Category: ท่องเที่ยว

  • เชียงรายเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ “วังปลาจาด” บ้านปางกอก

    เชียงรายเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ “วังปลาจาด” บ้านปางกอก

    เชียงรายเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ “วังปลาจาด” บ้านปางกอก ส่งเสริมชุมชน–ฟื้นฟูทรัพยากรประมง

    เมื่อวันที่ผ่านมา ที่บ้านปางกอก ตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย นายอิทธิพล ศรีสองสม เลขานุการ ดร.ยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิด “อาคารวังปลาจาด” แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ของพื้นที่

    ภายในงานมี นายบุญส่ง ทองคำ กำนันตำบลแม่กรณ์ นายธีรศักดิ์ รินเที่ยง ผู้ใหญ่บ้านบ้านปางกอก นายจำรัส มโนใจ ผู้ใหญ่บ้านบ้านเวียงหวาย พร้อมด้วยฝ่ายปกครองตำบลแม่กรณ์ คณะทำงานกลุ่มพลเมืองร่วมใจ และกลุ่มฮักแม่กรณ์ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    สำหรับ “วังปลาจาด” ได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลาจากกรมประมง จำนวน 50,000 ตัว เพื่อนำมาเลี้ยงในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ ฟื้นฟูระบบนิเวศในชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างรายได้และเสริมศักยภาพเศรษฐกิจฐานรากของประชาชนในพื้นที่

    ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นความร่วมมือของภาครัฐ ผู้นำท้องถิ่น และภาคประชาชน ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/3916940/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3o6g63LCfaPs7FppwQpQEa

  • หนึ่งวันกับ 5 จุดแสตมป์ใน ‘ทรงวาดคัดไทย 2569’ ที่เดินเพลินจนค่ำ

    หนึ่งวันกับ 5 จุดแสตมป์ใน ‘ทรงวาดคัดไทย 2569’ ที่เดินเพลินจนค่ำ

    พอเข้าเดือนเมษายนทีไร อากาศก็ร้อนขึ้นมากจนไม่อยากที่จะไปไหน แต่เชื่อไหมว่าเสน่ห์ของย่าน ‘ทรงวาด’ กลับดึงดูดให้เรายอมออกมาใช้ชีวิตข้างนอก จนต้องเตรียมหยิบหมวก พกร่ม และชาร์จแบตพัดลมพกพาให้เต็ม แล้วแวะมาที่นิทรรศการ ‘ทรงวาดคัดไทย 2569’ ที่รวมทั้งแฟชั่น งานคราฟต์ อาหาร และเครื่องดื่มอร่อยๆ ไว้มากมาย

    ภาพบรรยากาศผู้คนเดินเที่ยวงาน ทรงวาดคัดไทย 2569 พร้อมสะสมแสตมป์ตามจุดเช็กพอยต์ 1

    ภายในงานจะมีจุดเช็กพอยต์ทั้งหมด 5 จุด ให้เรานำกระดาษมาแสตมป์หมึกตามจุดเช็กพอยต์ต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นไกด์ให้เราได้เดินดูย่านทรงวาดแบบไม่หลง แล้วถ้าสะสมครบทุกที่ก็จะได้สุ่มกาชาปองลุ้นรับของรางวัลอีกด้วย 

    ภาพบรรยากาศผู้คนเดินเที่ยวงาน ทรงวาดคัดไทย 2569 พร้อมสะสมแสตมป์ตามจุดเช็กพอยต์ 2

    โดยจะเริ่มต้นจากร้านคาเฟ่อาหาร Song Viet ก่อน แล้วตามด้วย Double Goose at Soi Pratumai 100 years ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ที่คนส่วนใหญ่จะแวะเวียนมาถ่ายรูปในมู้ดเท่ๆ กันประจำ แต่สำหรับเราครั้งนี้สิ่งที่ดึงดูดใจมากที่สุดกลับไม่ใช่เพียงการถ่ายรูป แต่กลิ่นหอมของเมล็ดโกโก้คั่วที่ลอยออกมาจากในร้าน Choch (ช็อค) ดึงดูดให้เราเข้าไปข้างใน

    ภาพบรรยากาศผู้คนเดินเที่ยวงาน ทรงวาดคัดไทย 2569 พร้อมสะสมแสตมป์ตามจุดเช็กพอยต์ 3ภาพบรรยากาศผู้คนเดินเที่ยวงาน ทรงวาดคัดไทย 2569 พร้อมสะสมแสตมป์ตามจุดเช็กพอยต์ 4ภาพบรรยากาศผู้คนเดินเที่ยวงาน ทรงวาดคัดไทย 2569 พร้อมสะสมแสตมป์ตามจุดเช็กพอยต์ 5

