Category: ไอที

  • “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก | TOPNEWS

    “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก

    • เผยแพร่ : 24/01/2026 18:55

    นครราชสีมา “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก

    นครราชสีมา วันที่ 24 มกราคม 2569 นายชินพันธ์ แสงภักดิ์โยธิน หรือ “ตั้ม” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกล้าธรรม หมายเลข 2 เขตเลือกตั้งที่ 11 จังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตลาดอำเภอหนองบุญมาก เพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้าและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางบรรยากาศการค้าขายที่ซบเซา สะท้อนกำลังซื้อในระดับชุมชนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
    นายชินพันธ์ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อสร้างภาพ แต่ตั้งใจมารับฟังเสียงจริงของประชาชน โดยพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างสะท้อนปัญหาไปในทิศทางเดียวกันว่า “ขายของไม่ได้ ไม่ใช่เพราะของไม่ดี แต่เพราะลูกค้าไม่มีเงินซื้อ” ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจฐานรากที่ชะลอตัวต่อเนื่อง

    ผู้สมัคร ส.ส.เขต 11 กล่าวว่า ต้นตอสำคัญของปัญหาคือราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้เกษตรกรขาดรายได้ ส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อกำลังซื้อของคนในชุมชน เมื่อเกษตรกรไม่มีกำลังจับจ่าย เงินจึงไม่หมุนในตลาด พ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ได้ กระทบเป็นวงกว้างทั้งอำเภอ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

    นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความเดือดร้อนของชาวไร่มันสำปะหลังจำนวนมาก ที่ต้องเผชิญกับภาวะถูกกดราคารับซื้อ รวมถึงการวัดเปอร์เซ็นต์แป้งที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรม ทำให้เกษตรกรซึ่งเป็นผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญกลับไม่มีอำนาจกำหนดราคาผลผลิตของตนเอง ส่งผลให้แรงงานตลอดทั้งปีของชาวบ้านกลายเป็น “ความขาดทุน” ทั้งที่ยังไม่ทันได้เงินเข้ามือ
    นายชินพันธ์กล่าวอีกว่า เมื่อชาวไร่ขาดทุน ครอบครัวก็อยู่ลำบาก และปัญหาที่น่าเจ็บปวดคือ ลูกหลานเริ่มมองไม่เห็นอนาคตในบ้านเกิดของตัวเอง สะท้อนว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เพียงปัญหาราคามันสำปะหลัง แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี ความเป็นธรรม และอนาคตของเกษตรกรไทย

    พร้อมกันนี้ นายชินพันธ์ได้ให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกรในพื้นที่ โดยย้ำว่า การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากการรับฟังและลงมือทำอย่างจริงจัง หากไม่แก้ไขที่ต้นทาง ไม่ผลักดันราคาพืชผล และไม่เพิ่มรายได้ให้ประชาชน เศรษฐกิจฐานรากก็จะยังซบเซา และตลาดท้องถิ่นจะยังเงียบเช่นนี้ต่อไป.

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ปก web นิ่มลีสซิ่ง 40 ปี แจกใหญ่ 2 ล้าน

    ปก web เปิดท่องเที่ยวน้ำตกขุนกรณ์

    “แม่เลี้ยงผึ้ง” พปชร. ขวัญใจสายใต้แม่ฮ่องสอน ชูคอนเนคชั่นระดับชาติ แก้ปัญหาที่ดิน-สิทธิพื้นฐาน

    “ชาดา” ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงผู้สมัครภูมิใจไทย ชาวบ้านให้กำลังใจคับคั่ง ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69

    ชาวบ้านห้วยหมูบุกร้อง กกต. ขอเลือกตั้งใหม่! ปมเจ้าหน้าที่สั่งสลับสีบัตรเลือกตั้ง กระทบ 400 เสียง

    Soft Power เมืองน่าน! ‘แข่งเรือพญานาค’ ขึ้นแท่นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ

    อลังการขบวนชาติพันธุ์! งานวัฒนธรรมลเวือะ ครั้งที่ 5 รวมพลังอนุรักษ์วิถีดั้งเดิม

    มุกดาหาร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ทำลายของกลางที่คดีถึงที่สุดแล้ว รวมมูลค่า 3,381,694.90 บาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1465592&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0N9Cc5AtoCSglw0FpmFWBV

  • “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก | TOPNEWS

    “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก

    • เผยแพร่ : 24/01/2026 18:55

    นครราชสีมา “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก

    นครราชสีมา วันที่ 24 มกราคม 2569 นายชินพันธ์ แสงภักดิ์โยธิน หรือ “ตั้ม” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกล้าธรรม หมายเลข 2 เขตเลือกตั้งที่ 11 จังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตลาดอำเภอหนองบุญมาก เพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้าและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางบรรยากาศการค้าขายที่ซบเซา สะท้อนกำลังซื้อในระดับชุมชนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
    นายชินพันธ์ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อสร้างภาพ แต่ตั้งใจมารับฟังเสียงจริงของประชาชน โดยพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างสะท้อนปัญหาไปในทิศทางเดียวกันว่า “ขายของไม่ได้ ไม่ใช่เพราะของไม่ดี แต่เพราะลูกค้าไม่มีเงินซื้อ” ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจฐานรากที่ชะลอตัวต่อเนื่อง

    ผู้สมัคร ส.ส.เขต 11 กล่าวว่า ต้นตอสำคัญของปัญหาคือราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้เกษตรกรขาดรายได้ ส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อกำลังซื้อของคนในชุมชน เมื่อเกษตรกรไม่มีกำลังจับจ่าย เงินจึงไม่หมุนในตลาด พ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ได้ กระทบเป็นวงกว้างทั้งอำเภอ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

    นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความเดือดร้อนของชาวไร่มันสำปะหลังจำนวนมาก ที่ต้องเผชิญกับภาวะถูกกดราคารับซื้อ รวมถึงการวัดเปอร์เซ็นต์แป้งที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรม ทำให้เกษตรกรซึ่งเป็นผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญกลับไม่มีอำนาจกำหนดราคาผลผลิตของตนเอง ส่งผลให้แรงงานตลอดทั้งปีของชาวบ้านกลายเป็น “ความขาดทุน” ทั้งที่ยังไม่ทันได้เงินเข้ามือ
    นายชินพันธ์กล่าวอีกว่า เมื่อชาวไร่ขาดทุน ครอบครัวก็อยู่ลำบาก และปัญหาที่น่าเจ็บปวดคือ ลูกหลานเริ่มมองไม่เห็นอนาคตในบ้านเกิดของตัวเอง สะท้อนว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เพียงปัญหาราคามันสำปะหลัง แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี ความเป็นธรรม และอนาคตของเกษตรกรไทย

    พร้อมกันนี้ นายชินพันธ์ได้ให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกรในพื้นที่ โดยย้ำว่า การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากการรับฟังและลงมือทำอย่างจริงจัง หากไม่แก้ไขที่ต้นทาง ไม่ผลักดันราคาพืชผล และไม่เพิ่มรายได้ให้ประชาชน เศรษฐกิจฐานรากก็จะยังซบเซา และตลาดท้องถิ่นจะยังเงียบเช่นนี้ต่อไป.

