Category: ท่องเที่ยว

  • “มหาหมอลำเฟสติวัล” @ หนองคาย Soft Power ไทย-สปป.ลาว

    “มหาหมอลำเฟสติวัล” @ หนองคาย Soft Power ไทย-สปป.ลาว

    “หมอลำ นอกจากจะเป็นตัวแทนสื่อถึง “อัตลักษณ์ความเป็นอีสาน” แล้ว ยังเป็นศิลปะการแสดงที่เชื่อมสายสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้อง สองฝั่งโขง ประเทศไทย และ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว อีกด้วย” นี่คือบทพิสูจน์ที่ได้เห็นประจักษ์จากการได้ร่วมเดินทางไปสัมผัสกับความม่วนที่งาน “มหาหมอลำเฟสติวัล” (Maha Morlum Festival) ภายใต้โครงการยกระดับเทศกาลสู่ระดับสากล กรณีศึกษามหาหมอลำ คอนเซปต์ “ม่วนชื่นมหาหมอลำ สัมผัสวัฒนธรรมสองฝั่งโขง” ซึ่งจัดขึ้นโดย สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทุนจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ภายใต้โครงการ “Art and Creative Industrial Accelerator” ด้วย

    สำหรับโครงการยกระดับเทศกาลสู่ระดับสากล กรณีศึกษามหาหมอลำ คอนเซปต์ “ม่วนชื่นมหาหมอลำ สัมผัสวัฒนธรรมสองฝั่งโขง” ที่จัดขึ้น ณ จังหวัดหนองคาย ในครั้งนี้ นอกจากจะได้ชมการแสดงของศิลปินชื่อดังในเทศกาล “มหาหมอลำเฟสติวัล” ทั้งจาก สปป.ลาว และคณะหมอลำของไทยแล้ว สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ยังได้เปิดตัวโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “ม่วนชื่นมหาหมอลำ สัมผัสวัฒนธรรมสองฝั่งโขง” ที่ได้พานักท่องเที่ยวข้ามพรมแดนไปดื่มด่ำมนต์เสน่ห์แห่งลุ่มน้ำโขง ณ นครหลวงเวียงจันทน์ พร้อมสัมผัสรากเหง้าศิลปะการแสดงพื้นบ้านกันแบบจัดเต็มอีกด้วย

    อาจารย์ทม เกตุวงศา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

    อาจารย์ทม เกตุวงศา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวถึงการจัดโครงการยกระดับเทศกาลสู่ระดับสากล กรณีศึกษามหาหมอลำ คอนเซปต์ “ม่วนชื่นมหาหมอลำ สัมผัสวัฒนธรรมสองฝั่งโขง” ที่จัดขึ้น ณ จังหวัดหนองคาย และเปิดตัวโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ไทย-สปป.ลาว ว่า

    “โครงการมหาหมอลำเฟสติวัล” (Maha Morlum Festival) กำหนดจัดขึ้นในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัดในภาคอีสาน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อดึงเอาเอกลักษณ์และความโดดเด่นของแต่ละพื้นที่ มาจัดแสดงในรูปแบบของ “เทศกาลมหาหมอลำ” ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลา ครั้งที่ 1 จัดไปเมื่อวันที่ 13 – 14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่ง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เปิดสอนหลักสูตรหมอลำมาเป็นเวลานาน ในโอกาสนี้ ทาง สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน จึงได้รวบรวมทั้งศิษย์เก่า ศิลปินหมอลำชื่อดัง และศิลปินพื้นบ้านของจังหวัดมาร่วมแสดงบนเวทีหมอลำเดียวกัน นับเป็นการเชิดชูและยกระดับให้เป็นเทศกาลมหาหมอลำครั้งแรกของจังหวัดมหาสารคาม พร้อมทั้งมีการจัดการท่องเที่ยว “เส้นทางมหาหมอลำ” เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสวัฒนธรรมเมืองตักสิลานครอย่างแท้จริง” 

    “มาในครั้งนี้ ทาง สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน ต้องการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  เราจึงเลือกจัด “เทศกาลมหาหมอลำ” ที่จังหวัดหนองคาย (วันที่ 5 – 6 เมษายน 2569) สำหรับการจัดงานที่หนองคาย เป็นการจัดเทศกาล “มหาหมอลำเฟสติวัล” ภายใต้คอนเซปต์ “ม่วนชื่นมหาหมอลำ สัมผัสวัฒนธรรมสองฝั่งโขง” งานนี้ได้รับเกียรติจากศิลปินหมอลำทั้งจากประเทศไทย “ปลาย กนกพร” และคณะหมอลำ “รัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์” และศิลปินจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  เช่น จิมมี่ สิทธิพร รวมถึงสมาคมเสียงแคนลาว มาร่วมสร้างสีสันความบันเทิงตลอดคืนในเทศกาลหมอลำริมฝั่งแม่น้ำโขง”

    “โดยโครงการยกระดับเทศกาลสู่ระดับสากล กรณีศึกษามหาหมอลำ คอนเซปต์ “ม่วนชื่นมหาหมอลำ สัมผัสวัฒนธรรมสองฝั่งโขง” ที่จัดขึ้นพร้อมโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทริปสุดท้ายที่ จังหวัดนครพนม ในธีม “สัมผัสวัฒนธรรมนาคาวิถี” โดยจะดึงเอาความโดดเด่นและอัตลักษณ์ของจังหวัดนครพนมมาเชิดชูและนำเสนอผ่านเทศกาลมหาหมอลำอย่างยิ่งใหญ่”

    ถอดบทเรียน การใช้ วัฒนธรรมหมอลำ เป็นสื่อ เชื่อมความสัมพันธ์ สร้างรายได้จากเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ไทย-สปป.ลาว

