Category: ไอที

  • วินมอเตอร์ไซค์ยังต้องสอบ! เพจดัง ‘แอบแดก’ ฉะยับมาตรฐาน ‘รมต.’ ไทย ต่ำกว่าอาชีพทั่วไป จี้เลิกยุคแบ่งเค้ก-ลองผิดลองถูก | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “แอบแดก” โพสต์ข้อความวิพากษ์ระบบการเมืองและการบริหารประเทศ ตั้งคำถามถึงมาตรฐานและคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยระบุว่าเป็นเนื้อหาที่เคยเขียนลงในเว็บไซต์พันทิปเมื่อหลายปีก่อน แต่ถูกลบออกโดยอัตโนมัติ ก่อนจะนำมาเรียบเรียงและเผยแพร่อีกครั้ง

    เนื้อหาในโพสต์สะท้อนความย้อนแย้งของสังคมไทย โดยชี้ให้เห็นว่าอาชีพทั่วไปในประเทศ ตั้งแต่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เภสัชกร แพทย์ ไปจนถึงข้าราชการระดับต้น ล้วนต้องผ่านการสอบใบอนุญาต หรือการรับรองความสามารถอย่างเข้มงวด เพราะสังคมตระหนักว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงและต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง

    อย่างไรก็ตาม เพจดังตั้งข้อสังเกตว่า ตำแหน่ง “ผู้บริหารประเทศ” ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล กำหนดนโยบายการศึกษา เศรษฐกิจ สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน กลับเป็นพื้นที่เดียวที่ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษา หรือประสบการณ์ที่ตรงกับงานที่รับผิดชอบ

    โพสต์ยังวิพากษ์ระบบการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีที่เปรียบเสมือนการ “แบ่งเค้กทางการเมือง” หลังการเลือกตั้ง มากกว่าการคัดเลือกจากความรู้ความสามารถ ส่งผลให้เกิดการโยกย้ายบุคคลไปบริหารกระทรวงต่าง ๆ โดยไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาซ้ำซากในหลายมิติ ทั้งการศึกษา ผังเมือง โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจฐานราก

    เพจดังยังระบุว่า การกำหนดนโยบายของรัฐจำนวนมากเป็นไปในลักษณะ “ลองผิดลองถูก” โดยใช้ทรัพยากรของประเทศและชีวิตประชาชนเป็นเดิมพัน ขณะที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องรับผิดชอบอย่างแท้จริง และสามารถโยกย้ายตำแหน่งหลีกเลี่ยงแรงกดดันได้

    นอกจากนี้ โพสต์ยังตั้งข้อสังเกตถึงระบบการคัดเลือกผู้นำที่อิงกับความสัมพันธ์และความจงรักภักดี มากกว่าความสามารถ พร้อมเปรียบเทียบกับภาคเอกชนที่สามารถปลดผู้บริหารที่ขาดประสิทธิภาพได้ทันที

    ช่วงท้ายของโพสต์ เพจ “แอบแดก” ได้เสนอแนวคิดเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารประเทศ อาทิ

    • การกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือรัฐมนตรี โดยยกตัวอย่างประเทศภูฏานที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
    • การจัดให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติและความรู้ของรัฐมนตรีก่อนเข้ารับตำแหน่งในลักษณะเดียวกับการไต่สวนรับรองของวุฒิสภาสหรัฐ
    • การสร้างระบบไต่ระดับจากผลงานจริง (Meritocracy) ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งระดับชาติ คล้ายแนวทางของจีนและสิงคโปร์

    เพจดังเสนอให้มีระบบตรวจสอบสาธารณะ การแสดงวิสัยทัศน์ต่อประชาชนโดยไม่ใช้โพย และกำหนดช่วงทดลองงานของรัฐมนตรี หากไม่ผ่านตัวชี้วัดผลงานควรพ้นจากตำแหน่ง พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งคือการให้โอกาสเข้ามาทำงาน ไม่ใช่การมอบอำนาจให้บริหารประเทศโดยปราศจากความรับผิดชอบ

    ทั้งนี้ เพจ “แอบแดก” ระบุว่า การนำเสนอความคิดเห็นดังกล่าวไม่ได้มุ่งโจมตีบุคคลหรือพรรคการเมืองใดเป็นการเฉพาะ แต่ต้องการชวนสังคมตั้งคำถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อร่วมกันผลักดันมาตรฐานการบริหารประเทศที่ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นศูนย์กลาง

    ขอบคุณเพจแอบแดก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5503182/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1C7FKBIgo01WXRa6pacAOI

