Category: ไอที

  • กาญจนบุรี///สวนไทรโยครีสอร์ท ส่งสุข! จัดใหญ่เทศกาลไฟฤดูหนาว ชวนสัมผัสบรรยากาศโรแมนติกกลางขุนเขาริมแคว | TOPNEWS

    กาญจนบุรีเนรมิตเป็นดินแดนแห่งแสง! สวนไทรโยครีสอร์ท เปิดเทศกาลไฟประจำปีครั้งที่ 4 ให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันนี้ถึง 11 มกราคม 2569  ชวนนักท่องเที่ยวชมดาว ฟังดนตรี ชมไฟประดับหมู่บ้านชิราคาวาโกะยามค่ำคืน และดินเนอร์สุดชิลล์ ริมแม่น้ำแคว เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

    วันที่ 13 ธันวาคม 2568 สวนไทรโยครีสอร์ท จังหวัดกาญจนบุรี จัดกิจกรรมนำสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมและสัมผัสบรรยากาศภายในงาน “เทศกาลไฟฤดูหนาว สวนไทรโยค ครั้งที่ 4” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อมอบความสุขและเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีถึงต้นปีใหม่

    คุณเอกฉัตร สุนทรหัทยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนไทรโยค รีสอร์ท จำกัด เผยว่า เทศกาลไฟในครั้งนี้จัดขึ้นท่ามกลางความหนาวเย็นของขุนเขาและทัศนียภาพอันงดงามริมแม่น้ำแคว โดยเนรมิตพื้นที่รอบรีสอร์ทให้เต็มไปด้วยสีสันของไฟประดับที่สว่างไสว พร้อมมุมถ่ายภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ

    ซึ่งปีนี้เน้นความอลังการของไฟประดับในธีมที่หลากหลาย อาทิ:ต้นคริสต์มาสยักษ์  เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสอย่างยิ่งใหญ่ ซุ้มไฟเทพนิยาย  ที่สร้างบรรยากาศราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ ไฟประดับหมู่บ้านชิราคาวาโกะเมืองไทย  ที่จำลองความสวยงามของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นมาไว้ริมแม่น้ำ ไฟประดับสะพานถ้ำกระแซที่เพิ่มมนต์เสน่ห์ให้กับจุดชมวิวประวัติศาสตร์ยามค่ำคืน

    กิจกรรมเทศกาลไฟนี้ไม่เพียงแต่เน้นความสวยงามทางสายตา แต่ยังเติมเต็มประสบการณ์ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย นักท่องเที่ยวสามารถ เดินชมทางรถไฟยามค่ำคืน จิบเครื่องดื่ม พร้อมดินเนอร์ ในบรรยากาศสุดชิลล์ และพิเศษสำหรับทุกวันเสาร์และวันหยุดยาว จะมีการจัดแสดงดนตรีสดเพื่อสร้างความเพลิดเพลินภายใต้แสงดาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1422750&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KiaW_bEcF9wBJsLwMcsbo

  • ผู้ประกอบการเชียงใหม่เฮ! หลังปลดล็อกทดลอง 180 วัน ขยับเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เชื่อมั่นกระตุ้นยอดขายปลายปี

    หลังรัฐบาลประกาศใช้บังคับแล้ว มาตรการกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ที่ปลดล็อกให้ขายได้ช่วง 14.00-17.00 น. เป็นระยะเวลา 180 วัน ก่อนประเมินผล พร้อมขยายเวลานั่งดื่มในร้านต่อ 1 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา 

    ทีมข่าว Spacebar Big City ลงพื้นที่ สำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการร้านอาหารต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีร้านอาหารให้บริการมากกว่า 10,000 ร้าน ที่อยู่ในกลุ่มสามารถเปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. 

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที เปิดเผยว่า เปิดร้านอาหารที่ให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเป็นห้องอาหารที่ติดแอร์ เพื่อให้ความสะดวกสบาย แก่ลูกค้า โดย เฉพาะในช่วงเวลากลางวัน ที่ลูกค้าจะเลือกจองใช้บริการเป็นหมู่คณะ และจัดเลี้ยงสังสรรค์ แต่ที่ผ่านมากฎหมายงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในช่วงเวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. ส่งผลกระทบกับร้านอาหารโดยตรง เนื่องจากร้านเริ่มเปิด 11.00 น. ถึง 22.00 น. โดยลูกค้าจะเริ่มเข้าร้านอาหารตั้งแต่ร้านเปิด ด้วยเวลาที่จำกัด ก็ส่งผลทำให้ลูกค้าหายไป นอกจากนี้ยังส่งผลกับนักท่องที่ต่างชาติ ไม่เข้าใจในกฎหมาย ก็ทำให้ร้านเสียลูกค้าไปจำนวนมาก 

    “หลังจากที่มีการปลดล็อค เชื่อว่าจะมีลูกค้าจองเข้ามา เป็นหมู่คณะและช่วงนี้ช่วงใกล้สิ้นปี ก็จะมีงานเลี้ยงปีใหม่ภายในร้าน ของลูกค้าก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เราสามารถบริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่โดยไม่ติดข้อกฎหมาฎหมาย และเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหลายหลายที่ มีลูกค้าและนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น”

