Category: ท่องเที่ยว

  • คนไทยแห่กลับบ้าน-เที่ยวสงกรานต์ ดันยอดใช้รถไฟพุ่งกว่า 9.5 หมื่นรายในวันเดียว

    คนไทยแห่กลับบ้าน-เที่ยวสงกรานต์ ดันยอดใช้รถไฟพุ่งกว่า 9.5 หมื่นรายในวันเดียว

    คนไทยแห่กลับบ้าน-เที่ยวสงกรานต์ ดันยอดใช้รถไฟพุ่งกว่า 9.5 หมื่นรายในวันเดียว

    การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภาพรวมการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำวันที่ 11 เมษายน 2569 พบว่า 

    มีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 95,309 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารในขบวนรถปกติ จำนวน 94,545 คน และขบวนรถเสริมพิเศษ จำนวน 764 คน

    โดยเป็นผู้โดยสารขาเข้า จำนวน 42,859 คน และผู้โดยสารขาออก จำนวน 52,450 คน 

    สะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาลที่ยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ เส้นทางที่มีปริมาณผู้โดยสารหนาแน่นสูงสุด ได้แก่ สายใต้ จำนวน 34,714 คน

    รองลงมาคือสายตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 26,064 คน สายเหนือ จำนวน 17,693 คน สายตะวันออก จำนวน 10,157 คน

    สายมหาชัย จำนวน 5,529 คน และสายแม่กลอง จำนวน 1,152 คน ตามลำดับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/656422&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OKBLoSuce6oFaiR_PZtL7

  • ต้องแยกตั้ง “กระทรวงกีฬา” หากอยากพัฒนาคนไทย สู่ความเป็นเลิศ

    ต้องแยกตั้ง “กระทรวงกีฬา” หากอยากพัฒนาคนไทย สู่ความเป็นเลิศ

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-238&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34TN980KbNYdSIc2x7t-2c

  • การท่องเที่ยวสีเขียว (Net Zero Tourism) เที่ยวอย่างไรให้รักษ์โลก

    การท่องเที่ยวสีเขียว (Net Zero Tourism) เที่ยวอย่างไรให้รักษ์โลก

    การท่องเที่ยวสีเขียว (Net Zero Tourism) เที่ยวอย่างไรให้รักษ์โลก


    12/04/2569 | 57 |


    ในวันที่ธรรมชาติเริ่มส่งสัญญาณเตือนผ่านสภาพอากาศที่แปรปรวน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปี 2026 จึงไม่ได้มุ่งเน้นแค่จำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่ยุค “Net Zero Tourism” หรือการท่องเที่ยวที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เพื่อรักษาความงดงามของท้องทะเลและป่าไม้ให้ยั่งยืนตลอดไป

    หัวใจของการเป็น “นักท่องเที่ยวสีเขียว”

    การเที่ยวแบบรักษ์โลกไม่ใช่เรื่องยาก แต่คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยิ่งใหญ่:

    1. เลือกที่พักที่มีหัวใจสีเขียว (Green Hotels) ปัจจุบันโรงแรมหลายแห่งในไทยหันมาใช้พลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์ มีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ และยกเลิกการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic) การเลือกพักในสถานที่เหล่านี้คือการสนับสนุนธุรกิจที่รับผิดชอบต่อโลก

    2. การเดินทางที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Mobility) แทนที่จะเช่ารถยนต์ส่วนตัว ลองเปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ รถไฟฟ้า หรือการปั่นจักรยานชมเมือง นอกจากจะช่วยลดมลพิษแล้ว ยังทำให้เราได้สัมผัสวิถีชีวิตคนท้องถิ่นได้ใกล้ชิดขึ้น

    3. สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น (Zero Kilometer Products) เพื่อลดรอยเท้าคาร์บอนจากการขนส่ง และช่วยให้รายได้กระจายสู่ชุมชนโดยตรง

    แหล่งท่องเที่ยวต้นแบบ Net Zero ในไทย

    ประเทศไทยมีหลายพื้นที่ที่เริ่มนำร่องโมเดลการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เช่น:

    • เกาะหมาก จังหวัดตราด ที่ประกาศตัวเป็นแหล่งท่องเที่ยว Low Carbon แห่งแรกของไทย เน้นกิจกรรมที่ไม่ใช้เครื่องยนต์

    • คุ้งบางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ“ปอดกลางกรุง” ที่ส่งเสริมการปั่นจักรยานและกิจกรรมเชิงเกษตรที่ช่วยกักเก็บคาร์บอน

    • ชุมชนบ้านไร่กองขิง จังหวัดเชียงใหม่ ชุมชนท่องเที่ยวที่เน้นการใช้สมุนไพรพื้นบ้านและวิถีชีวิตแบบ Zero Waste

       เที่ยวแบบ “ได้” มากกว่า “เสีย”

    การท่องเที่ยวสีเขียวไม่ได้หมายถึงการประหยัดจนขาดความสนุก แต่มันคือการท่องเที่ยวที่ทำให้เรา “ได้” สัมผัสธรรมชาติที่บริสุทธิ์ “ได้” ความภูมิใจที่ได้ดูแลโลก และส่งมอบโลกที่สวยงามนี้ให้กับนักเดินทางรุ่นต่อไป


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/492708&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sXnb8-Io2R-hV8tJxd0HI

  • ไชโยจัดใหญ่! “มหัศจรรย์หาดพ่อพระราม วิถีสายน้ำแห่งไชโย” กระตุ้นท่องเที่ยวชุมชน

    ไชโยจัดใหญ่! “มหัศจรรย์หาดพ่อพระราม วิถีสายน้ำแห่งไชโย” กระตุ้นท่องเที่ยวชุมชน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/141213&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mBZBLPanEAXIknjrsKu_r

  • วันหยุดแรกสงกรานต์คนใช้ระบบรางกว่า 1 ล้านคน-เที่ยวต่ำคาด 12%

    วันหยุดแรกสงกรานต์คนใช้ระบบรางกว่า 1 ล้านคน-เที่ยวต่ำคาด 12%

    นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยข้อมูลภาพรวมการเดินทางด้วยระบบรางประจำวันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่สองของแผนอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาล สงกรานต์ 2569 ของกระทรวงคมนาคม ระหว่างวันที่ 1019 เมษายน 2569 และเป็นวันหยุดวันแรกของช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยบรรยากาศการเดินทางยังคงคึกคักต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า ประชาชนใช้บริการระบบรางอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเดินทางกลับภูมิลำเนา ควบคู่กับการท่องเที่ยวและเข้าร่วมกิจกรรมในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีปริมาณการเดินทางรวมทั้งสิ้น 1,008,625 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 11.42) แบ่งเป็น

    วันหยุดแรกสงกรานต์คนใช้ระบบรางกว่า 1 ล้านคน-เที่ยวต่ำคาด 12% ทั้งรฟท.-รถไฟฟ้าในเมือง

    – รถไฟระหว่างเมือง (รฟท.) มีผู้ใช้บริการรวม 95,309 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 13.19) โดยเป็นผู้โดยสารขาออก 52,450 คน-เที่ยว และขาเข้า 42,859 คน-เที่ยว แบ่งเป็นผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ 43,365 คน-เที่ยว และเชิงสังคม 51,944 คน-เที่ยว

    มีการจัดขบวนรถให้บริการรวม 210 เที่ยว (รวมขบวนพิเศษช่วยการโดยสาร 4 เที่ยว ได้แก่ สายเหนือ เชียงใหม่ กรุงเทพอภิวัฒน์ 1 ขบวน สายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพอภิวัฒน์ นครราชสีมา กรุงเทพอภิวัฒน์ 2 ขบวน และสายใต้ ยะลา กรุงเทพอภิวัฒน์ 1 ขบวน)

    โดยเส้นทางที่มีผู้ใช้บริการสูงสุด ได้แก่ สายใต้ รองลงมาคือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ สายเหนือ สายตะวันออก และสายมหาชัย/แม่กลอง ตามลำดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้

    สายใต้: 34,714 คน-เที่ยว (ขาออก 17,204 คน-เที่ยว / ขาเข้า 17,510 คน-เที่ยว) รวม 63 ขบวน