  • วินมอเตอร์ไซค์ยังต้องสอบ! เพจดัง ‘แอบแดก’ ฉะยับมาตรฐาน ‘รมต.’ ไทย ต่ำกว่าอาชีพทั่วไป จี้เลิกยุคแบ่งเค้ก-ลองผิดลองถูก | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “แอบแดก” โพสต์ข้อความวิพากษ์ระบบการเมืองและการบริหารประเทศ ตั้งคำถามถึงมาตรฐานและคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยระบุว่าเป็นเนื้อหาที่เคยเขียนลงในเว็บไซต์พันทิปเมื่อหลายปีก่อน แต่ถูกลบออกโดยอัตโนมัติ ก่อนจะนำมาเรียบเรียงและเผยแพร่อีกครั้ง

    เนื้อหาในโพสต์สะท้อนความย้อนแย้งของสังคมไทย โดยชี้ให้เห็นว่าอาชีพทั่วไปในประเทศ ตั้งแต่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เภสัชกร แพทย์ ไปจนถึงข้าราชการระดับต้น ล้วนต้องผ่านการสอบใบอนุญาต หรือการรับรองความสามารถอย่างเข้มงวด เพราะสังคมตระหนักว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงและต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง

    อย่างไรก็ตาม เพจดังตั้งข้อสังเกตว่า ตำแหน่ง “ผู้บริหารประเทศ” ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล กำหนดนโยบายการศึกษา เศรษฐกิจ สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน กลับเป็นพื้นที่เดียวที่ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษา หรือประสบการณ์ที่ตรงกับงานที่รับผิดชอบ

    โพสต์ยังวิพากษ์ระบบการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีที่เปรียบเสมือนการ “แบ่งเค้กทางการเมือง” หลังการเลือกตั้ง มากกว่าการคัดเลือกจากความรู้ความสามารถ ส่งผลให้เกิดการโยกย้ายบุคคลไปบริหารกระทรวงต่าง ๆ โดยไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาซ้ำซากในหลายมิติ ทั้งการศึกษา ผังเมือง โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจฐานราก

    เพจดังยังระบุว่า การกำหนดนโยบายของรัฐจำนวนมากเป็นไปในลักษณะ “ลองผิดลองถูก” โดยใช้ทรัพยากรของประเทศและชีวิตประชาชนเป็นเดิมพัน ขณะที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องรับผิดชอบอย่างแท้จริง และสามารถโยกย้ายตำแหน่งหลีกเลี่ยงแรงกดดันได้

    นอกจากนี้ โพสต์ยังตั้งข้อสังเกตถึงระบบการคัดเลือกผู้นำที่อิงกับความสัมพันธ์และความจงรักภักดี มากกว่าความสามารถ พร้อมเปรียบเทียบกับภาคเอกชนที่สามารถปลดผู้บริหารที่ขาดประสิทธิภาพได้ทันที

    ช่วงท้ายของโพสต์ เพจ “แอบแดก” ได้เสนอแนวคิดเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารประเทศ อาทิ

    • การกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือรัฐมนตรี โดยยกตัวอย่างประเทศภูฏานที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
    • การจัดให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติและความรู้ของรัฐมนตรีก่อนเข้ารับตำแหน่งในลักษณะเดียวกับการไต่สวนรับรองของวุฒิสภาสหรัฐ
    • การสร้างระบบไต่ระดับจากผลงานจริง (Meritocracy) ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งระดับชาติ คล้ายแนวทางของจีนและสิงคโปร์

    เพจดังเสนอให้มีระบบตรวจสอบสาธารณะ การแสดงวิสัยทัศน์ต่อประชาชนโดยไม่ใช้โพย และกำหนดช่วงทดลองงานของรัฐมนตรี หากไม่ผ่านตัวชี้วัดผลงานควรพ้นจากตำแหน่ง พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งคือการให้โอกาสเข้ามาทำงาน ไม่ใช่การมอบอำนาจให้บริหารประเทศโดยปราศจากความรับผิดชอบ

    ทั้งนี้ เพจ “แอบแดก” ระบุว่า การนำเสนอความคิดเห็นดังกล่าวไม่ได้มุ่งโจมตีบุคคลหรือพรรคการเมืองใดเป็นการเฉพาะ แต่ต้องการชวนสังคมตั้งคำถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อร่วมกันผลักดันมาตรฐานการบริหารประเทศที่ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นศูนย์กลาง

    ขอบคุณเพจแอบแดก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5503182/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1C7FKBIgo01WXRa6pacAOI

  • NT ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 14064-1:2018  เดินหน้าบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากล

    NT ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 เดินหน้าบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากล

    ไอที

    NT ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 เดินหน้าบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากล

    วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.22 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    NT ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 14064-1:2018