    อาจารย์ทม ยังชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญในการใช้ วัฒนธรรมหมอลำ ซึ่งเป็น Soft power ที่ทั้งประเทศไทย และ สปป.ลาว มีเหมือนกันมาเป็นเครื่องมือในการเชื่อมความสัมพันธ์และพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ร่วมกันว่า

    “เราสามารถใช้ วัฒนธรรมหมอลำ เป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวลาว และนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมายัง 2 ประเทศได้ เพราะ “หมอลำและเสียงแคน” เป็น “วัฒนธรรมร่วม” ของทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว ที่สามารถเชื่อมโยงกันได้โดยไม่ต้องมีกำแพงทางภาษา”

    “ดังนั้น การจัดเทศกาลหมอลำจึงไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่เป็นเครื่องมือดึงดูดคนให้มาสัมผัสวิถีชีวิตของทั้งทางอีสานฝั่งไทย และทางฝั่งลาวได้ ซึ่งเห็นได้ชัดจากการที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดเทศกาลมหาหมอลำเฟสติวัล ที่มีคนจากฝั่งลาวข้ามมาดูหมอลำคณะใหญ่ของไทยซึ่งหาดูได้ยากในฝั่งลาว โดยยอมรอจนด่านเปิดตอนเช้าถึงจะเดินทางกลับ”

    “และการใช้เทศกาลหมอลำและการจัดทริปท่องเที่ยวสองฝั่งโขงนี้ ยังเป็นการทำให้เกิดร่วมมือระหว่างประเทศ เพราะผู้จัดงานได้เชิญศิลปินหมอลำที่มีชื่อเสียงจากฝั่งลาว เช่น จิมมี่ สิทธิพล และศิลปินจากสมาคมเสียงแคนลาว มาร่วมแสดง เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรร”ม

    “ส่วนการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวนั้น แน่นอนว่าสำหรับการจัดเส้นทางท่องเที่ยวหนองคาย-นครหลวงเวียงจันทน์ ครั้งล่าสุดนี้ เราต้องการเชื่อมโยง “วัฒนธรรมสองฝั่งโขง” โดยนักท่องเที่ยวสามารถข้ามไปเที่ยวสถานที่ประวัติศาสตร์ในเวียงจันทน์ สปป.ลาว ในแบบ One day trip จากนั้นกลับมาพักและดูหมอลำที่ฝั่งไทยได้อย่างสบายๆ”

    นอกจากนั้น ภายใต้โครงการยกระดับเทศกาลสู่ระดับสากล กรณีศึกษามหาหมอลำ เราได้วางวัตถุประสงค์อีกด้านไว้ด้วย นั่นคือ การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สนใจและเข้าถึง “วิถีหมอลำ” ได้ลึกซึ้งกว่าแค่ความสนุกสนาน จึงมีการปรับเอาเทคโนโลยีมาใช้ในเทศกาล เช่น

    • เทคโนโลยี VR (Virtual Reality): เพื่อจำลองบรรยากาศหมอลำ 3 รูปแบบ คือ นิทรรศการเสมือนจริง, หมอลำแบบดั้งเดิม (หมอลำหมู่-หมอลำกลอน) และหมอลำสมัยใหม่ ให้คนได้เรียนรู้ก่อนชมการแสดงจริง
    • Projection Mapping: การยิงแสงสีเล่าเรื่องราวลงบนพื้น อาคาร หรือแม่น้ำ เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจและดึงดูดความสนใจของผู้คน
    • การจัด Workshops: สาธิตดนตรี ลายแคน และท่าเต้นบนเวที เพื่อให้คนดูเข้าใจที่มาและศิลปะของหมอลำมากขึ้น

    “ส่วนในด้านการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวนั้น เราตั้งใจที่จะทดลองทำ “ทริปนำร่อง” เพื่อส่งต่อโมเดลให้ภาคธุรกิจนำไปต่อยอดบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เช่น การออกแบบแพคเกจท่องเที่ยวโดยอิงกับเทศกาลมหาหมอลำ ที่ในทริปสองฝั่งโขงนี้ เราได้พาผู้เข้าร่วมทริปไปทำกิจกรรมหลากหลาย ทั้งกิจกรรมท่องเที่ยวที่พาข้ามไปนครหลวงเวียงจันทน์ เดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญ กินเฝอ แล้วหลับมาเที่ยวงานเทศกาลมหาหมอลำ พักค้างคืนที่โรงแรมในตัวเมืองหนองคาย จากนั้นปิดทริปด้วยการพาไปทำกิจกรรมที่ชุมชนบ้านปะโคเหนือ ซึ่งเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนในท้องถิ่น โดยทั้งหมดนี้นักท่องเที่ยวจ่ายเพียง 3,999 บาท เท่านั้น”

    “และในอนาคต เราได้ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ เส้นทางกรุงเทพฯ-อุดรฯ-หนองคาย โดยในทรืปนี้จะมีการจัดโปรแกรมเสริม (Add-on) สำหรับผู้ที่ต้องการข้ามไปฝั่งลาวเป็นทางเลือกด้วย”

    ดังนั้น ในมุมมองของอาจารย์ทม มองว่า การแสดงหมอลำ เป็นมากกว่าการแสดงบนเวที แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ผ่านการท่องเที่ยว ที่มีการนำเนื้อหา (Storytelling) และเทคโนโลยีมาปรับใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์และรักษาวัฒนธรรมสองฝั่งโขงให้คงอยู่ได้อย่างยั่งยืนด้วย

    แชร์มุมมองจากศิลปินหมอลำ สปป.ลาว กับความประทับใจในฐานะ “บ้านพี่เมืองน้อง” ที่ผูกร้อยด้วย “หมอลำและเสียงแคน”