    แล้วถ้าหากว่าใครเป็นสายเดินดูอาร์ตแกลเลอรี ก็ต้องแวะมาที่จุดเช็กอินถัดไปอย่าง Play Art House บอกเลยว่าเป็นอีกที่หนึ่งที่สงบมากๆ คนละมู้ดกันกับ 2 ที่ก่อนหน้านี้เลย (อาจจะต้องรีบมานิดนึงเพราะปิดช่วง 18.00 น.) เช่นเดียวกันกับ Maha Pho Riverview ที่เราอยากแนะนำว่าให้มาตอนเย็น เพราะวิวแม่น้ำตอนพระอาทิตย์ตกก็สวยใช้ได้เลยล่ะ

    ซึ่งระหว่างทางเราก็จะผ่านร้านคาเฟ่และร้านขนมมากมาย แต่ที่อยากแนะนำให้ลองเลยคือร้าน Midsummer Café & Roastery กับเมนู ‘Thai Islander’ กาแฟคั่วกลางจากจังหวัดเชียงราย ผสมน้ำมะพร้าวเผา เสิร์ฟพร้อมข้าวเกรียบงามะพร้าวจากเมืองเพชรบุรี เราว่าดื่มง่ายมากรสชาติค่อนไปทางไลต์ๆ  และร้าน The Old Breadshop ร้านขนมปังอบสดใหม่ ที่นำราชาผลไม้ไทยอย่าง ‘ทุเรียน’ มาทำขนม

    ภาพบรรยากาศผู้คนเดินเที่ยวงาน ทรงวาดคัดไทย 2569 พร้อมสะสมแสตมป์ตามจุดเช็กพอยต์ 6

    และมาจบที่ Lost in Songwat เป็นที่สุดท้าย แสตมป์ลายกระดาษแล้วสุ่มกาชาปองได้เลย แต่ความน่าสนใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะที่นี่ยังมีเวิร์กช็อปเพนต์ว่าวและพิมพ์เสื้อให้ได้ทำอีกด้วย 

    นอกจากนี้ยังมีวงดนตรีหมอลำมาเล่นให้ดูอย่างใกล้ชิดกลางลาน ไม่ต้องกลัวว่าจะเหงาหูกันเลย พอตกหัวค่ำ ณ ลานแห่งนี้ก็จะถูกแปลงเปลี่ยนเป็นโรงหนังกลางแปลงในมู้ดสุดโรแมนติก

    ภาพบรรยากาศผู้คนเดินเที่ยวงาน ทรงวาดคัดไทย 2569 พร้อมสะสมแสตมป์ตามจุดเช็กพอยต์ 7

    งานนี้เราว่าเดินได้เพลินๆ ไม่มีเบื่อเลยนะ ไม่ว่าจะมาช่วงกลางวันหรือกลางคืนก็ได้มู้ดที่ไม่ซ้ำเดิมแน่นอน หากใครยังว่างอยู่รีบนัดแก๊งเพื่อนๆ หรือจูงมือคนสำคัญมาเดินด้วยกันด่วนๆ เพราะที่ทรงวาดนิทรรศการจัดถึงแค่วันที่ 12 เมษายนนี้เท่านั้น!

    แต่ถ้าหากว่าใครมาไม่ทัน ก็สามารถแวะไป Little Song Wat ที่ EM DISTRICT 8-19 เมษายน 2569 ได้เช่นกัน เพราะเป็นสเปซที่รวมทั้งร้านดังและร้านซิกเนเจอร์แห่งย่านทรงวาดไว้ได้ครบจบในที่เดียว

    สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  คลิก ›

    ภาพบรรยากาศผู้คนเดินเที่ยวงาน ทรงวาดคัดไทย 2569 พร้อมสะสมแสตมป์ตามจุดเช็กพอยต์ 8

    Song Wat Kudthai

    Open: วันนี้ – 12 กุมภาพันธ์ 2569

    Contact: @madeinsongwat

    Address: พื้นที่จัดกิจกรรมกระจายอยู่รอบพื้นที่ถนนทรงวาด

    ABOUT THE AUTHOR

    ภัณฑิลา วงษ์วรรณ

    เด็กเขียนบทที่ติดตลก ตกหลุมรักแมว ชอบฟังเรื่องราวในชีวิตคนไปเรื่อย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/life/songwad-stamp-rally-walk/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GIMsbtQ4f1HMtVJQ6hW0B

  • KEX x SF Express ผนึกกำลังยกระดับโลจิสติกส์ รับดีมานด์ทัวร์จีนช้อปของฝากโตกว่าเดิม

    KEX x SF Express ผนึกกำลังยกระดับโลจิสติกส์ รับดีมานด์ทัวร์จีนช้อปของฝากโตกว่าเดิม

    KEX x SF Express ผนึกกำลังยกระดับโลจิสติกส์ รับดีมานด์ทัวร์จีนช้อปของฝากโตกว่าเดิม คาดบริการส่งพัสดุจากไทยกลับจีนโตแรงในช่วงสงกรานต์

    บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “KEX” ผู้นำด้านการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย ต้อนรับสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้ ท่ามกลางแรงส่งของนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาคึกคักและมีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ซึ่งเป็นไฮซีซันของการ “ช้อปของฝากไทย” ผนึกกำลังบริษัทแม่ SF Express เสริมความแข็งแกร่งบริการส่งพัสดุจากไทยกลับจีน เพื่อตอบรับดีมานด์นักท่องเที่ยวที่ซื้อเยอะและต้องการส่งกลับบ้านอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และติดตามได้แบบเรียลไทม์ พร้อมยกระดับการเชื่อมต่อปลายทางด้วยเครือข่ายของ SF ที่ครอบคลุมทั่วประเทศจีนทั้งเมืองหลัก-เมืองรอง และระดับท้องถิ่น รวมถึงเชื่อมต่ออีกกว่าหลายประเทศทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านน้ำหนักกระเป๋า พื้นที่สัมภาระ และความเสี่ยงสินค้าเสียหาย คาดหนุนดีมานด์บริการข้ามพรมแดนเติบโตเด่นในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวนี้

    กระแสนักท่องเที่ยวจีนยังคงไปต่อ ช้อปของฝากไทยไม่หยุด

    กระแสนักท่องเที่ยวจีนกลับมาคึกคัก โดยในสัปดาห์ที่ 11 ของปี 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 628,451 คน เพิ่มขึ้น 1.98% จากสัปดาห์ก่อนหน้า และนักท่องเที่ยวจีนมากที่สุดจำนวน 96,600 คน สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน ขณะเดียวกัน เทรนด์การเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวจีนไม่ได้จำกัดแค่ทะเล วัด หรือคาเฟ่ แต่กิจกรรมยอดนิยมคือ “การช้อปปิ้งของฝากและขนมไทย” นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่เลือกซื้อสินค้าไทยเพราะคุณภาพ โดยเฉพาะอาหารและของฝาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวต้องการนำรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยกลับไปกินหรือใช้ต่อที่บ้าน อีกทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้จากเมืองไทยนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยังมีราคาประหยัดและหาซื้อได้ง่าย ทำให้เป็นช่องทางที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงสินค้าได้อย่างสะดวกสบายในทุกพื้นที่* นอกจากนี้ ผู้บริโภคจีน 82% ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพและโภชนาการ และ 80.6% ต้องการข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับสารเติมแต่งและน้ำตาล ส่งผลให้ภาพลักษณ์สินค้าไทยที่เน้น “ธรรมชาติและคุณภาพดี” ได้รับความนิยมอย่างมาก** ดังนั้น ขนมไทย ผลไม้อบแห้ง มะม่วงกวน ทุเรียนอบกรอบ และสินค้า OTOP จึงกลายเป็น “สินค้าต้องซื้อ” ของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงสงกรานต์และไฮซีซันท่องเที่ยวไทย

    KEX x SF Express ส่งตรงไทย-จีน ง่ายที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวจีน

    KEX x SF Express มุ่งแก้ Pain Point สำคัญของนักท่องเที่ยวจีน เช่น ความกังวลเรื่องน้ำหนักกระเป๋าเกิน พื้นที่ไม่พอสำหรับของฝากจำนวนมาก และความปลอดภัยของสินค้า KEX จึงเชื่อมโครงข่ายกับ SF Express ผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายใหญ่ที่สุดในจีน ครอบคลุม 31 มณฑล เมืองเอก เขตปกครองพิเศษ และอีกกว่า 300 เมืองใหญ่-กลาง รวมถึง 1,900 เขตระดับเมือง/อำเภอทั่วประเทศจีน ซึ่งทำให้รู้จักพื้นที่เชิงลึกในจีนเป็นพิเศษ ทั้งเส้นทางหลัก-รอง จุดรับ-ส่งในเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เซินเจิ้น ซีอาน เฉิงตู คุนหมิง หางโจว อู่ฮั่น รวมถึงเมืองรองและหัวเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ SF Express ยังมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วเอเชียอย่างแท้จริง เช่น ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย ญี่ปุ่น ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย กัมพูชา และมองโกเลีย*** ซึ่งทั้งหมดสามารถเชื่อมต่อกับ KEX เพื่อส่งพัสดุไปยังจุดหมายได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว โดยมีระบบติดตามพัสดุ Real?time Tracking มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก และความเร็วระดับผู้นำอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ หนึ่งใน Big 4 ของโลก นักท่องเที่ยวจีนสามารถส่งพัสดุได้ง่ายจากจุดให้บริการ KEX ทั่วไทย