    สายตะวันออกเฉียงเหนือ: 26,064 คน-เที่ยว (ขาออก 15,910 คน-เที่ยว / ขาเข้า 10,154 คน-เที่ยว) รวม 48 ขบวน

    สายเหนือ: 17,693 คน-เที่ยว (ขาออก 9,990 คน-เที่ยว / ขาเข้า 7,703 คน-เที่ยว) รวม 33 ขบวน

    สายตะวันออก: 10,157 คน-เที่ยว (ขาออก 5,978 คน-เที่ยว / ขาเข้า 4,179 คน-เที่ยว) รวม 24 ขบวน

    สายมหาชัยและสายแม่กลอง: 6,681 คน-เที่ยว (ขาออก 3,368 คน-เที่ยว/ ขาเข้า 3,313 คน-เที่ยว) รวม 42 ขบวน

    – ระบบรถไฟฟ้า

    มีผู้ใช้บริการรวม 913,316 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 11.23) โดยภาพรวมสามารถให้บริการได้ตามแผน และไม่มีเหตุขัดข้อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    สายสีเขียว: 451,368 คน-เที่ยว ให้บริการ 1,088 เที่ยว (สายสุขุมวิท 750 เที่ยว และสายสีลม 338 เที่ยว)

    สายสีน้ำเงิน: 266,771 คน-เที่ยว ให้บริการ 318 เที่ยว

    ARL: 52,150 คน-เที่ยว ให้บริการ 174 เที่ยว

    สายสีม่วง: 35,357 คน-เที่ยว ให้บริการ 232 เที่ยว

    สายสีเหลือง: 31,553 คน-เที่ยว ให้บริการ 216 เที่ยว

    สายสีแดง: 25,409 คน-เที่ยว ให้บริการ 294 เที่ยว (เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์รังสิต 178 เที่ยว และ ตลิ่งชัน 116 เที่ยว)

    สายสีทอง: 12,838 คน-เที่ยว (สูงกว่าประมาณการร้อยละ 60.48 ให้บริการ 220 เที่ยว (รวมรถเสริม 3 เที่ยว รองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม )

    นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันหยุดแรกของเทศกาลสงกรานต์ นอกจากการเดินทางกลับภูมิลำเนาแล้ว พบว่ามีประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัดต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และยังพบว่าประชาชนเริ่มออกมาร่วมกิจกรรมเทศกาลในหลายพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้สถานีรถไฟฟ้าบางแห่งที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่จัดงานมีผู้ใช้บริการหนาแน่นเป็นพิเศษในบางช่วงเวลา

    ขร. จึงได้กำชับผู้ให้บริการรถไฟฟ้าทุกสาย จัดเตรียมแผนและมาตรการบริหารจัดการฝูงชน (Crowd Control) อย่างเข้มงวด โดยเน้นการจัดระเบียบการเข้าออกสถานี การเพิ่มเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และการบริหารจัดการการระบายผู้โดยสาร เพื่อป้องกันความแออัด ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการเบียดเสียดหรือพลัดตกราง พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้บริการหลีกเลี่ยงการยืนใกล้ขอบชานชาลาหรือขอบสถานีและยืนรอรถไฟฟ้าหลังเส้นสีเหลืองตลอดเวลา และเทน้ำลงในภาชนะที่ทางผู้ให้บริการจัดเตรียมไว้ก่อนเข้าระบบรถไฟฟ้า ทั้งนี้ หากพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือตกอยู่ในสภาวะที่ไม่พร้อมในการเดินทางบนชั้นชานชาลา ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานีทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือและป้องกันเหตุได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้การเดินทางในช่วงเทศกาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย

    นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า คาดว่าการเดินทางในวันนี้จะยังคงมีผู้ใช้บริการรถไฟระหว่างเมืองอย่างต่อเนื่อง โดย รฟท. ได้พ่วงตู้โดยสารเพิ่มเติมในขบวนที่มีผู้โดยสารหนาแน่น และเตรียมขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารเพิ่มอีก 3 ขบวน สำหรับรองรับการเดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร ได้แก่

    ขบวนที่ 973 กรุงเทพอภิวัฒน์ นครราชสีมา เวลา 09.20 น.

