัตย์ปฏิญาณ 

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/160512&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LLaRnO1K847qFPLc0X-DU

  • ททท. ปั้น “Smile @ South” ฟื้นเศรษฐกิจใต้ ดันหาดใหญ่โมเดลดูดเงินนอก 480 ล้าน

    ททท. ปั้น “Smile @ South” ฟื้นเศรษฐกิจใต้ ดันหาดใหญ่โมเดลดูดเงินนอก 480 ล้าน

    ททท. รุกกลยุทธ์ “Smile @ South” พลิกฟื้นท่องเที่ยวใต้ ชูสิทธิพิเศษดึงนักท่องเที่ยวทะลักหาดใหญ่

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ากลยุทธ์การตลาดเชิงรุกเพื่อเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ผ่านโครงการใหญ่ “Smile @ South คืนรอยยิ้มให้ชาวใต้”

     โดยเปิดตัวกิจกรรมไฮไลต์ “Amazing Thailand Passport Privileges @ HAT YAI” มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน
     

    ททท. ปั้น “Smile @ South” ฟื้นเศรษฐกิจใต้ ดันหาดใหญ่โมเดลดูดเงินนอก 480 ล้าน

    ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นมา บรรยากาศ ณ จุดผ่านแดนสำคัญ ทั้งท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ด่านศุลกากรสะเดา และด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ เต็มไปด้วยความคึกคัก 

    โดย ททท. นำโดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. พร้อมคณะผู้บริหารและพันธมิตร ได้ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยของขวัญ “Amazing Bag” ซึ่งบรรจุผลิตภัณฑ์จากชุมชนท้องถิ่นภาคใต้และสิทธิพิเศษจากผู้ประกอบการกว่า 100 แห่ง

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ได้กล่าวถึงความเชื่อมั่นและเป้าหมายของโครงการนี้ว่า

     “ททท. เชื่อมั่นว่าโครงการ ‘Smile @ South คืนรอยยิ้มให้ชาวใต้’ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังภัยพิบัติน้ำท่วม โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ เราไม่เพียงแค่มอบส่วนลด แต่เรามอบ ‘ประสบการณ์’ และรอยยิ้มผ่านของที่ระลึกที่คัดสรรจากชุมชน เพื่อยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและสร้างรายได้หมุนเวียนสู่พื้นที่ไม่น้อยกว่า 480 ล้านบาท” ททท. ปั้น “Smile @ South” ฟื้นเศรษฐกิจใต้ ดันหาดใหญ่โมเดลดูดเงินนอก 480 ล้าน

    ยกระดับความสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยี

    ความพิเศษของแคมเปญนี้คือนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงสิทธิพิเศษได้ง่ายดายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพียงแสดงหนังสือเดินทาง ณ บูทกิจกรรมเพื่อรับ “Amazing Bag” และสแกน QR Code เพื่อรับส่วนลดจากโรงแรม ร้านค้า และบริการท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วภาคใต้ พร้อมสิทธิ์ลุ้นรับ Lucky Voucher มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท

    ททท. ปั้น “Smile @ South” ฟื้นเศรษฐกิจใต้ ดันหาดใหญ่โมเดลดูดเงินนอก 480 ล้าน

    กิจกรรมนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการใช้เครื่องมือการตลาดสร้างความเชื่อมั่น (Confidence Building) ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวชายแดนใต้ โดยเน้นการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้รอยยิ้มของชาวใต้กลับคืนมาอย่างยั่งยืน

    นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่พื้นที่หาดใหญ่และชายแดนใต้ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tourismthailand.org/amazingthailandpassportprivileges ททท. ปั้น “Smile @ South” ฟื้นเศรษฐกิจใต้ ดันหาดใหญ่โมเดลดูดเงินนอก 480 ล้าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/lifestyle/740486&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lk0qvGeHXqTYj70GeME7V

  • ททท. ประเมินท่องเที่ยวไทยไตรมาส 1/2569 ฟื้นตัวท่ามกลางความท้าทาย เร่งยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ

    ททท. ประเมินท่องเที่ยวไทยไตรมาส 1/2569 ฟื้นตัวท่ามกลางความท้าทาย เร่งยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ

    ทั้งนี้ ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีตลาดอาเซียน ยุโรป และตะวันออกกลางเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทดแทนตลาดจีนที่ยังไม่กลับสู่ระดับเดิม ในมิติทางเศรษฐศาสตร์ พบว่าแนวโน้มรายได้จากการท่องเที่ยวขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว

    สะท้อนถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายที่มีความระมัดระวังมากขึ้น และตอกย้ำความสำคัญของการยกระดับ “ค่าใช้จ่ายต่อทริป” (Spending per Trip) ควบคู่ไปกับการสร้างคุณภาพของประสบการณ์ มากกว่าการมุ่งเน้นปริมาณเพียงอย่างเดียว