    .ในเทศกาลมหาหมอลำเฟสติวัล ที่จัดขึ้นที่จังหวัดหนองคายในครั้งนี้ เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ 2 ศิลปินหมอลำจากทางฝั่ง สปป.ลาว ที่มาสะท้อนมุมมอง 2 ด้าน หมอลำรุ่นใหม่และหมอลำแบบดั้งเดิม ท่านแรก คือ จิมมี่ สิทธิพล “หมอลำอินดี้” จากฝั่งลาวที่คลุกคลีกับการร้องเพลงมาเกือบ 10 ปี โดยจิมมี่เริ่มร้องเพลงตั้งแต่อยู่ชั้น ม.4 และเชื่อว่าพรสวรรค์นี้มาทาง “สายเลือด” เนื่องจากแม่และลุงเป็นคนชอบร้องเพลง แม้จะไม่ได้เป็นศิลปินมืออาชีพก็ตาม

    จิมมี่ สิทธิพล “หมอลำอินดี้”

    “ผมฝึกฝนการร้องมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นอาชีพหลักในปัจจุบันครับ ตอนนี้ผมมีฐานแฟนคลับกว้างมาก โดยผลงานเพลงและมิวสิกวิดีโอ (MV) ในช่อง YouTube มียอดวิวประมาณ 60-70 ล้านวิว ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในลาวที่มีประมาณ 7-8 ล้านคน และในการแสดงตอนนี้ ผมได้นำศิลปะดั้งเดิมมาเข้ากับการร้องหมอลำด้วย อย่าง “ลำตั้งหวาย” ซึ่งดั้งเดิมจะมีจังหวะช้าและใช้แคนเพียงอย่างเดียว แต่เรามาเพิ่มจังหวะให้เร็วขึ้นและใส่ดนตรีร่วมสมัยเข้าไปเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย”

    “โดยส่วนตัวมองว่าหมอลำทางฝั่งไทยและลาวแทบไม่ต่างกันทั้งสำเนียงและลักษณะกลอนลำ เพลงจากฝั่งไทย คนลาวก็ฟังรู้เรื่อง ขณะที่เพลงจากฝั่งลาว คนไทยก็ฟังรู้เรื่องได้โดยไม่ต้องแปล ดังนั้น “เสียงเพลงจึงไม่มีพรมแดน” และในปัจจุบันโซเชียลมีเดียทำให้การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ช่วยให้คนทั้งสองฝั่งสื่อสารและเข้าใจกันง่ายขึ้น และงานเทศกาลมหาหมอลำที่จัดขึ้นนี้ ยังเป็นโอกาสให้ ไทย-สปป.ลาว ได้แลกเปลี่ยนศักยภาพศิลปิน และการที่ผมได้รับเชิญมาแสดงที่หนองคาย ถือเป็นการให้ความสำคัญและให้โอกาสศิลปินหมอลำลาวอย่างผมได้มาแสดง เป็นตัวแทนศิลปินลาวที่ได้มาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้วย”

    ดาหวัน วิจิตรวงสา หมอลำและคณะกรรมการสมาคมเสียงแคนลาว

    ด้าน ดาหวัน วิจิตรวงสา หมอลำและคณะกรรมการสมาคมเสียงแคนลาว สะท้อนมุมมองน่าสนใจในการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มาเรียนรู้ในศาสตร์ “หมอลำ” โดยแม่ดาหวันเริ่มเล่าประวัติการมาเป็น “หมอลำ” ของตนเองก่อนว่าเริ่มเป็นหมอลำตั้งแต่อายุเพียง 6 ปี เพราะเห็นคุณแม่ร้องลำในฐานะหมอลำ จึงซึมซับและมีสำนึกรักในศิลปะแขนงนี้มาตั้งแต่เด็กโดยธรรมชาติ และพรสวรรค์ของแม่ดาหวันก็เปล่งประกายในสมัยเรียน โดยสามารถนำบทเรียนมาเล่าเป็นกลอนลำได้โดยไม่ต้องแต่งล่วงหน้า

    และมักจะใช้ความสามารถด้านการลำไปแสดงในโรงเรียนเพื่อขอคะแนน ซึ่งท่านก็มักจะได้คะแนนดีจากความกล้าแสดงออกนี้นอกจากนั้น ในปัจจุบัน นอกจากจะมีอาชีพเป็นหมอลำแล้ว ยังเป็นคณะบริหารสมาคมเสียงแคนลาว ซึ่งเป็นตัวแทนศิลปินหมอลำและหมอแคนจากทั่วประเทศที่มีสมาชิกเป็นพันคน

    “ที่ประเทศลาว เราร้องหมอลำทั้งในงานบุญ งานมงคล งานอวมงคล อย่างงานศพ โดยกลอนลำที่ร้องก็จะมีเนื้อหาที่เข้ากับงานนั้นๆ ซึ่งรูปแบบการร้อง การลำ และภาษาที่ใช้จะเปลี่ยนไปตามแต่ละภูมิภาคในลาว เช่น การลำทางภาคเหนือ เรียกว่า “ขับ” เช่น ขับทุ้มหลวงพระบาง ขับซำเหนือ และลำทางภาคกลางและภาคใต้ อย่าง ลำสาละวัน”

