Category: ไอที

  • NT ผนึก จุฬาฯ ร่วมสร้างอนาคตไทยด้วยเทคโนโลยีเสริมสร้างบุคลากรรุ่นใหม่และสังคมแห่งการเรียนรู้

    NT ผนึก จุฬาฯ ร่วมสร้างอนาคตไทยด้วยเทคโนโลยีเสริมสร้างบุคลากรรุ่นใหม่และสังคมแห่งการเรียนรู้

    ไอที

    NT ผนึก จุฬาฯ ร่วมสร้างอนาคตไทยด้วยเทคโนโลยีเสริมสร้างบุคลากรรุ่นใหม่และสังคมแห่งการเรียนรู้

    วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.57 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    NT ผนึก จุฬาฯ ร่วมสร้างอนาคตไทยด้วยเทคโนโลยีเสริมสร้างบุคลากรรุ่นใหม่และสังคมแห่งการเรียนรู้

    ​พันเอก สรรพชัยย์  หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงนามการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือร่วมสร้างอนาคตไทยด้วยเทคโนโลยี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผ่านโครงการสหกิจศึกษา นิสิตจะมาปฏิบัติงานจริงในโครงการแผนงานต่างๆ ในองค์กรที่มีทั้งในปัจจุบันและที่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อเติมเต็มองค์ความรู้ของนิสิตก่อนจบการศึกษา รวมถึงการส่งเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Cybersecurity, Data Science, Data Engineering, Software Development เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือตลาดแรงงานในอนาคต และร่วมกันสนับสนุนโครงการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ให้เข้าถึงคนทุกกลุ่มทั่วประเทศ ผ่านเครือข่ายและศูนย์บริการ ของNT ที่มีอยู่ทั่วประเทศ  เมื่อวันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568 ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนพญาไท กรุงเทพฯ  

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/450032&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XJky7-OwjPOuXXnDNWXHX

  • ซัมซุงอาจเปิดตัวมือถือจอพับ 3 ทบปีนี้ หลัง KIPRIS เผยภาพร่าง

    ซัมซุงอาจเปิดตัวมือถือจอพับ 3 ทบปีนี้ หลัง KIPRIS เผยภาพร่าง

    เอกสารหลุด?! ฐานข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาเกาหลีใต้ (KIPRIS) เผยภาพร่าง “มือถือจอพับ 3 ทบ” คาดเป็นของ Samsung ประธานลั่นเอง เตรียมเปิดตัวภายในปีนี้

    หลังจากที่ HUAWEI แบรนด์สมาร์ตโฟนดังแดนมังกร เปิดตัว “HUAWEI Mate XT” มือถือจอพับ 3 ทบรุ่นแรกของโลก เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมปี 2024 ที่ผ่านมา

    ล่าสุด จากฐานข้อมูลของ KIPRIS (Korean Intellectual Property Rights Information Service) หรือฐานข้อมูลออนไลน์ที่ให้บริการข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาของเกาหลีใต้ มีการเปิดเผยเอกสารสิทธิบัตรที่คาดว่าจะเป็นมือถือจอพับ 3 ทบของ “Samsung” แม้ทางแบรนด์จะยังไม่ประกาศวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

    KIPRIS
    ภาพร่างจากฐานข้อมูลของ KIPRIS (Korean Intellectual Property Rights Information Service)

    จากภาพร่างในเอกสาร สิ่งที่โดดเด่นของมือถือจอพับ 3 ทบนี้ คือการออกแบบที่แบ่งเป็นสามส่วน แต่ละส่วนมีแบตเตอรี่แยกกัน

    ประกอบด้วย ก้อนเล็กสุด (T1) อยู่ในฝั่งที่มีกล้องหลังสามตัว ก้อนที่ใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย (T3) อยู่ในส่วนที่มีหน้าจอฝาพับ และก้อนที่ใหญ่ที่สุด (T2) อยู่ตรงกลางของเครื่อง ซึ่งจะประกบระหว่างอีกสองส่วนเมื่อพับ 3 ทบเข้าหากัน

    สิทธิบัตรดังกล่าวไม่ได้ระบุความจุของแบตเตอรี่หรือความเร็วในการชาร์จ แต่หลายฝ่ายคาดว่า Samsung จะอัปเกรดให้เหนือกว่า Galaxy Z Fold7 ที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 4,400 mAh และรองรับชาร์จไวเพียง 25 วัตต์ ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

    รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า Samsung อาจวางจำหน่ายมือถือจอพับ 3 ทบเฉพาะในเกาหลีใต้และจีน แต่ข้อมูลล่าสุดเผยว่า อาจเปิดขายในสหรัฐอเมริกาด้วย โดยคาดว่าการเปิดตัวจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

    Reuters/REUTERS
    Samsung Galaxy Z Fold7

    ขณะที่ก่อนหน้านี้ ทีเอ็ม โรห์ (TM Roh) ประธานบริษัท Samsung Electronics จากเกาหลีใต้ ประกาศว่า Samsung เตรียมมีมือถือจอพับ 3 ทบ ภายในปี 2025 นี้