    สำหรับข้อมูลล่าสุดในช่วงไตรมาส 1/2569 (1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569) ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 9.31 ล้านคน โดยตลาดหลักยังคงเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน จำนวน 1.49 ล้านคน รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย 9.6 แสนคน รัสเซีย 7.26 แสนคน อินเดีย 6.26 แสนคน และเกาหลีใต้ 4.12 แสนคน

    ขณะเดียวกัน ตลาดระยะไกล อาทิ สหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ยังคงเป็นกลุ่มสำคัญในการสร้างรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อทริปในระดับสูง แม้ภาคการท่องเที่ยวจะยังคงเผชิญปัจจัยท้าทายจากภายนอก อาทิ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และต้นทุนการเดินทางที่มีความผันผวน

    อย่างไรก็ดี โครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายมากขึ้น ได้ช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

    ทั้งนี้ ในปี 2569 มีการปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะคลี่คลายภายใน 1–3 เดือน โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30–34 ล้านคน ลดลงร้อยละ 18 จากเป้าหมายเดิม

    โดยมีปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมถึงข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวของชาวไทย คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 206 ล้านคน-ครั้ง ลดลงร้อยละ 3 จากเป้าหมาย โดยภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยคาดว่าจะสร้างรายได้รวมประมาณ 2.58 ล้านล้านบาท

    สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการปรับกลยุทธ์การตลาดจากการมุ่งเน้นเชิงปริมาณ สู่การสร้างคุณค่า (Value over Volume) โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าต่อการเดินทาง การพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพสูง การสื่อสารภาพลักษณ์ด้านความคุ้มค่า ความปลอดภัย ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเปราะบางอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.onlinenewstime.com/tat-assesses-that-thai-tourism-will-recover-in-the-first-quarter-of-2026/pr-news/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1icUmNzkuetQmgaSU_ulJF

  • ปรับเกมรุกดึงตลาดใกล้

    ปรับเกมรุกดึงตลาดใกล้

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เริ่มปรากฏสัญญาณชะลอตัว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจาก ตลาดระยะไกล (Long haul) ซึ่งได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านที่นั่งสายการบินและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในภูมิภาคตะวันออกกลาง

    โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวระยะไกลมีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทย สะท้อนความเปราะบางของตลาดที่พึ่งพาการเดินทางระยะไกลในภาวะต้นทุนพลังงานผันผวน

    ดังนั้นเพื่อลดผลกระทบ ททท.ได้เร่งปรับกลยุทธ์เชิงรุก โดยหันไปมุ่งเน้นตลาด นักท่องเที่ยวระยะใกล้ ที่มีศักยภาพสูง อาทิ จีน มาเลเซีย และอินเดีย ซึ่งยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดจีนที่ขยายตัวถึง 38% ในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการทดแทนตลาดระยะไกลที่ชะลอตัว

    ขณะเดียวกัน ททท.ยังให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ผ่านแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ภายใต้แนวคิด “เที่ยวใกล้บ้าน” ที่มุ่งส่งเสริมการเดินทาง โดย ระยะสั้น เน้นการท่องเที่ยวชุมชนและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พร้อมกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก

    ส่วนในมิติการตลาดเชิงกิจกรรม ททท.เดินหน้าผลักดัน อีเวนต์และเทศกาลขนาดใหญ่ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทาง โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายน ซึ่งถูกยกระดับสู่การเป็นงานระดับโลก ผ่านการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 และกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านศิลปวัฒนธรรมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

    นอกจากนี้ยังมีการกระจายกิจกรรมสงกรานต์ไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ อาทิ งานประเพณีท้องถิ่นและเทศกาลเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดสำคัญ ซึ่งช่วยสร้างสีสันและกระตุ้นการเดินทางในวงกว้าง

    ในระยะยาว ประเทศไทยยังเตรียมยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลดนตรีนานาชาติครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่จากตลาดระยะใกล้ และกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ

    จะเห็นได้ว่าการปรับกลยุทธ์ของ ททท.ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับบริบทของสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากประเทศไทยยังคงพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ท่ามกลางวิกฤตในภูมิภาคตะวันออกกลางกระทบทำให้เกิดความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น การเร่งกระตุ้นตลาดในประเทศและตลาดระยะใกล้ ควบคู่กับการใช้ศักยภาพของอีเวนต์ระดับโลก จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพ พร้อมทั้งวางรากฐานการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะต่อไป.