    “กรณีที่รัฐบาลเล็งเห็นเรื่องของการขยายเวลานั่งดื่มต่อได้อีก 1 ชั่วโมง ก็ส่งผลดีกับผู้ประกอบการเช่นกัน เพราะเราไม่สามารถปิดร้าน แล้วให้ลูกค้าออกได้ทันที เพราะจะต้องมีเวลาช่วงหนึ่งที่ผู้ประกอบการจะสามารถแจ้งลูกค้า หลังจากหมดเวลาขายก็จะมีเวลาในการเคลียร์ลูกค้าออกจากร้านได้เช่นกัน”

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ด้าน ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่  เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 1 หมื่นร้าน ได้ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐแก้ไขนโยบาย ที่เป็นอุปสรรคด้านการท่องเที่ยว 

    ล่าสุดได้มีการปลดล็อค ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเวลา 14.00-17.00 น. แล้ว ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันสามารถกระตุ้นยอดขายให้กับร้านอาหารที่เปิดช่วงเวลากลางวันได้ 

    “ถือว่าการปลดล็อกนั้นเป็นการช่วยเหลือภาพลักษณ์ของประเทศด้านการท่องเที่ยว ที่จะทำให้น้องเที่ยวเองมีความรู้สึกว่าได้มาท่องเที่ยว ก็มีความอิสระที่จะใช้ชีวิตในช่วงวันหยุด ได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่ที่เข้ามาพักผ่อน เพราะจะไม่มีระยะเวลาฟันหลอ ในการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตรงนี้เอง จะกระตุ้นรายได้ให้กับการท่องเที่ยวในกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารได้มากขึ้น”

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ขณะเดียวกันที่ผู้ประกอบการพยายามคัดค้านก่อนหน้านี้คือ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2568) ที่เริ่มใช้เมื่อ 8 พ.ย.68 กำหนดให้ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านค้าหรือสถานที่ขาย เพื่อการค้า นอกเวลาที่กำหนด (ช่วง 00:00-11:00 น. และ 14:00-17:00 น.) หากฝ่าฝืน ผู้ดื่มที่ “นั่งต่อ” หรือ “นั่งแช่” จะมีความผิด ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 

    “โดยกฎหมายเน้นย้ำเรื่องการห้ามดื่ม “หลังเที่ยงคืน” ในร้านทั่วไป แต่ปัจจุบันปรับให้นั่งดื่มได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง หลังจากหมดเวลาขาย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกับผู้ประกอบการเช่นกันเพราะจะได้มีเวลาเคลียร์ลูกค้าออกจากร้าน หากหมดเวลาขายเที่ยงคืน แล้วนั่งดื่มต่อจะปรับเลยนั้น ก็ส่งผลกระทบเพราะไม่สามารถเคลียร์ลูกค้าออกร้านได้ทัน”

    สำหรับที่มาของกฎหมาย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในเวลา 14.00 น.- 17.00 น. เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2515 เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาข้าราชการมักนิยมไปนั่งดื่มสุราสังสรรค์และส่งผลกระทบถึงบริการประชาชน แต่กฎหมายนี้ ส่งผลผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจร้านอาหารในยุคปัจจุบัน 

    ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรัฐบาลของ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในการแก้กฎหมายนี้ หลังชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในภาระกิจประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม 2568 จนนำมาสู่การปลดล็อก ได้ในรัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่เป็นการทดลองใช้ไปก่อน 180 วัน

    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า การปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00 – 17.00 น. ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2568 จะหนุนเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 1,000 -3,000 ล้านบาท และมูลค่ากว่า 10,000 – 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว สถานบันเทิง และธุรกิจกลางคืน รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย เช่น วิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสุราชุมชน เป็นต้น

    ขณะที่ชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ประเมินว่า การปลดล็อกเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานบันเทิง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20% จากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่นิยมกินข้าวกลางวันในช่วงบ่าย และนิยมดื่มเบียร์หรือไวน์คู่กับมื้ออาหาร โดยเฉพาะสถานบันเทิงหรือธุรกิจกลางคืนจะได้รับประโยชน์จากมาตรการอย่างมาก เพราะมีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านเครื่องดื่มกว่า 80% ของรายจ่ายรวมของมื้ออาหาร

    ด้าน ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยผลการศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย ปี 2568 เปิดเผยผลการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 3,924 คน ครอบคลุม 12 จังหวัดทั่วประเทศ ปี 2568 พบว่า ร้อยละ 82.8 เห็นด้วยกับการคงมาตรการจำกัดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ขายได้เฉพาะเวลา 11.00 –14.00 น. และ 17.00 – 24.00 น.

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo03.jpg

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/spirits-chiangmai-entrepreneur&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ucyiwJMM26hm8NUX0BAug

  • ผู้ประกอบการเชียงใหม่เฮ! หลังปลดล็อกทดลอง 180 วัน ขยับเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เชื่อมั่นกระตุ้นยอดขายปลายปี

    หลังรัฐบาลประกาศใช้บังคับแล้ว มาตรการกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ที่ปลดล็อกให้ขายได้ช่วง 14.00-17.00 น. เป็นระยะเวลา 180 วัน ก่อนประเมินผล พร้อมขยายเวลานั่งดื่มในร้านต่อ 1 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา 

    ทีมข่าว Spacebar Big City ลงพื้นที่ สำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการร้านอาหารต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีร้านอาหารให้บริการมากกว่า 10,000 ร้าน ที่อยู่ในกลุ่มสามารถเปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. 