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    zxczcwdwd

    ปก web สลับสีบัตร!ร้องเลือกตั้งใหม่

    Soft Power เมืองน่าน! ‘แข่งเรือพญานาค’ ขึ้นแท่นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ

    อลังการขบวนชาติพันธุ์! งานวัฒนธรรมลเวือะ ครั้งที่ 5 รวมพลังอนุรักษ์วิถีดั้งเดิม

    มุกดาหาร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ทำลายของกลางที่คดีถึงที่สุดแล้ว รวมมูลค่า 3,381,694.90 บาท

    ปลดล็อกสุราชุมชน โคราชเปิดอบรม “สุราสี” ย้ำทำได้ถูกกฎหมาย

    ไม่ขายฝัน! “วิทยา หวานซึ้ง” ลุยแม่สะเรียง-สบเมย ย้ำพรรคกล้าธรรมทำได้จริง

    “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1465592&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0N9Cc5AtoCSglw0FpmFWBV

  • “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก | TOPNEWS

    “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก

    • เผยแพร่ : 24/01/2026 18:55

    นครราชสีมา “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก

    นครราชสีมา วันที่ 24 มกราคม 2569 นายชินพันธ์ แสงภักดิ์โยธิน หรือ “ตั้ม” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกล้าธรรม หมายเลข 2 เขตเลือกตั้งที่ 11 จังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตลาดอำเภอหนองบุญมาก เพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้าและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางบรรยากาศการค้าขายที่ซบเซา สะท้อนกำลังซื้อในระดับชุมชนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
    นายชินพันธ์ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อสร้างภาพ แต่ตั้งใจมารับฟังเสียงจริงของประชาชน โดยพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างสะท้อนปัญหาไปในทิศทางเดียวกันว่า “ขายของไม่ได้ ไม่ใช่เพราะของไม่ดี แต่เพราะลูกค้าไม่มีเงินซื้อ” ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจฐานรากที่ชะลอตัวต่อเนื่อง

    ผู้สมัคร ส.ส.เขต 11 กล่าวว่า ต้นตอสำคัญของปัญหาคือราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้เกษตรกรขาดรายได้ ส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อกำลังซื้อของคนในชุมชน เมื่อเกษตรกรไม่มีกำลังจับจ่าย เงินจึงไม่หมุนในตลาด พ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ได้ กระทบเป็นวงกว้างทั้งอำเภอ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

    นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความเดือดร้อนของชาวไร่มันสำปะหลังจำนวนมาก ที่ต้องเผชิญกับภาวะถูกกดราคารับซื้อ รวมถึงการวัดเปอร์เซ็นต์แป้งที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรม ทำให้เกษตรกรซึ่งเป็นผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญกลับไม่มีอำนาจกำหนดราคาผลผลิตของตนเอง ส่งผลให้แรงงานตลอดทั้งปีของชาวบ้านกลายเป็น “ความขาดทุน” ทั้งที่ยังไม่ทันได้เงินเข้ามือ
    นายชินพันธ์กล่าวอีกว่า เมื่อชาวไร่ขาดทุน ครอบครัวก็อยู่ลำบาก และปัญหาที่น่าเจ็บปวดคือ ลูกหลานเริ่มมองไม่เห็นอนาคตในบ้านเกิดของตัวเอง สะท้อนว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เพียงปัญหาราคามันสำปะหลัง แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี ความเป็นธรรม และอนาคตของเกษตรกรไทย

    พร้อมกันนี้ นายชินพันธ์ได้ให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกรในพื้นที่ โดยย้ำว่า การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากการรับฟังและลงมือทำอย่างจริงจัง หากไม่แก้ไขที่ต้นทาง ไม่ผลักดันราคาพืชผล และไม่เพิ่มรายได้ให้ประชาชน เศรษฐกิจฐานรากก็จะยังซบเซา และตลาดท้องถิ่นจะยังเงียบเช่นนี้ต่อไป.

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    20260124012

    20260124010

    ไม่ขายฝัน! “วิทยา หวานซึ้ง” ลุยแม่สะเรียง-สบเมย ย้ำพรรคกล้าธรรมทำได้จริง

    “ตั้ม ชินพันธ์” ลุยตลาดหนองบุญมาก รับฟังเดือดร้อนพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากทรุดหนัก

    ปชป. เปิดพิมพ์เขียว “5 มหานครใหม่” ดันปริมณฑลเลือกตั้งผู้ว่าฯ พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย

    คณะศิษย์ “ครูบาแสงทิพย์” ทอดผ้าป่าสามัคคี มอบอุปกรณ์ชุมชนบ้านท่ามะเกว๋น

    “สรสินธุ” ชี้แก้จนต้องอุดรูรั่วเศรษฐกิจ เลิกแจกเงินฉาบฉวย ทางเลือกใหม่ อาสาเข้าสภาล้างหนี้คนไทย

    เดือน 3 แห่งศรัทธา วัดเขาอ้อจัดพิธีแช่ว่าน 3 วัน 3 คืน สืบสานไสยศาสตร์โบราณ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1465592&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0N9Cc5AtoCSglw0FpmFWBV

  • ‘นฤมล’ ลงพื้นที่นครสวรรค์ รับฟังเสียงครู ยกระดับคุณภาพชีวิตครูและการศึกษาของประเทศ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 22 ม.ค.69 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ โรงเรียนอนุบาลแม่เปิน ตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีศึกษาธิการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมผู้บริหารทางการศึกษาในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เพื่อรับฟังรายงานความก้าวหน้าการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงสภาพปัญหา อุปสรรคในการบริหารจัดการศึกษา และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในภาพรวมของจังหวัดนครสวรรค์

    ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้พบปะและรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ พร้อมทั้งสื่อสารสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายด้านการศึกษา โดยเน้นย้ำว่า นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการไม่ควรเป็นเพียงนโยบายที่มาจากฝ่ายบริหารส่วนกลางเท่านั้น แต่ควรสะท้อนเสียง ความต้องการ และบริบทการทำงานจริงของบุคลากรทางการศึกษาในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ตนได้กำหนดแนวทางว่า กระทรวงศึกษาธิการจะได้เลือกการลงพื้นที่จริง รับฟังจริง และแก้ปัญหาจริง โดยเชิญผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ในทุกภูมิภาค เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครองอย่างรอบด้าน ซึ่งทำให้หลายประเด็นที่เป็นข้อกังวลและความทุกข์ใจของบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

    ประเด็นสำคัญคือ เรื่องการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ซึ่งถือเป็นปัญหาที่พบในทุกพื้นที่ โดยครูและบุคลากรทางการศึกษาสะท้อนว่า กระบวนการประเมินที่ล่าช้าและไม่สอดคล้องกับบริบทการทำงานจริง ส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ประสานกับคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปรับปรุงระบบการคัดเลือกผู้ประเมิน ให้มีความเข้าใจบริบทของโรงเรียนและการทำงานในพื้นที่มากขึ้น รวมถึงจัดทำฐานข้อมูลผู้ประเมิน เพื่อให้การประเมินมีความเป็นธรรม โปร่งใส และสะท้อนคุณภาพการทำงานที่แท้จริง

    นอกจากนี้ ที่ประชุม ก.ค.ศ. เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ยังได้เปิดทางเลือกในการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เน้นเฉพาะงานวิจัย เป็น 3 ทางเลือก ได้แก่ งานวิจัย นวัตกรรมที่นำไปใช้ได้จริง และรางวัลระดับชาติหรือระดับนานาชาติที่ได้รับการรับรอง ซึ่งถือเป็นการสร้างแรงจูงใจและเปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้แสดงศักยภาพตามความถนัดและบริบทของแต่ละสถานศึกษา โดยเฉพาะสถานศึกษาในสายอาชีวศึกษา ที่มีผลงานนวัตกรรมเชิงประจักษ์จำนวนมาก