    โดย โรห์ เผยว่า ขณะนี้ Samsung กำลังปรับแต่งและพัฒนาประสบการณ์การใช้งานให้สมบูรณ์แบบที่สุดก่อนเปิดตัว โดยยังไม่ได้ตัดสินใจชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการ ซึ่งทาง Samsung จะตัดสินใจเรื่องชื่อช่วงใกล้เปิดตัว

    จากข่าวลือก่อนหน้า สมาร์ตโฟนจอพับ 3 ทบของ Samsung จะพับเข้าด้านใน ต่างจาก HUAWEI Mate XT ที่พับออกด้านนอก ซึ่งแม้ต้นทุนจะสูงกว่า แต่ข้อดีคือหน้าจอหลักจะไม่ถูกเปิดเผยเมื่อพับเก็บ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดรอยขีดข่วนได้มากกว่า

    นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า สมาร์ตโฟนจอพับ 3 ทบรุ่นใหม่นี้จะมีราคาสูงกว่า Galaxy Z Fold7 ที่เพิ่งเปิดตัวไปด้วย

    Reuters/REUTERS
    ทีเอ็ม โรห์

    ที่มา: GSMArena (1) (2)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/258912&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-VZIT26jf8yZdvJJGALG8

  • SPREME ดีด 2% คว้าโปรเจกต์ “ภาครัฐ” ปล่อยเช่าอุปกรณ์ไอที

    SPREME ดีด 2% คว้าโปรเจกต์ “ภาครัฐ” ปล่อยเช่าอุปกรณ์ไอที

    ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (10 ต.ค.68) ราคาหุ้น บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SPREME ณ เวลา 14:29 น. อยู่ที่ระดับ 1.46 บาท บวก 0.03 บาท หรือ 2.10% สูงสุดที่ระดับ 1.46 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.43 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 0.45 ล้านบาท

    โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสืบเนื่องมาจาก นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPREME ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร ในฐานะผู้ออกแบบ จัดหา และติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในงานเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร (System Integrator) รวมถึงให้บริการดูแลบำรุงรักษา ซ่อมแซม และให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง เปิดเผยว่า  บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาเช่ารวม 2 สัญญา มูลค่ารวม 833,797,200 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตอกย้ำความเชื่อมั่นของหน่วยงานภาครัฐต่อศักยภาพของ SPREME ในการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง และให้บริการดูแลบำรุงรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

    สำหรับสัญญาเช่าใหญ่ทั้ง 2 ฉบับมีรายละเอียดดังนี้ 1. สัญญาเช่าอุปกรณ์ Handheld กับ ไปรษณีย์ไทย โดย SPREME ในนาม กิจการร่วมค้า SPAC” (ร่วมกับ บริษัท อะเคเซีย ไอ.ที.เซอร์วิสเชส (ประเทศไทย) จำกัด) ได้ลงนามสัญญาเช่าอุปกรณ์ Handheld จำนวน 23,480 เครื่อง กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยมีมูลค่าจ้างงานตามสัญญา 417,000,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สัญญาฉบับนี้มีระยะเวลาให้เช่าถึง 5 ปี (ลงนามเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568)

    2.สัญญาเช่าคอมพิวเตอร์นักเรียน กทม. โดยบริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาเช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาพร้อมอุปกรณ์ ในโครงการการเช่าคอมพิวเตอร์พกพาสำหรับพัฒนานักเรียนกรุงเทพมหานครในยุคดิจิทัลกับ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร มูลค่าสัญญา 416,797,200 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สัญญาเช่านี้ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) อุปกรณ์ประมวลผลระบบคอมพิวเตอร์ โปรแกรมประยุกต์ และการให้บริการ โดยมีระยะเวลาเช่า 3 ปี (ลงนามเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568)

    นายภานุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPREME กล่าวอีกว่า  การคว้างานใหญ่ทั้งจากรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานราชการ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ SPREME ในการส่งมอบโซลูชั่นด้าน IT ครบวงจร ทั้งการให้เช่า การติดตั้ง และบริการบำรุงรักษา ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลการดำเนินงาน  ผลักดันให้งานในมือรอรับรู้รายได้ เพิ่มเป็น 2,200 ล้านบาท สร้างฐานรายได้ที่มั่นคงในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/breakingnews/788414&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21EQmORoXzhDe7-sUBNkDX

  • ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดแทบไม่ขยับ หุ้นการเงินบวกนำตลาด

    ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดแทบไม่ขยับ หุ้นการเงินบวกนำตลาด

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ต.ค. 68)

    ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดแทบไม่ขยับในวันนี้ (10 ต.ค.) โดยหุ้นกลุ่มการเงินบวกนำตลาด ขณะที่หุ้นกลุ่มไอทีขยับขึ้นเล็กน้อย ขานรับผลประกอบการของ Tata Consultancy Services (TCS) ที่ประกาศรายได้ประจำไตรมาสสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์