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที เปิดเผยว่า เปิดร้านอาหารที่ให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเป็นห้องอาหารที่ติดแอร์ เพื่อให้ความสะดวกสบาย แก่ลูกค้า โดย เฉพาะในช่วงเวลากลางวัน ที่ลูกค้าจะเลือกจองใช้บริการเป็นหมู่คณะ และจัดเลี้ยงสังสรรค์ แต่ที่ผ่านมากฎหมายงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในช่วงเวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. ส่งผลกระทบกับร้านอาหารโดยตรง เนื่องจากร้านเริ่มเปิด 11.00 น. ถึง 22.00 น. โดยลูกค้าจะเริ่มเข้าร้านอาหารตั้งแต่ร้านเปิด ด้วยเวลาที่จำกัด ก็ส่งผลทำให้ลูกค้าหายไป นอกจากนี้ยังส่งผลกับนักท่องที่ต่างชาติ ไม่เข้าใจในกฎหมาย ก็ทำให้ร้านเสียลูกค้าไปจำนวนมาก 

    “หลังจากที่มีการปลดล็อค เชื่อว่าจะมีลูกค้าจองเข้ามา เป็นหมู่คณะและช่วงนี้ช่วงใกล้สิ้นปี ก็จะมีงานเลี้ยงปีใหม่ภายในร้าน ของลูกค้าก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เราสามารถบริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่โดยไม่ติดข้อกฎหมาฎหมาย และเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหลายหลายที่ มีลูกค้าและนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น”

    “กรณีที่รัฐบาลเล็งเห็นเรื่องของการขยายเวลานั่งดื่มต่อได้อีก 1 ชั่วโมง ก็ส่งผลดีกับผู้ประกอบการเช่นกัน เพราะเราไม่สามารถปิดร้าน แล้วให้ลูกค้าออกได้ทันที เพราะจะต้องมีเวลาช่วงหนึ่งที่ผู้ประกอบการจะสามารถแจ้งลูกค้า หลังจากหมดเวลาขายก็จะมีเวลาในการเคลียร์ลูกค้าออกจากร้านได้เช่นกัน”

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ด้าน ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่  เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 1 หมื่นร้าน ได้ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐแก้ไขนโยบาย ที่เป็นอุปสรรคด้านการท่องเที่ยว 

    ล่าสุดได้มีการปลดล็อค ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเวลา 14.00-17.00 น. แล้ว ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันสามารถกระตุ้นยอดขายให้กับร้านอาหารที่เปิดช่วงเวลากลางวันได้ 

    “ถือว่าการปลดล็อกนั้นเป็นการช่วยเหลือภาพลักษณ์ของประเทศด้านการท่องเที่ยว ที่จะทำให้น้องเที่ยวเองมีความรู้สึกว่าได้มาท่องเที่ยว ก็มีความอิสระที่จะใช้ชีวิตในช่วงวันหยุด ได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่ที่เข้ามาพักผ่อน เพราะจะไม่มีระยะเวลาฟันหลอ ในการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตรงนี้เอง จะกระตุ้นรายได้ให้กับการท่องเที่ยวในกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารได้มากขึ้น”

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ขณะเดียวกันที่ผู้ประกอบการพยายามคัดค้านก่อนหน้านี้คือ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2568) ที่เริ่มใช้เมื่อ 8 พ.ย.68 กำหนดให้ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านค้าหรือสถานที่ขาย เพื่อการค้า นอกเวลาที่กำหนด (ช่วง 00:00-11:00 น. และ 14:00-17:00 น.) หากฝ่าฝืน ผู้ดื่มที่ “นั่งต่อ” หรือ “นั่งแช่” จะมีความผิด ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 

    “โดยกฎหมายเน้นย้ำเรื่องการห้ามดื่ม “หลังเที่ยงคืน” ในร้านทั่วไป แต่ปัจจุบันปรับให้นั่งดื่มได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง หลังจากหมดเวลาขาย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกับผู้ประกอบการเช่นกันเพราะจะได้มีเวลาเคลียร์ลูกค้าออกจากร้าน หากหมดเวลาขายเที่ยงคืน แล้วนั่งดื่มต่อจะปรับเลยนั้น ก็ส่งผลกระทบเพราะไม่สามารถเคลียร์ลูกค้าออกร้านได้ทัน”

    สำหรับที่มาของกฎหมาย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในเวลา 14.00 น.- 17.00 น. เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2515 เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาข้าราชการมักนิยมไปนั่งดื่มสุราสังสรรค์และส่งผลกระทบถึงบริการประชาชน แต่กฎหมายนี้ ส่งผลผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจร้านอาหารในยุคปัจจุบัน 

    ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรัฐบาลของ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในการแก้กฎหมายนี้ หลังชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในภาระกิจประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม 2568 จนนำมาสู่การปลดล็อก ได้ในรัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่เป็นการทดลองใช้ไปก่อน 180 วัน