    เดินหน้าบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากล

    ที่ NT สำนักงานแจ้งวัฒนะ นาย สุรเชษฐ์ ศรีพลกรัง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานยุทธศาสตร์องค์กร บริษัท โทรคมนาคมแห่งขาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT รับมอบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านการรายงานและทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Carbon Footprint Organization : CFO) โดย บริษัท บูโรเวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (Bureau Veritas Certification (Thailand) Ltd.) รับรองการทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ NT ครอบคลุมขอบเขตองค์กรด้านบริการโทรคมนาคม Scope 1, 2 และ 3 ระยะเวลารายงาน 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2567 ระบุการปล่อยก๊าซทั้งทางตรงและทางอ้อม การได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ NT ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนและเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรในระยะยาว

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/462327&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LzMNcxaWpX_tbRdPSNSdl

  • วินมอเตอร์ไซค์ยังต้องสอบ! เพจดัง ‘แอบแดก’ ฉะยับมาตรฐาน ‘รมต.’ ไทย ต่ำกว่าอาชีพทั่วไป จี้เลิกยุคแบ่งเค้ก-ลองผิดลองถูก | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “แอบแดก” โพสต์ข้อความวิพากษ์ระบบการเมืองและการบริหารประเทศ ตั้งคำถามถึงมาตรฐานและคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยระบุว่าเป็นเนื้อหาที่เคยเขียนลงในเว็บไซต์พันทิปเมื่อหลายปีก่อน แต่ถูกลบออกโดยอัตโนมัติ ก่อนจะนำมาเรียบเรียงและเผยแพร่อีกครั้ง

    เนื้อหาในโพสต์สะท้อนความย้อนแย้งของสังคมไทย โดยชี้ให้เห็นว่าอาชีพทั่วไปในประเทศ ตั้งแต่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เภสัชกร แพทย์ ไปจนถึงข้าราชการระดับต้น ล้วนต้องผ่านการสอบใบอนุญาต หรือการรับรองความสามารถอย่างเข้มงวด เพราะสังคมตระหนักว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงและต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง

    อย่างไรก็ตาม เพจดังตั้งข้อสังเกตว่า ตำแหน่ง “ผู้บริหารประเทศ” ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล กำหนดนโยบายการศึกษา เศรษฐกิจ สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน กลับเป็นพื้นที่เดียวที่ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษา หรือประสบการณ์ที่ตรงกับงานที่รับผิดชอบ

    โพสต์ยังวิพากษ์ระบบการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีที่เปรียบเสมือนการ “แบ่งเค้กทางการเมือง” หลังการเลือกตั้ง มากกว่าการคัดเลือกจากความรู้ความสามารถ ส่งผลให้เกิดการโยกย้ายบุคคลไปบริหารกระทรวงต่าง ๆ โดยไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาซ้ำซากในหลายมิติ ทั้งการศึกษา ผังเมือง โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจฐานราก

    เพจดังยังระบุว่า การกำหนดนโยบายของรัฐจำนวนมากเป็นไปในลักษณะ “ลองผิดลองถูก” โดยใช้ทรัพยากรของประเทศและชีวิตประชาชนเป็นเดิมพัน ขณะที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องรับผิดชอบอย่างแท้จริง และสามารถโยกย้ายตำแหน่งหลีกเลี่ยงแรงกดดันได้

    นอกจากนี้ โพสต์ยังตั้งข้อสังเกตถึงระบบการคัดเลือกผู้นำที่อิงกับความสัมพันธ์และความจงรักภักดี มากกว่าความสามารถ พร้อมเปรียบเทียบกับภาคเอกชนที่สามารถปลดผู้บริหารที่ขาดประสิทธิภาพได้ทันที

    ช่วงท้ายของโพสต์ เพจ “แอบแดก” ได้เสนอแนวคิดเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารประเทศ อาทิ

    • การกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือรัฐมนตรี โดยยกตัวอย่างประเทศภูฏานที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
    • การจัดให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติและความรู้ของรัฐมนตรีก่อนเข้ารับตำแหน่งในลักษณะเดียวกับการไต่สวนรับรองของวุฒิสภาสหรัฐ
    • การสร้างระบบไต่ระดับจากผลงานจริง (Meritocracy) ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งระดับชาติ คล้ายแนวทางของจีนและสิงคโปร์

    เพจดังเสนอให้มีระบบตรวจสอบสาธารณะ การแสดงวิสัยทัศน์ต่อประชาชนโดยไม่ใช้โพย และกำหนดช่วงทดลองงานของรัฐมนตรี หากไม่ผ่านตัวชี้วัดผลงานควรพ้นจากตำแหน่ง พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งคือการให้โอกาสเข้ามาทำงาน ไม่ใช่การมอบอำนาจให้บริหารประเทศโดยปราศจากความรับผิดชอบ

    ทั้งนี้ เพจ “แอบแดก” ระบุว่า การนำเสนอความคิดเห็นดังกล่าวไม่ได้มุ่งโจมตีบุคคลหรือพรรคการเมืองใดเป็นการเฉพาะ แต่ต้องการชวนสังคมตั้งคำถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อร่วมกันผลักดันมาตรฐานการบริหารประเทศที่ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นศูนย์กลาง