    ดัชนี Sensex เปิดตลาดที่ระดับ 82,075.45 จุด ลดลง 96.65 จุด หรือ -0.12% แต่ต่อมา ณ เวลา 10.56 น. ตามเวลาไทย ดัชนี Sensex ดีดตัวขึ้น +0.24% มาเคลื่อนไหวที่ระดับ 82,370.41 จุด

    หุ้น 12 ใน 16 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มการเงินที่บวกขึ้น 0.4% และกลุ่มไอทีที่ปรับขึ้น 0.2%

    หุ้น 9 ใน 10 บริษัทของดัชนีย่อยกลุ่มไอทีปรับตัวขึ้น สวนทางกับหุ้น TCS ที่ร่วงลง 0.7% หลังปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 6% ในช่วง 6 วันทำการก่อนหน้าที่จะมีการรายงานผลประกอบการ

    ขณะที่ดัชนีหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลางปรับตัวขึ้น 0.4% และ 0.3% ตามลำดับ

    โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/รัตนา พงศ์ทวิช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR990IQ2C08EKAJV4QJ777KNLD6IQ30V&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0B71zEPrPNUL89_lK7fR6a

  • SPREME คว้า 2 โปรเจกต์ “ภาครัฐ” ปล่อยเช่าอุปกรณ์ไอที 833 ล้านบาท

    SPREME คว้า 2 โปรเจกต์ “ภาครัฐ” ปล่อยเช่าอุปกรณ์ไอที 833 ล้านบาท

    บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SPREME แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าบริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาเช่าจำนวน 2 สัญญา มูลค่ารวม 833,797,200 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีรายละเอียด คือ

    1.) สัญญาให้เช่าอุปกรณ์ Handheld จำนวน 23,480 เครื่องระยะเวลา 5 ปี ให้แก่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยมีการลงนามผู้ให้เช่า คือ กิจการร่วมค้า SPAC ระหว่าง SPREME และ บริษัท อะเคเชีย ไอ.ที.เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด มีมูลค่ารวม 417,000,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

    2.) สัญญาเช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาพร้อมอุปกรณ์ ตาม โครงการการเช่าคอมพิวเตอร์พกพา สำหรับพัฒนานักเรียนกรุงเทพมหานครในยุคดิจิทัล อาทิ อุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) อุปกรณ์ประมวลผลระบบคอมพิวเตอร์ โปรแกรมประยุกต์การให้บริการ อุปกรณ์ประกอบระบบคอมพิวเตอร์สำหรับพัฒนานักเรียนกรุงเทพมหานครในยุคดิจิทัลระยะเวลา 3 ปี ให้แก่ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร สำหรับผู้ให้เช่า คือ SPREME มูลค่า 416,797,200 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

    นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPREME กล่าวว่า การคว้างานใหญ่ทั้งจากรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานราชการ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ SPREME ในการส่งมอบโซลูชั่นด้าน IT ครบวงจร ทั้งการให้เช่า การติดตั้ง และบริการบำรุงรักษา ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลการดำเนินงาน  ผลักดันให้งานในมือรอรับรู้รายได้ เพิ่มเป็น 2,200 ล้านบาท สร้างฐานรายได้ที่มั่นคงในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/788348&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_eG5tJq7I9GnXLTRhACza

  • ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดบวก 126.34 จุด หุ้นไอทีหนุนตลาด

    ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดบวก 126.34 จุด หุ้นไอทีหนุนตลาด

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ต.ค. 68)

    ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดบวกเล็กน้อยในวันนี้ (9 ต.ค.) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความคาดหวังว่าจะมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาอีกครั้ง ประกอบกับราคาหุ้นกลุ่มไอทีที่ปรับตัวสูงขึ้นก่อนการเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาส

    ดัชนี Sensex เปิดตลาดที่ระดับ 81,900.00 จุด เพิ่มขึ้น 126.34 จุด หรือ +0.15%

    ทั้งนี้ นักลงทุนสถาบันต่างชาติได้ยุติการขายสุทธิที่ดำเนินมาติดต่อกัน 10 วันทำการในช่วงต้นสัปดาห์ และพลิกกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิในวันพุธและพฤหัสบดี (8-9 ต.ค.)

