Category: ไอที

  • ประเทศไทยรับบทบาทสำคัญในเวทีอวกาศโลก ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธาน STSC ของสหประชาชาติ

    ประเทศไทยรับบทบาทสำคัญในเวทีอวกาศโลก ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธาน STSC ของสหประชาชาติ

    ไอที

    ประเทศไทยรับบทบาทสำคัญในเวทีอวกาศโลก ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธาน STSC ของสหประชาชาติ

    วันอังคาร ที่ 03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.09 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ประเทศไทยรับบทบาทสำคัญในเวทีอวกาศโลก ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธาน STSC ของสหประชาชาติ

    .
     2 กุมภาพันธ์ 2569 ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นสู่บทบาทสำคัญในเวทีอวกาศระดับโลก โดยได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะอนุกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และเทคนิค (Scientific and Technical Subcommittee: STSC) ประจำปี 2026 ภายใต้ คณะกรรมการว่าด้วยการใช้อวกาศส่วนนอกในทางสันติแห่งสหประชาชาติ (United Nations Committee on the Peaceful Uses of Outer Space: UN COPUOS) ซึ่งถือเป็นเวทีสูงสุดของสหประชาชาติในการกำหนดทิศทางและธรรมาภิบาลด้านกิจการอวกาศ


    .

    ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประธาน STSC โดยมีบทบาทสำคัญในการอำนวยการประชุมให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ ท่ามกลางบริบทความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความเข้มข้นในเวทีพหุภาคีระดับโลก โดย ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ กล่าวว่า การได้รับมอบหมายภารกิจดังกล่าวนับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจของประเทศไทย เนื่องจาก UN COPUOS เป็นกลไกหลักของสหประชาชาติในการกำกับดูแลกิจการอวกาศในระดับสากล โดยประกอบด้วย 2 อนุกรรมการสำคัญ ได้แก่ อนุกรรมการด้านกฎหมาย (Legal Subcommittee: LSC) และ อนุกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และเทคนิค (STSC) ซึ่ง STSC เปรียบเสมือนกลไกทางวิชาการและเทคนิคที่มีบทบาทในการกลั่นกรองประเด็นสำคัญ อาทิ ขยะอวกาศ (Space Debris) สภาพอวกาศ (Space Weather) ความยั่งยืนในระยะยาวของกิจกรรมอวกาศ (Long-term Sustainability) และการจัดการจราจรอวกาศ (Space Traffic Management) เพื่อนำไปสู่แนวปฏิบัติหรือกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศในอนาคต
    .
    ด้วยความหลากหลายของประเทศสมาชิกทั้งในด้านศักยภาพ องค์ความรู้ และผลประโยชน์ การสร้างความเห็นพ้องร่วมกันในประเด็นทางเทคนิคจึงเป็นความท้าทายสำคัญ บทบาทของประธาน STSC จึงไม่เพียงต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจเชิงวิชาการ หากแต่ต้องมีทักษะด้านการทูต การเจรจา และการประนีประนอม เพื่อขับเคลื่อนการทำงานของคณะอนุกรรมการให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างสร้างสรรค์และสมดุล
    .
    ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวสะท้อนถึง ความเชื่อมั่นของประชาคมโลก ที่มีต่อประเทศไทย โดยจากประเทศสมาชิก UN COPUOS จำนวน 110 ประเทศ มีเพียง 14 ประเทศเท่านั้นที่เคยดำรงตำแหน่งประธาน STSC และประเทศไทยนับเป็นประเทศที่ 15 ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการยกระดับบทบาทและสถานะของไทยในเวทีอวกาศสากล นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่ศักยภาพและความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทยให้เป็นที่ประจักษ์ นำไปสู่การเชื่อมโยงความร่วมมือและการต่อยอดด้านเศรษฐกิจอวกาศในอนาคต นอกจากนี้ การที่ผู้แทนจากประเทศไทย ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญเช่นนี้ในเวทีระดับนานาชาติ เป็นการขยายบทบาท สถานะ ไม่เพียงแต่เฉพาะของไทยเอง แต่ยังรวมถึงการเป็นแบบอย่างที่ดีและเปิดโอกาสให้ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แสดงบทบาท สถานะ เพิ่มมากขึ้นในเวทีโลกอีกด้วย
    .
    นอกจากประโยชน์ในเชิงนโยบายและความร่วมมือระหว่างประเทศแล้ว บทบาทดังกล่าวยังส่งผลเชิงบวกต่อการสร้างแรงบันดาลใจด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเยาวชนไทยจะได้เห็นตัวอย่างของคนไทยที่สามารถมีบทบาทในเวทีระดับโลก เสริมสร้างความสนใจในสาขา STEM และวิทยาศาสตร์อวกาศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนากำลังคนคุณภาพ เพื่อขับเคลื่อนประเทศด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมในระยะยาว
    .
    ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ประธาน STSC ต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน โดย GISTDA ร่วมกับคณะผู้แทนถาวรไทยประจำกรุงเวียนนา กระทรวงการต่างประเทศ ทำงานอย่างใกล้ชิดในการประสานประเทศสมาชิก รักษาความเป็นกลางทางการทูต และทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างทุกฝ่าย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านอวกาศให้เกิดประโยชน์ร่วมกันในระดับโลกอย่างยั่งยืน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/464655&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-jl48PexGpRarzIR-vQEj