    “การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่ใช่การทำให้การได้วิทยฐานะเป็นเรื่องง่าย แต่เป็นการทำให้เกิด “ความเป็นธรรม” กับผู้ปฏิบัติงานอย่างแท้จริง พร้อมทั้งสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ซึ่งจะส่งผลดีต่อนักเรียน สถานศึกษา และระบบการศึกษาโดยรวมในระยะยาว”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวย้ำ

    ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวถึงเรื่องสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะด้านที่พักอาศัย ที่ได้ลงพื้นที่พร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี หลายจังหวัด พบว่าบ้านพักครูจำนวนมากอยู่ในสภาพทรุดโทรม ไม่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัย จึงได้ประสานกับการเคหะ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมมือกับ สพฐ.ในการสำรวจและวางแผนปรับปรุงพัฒนาบ้านพักสวัสดิการครูให้มีความเหมาะสมและปลอดภัย

    ​“สำหรับวาระสำคัญเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่บั่นทอนขวัญและกำลังใจมาอย่างยาวนานนั้น ศธ. ได้วางแนวทางแก้ไขเชิงรุกด้วยมาตรการ ‘รวมหนี้’ มาไว้ที่จุดเดียวผ่านกลไกของ ‘สหกรณ์ออมทรัพย์กลาง’ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการดอกเบี้ยให้อยู่ในอัตราต่ำ ช่วยลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือนให้ครูมีสภาพคล่องคืนมา โดยเป้าหมายสูงสุดในอนาคต หากโมเดลการรวมหนี้นี้ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม จะดำเนินการขยายผลยกระดับสู่การจัดตั้ง ‘ธนาคารเพื่อประชาชน’ เพื่อเป็นสถาบันการเงินทางเลือกใหม่ที่พึ่งพาได้จริง ซึ่งจะช่วยสร้างกลไกตลาดให้สถาบันการเงินอื่นต้องปรับลดดอกเบี้ยลงมาแข่งขัน อันจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อคุณภาพชีวิตของเพื่อนครูทุกคน” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5528429/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-OieB5fzIyYQ02t8k2IqB

  • เพชรบุรีจัดใหญ่! ชูเมืองสร้างสรรค์โลก ยกระดับ 2 งานประเพณีใหญ่ กระตุ้นเศรษฐกิจยั่งยืน | TOPNEWS

    จังหวัดเพชรบุรีส่งเสริมงานประเพณีท้องถิ่น ยกระดับงาน “นมัสการรอยพระพุทธบาทเขาลูกช้าง” “เทศกาลสงกรานต์บนหลังเกวียน” ชูการท่องเที่ยวสู่เมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

    เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานการแถลงข่าวงานส่งเสริมงานประเพณีเพื่อการท่องเที่ยวสู่เมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน โดยมี นางกัญญพัชร นางาม วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี นายจงรัก เพชรเสน นายอำเภอท่ายาง นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด นายธนาเดช ทองธนบดีกุล นายกเทศมนตรีตำบลท่าไม้รวก นายบรรพต กำไลแก้ว เลขานุการสภาวัฒนธรรมอำเภอบ้านลาด ผู้แทนสภาวัฒนธรรมตำบลถ้ำรงค์ นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายทางวัฒนธรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าว

    นายชัยพล ภูต้องลม กล่าวว่า จังหวัดเพชรบุรีเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีความเก่าแก่ยาวนาน มีหลักฐานโบราณคดีตั้งแต่ยุคทวารวดี สุโขทัย อยุธยา จนถึงรัตนโกสินทร์ เป็นศูนย์กลางการสืบทอดงานช่างฝีมือของไทย โดยเฉพาะ “สกุลช่างเมืองเพชร” ที่มีความโดดเด่นระดับชาติ และเป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต จนมีผู้เรียกขานว่า “อยุธยาที่มีชีวิต” ซึ่งหาได้ยากในประเทศไทย

    ในด้านภูมิปัญญาอาหาร จังหวัดเพชรบุรีมีความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรอาหารสูง โดยเฉพาะวัตถุดิบสำคัญที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ได้แก่ เกลือ น้ำตาลโตนด และมะนาวแป้น ซึ่งมีรสชาติและคุณสมบัติเฉพาะตัว ถือเป็นรากฐานของอาหารเมืองเพชรที่มีเอกลักษณ์ ทั้งรสเค็ม เปรี้ยว และหวาน จนได้รับฉายาว่า “เมือง 3 รส” ที่สะท้อนภูมิปัญญาทางอาหารและการปรุงที่สั่งสมมายาวนาน

    อีกทั้งยังได้รับการประกาศเป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก” (UNESCO Creative Cities of Gastronomy) เมื่อปี พ.ศ. 2564 ทำให้จังหวัดเพชรบุรีเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ถือเป็น ซอฟต์พาวเวอร์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับจังหวัดเพชรบุรีมหาศาล ด้วยเหตุนี้จังหวัดเพชรบุรีได้ขับเคลื่อนวัฒนธรรมเป็นกลไกพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนผ่านโครงการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมสู่เมืองสร้างสรรค์ระดับสากล การส่งเสริมงานประเพณีเพื่อการท่องเที่ยวสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารอย่างยั่งยืน  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานประเพณี 2 แห่ง

    ได้แก่ งานประจำปีนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาลูกช้าง ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณวัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง และงานเทศกาลประเพณีสงกรานต์บนหลังเกวียน ระหว่างวันที่ 10 – 14  เมษายน 2569 ณ บริเวณทุ่งนาป่าตาล ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอบ้านลาดหลังใหม่ ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด

    รอง ผวจ.เพชรบุรี กล่าวต่ออีกว่า การจัดงานเทศกาลประเพณีทั้ง 2 งานนี้ จังหวัดเพชรบุรีได้นำมิติทางวัฒนธรรมมาดำเนินโครงการในด้านศิลปวัฒนธรรม เพื่อยกระดับการจัดงานสืบสานประเพณีหรือเทศกาลต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิม สร้างรายได้ และความมั่งคั่งจากทุนและทรัพยากร ทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความอยู่ดี มีสุข ยกระดับการจัดงานระดับท้องถิ่นไปสู่ระดับจังหวัด และระดับประเทศในอนาคต จากการท่องเที่ยว สินค้า และบริการทาง/วัฒนธรรม สินค้าจากภูมิปัญญาไทย ส่งเสริมอัตลักษณ์ และความเป็นไทยสืบต่อไป

    ดาราวรรณ  เข็มตรง ผู้สื่อข่าว top new ทั่วไทย จ.เพชรบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1465309&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23gVBOJpJyRU22pwyLvsuE

  • เพชรบุรีจัดใหญ่! ชูเมืองสร้างสรรค์โลก ยกระดับ 2 งานประเพณีใหญ่ กระตุ้นเศรษฐกิจยั่งยืน | TOPNEWS

    จังหวัดเพชรบุรีส่งเสริมงานประเพณีท้องถิ่น ยกระดับงาน “นมัสการรอยพระพุทธบาทเขาลูกช้าง” “เทศกาลสงกรานต์บนหลังเกวียน” ชูการท่องเที่ยวสู่เมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

    เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานการแถลงข่าวงานส่งเสริมงานประเพณีเพื่อการท่องเที่ยวสู่เมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน โดยมี นางกัญญพัชร นางาม วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี นายจงรัก เพชรเสน นายอำเภอท่ายาง นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด นายธนาเดช ทองธนบดีกุล นายกเทศมนตรีตำบลท่าไม้รวก นายบรรพต กำไลแก้ว เลขานุการสภาวัฒนธรรมอำเภอบ้านลาด ผู้แทนสภาวัฒนธรรมตำบลถ้ำรงค์ นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายทางวัฒนธรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าว

    นายชัยพล ภูต้องลม กล่าวว่า จังหวัดเพชรบุรีเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีความเก่าแก่ยาวนาน มีหลักฐานโบราณคดีตั้งแต่ยุคทวารวดี สุโขทัย อยุธยา จนถึงรัตนโกสินทร์ เป็นศูนย์กลางการสืบทอดงานช่างฝีมือของไทย โดยเฉพาะ “สกุลช่างเมืองเพชร” ที่มีความโดดเด่นระดับชาติ และเป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต จนมีผู้เรียกขานว่า “อยุธยาที่มีชีวิต” ซึ่งหาได้ยากในประเทศไทย

    ในด้านภูมิปัญญาอาหาร จังหวัดเพชรบุรีมีความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรอาหารสูง โดยเฉพาะวัตถุดิบสำคัญที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ได้แก่ เกลือ น้ำตาลโตนด และมะนาวแป้น ซึ่งมีรสชาติและคุณสมบัติเฉพาะตัว ถือเป็นรากฐานของอาหารเมืองเพชรที่มีเอกลักษณ์ ทั้งรสเค็ม เปรี้ยว และหวาน จนได้รับฉายาว่า “เมือง 3 รส” ที่สะท้อนภูมิปัญญาทางอาหารและการปรุงที่สั่งสมมายาวนาน

    อีกทั้งยังได้รับการประกาศเป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก” (UNESCO Creative Cities of Gastronomy) เมื่อปี พ.ศ. 2564 ทำให้จังหวัดเพชรบุรีเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ถือเป็น ซอฟต์พาวเวอร์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับจังหวัดเพชรบุรีมหาศาล ด้วยเหตุนี้จังหวัดเพชรบุรีได้ขับเคลื่อนวัฒนธรรมเป็นกลไกพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนผ่านโครงการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมสู่เมืองสร้างสรรค์ระดับสากล การส่งเสริมงานประเพณีเพื่อการท่องเที่ยวสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารอย่างยั่งยืน  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานประเพณี 2 แห่ง

    ได้แก่ งานประจำปีนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาลูกช้าง ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณวัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง และงานเทศกาลประเพณีสงกรานต์บนหลังเกวียน ระหว่างวันที่ 10 – 14  เมษายน 2569 ณ บริเวณทุ่งนาป่าตาล ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอบ้านลาดหลังใหม่ ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด

    รอง ผวจ.เพชรบุรี กล่าวต่ออีกว่า การจัดงานเทศกาลประเพณีทั้ง 2 งานนี้ จังหวัดเพชรบุรีได้นำมิติทางวัฒนธรรมมาดำเนินโครงการในด้านศิลปวัฒนธรรม เพื่อยกระดับการจัดงานสืบสานประเพณีหรือเทศกาลต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิม สร้างรายได้ และความมั่งคั่งจากทุนและทรัพยากร ทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความอยู่ดี มีสุข ยกระดับการจัดงานระดับท้องถิ่นไปสู่ระดับจังหวัด และระดับประเทศในอนาคต จากการท่องเที่ยว สินค้า และบริการทาง/วัฒนธรรม สินค้าจากภูมิปัญญาไทย ส่งเสริมอัตลักษณ์ และความเป็นไทยสืบต่อไป

    ดาราวรรณ  เข็มตรง ผู้สื่อข่าว top new ทั่วไทย จ.เพชรบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1465309&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23gVBOJpJyRU22pwyLvsuE

  • กิจกรรมเดินป่าจังหวัดเชียงใหม่ ทางเลือกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์-รักสุขภาพ

    ในปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม นอกจากจะได้ชื่นชมความสวยงามแล้วยังเป็นการออกกำลังกายซึ่งดีต่อสุขภาพอีกด้วย หนึ่งในประเภทที่คนกำลังให้ความสนใจก็คือการเดินป่าระยะสั้นที่กำลังมาแรง มือใหม่ หรือคนที่ไม่เคยทำมาก่อนก็เริ่มทดลองร่วมกิจกรรมนี้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ ทำได้ง่ายทั้งไปคนเดียว ไปกับเพื่อน หรือไปเป็นครอบครัว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo03.jpg

    โดยจังหวัดเชียงใหม่มีเส้นทางเดินป่าที่ไม่ไกลจากเมืองเหมาะสำหรับมือใหม่ที่ใช้เวลาเดินไม่นาน ตอบโจทย์กระแสท่องเที่ยวธรรมชาติ สอดแทรกมุมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในขณะเดียวกันหลายฝ่ายก็มองว่าหากมีการต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแวด โดยที่ชุมชนใกล้ๆ มีส่วนร่วม ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งในการที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติ

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การเดินป่าเป็นอีกหนึ่งแนวทางการท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ในช่วงปี 2568 มีฝนตกลงมามากพอสมควร ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันป่าในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงมีความเขียว ดอกไม้ต้นไม้มีความสวยงาม ไม่แห้งแล้งจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เปียกจนยากต่อการท่องเที่ยวหรือการเดิน สิ่งนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้คนให้ความสนใจ มีการถ่ายทอดเรื่องราวลงโลกสังคมออนไลน์ หลายคนก็อยากจะทดลองกลายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่คึกคักเป็นอย่างมาก

    สำหรับจังหวัดเชียงใหม่มีป่าใกล้เมืองที่สามารถทำกิจกรรมนี้ได้อยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งก็มีความสวยงามมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง รวมถึงความยากง่ายที่แตกต่างกันออกไป มือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการหรืออยากจะทดลองก็สามารถทำได้ไม่ยาก ซึ่งการเดินป่าระยะสั้นของจังหวัดเชียงใหม่มีสิ่งที่โดดเด่นอยู่หลายประการ เช่น ไม่ไกลเมืองอยู่ใกล้กับแหล่งที่พัก ป่ามีความอุดมสมบูรณ์เขียวขจี อากาศในช่วงเช้าเย็นสบาย

    นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ได้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเชียงใหม่และอยากทดลองกิจกรรมนี้อย่างน้อยก็พักในเชียงใหม่ไม่ต่ำกว่า 3 คืน พอทำกิจกรรมเดินป่าเสร็จแล้วก็จะไปทานอาหารหรือท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการหรือร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับเส้นทางเดินป่าก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo02.jpg

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo04.jpg

    “ส่วนตัวคิดว่ากิจกรรมนี้สามารถต่อยอดได้อีกมาก เพราะกระแสสิ่งแวดล้อมแวด กระแสการรักสุขภาพ การท่องเที่ยวแบบครอบครัว กำลังได้รับความสนใจทั้งประเทศไทยและระดับโลก อยากให้มีการต่อยอดในการที่หน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่จัดทำป้ายบอกทางหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเช่นห้องน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งคิดว่าแต่ละหน่วยงานสามารถร่วมมือทำได้เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัว” ไพศาล กล่าว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo V01.jpg