    หุ้น 12 ใน 16 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มไอทีที่บวกขึ้น 0.2%

    ด้านหุ้นรายตัว ราคาหุ้น Tata Consultancy Services ซึ่งเป็นบริษัทไอทีขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดีย ปรับตัวขึ้น 0.2% ก่อนการเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาส

    โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/รัตนา พงศ์ทวิช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-ir980iq8ik9j86rm0tjp7zktjw9if2ne&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27_2DZ2XniG5gLBkJnWfxs

  • LINE ผนึก เซ็นทรัลพัฒนา หนุน SME ร้านกาแฟในงาน World Coffee Hub 2025    เอาใจคอกาแฟ มอบส่วนลดพิเศษกว่า 2,500 สิทธิ์

    LINE ผนึก เซ็นทรัลพัฒนา หนุน SME ร้านกาแฟในงาน World Coffee Hub 2025   เอาใจคอกาแฟ มอบส่วนลดพิเศษกว่า 2,500 สิทธิ์

    ไอที

    LINE ผนึก เซ็นทรัลพัฒนา หนุน SME ร้านกาแฟในงาน World Coffee Hub 2025   เอาใจคอกาแฟ มอบส่วนลดพิเศษกว่า 2,500 สิทธิ์

    วันพฤหัสบดี ที่ 09 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 21.54 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    LINE ผนึก เซ็นทรัลพัฒนา หนุน SME ร้านกาแฟในงาน World Coffee Hub 2025  

    เอาใจคอกาแฟ มอบส่วนลดพิเศษกว่า 2,500 สิทธิ์

    LINE for Business ผนึกกำลัง เซ็นทรัลพัฒนา เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการร้านกาแฟไทย ใช้โซลูชันบน LINE สร้างยอดขาย ขับเคลื่อนการเติบโต ในงาน World Coffee Hub 2025 เทศกาลกาแฟพิเศษสุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง พร้อมมอบสิทธิพิเศษกว่า 2,500 สิทธิ์ให้ผู้ร่วมงาน ระหว่างวันที่ 8–14 ตุลาคม 2568 นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

    พบกับไฮไลต์เอาใจคอกาแฟแบบจัดเต็ม ขนทัพ Specialty Coffee จาก 120 ร้านดังทั่วไทยมาเสิร์ฟเมนูซิกเนเจอร์กว่า 1,000 เมนู พร้อมส่วนลดพิเศษจาก LINE for Business เพียงสแกนสมัครสมาชิกผ่าน LINE Official Account

    (LINE OA) ร้านกาแฟภายในงานที่เข้าร่วมรายการ เพื่อสะสมให้ครบ 100 แต้ม แลกรับฟรี Coffee Passport Coupon ส่วนลดทันที 20 บาท รวมทั้งสิ้นกว่า 2,500 สิทธิ์ตลอดงาน นอกจากนี้ LINE for Business ยังได้ร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการร้านกาแฟในงาน World Coffee Hub 2025 ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่

    · การจัดอบรมและเตรียมความพร้อมให้ร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ จากผู้เชี่ยวชาญ LINE Certified Coach ให้ทักษะความรู้ทั้งในด้านการสร้างแบรนด์ให้โดดเด่นโดนใจ และการใช้เครื่องมือดิจิทัลบน LINE เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ อาทิ LINE OA, MyShop และ MyCustomer | CRM

    · โปรโมทร้านค้าผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ของ LINE สร้างการรับรู้และดึงดูดผู้ร่วมงานทั้งในรูปแบบสื่อออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง เพิ่มโอกาสการขายให้ผู้ประกอบการ SME ในกลุ่มธุรกิจร้านกาแฟ

    · ต่อยอดการขายหลังจบงานผ่านแคมเปญออนไลน์ ต่อยอดความสำเร็จหลังจบงานผ่านแคมเปญออนไลน์ ให้ผู้บริโภคยุคดิจิทัลทั่วไทยสามารถอุดหนุนสินค้าจากร้านค้าที่เข้าร่วมรายการอย่างต่อเนื่องได้บน LINE SHOPPING ระหว่างวันที่ 3–16 พฤศจิกายน 2568  

    มาร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการร้านกาแฟไทย พร้อมรับโปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงาน World Coffee Hub 2025 นี้ได้ ตั้งแต่วันที่ 8–14 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น G พร้อมติดตามอัปเดตข้อมูลแคมเปญออนไลน์บน LINE SHOPPING ช่วงวันที่ 3-16 พฤศจิกายน 2568 นี้ได้ที่ LINE: @lineshoppingth  

    สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่สนใจใช้เครื่องมือดิจิทัลบน LINE สร้างยอดขาย ขับเคลื่อนธุรกิจ สามารถติดตามข่าวสาร เทคนิคความรู้ใหม่ ๆ และกิจกรรมดี ๆ เพื่อ SME ไทยจาก LINE for Business ได้ที่ LINE: @linebizth และเฟซบุ๊กเพจ LINE for Business

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/449942&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15_7l4ZrCFzTKxyjkOkQsQ

  • เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินหน้าขยายการใช้เศรษฐกิจหมุนเวียนในธุรกิจ พร้อมยกระดับความโปร่งใสด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

    เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินหน้าขยายการใช้เศรษฐกิจหมุนเวียนในธุรกิจ พร้อมยกระดับความโปร่งใสด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

    เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินหน้าขยายการใช้เศรษฐกิจหมุนเวียนในธุรกิจ
    พร้อมยกระดับความโปร่งใสด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