    ขอบคุณเพจแอบแดก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5503182/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1C7FKBIgo01WXRa6pacAOI

  • วินมอเตอร์ไซค์ยังต้องสอบ! เพจดัง ‘แอบแดก’ ฉะยับมาตรฐาน ‘รมต.’ ไทย ต่ำกว่าอาชีพทั่วไป จี้เลิกยุคแบ่งเค้ก-ลองผิดลองถูก | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “แอบแดก” โพสต์ข้อความวิพากษ์ระบบการเมืองและการบริหารประเทศ ตั้งคำถามถึงมาตรฐานและคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยระบุว่าเป็นเนื้อหาที่เคยเขียนลงในเว็บไซต์พันทิปเมื่อหลายปีก่อน แต่ถูกลบออกโดยอัตโนมัติ ก่อนจะนำมาเรียบเรียงและเผยแพร่อีกครั้ง

    เนื้อหาในโพสต์สะท้อนความย้อนแย้งของสังคมไทย โดยชี้ให้เห็นว่าอาชีพทั่วไปในประเทศ ตั้งแต่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เภสัชกร แพทย์ ไปจนถึงข้าราชการระดับต้น ล้วนต้องผ่านการสอบใบอนุญาต หรือการรับรองความสามารถอย่างเข้มงวด เพราะสังคมตระหนักว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงและต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง

    อย่างไรก็ตาม เพจดังตั้งข้อสังเกตว่า ตำแหน่ง “ผู้บริหารประเทศ” ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล กำหนดนโยบายการศึกษา เศรษฐกิจ สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน กลับเป็นพื้นที่เดียวที่ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษา หรือประสบการณ์ที่ตรงกับงานที่รับผิดชอบ

    โพสต์ยังวิพากษ์ระบบการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีที่เปรียบเสมือนการ “แบ่งเค้กทางการเมือง” หลังการเลือกตั้ง มากกว่าการคัดเลือกจากความรู้ความสามารถ ส่งผลให้เกิดการโยกย้ายบุคคลไปบริหารกระทรวงต่าง ๆ โดยไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาซ้ำซากในหลายมิติ ทั้งการศึกษา ผังเมือง โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจฐานราก

    เพจดังยังระบุว่า การกำหนดนโยบายของรัฐจำนวนมากเป็นไปในลักษณะ “ลองผิดลองถูก” โดยใช้ทรัพยากรของประเทศและชีวิตประชาชนเป็นเดิมพัน ขณะที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องรับผิดชอบอย่างแท้จริง และสามารถโยกย้ายตำแหน่งหลีกเลี่ยงแรงกดดันได้

    นอกจากนี้ โพสต์ยังตั้งข้อสังเกตถึงระบบการคัดเลือกผู้นำที่อิงกับความสัมพันธ์และความจงรักภักดี มากกว่าความสามารถ พร้อมเปรียบเทียบกับภาคเอกชนที่สามารถปลดผู้บริหารที่ขาดประสิทธิภาพได้ทันที

    ช่วงท้ายของโพสต์ เพจ “แอบแดก” ได้เสนอแนวคิดเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารประเทศ อาทิ

    • การกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือรัฐมนตรี โดยยกตัวอย่างประเทศภูฏานที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
    • การจัดให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติและความรู้ของรัฐมนตรีก่อนเข้ารับตำแหน่งในลักษณะเดียวกับการไต่สวนรับรองของวุฒิสภาสหรัฐ
    • การสร้างระบบไต่ระดับจากผลงานจริง (Meritocracy) ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งระดับชาติ คล้ายแนวทางของจีนและสิงคโปร์

    เพจดังเสนอให้มีระบบตรวจสอบสาธารณะ การแสดงวิสัยทัศน์ต่อประชาชนโดยไม่ใช้โพย และกำหนดช่วงทดลองงานของรัฐมนตรี หากไม่ผ่านตัวชี้วัดผลงานควรพ้นจากตำแหน่ง พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งคือการให้โอกาสเข้ามาทำงาน ไม่ใช่การมอบอำนาจให้บริหารประเทศโดยปราศจากความรับผิดชอบ

    ทั้งนี้ เพจ “แอบแดก” ระบุว่า การนำเสนอความคิดเห็นดังกล่าวไม่ได้มุ่งโจมตีบุคคลหรือพรรคการเมืองใดเป็นการเฉพาะ แต่ต้องการชวนสังคมตั้งคำถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อร่วมกันผลักดันมาตรฐานการบริหารประเทศที่ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นศูนย์กลาง

    ขอบคุณเพจแอบแดก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5503182/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1C7FKBIgo01WXRa6pacAOI