    ขบวนที่ 5 กรุงเทพอภิวัฒน์ เชียงใหม่ เวลา 19.05 น.

    ขบวนที่ 983 กรุงเทพอภิวัฒน์ ยะลา เวลา 19.30 น.

    ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ในเส้นทางรถไฟ พบว่ายังคงมีบางพื้นที่ที่มีการนำเศษหิน เศษไม้ หรือสิ่งของไปวางกีดขวางบนทางรถไฟ รวมถึงเหตุการณ์ไฟไหม้หญ้าหรือการเผาขยะในพื้นที่ใกล้เขตทางรถไฟ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่อันตรายอย่างยิ่งและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงขั้นขบวนรถตกรางแล้ว กลุ่มควันยังส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยในการขับขี่ของพนักงานขับรถ และความร้อนอาจสร้างความเสียหายต่อระบบอาณัติสัญญาณและระบบสื่อสารริมทาง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสารจำนวนมาก

    ขร. จึงขอเตือนให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวโดยเด็ดขาด ทั้งการกีดขวางบนทางรถไฟและการจุดไฟเผาในเขตทางหรือพื้นที่ใกล้เคียงเส้นทางรถไฟ และขอความร่วมมือช่วยกันเฝ้าระวัง หากพบเห็นการกระทำลักษณะนี้ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เนื่องจากเป็นความผิดตามกฎหมายและมีโทษทางอาญา ทั้งนี้ ได้กำชับให้ รฟท. เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของระบบรางในช่วงเทศกาล

    นายพิเชฐ กล่าวปิดท้ายว่า กรมการขนส่งทางรางได้กำชับผู้ให้บริการระบบรางทุกหน่วยงาน ให้รักษามาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียมความพร้อมด้านขบวนรถ บุคลากร และแผนรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชนให้เผื่อเวลาในการเดินทาง ตรวจสอบข้อมูลเที่ยวรถล่วงหน้า รวมถึงดูแลรักษาสุขภาพและดื่มน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและป้องกันภาวะโรคลมแดด (Heat Stroke) ตลอดจนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบราง โดยเฉพาะการเข้าใกล้เขตทางรถไฟหรือวางสิ่งของกีดขวางบนราง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและมีความผิดตามกฎหมาย เพื่อให้การเดินทางในช่วงสงกรานต์เป็นไปด้วยความปลอดภัย เรียบร้อย และราบรื่น พร้อมได้ใช้เวลาอย่างมีความสุขร่วมกับครอบครัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq01/12806356&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GqXnAn4dAoYD3krL6X7-Z

  • ด่านเบตง! คึกคักชาวมาเลเซียแห่เดินทางมาเล่นน้ำเทศกาลสงกรานต์

    ด่านเบตง! คึกคักชาวมาเลเซียแห่เดินทางมาเล่นน้ำเทศกาลสงกรานต์

    ด่านพรมแดนอำเภอเบตง จ.ยะลา คึกคัก นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย จำนวนมากเดินทางมายัง อ.เบตง จ.ยะลา  ในช่วงวันสงกรานต์ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในวันนี้ ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์ฉีดน้ำร้านจำหน่ายเสื้อผ้าลายดอก มีนักท่องเที่ยวคึคักมากเป็นพิเศษ

    12 เมษายน  2569 – ที่ ด่านพรมแดนเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านบูกิตบือราปิต รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ต่างเดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศคึกคัก ทั้งนักท่องเที่ยวและรถบัสทัวร์ รถส่วนบุคคล ที่ต่างทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพื่อร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ที่ อ.เบตง จ.ยะลา อย่างต่อเนื่อง โดยมี พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจจิตอาสา  ทหารป้องกันชายแดน  ได้มอบน้ำดื่ม อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมายังด่านพรมแดนเบตงในช่วงเทศกาลสงกรานต์  พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง ตรวจสอบประวัติบุคคลอย่างรัดกุม  และการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์อย่างเข้มงวด  เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ประมาณ 3,000 – 5,000 คน ในวันนี้