    เอปสัน ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการพิมพ์และโปรเจคเตอร์เปิดเผยรายงานความยั่งยืนประจำปีงบประมาณ 2567 (FY2024) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ซึ่งเผยให้เห็นความ ก้าวหน้าในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน การเพิ่มความโปร่งใสในการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการขยายโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมทั่วภูมิภาค ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระดับโลก Environmental Vision 2050 ของเอปสัน ที่มุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นลบ และเลิกพึ่งพาทรัพยากรใต้ดินอย่างสิ้นเชิง

    เอปสันเริ่มเก็บข้อมูลการปล่อยคาร์บอนจากทั่วภูมิภาคตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566 และรายงานฉบับล่าสุดได้สรุปความก้าวหน้าใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การบรรลุความยั่งยืนผ่านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Achieve Sustainability in a Circular Economy) การผลักดันอุตสาหกรรมสู่ขอบเขตใหม่ (Advance the Frontiers of Industry) การยกระดับคุณภาพชีวิต (Improve Quality of Life) และการขับเคลื่อนความรับผิดชอบต่อสังคม (Fulfil Social Responsibility) ทั้งสี่ด้านนี้สะท้อนถึงแนวทางแบบองค์รวมของเอปสันในการสร้างผลกระทบเชิงบวก ภายใต้กรอบการดำเนินงานนี้ เอปสันสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 11% ในปีงบประมาณ 2567 ส่งผลให้การปล่อยคาร์บอนทางอ้อม (Scope 2) ลดลงเหลือ 814 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) หรือใกล้เคียงกับการใช้พลังงานไฟฟ้าของตู้เย็นประมาณ 4,500 เครื่องต่อปี

    *การบรรลุความยั่งยืนผ่านเศรษฐกิจหมุนเวียน*
    เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินหน้าผลักดันวาระด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ผ่านการลด
    ของเสียและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการขนส่ง โดยเพียงลำพังการขยายการทำ Drop Shipping ก็สามารถช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 113 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2566

    เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสนับสนุนการตัดสินใจด้านความยั่งยืนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เอปสันได้ขยายการติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ซึ่งครอบคลุมการปล่อยที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การขนส่ง การใช้งานผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน ข้อมูลที่ครอบคลุมมากขึ้นนี้จะสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานที่ปรับให้เหมาะกับบริบทของแต่ละประเทศ โดยแต่ละตลาดจะขับเคลื่อนโครงการเฉพาะของตนเองเพื่อลดขยะ อนุรักษ์ทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความก้าวหน้าระดับภูมิภาค โดยเอปสันสามารถรีไซเคิลวัสดุสิ้นเปลืองจากหมึกได้มากกว่า 1,600 กิโลกรัม และแปรรูปเศษอาหารกว่า 500 กิโลกรัมเป็นปุ๋ย ซึ่งเทียบเท่ากับมื้ออาหารราว 1,700 มื้อ

    ความพยายามในการจัดการทรัพยากรหมุนเวียนภายในสำนักงานยังส่งผลให้สำนักงานแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับการรับรองมาตรฐาน BCA Green Mark ระดับ Gold ภายในช่วงเวลาการรายงาน และต่อมาอีก
    5 สำนักงานก็ได้รับการรับรองเพิ่มเติม ความสำเร็จระดับภูมิภาคนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอปสันต่อแนวปฏิบัติด้านอาคารที่ยั่งยืน ซึ่งมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์

    *การเสริมสร้างธรรมาภิบาลและประสิทธิภาพเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม*
    รายการความยั่งยืนประจำปีงบประมาณ 2567 ยังนำเสนอความพยายามอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ในการผสานความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินงานผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การกำกับดูแลตามหลักธรรมาภิบาล และการดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงาน

    โดยเฉพาะในการกำกับดูแลการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล พนักงานได้เข้าร่วมการอบรมด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบครบถ้วน 100% ควบคู่กับมาตรการต่อต้านการทุจริต และมาตรการด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่เข้มงวด ที่สำคัญ ในปีงบประมาณ 2567 เอปสันสามารถบันทึกสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานเป็นศูนย์ อีกทั้งยังเดินหน้าลงทุนในการพัฒนาบุคลากร ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะด้านและโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอปสันต่อความเป็นเลิศในการดำเนินงานและความปลอดภัยของพนักงาน

    *การยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน*
    เอปสันยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ที่ดำเนินงาน ผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษาและการเข้าถึงการเรียนรู้ ภายใต้โครงการ “Epson Goes to School” และการมอบเครื่องพิมพ์ เพื่อช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ เอปสันยังสนับสนุนโครงการหุ่นยนต์ในหลายประเทศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก้าวสู่การเป็นนักนวัตกรรม และเตรียมความพร้อมสู่โลกดิจิทัลในอนาคต