  • ซิวแชมป์ที่อินเดีย!‘ภวิชญ์’ลุยต่อเตรียมสู้หวดเดวิสคัพ

    ซิวแชมป์ที่อินเดีย!‘ภวิชญ์’ลุยต่อเตรียมสู้หวดเดวิสคัพ

    ซิวแชมป์ที่อินเดีย!‘ภวิชญ์’ลุยต่อเตรียมสู้หวดเดวิสคัพ

    วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.08 น.

    Tag :

     ภวิชญ์ สอนหลักทรัพย์ นักเทนนิสไทย มือ 700 ของโลกผงาดคว้าแชมป์อาชีพรายการแรกของปีให้ตัวเองได้สำเร็จ ในศึกเทนนิสอาชีพชาย ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ “M15 ไฮเดอราบัด” ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 456,450 บาท ที่ไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย

     ในนัดชิงชนะเลิศ ประเภทชายเดี่ยว ภวิชญ์ ซึ่งเป็นมือวางอันดับ 4 ของรายการ สามารถต้อนชนะ มานิช สุเรชกุมาร นักเทนนิสอินเดีย มือ 964 ของโลก ได้อย่างง่ายดาย 2 เซตรวด ด้วยสกอร์ 6-3 และ 6-1 ใช้เวลาแข่งรวมเพียง 1 ชั่วโมง 18 นาที ภวิชญ์ สามารถคว้าแชมป์อาชีพรายการแรกของปี และเป็นแชมป์อาชีพรายการที่สองของตัวเอง หลังจากเคยคว้าแชมป์แรกในชีวิตมาได้เมื่อปีที่แล้ว โดยเป็นการแข่งขันรายการ M15 หลูอัน ประเทศจีนเมื่อ เม.ย. 2568

     จากการคว้าแชมป์ครั้งนี้ ภวิชญ์ ได้รับเงินรางวัล 2,160 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 67,824 บาท และคะแนนสะสมอีก 15 คะแนน ซึ่งหลังจบรายการนี้ ภวิชญ์ สอนหลักทรัพย์ หรือ “แมงปอ” จะกลับมาสมทบทีมชาติไทย เพื่อแข่งขันเทนนิสชิงแชมป์โลก ประเภททีมชาย รายการ “2026 เดวิสคัพ” เวิลด์ กรุ๊ป 2 เพลย์ออฟ ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติเปอร์โตริโก ระหว่างวันที่ 7-8 ก.พ. 2569 ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/sport/944558&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3f3s7Uqa1vXjplNNfchyHB

  • ภวิชญ์ ฟอร์มแรงปราบเจ้าถิ่น 2 เซตรวด คว้าแชมป์ หวด M15 อินเดีย

    ภวิชญ์ ฟอร์มแรงปราบเจ้าถิ่น 2 เซตรวด คว้าแชมป์ หวด M15 อินเดีย

    ภวิชญ์ สอนหลักทรัพย์ โชว์ฟอร์มแกร่งเอาชนะนักหวดเจ้าถิ่น 2 เซตรวด คว้าแชมป์เทนนิส M15 ที่อินเดีย ก่อนเตรียมกลับมาช่วยทีมชาติไทยลุยเดวิสคัพ 2026

    ภวิชญ์ สอนหลักทรัพย์ นักเทนนิสชายทีมชาติไทย มืออันดับ 700 ของโลก ระเบิดฟอร์มเก่ง คว้าแชมป์เทนนิสอาชีพรายการแรกของปี 2569 ได้สำเร็จ ในการแข่งขันเทนนิสอาชีพชาย ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ รายการ “M15 ไฮเดอราบัด” ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 456,450 บาท ที่เมืองไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย เมื่อคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569