  • วินมอเตอร์ไซค์ยังต้องสอบ! เพจดัง ‘แอบแดก’ ฉะยับมาตรฐาน ‘รมต.’ ไทย ต่ำกว่าอาชีพทั่วไป จี้เลิกยุคแบ่งเค้ก-ลองผิดลองถูก | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “แอบแดก” โพสต์ข้อความวิพากษ์ระบบการเมืองและการบริหารประเทศ ตั้งคำถามถึงมาตรฐานและคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยระบุว่าเป็นเนื้อหาที่เคยเขียนลงในเว็บไซต์พันทิปเมื่อหลายปีก่อน แต่ถูกลบออกโดยอัตโนมัติ ก่อนจะนำมาเรียบเรียงและเผยแพร่อีกครั้ง

    เนื้อหาในโพสต์สะท้อนความย้อนแย้งของสังคมไทย โดยชี้ให้เห็นว่าอาชีพทั่วไปในประเทศ ตั้งแต่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เภสัชกร แพทย์ ไปจนถึงข้าราชการระดับต้น ล้วนต้องผ่านการสอบใบอนุญาต หรือการรับรองความสามารถอย่างเข้มงวด เพราะสังคมตระหนักว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงและต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง

    อย่างไรก็ตาม เพจดังตั้งข้อสังเกตว่า ตำแหน่ง “ผู้บริหารประเทศ” ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล กำหนดนโยบายการศึกษา เศรษฐกิจ สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน กลับเป็นพื้นที่เดียวที่ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษา หรือประสบการณ์ที่ตรงกับงานที่รับผิดชอบ

    โพสต์ยังวิพากษ์ระบบการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีที่เปรียบเสมือนการ “แบ่งเค้กทางการเมือง” หลังการเลือกตั้ง มากกว่าการคัดเลือกจากความรู้ความสามารถ ส่งผลให้เกิดการโยกย้ายบุคคลไปบริหารกระทรวงต่าง ๆ โดยไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาซ้ำซากในหลายมิติ ทั้งการศึกษา ผังเมือง โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจฐานราก

    เพจดังยังระบุว่า การกำหนดนโยบายของรัฐจำนวนมากเป็นไปในลักษณะ “ลองผิดลองถูก” โดยใช้ทรัพยากรของประเทศและชีวิตประชาชนเป็นเดิมพัน ขณะที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องรับผิดชอบอย่างแท้จริง และสามารถโยกย้ายตำแหน่งหลีกเลี่ยงแรงกดดันได้

    นอกจากนี้ โพสต์ยังตั้งข้อสังเกตถึงระบบการคัดเลือกผู้นำที่อิงกับความสัมพันธ์และความจงรักภักดี มากกว่าความสามารถ พร้อมเปรียบเทียบกับภาคเอกชนที่สามารถปลดผู้บริหารที่ขาดประสิทธิภาพได้ทันที

    ช่วงท้ายของโพสต์ เพจ “แอบแดก” ได้เสนอแนวคิดเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารประเทศ อาทิ

    • การกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือรัฐมนตรี โดยยกตัวอย่างประเทศภูฏานที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
    • การจัดให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติและความรู้ของรัฐมนตรีก่อนเข้ารับตำแหน่งในลักษณะเดียวกับการไต่สวนรับรองของวุฒิสภาสหรัฐ
    • การสร้างระบบไต่ระดับจากผลงานจริง (Meritocracy) ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งระดับชาติ คล้ายแนวทางของจีนและสิงคโปร์

    เพจดังเสนอให้มีระบบตรวจสอบสาธารณะ การแสดงวิสัยทัศน์ต่อประชาชนโดยไม่ใช้โพย และกำหนดช่วงทดลองงานของรัฐมนตรี หากไม่ผ่านตัวชี้วัดผลงานควรพ้นจากตำแหน่ง พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งคือการให้โอกาสเข้ามาทำงาน ไม่ใช่การมอบอำนาจให้บริหารประเทศโดยปราศจากความรับผิดชอบ

    ทั้งนี้ เพจ “แอบแดก” ระบุว่า การนำเสนอความคิดเห็นดังกล่าวไม่ได้มุ่งโจมตีบุคคลหรือพรรคการเมืองใดเป็นการเฉพาะ แต่ต้องการชวนสังคมตั้งคำถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อร่วมกันผลักดันมาตรฐานการบริหารประเทศที่ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นศูนย์กลาง

    ขอบคุณเพจแอบแดก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5503182/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1C7FKBIgo01WXRa6pacAOI