    “สายสัมพันธ์ระหว่างหมอลำและหมอแคน ไทย-สปป.ลาว มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เนื่องจากมีต้นกำเนิดและรากเหง้าเดียวกัน โดยเฉพาะวิถีชีวิตสองฝั่งโขงที่ไม่ต่างกัน ทั้งไทยและลาวต่างร้องหมอลำเพื่ออวยพรงานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ หรือไว้อาลัยในงานศพ ศิลปะแขนงนี้จึงสามารถสืบสานรักษาต่อไปได้อย่างยั่งยืนโดยคนทั้ง 2 ประเทศ และยังสามารถต่อยอดจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดหนองคายและนครหลวงเวียงจันทน์ได้ด้วย”

    “โดยในฐานะคณะกรรมสมาคมเสียงแคนลาว เรามีการวางแผนว่าจะเปิดโครงการสอนเป่าแคนและขับลำให้กับเยาวชน เนื่องจากปัจจุบัน “แคน” ได้รับการรับรองเป็น มรดกโลก และมีการบรรจุเข้าสู่หลักสูตรการเรียนในโรงเรียนของลาวแล้ว”

    “และในวันนี้ในงานเทศกาลมหาหมอลำ เป็นที่น่ายินดีอย่างมากที่ได้เห็น หมอลำคนรุ่นใหม้อย่าง จิมมี่ สิทธิพล ที่นำหมอลำดั้งเดิมมาประยุกต์เพิ่มจังหวะให้เร็วขึ้นเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย และแน่นอนว่าตัวแม่เอง ก็จะยังคงรักษาการร้องเพลงหมอลำแบบ ดั้งเดิมไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังยังได้เห็นการแสดงที่เป็นรากเหง้าของ หมอลำลาว อย่างแท้จริง”

    การใช้ Soft power ในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย

    ‘มหาหมอลำเฟสติวัล’ เพิ่มขีดความสามารถ อุตสาหกรรมหมอลำ

    บพข. จับมือ มมส. ยกระดับ อุตสาหกรรมหมอลำ

    บพข. ขับเคลื่อน Isan Wellness Soundscape ใช้เสียงดนตรีท้องถิ่นเยียวยาชีวิตยุคใหม่

    Post Views: 207

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2026/04/12/maha-morlum-festival-nongkhai-laos-msu/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kvaAwcvTEiQAd56wceYC7

  • ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ตรวจจุดบริการสงกรานต์ เข้มบังคับใช้กฎหมาย ด้านเขื่อนรัชชประภานักท่องเที่ยวคึกคัก

    ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ตรวจจุดบริการสงกรานต์ เข้มบังคับใช้กฎหมาย ด้านเขื่อนรัชชประภานักท่องเที่ยวคึกคัก

    ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี นำหัวหน้าส่วนราชการตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ เน้นย้ำมาตรการบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด ขณะที่บรรยากาศการท่องเที่ยวเขื่อนรัชชประภาคึกคัก

    วันนี้ (12 เม.ย.69) นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน และผู้เกี่ยวข้อง ออกตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดอำนวยความสะดวกและจุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ในพื้นที่ 3 อำเภอ 4 จุดบริการ จุดแรกตรงข้ามปั๊มน้ำมัน ปตท. ก กิจ ทางหลวงสาย 41 ขาล่องใต้ อ.พุนพิน จุดที่สองหน้าที่พักสายตรวจ กม.43 บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม จุดที่สามหน้าวัดบ้านตาขุน อ.บ้านตาขุน และจุดที่สี่ บริเวณท่าเรือท่องเที่ยวเทศบาลตำบลบ้านเชี่ยวหลาน ภายในเขื่อนรัชชประภา อ.บ้านตาขุน

    ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มอบสิ่งของและพบปะพูดคุย พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ประชาชนจิตอาสา และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ พร้อมกำชับทุกจุดให้ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งในเรื่องของเมาไม่ขับ สวมหมวกนิรภัยทั้งคนขับขี่และคนซ้อนท้าย ไม่ขับรถเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่ขับรถย้อนสร ขอให้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยว ให้มีความปลอดภัย เดิน ทางท่องเที่ยวอย่างมีความสุขตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

    ขณะที่บรรยากาศด้านการท่องเที่ยว ณ บริเวณท่าเรือท่องเที่ยวเทศบาลตำบลบ้านเชี่ยวหลาน ภายในเขื่อนรัชชประภา อ.บ้านตาขุน พบว่า ชาวต่างชาติชาย-หญิง เดินทางมาพักผ่อนและท่องเที่ยว ลงเรือหางยาวเพื่อชมความงามทางธรรมชาติภายในอ่างเก็บน้ำ ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์อย่าหนาตา ทั้งมาแบบหมู่คณะ แบบคนเดียว และครอบครัว ซึ่งตลอดทั้งวันบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เน้นย้ำในเรื่องมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนเมื่อลงเรือต้องสวมใส่ชูชีพ หากฝ่าฝืนปรับ 5,000 บาท พร้อมกำชับเจ้าท่าให้ตรวจสอบความปลอดภัยของท่าเทียบเรือ จำนวนคนต้องไม่เกินที่กำหนด และให้ปฏิบัติตามข้อกฎหมายต่างๆ อย่างเคร่งครัด.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/141232&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_rIOxsaapTuVAAdNom35p

  • ชวนเที่ยวสงกรานต์ “แก่งเกาะใหญ่” สัมผัสมนต์เสน่ห์ธรรมชาติ เชื่อมสองจังหวัดกำแพงเพชร-นครสวรรค์ | TOPNEWS

    ชวนเที่ยวสงกรานต์ “แก่งเกาะใหญ่” สัมผัสมนต์เสน่ห์ธรรมชาติ เชื่อมสองจังหวัดกำแพงเพชร-นครสวรรค์ | TOPNEWS