    กัลยา ยืนยง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/975486/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0E3xRUuep66ty6hQZ_JPsO

  • ไขปริศนาจิตวิทยา : ทำไมสัตว์ตายในหนัง-ซีรีส์ ถึงทำให้เราเศร้ากว่าคนตายซะอีก

    ไขปริศนาจิตวิทยา : ทำไมสัตว์ตายในหนัง-ซีรีส์ ถึงทำให้เราเศร้ากว่าคนตายซะอีก

    วิทยาศาสตร์ยืนยัน: เราเห็นใจสัตว์เท่าทารก

    ไม่ใช่แค่ความรู้สึกส่วนตัว แต่วิทยาศาสตร์มีคำตอบให้กับเรื่องนี้ โดยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์นและโคโลราโด ได้ทำการทดสอบกับนักศึกษา 256 คน โดยให้ประเมินความรู้สึกต่อข่าวการทำร้ายเหยื่อที่แตกต่างกัน

    ผลลัพธ์ที่ได้น่าทึ่งมาก เพราะ  ระดับความเห็นอกเห็นใจที่มนุษย์มีต่อ “ลูกสุนัข” และ “สุนัขโต” นั้นสูงเทียบเท่ากับ “เด็กทารก” ในขณะที่เหยื่อที่เป็นชายวัยผู้ใหญ่กลับได้รับความเห็นอกเห็นใจน้อยที่สุด นั่นเป็นเพราะมนุษย์มีแนวโน้มที่จะปกป้องสิ่งมีชีวิตที่ดูเปราะบางและไม่สามารถดูแลตัวเองได้

    เครื่องมือเรียกน้ำตาชั้นยอดในหนัง-ซีรีส์

    ด้วยกลไกทางจิตวิทยานี้ ผู้สร้างภาพยนตร์จึงมักใช้ความตายของสัตว์เป็น “เครื่องมือดึงอารมณ์” (Emotional Device) ที่ทรงพลังที่สุด ลองนึกถึงฉากบีบหัวใจที่พระเอกต้องจบชีวิต Sam น้องหมาคู่ใจใน I Am Legend หรือการตายของ Daisy ลูกสุนัขบีเกิลที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายให้ John Wick ต้องกลับไปล้างแค้น ซึ่งผู้ชมทั้งโลกต่างเห็นพ้องต้องกันว่า “สมควรแล้ว”

    ความอ่อนไหวในประเด็นนี้รุนแรงถึงขั้นทำให้เกิดเว็บไซต์อย่าง DoesTheDogDie.com เพื่อให้คนรักสัตว์เข้าไปเช็กก่อนว่าหนังเรื่องนี้จะทำร้ายจิตใจพวกเขาหรือไม่ เพราะสำหรับหลายคนแล้ว หนังโหดแค่ไหนก็ทนดูได้… แต่ถ้าหมาตาย เราขอข้าม!

    การที่เราพร้อมจะเสียน้ำตาให้กับสัตว์ในภาพยนตร์ ไม่ได้แปลว่าเราเมินเฉยต่อเพื่อนมนุษย์ แต่กลับเป็นเครื่องยืนยันว่า ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและสลับซับซ้อน ลึกๆ แล้วมนุษย์ยังคงให้คุณค่ากับความรักที่บริสุทธิ์และการปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่าเสมอ

    ไขปริศนาจิตวิทยา : ทำไมสัตว์ตายในหนัง-ซีรีส์ ถึงทำให้เราเศร้ากว่าคนตายซะอีก  

    ที่มา : elpais movieweb .popsugar  sciencedaily

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/lifestyle/movie-series/862854&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cHRZgEbt1ZQwDhAlX4Y3r

  • ทรัมป์เตรียมของบฯ 5,000 ล้าน ฟื้น อัลคาทราซ เป็นเรือนจำอีกครั้ง

    ทรัมป์เตรียมของบฯ 5,000 ล้าน ฟื้น อัลคาทราซ เป็นเรือนจำอีกครั้ง

    วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.32 น.

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 5 เมษายนว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอของบประมาณจำนวน 152 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,967 ล้านบาท) เพื่อฟื้นฟูและเปิดใช้งาน เรือนจำอัลคาทราซอีกครั้ง โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนงบประมาณประจำปี 2570

           เรือนจำอัลคาทราซ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ สะพานโกลเดนเกต ในนคร ซานฟรานซิสโก รัฐ แคลิฟอร์เนีย เคยมีฉายาว่า “เดอะร็อก” และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเรือนจำที่โหดที่สุดของสหรัฐฯ ก่อนจะปิดตัวลงในปี 2506 ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของ สำนักงานอุทยานแห่งชาติสหรัฐ และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม

           ข้อเสนอของทรัมป์มีเป้าหมายปรับปรุงอัลคาทราซให้กลายเป็นเรือนจำที่มีระบบรักษาความปลอดภัยทันสมัยที่สุด โดยงบประมาณดังกล่าวจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในปีแรกของโครงการ อย่างไรก็ตาม แผนนี้ได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องงบประมาณในระยะยาวและความท้าทายในการบริหารจัดการ