  • วินมอเตอร์ไซค์ยังต้องสอบ! เพจดัง ‘แอบแดก’ ฉะยับมาตรฐาน ‘รมต.’ ไทย ต่ำกว่าอาชีพทั่วไป จี้เลิกยุคแบ่งเค้ก-ลองผิดลองถูก | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “แอบแดก” โพสต์ข้อความวิพากษ์ระบบการเมืองและการบริหารประเทศ ตั้งคำถามถึงมาตรฐานและคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยระบุว่าเป็นเนื้อหาที่เคยเขียนลงในเว็บไซต์พันทิปเมื่อหลายปีก่อน แต่ถูกลบออกโดยอัตโนมัติ ก่อนจะนำมาเรียบเรียงและเผยแพร่อีกครั้ง

    เนื้อหาในโพสต์สะท้อนความย้อนแย้งของสังคมไทย โดยชี้ให้เห็นว่าอาชีพทั่วไปในประเทศ ตั้งแต่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เภสัชกร แพทย์ ไปจนถึงข้าราชการระดับต้น ล้วนต้องผ่านการสอบใบอนุญาต หรือการรับรองความสามารถอย่างเข้มงวด เพราะสังคมตระหนักว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงและต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง

    อย่างไรก็ตาม เพจดังตั้งข้อสังเกตว่า ตำแหน่ง “ผู้บริหารประเทศ” ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล กำหนดนโยบายการศึกษา เศรษฐกิจ สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน กลับเป็นพื้นที่เดียวที่ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษา หรือประสบการณ์ที่ตรงกับงานที่รับผิดชอบ

    โพสต์ยังวิพากษ์ระบบการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีที่เปรียบเสมือนการ “แบ่งเค้กทางการเมือง” หลังการเลือกตั้ง มากกว่าการคัดเลือกจากความรู้ความสามารถ ส่งผลให้เกิดการโยกย้ายบุคคลไปบริหารกระทรวงต่าง ๆ โดยไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาซ้ำซากในหลายมิติ ทั้งการศึกษา ผังเมือง โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจฐานราก

    เพจดังยังระบุว่า การกำหนดนโยบายของรัฐจำนวนมากเป็นไปในลักษณะ “ลองผิดลองถูก” โดยใช้ทรัพยากรของประเทศและชีวิตประชาชนเป็นเดิมพัน ขณะที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องรับผิดชอบอย่างแท้จริง และสามารถโยกย้ายตำแหน่งหลีกเลี่ยงแรงกดดันได้

    นอกจากนี้ โพสต์ยังตั้งข้อสังเกตถึงระบบการคัดเลือกผู้นำที่อิงกับความสัมพันธ์และความจงรักภักดี มากกว่าความสามารถ พร้อมเปรียบเทียบกับภาคเอกชนที่สามารถปลดผู้บริหารที่ขาดประสิทธิภาพได้ทันที

    ช่วงท้ายของโพสต์ เพจ “แอบแดก” ได้เสนอแนวคิดเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารประเทศ อาทิ

    • การกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือรัฐมนตรี โดยยกตัวอย่างประเทศภูฏานที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
    • การจัดให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติและความรู้ของรัฐมนตรีก่อนเข้ารับตำแหน่งในลักษณะเดียวกับการไต่สวนรับรองของวุฒิสภาสหรัฐ
    • การสร้างระบบไต่ระดับจากผลงานจริง (Meritocracy) ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งระดับชาติ คล้ายแนวทางของจีนและสิงคโปร์

    เพจดังเสนอให้มีระบบตรวจสอบสาธารณะ การแสดงวิสัยทัศน์ต่อประชาชนโดยไม่ใช้โพย และกำหนดช่วงทดลองงานของรัฐมนตรี หากไม่ผ่านตัวชี้วัดผลงานควรพ้นจากตำแหน่ง พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งคือการให้โอกาสเข้ามาทำงาน ไม่ใช่การมอบอำนาจให้บริหารประเทศโดยปราศจากความรับผิดชอบ

    ทั้งนี้ เพจ “แอบแดก” ระบุว่า การนำเสนอความคิดเห็นดังกล่าวไม่ได้มุ่งโจมตีบุคคลหรือพรรคการเมืองใดเป็นการเฉพาะ แต่ต้องการชวนสังคมตั้งคำถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อร่วมกันผลักดันมาตรฐานการบริหารประเทศที่ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นศูนย์กลาง

    ขอบคุณเพจแอบแดก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5503182/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1C7FKBIgo01WXRa6pacAOI

  • วินมอเตอร์ไซค์ยังต้องสอบ! เพจดัง ‘แอบแดก’ ฉะยับมาตรฐาน ‘รมต.’ ไทย ต่ำกว่าอาชีพทั่วไป จี้เลิกยุคแบ่งเค้ก-ลองผิดลองถูก | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “แอบแดก” โพสต์ข้อความวิพากษ์ระบบการเมืองและการบริหารประเทศ ตั้งคำถามถึงมาตรฐานและคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยระบุว่าเป็นเนื้อหาที่เคยเขียนลงในเว็บไซต์พันทิปเมื่อหลายปีก่อน แต่ถูกลบออกโดยอัตโนมัติ ก่อนจะนำมาเรียบเรียงและเผยแพร่อีกครั้ง