    กำแพงเพชรจับมือนครสวรรค์ เปิดตัวแหล่งท่องเที่ยว “แก่งเกาะใหญ่” แลนด์มาร์คใหม่รับมหาสงกรานต์ 2569 ชูจุดขายลำน้ำแม่วงก์ใสสะอาดกลางป่าชุมชน พร้อมขยายพื้นที่เปิดแก่งแห่งที่ 2 กระจายรายได้สู่ฐานรากแบบไร้รอยต่อ

    นายเสน่ห์ ไชยมงคล นายอำเภอขาณุวรลักษบุรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันแบบไทย สุขไกลทั่วโลก” ณ แหล่งท่องเที่ยวแก่งเกาะใหญ่ 1 ตำบลปางมะค่า อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีนายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ สส.กำแพงเพชร และนายประสาท ตันประเสริฐ สส.นครสวรรค์ พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อผลักดันให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญในช่วงเทศบาลสงกรานต์ปี 2569

    สำหรับ แก่งเกาะใหญ่ ถือเป็นอัญมณีเม็ดงามทางธรรมชาติของตำบลปางมะค่า ตั้งอยู่ในเขตป่าชุมชนบ้านใหม่ธงชัยที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงสุด โดดเด่นด้วยลำน้ำแม่วงก์ที่ไหลผ่านโขดหินน้อยใหญ่สลับกันอย่างสวยงาม กลายเป็นแก่งน้ำที่ใสสะอาดและเย็นสบาย เหมาะแก่การเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสบรรยากาศอันร่มรื่นท่ามกลางแมกไม้และสายธาร

    การจัดงานในครั้งนี้ เทศบาลเมืองปางมะค่ามุ่งหวังที่จะยกระดับเศรษฐกิจฐานรากผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยใช้ประเพณีสงกรานต์เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน พร้อมทั้งเปิดตัว แก่งเกาะใหญ่แห่งที่ 2 เพื่อขยายพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง นับเป็นการบูรณาการระหว่างการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

    สิ่งสำคัญที่สุดของปีนี้คือความร่วมมือแบบ “บ้านพี่เมืองน้อง” ระหว่างแก่งเกาะใหญ่ฝั่งกำแพงเพชรและฝั่งนครสวรรค์ ที่ร่วมกันพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ โดยมีแผนการใหญ่ในอนาคตที่จะสร้าง สะพานแขวนเชื่อมแหล่งท่องเที่ยว ทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงามของลำน้ำแม่วงก์ได้จากทั้งสองจังหวัด เสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคให้เข็งแกร่งยิ่งขึ้น

    ภายในงานยังเต็มไปด้วยกลิ่นไอความสุขจากกิจกรรมแบบไทยๆ ทั้งการแสดงทางวัฒนธรรมที่สนุกสนานจากคนในชุมชน พิธีสู่ขวัญตามประเพณีพื้นถิ่น และการรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุเพื่อความเป็นสิริมงคล จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาร่วมสาดความสุขและสัมผัสความเย็นฉ่ำของสายน้ำที่แก่งเกาะใหญ่ สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนที่อบอุ่นและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในช่วงสงกรานต์ปีนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1545811&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pC3IzU_DuO1_1yyhIIFmB

  • อช.พีพี พร้อมรับนทท.ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จัดกำลังเข้มดูแลความปลอดภัย

    อช.พีพี พร้อมรับนทท.ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จัดกำลังเข้มดูแลความปลอดภัย

    ภูมิภาค

    อช.พีพี พร้อมรับนทท.ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จัดกำลังเข้มดูแลความปลอดภัย

    วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.10 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    อช.พีพี พร้อมรับนทท.ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จัดกำลังเข้มดูแลความปลอดภัยทางทะเล พร้อมเชิญชวน 14 เมษาฯคนไทยฟรีค่าเข้าอุทยานฯ ด้านผู้ว่าฯนำทีมลงพื้นที่สร้างความเชื่อมัน

    วันที่ 12 เมษายน 2569 นายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี เปิดเผยว่า ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานฯ เป็นจำนวนมาก โดยจุดหมายยอดนิยมยังคงเป็นอ่าวมาหยา เกาะไม้ไผ่ และทะเลแหวก

    ทั้งนี้ อุทยานฯ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเล พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการเรือ รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ การจอดเรือในจุดที่กำหนด ไม่ทิ้งขยะลงชายหาดหรือทะเล เก็บขยะใส่ภาชนะที่จัดไว้ให้ งดนำทรัพยากรทางทะเลหรือซากสัตว์กลับออกจากพื้นที่ และเล่นน้ำเฉพาะบริเวณที่กำหนด

    พร้อมกันนี้ อุทยานฯ ยังเชิญชวนประชาชนร่วมท่องเที่ยว โดยในวันที่ 14 เมษายนนี้ เปิดให้คนไทยฟรีค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ
    ขณะเดียวกัน นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปภ.กระบี่ กอ.รมน.กระบี่ อบจ.กระบี่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด กรมเจ้าท่า และอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อตรวจความพร้อมของเรือโดยสารและเรือท่องเที่ยว ในเส้นทางหาดนพรัตน์ธารา–เกาะพีพี รองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    นอกจากนี้ ยังได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือและศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวภายในอุทยานฯ พร้อมพบปะพูดคุยกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจังหวัดกระบี่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและการให้บริการในช่วงเทศกาลอีกด้วย

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/472634&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jHRCdEgT9kYjf1Le3WpY0

  • ‘รัฐบาล’ ตีปี๊บ เที่ยวป่าอนุรักษ์ฟรีทั่วประเทศ รับ ‘วันครอบครัว’ 14 เม.ย.

    ‘รัฐบาล’ ตีปี๊บ เที่ยวป่าอนุรักษ์ฟรีทั่วประเทศ รับ ‘วันครอบครัว’ 14 เม.ย.