    โดยนักท่องเที่ยวจีนชื่นชอบบริการนี้อย่างมาก เพราะส่วนใหญ่มีพฤติกรรมซื้อของฝากจำนวนมากกลับบ้านตามค่านิยม “?????” ขณะเดียวกันกลุ่ม Gen Z-Millennials ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักยังนิยมสินค้าที่สะท้อนถึงประสบการณ์ที่ได้รับ และสินค้าจากไทย ที่ได้รับความเชื่อมั่นสูงจากคนจีน ทำให้ของฝากไทยยังคงเป็นไอเทมยอดนิยมต่อเนื่อง**** พร้อมกันนี้ SF Express ซึ่งเป็นพันธมิตรของ KEX ยังเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายใหญ่ที่สุดในจีนและเอเชีย ทำให้ได้รับความเชื่อถือสูงในหมู่ผู้บริโภคจีน เนื่องจากเข้าถึงพื้นที่แทบทุกจุดในประเทศได้แม่นยำและรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น SF Express ยังเป็น บริษัทเอกชนด้านโลจิสติกส์รายแรกของจีนที่ติดอันดับโลก สะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้านเครือข่าย ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือระดับสากล ซึ่งทำให้บริการส่งพัสดุกลับจีนผ่าน KEX x SF Express เป็นตัวเลือกที่นักท่องเที่ยวจีนไว้วางใจมากที่สุดในปัจจุบัน

    นาย เจียเหว่ย จาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ช่วงสงกรานต์และฤดูกาลท่องเที่ยวคือช่วงที่นักท่องเที่ยวจีนช้อปปิ้งมากที่สุด เราจึงต้องการให้ทุกคนช้อปได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักกระเป๋าหรือการขนของกลับบ้าน บริการข้ามพรมแดนของ KEX ช่วยให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินกับประสบการณ์เที่ยวไทยได้มากขึ้น โดยความร่วมมือระหว่าง KEX และ SF Express ไม่เพียงยกระดับมาตรฐานโลจิสติกส์ของไทยให้ทัดเทียมญี่ปุ่น เกาหลี และสิงคโปร์ แต่ยังช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้แข็งแกร่งขึ้น ผ่านบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ที่ซื้อเยอะ เดินทางบ่อย และคาดหวังบริการระดับพรีเมียม”

    พิเศษ! KEX มอบส่วนลดสูงสุดถึง 30%* สำหรับการส่งพัสดุไปต่างประเทศ เพียงนำโค้ดไปใช้ในแอปฯ KEX และ แอปฯ SF International หรือแจ้งโค้ดกับพนักงาน เมื่อส่งพัสดุไปต่างประเทศที่ร้านเคอีเอ็กซ์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569

    *อ้างอิงจาก The Money Trends

    **อ้างอิงจาก Thailand’s Dried Fruit Boom: Innovating for China’s Growing Market – Broadsheet Asia

    ***อ้างอิงจาก Service network

    ****อ้างอิงจาก Thansettakij และ Stock Focus Magazine

    *รับส่วนลด 30% เมื่อส่งพัสดุไปต่างประเทศที่ร้านเคอีเอ็กซ์ – จำกัด 1 สิทธิ ต่อ 1 ใบเสร็จ ตลอดระยะเวลาแคมเปญ – ส่วนลดค่าส่งพัสดุไม่สามารถใช้ร่วมกับค่าภาษีน้ำมัน ภาษีนำเข้า และภาษีอื่นๆ – ส่วนลดค่าส่งพัสดุไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชัน หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้

    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในความล่าช้าอันเกิดจากภัยธรรมชาติ เหตุสุดวิสัย หรือปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สภาพอากาศ การจราจรติดขัด หรือเหตุฉุกเฉิน การให้บริการ และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามข้อกำหนดของบริษัทฯ https://th.kex-express.com/th/terms-and-conditions-of-carriage


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12806180&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WI4ooIRwBUPgIpa0QYDEw

  • โรดแมพ 2 ทางด่วนเชื่อม ‘เกาะ’ ลุยสร้างปี 71 หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    โรดแมพ 2 ทางด่วนเชื่อม ‘เกาะ’ ลุยสร้างปี 71 หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เดินหน้าขยายโครงข่ายทางพิเศษ (ทางด่วน) ทั่วประเทศ โดยเฉพาะการขยายโครงข่ายการเดินทางเชื่อมระหว่างแผ่นดินใหญ่และเกาะที่มีประชาชนอาศัยจำนวนมาก เพื่อส่งผลบวกต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน เกิดประโยชน์ด้านการคมนาคมที่สามารถเดินทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง สร้างความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวอย่างสะดวก