    ด้านนายนรินทร์ เรืองวงศา  นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง กล่าวว่า ในช่วงนี้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางท่องเที่ยวอำเภอเบตงอย่างต่อเนื่อง ห้องพักตามโรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ กว่า 4,000 ห้อง  ถูกนักท่องเที่ยวจองไปแล้ว กว่า 90%  ขณะที่ตามร้านขายอุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ต่างมีนักท่องเที่ยวมาเลือกซื้อ ไปกับการเลือกซื้อเส้อลายดอกเพื่อใส่น้ำสงกรานต์กันอย่างคึกคัก สร้างรายได้เข้าในพื้นที่กว่า 20 ล้านบาท 

    จากการสอบถามนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียในช่วงวิกฤตพลังงานกระทบต่อการเดินทางอย่างไรบ้าง  นาย Razak บอกว่า รัฐบาลมาเลเซียมีเชื้อเพลิงเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการภายในประเทศตลอดทั้งเดือน เม.ย.และ พ.ค. รัฐบาลมาเลเซียได้อุดหนุนราคาน้ำมัน โดยตรึงราคาน้ำมันเบนซิน RON95 ไว้ที่ 1.99 ริงกิตต่อลิตร สำหรับพลเมืองมาเลเซียได้ใช้อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมาเลเซียให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือสวัสดิภาพของประชาชน ตนจึงเลือกเติมน้ำมันที่ถูกที่สุดในการเดินทางมายัง อ.เบตง  เพื่อมาเล่นน้ำช่วงสงกรานต์และมาทานอาหารต้มยำกุ้งของโปรดของตน

    โดยวันนี้ นายใช้ วงศ์นิตยลัภย์ นายกเทศมนตรีเมืองเบตง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ภายใต้โครงการเทศกาลดอกไม้บานและแสง สี เสียง เสน่ห์เมืองเบตง SONGKRAN ALOHA BETONG 2026 โดยจัดขึ้นที่บริเวณหน้าหอนาฬิกาเทศบาลเมืองเบตง ใจกลางเมือง นับเป็นไฮไลต์สำคัญของเทศกาลสงกรานต์ของ อ.เบตง ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีกิจกรรมภายในงาน ทําบุญตักบาตร สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงดนตรีจากศิลปิน อุโมงค์น้ำยักษ์และปาร์ตี้โฟมกลางเมือง  โดยมีนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซียที่เดินทางจากมาเลเซียมายัง อ.เบตง เพื่อมาร่วมเล่นน้ำสงกรานต์รวมทั้งประชาชนชาวไทยในพื้นที่ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างคึกคักโดยวันนี้เป็นวันแรกนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและชาวไทยต่างทยอทเดินทางมาร่วมเล่นน้ำสงกรานต์มากขึ้นท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวและการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/979107/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1f-GkiD15Dt37zhT42Cv7A

  • เปิดให้เที่ยวผืนป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศฟรี เนื่องในโอกาส “วันครอบครัว” 14 เมษายน

    เปิดให้เที่ยวผืนป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศฟรี เนื่องในโอกาส “วันครอบครัว” 14 เมษายน

    “ลลิดา” เผย 14 เม.ย. นี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดให้เที่ยวผืนป่าอนุรักษ์ฟรีทั่วประเทศ รับ “วันครอบครัว” ให้คนไทยเข้าถึงพื้นที่ธรรมชาติได้มากขึ้น

    วันที่ 12 เมษายน 2569  นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดให้ประชาชนชาวไทยเข้าท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าบริการ เนื่องในโอกาส “วันครอบครัว” วันที่ 14 เมษายน 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติ

    มาตรการดังกล่าว ยกเว้นค่าบริการเข้าพื้นที่และค่ายานพาหนะ สำหรับบุคคลสัญชาติไทย ครอบคลุมพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ

    การเปิดให้เข้าพื้นที่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ เรียนรู้ระบบนิเวศ และตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ ควบคู่กับการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    “วันครอบครัวปีนี้ รัฐบาลอยากชวนพี่น้องประชาชนออกไปใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันในพื้นที่ธรรมชาติ เรียนรู้ และพักผ่อนอย่างมีคุณค่า พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรของประเทศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว

    ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฎระเบียบของพื้นที่ และช่วยกันรักษาความสะอาด เพื่อให้ผืนป่าอนุรักษ์ยังคงความสมบูรณ์สำหรับคนไทยทุกคนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2926314&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eSaU-z1scOChO5pm4nPYx

  • สงกรานต์ปี 69 เดินทางโดยรถไฟไม่คึกคักนัก เมื่อเทียบกับสงกรานต์ปีก่อนๆ

    สงกรานต์ปี 69 เดินทางโดยรถไฟไม่คึกคักนัก เมื่อเทียบกับสงกรานต์ปีก่อนๆ

    พิษณุโลก  บรรยากาศการเดินทางกับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวโดยรถไฟที่สถานีรถไฟพิษณุโลกแม้จะดูหนาแน่น แต่เมื่อเทียบกับสงกรานต์ปีก่อนๆจะไม่คึกคักมากนัก ด้วยปัจจัย น้ำมัน เศรษฐกิจ และค่าฝุ่น PM 2.5 ที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

    วันที่ 12 เมษายน 2569 บรรยากาศเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวโดยรถไฟสถานีรถไฟพิษณุโลก ปีนี้น้ำมันแพง ข้าวของก็ขึ้นราคา หลายท่านใช้บริการรถไฟแทนรถยนต์ส่วนตัว แม่การเดินทางจะเต็มเกือบทุกขบวน แต่เมื่อเทียบกับสงกรานต์ปีก่อนๆ ไม่คึกคักมากนัก

    นายปิยะพงษ์ คนหลัก นายสถานีรถไฟพิษณุโลก จากการเก็บสถิติการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ สงกรานต์ปี2569 นี้การเดินทางโดยรถไฟไม่คึกคักเหมือนสงกรานต์ปีก่อนๆ อาจจะเป็นเพราะปัจจัยน้ำมันและเศรษฐกิจ สินค้าหลายอย่างปรับราคาขึ้น ทำให้ประชาชนต้องประหยัดขึ้นเช่นกัน รวมถึงฝุ่นPM2.5 ที่พิษณุโลกที่ขึ้นสูง อาจจะกระทบกับผู้ที่อยากจะมาท่องเที่ยว แต่บรรยากาศเช้านี้การเดินทางก็ยังมีมากพอสมควร การรถไฟแห่งประเทศไทยพร้อมต้อนรับและบริการประชาชนอย่างเต็มที่ กลับบ้านเรารักรออยู่ ถึงการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เสริมรถไฟทั้งขาขึ้นและขาล่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยเฉพาะขบวนกรุงเทพฯอภิวัฒน์ได้เพิ่มมาหลายขบวนขณะที่สถานีพิษณุโลกได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยสำหรับผู้เดินทางเป็นพิเศษให้รปภ.กวดขัน ดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้บริการอย่างเต็มที่


    อนึ่ง ค่าฝุ่น PM 2.5 พิษณุโลกอยู่ในระดับ วิกฤตแดงมีผลกระทบต่อสุขภาพ มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็มแล้ว ล่าสุดเช้านี้เวลา 08:00 น ที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ สวนชมน่านของกรมควบคุมมลพิษ วัดได้ 110 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเมื่อเทียบกับ หลายวันที่ผ่านมา ค่าฝุ่น PM 2.5 ของจังหวัดพิษณุโลกอยู่ในระดับ 90 ถึง 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอย่างต่อเนื่อง มาทางจุดความร้อนที่ตรวจพบในเขตป่าอนุรักษ์ พื้นที่ทางการเกษตร ที่พบเพิ่มขึ้น วานนี้ 11 เมษายน 2569 จังหวัดพิษณุโลกตรวจพบจุดความร้อนถึง 58 จุด โดยพบมากในเขตป่าอนุรักษ์ 35 จุดรองมาป่าสงวน 18 จุด และพื้นที่เกษตร 3 จุด สปก.1 จุด ริมทางหลวง 1 จุด ทำให้ค่าฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ยของจ.พิษณุโลก อยู่ที่ 99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ

    …….

    แสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2026/04/12/194237&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WOFlEy-bwszr5ZE7YRexW

  • น้ำมันพุ่ง ฝุ่นกระทบ สงกรานต์เหนือสะเทือน

    น้ำมันพุ่ง ฝุ่นกระทบ สงกรานต์เหนือสะเทือน

    ฝุ่นกระทบหนัก สงกรานต์เหนือสะเทือน

    สงกรานต์เหนือสะเทือน! เชียงใหม่–เชียงราย ยอดจองโรงแรมทรุด พิษสงคราม-น้ำมันแพง-ฝุ่นควัน

    สงกรานต์เหนือส่อเงียบ! เชียงใหม่–เชียงราย ยอดจองโรงแรมทรุดเหลือ 30–50% พิษสงครามตะวันออกกลาง-น้ำมันแพง-ฝุ่นควัน ฉุดท่องเที่ยวไตรมาส 2

    “สงกรานต์เชียงใหม่-เชียงราย” ส่อแววเงียบเหงา หลังเจอปัญหา 2 เด้งจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันแพง-ปัญหาฝุ่นพิษวิกฤติปกคลุมเมืองยาวนานกว่าครึ่งเดือน 

    ไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดเชียงใหม่ในปีนี้เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน คาดว่าจะเงียบเหงา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวเอเชียที่เคยนิยมเดินทางมาในช่วงเวลาดังกล่าวน่าจะหายไปไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ประกอบกับจังหวัดเชียงใหม่ยังประสบปัญหาฝุ่นพิษสูงเกินค่ามาตรฐานติดต่อกันมานานกว่าครึ่งเดือน ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการเข้ามาในพื้นที่

    Severe-air-pollution-impacts-northern-Thailand's-Songkran-festival-SPACEBAR-Photo05.jpg

    “จากการสำรวจธุรกิจโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 100 แห่งในปีที่ผ่านมา งานประเพณีปี๋ใหม่เมือง มีอัตราเข้าพักอยู่ที่ร้อยละ 90 แต่ปีนี้กลับพบว่าอัตราเข้าพักยังอยู่ที่ร้อยละ 30-50 เท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ หายไปมากกว่าร้อยละ 50 ส่วนหนึ่งเพราะราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ทำให้เกิดการชะลอการเดินทางออกนอกพื้นที่ แม้ว่าขณะนี้เป็นโค้งสุดท้ายที่เข้าสู่งานประเพณีปี๋ใหม่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่ ก็ไม่สามารถเพิ่มยอดจองห้องพักได้ แม้ว่าจะลดราคาก็ตาม” 

    “ปี 2538 จังหวัดเชียงใหม่ มีรายได้ช่วงงานประเพณีปี๋ใหม่เมืองเกือบ1,000 ล้านบาท แต่ในปีนี้คาดหวังว่าอยากให้แตะที่ร้อยละ 60 ของรายได้ในปีก่อน และเชื่อว่าธุรกิจโรงแรมหลายแห่งต่างเริ่มประสบปัญหาต้นทุนขยับรอบด้าน และก็ยังกังวลว่า ในรอบคูเมืองคนจะมาขับรถเหมือนทุกปีหรือไม้ กิจกรรมต่างๆ ที่เตรียมไว้จะมีคนมาร่วมมากน้อยขนาดไหน รวมถึงถนนคนเดินที่เป็นสีสันก็เงียบเหงา ซึ่งเชื่อว่าจะกลายเป็นผลกระทบลูกโซ่ไปยังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ทั้งระบบในช่วงไตรมาสที่2 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้“ ไพศาล กล่าว 

    Severe-air-pollution-impacts-northern-Thailand's-Songkran-festival-SPACEBAR-Photo04.jpg

    วิโรจน์ ชายา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าปัญหาราคาน้ำมันแพง และน้ำมันขาดแคลน ก่อให้เกิดภาวะช็อกอย่างไม่คาดคิด แม้จะเป็นช่วงที่จัดงานเทศกาลท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย 