    ในรอบชิงชนะเลิศ ประเภทชายเดี่ยว ภวิชญ์ ซึ่งเป็นมือวางอันดับ 4 ของรายการ โชว์ฟอร์มเหนือชั้น เอาชนะ มานิช สุเรชกุมาร นักเทนนิสเจ้าถิ่น มืออันดับ 964 ของโลก ไปแบบขาดลอย 2 เซตรวด 6-3 และ 6-1 ใช้เวลาแข่งขันเพียง 1 ชั่วโมง 18 นาที

    แชมป์รายการนี้นับเป็นแชมป์อาชีพรายการแรกของปี และเป็นแชมป์อาชีพรายการที่ 2 ในชีวิตของ ภวิชญ์ สอนหลักทรัพย์ หลังจากเคยคว้าแชมป์แรกได้จากการแข่งขันระดับ M15 ที่เมืองหลูอัน ประเทศจีน เมื่อเดือนเมษายน ปี 2568

    จากความสำเร็จดังกล่าว ภวิชญ์ ได้รับเงินรางวัล 2,160 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 67,824 บาท พร้อมคะแนนสะสมอันดับโลกอีก 15 คะแนน

    หลังจบภารกิจที่อินเดีย ภวิชญ์ สอนหลักทรัพย์ หรือ “แมงปอ” เตรียมเดินทางกลับมาสมทบทีมชาติไทย เพื่อทำศึกเทนนิสชิงแชมป์โลก ประเภททีมชาย รายการ “2026 เดวิสคัพ” เวิลด์ กรุ๊ป 2 เพลย์ออฟ พบกับ ทีมชาติเปอร์โตริโก ระหว่างวันที่ 7–8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/99364/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0807KHO1n8VEEwkCfcFryo

  • มัดรวมคำชี้แจงการใช้เงินกองทุน กระทบความเชื่อมั่นประกันสังคม

    มัดรวมคำชี้แจงการใช้เงินกองทุน กระทบความเชื่อมั่นประกันสังคม

    Loading…

    มัดรวมคำชี้แจงการใช้เงินกองทุน กระทบความเชื่อมั่นประกันสังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-260&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2131m5nG4l4bMUexAY8n8O

  • Nothing พร้อมลุย เฟส 2 ไม่มีเรือธง แต่อุปกรณ์อื่นมาเต็ม

    Nothing พร้อมลุย เฟส 2 ไม่มีเรือธง แต่อุปกรณ์อื่นมาเต็ม

    Nothing แบรนด์เทคโนโลยีสุดอินดี้จากลอนดอน ภายใต้การนำของ Carl Pei ได้ออกมาเปิดเผยโรดแมปประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ ผ่านวิดีโออัปเดตล่าสุด โดยประกาศชัดเจนว่าปีนี้คือจุดเริ่มต้นของ “เฟสที่ 2” (Phase 2) ซึ่งจะเป็นปีแห่งการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งในแง่ของธุรกิจและไลน์อัปสินค้า

    frame1

    ก่อนจะไปดูอนาคต Nothing ได้โชว์ตัวเลขความสำเร็จในปีที่ผ่านมา (2568) ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมียอดขายสะสมทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นที่เรียบร้อย พร้อมระดมทุนเพิ่มได้อีก 200 ล้านดอลลาร์ และมีฐานนักลงทุนจากคอมมูนิตี้ทั่วโลกกว่า 11,000 คน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าแบรนด์นี้ “ของจริง” และไม่ได้มาเล่นๆ

    thumbnail

    ผ่าแผน Product ปี 69

    ไฮไลต์ที่สายไอทีรอคอยคือเรื่องของสินค้าใหม่ ซึ่งปีนี้ Nothing ตัดสินใจเดินเกมสวนกระแสตลาด

    • ไม่มี Phone (4): Carl Pei ย้ำจุดยืนว่า “จะไม่เปิดตัวเรือธงรุ่นใหม่พร่ำเพรื่อ” ถ้าการอัปเกรดนั้นไม่ได้สร้างความแตกต่างที่ชัดเจน ดังนั้นปีนี้ Phone (3) จะยังคงรับบทเป็น “สมาร์ตโฟนเรือธง” ของค่ายต่อไป
    • ดัน Phone (4a) ขึ้นแท่น: พระเอกของปีนี้จะตกไปอยู่ที่สมาร์ตโฟนระดับกลางอย่าง Phone (4a) ที่จะถูกยกเครื่องใหม่หมด ทั้งฟีเจอร์ ดีไซน์ และการใช้วัสดุ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ใกล้เคียงระดับเรือธง (Flagship-grade) มากที่สุด พร้อมแย้มว่าจะมีการทดลองใช้ “สีสันใหม่” ที่ฉีกแนวไปจากเดิม
    • ลุยตลาดหูฟังครอบหู (Over-ear): ปีนี้เราจะได้เห็น Nothing ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหูฟังแบบครอบหูมากขึ้น ซึ่งน่าจับตามองว่าจะมาพร้อมดีไซน์โปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์หรือไม่

    frame5_imagever

    ขยายอาณาจักร

    ในเฟสที่ 2 นี้ Nothing เตรียมยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้เป็น Global Player เต็มตัว