    ขณะนี้ กทพ.มีแผนพัฒนาทางด่วนเชื่อมเกาะรวม 2 แห่ง ได้แก่

    โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    สถานะปัจจุบันได้ศึกษาความเหมาะสมแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างสรุปผลการศึกษาและหารือข้อสรุปการบูรณาการโครงการร่วมกับหน่วยงานสาธารณูปโภค และจะขออนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างโครงการได้ในปี 2571 และเปิดให้บริการโครงการในปี 2576

    โรดแมพ 2 ทางด่วนเชื่อม 'เกาะ' ลุยสร้างปี 71 หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    โดยโครงการนี้มีจุดเริ่มต้นที่ กม.14+500 ทางหลวงหมายเลข 4142 อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นทางพิเศษระดับดินพร้อมทางบริการ มุ่งไปทางทิศตะวันออกสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีจุดเชื่อมจุดเข้า-ออกบริเวณอำเภอขนอม จากนั้นจะผ่านด่านเก็บค่าผ่านทางบริเวณ กม.8+500 ซึ่งรองรับทั้งระบบ MTC และ ETC และแนวเส้นทางจะต่อเนื่องเป็นสะพานยกระดับ 4 ช่องจราจรข้ามทะเล เส้นทางสิ้นสุดที่ กม.9+000 ทางหลวงหมายเลข 4170 อำเภอเกาะสมุย รวมระยะทาง 37.41 กิโลเมตร

    โรดแมพ 2 ทางด่วนเชื่อม 'เกาะ' ลุยสร้างปี 71 หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    สำหรับอัตราค่าผ่านทาง จะแยกตามประเภทของรถในอัตราเดียวกันตลอดทั้งโครงการ (Flat Rate) แบ่งเป็น

    • รถ 4 ล้อ 1,000 บาทต่อคัน
    • รถ 6-10 ล้อ 2,000 บาทต่อคัน
    • รถมากกว่า 10 ล้อ 3,000 บาทต่อคัน

    โดยโครงการมีมูลค่าลงทุนรวม 74,044 ล้านบาท ครอบคลุมค่าเวนคืนที่ดิน ก่อสร้าง ควบคุมงาน และบำรุงรักษา เบื้องต้นคาดว่าปีเปิดให้บริการจะมีปริมาณจราจร 3,049 คันต่อวัน รายได้ 3.25 ล้านบาทต่อวัน

    โรดแมพ 2 ทางด่วนเชื่อม 'เกาะ' ลุยสร้างปี 71 หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง จังหวัดตราด

    สถานะปัจจุบัน กทพ. อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ โดยมีแผนการจะดำเนินการจัดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2 งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเดือน มิ.ย. 2569 และจะศึกษาความเหมาะสมแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.2569 ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างโครงการได้ในปี 2574 และเปิดให้บริการในปี 2578

    โดยโครงการมีจุดเริ่มต้นเชื่อมกับทางหลวงชนบทหมายเลข ตร.4066 บริเวณ กม.2+840 (บ้านธรรมชาติล่าง ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด) โดยแนวเส้นทางมุ่งไปทางทิศใต้ผ่านทะเลอ่าวไทยเข้าสู่เกาะเกาะช้าง มีด่านเก็บค่าผ่านทางอยู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่และมีจุดสิ้นสุดโครงการเชื่อมกับถนน อบจ.ตร.10026 บริเวณ กม.5+300 (บ้านด่านใหม่ ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด) ระยะทางประมาณ 5.90 กิโลเมตร

    โรดแมพ 2 ทางด่วนเชื่อม 'เกาะ' ลุยสร้างปี 71 หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    โรดแมพ 2 ทางด่วนเชื่อม 'เกาะ' ลุยสร้างปี 71 หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1229248&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lS9SyuW4t86klJY-FTvWG

  • รองนายกฯ “ศุภจี” ย้ำแนวคิดท่องเที่ยว 365 วัน คือปฏิทินท่องเที่ยวตลอดปี พร้อมระบุปัญหา PM2.5 ต้องแก้ควบคู่

    รองนายกฯ “ศุภจี” ย้ำแนวคิดท่องเที่ยว 365 วัน คือปฏิทินท่องเที่ยวตลอดปี พร้อมระบุปัญหา PM2.5 ต้องแก้ควบคู่

    รองนายกฯ “ศุภจี” ย้ำแนวคิดท่องเที่ยว 365 วัน คือปฏิทินท่องเที่ยวตลอดปี พร้อมระบุปัญหา PM2.5 ต้องแก้ควบคู่

    (10 เมษายน 2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภาในประเด็นนโยบาย “365 วันมหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” โดยระบุว่า แนวคิดดังกล่าวหมายถึงการใช้ศักยภาพของประเทศไทยที่มีฤดูกาลท่องเที่ยวหมุนเวียนตลอดทั้งปีในแต่ละภูมิภาค ไม่ได้หมายความว่าทุกจังหวัดสามารถท่องเที่ยวได้ทุกวันในทุกสภาพอากาศ