    “รัฐบาล” ชวนเที่ยวป่าอนุรักษ์ฟรีทั่วประเทศ รับ “วันครอบครัว” 14 เม.ย.นี้ ให้คนไทยสัมผัสธรรมชาติ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

    เมื่อวันที่ 12 เม.ย.น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาส “วันครอบครัว” วันที่ 14 เม.ย. นี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดให้ประชาชนชาวไทย ท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าบริการ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติ
    โดยยกเว้นค่าบริการเข้าพื้นที่และค่ายานพาหนะ สำหรับบุคคลสัญชาติไทย ครอบคลุมพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ เรียนรู้ระบบนิเวศ และตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ ควบคู่กับการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    “วันครอบครัวปีนี้ รัฐบาลอยากชวนพี่น้องประชาชนออกไปใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันในพื้นที่ธรรมชาติ เรียนรู้ และพักผ่อนอย่างมีคุณค่า พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรของประเทศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน และขอความร่วมมือประชาชนท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฎระเบียบของพื้นที่ และช่วยกันรักษาความสะอาด เพื่อให้ผืนป่าอนุรักษ์ยังคงความสมบูรณ์สำหรับคนไทยทุกคนต่อไป“น.ส.ลลิดา กล่าว 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/1229412&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3L5-3PHYETujmSBfIwvd93

  • “นายกฯอนุทิน” ร่วมแจม เป่าขลุ่ย ที่สนามบินเชียงราย ต้อนรับนักท่องเที่ยว

    “นายกฯอนุทิน” ร่วมแจม เป่าขลุ่ย ที่สนามบินเชียงราย ต้อนรับนักท่องเที่ยว

    “อนุทิน” บินตรวจท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ที่จ.เชียงราย  แจม เป่าขลุ่ย ร่วมวงดนตรีไทยที่สนามบิน

    วันที่ 12 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย สวมเสื้อลายดอก เข้ากับเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง บริเวณพื้นที่แสดงความสามารถ ใกล้จุดประชาสัมพันธ์ ได้ชมการแสดงของ “ชมรมดนตรีพื้นเมืองวัดเชตวัน” (พระนอน)2522 ที่บรรเลงเพลงไทย ให้ผู้โดยสารได้รับฟัง บริเวณท่าอากาศแม่ฟ้าหลวง ก่อนจะเข้าไปร่วมวง เป่าขลุ่ย ให้ผู้โดยสารได้รับฟังอย่างเพลิดเพลิน จากนั้นได้จะถ่ายรูปกับนักดนตรี เป็นที่ระลึก

    ขณะที่เพจ Anutin Charnvirakul ของนายอนุทิน โพสต์คลิปเป่าขลุ่ย พร้อมเขียนข้อความระบุว่า ถ้านับอายุก็ใกล้ครบคุณสมบัติที่พอจะเข้ากลุ่ม สว. กลุ่มนี้ได้แล้ว นี่แหละเรียกว่า ฮั้ว สว. ของจริงเพราะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2926389&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0z8Wd0aWgBYooBjj-SSAa7

  • ตั๋วเครื่องบินแพง – น้ำมันเครื่องบินขาดแคลน ฉุดต่างชาติเที่ยวไทยไตรมาส 2 หดตัว 9.2%

    ตั๋วเครื่องบินแพง – น้ำมันเครื่องบินขาดแคลน ฉุดต่างชาติเที่ยวไทยไตรมาส 2 หดตัว 9.2%

    ไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัวมากขึ้น จากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางมีความไม่แน่นอนสูง ความเชื่อมั่นการเดินทางลดลง ราคาน้ำมันเครื่องบินเร่งตัวสูงขึ้นมากกว่า 100% จากสิ้นปี 2568 กระทบราคาตั๋วเครื่องบินสูงขึ้น ขณะเดียวกับความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำมันเครื่องบินในบางประเทศสูงขึ้น

    อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวยังพอมีปัจจัยจากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ จีน อินเดีย น่าจะยังโตได้ และไทยเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวทดแทน สำหรับผู้ที่ต้องการหลบภัยสงคราม

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ไตรมาส 2 ปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยคาดหดตัว 9.2% (YoY) หรือมีจำนวน 6.49 ล้านคน 

    ตั๋วเครื่องบินแพง - น้ำมันเครื่องบินขาดแคลน ฉุดต่างชาติเที่ยวไทยไตรมาส 2 หดตัว 9.2%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378976056&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tjlYE6rthSDtxCowtUzSK

  • จีนประกาศ 10 มาตรการจูงใจใหม่สำหรับไต้หวัน รวมเปิดเที่ยวบิน-ผ่อนปรนข้อจำกัดท่องเที่ยว หลังการเยือนของผู้นำฝ่ายค้าน

    จีนประกาศ 10 มาตรการจูงใจใหม่สำหรับไต้หวัน รวมเปิดเที่ยวบิน-ผ่อนปรนข้อจำกัดท่องเที่ยว หลังการเยือนของผู้นำฝ่ายค้าน

    สำนักข่าว Xinhua รายงานว่า รัฐบาลจีนได้เปิดเผยมาตรการจูงใจใหม่ 10 ข้อสำหรับไต้หวัน ซึ่งรวมถึงการผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการท่องเที่ยว การอนุญาตให้ฉายละครโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาเหมาะสม และการอำนวยความสะดวกในการขายอาหาร

    ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงท้ายของการเยือนจีนของเจิ้งลี่เหวิน ผู้นำพรรคก๊กมินตั๋ง พรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน โดยเธอยังได้พบกับประธานาธิบดี สีจิ้นผิง และหารือเกี่ยวกับความจำเป็นในการสร้างสันติภาพและความปรองดองระหว่างทั้งสองฝ่าย