    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า การปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00 – 17.00 น. ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2568 จะหนุนเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 1,000 -3,000 ล้านบาท และมูลค่ากว่า 10,000 – 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว สถานบันเทิง และธุรกิจกลางคืน รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย เช่น วิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสุราชุมชน เป็นต้น

    ขณะที่ชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ประเมินว่า การปลดล็อกเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานบันเทิง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20% จากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่นิยมกินข้าวกลางวันในช่วงบ่าย และนิยมดื่มเบียร์หรือไวน์คู่กับมื้ออาหาร โดยเฉพาะสถานบันเทิงหรือธุรกิจกลางคืนจะได้รับประโยชน์จากมาตรการอย่างมาก เพราะมีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านเครื่องดื่มกว่า 80% ของรายจ่ายรวมของมื้ออาหาร

    ด้าน ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยผลการศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย ปี 2568 เปิดเผยผลการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 3,924 คน ครอบคลุม 12 จังหวัดทั่วประเทศ ปี 2568 พบว่า ร้อยละ 82.8 เห็นด้วยกับการคงมาตรการจำกัดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ขายได้เฉพาะเวลา 11.00 –14.00 น. และ 17.00 – 24.00 น.

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo03.jpg

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/spirits-chiangmai-entrepreneur&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ucyiwJMM26hm8NUX0BAug

  • NT เปิดตัวบริการ NT nexConnect อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ OneWeb

    NT เปิดตัวบริการ NT nexConnect อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ OneWeb

    วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.38 น.

    NT เปิดตัวบริการ NT nexConnect อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ OneWeb

    ตั้งเป้าดัน NT Satellite Solutions ก้าวทันอุตสาหกรรมดาวเทียมและอวกาศ

    บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT จัดงาน “NT SATCOM…Connect to the NEXT” เปิดตัวบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ “NT nexConnect” มิติใหม่สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำด้วยโครงข่าย OneWeb หวังเปิดทางขยายธุรกิจอวกาศ ย้ำศักยภาพดาวเทียม LEO เสริมความแข็งแกร่งโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐานของประเทศไทย พร้อมเปิดให้เยี่ยมชมสถานีเชื่อมโยมโครงข่าย Satellite Network Portal (SNP) Gateway ณ สถานีดาวเทียมสิรินธร จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568   

    พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่   บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดเผยถึงการขยายธุรกิจด้านดาวเทียมของ NT ว่า  ปัจจุบัน NT เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญของผู้ให้บริการดาวเทียมระดับโลกอย่าง Eutelsat OneWeb จากการให้บริการสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายหรือ Satellite Network Portal (SNP) Gateway สำหรับดาวเทียมวงโคจรต่ำ LEO (Low Earth Orbit) ของ OneWeb ณ สถานีดาวเทียมสิรินธร จ.อุบลราชธานี โดยรองรับการเชื่อมโยงสัญญาณจากโครงข่ายดาวเทียมกว่า 600 ดวง มายังผู้ใช้บริการในประเทศไทย กลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ และบางส่วนของประเทศอินโดนีเซีย รวมทั้งเป็นผู้แทนจัดจำหน่ายรายเดียวอย่างเป็นทางการจาก Eutelsat OneWeb สำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำในประเทศไทย

    ล่าสุด NT เปิดให้บริการ “NT nexConnect” อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมครั้งแรกของ EUTELSAT OneWeb ในประเทศไทย ซึ่งจะยกระดับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของประเทศไทยได้อย่างครอบคลุมและมีเสถียรภาพทั่วประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกลและน่านน้ำมหาสมุทร ที่ไม่สามารถเข้าถึงการให้บริการของโครงข่ายภาคพื้นดิน อีกทั้งเป็นการต่อยอดธุรกิจสำหรับกลุ่มธุรกิจดาวเทียมหรือ NT Satellite Solutions  

    บริการบรอดแบนด์ NT nexConnect คือทางเลือกของการใช้งานอินเทอร์เน็ตประสิทธิภาพสูง ผ่านโครงข่ายเทคโนโลยีที่ทันสมัยของดาวเทียมวงโคจรต่ำ Eutelsat OneWeb ซึ่งมีความเร็วการเชื่อมต่อสูงกว่าดาวเทียมวงโคจรประจำที่ (GEO)   ปัจจุบัน NT nexConnect เริ่มเปิดให้บริการแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตความเร็วตั้งแต่ 10/2 Mbps จนถึง 100/20 Mbps รองรับการเชื่อมต่อกับระบบที่ต้องการความเร็วสูงแบบ Real-time ในการรับ-ส่งข้อมูล อาทิเช่น โครงข่าย IoT และอุปกรณ์ปลายทางที่มีความต้องการใช้งานแอปพลิเคชันที่หลากหลาย   ด้วยรูปแบบการเชื่อมต่อทั้งบนภาคพื้นดินทั้งแบบประจำที่ (Fixed Land) แบบเคลื่อนที่ (Land Mobility) และแบบการใช้งานในภาคพื้นมหาสมุทร (Maritime) สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เช่น ภาคพลังงาน ภาคการผลิต อุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมการเดินเรือ การขนส่ง การเกษตร รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ และโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ฯลฯ ตลอดจนใช้เป็นเครื่องมือในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนภาคพื้นดิน หรือการสื่อสารในช่วงเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติ 