    นางศุภจีกล่าวว่า ประเทศไทยมีปฏิทินกิจกรรมและจุดหมายท่องเที่ยวที่แตกต่างกันตามช่วงเวลา ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความต่อเนื่อง

    สำหรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับนโยบายท่องเที่ยว นางศุภจีระบุว่า ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นเรื่องที่กระทบประชาชนโดยตรง และเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินมาตรการด้านการจัดการต้นเหตุ การควบคุมการเผา และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

    “การเดินหน้านโยบายท่องเที่ยวและการแก้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กัน โดยยืนยันว่าการพัฒนาเศรษฐกิจไม่ลดทอนความสำคัญของการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน” นางศุภจีกล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/69991&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3D-NA7583gFOmoZBPxBt00

  • แห่เดินทางขึ้นเหนือ สายเอเชียอ่างทองรถหนาแน่น หลังราคาน้ำมันลง

    แห่เดินทางขึ้นเหนือ สายเอเชียอ่างทองรถหนาแน่น หลังราคาน้ำมันลง

    แห่เดินทางขึ้นเหนือ สายเอเชียอ่างทองรถหนาแน่น หลังราคาน้ำมันลง

    วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.20 น.

    วันนี้ 11 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางบนถนนสายเอเชีย ซึ่งเป็นเส้นทางหลักมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 พบว่ามีประชาชนจำนวนมากเริ่มออกเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ส่งผลให้สภาพการจราจรในเขตจังหวัดอ่างทองมีปริมาณรถยนต์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา

    จากการตรวจสอบสภาพการจราจรบริเวณช่วงหลักกิโลเมตรที่ 60 หน้าเทศบาลตำบลไชโย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง พบว่าปริมาณรถมีจำนวนมากจนเต็มพื้นที่ถนน แต่ในภาพรวมยังคงสามารถเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ โดยใช้ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เริ่มพบปัญหาการชะลอตัวและรถสะสมเป็นระยะในจุดที่เป็นคอสะพาน ทางโค้ง รวมถึงบริเวณทางร่วมทางแยกต่างๆ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอ่างทองได้วางกำลังประจำจุดยุทธศาสตร์ เพื่อคอยอำนวยความสะดวกและเร่งระบายมวลรถให้ไหลลื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้

    อ่างทอง

    สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้บรรยากาศการเดินทางในวันนี้มีความคึกคักเป็นพิเศษ คาดการณ์ว่าเป็นผลมาจากการประกาศปรับลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงของรัฐบาลในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา (11 เม.ย. 69) ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกออกเดินทางในเช้าวันนี้ทันที เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางไกลในช่วงหยุดยาว

    ทางด้าน นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้แสดงความห่วงใยและฝากย้ำเตือนไปยังผู้ใช้เส้นทางบนถนนสายเอเชียทุกท่าน ให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงที่มีปริมาณรถหนาแน่นเช่นนี้ ขอให้พยายามเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสม ไม่ควรขับจี้ท้ายรถคันอื่นมากเกินไป เนื่องจากหากรถคันหน้ามีการเบรกกะทันหันอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนท้ายต่อเนื่องกันได้ เพื่อให้การเดินทางกลับไปหาครอบครัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกคนเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ

    อ่างทอง

    อ่างทอง

    อ่างทอง

    อ่างทอง

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/958264&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_4esjWZFR_7mnoSbHaW9s

  • “นายกฯ อนุทิน” จัดทัพบริหารประเทศ แบ่งงาน 8 กลุ่ม ดึงมืออาชีพคุมเศรษฐกิจ

    “นายกฯ อนุทิน” จัดทัพบริหารประเทศ แบ่งงาน 8 กลุ่ม ดึงมืออาชีพคุมเศรษฐกิจ

    11 เม.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 83/2569 ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 เพื่อจัดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 8 กลุ่มภารกิจหลัก มุ่งเน้นการบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและเตรียมความพร้อมในการนำประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยนายกรัฐมนตรีลงมาควบคุมกลุ่มปราบปรามอาชญากรรมพิเศษด้วยตนเอง เพื่อกวาดล้างทุจริต ยาเสพติด และอาชญากรรมออนไลน์อย่างเด็ดขาด

    ในการจัดทัพครั้งนี้มีการวางตัวรองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบงานสำคัญ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดูแลกลุ่มส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ดูแลด้านพาณิชย์ เกษตร และท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ขณะที่ด้านความมั่นคงและต่างประเทศมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นหัวหอกในการสะสาง MOU และสร้างสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วนด้านกฎหมายมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ ปฏิรูปกฎหมายให้เป็นสากลเพื่อเอื้อต่อการลงทุนจากต่างชาติ