    ด้าน ศิริลักษณ์ ธาตุอินทร์จันทร์ ชาวเชียงใหม่เปิดเผยว่า ส่วนตัวเริ่มสนใจการท่องเที่ยวทางธรรมชาติมานานแล้ว ในช่วงแรกเป็นการขับรถท่องเที่ยวไปยังแหล่งธรรมชาติต่างๆ ต่อมาได้เริ่มกิจกรรมการเดินป่าอย่างจริงจังที่กิ่วแม่ปานที่เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติอันโด่งดังบนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่ยากและมีไกด์นำทาง จากประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดความชื่นชอบในการเดินป่า และเริ่มมองว่าการท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นทั้งการพักผ่อนและการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ

    หากเป็นช่วงฤดูหนาว ความรู้สึกที่ได้รับคือสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น และรู้สึกผ่อนคลายทางจิตใจ ได้อยู่กับธรรมชาติและหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง ทำให้สามารถปล่อยวางความคิดต่างๆ และโฟกัสอยู่กับเส้นทางที่เดินตรงหน้า สิ่งที่ชื่นชอบที่สุดคือความรู้สึกของการได้ฮีลใจควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย การได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และบรรยากาศของธรรมชาติ เช่น การเดินขึ้นดอยสุเทพ เดินเทรลวัดผาลาด ห้วยตึงเฒ่า หรือแกรนด์แคนยอนปาย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไปบ่อยและสร้างความรู้สึกผูกพันกับธรรมชาติอย่างมาก

    อย่างไรก็ตามอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการพัฒนาป้ายนำทาง แผนที่เส้นทาง และกฎระเบียบให้มีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการจัดให้มีห้องน้ำและการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง แม้โดยภาพรวมจังหวัดเชียงใหม่จะมีการดูแลที่ดีและมีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยดูแลในหลายพื้นที่ แต่บางเส้นทางยังอาจดูแลไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร

    “ความง่ายของการท่องเที่ยวทางธรรมชาติคือ หากมีการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและอุปกรณ์อย่างเหมาะสม ก็สามารถท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจและสนุกสนาน ส่วนความยากคือสภาพอากาศ โดยเฉพาะฤดูฝนที่เส้นทางอาจลื่นและลาดชัน รวมถึงเส้นทางที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้หลงทางได้ สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดคือการพบสัตว์ป่าที่อาจจะเป็นอันตราย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ” ศิริลักษณ์ กล่าว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ขณะที่ความเห็นของทางสภาลมหายใจเชียงใหม่ ก็เห็นด้วยกับกิจกรรมการเดินป่า หรือวิ่งเทรล เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับป่าไม้ หากได้รับความนิยมมากขึ้นการอนุรักษ์และดูแลป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงก็จะให้ความสนใจและเข้มงวดในการรักษาป่า ไม่ให้ป่าไม้ถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นไฟป่า หรือคนที่เข้าไปทำลายป่า

    “ทั้งนี้ก็อยากจะให้ผู้คนที่เข้าร่วมกิจกรรมช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม หากนำสิ่งของเข้าไปในป่าก็ให้เอาออกมาด้วย เพื่อที่จะให้ป่าสะอาดและจะได้ต่อยอดกิจกรรมนี้ให้ดีขึ้นไปถึงระดับโลก”

    ด้านสมาคมร้านอาหารเชียงใหม่ เห็นด้วยที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวเกี่ยวกับการเดินป่า สามารถพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้นได้ หากเป็นเส้นทางระยะไกลอาจจะสร้างเป็นสถานีที่การพักแรมเล็ก ๆไม่ใช้พื้นที่ใหญ่โตมากมายที่ไม่ไปรบกวนกับธรรมชาติ หรือลักษณะที่เป็นลานกางเต็นท์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องน้ำหรือร้านขายของเล็กๆ เป็นสิ่งที่เราสามารถพัฒนาได้ง่ายและรวดเร็วและไม่ได้มีการลงทุนมาก หลังจากนั้นก็มีการโปรโมท ว่าเรามีเส้นทางการเดินป่ารวมถึงมีความสมบูรณ์และสะดวกแห่งหนึ่งในเอเชีย

    เพราะจังหวัดเชียงใหม่ได้รับเลือกให้เป็นเส้นทางการแข่งขันวิ่งเทรลระดับโลก ซึ่งเราถือว่าเป็นสนามหลักของโลกเพราะตรงนี้เราสามารถประกาศให้เป็นจังหวัดที่มีเส้นทางเดินป่าที่ดีแห่งหนึ่ง”

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo06.jpg

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo07.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/hiking-in-chiang-mai-province-an-alternative-for-ecotourism-and-wellness&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nFvOxmLq3o1KE72blGgQy

  • กิจกรรมเดินป่าจังหวัดเชียงใหม่ ทางเลือกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์-รักสุขภาพ

    ในปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม นอกจากจะได้ชื่นชมความสวยงามแล้วยังเป็นการออกกำลังกายซึ่งดีต่อสุขภาพอีกด้วย หนึ่งในประเภทที่คนกำลังให้ความสนใจก็คือการเดินป่าระยะสั้นที่กำลังมาแรง มือใหม่ หรือคนที่ไม่เคยทำมาก่อนก็เริ่มทดลองร่วมกิจกรรมนี้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ ทำได้ง่ายทั้งไปคนเดียว ไปกับเพื่อน หรือไปเป็นครอบครัว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo03.jpg

    โดยจังหวัดเชียงใหม่มีเส้นทางเดินป่าที่ไม่ไกลจากเมืองเหมาะสำหรับมือใหม่ที่ใช้เวลาเดินไม่นาน ตอบโจทย์กระแสท่องเที่ยวธรรมชาติ สอดแทรกมุมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในขณะเดียวกันหลายฝ่ายก็มองว่าหากมีการต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแวด โดยที่ชุมชนใกล้ๆ มีส่วนร่วม ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งในการที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติ

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การเดินป่าเป็นอีกหนึ่งแนวทางการท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ในช่วงปี 2568 มีฝนตกลงมามากพอสมควร ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันป่าในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงมีความเขียว ดอกไม้ต้นไม้มีความสวยงาม ไม่แห้งแล้งจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เปียกจนยากต่อการท่องเที่ยวหรือการเดิน สิ่งนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้คนให้ความสนใจ มีการถ่ายทอดเรื่องราวลงโลกสังคมออนไลน์ หลายคนก็อยากจะทดลองกลายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่คึกคักเป็นอย่างมาก

    สำหรับจังหวัดเชียงใหม่มีป่าใกล้เมืองที่สามารถทำกิจกรรมนี้ได้อยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งก็มีความสวยงามมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง รวมถึงความยากง่ายที่แตกต่างกันออกไป มือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการหรืออยากจะทดลองก็สามารถทำได้ไม่ยาก ซึ่งการเดินป่าระยะสั้นของจังหวัดเชียงใหม่มีสิ่งที่โดดเด่นอยู่หลายประการ เช่น ไม่ไกลเมืองอยู่ใกล้กับแหล่งที่พัก ป่ามีความอุดมสมบูรณ์เขียวขจี อากาศในช่วงเช้าเย็นสบาย

    นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ได้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเชียงใหม่และอยากทดลองกิจกรรมนี้อย่างน้อยก็พักในเชียงใหม่ไม่ต่ำกว่า 3 คืน พอทำกิจกรรมเดินป่าเสร็จแล้วก็จะไปทานอาหารหรือท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการหรือร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับเส้นทางเดินป่าก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo02.jpg

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo04.jpg

    “ส่วนตัวคิดว่ากิจกรรมนี้สามารถต่อยอดได้อีกมาก เพราะกระแสสิ่งแวดล้อมแวด กระแสการรักสุขภาพ การท่องเที่ยวแบบครอบครัว กำลังได้รับความสนใจทั้งประเทศไทยและระดับโลก อยากให้มีการต่อยอดในการที่หน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่จัดทำป้ายบอกทางหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเช่นห้องน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งคิดว่าแต่ละหน่วยงานสามารถร่วมมือทำได้เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัว” ไพศาล กล่าว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo V01.jpg

    ด้าน ศิริลักษณ์ ธาตุอินทร์จันทร์ ชาวเชียงใหม่เปิดเผยว่า ส่วนตัวเริ่มสนใจการท่องเที่ยวทางธรรมชาติมานานแล้ว ในช่วงแรกเป็นการขับรถท่องเที่ยวไปยังแหล่งธรรมชาติต่างๆ ต่อมาได้เริ่มกิจกรรมการเดินป่าอย่างจริงจังที่กิ่วแม่ปานที่เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติอันโด่งดังบนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่ยากและมีไกด์นำทาง จากประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดความชื่นชอบในการเดินป่า และเริ่มมองว่าการท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นทั้งการพักผ่อนและการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ

    หากเป็นช่วงฤดูหนาว ความรู้สึกที่ได้รับคือสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น และรู้สึกผ่อนคลายทางจิตใจ ได้อยู่กับธรรมชาติและหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง ทำให้สามารถปล่อยวางความคิดต่างๆ และโฟกัสอยู่กับเส้นทางที่เดินตรงหน้า สิ่งที่ชื่นชอบที่สุดคือความรู้สึกของการได้ฮีลใจควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย การได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และบรรยากาศของธรรมชาติ เช่น การเดินขึ้นดอยสุเทพ เดินเทรลวัดผาลาด ห้วยตึงเฒ่า หรือแกรนด์แคนยอนปาย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไปบ่อยและสร้างความรู้สึกผูกพันกับธรรมชาติอย่างมาก

    อย่างไรก็ตามอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการพัฒนาป้ายนำทาง แผนที่เส้นทาง และกฎระเบียบให้มีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการจัดให้มีห้องน้ำและการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง แม้โดยภาพรวมจังหวัดเชียงใหม่จะมีการดูแลที่ดีและมีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยดูแลในหลายพื้นที่ แต่บางเส้นทางยังอาจดูแลไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร

    “ความง่ายของการท่องเที่ยวทางธรรมชาติคือ หากมีการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและอุปกรณ์อย่างเหมาะสม ก็สามารถท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจและสนุกสนาน ส่วนความยากคือสภาพอากาศ โดยเฉพาะฤดูฝนที่เส้นทางอาจลื่นและลาดชัน รวมถึงเส้นทางที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้หลงทางได้ สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดคือการพบสัตว์ป่าที่อาจจะเป็นอันตราย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ” ศิริลักษณ์ กล่าว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ขณะที่ความเห็นของทางสภาลมหายใจเชียงใหม่ ก็เห็นด้วยกับกิจกรรมการเดินป่า หรือวิ่งเทรล เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับป่าไม้ หากได้รับความนิยมมากขึ้นการอนุรักษ์และดูแลป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงก็จะให้ความสนใจและเข้มงวดในการรักษาป่า ไม่ให้ป่าไม้ถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นไฟป่า หรือคนที่เข้าไปทำลายป่า

    “ทั้งนี้ก็อยากจะให้ผู้คนที่เข้าร่วมกิจกรรมช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม หากนำสิ่งของเข้าไปในป่าก็ให้เอาออกมาด้วย เพื่อที่จะให้ป่าสะอาดและจะได้ต่อยอดกิจกรรมนี้ให้ดีขึ้นไปถึงระดับโลก”

    ด้านสมาคมร้านอาหารเชียงใหม่ เห็นด้วยที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวเกี่ยวกับการเดินป่า สามารถพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้นได้ หากเป็นเส้นทางระยะไกลอาจจะสร้างเป็นสถานีที่การพักแรมเล็ก ๆไม่ใช้พื้นที่ใหญ่โตมากมายที่ไม่ไปรบกวนกับธรรมชาติ หรือลักษณะที่เป็นลานกางเต็นท์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องน้ำหรือร้านขายของเล็กๆ เป็นสิ่งที่เราสามารถพัฒนาได้ง่ายและรวดเร็วและไม่ได้มีการลงทุนมาก หลังจากนั้นก็มีการโปรโมท ว่าเรามีเส้นทางการเดินป่ารวมถึงมีความสมบูรณ์และสะดวกแห่งหนึ่งในเอเชีย

    เพราะจังหวัดเชียงใหม่ได้รับเลือกให้เป็นเส้นทางการแข่งขันวิ่งเทรลระดับโลก ซึ่งเราถือว่าเป็นสนามหลักของโลกเพราะตรงนี้เราสามารถประกาศให้เป็นจังหวัดที่มีเส้นทางเดินป่าที่ดีแห่งหนึ่ง”

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo06.jpg

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo07.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/hiking-in-chiang-mai-province-an-alternative-for-ecotourism-and-wellness&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nFvOxmLq3o1KE72blGgQy

  • กิจกรรมเดินป่าจังหวัดเชียงใหม่ ทางเลือกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์-รักสุขภาพ

    ในปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม นอกจากจะได้ชื่นชมความสวยงามแล้วยังเป็นการออกกำลังกายซึ่งดีต่อสุขภาพอีกด้วย หนึ่งในประเภทที่คนกำลังให้ความสนใจก็คือการเดินป่าระยะสั้นที่กำลังมาแรง มือใหม่ หรือคนที่ไม่เคยทำมาก่อนก็เริ่มทดลองร่วมกิจกรรมนี้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ ทำได้ง่ายทั้งไปคนเดียว ไปกับเพื่อน หรือไปเป็นครอบครัว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo03.jpg

    โดยจังหวัดเชียงใหม่มีเส้นทางเดินป่าที่ไม่ไกลจากเมืองเหมาะสำหรับมือใหม่ที่ใช้เวลาเดินไม่นาน ตอบโจทย์กระแสท่องเที่ยวธรรมชาติ สอดแทรกมุมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในขณะเดียวกันหลายฝ่ายก็มองว่าหากมีการต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแวด โดยที่ชุมชนใกล้ๆ มีส่วนร่วม ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งในการที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติ

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การเดินป่าเป็นอีกหนึ่งแนวทางการท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ในช่วงปี 2568 มีฝนตกลงมามากพอสมควร ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันป่าในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงมีความเขียว ดอกไม้ต้นไม้มีความสวยงาม ไม่แห้งแล้งจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เปียกจนยากต่อการท่องเที่ยวหรือการเดิน สิ่งนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้คนให้ความสนใจ มีการถ่ายทอดเรื่องราวลงโลกสังคมออนไลน์ หลายคนก็อยากจะทดลองกลายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่คึกคักเป็นอย่างมาก