    เนื้อหาในโพสต์สะท้อนความย้อนแย้งของสังคมไทย โดยชี้ให้เห็นว่าอาชีพทั่วไปในประเทศ ตั้งแต่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เภสัชกร แพทย์ ไปจนถึงข้าราชการระดับต้น ล้วนต้องผ่านการสอบใบอนุญาต หรือการรับรองความสามารถอย่างเข้มงวด เพราะสังคมตระหนักว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงและต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง

    อย่างไรก็ตาม เพจดังตั้งข้อสังเกตว่า ตำแหน่ง “ผู้บริหารประเทศ” ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล กำหนดนโยบายการศึกษา เศรษฐกิจ สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน กลับเป็นพื้นที่เดียวที่ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษา หรือประสบการณ์ที่ตรงกับงานที่รับผิดชอบ

    โพสต์ยังวิพากษ์ระบบการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีที่เปรียบเสมือนการ “แบ่งเค้กทางการเมือง” หลังการเลือกตั้ง มากกว่าการคัดเลือกจากความรู้ความสามารถ ส่งผลให้เกิดการโยกย้ายบุคคลไปบริหารกระทรวงต่าง ๆ โดยไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาซ้ำซากในหลายมิติ ทั้งการศึกษา ผังเมือง โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจฐานราก

    เพจดังยังระบุว่า การกำหนดนโยบายของรัฐจำนวนมากเป็นไปในลักษณะ “ลองผิดลองถูก” โดยใช้ทรัพยากรของประเทศและชีวิตประชาชนเป็นเดิมพัน ขณะที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องรับผิดชอบอย่างแท้จริง และสามารถโยกย้ายตำแหน่งหลีกเลี่ยงแรงกดดันได้

    นอกจากนี้ โพสต์ยังตั้งข้อสังเกตถึงระบบการคัดเลือกผู้นำที่อิงกับความสัมพันธ์และความจงรักภักดี มากกว่าความสามารถ พร้อมเปรียบเทียบกับภาคเอกชนที่สามารถปลดผู้บริหารที่ขาดประสิทธิภาพได้ทันที

    ช่วงท้ายของโพสต์ เพจ “แอบแดก” ได้เสนอแนวคิดเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารประเทศ อาทิ

    • การกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือรัฐมนตรี โดยยกตัวอย่างประเทศภูฏานที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
    • การจัดให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติและความรู้ของรัฐมนตรีก่อนเข้ารับตำแหน่งในลักษณะเดียวกับการไต่สวนรับรองของวุฒิสภาสหรัฐ
    • การสร้างระบบไต่ระดับจากผลงานจริง (Meritocracy) ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งระดับชาติ คล้ายแนวทางของจีนและสิงคโปร์

    เพจดังเสนอให้มีระบบตรวจสอบสาธารณะ การแสดงวิสัยทัศน์ต่อประชาชนโดยไม่ใช้โพย และกำหนดช่วงทดลองงานของรัฐมนตรี หากไม่ผ่านตัวชี้วัดผลงานควรพ้นจากตำแหน่ง พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งคือการให้โอกาสเข้ามาทำงาน ไม่ใช่การมอบอำนาจให้บริหารประเทศโดยปราศจากความรับผิดชอบ

    ทั้งนี้ เพจ “แอบแดก” ระบุว่า การนำเสนอความคิดเห็นดังกล่าวไม่ได้มุ่งโจมตีบุคคลหรือพรรคการเมืองใดเป็นการเฉพาะ แต่ต้องการชวนสังคมตั้งคำถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อร่วมกันผลักดันมาตรฐานการบริหารประเทศที่ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นศูนย์กลาง

    ขอบคุณเพจแอบแดก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5503182/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1C7FKBIgo01WXRa6pacAOI

  • ซีอีโอเครือซีพี “ศุภชัย เจียรวนนท์” ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน | TOPNEWS

    FinTech ไทยสู่เวทีโลก: Ascend Money Unicorn FinTech รายแรกของไทย

    อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลง คือการสร้างแพลตฟอร์ม FinTech ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ผ่านการผลักดัน Ascend Money จนกลายเป็น Unicorn FinTech รายแรกของประเทศไทย สะท้อนความสามารถของไทยในการสร้างนวัตกรรมที่แข่งขันได้ในเวทีสากล และช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ

    สร้าง “Startup ” ผ่าน TDPK ศูนย์กลางเทคและสตาร์ทอัพใหญ่ที่สุดในอาเซียน

    การสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หากต้องอาศัย “ระบบนิเวศ” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและคนรุ่นใหม่สามารถสร้างนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง

    ด้วยวิสัยทัศน์ดังกล่าว นายศุภชัยได้ผลักดัน TDPK (True Digital Park) บนถนนสุขุมวิท 101 ให้เป็น ศูนย์กลางเทคและสตาร์ทอัพแห่งแรกของไทย และใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งเป็นนิเวศที่ครบวงจรสำหรับสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการ โดยเชื่อมโยงสตาร์ทอัพ นักพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญ และนักลงทุนให้มาร่วมกันสร้างเทคโนโลยีและเศรษฐกิจใหม่ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาค

    ลงทุนกับอนาคตประเทศไทยผ่านการศึกษา: ConnextED

    นอกเหนือจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ นายศุภชัยยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ “คน” โดยเชื่อว่าคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ คือรากฐานของความสามารถการแข่งขันประเทศในระยะยาว การริเริ่ม ConnextED จึงเป็นการเชื่อมพลังภาคเอกชนเข้ามาร่วมยกระดับการศึกษาไทยอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงโครงการระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างทักษะคนไทยให้พร้อมรับโลกอนาคต ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

    ขับเคลื่อนความยั่งยืนแบบวัดผลได้: SI Transformation Model มุ่ง Net Zero 2050

    ท่ามกลางความท้าทายจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ นายศุภชัยได้ผลักดันให้เครือซีพีและประเทศไทยมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านวิสัยทัศน์ Sustainable Intelligence Transformation (SI Transformation Model) ซึ่งเน้น 5 เสาหลัก ได้แก่ ความโปร่งใส กลไกตลาด ผู้นำและคนรุ่นใหม่ การเสริมพลัง และเทคโนโลยี พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญในการลดโลกร้อน Net Zero 2050 และส่งเสริมความร่วมมือทุกภาคส่วนผ่านแนวทาง PPP เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตยั่งยืนเกิดผลจริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1456248&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VF3OFfFld7NsEUUNKMjDn

  • ซีอีโอเครือซีพี “ศุภชัย เจียรวนนท์” ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน | TOPNEWS

    FinTech ไทยสู่เวทีโลก: Ascend Money Unicorn FinTech รายแรกของไทย

    อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลง คือการสร้างแพลตฟอร์ม FinTech ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ผ่านการผลักดัน Ascend Money จนกลายเป็น Unicorn FinTech รายแรกของประเทศไทย สะท้อนความสามารถของไทยในการสร้างนวัตกรรมที่แข่งขันได้ในเวทีสากล และช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ

    สร้าง “Startup ” ผ่าน TDPK ศูนย์กลางเทคและสตาร์ทอัพใหญ่ที่สุดในอาเซียน

    การสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หากต้องอาศัย “ระบบนิเวศ” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและคนรุ่นใหม่สามารถสร้างนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง

    ด้วยวิสัยทัศน์ดังกล่าว นายศุภชัยได้ผลักดัน TDPK (True Digital Park) บนถนนสุขุมวิท 101 ให้เป็น ศูนย์กลางเทคและสตาร์ทอัพแห่งแรกของไทย และใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งเป็นนิเวศที่ครบวงจรสำหรับสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการ โดยเชื่อมโยงสตาร์ทอัพ นักพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญ และนักลงทุนให้มาร่วมกันสร้างเทคโนโลยีและเศรษฐกิจใหม่ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาค

    ลงทุนกับอนาคตประเทศไทยผ่านการศึกษา: ConnextED

    นอกเหนือจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ นายศุภชัยยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ “คน” โดยเชื่อว่าคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ คือรากฐานของความสามารถการแข่งขันประเทศในระยะยาว การริเริ่ม ConnextED จึงเป็นการเชื่อมพลังภาคเอกชนเข้ามาร่วมยกระดับการศึกษาไทยอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงโครงการระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างทักษะคนไทยให้พร้อมรับโลกอนาคต ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

    ขับเคลื่อนความยั่งยืนแบบวัดผลได้: SI Transformation Model มุ่ง Net Zero 2050

    ท่ามกลางความท้าทายจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ นายศุภชัยได้ผลักดันให้เครือซีพีและประเทศไทยมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านวิสัยทัศน์ Sustainable Intelligence Transformation (SI Transformation Model) ซึ่งเน้น 5 เสาหลัก ได้แก่ ความโปร่งใส กลไกตลาด ผู้นำและคนรุ่นใหม่ การเสริมพลัง และเทคโนโลยี พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญในการลดโลกร้อน Net Zero 2050 และส่งเสริมความร่วมมือทุกภาคส่วนผ่านแนวทาง PPP เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตยั่งยืนเกิดผลจริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1456248&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VF3OFfFld7NsEUUNKMjDn