    กลุ่มพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ถูกขับเคลื่อนโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่เน้นทักษะดิจิทัลและนวัตกรรม ด้านนายทรงศักดิ์ ทองศรี ดูแลสิ่งแวดล้อมมุ่งสู่ Net Zero และหนุนท้องถิ่นให้มีรายได้หลากหลายขึ้น โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รับผิดชอบระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทั้งนี้คำสั่งระบุให้ทุกกลุ่มทำงานแบบบูรณาการ หากมีปัญหาในการปฏิบัติงานให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดสูงสุดเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามเป้าหมายที่วางไว้

    เจาะลึก 8 กลุ่มภารกิจและขุนพลผู้รับผิดชอบ

    1.กลุ่มปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ : นายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ลงมาคุมบังเหียนด้วยตนเอง เน้นหนักการปราบปรามทุจริต ยาเสพติด การค้ามนุษย์ รวมถึงอาชญากรรมออนไลน์และสแกมเมอร์ โดยสั่งการหน่วยงานในบังคับบัญชาโดยตรง

    2.กลุ่มพัฒนาระบบสาธารณูปโภค : นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบการจัดหาและบำรุงรักษาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้ครอบคลุมทั่วถึง

    3.กลุ่มสิ่งแวดล้อมและการกระจายอำนาจ : นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ดูแลการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593 พร้อมหนุนท้องถิ่นให้มีรายได้หลากหลายขึ้น

    4.กลุ่มส่งเสริมการลงทุน (New S-Curve) : นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เน้นดึงดูด FDI ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ AI, เซมิคอนดักเตอร์, พลังงานสะอาด และยานยนต์สมัยใหม่

    5.กลุ่มพาณิชย์ เกษตร และท่องเที่ยว : นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี มุ่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ส่งเสริม SMEs และยกระดับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    6.กลุ่มความมั่นคงและต่างประเทศ : นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี รับหน้าที่รักษาความมั่นคงและสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมสะสาง MOU ที่ไม่มีความคืบหน้า

    7.กลุ่มพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และนวัตกรรม: นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เน้นสร้างทักษะดิจิทัล-การเงิน และใช้นวัตกรรมเป็นแกนหลักในการพัฒนาประเทศ

    8.กลุ่มกฎหมายและรัฐบาลดิจิทัล: นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิรูปกฎหมายให้เป็นสากล เอื้อต่อการลงทุน และผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD

    ย้ำการทำงานแบบบูรณาการ : คำสั่งฉบับนี้ระบุชัดเจนว่า หากภารกิจใดเกี่ยวเนื่องกัน ให้หัวหน้ากลุ่มภารกิจประสานความร่วมมือกันอย่างเต็มกำลัง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดสูงสุดในกรณีที่มีปัญหาการปฏิบัติงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/740826&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AaoHCI1cTAlVPDwothYVr

  • ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา เปิด “ถนนสายวัฒนธรรม” ปลุกเสน่ห์เมือง สร้างเศรษฐกิจกระตุ้นท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน | เดลินิวส์

    ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา เปิด “ถนนสายวัฒนธรรม” ปลุกเสน่ห์เมือง สร้างเศรษฐกิจกระตุ้นท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน | เดลินิวส์

    นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ถนนสายวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา” โดยมี นายพีรพล ลือล่า ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา นางสุภัสสร ประภาเลิศ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน วัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา นางขวัญกมล ฉายแสง นายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา นางสาวสิริพรรณ เห็นสุข ผอ.(ททท.) สำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย และประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำบางปะกง ณ บริเวณหน้าสำนักงานพระคลังข้างที่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่แห่งสีสันทางวัฒนธรรมอย่างมีชีวิตชีวา โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา

    โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่ “แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ” ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและความยั่งยืน ด้วยการต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งสินค้าและผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญา อาหารพื้นถิ่น และวิถีชีวิตชุมชน ให้กลายเป็นพลังเศรษฐกิจที่จับต้องได้ สร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายโอกาสสู่ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง“ถนนสายวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา” ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เปิดแห่งโอกาส ที่รวมทั้งเสน่ห์ วิถี และภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ในที่เดียว พร้อมต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ และขยายช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนอย่างยั่งยืนทั้งนี้ โครงการดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นเดือนละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน รวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง ณ บริเวณริมแม่น้ำบางปะกง หน้าสำนักงานพระคลังข้างที่ เพื่อเติมชีวิตชีวาให้เมือง สร้างสีสันการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดฉะเชิงเทราให้คึกคักอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5772591/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qQf5YCDXVj6CZVP7nbrO9