    ทั้งนี้ NT nexConnect ให้บริการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม LEO ครอบคลุมในทุกพื้นที่ที่ระบบสื่อสารพื้นฐานเข้าไม่ถึงและพื้นที่จุดอับสัญญาณ  จึงช่วยเสริมศักยภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย โดยขยายการเข้าถึงบริการ 5G และบรอดแบนด์เพิ่มเติมจากบริการผ่านสายไฟเบอร์ออปติก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ช่วยเสริมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล  พร้อมทั้งเสริมสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของประเทศให้สามารถครอบคลุมการติดต่อสื่อสารทั้งภาคพื้นดินและมหาสมุทรได้อย่างไร้รอยต่อ รองรับความต้องการผู้ใช้งานทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    พันเอก สรรพชัยย์ กล่าวต่อไปว่า บริการ NT nexConnect นับเป็นก้าวใหม่ในธุรกิจบรอดแบนด์ความเร็วสูงของไทย ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทในกลุ่มเป้าหมายผู้นำด้านเทคโนโลยี (Early Adopter) ทั้งกลุ่มประชาชนและธุรกิจ  โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าทางธุรกิจสูงต้องการเสถียรภาพการเชื่อมโยงเครือข่ายภายในองค์กร และการให้บริการแบบ End to End Service ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่ง NT มีความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานรองรับบริการอย่างครบวงจร  โดยคาดว่าตลาดปัจจุบันอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ผลิตภัณฑ์และจะเข้าสู่ช่วงการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว  ทั้งนี้ รายงานจาก Gartner,Inc. ได้คาดการณ์ความต้องการใช้งานบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียม LEO  ในปี 2569 จะสร้างมูลค่ารวมทั่วโลกสูงถึง 1.48 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 24.5% จากปี 2568 และจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ารวดเร็วคาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะมีผู้ให้บริการดาวเทียม LEO เพิ่มมากกว่า 20 ราย และดาวเทียมจำนวนมากกว่า 40,000 ดวง  ซึ่งเป็นแนวโน้มทิศทางสำหรับการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจ NT Satellite Solutions 

    นอกจากนี้ NT เชื่อมั่นในความสามารถของเทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำในปัจจุบัน ซึ่งเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในภูมิภาคสำคัญทั่วโลกอย่างไร้รอยต่อ จะเกิดประโยชน์ต่อภาพรวมในการเสริมความมั่นคงให้โครงสร้างโทรคมนาคมพื้นฐานของไทยให้สามารถครอบคลุมอย่างมีเสถียรภาพในทุกพื้นที่รวมถึงภูมิภาคอาเซียน  อันเป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนยุทธศาสตร์รัฐบาลในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล  รวมถึงเป้าหมายการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการสื่อสารผ่านดาวเทียมในภูมิภาคในอนาคต 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/458480&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3b597mlTanVPFmfxDxGXQY

  • ผู้ประกอบการเชียงใหม่เฮ! หลังปลดล็อกทดลอง 180 วัน ขยับเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เชื่อมั่นกระตุ้นยอดขายปลายปี

    หลังรัฐบาลประกาศใช้บังคับแล้ว มาตรการกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ที่ปลดล็อกให้ขายได้ช่วง 14.00-17.00 น. เป็นระยะเวลา 180 วัน ก่อนประเมินผล พร้อมขยายเวลานั่งดื่มในร้านต่อ 1 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา 

    ทีมข่าว Spacebar Big City ลงพื้นที่ สำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการร้านอาหารต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีร้านอาหารให้บริการมากกว่า 10,000 ร้าน ที่อยู่ในกลุ่มสามารถเปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. 

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที เปิดเผยว่า เปิดร้านอาหารที่ให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเป็นห้องอาหารที่ติดแอร์ เพื่อให้ความสะดวกสบาย แก่ลูกค้า โดย เฉพาะในช่วงเวลากลางวัน ที่ลูกค้าจะเลือกจองใช้บริการเป็นหมู่คณะ และจัดเลี้ยงสังสรรค์ แต่ที่ผ่านมากฎหมายงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในช่วงเวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. ส่งผลกระทบกับร้านอาหารโดยตรง เนื่องจากร้านเริ่มเปิด 11.00 น. ถึง 22.00 น. โดยลูกค้าจะเริ่มเข้าร้านอาหารตั้งแต่ร้านเปิด ด้วยเวลาที่จำกัด ก็ส่งผลทำให้ลูกค้าหายไป นอกจากนี้ยังส่งผลกับนักท่องที่ต่างชาติ ไม่เข้าใจในกฎหมาย ก็ทำให้ร้านเสียลูกค้าไปจำนวนมาก 

    “หลังจากที่มีการปลดล็อค เชื่อว่าจะมีลูกค้าจองเข้ามา เป็นหมู่คณะและช่วงนี้ช่วงใกล้สิ้นปี ก็จะมีงานเลี้ยงปีใหม่ภายในร้าน ของลูกค้าก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เราสามารถบริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่โดยไม่ติดข้อกฎหมาฎหมาย และเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหลายหลายที่ มีลูกค้าและนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น”