    *การธำรงไว้ซึ่งความรับผิดชอบต่อสังคม*
    รายงานยังเน้นย้ำถึงพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของเอปสัน ผ่านความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคมและภาคีท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและลดปริมาณขยะ อาทิ โครงการเก็บกู้ขยะกว่า 1,400 กิโลกรัม ทั้งพลาสติกและโฟม และกิจกรรมทำความสะอาดใน 6 ประเทศ ขณะที่ในอินโดนีเซีย เอปสันร่วมกับ WWF ในโครงการ “Trees for Life” ปลูกต้นไม้กว่า 200,000 ต้น บนพื้นที่กว่า 1,875 ไร่ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศในระยะยาวและช่วยเหลือครอบ ครัวกว่า 300 ครัวเรือน

    *ตัน เมย์ ลิน หัวหน้าคณะทำงานด้านความยั่งยืน เอปสัน เอเชียนตะวันออกเฉียงใต้* กล่าวว่า “สำหรับเอปสัน ความยั่งยืนคือการมอบพลังให้กับพนักงานและชุมชนในการขับเคลื่อนร่วมกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความโปร่งใสด้านข้อมูลและความรับผิดชอบในภูมิภาค เพื่อให้เป้าหมายระดับโลกสอดคล้องกับการดำเนินงานในพื้นที่จริง”

    *เอลวิน ตัน ผู้รับผิดชอบโครงการในแต่ละประเทศ* เสริมว่า “ความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนต้องเกิดขึ้นจริงในทุกตลาดภายใต้การกำกับดูแลของเอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นการลดการปล่อยคาร์บอน ลดขยะพลาสติก หรือการขยายโอกาสทางการศึกษา วิธีการแบบลงมือทำจริงนี้ช่วยให้ทั้งพนักงานและชุมชนได้รับประโยชน์ที่จับต้องได้ ทั้งต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม”

    รายงานความยั่งยืนประจำปีงบประมาณ 2567 ฉบับเต็มของเอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถอ่านได้ที่นี่ และเวอร์ชันสรุปสำหรับผู้บริหารสามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/449845&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CIRpnSwnva-MexuTG3Uto

  • ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดบวก 126.34 จุด หุ้นไอทีหนุนตลาด

    ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดบวก 126.34 จุด หุ้นไอทีหนุนตลาด

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ต.ค. 68)

    ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดบวกเล็กน้อยในวันนี้ (9 ต.ค.) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความคาดหวังว่าจะมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาอีกครั้ง ประกอบกับราคาหุ้นกลุ่มไอทีที่ปรับตัวสูงขึ้นก่อนการเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาส

    ดัชนี Sensex เปิดตลาดที่ระดับ 81,900.00 จุด เพิ่มขึ้น 126.34 จุด หรือ +0.15%

    ทั้งนี้ นักลงทุนสถาบันต่างชาติได้ยุติการขายสุทธิที่ดำเนินมาติดต่อกัน 10 วันทำการในช่วงต้นสัปดาห์ และพลิกกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิในวันพุธและพฤหัสบดี (8-9 ต.ค.)

    หุ้น 12 ใน 16 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มไอทีที่บวกขึ้น 0.2%

    ด้านหุ้นรายตัว ราคาหุ้น Tata Consultancy Services ซึ่งเป็นบริษัทไอทีขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดีย ปรับตัวขึ้น 0.2% ก่อนการเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาส

    โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/รัตนา พงศ์ทวิช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR980IQ8IK9J86RM0TJP7ZKTJW9IF2NE&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1dEOtvBLzob2Azhx5_Uc3a

  • กรุงศรี มุ่งขับเคลื่อนอนาคตด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงผู้คน เชื่อมชีวิตและธุรกิจสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

    กรุงศรี มุ่งขับเคลื่อนอนาคตด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงผู้คน เชื่อมชีวิตและธุรกิจสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

    กรุงศรี มุ่งขับเคลื่อนอนาคตด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงผู้คน เชื่อมชีวิตและธุรกิจสู่การเติบโตที่ยั่งยืน โชว์เทคและนวัตกรรมพร้อมใช้ผ่านงาน Krungsri Tech Day 2025

    กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ในฐานะผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งที่เดินหน้าด้วยความมุ่งมั่นสู่อนาคตที่ยั่งยืน โชว์วิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านไอทีและดิจิทัลในงาน Krungsri Tech Day 2025: Empower People to Make Life Simple โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงทุกมิติของชีวิตประจำวันให้สะดวกและราบรื่นยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับศักยภาพทั้งด้านเทคโนโลยีและผู้คน เพื่อสนับสนุนธุรกิจและสังคมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ในงานมหกรรมด้านเทคโนโลยีของกรุงศรีที่ร่วมมือกับพันธมิตรสายเทคชั้นนำจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สี่

    นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน กล่าวว่า “Krungsri Tech Day 2025 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรุงศรีในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านนวัตกรรมที่ช่วยให้การบริการทางการเงินในชีวิตประจำวันและการทำธุรกิจง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัล กรุงศรีมุ่งเน้นการให้บริการที่ตอบโจทย์ลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน เพื่อก้าวสู่การเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน ที่พร้อมสนับสนุนธุรกิจและชุมชนให้เติบโตไปด้วยกัน ขณะเดียวกันก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการขับเคลื่อนเทคโนโลยีของกรุงศรีจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนมองเห็นว่าเทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เข้าใจและส่งเสริมชีวิตผู้คนอย่างแท้จริง”