    สำหรับจังหวัดเชียงใหม่มีป่าใกล้เมืองที่สามารถทำกิจกรรมนี้ได้อยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งก็มีความสวยงามมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง รวมถึงความยากง่ายที่แตกต่างกันออกไป มือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการหรืออยากจะทดลองก็สามารถทำได้ไม่ยาก ซึ่งการเดินป่าระยะสั้นของจังหวัดเชียงใหม่มีสิ่งที่โดดเด่นอยู่หลายประการ เช่น ไม่ไกลเมืองอยู่ใกล้กับแหล่งที่พัก ป่ามีความอุดมสมบูรณ์เขียวขจี อากาศในช่วงเช้าเย็นสบาย

    นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ได้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเชียงใหม่และอยากทดลองกิจกรรมนี้อย่างน้อยก็พักในเชียงใหม่ไม่ต่ำกว่า 3 คืน พอทำกิจกรรมเดินป่าเสร็จแล้วก็จะไปทานอาหารหรือท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการหรือร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับเส้นทางเดินป่าก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo02.jpg

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo04.jpg

    “ส่วนตัวคิดว่ากิจกรรมนี้สามารถต่อยอดได้อีกมาก เพราะกระแสสิ่งแวดล้อมแวด กระแสการรักสุขภาพ การท่องเที่ยวแบบครอบครัว กำลังได้รับความสนใจทั้งประเทศไทยและระดับโลก อยากให้มีการต่อยอดในการที่หน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่จัดทำป้ายบอกทางหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเช่นห้องน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งคิดว่าแต่ละหน่วยงานสามารถร่วมมือทำได้เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัว” ไพศาล กล่าว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo V01.jpg

    ด้าน ศิริลักษณ์ ธาตุอินทร์จันทร์ ชาวเชียงใหม่เปิดเผยว่า ส่วนตัวเริ่มสนใจการท่องเที่ยวทางธรรมชาติมานานแล้ว ในช่วงแรกเป็นการขับรถท่องเที่ยวไปยังแหล่งธรรมชาติต่างๆ ต่อมาได้เริ่มกิจกรรมการเดินป่าอย่างจริงจังที่กิ่วแม่ปานที่เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติอันโด่งดังบนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่ยากและมีไกด์นำทาง จากประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดความชื่นชอบในการเดินป่า และเริ่มมองว่าการท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นทั้งการพักผ่อนและการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ

    หากเป็นช่วงฤดูหนาว ความรู้สึกที่ได้รับคือสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น และรู้สึกผ่อนคลายทางจิตใจ ได้อยู่กับธรรมชาติและหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง ทำให้สามารถปล่อยวางความคิดต่างๆ และโฟกัสอยู่กับเส้นทางที่เดินตรงหน้า สิ่งที่ชื่นชอบที่สุดคือความรู้สึกของการได้ฮีลใจควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย การได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และบรรยากาศของธรรมชาติ เช่น การเดินขึ้นดอยสุเทพ เดินเทรลวัดผาลาด ห้วยตึงเฒ่า หรือแกรนด์แคนยอนปาย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไปบ่อยและสร้างความรู้สึกผูกพันกับธรรมชาติอย่างมาก

    อย่างไรก็ตามอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการพัฒนาป้ายนำทาง แผนที่เส้นทาง และกฎระเบียบให้มีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการจัดให้มีห้องน้ำและการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง แม้โดยภาพรวมจังหวัดเชียงใหม่จะมีการดูแลที่ดีและมีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยดูแลในหลายพื้นที่ แต่บางเส้นทางยังอาจดูแลไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร

    “ความง่ายของการท่องเที่ยวทางธรรมชาติคือ หากมีการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและอุปกรณ์อย่างเหมาะสม ก็สามารถท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจและสนุกสนาน ส่วนความยากคือสภาพอากาศ โดยเฉพาะฤดูฝนที่เส้นทางอาจลื่นและลาดชัน รวมถึงเส้นทางที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้หลงทางได้ สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดคือการพบสัตว์ป่าที่อาจจะเป็นอันตราย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ” ศิริลักษณ์ กล่าว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ขณะที่ความเห็นของทางสภาลมหายใจเชียงใหม่ ก็เห็นด้วยกับกิจกรรมการเดินป่า หรือวิ่งเทรล เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับป่าไม้ หากได้รับความนิยมมากขึ้นการอนุรักษ์และดูแลป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงก็จะให้ความสนใจและเข้มงวดในการรักษาป่า ไม่ให้ป่าไม้ถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นไฟป่า หรือคนที่เข้าไปทำลายป่า

    “ทั้งนี้ก็อยากจะให้ผู้คนที่เข้าร่วมกิจกรรมช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม หากนำสิ่งของเข้าไปในป่าก็ให้เอาออกมาด้วย เพื่อที่จะให้ป่าสะอาดและจะได้ต่อยอดกิจกรรมนี้ให้ดีขึ้นไปถึงระดับโลก”

    ด้านสมาคมร้านอาหารเชียงใหม่ เห็นด้วยที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวเกี่ยวกับการเดินป่า สามารถพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้นได้ หากเป็นเส้นทางระยะไกลอาจจะสร้างเป็นสถานีที่การพักแรมเล็ก ๆไม่ใช้พื้นที่ใหญ่โตมากมายที่ไม่ไปรบกวนกับธรรมชาติ หรือลักษณะที่เป็นลานกางเต็นท์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องน้ำหรือร้านขายของเล็กๆ เป็นสิ่งที่เราสามารถพัฒนาได้ง่ายและรวดเร็วและไม่ได้มีการลงทุนมาก หลังจากนั้นก็มีการโปรโมท ว่าเรามีเส้นทางการเดินป่ารวมถึงมีความสมบูรณ์และสะดวกแห่งหนึ่งในเอเชีย

    เพราะจังหวัดเชียงใหม่ได้รับเลือกให้เป็นเส้นทางการแข่งขันวิ่งเทรลระดับโลก ซึ่งเราถือว่าเป็นสนามหลักของโลกเพราะตรงนี้เราสามารถประกาศให้เป็นจังหวัดที่มีเส้นทางเดินป่าที่ดีแห่งหนึ่ง”

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo06.jpg

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo07.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/hiking-in-chiang-mai-province-an-alternative-for-ecotourism-and-wellness&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nFvOxmLq3o1KE72blGgQy

  • กิจกรรมเดินป่าจังหวัดเชียงใหม่ ทางเลือกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์-รักสุขภาพ

    ในปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม นอกจากจะได้ชื่นชมความสวยงามแล้วยังเป็นการออกกำลังกายซึ่งดีต่อสุขภาพอีกด้วย หนึ่งในประเภทที่คนกำลังให้ความสนใจก็คือการเดินป่าระยะสั้นที่กำลังมาแรง มือใหม่ หรือคนที่ไม่เคยทำมาก่อนก็เริ่มทดลองร่วมกิจกรรมนี้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ ทำได้ง่ายทั้งไปคนเดียว ไปกับเพื่อน หรือไปเป็นครอบครัว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo03.jpg