    “กรณีที่รัฐบาลเล็งเห็นเรื่องของการขยายเวลานั่งดื่มต่อได้อีก 1 ชั่วโมง ก็ส่งผลดีกับผู้ประกอบการเช่นกัน เพราะเราไม่สามารถปิดร้าน แล้วให้ลูกค้าออกได้ทันที เพราะจะต้องมีเวลาช่วงหนึ่งที่ผู้ประกอบการจะสามารถแจ้งลูกค้า หลังจากหมดเวลาขายก็จะมีเวลาในการเคลียร์ลูกค้าออกจากร้านได้เช่นกัน”

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ด้าน ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่  เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 1 หมื่นร้าน ได้ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐแก้ไขนโยบาย ที่เป็นอุปสรรคด้านการท่องเที่ยว 

    ล่าสุดได้มีการปลดล็อค ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเวลา 14.00-17.00 น. แล้ว ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันสามารถกระตุ้นยอดขายให้กับร้านอาหารที่เปิดช่วงเวลากลางวันได้ 

    “ถือว่าการปลดล็อกนั้นเป็นการช่วยเหลือภาพลักษณ์ของประเทศด้านการท่องเที่ยว ที่จะทำให้น้องเที่ยวเองมีความรู้สึกว่าได้มาท่องเที่ยว ก็มีความอิสระที่จะใช้ชีวิตในช่วงวันหยุด ได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่ที่เข้ามาพักผ่อน เพราะจะไม่มีระยะเวลาฟันหลอ ในการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตรงนี้เอง จะกระตุ้นรายได้ให้กับการท่องเที่ยวในกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารได้มากขึ้น”

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ขณะเดียวกันที่ผู้ประกอบการพยายามคัดค้านก่อนหน้านี้คือ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2568) ที่เริ่มใช้เมื่อ 8 พ.ย.68 กำหนดให้ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านค้าหรือสถานที่ขาย เพื่อการค้า นอกเวลาที่กำหนด (ช่วง 00:00-11:00 น. และ 14:00-17:00 น.) หากฝ่าฝืน ผู้ดื่มที่ “นั่งต่อ” หรือ “นั่งแช่” จะมีความผิด ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 

    “โดยกฎหมายเน้นย้ำเรื่องการห้ามดื่ม “หลังเที่ยงคืน” ในร้านทั่วไป แต่ปัจจุบันปรับให้นั่งดื่มได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง หลังจากหมดเวลาขาย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกับผู้ประกอบการเช่นกันเพราะจะได้มีเวลาเคลียร์ลูกค้าออกจากร้าน หากหมดเวลาขายเที่ยงคืน แล้วนั่งดื่มต่อจะปรับเลยนั้น ก็ส่งผลกระทบเพราะไม่สามารถเคลียร์ลูกค้าออกร้านได้ทัน”

    สำหรับที่มาของกฎหมาย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในเวลา 14.00 น.- 17.00 น. เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2515 เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาข้าราชการมักนิยมไปนั่งดื่มสุราสังสรรค์และส่งผลกระทบถึงบริการประชาชน แต่กฎหมายนี้ ส่งผลผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจร้านอาหารในยุคปัจจุบัน 

    ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรัฐบาลของ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในการแก้กฎหมายนี้ หลังชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในภาระกิจประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม 2568 จนนำมาสู่การปลดล็อก ได้ในรัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่เป็นการทดลองใช้ไปก่อน 180 วัน

    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า การปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00 – 17.00 น. ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2568 จะหนุนเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 1,000 -3,000 ล้านบาท และมูลค่ากว่า 10,000 – 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว สถานบันเทิง และธุรกิจกลางคืน รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย เช่น วิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสุราชุมชน เป็นต้น

    ขณะที่ชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ประเมินว่า การปลดล็อกเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานบันเทิง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20% จากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่นิยมกินข้าวกลางวันในช่วงบ่าย และนิยมดื่มเบียร์หรือไวน์คู่กับมื้ออาหาร โดยเฉพาะสถานบันเทิงหรือธุรกิจกลางคืนจะได้รับประโยชน์จากมาตรการอย่างมาก เพราะมีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านเครื่องดื่มกว่า 80% ของรายจ่ายรวมของมื้ออาหาร

    ด้าน ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยผลการศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย ปี 2568 เปิดเผยผลการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 3,924 คน ครอบคลุม 12 จังหวัดทั่วประเทศ ปี 2568 พบว่า ร้อยละ 82.8 เห็นด้วยกับการคงมาตรการจำกัดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ขายได้เฉพาะเวลา 11.00 –14.00 น. และ 17.00 – 24.00 น.

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo03.jpg

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/spirits-chiangmai-entrepreneur&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ucyiwJMM26hm8NUX0BAug

  • ผู้ประกอบการเชียงใหม่เฮ! หลังปลดล็อกทดลอง 180 วัน ขยับเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เชื่อมั่นกระตุ้นยอดขายปลายปี

    หลังรัฐบาลประกาศใช้บังคับแล้ว มาตรการกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ที่ปลดล็อกให้ขายได้ช่วง 14.00-17.00 น. เป็นระยะเวลา 180 วัน ก่อนประเมินผล พร้อมขยายเวลานั่งดื่มในร้านต่อ 1 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา 

    ทีมข่าว Spacebar Big City ลงพื้นที่ สำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการร้านอาหารต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีร้านอาหารให้บริการมากกว่า 10,000 ร้าน ที่อยู่ในกลุ่มสามารถเปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. 