    ภายใต้มาตรการทั้ง 10 ข้อ ยังมุ่งเน้นเรื่องการจัดตั้งกลไกการสื่อสารที่สม่ำระหว่างพรรคก๊กมินตั๋ง และพรรคคอมมิวนิสต์จีน ขณะที่จะมีการเปิดเที่ยวบินระหว่างจีนและไต้หวันอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง และรัฐบาลจีนยังอนุญาตให้ประชาชนจากเซี่ยงไฮ้และมณฑลฝูเจี้ยน เดินทางไปเยือนไต้หวันได้

    นอกจากนี้ ฝ่ายจีนจะมีการจัดตั้งกลไกเพื่อผ่อนปรนมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์ประมงจากไตเหวัน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานทางการเมืองที่ “ต่อต้านการแยกตัวเป็นอิสระของไต้หวัน”

    สำหรับมาตรการเกี่ยวกับเนื้อหาละครโทรทัศน์ สารคดี และแอนิเมชั่นของไต้หวันจะได้รับอนุญาตให้ฉายได้ ตราบใดที่มีเนื้อหาที่ถูกต้องเหมาะสม มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และมีคุณภาพการผลิตสูง

    ด้านสภาการกิจการแผ่นดินใหญ่ของรัฐบาลไต้หวัน ซึ่งรับผิดชอบนโยบายเกี่ยวกับจีนออกแถลงการณ์ว่า สิ่งที่รัฐบาลปักกิ่งเรียกว่า “การผ่อนปรนฝ่ายเดียว” นั้นเป็นเพียง “ยาพิษที่บรรจุอยู่ในของขวัญอันแสนเอื้อเฟื้อ

    โดยรัฐบาลไต้หวันสนับสนุนการแลกเปลี่ยนที่ดีระหว่างสองฝ่าย แต่ไม่ควรอยู่ภายใต้เงื่อนไขหรือเป้าหมายทางการเมือง

    ขณะที่พรรคก๊กมินตั๋ง ออกแถลงการณ์ต้อนรับประกาศของรัฐบาลจีน โดยมองว่าเป็น ‘ของขวัญ’ สำหรับประชาชนชาวไต้หวัน

    ทั้งนี้ จีนปฏิเสธที่จะพูดคุยกับประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน โดยกล่าวว่าเขาเป็น ‘ผู้แบ่งแยกดินแดน’ จากท่าทีปฏิเสธการอ้างอธิปไตยของจีนเหนือไต้หวัน

    ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปเที่ยวไต้หวัน ลดลงอย่างชัดเจนนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19

    ขณะที่ก่อนหน้านี้ ไต้หวันเคยร้องเรียนเกี่ยวกับการที่จีนจำกัดการนำเข้าสินค้าเกษตรและสัตว์น้ำบางชนิดจากไต้หวัน และยังชี้ว่าในบางกรณี จีนมีการใช้ข้ออ้างที่ไม่เป็นธรรมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของศัตรูพืชและโรคต่างๆ

    ภาพ : CTI via REUTERS

    อ้างอิง:

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/china-taiwan-incentives-flights-travel/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TZHpnmfE3XcjXMuFRTE9z

  • นักท่องเที่ยวไทย-มาเลย์แห่เล่นน้ำสงกรานต์ เงินสะพัดทั่วเมือง | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวไทย-มาเลย์แห่เล่นน้ำสงกรานต์ เงินสะพัดทั่วเมือง | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวไทย-มาเลย์แห่เล่นน้ำสงกรานต์ เงินสะพัดทั่วเมือง

    • เผยแพร่ : 12/04/2026 17:51

    วันที่ 12 เม.ย. 2569 ด่านพรมแดนอำเภอเบตง จ.ยะลา คึกคัก นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจำนวนมากเดินทางมายัง อ.เบตง ในช่วงวันสงกรานต์ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในวันนี้ ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์ฉีดน้ำและร้านจำหน่ายเสื้อผ้าลายดอก มีนักท่องเที่ยวคึกคักมากเป็นพิเศษ ที่ด่านพรมแดนเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านบูกิตบือราปิต รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียต่างเดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศคึกคัก ทั้งนักท่องเที่ยวและรถบัสทัวร์ รถส่วนบุคคล ที่ต่างทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพื่อร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ที่ อ.เบตง อย่างต่อเนื่อง โดยมี พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจจิตอาสา และทหารป้องกันชายแดน ได้มอบน้ำดื่ม อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง ตรวจสอบประวัติบุคคลอย่างรัดกุม และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์อย่างเข้มงวด เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ประมาณ 3,000 – 5,000 คนในวันนี้

    ด้านนายนรินทร์ เรืองวงศา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางท่องเที่ยวอำเภอเบตงอย่างต่อเนื่อง ห้องพักตามโรงแรม รีสอร์ท และโฮมสเตย์กว่า 4,000 ห้อง ถูกนักท่องเที่ยวจองไปแล้วกว่า 90% ขณะที่ร้านขายอุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ต่างมีนักท่องเที่ยวมาเลือกซื้อ พร้อมกับเสื้อลายดอกกันอย่างคึกคัก สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่กว่า 20 ล้านบาท จากการสอบถามนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเกี่ยวกับผลกระทบด้านพลังงาน นาย Razak เปิดเผยว่า รัฐบาลมาเลเซียมีเชื้อเพลิงเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศตลอดเดือนเมษายนและพฤษภาคม โดยมีการอุดหนุนราคาน้ำมันและตรึงราคาเบนซิน RON95 ไว้ที่ 1.99 ริงกิตต่อลิตร เพื่อดูแลสวัสดิภาพประชาชน ทำให้ตนเลือกเดินทางมายัง อ.เบตง เพื่อร่วมเล่นน้ำสงกรานต์และรับประทานต้มยำกุ้งซึ่งเป็นอาหารโปรด