    โดยจังหวัดเชียงใหม่มีเส้นทางเดินป่าที่ไม่ไกลจากเมืองเหมาะสำหรับมือใหม่ที่ใช้เวลาเดินไม่นาน ตอบโจทย์กระแสท่องเที่ยวธรรมชาติ สอดแทรกมุมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในขณะเดียวกันหลายฝ่ายก็มองว่าหากมีการต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแวด โดยที่ชุมชนใกล้ๆ มีส่วนร่วม ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งในการที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติ

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การเดินป่าเป็นอีกหนึ่งแนวทางการท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ในช่วงปี 2568 มีฝนตกลงมามากพอสมควร ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันป่าในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงมีความเขียว ดอกไม้ต้นไม้มีความสวยงาม ไม่แห้งแล้งจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เปียกจนยากต่อการท่องเที่ยวหรือการเดิน สิ่งนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้คนให้ความสนใจ มีการถ่ายทอดเรื่องราวลงโลกสังคมออนไลน์ หลายคนก็อยากจะทดลองกลายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่คึกคักเป็นอย่างมาก

    สำหรับจังหวัดเชียงใหม่มีป่าใกล้เมืองที่สามารถทำกิจกรรมนี้ได้อยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งก็มีความสวยงามมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง รวมถึงความยากง่ายที่แตกต่างกันออกไป มือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการหรืออยากจะทดลองก็สามารถทำได้ไม่ยาก ซึ่งการเดินป่าระยะสั้นของจังหวัดเชียงใหม่มีสิ่งที่โดดเด่นอยู่หลายประการ เช่น ไม่ไกลเมืองอยู่ใกล้กับแหล่งที่พัก ป่ามีความอุดมสมบูรณ์เขียวขจี อากาศในช่วงเช้าเย็นสบาย

    นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ได้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเชียงใหม่และอยากทดลองกิจกรรมนี้อย่างน้อยก็พักในเชียงใหม่ไม่ต่ำกว่า 3 คืน พอทำกิจกรรมเดินป่าเสร็จแล้วก็จะไปทานอาหารหรือท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการหรือร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับเส้นทางเดินป่าก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo02.jpg

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo04.jpg

    “ส่วนตัวคิดว่ากิจกรรมนี้สามารถต่อยอดได้อีกมาก เพราะกระแสสิ่งแวดล้อมแวด กระแสการรักสุขภาพ การท่องเที่ยวแบบครอบครัว กำลังได้รับความสนใจทั้งประเทศไทยและระดับโลก อยากให้มีการต่อยอดในการที่หน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่จัดทำป้ายบอกทางหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเช่นห้องน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งคิดว่าแต่ละหน่วยงานสามารถร่วมมือทำได้เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัว” ไพศาล กล่าว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo V01.jpg

    ด้าน ศิริลักษณ์ ธาตุอินทร์จันทร์ ชาวเชียงใหม่เปิดเผยว่า ส่วนตัวเริ่มสนใจการท่องเที่ยวทางธรรมชาติมานานแล้ว ในช่วงแรกเป็นการขับรถท่องเที่ยวไปยังแหล่งธรรมชาติต่างๆ ต่อมาได้เริ่มกิจกรรมการเดินป่าอย่างจริงจังที่กิ่วแม่ปานที่เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติอันโด่งดังบนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่ยากและมีไกด์นำทาง จากประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดความชื่นชอบในการเดินป่า และเริ่มมองว่าการท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นทั้งการพักผ่อนและการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ

    หากเป็นช่วงฤดูหนาว ความรู้สึกที่ได้รับคือสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น และรู้สึกผ่อนคลายทางจิตใจ ได้อยู่กับธรรมชาติและหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง ทำให้สามารถปล่อยวางความคิดต่างๆ และโฟกัสอยู่กับเส้นทางที่เดินตรงหน้า สิ่งที่ชื่นชอบที่สุดคือความรู้สึกของการได้ฮีลใจควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย การได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และบรรยากาศของธรรมชาติ เช่น การเดินขึ้นดอยสุเทพ เดินเทรลวัดผาลาด ห้วยตึงเฒ่า หรือแกรนด์แคนยอนปาย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไปบ่อยและสร้างความรู้สึกผูกพันกับธรรมชาติอย่างมาก

    อย่างไรก็ตามอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการพัฒนาป้ายนำทาง แผนที่เส้นทาง และกฎระเบียบให้มีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการจัดให้มีห้องน้ำและการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง แม้โดยภาพรวมจังหวัดเชียงใหม่จะมีการดูแลที่ดีและมีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยดูแลในหลายพื้นที่ แต่บางเส้นทางยังอาจดูแลไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร

    “ความง่ายของการท่องเที่ยวทางธรรมชาติคือ หากมีการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและอุปกรณ์อย่างเหมาะสม ก็สามารถท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจและสนุกสนาน ส่วนความยากคือสภาพอากาศ โดยเฉพาะฤดูฝนที่เส้นทางอาจลื่นและลาดชัน รวมถึงเส้นทางที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้หลงทางได้ สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดคือการพบสัตว์ป่าที่อาจจะเป็นอันตราย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ” ศิริลักษณ์ กล่าว

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ขณะที่ความเห็นของทางสภาลมหายใจเชียงใหม่ ก็เห็นด้วยกับกิจกรรมการเดินป่า หรือวิ่งเทรล เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับป่าไม้ หากได้รับความนิยมมากขึ้นการอนุรักษ์และดูแลป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงก็จะให้ความสนใจและเข้มงวดในการรักษาป่า ไม่ให้ป่าไม้ถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นไฟป่า หรือคนที่เข้าไปทำลายป่า

    “ทั้งนี้ก็อยากจะให้ผู้คนที่เข้าร่วมกิจกรรมช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม หากนำสิ่งของเข้าไปในป่าก็ให้เอาออกมาด้วย เพื่อที่จะให้ป่าสะอาดและจะได้ต่อยอดกิจกรรมนี้ให้ดีขึ้นไปถึงระดับโลก”

    ด้านสมาคมร้านอาหารเชียงใหม่ เห็นด้วยที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวเกี่ยวกับการเดินป่า สามารถพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้นได้ หากเป็นเส้นทางระยะไกลอาจจะสร้างเป็นสถานีที่การพักแรมเล็ก ๆไม่ใช้พื้นที่ใหญ่โตมากมายที่ไม่ไปรบกวนกับธรรมชาติ หรือลักษณะที่เป็นลานกางเต็นท์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องน้ำหรือร้านขายของเล็กๆ เป็นสิ่งที่เราสามารถพัฒนาได้ง่ายและรวดเร็วและไม่ได้มีการลงทุนมาก หลังจากนั้นก็มีการโปรโมท ว่าเรามีเส้นทางการเดินป่ารวมถึงมีความสมบูรณ์และสะดวกแห่งหนึ่งในเอเชีย

    เพราะจังหวัดเชียงใหม่ได้รับเลือกให้เป็นเส้นทางการแข่งขันวิ่งเทรลระดับโลก ซึ่งเราถือว่าเป็นสนามหลักของโลกเพราะตรงนี้เราสามารถประกาศให้เป็นจังหวัดที่มีเส้นทางเดินป่าที่ดีแห่งหนึ่ง”

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo06.jpg

    Hiking-in-Chiang Mai-Province-An-alternative-for-ecotourism-and-wellness-SPACEBAR-Photo07.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/hiking-in-chiang-mai-province-an-alternative-for-ecotourism-and-wellness&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nFvOxmLq3o1KE72blGgQy