    • New HQ: เตรียมเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในย่าน King’s Cross กรุงลอนดอน (ออกแบบโดย Heatherwick Studio) ในไตรมาสแรกนี้
    • New Stores: เตรียมปักหมุดเปิด Nothing Store แห่งที่ 2 ที่เมืองเบงกาลูรู อินเดีย (14 ก.พ. นี้) และมีแผนบุกมหานครแฟชั่นอย่าง นิวยอร์ก และ โตเกียว ในลำดับถัดไป
    • New Team: ดึงตัว Charlie Smith อดีตผู้บริหารจาก Loewe มานั่งเก้าอี้ Chief Brand Officer เพื่อเสริมทัพด้านแบรนด์ดิ้งให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

    การประกาศงดออกเรือธงรุ่นใหม่ในปีนี้ถือเป็นความกล้าหาญที่หาได้ยากในวงการสมาร์ตโฟนยุคปัจจุบันครับ แต่ก็สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่ต้องการเน้น “คุณภาพ” มากกว่า “ปริมาณ” งานนี้ต้องมารอลุ้นกันว่า Phone (4a) จะทำออกมาได้ว้าวสมราคาคุยหรือไม่ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/hitech/1621374/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ghCaMMlZGb_moKJecqRGw

  • “รอง ผบ.ไมค์” โชว์งานไอทีเชิงรุก​ เปิดแอปพลิเคชันบริการประชาชน​ เตือนภัย-แจ้งความ-ให้ความรู้กฎหมาย

    “รอง ผบ.ไมค์” โชว์งานไอทีเชิงรุก​ เปิดแอปพลิเคชันบริการประชาชน​ เตือนภัย-แจ้งความ-ให้ความรู้กฎหมาย

    ในแวดวงสีกากีจะเป็นที่รับรู้ทั่วกันว่าตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นตำแหน่งที่ช่วย ผบ.ตร. บริหารจัดการงานด้านต่างๆ บทบาทจะแตกต่างกันตามภาระหน้าที่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่ว่าเมื่อได้รับมอบหมายแล้วจะขับเคลื่อนอย่างไรถึงจะโดดเด่นจนตำรวจและประชาชนรู้สึกสัมผัสได้

    ที่ผ่านมา หน้างานที่สามารถสร้างผลงานให้โดดเด่นได้คืองานป้องกันปราบปราม งานสืบสวนสอบสวน แต่บางยุค รอง ผบ.ตร. ที่ได้รับผิดชอบพยายามสร้างผลงานให้โดดเด่น หวังใช้เป็นบันไดก้าวสู่ตำแหน่งเจ้าสำนักปทุมวัน ถ้า ผบ.ตร. ใจกว้างจะสนับสนุน แต่ถ้าใจแคบจะหวาดระแวงว่ากำลังถูกเลื่อยขาเก้าอี้หรือไม่ ?

    บางยุคอยู่ในช่วงที่อำนาจรัฐบาลเปลี่ยนมือหรืออยู่ในช่วงเลือกตั้ง บวก ผบ.ตร. จะอยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 9 เดือนจะเกษียณอายุ รอง ผบ.ตร. ที่ดูหน้างานปราบปรามและคิดว่ามีผลงานโดดเด่น แม้จะอาวุโสน้อยจะมีความพยายามที่จะวิ่งเต้นเข้าหาขั้วอำนาจที่ประเมินแล้วว่าจะชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาล เพื่อผลักดันให้ตัวเองก้าวขึ้นตำแหน่ง ผบ.ตร. บางคนถึงขั้นวิ่งเต้นแบบข้ามประเทศก็ยังมี

    ขณะที่ รอง ผบ.ตร. ที่ได้รับมอบหมายหน้างานด้านกฎหมายและคดี ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะทำงานแบบรูทีน ขาดความกระตือรือร้น ทั้งที่หน้างานที่รับผิดชอบหากมีการคิดค้นเพื่อสนองตอบความต้องการของประชาชนย่อมทำได้ แต่กลับวางเฉยคล้ายเกียร์ว่าง