    นางสาวสายสุนีย์ หาญประเทืองศิลป์ ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทิศทางและกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของกรุงศรี มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับการเสริมศักยภาพของผู้คน เพื่อสร้างคุณค่าให้กับองค์กร สังคม และธุรกิจอย่างรอบด้าน ภายใต้แนวคิดดังกล่าว เราปรับโครงสร้างเทคโนโลยีให้มีความยืดหยุ่น เน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เรียบง่ายและคล่องตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน และพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในอนาคต ผลักดันบทบาทของธนาคารในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจด้วยการร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในการสรรค์สร้างนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริงและตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริง ควบคู่กับการจัดตั้งหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลางด้านการพัฒนาและผลักดันการใช้ AI พร้อมวางกรอบธรรมาภิบาลด้าน AI เพื่อให้การนำเทคโนโลยีมาใช้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างมีจริยธรรม และส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตยั่งยืน”

    กลยุทธ์ในการขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของกรุงศรีประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่

    • Technology Simplicity – ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีจากภายในสู่ภายนอก ที่ออกแบบเป็น 3 ระยะสำคัญ ได้แก่ Leaner – ปรับโครงสร้างพื้นฐานให้เรียบง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการนำระบบ Hybrid Cloud มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการแอปพลิเคชัน รวมถึงโปรแกรม Jupiter ที่เป็นโครงการต่อเนื่องเพื่อทรานส์ฟอร์มระบบ Core Banking สำหรับรองรับการเติบโตในระยะยาว Simpler – ยกระดับการดำเนินงานด้วยระบบอัตโนมัติ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพิ่มความเร็วในการให้บริการ และลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ และ Ahead of Business – นำเทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมในกระบวนการทำงาน เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในระยะยาว

    ผลลัพธ์จากการทรานส์ฟอร์มดังกล่าว ช่วยให้ระบบปฏิบัติงานหลักของธนาคารทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างความยืนหยุ่นในการการเชื่อมโยงระหว่างแอปพลิเคชันหน้าบ้านและระบบหลังบ้าน ลดต้นทุนด้านการพัฒนาและบำรุงรักษา อีกทั้งยังช่วยปรับปรุงโครงสร้างระบบสถาปัตยกรรมไอทีให้เป็นรูปแบบ “Microservices” เกิดเป็น Hub ย่อย ที่สามารถต่อยอดการทำงานภายในและต่อยอดเป็นโซลูชั่นส์เพื่อให้บริการลูกค้าได้ โดยในปีที่ผ่านมา กรุงศรีช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าธุรกิจโรงงานน้ำตาลและเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยโดยร่วมพัฒนาระบบการขายลดเช็คให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน Payment Hub ทำให้ขั้นตอนการรับซื้อลดสิทธิรับเงินค่าเช็คเกี๊ยว/เช็คอ้อยทำได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเอกสารเช็คอีกต่อไป ช่วยลดต้นทุนและช่วยให้เกษตรกรได้รับเงินเร็วขึ้นจากเดิม 2 วัน เหลือเพียง 3-5 นาที