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที เปิดเผยว่า เปิดร้านอาหารที่ให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเป็นห้องอาหารที่ติดแอร์ เพื่อให้ความสะดวกสบาย แก่ลูกค้า โดย เฉพาะในช่วงเวลากลางวัน ที่ลูกค้าจะเลือกจองใช้บริการเป็นหมู่คณะ และจัดเลี้ยงสังสรรค์ แต่ที่ผ่านมากฎหมายงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในช่วงเวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. ส่งผลกระทบกับร้านอาหารโดยตรง เนื่องจากร้านเริ่มเปิด 11.00 น. ถึง 22.00 น. โดยลูกค้าจะเริ่มเข้าร้านอาหารตั้งแต่ร้านเปิด ด้วยเวลาที่จำกัด ก็ส่งผลทำให้ลูกค้าหายไป นอกจากนี้ยังส่งผลกับนักท่องที่ต่างชาติ ไม่เข้าใจในกฎหมาย ก็ทำให้ร้านเสียลูกค้าไปจำนวนมาก 

    “หลังจากที่มีการปลดล็อค เชื่อว่าจะมีลูกค้าจองเข้ามา เป็นหมู่คณะและช่วงนี้ช่วงใกล้สิ้นปี ก็จะมีงานเลี้ยงปีใหม่ภายในร้าน ของลูกค้าก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เราสามารถบริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่โดยไม่ติดข้อกฎหมาฎหมาย และเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหลายหลายที่ มีลูกค้าและนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น”

    “กรณีที่รัฐบาลเล็งเห็นเรื่องของการขยายเวลานั่งดื่มต่อได้อีก 1 ชั่วโมง ก็ส่งผลดีกับผู้ประกอบการเช่นกัน เพราะเราไม่สามารถปิดร้าน แล้วให้ลูกค้าออกได้ทันที เพราะจะต้องมีเวลาช่วงหนึ่งที่ผู้ประกอบการจะสามารถแจ้งลูกค้า หลังจากหมดเวลาขายก็จะมีเวลาในการเคลียร์ลูกค้าออกจากร้านได้เช่นกัน”

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ด้าน ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่  เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 1 หมื่นร้าน ได้ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐแก้ไขนโยบาย ที่เป็นอุปสรรคด้านการท่องเที่ยว 

    ล่าสุดได้มีการปลดล็อค ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเวลา 14.00-17.00 น. แล้ว ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันสามารถกระตุ้นยอดขายให้กับร้านอาหารที่เปิดช่วงเวลากลางวันได้ 

    “ถือว่าการปลดล็อกนั้นเป็นการช่วยเหลือภาพลักษณ์ของประเทศด้านการท่องเที่ยว ที่จะทำให้น้องเที่ยวเองมีความรู้สึกว่าได้มาท่องเที่ยว ก็มีความอิสระที่จะใช้ชีวิตในช่วงวันหยุด ได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่ที่เข้ามาพักผ่อน เพราะจะไม่มีระยะเวลาฟันหลอ ในการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตรงนี้เอง จะกระตุ้นรายได้ให้กับการท่องเที่ยวในกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารได้มากขึ้น”

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ขณะเดียวกันที่ผู้ประกอบการพยายามคัดค้านก่อนหน้านี้คือ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2568) ที่เริ่มใช้เมื่อ 8 พ.ย.68 กำหนดให้ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านค้าหรือสถานที่ขาย เพื่อการค้า นอกเวลาที่กำหนด (ช่วง 00:00-11:00 น. และ 14:00-17:00 น.) หากฝ่าฝืน ผู้ดื่มที่ “นั่งต่อ” หรือ “นั่งแช่” จะมีความผิด ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 

    “โดยกฎหมายเน้นย้ำเรื่องการห้ามดื่ม “หลังเที่ยงคืน” ในร้านทั่วไป แต่ปัจจุบันปรับให้นั่งดื่มได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง หลังจากหมดเวลาขาย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกับผู้ประกอบการเช่นกันเพราะจะได้มีเวลาเคลียร์ลูกค้าออกจากร้าน หากหมดเวลาขายเที่ยงคืน แล้วนั่งดื่มต่อจะปรับเลยนั้น ก็ส่งผลกระทบเพราะไม่สามารถเคลียร์ลูกค้าออกร้านได้ทัน”

    สำหรับที่มาของกฎหมาย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในเวลา 14.00 น.- 17.00 น. เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2515 เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาข้าราชการมักนิยมไปนั่งดื่มสุราสังสรรค์และส่งผลกระทบถึงบริการประชาชน แต่กฎหมายนี้ ส่งผลผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจร้านอาหารในยุคปัจจุบัน 

    ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรัฐบาลของ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในการแก้กฎหมายนี้ หลังชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในภาระกิจประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม 2568 จนนำมาสู่การปลดล็อก ได้ในรัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่เป็นการทดลองใช้ไปก่อน 180 วัน