    แต่มาถึงยุคนี้ ถ้าได้ติดตามข่าวช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และไม่กี่วันที่ผ่านมา เชื่อว่าตำรวจส่วนใหญ่และประชาชนทั่วไปคงต้องปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ เมื่อหน้างานด้านกฎหมายและคดีมาอยู่ในมือของ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี หรือ “รองไมค์” รอง ผบ.ตร. อาวุโสอันดับ 1

    โดยในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดตัว “Police Care” แอปพลิเคชันตำรวจสำหรับประชาชน เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2569 ให้กับประชาชนทั่วประเทศ

    พล.ต.อ.นิรันดร อธิบายถึงแอปพลิเคชัน Police Care ว่า มีฟีเจอร์หลักคือการบริการของตำรวจเพื่อประชาชนด้านต่างๆ อาทิ ให้ความรู้ด้านกฎหมาย การเตรียมตัวไปแจ้งความ เตือนภัย ค้นหาสถานีตำรวจใกล้ฉัน คู่มือประชาชน แจ้งอายัดบัญชี แจ้งความออนไลน์ ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบข้อมูลใบสั่ง ข้อมูลคดี ประชาชนสามารถเข้าไปดูข้อมูลต่างๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

    พล.ต.อ.นิรันดร บอกอีกว่า เพื่อให้ครอบคลุมทุกบริการ เป็นแอปพลิเคชันตำรวจแบบครบวงจร ครบ จบ ที่แอปเดียว Police Care เปิดฟีเจอร์ใหม่และสามารถใช้งานได้แล้ว คือ ตรวจสอบบัญชีมิจฉาชีพ และตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์มิจฉาชีพ

    “ด้วยความห่วงใยของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. มีนโยบายให้พัฒนาแอปพลิเคชันนี้เป็นตัวช่วยเรื่องการป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนได้ด้วย ซึ่ง ตร. ให้ความสำคัญกับภัยออนไลน์ สแกมเมอร์ ที่มาหลากหลายรูปแบบ จึงได้พัฒนาเพิ่มอีก 2 ฟีเจอร์” พล.ต.อ.นิรันดร ระบุ และว่าผู้ใช้งานสามารถเข้าไปที่หน้าแอปพลิเคชัน Police Care แล้วเข้าไปตรวจสอบข้อมูลของฉัน จากนั้นล็อกอินผ่าน ThaiID ก่อน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานและความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล สามารถกรอกเบอร์โทรศัพท์หรือบัญชีต้องสงสัย ระบบจะประมวลผลอย่างรวดเร็วแล้วจะบอกว่าเบอร์โทรฯ หรือบัญชีธนาคารนั้นเป็นของมิจฉาชีพหรือไม่ กรณีเป็นบัญชีธนาคารจะขึ้นข้อความแจ้งเตือนว่า “มิจฉาชีพ อันตราย ห้ามโอนเด็ดขาด”

    พล.ต.อ.นิรันดร บอกอีกว่า เพื่อความอุ่นใจ ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุ เสมือนมีตำรวจอยู่ใกล้ตัว อยากให้ประชาชนโหลดแอปพลิเคชันไว้ในโทรศัพท์มือถือ รับรองว่าเป็นแอปฯ ที่มีความปลอดภัย สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ Android ผ่าน Play Store และ iOS ผ่าน App Store จะมีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

    จากบริบทดังกล่าวพอบ่งบอกได้ว่า พล.ต.อ.นิรันดร คือตำรวจอาชีพอย่างแท้จริง แม้หน้างานที่ได้รับมอบหมายดูจะไม่โดดเด่นหรือยากที่จะสร้างชื่อให้ติดหูประชาชนได้ แต่เมื่อมีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนเพื่อรับใช้องค์กรและประชาชน ย่อมจะมีช่องให้ขับเคลื่อนได้เสมอ​ ซึ่งผลงานแอปพลิเคชัน Police Care น่าจะอธิบายความได้ดีที่สุด

    ดังนั้นถ้ามองถึงภาพรวม ผู้บริหารระดับสูงของ ตร. มีเกือบ 20 นาย ถ้าทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างจริงจังแบบทีมเวิร์ก ไม่จ้องที่จะขัดแข้งขัดขาหรือวิ่งเต้นเข้าหาขั้วอำนาจผลักดันตัวเองขยับไปนั่งเจ้าสำนักปทุมวันแบบนอกวาระ หรือวิ่งเต้นเบียดแซงตามวาระโดยไม่คำนึงถึงหลักเกณฑ์อาวุโส เชื่อว่าผลงานของสำนักปทุมวันจะผงาดเหนือทุกหน่วยงานอย่างแน่นอน!!!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/274700&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nS7Q-sa0PaFppAVLRhqVW

  • กลุ่มบริษัทสามารถ ประกาศปี 69 ทั้งรายได้และกำไรดีที่สุดในรอบ 10 ปี รุกเดินหน้า “พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด” ตั้งเป้ารายได้ที่ 1.4 หมื่นลบ. 