    • Enabling for Growth – ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เทคโนโลยีอย่าง AI ที่เปลี่ยนรวดเร็ว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์เดิม ธุรกิจจึงต้องหาสูตรลับของตัวเองให้เจอ และโฟกัสกับสิ่งที่สร้างความต่าง ขณะที่เรื่องสำคัญแต่ไม่ใช่หัวใจ เช่น การจัดการด้านการเงิน ควรมอบให้ผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้ดูแล เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาไปสร้างนวัตกรรมและประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ลูกค้า ภายใต้แนวคิด “Enabling for Growth” กรุงศรีพร้อมสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจไทยด้วย โซลูชันทางการเงินดิจิทัลที่ครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเพื่อธุรกิจ ไปจนถึง บริการทางการเงินที่เชื่อมต่อเข้ากับแพลตฟอร์มขององค์กรได้โดยตรง ทั้งหมดนี้ออกแบบให้เชื่อมต่อได้ง่าย ปลอดภัย และพร้อมใช้งานทันที ปัจจุบันกรุงศรีได้รับรางวัลกว่า 20 รางวัล มีพันธมิตรกว่า 1,200 ราย และรองรับธุรกรรมกว่า 90 ล้านครั้งต่อปี สะท้อนความเชื่อมั่นในฐานะพันธมิตรทางการเงินที่ธุรกิจไว้วางใจ ภายใต้คำมั่นสัญญา “ชีวิตง่ายได้ทุกวัน” เพื่อให้ทุกองค์กรใช้เวลาไปกับสิ่งที่สำคัญที่สุดการสร้างคุณค่า ความต่าง และอนาคตที่ยั่งยืน
    • Sustainable AI – จัดตั้งหน่วยงานศูนย์กลางด้าน AI (AI COE) พร้อมกรอบ AI Governance ที่เป็นรูปธรรม ครอบคลุมกระบวนการ คัดเลือกและจัดลำดับความสำคัญของ Use Case ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์องค์กร, ออกแบบและพัฒนาโมเดล ทดสอบความเสี่ยง/อคติ ดำเนินการ MLOps และวัดผล เป้าหมายคือการใช้งาน Traditional AI/ML, Generative AI และ Agentic AI อย่างเป็นระบบ โปร่งใส และสร้างคุณค่าจริงทั้งต่อธุรกิจและลูกค้า โดยภายในองค์กร กรุงศรีนำ GenAI เดินคู่กับการวิเคราะห์เชิงลึก เช่น AI ประเมินมูลค่าสินทรัพย์ บนโครงสร้างข้อมูลที่ถูกกำกับดูแล เพื่อความเร็ว ความแม่นยำ และการตรวจสอบย้อนกลับที่โปร่งใส และในการพัฒนาเพื่อลูกค้า กรุงศรีมุ่งยกระดับประสบการณ์อนุมัติสินเชื่อและงานรับประกันความเสี่ยง (underwriting) ให้ปลอดภัยและราบรื่นยิ่งขึ้น ด้วยโมเดล Fraud Score พร้อมใช้โมเดล Customer Lifetime Value และ Churn Prevention เพื่อการดูแลเชิงรุกและข้อเสนอที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น

    บนรากฐานนี้ กรุงศรีได้ขยายความร่วมมือกับ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยใช้ API ที่ปลอดภัย เป็นสะพานข้อมูลเชิงปฏิบัติการ สร้าง “ภาพเดียวกัน” ผ่านแดชบอร์ดเรียลไทม์ และยกระดับการวิเคราะห์ด้วย Machine Learning เพื่อคัดกรองพฤติกรรมต้องสงสัยเชิงรุก ช่วยลดเวลาประสานงานและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคดีร่วมกับ CIB ทั้งหมดนี้สะท้อน Sustainable AI ที่ใช้งานได้จริง วัดผลได้ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่รัดกุม สอดคล้องกับหลักจริยธรรมและเป้าหมายการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของสังคมไทย

    Krungsri Tech Day 2025 จัดต่อเนื่องเป็นปีที่สี่ ภายใต้แนวคิด “Empower People to Make Life Simple” ซึ่งกรุงศรีได้ร่วมมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ Accenture, AWS | OnebyZero, Cisco | OSD, HPE, IBM, Kyndryl, Dynatrace, EmbedIT, G-Able, MFEC, YIP IN TSOI | Archer, Atlassian | iZeno, Microsoft, NTT | World Line, Nutanix, Redhat, และ VMWare by Broadcom นำเสนอเทรนด์และโซลูชันนวัตกรรมล่าสุดที่ช่วยทำให้ชีวิตและการทำธุรกิจง่ายขึ้น มุ่งยกระดับความรู้และทักษะดิจิทัลผ่านกิจกรรมเวิร์กชอปและสัมมนา พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้เชิงปฏิบัติ ทั้งในธุรกิจและชีวิตประจำวัน

    “กรุงศรีขอขอบคุณพันธมิตรทุกท่านที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญเบื้องหลังนวัตกรรม ช่วยเปลี่ยนแนวคิดให้เป็นความสามารถจริง พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ชาญฉลาด และสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนให้กับองค์กร สังคม และผู้คน ซึ่งตอกย้ำบทบาทของกรุงศรีในฐานะธนาคารที่ไม่เพียงให้บริการทางการเงิน แต่ยังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจและแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมให้เศษรฐกิจและสังคมไทยเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน” นางสาวสายสุนีย์ กล่าวปิดท้าย

    บรรยายภาพ

    กรุงศรี นำโดย นายเคนอิจิ ยามาโตะ (กลาง) กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นางสาวสายสุนีย์ หาญประเทืองศิลป์ (ที่ 5 จากซ้าย) ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล นายพชร วันรัตน์เศรษฐ (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ นายตุลย์ โรจน์เสรี (ที่ 5 จากขวา) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ระดับองค์กร และนายรถพร เอกบุตร (ที่ 4 จากขวา) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านดิจิทัลและนวัตกรรม ร่วมด้วยพันธมิตรบริษัทสายเทคชั้นนำอย่าง AWS Thailand, Cisco Systems (Thailand), Kyndryl Thailand & Vietnam, IBM Thailand, Hewlett Packard Enterprise (HPE) และ Accenture Thailand โชว์วิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านไอทีและดิจิทัลในงาน Krungsri Tech Day 2025: Empower People to Make Life Simple ณ สามย่านมิตรทาวน์


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12755134&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27RMbiB4h0uqO8ySxwSulJ