    “กิจกรรมที่คนไทยเคยปฎิบัติ เช่นการเดินทางมาท่องเที่ยว และกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์ต่างถูกยกเลิกไป เพราะไม่มั่นใจต่อการเดินทาง และต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยคาดว่านักท่องเที่ยวตลาดหลัก คือ ชาวไทย น่าจะหายไปกว่าร้อยละ 90 ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแทบจะไม่มีเลย”

    Severe-air-pollution-impacts-northern-Thailand's-Songkran-festival-SPACEBAR-Photo06.jpg

    ธุรกิจโรงแรมในจังหวัดเชียงราย ถูกยกเลิกห้องพักในช่วงเกิดสงครามตะวันออกกลาง และกระทบยาวมาจนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยขณะนี้มียอดจองเพียงร้อยละ 30-40 เท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีอัตราเข้าพักสูงถึงร้อยละ 80 

    “ตอนนี้ต้องเร่งหากรือกับผู้ประกอบการในพื้นที่ ร่วมกันจัดโปรโมชั่น หรือจัดทำแพคเกจ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวตลาดคนไทย ซึ่งจำนวนห้องพักที่มีถึง 18,000 ห้อง ที่พร้อมรับลูกค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต่างพบว่า ยอดจองห้องพักไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด”

    Severe-air-pollution-impacts-northern-Thailand's-Songkran-festival-SPACEBAR-Photo01.jpg

    การันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า ในช่วงงานประเพณีปี๋ใหม่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 10–19 เมษายน 2569 คาดว่าจะมีเที่ยวบินเฉลี่ย 177 เที่ยวบินต่อวัน และมีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 22,104 คนต่อวัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณร้อยละ 9 

    แต่สายการบินได้เพิ่มเที่ยวบินพิเศษจากตารางบินปกติรวม 39 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ 38 เที่ยวบิน และเที่ยวบินระหว่างประเทศเส้นทางเชียงใหม่–หัวเหลียน (ไต้หวัน) 1 เที่ยวบิน เพื่อรองรับความต้องการเดินทางในช่วงงานประเพณีปี๋ใหม่เมืองด้วย 

    Severe-air-pollution-impacts-northern-Thailand's-Songkran-festival-SPACEBAR-Photo07.jpg

    สงกรานต์ปี 2567 ถือว่าเป็นปีที่การท่องเที่ยวภาคเหนือฟื้นตัวแรงหลังโควิดโรงแรมในเชียงใหม่มีรายงานอัตราเข้าพักสูงถึง 90% ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะย่านเมืองเก่าและรอบคูเมือง ขณะที่ข้อมูลภาพรวมภาคเหนือจากรายงานธนาคารกรุงเทพระบุว่า ไตรมาสที่ 2 ปี 2567 (Q2/2024) มีค่าเฉลี่ย occupancy ประมาณ 59.3% และช่วงเทศกาลมักสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายไตรมาสมาก

    และปีที่ผ่านมา 2568 ยังถือว่าดีใกล้เคียงปีก่อน โรงแรมช่วงสงกรานต์โดยทั่วไปอยู่ประมาณ 70–90% โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างเชียงใหม่ยังอยู่ในระดับสูง แต่ปีนี้ถือว่า ลดลงแรงมากจากหลายปัจจัยทั้งจากสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน และฝุ่น PM2.5

    #เชียงใหม่ #เชียงราย #แอ่วเหนือ #สงกรานต์ #เที่ยวสงกรานต์ #สงกรานต์2569 #สงครามอิหร่าน #ราคาน้ำมัน #SpacebarBigCity #Spacebar

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/severe-air-pollution-impacts-northern-thailand-songkran-festival&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2h1e9gYURsv-Dzr-rMd-K8

  • 14 เม.ย. เที่ยวฟรีอุทยานทั่วประเทศ วันครอบครัว เปิดป่าธรรมชาติให้คนไทยเข้าฟรี

    14 เม.ย. เที่ยวฟรีอุทยานทั่วประเทศ วันครอบครัว เปิดป่าธรรมชาติให้คนไทยเข้าฟรี

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/141188&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3E7BsTX3J48HFdl_gVrxyL