    ด้าน แนนซี เพโลซี ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยระบุว่าแผนดังกล่าว “ไร้สาระอย่างเห็นได้ชัด” และมองว่าเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณภาษีประชาชน พร้อมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในการนำเรือนจำเก่ากลับมาใช้งาน

           ทั้งนี้ ในอดีตการดำเนินงานของอัลคาทราซเคยเผชิญปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำจืด ต้องพึ่งพาระบบบำบัดน้ำเสีย และการขนส่งเสบียงทางเรือทั้งหมด ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสูงกว่าเรือนจำรัฐบาลกลางแห่งอื่นถึงสามเท่า

           ในทางกลับกัน ปัจจุบันอัลคาทราซในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้สูงถึง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 1,960 ล้านบาท) ซึ่งยิ่งทำให้เกิดคำถามว่าการเปลี่ยนบทบาทกลับมาเป็นเรือนจำอีกครั้งจะคุ้มค่าหรือไม่

    ท่ามกลางเสียงคัดค้านและข้อกังวลที่เพิ่มขึ้น แผนฟื้นฟูอัลคาทราซของทรัมป์จึงยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ต้องจับตาต่อไป ว่าจะสามารถเดินหน้าต่อได้หรือไม่ในอนาคต

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/956994&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gDazwil0JxiZ6AvZiQeav

  • ไฟไหม้สวนปาล์ม-มะพร้าว ลามกว่า 50 ไร่ หวิดลามย่านท่องเที่ยว | TOPNEWS

    ไฟไหม้สวนปาล์ม-มะพร้าว ลามกว่า 50 ไร่ หวิดลามย่านท่องเที่ยว | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 05/04/2026 20:43

    วันที่ 5 เม.ย. 2569 เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง จ.พังงา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รุนแรงในพื้นที่สวนมะพร้าวและสวนปาล์มน้ำมันของชาวบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งที่พักอาศัยและย่านการท่องเที่ยวสำคัญใน หมู่ 7 บ้านบางสัก ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นายธงชัย กันช่อ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง จึงรีบสั่งการให้เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำรถดับเพลิงจำนวน 2 คัน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่รุดไปยังที่เกิดเหตุทันที

    ในที่เกิดเหตุพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้อย่างรุนแรงท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดและกระแสลมพัดแรง ส่งผลให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วไปตามยอดมะพร้าวและป่าหญ้าแห้งครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า 50 ไร่ ความน่ากลัวของสถานการณ์คือจุดเกิดเหตุอยู่ประชิดกับเขตโรงแรม รีสอร์ท และบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงเพื่อทำแนวกันไฟ ไม่ให้ลุกลามเข้าสู่เขตสิ่งปลูกสร้าง

    เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าสกัดเพลิง เนื่องจากมีควันไฟหนาทึบปกคลุมทั่วบริเวณ หลังจากใช้เวลาฉีดน้ำควบคุมอยู่นานจึงสามารถจำกัดวงของเพลิงไว้ได้ในวงแคบ ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับทรัพย์สินของประชาชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ขณะนี้เพลิงสงบลงแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงต้องฉีดน้ำเลี้ยงในพื้นที่ไว้เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง พร้อมแจ้งเตือนให้ชาวบ้านในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวังในช่วงสภาพอากาศแห้งแล้งเช่นนี้

    จักรพันธ์ รัตนอาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.พังงา

    11SOCAIL 16-9 copy

    zxczcw

    แปดริ้วจัดพิธีศักดิ์สิทธิ์ “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” สมโภช หลวงพ่อพระพุทธโสธร ครบ 256 ปี แห่งการอัญเชิญจาก แม่น้ำบางปะกง

    ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ล่องเรือสาละวินบุกด่านหน้า สั่งสกัดไฟป่า-น้ำมันเถื่อน

    เครือข่ายประชาชนจี้ MRC สกัดมลพิษข้ามพรมแดน-ทบทวนเขื่อนแม่น้ำโขง

    ดราม่าโซเชียล “โจ มณฑานี” โพสต์กลับถึง “สุนารี” ไม่เชื่อระดับนี้จะอดตาย ซัดไม่คิดหาวิธีช่วย ปลุกใจคนในชาติสู้วิกฤต ยังแซะกระแนะกระแหนเอาสะใจ!

    GULF–AIS ส่งต่อลูกหนัง สานฝันเยาวชนไทย มอบลูกฟุตบอลผ่าน “ชลบุรี เอฟซี” หนุนเด็กภาคตะวันออก

    อบอุ่นหัวใจ! เครือข่ายพิษณุโลกร่วมทอดผ้าป่า ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บกพร่องทางจิต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1538260&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3flyOPjXqw7oFfU6VKBZk0