    โดยวันนี้ นายใช้ วงศ์นิตยลัภย์ นายกเทศมนตรีเมืองเบตง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ภายใต้โครงการเทศกาลดอกไม้บานและแสง สี เสียง เสน่ห์เมืองเบตง SONGKRAN ALOHA BETONG 2026 ซึ่งจัดขึ้นบริเวณหน้าหอนาฬิกาเทศบาลเมืองเบตง ใจกลางเมือง นับเป็นไฮไลต์สำคัญของเทศกาลสงกรานต์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงดนตรีจากศิลปิน อุโมงค์น้ำยักษ์ และปาร์ตี้โฟมกลางเมือง โดยมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและประชาชนชาวไทยในพื้นที่เข้าร่วมเล่นน้ำกันอย่างคึกคัก ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าว และการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่

    เจษฎา สิริโยทัย ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ยะลา

    SOCAIL 16-9_2o-Recovered-Recovered-Recovered

    11SOCAIL 16-9 copy

    ปากพนังสรงน้ำพระเกจิชื่อดัง 25 รูป รับสงกรานต์ เสริมสิริมงคลทั่วลุ่มน้ำ

    นักท่องเที่ยวไทย-มาเลย์แห่เล่นน้ำสงกรานต์ เงินสะพัดทั่วเมือง

    นักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำอุโมงค์ยักษ์ “ถนนข้าวดอกข่า2569” กลางเขาหลัก

    “ทัพเรือ” รุก Big Cleaning Day ปูพรมชายแดนจันทบุรี สกัดวงจรผิดกฎหมาย ย้ำชัดไม่ปล่อยให้ใครใช้ไทยเป็นฐานกระทำผิด

    จีนจัดเทศกาลสาดน้ำรุ่ยลี่หลากชาติพันธุ์ร่วมสนุกครึกครื้น

    CR450 ‘รถไฟหัวกระสุนจีน’ เร็วสุดในโลก กับบททดสอบสุดเข้ม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1545596&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rYC_AKifqhdELYZpGM4_9

  • ข้ามหัวไล่ ชิงเต๋อ? จีน เสนอ 10 มาตรการเปิดท่องเที่ยว-การค้าจูงใจไต้หวัน หลังพบผู้นำก๊กมินตั๋ง

    ข้ามหัวไล่ ชิงเต๋อ? จีน เสนอ 10 มาตรการเปิดท่องเที่ยว-การค้าจูงใจไต้หวัน หลังพบผู้นำก๊กมินตั๋ง

    วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.44 น.

    12 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลจีนได้เปิดเผย 10 มาตรการใหม่เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และสวัสดิการของประชาชนระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเยือนจีนของ เจิ้ง ลี่เหวิน ประธานพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน

    ภายหลังการพบปะระหว่าง นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และ นางเจิ้ง ลี่เหวิน ประธานพรรคก๊กมินตั๋ง ทางการจีนได้อนุมัตินโยบายสำคัญเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ในหลายมิติ เช่น เตรียมรื้อฟื้นโครงการนำร่องให้นักท่องเที่ยวแบบอิสระจากเซี่ยงไฮ้และมณฑลฝูเจี้ยนสามารถเดินทางไปเยือนไต้หวันได้อีกครั้ง 

    รวมถึงผลักดันการเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างไต้หวันกับเมืองต่างๆ ในจีนอย่างเต็มรูปแบบ เช่น อุรุมชี, ซีอาน, ฮาร์บิน, คุนหมิง และหลานโจว และจัดตั้งกลไกผ่อนคลายมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าเกษตรและประมงจากไต้หวัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกไปยังจีน

    นอกจากด้านเศรษฐกิจ จีนยังประกาศอนุญาตให้นำละครโทรทัศน์ สารคดี และแอนิเมชันจากไต้หวันเข้ามาฉายในประเทศได้ โดยมีเงื่อนไขว่าเนื้อหาเหล่านั้นจะต้อง “มีทิศทางที่ถูกต้อง มีเนื้อหาส่งเสริมสุขภาพ และมีการผลิตที่มีคุณภาพสูง”

    มาตรการทั้งหมดนี้ ถูกระบุว่า ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานทางการเมืองของการ คัดค้านการแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน โดยประธานพรรคก๊กมินตั๋ง ได้กล่าวย้ำในระหว่างการแถลงข่าว เรียกร้องให้คนรุ่นใหม่หลีกเลี่ยงสงครามด้วยการต่อต้านเอกราชไต้หวัน ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ระบุว่าแนวโน้มที่พี่น้องทั้งสองฝั่งช่องแคบจะใกล้ชิดและรวมกันเป็นหนึ่งนั้นเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้

    พรรคก๊กมินตั๋งแสดงความยินดีต่อมาตรการดังกล่าว โดยระบุว่าสอดคล้องกับความคาดหวังของหลายภาคส่วนในไต้หวัน โดยระบุว่าเป็นของขวัญสำหรับประชาชนชาวไต้หวัน

    ทางด้านรัฐบาลไต้หวันภายใต้การนำของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ยังไม่ได้มีท่าทีตอบโต้โดยตรงในทันที

    ทั้งนี้ จีนยังคงปฏิเสธที่จะเจรจากับรัฐบาลปัจจุบันของไต้หวัน โดยตราหน้าว่าเป็นกลุ่ม “แบ่งแยกดินแดน” 

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/958425&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jjxgxHrucReavWNIwKbg_