    กลุ่มบริษัทสามารถ ประกาศปี 69 ทั้งรายได้และกำไรดีที่สุดในรอบ 10 ปี รุกเดินหน้า “พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด” ตั้งเป้ารายได้ที่ 1.4 หมื่นลบ. 

    วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

    กลุ่มบริษัทสามารถ ประกาศปี 69 ทั้งรายได้และกำไรดีที่สุดในรอบ 10 ปี รุกเดินหน้า “พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด” ตั้งเป้ารายได้ที่ 1.4 หมื่นลบ. 

    กลุ่มบริษัทสามารถ ประกาศทิศทางธุรกิจประจำปี ด้วย Year Theme “Unlock Unlimited Opportunities : พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด” สะท้อนวิสัยทัศน์ขององค์กรในการก้าวข้ามความไม่แน่นอน เปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ เน้นการผสานความร่วมมือด้วยกลยุทธ์ M&A และยกระดับศักยภาพในทุกมิติ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตั้งเป้าเข้าร่วมประมูลงานปีนี้กว่า 30,000 ล้านบาท รายได้รวม 14,000 ล้านบาท หรือโตขึ้น 30 % 

    นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้กลุ่มบริษัทสามารถกำหนดให้เป็น “ปีแห่งการปลดล็อก พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด” หรือ Unlock Unlimited Opportunities ด้วยการมองให้ไกล และใหญ่กว่าเดิม 

    โดยมุ่งขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 แกนกลยุทธ์หลัก เพื่อช่วยผลักดันกลุ่มสามารถให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีที่พร้อมเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดในทุกโอกาส แกนกลยุทธ์แรกคือ Unlimited Solutions สะท้อนความแข็งแกร่งของกลุ่มในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน บนดิน ไปจนถึงระบบสื่อสารเหนือน่านฟ้า ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นหรือบริการใหม่ๆ รวมถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าเดิมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แกนกลยุทธ์ที่สอง Unlimited Collaborations มุ่งเน้นการผสานความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานภายใน และพันธมิตรภายนอก เพื่อพร้อมรุกธุรกิจทุกรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) เพื่อเร่งการเติบโต เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ขยายตลาด ต่อยอดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมพนักงานมืออาชีพจากการขยายธุรกิจ ส่วนแกนกลยุทธ์ที่สาม Unlimited Opportunities เป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร ทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ สนับสนุนและเปิดรับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาเสริมทัพองค์กรให้แข็งแกร่งขึ้น 

    จากการที่กลุ่มสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีงานในมือเมื่อ ณ สิ้นปี 2568 อยู่เกือบ 16,000 ล้านบาท ซึ่งจากความสำเร็จและด้วยกลยุทธ์ที่วางแผนไว้ เราจึงมั่นใจตั้งเป้ารายได้ที่ 14,000 ล้านบาท และจะสร้างกำไรให้เติบโตจากปีก่อนหน้าไม่ต่ำกว่า 75% จากการวางแผนเข้าร่วมประมูลงานหลักรวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าสิ้นปีจะมีงานในมือทะลุ 20,000 ล้านบาท มั่นใจทั้งรายได้และกำไรปีนี้ของกลุ่มจะดีที่สุดในรอบ 10 ปี 

    ทั้งนี้ บริษัทฯ เห็นสัญญาณบวกจากธุรกิจหลักในเครือ ทั้งการรับรู้รายได้จากงานในมือ การเติบโตของโครงการใหม่ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยแต่ละสายธุรกิจตั้งเป้าหมายรายได้ดังนี้

    สายธุรกิจ Digital ICT Solutions นำโดย บมจ.สามารถเทลคอม

    ปัจจุบันมีงานในมือรวมกว่า 6,500 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ไว้ที่ 6,500 ล้านบาท หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% โดย

    มุ่งเน้นการพัฒนาและผลักดันโครงการขนาดใหญ่ผ่านการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ อาทิ โซลูชั่นด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีด้านการป้องกันภัย และการให้บริการระบบหลักขององค์กรแบบระยะยาว ควบคู่การสร้างรายได้ประจำ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงทางธุรกิจ 

    ทั้งนี้การดำเนินงานอาศัยความร่วมมือของบริษัทในเครือที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ครอบคลุมบริการระบบการเงินและธนาคาร, ระบบ ERP, โซลูชั่นองค์กร และ Cybersecurity  ร่วมกับพันธมิตรด้าน Digital Technology ชั้นนำระดับสากล ทำให้สามารถออกแบบและบูรณาการโซลูชั่นได้ครบวงจร 

    ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ AI, Anti-Drone และ Quantum-safe Technology พร้อมต่อยอดจากฐานลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในการดูแลระบบหลักขององค์กร เช่น GHB system ระบบ Core Bank ของธนาคารออาคารสงเคราะห์,  ระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับธุรกิจหลักของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และระบบสารสนเทศของกรมที่ดิน รวมถึงการวางแผนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในรูปแบบ Public Outsourcing Services เพื่อสร้างรายได้ประจำที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

    สายธุรกิจ Utilities & Transportations นำโดย บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น

    Backlog ณ สิ้นปีมีมูลค่ามากกว่า 8.700 ล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้ทั้งกลุ่มที่ 6,800 ล้านบาท โดยเป็นของ บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น หรือ SAV ประมาณ 2,600 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% ด้วยโอกาสทางธุรกิจหลายด้าน โดยเฉพาะจากการเข้าประมูลโครงการ จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,300 ล้านบาท ควบคู่กับรายได้จากบริการ Overflight ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตามปริมาณการบินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางจากเวียดนามและจีน อีกทั้งแผนการเปิดสนามบินแห่งใหม่ในนครโฮจิมินห์ยังช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตของธุรกิจในระยะกลางถึงยาวนอกจากนี้ SAV ยังมุ่งพัฒนาและปรับปรุงระบบด้านการบิน ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงและการกระจายที่มาของรายได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้เพียงช่องทางเดียว ส่วนบริษัท เทด้า (TEDA) จะทยอยรับรู้งานโครงการจาก Backlog มูลค่ากว่า 3,800 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 40% 

    สายธุรกิจ Digital Communications นำโดย บมจ.สามารถดิจิตอล

    ตั้งเป้ารายได้ ที่ 900 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนมากกว่า 57%  โดยมีแนวโน้มเติบโตจากการรับรู้รายได้ของโครงข่าย Trunk ซึ่งเป็นรายได้ในรูปแบบ Air-time รวมถึงการส่งมอบอุปกรณ์เพิ่มเติมในช่วงไตรมาสแรกของปี

    นายวัฒน์ชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า “แม้ในปีที่ผ่านมาภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศจะชะลอตัว การเมืองขาดเสถียรภาพ แต่ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาของเรายังอยู่ในระดับที่ดี คาดว่าจะมีรายได้รวมที่เติบโตขึ้นกว่าปีที่แล้ว ส่วนปีนี้คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ดีมากของบริษัท ทั้งการสร้างงานใหม่ การเพิ่มรายได้ และการเติบโตของกำไร ด้วยการเดินเกมรุกธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนอกจากเราจะให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) แล้ว เรายังเตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาวด้วย”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/464249&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bko1pMZLSIv75x0WeYoNo

  • NT พร้อมเปิดรับพันธมิตรธุรกิจดิจิทัล  ยึดหลักธรรมาภิบาลโปร่งใสและเสริมศักยภาพขององค์กรในภาพรวม

    NT พร้อมเปิดรับพันธมิตรธุรกิจดิจิทัล ยึดหลักธรรมาภิบาลโปร่งใสและเสริมศักยภาพขององค์กรในภาพรวม

    ไอที

    NT พร้อมเปิดรับพันธมิตรธุรกิจดิจิทัล ยึดหลักธรรมาภิบาลโปร่งใสและเสริมศักยภาพขององค์กรในภาพรวม

    วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.40 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    NT พร้อมเปิดรับพันธมิตรธุรกิจดิจิทัล

    ยึดหลักธรรมาภิบาลโปร่งใสและเสริมศักยภาพขององค์กรในภาพรวม

    NT ประกาศความโปร่งใสในการคัดเลือกพันธมิตร เน้นมาตรฐานตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมใช้เกณฑ์คัดเลือกที่มีความชัดเจนตามข้อกฎหมาย รวมถึงมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า ดำเนินกิจการภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม เพื่อผลสู่การสร้างพันธมิตรที่ยั่งยืนในระยะยาว เปิดรับทุกข้อเสนอยึดหลักการร่วมพัฒนาบริการด้านดิจิทัลและการใช้ AI ในระยะยาว

    บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในฐานะองค์กรประกอบธุรกิจตามหลัก    ธรรมาภิบาลที่มุ่งสู่การเป็น “องค์กรหลักในการขับเคลื่อน และการยกระดับการสื่อสารดิจิทัลให้กับประเทศเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน” ที่สามารถตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานอย่างคุ้มค่า รวมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นพันธมิตร เสริมศักยภาพในการให้บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า/ประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในบริษัท พึงยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการบริหารจัดการและการดำเนินงาน ในการนำทรัพยากรของบริษัทได้นำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล คุ้มค่า ตรงตามเป้าหมาย ส่งผลให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้การดำเนินธุรกิจที่เป็นธรรม มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สังคม และสิ่งแวดล้อม

    ทั้งนี้ในปัจจุบันแนวโน้มการพัฒนาบริการจะมุ่งสู่การสร้างความแข็งแกร่งในเรื่องของโครงข่ายด้านดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) มากขึ้น โดย NT ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาบริการ มุ่งเน้นไปสู่การใช้เทคโนโลยีด้าน AI เข้ามามีบทบาทในการเสริมศักยภาพในการให้บริการมากขึ้น โดยพร้อมที่จะพิจารณาสรรหาพันธมิตรในธุรกิจด้านคลาวด์ Data Center Cyber Security System Integration และด้าน Government Transformation ให้มากขึ้น เพื่อร่วมกันพัฒนาบริการให้มีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความต้องการใช้บริการของทุกภาคส่วนได้อย่างยั่งยืน

    พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า NT ประกาศความโปร่งใสในการจัดทำธุรกิจ ในส่วนของการคัดเลือกพันธมิตรมาร่วมงาน โดยใช้หลักการในการคัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจตามมาตรฐานสากล ซึ่งพันธมิตรที่เลือกจะต้องเป็นบริษัท หรือหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในงานนั้น ๆ เป็นอย่างดี ปฏิบัติตามกฎหมาย มีจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ และมีมาตรฐานในการดำเนินงาน  และต้องสามารถส่งเสริม  สนับสนุนศักยภาพให้ NT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย NT มุ่งเน้นความร่วมมือกับพันธมิตรที่สามารถร่วมขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งในด้านการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดแก่ผู้ใช้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

    สำหรับนโยบายการคัดเลือกพันธมิตรดังกล่าวนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ NT ในการดำเนินงานอย่างรอบคอบ มีความรับผิดชอบ และสอดคล้องกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กร จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระบวนการบริหารจัดการ รวมถึงการดำเนินงานที่โปร่งใส เป็นธรรม มีศักยภาพ โดยยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี  ที่มาพร้อมแผนแม่บทเพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานอย่างเคร่งครัด และเพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงขององค์กรในระยะยาว

    ในโอกาสนี้ NT ใคร่ขอเชิญหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจร่วมกันได้ที่ ฝ่ายแสวงหาโอกาสและพัฒนาธุรกิจ โทรศัพท์ 02-575-9492

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/464243&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bGafjFOmqucmRj9pvCsfk

  • ราชบุรี///ประกาศวาระ “ตำบลเข้มแข็ง” ดอนคลังเดินหน้าเศรษฐกิจพอเพียง สร้างชุมชนพึ่งตนเอง | TOPNEWS

    นางนวลนิตย์ สังข์กระแสร์ พัฒนาการอำเภอดำเนินสะดวก กล่าวว่า การประกาศวาระตำบลเข้มแข็งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ภายใต้ภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” โดยนำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

    และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 มาปรับใช้ในระดับพื้นที่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ และความสุขให้ประชาชนอย่างยั่งยืน


    การดำเนินงานใช้ ตำบลเป็นฐานการพัฒนา ขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับตำบล และกลไก 7 ภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต

    เสริมสร้างความสามารถในการ “ล้มแล้ว ลุกไว” ควบคู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1472205&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aaZCLcDNG8sRP0-jlNf1H

  • ราชบุรี///ประกาศวาระ “ตำบลเข้มแข็ง” ดอนคลังเดินหน้าเศรษฐกิจพอเพียง สร้างชุมชนพึ่งตนเอง | TOPNEWS

    นางนวลนิตย์ สังข์กระแสร์ พัฒนาการอำเภอดำเนินสะดวก กล่าวว่า การประกาศวาระตำบลเข้มแข็งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ภายใต้ภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” โดยนำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

    และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 มาปรับใช้ในระดับพื้นที่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ และความสุขให้ประชาชนอย่างยั่งยืน


    การดำเนินงานใช้ ตำบลเป็นฐานการพัฒนา ขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับตำบล และกลไก 7 ภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต

    เสริมสร้างความสามารถในการ “ล้มแล้ว ลุกไว” ควบคู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1472205&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aaZCLcDNG8sRP0-jlNf1H