  • แหล่งท่องเที่ยวใหม่อำเภอด่านซ้าย “แก่งเข็ม” เล่นน้ำคลายร้อนริมชายแดนไทย-ลาว

    แหล่งท่องเที่ยวใหม่อำเภอด่านซ้าย “แก่งเข็ม” เล่นน้ำคลายร้อนริมชายแดนไทย-ลาว

    ภูมิภาค

    แหล่งท่องเที่ยวใหม่อำเภอด่านซ้าย “แก่งเข็ม” เล่นน้ำคลายร้อนริมชายแดนไทย-ลาว

    วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.35 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันนี้จะพาไปท่องเที่ยว แก่งเข็ม แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่อำเภอด่านซ้าย ซึ่งตั้งอยู่ที่ บ้านแก่งม่วง หมู่ที่ 7 ต.นาดี อ.ด่านซ้าย จ.เลย เป็นจุดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติที่เน้นวิถีชุมชน เป็นเก่งน้ำตกของน้ำเหือง พรมแดนไทย-ลาว ระหว่างบ้านชายแดนด้วยกันบรรยากาศพี่น้องชื่นมื่น

    แก่งเข็มเป็นน้ำตกแก่งหินที่ยังอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการลงเล่นน้ำคลายร้อนในช่วงนี้ที่จังหวัดเลยอากาศจะอยู่ที่กลางวัน 38-42 องศาในช่วงเที่ยงบ่าย กลางแจ้ง เป็นแก่งอ่างน้ำรวมกันเป็นจุดๆตามแก่งหินทั้งแอ่งเล็กแอ่งใหญ่  มีอาหาร เครื่องดื่มไว้คอยจำหน่าย ทั้ง ไทย-ลาว  

    แก่งเข็ม มีความน่าสนใจเป็นจุดที่แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและ สปป ลาว ผ่านวิถีชีวิตคนชายแดน แบบบ้านๆ ผ่านริมน้ำเหืองที่เดินทางมาเล่นน้ำด้วยกันแบบความสัมพันธ์บ้านๆ สำหรับช่วงสงกรานต์นี้ จะมีนักท่เงที่ยวหลังไหลมาคาดว่าจะมีกว่า 500-700 คน ในพื้นที่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย ในช่วงเวลาที่เปิดบริการ
        
    สำหรับการเดินทาง จากตัวอำเภอด่านซ้าย ให้มุ่งหน้าไปทาง ต.นาดี เพื่อไปแก่งเข็ม และสามารถวิ่งเลาะตามแนวชายแดนต่อไปยังบ้านปากหมันได้ แล้วจะเจอแก่งเข็ม ที่บรรยากาศริมน้ำเหืองชายแดนไทย ลาว
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/472561&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2X5WtyOuiJQ1aMmBrxcDvY

  • ‘ดร.ยงยุทธ’ เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่รับสงกรานต์คาดเงินสะพัดหลายล้าน | เดลินิวส์

    ‘ดร.ยงยุทธ’ เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่รับสงกรานต์คาดเงินสะพัดหลายล้าน | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 11 เมษายน นายอิทธิพล ศรีสองสม หรือเลขาเอ็ม เลขานุการของ ดร.ยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา และ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดตลาดนัดชุมชนเพื่อเกษตรกร บ้านแม่สาด ต.แม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย โดยตลาดนัดชุมชนบ้านแม่สาดเกิดจากดำริริเริ่ม ของ ดร.ยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนให้มีสถานที่จัดจำหน่ายสินค้าการเกษตร พืชผักสวนครัว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผักปลอดสารพิษที่เกษตรกรในพื้นที่ปลูก โดยสินค้าทั้งหมดมาจากในพื้นที่ สร้างรายได้ดันเม็ดเงินเสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากให้พื้นที่ ตลาดนัดจัดขึ้นบริเวณหน้าวัดบ้านแม่สาด ต.แม่กรณ์ ทุกวันที่ ของเดือน นักท่องเที่ยวสามารถมาจับจ่ายซื้อผลิตผลทางการเกษตรทั้งปลอดสารพิษและออแกนิกส์ได้ตลอดทั้งปี

    จากนั้นมีพิธีเปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ใกล้ตัวเมืองเชียงราย ของตำบลแม่กรณ์ และเป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่คือ “ ท่ามะม่วงขาว ” เป็นแหล่งท่องเที่ยวจากธรรมชาติ มีน้ำใส สะอาด และมีคาเฟ่ตลอดเส้นทาง มีร้านอาหารให้บริการทั้งรูปแบบแพ และ รูปแบบร้าน ที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวถึง 500 คน ต่อวัน นำเม็ดเงินไหลเข้าสู่ท้องถิ่นหลายล้าน โดยเส้นทางการเดินทางมุ่งหน้าสู่ตำบลแม่กรณ์ผ่านบ้านเมืองรวงเข้าสู่บ้านแม่สาด โดยใช้ถนนสายเด่นห้า-ดงมะดะ สงกรานต์นี้ใครยังไม่มีแพลน ที่นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5773747/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wqQGFI0akn1EXEsEKixRi