    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า การปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00 – 17.00 น. ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2568 จะหนุนเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 1,000 -3,000 ล้านบาท และมูลค่ากว่า 10,000 – 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว สถานบันเทิง และธุรกิจกลางคืน รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย เช่น วิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสุราชุมชน เป็นต้น

    ขณะที่ชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ประเมินว่า การปลดล็อกเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานบันเทิง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20% จากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่นิยมกินข้าวกลางวันในช่วงบ่าย และนิยมดื่มเบียร์หรือไวน์คู่กับมื้ออาหาร โดยเฉพาะสถานบันเทิงหรือธุรกิจกลางคืนจะได้รับประโยชน์จากมาตรการอย่างมาก เพราะมีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านเครื่องดื่มกว่า 80% ของรายจ่ายรวมของมื้ออาหาร

    ด้าน ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยผลการศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย ปี 2568 เปิดเผยผลการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 3,924 คน ครอบคลุม 12 จังหวัดทั่วประเทศ ปี 2568 พบว่า ร้อยละ 82.8 เห็นด้วยกับการคงมาตรการจำกัดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ขายได้เฉพาะเวลา 11.00 –14.00 น. และ 17.00 – 24.00 น.

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo03.jpg

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/spirits-chiangmai-entrepreneur&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ucyiwJMM26hm8NUX0BAug

  • ผู้ประกอบการเชียงใหม่เฮ! หลังปลดล็อกทดลอง 180 วัน ขยับเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เชื่อมั่นกระตุ้นยอดขายปลายปี

    หลังรัฐบาลประกาศใช้บังคับแล้ว มาตรการกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ที่ปลดล็อกให้ขายได้ช่วง 14.00-17.00 น. เป็นระยะเวลา 180 วัน ก่อนประเมินผล พร้อมขยายเวลานั่งดื่มในร้านต่อ 1 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา 

    ทีมข่าว Spacebar Big City ลงพื้นที่ สำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการร้านอาหารต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีร้านอาหารให้บริการมากกว่า 10,000 ร้าน ที่อยู่ในกลุ่มสามารถเปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. 

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที เปิดเผยว่า เปิดร้านอาหารที่ให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเป็นห้องอาหารที่ติดแอร์ เพื่อให้ความสะดวกสบาย แก่ลูกค้า โดย เฉพาะในช่วงเวลากลางวัน ที่ลูกค้าจะเลือกจองใช้บริการเป็นหมู่คณะ และจัดเลี้ยงสังสรรค์ แต่ที่ผ่านมากฎหมายงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในช่วงเวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. ส่งผลกระทบกับร้านอาหารโดยตรง เนื่องจากร้านเริ่มเปิด 11.00 น. ถึง 22.00 น. โดยลูกค้าจะเริ่มเข้าร้านอาหารตั้งแต่ร้านเปิด ด้วยเวลาที่จำกัด ก็ส่งผลทำให้ลูกค้าหายไป นอกจากนี้ยังส่งผลกับนักท่องที่ต่างชาติ ไม่เข้าใจในกฎหมาย ก็ทำให้ร้านเสียลูกค้าไปจำนวนมาก 

    “หลังจากที่มีการปลดล็อค เชื่อว่าจะมีลูกค้าจองเข้ามา เป็นหมู่คณะและช่วงนี้ช่วงใกล้สิ้นปี ก็จะมีงานเลี้ยงปีใหม่ภายในร้าน ของลูกค้าก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เราสามารถบริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่โดยไม่ติดข้อกฎหมาฎหมาย และเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหลายหลายที่ มีลูกค้าและนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น”

    “กรณีที่รัฐบาลเล็งเห็นเรื่องของการขยายเวลานั่งดื่มต่อได้อีก 1 ชั่วโมง ก็ส่งผลดีกับผู้ประกอบการเช่นกัน เพราะเราไม่สามารถปิดร้าน แล้วให้ลูกค้าออกได้ทันที เพราะจะต้องมีเวลาช่วงหนึ่งที่ผู้ประกอบการจะสามารถแจ้งลูกค้า หลังจากหมดเวลาขายก็จะมีเวลาในการเคลียร์ลูกค้าออกจากร้านได้เช่นกัน”

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ด้าน ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่  เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 1 หมื่นร้าน ได้ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐแก้ไขนโยบาย ที่เป็นอุปสรรคด้านการท่องเที่ยว 

    ล่าสุดได้มีการปลดล็อค ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเวลา 14.00-17.00 น. แล้ว ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันสามารถกระตุ้นยอดขายให้กับร้านอาหารที่เปิดช่วงเวลากลางวันได้ 

    “ถือว่าการปลดล็อกนั้นเป็นการช่วยเหลือภาพลักษณ์ของประเทศด้านการท่องเที่ยว ที่จะทำให้น้องเที่ยวเองมีความรู้สึกว่าได้มาท่องเที่ยว ก็มีความอิสระที่จะใช้ชีวิตในช่วงวันหยุด ได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่ที่เข้ามาพักผ่อน เพราะจะไม่มีระยะเวลาฟันหลอ ในการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตรงนี้เอง จะกระตุ้นรายได้ให้กับการท่องเที่ยวในกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารได้มากขึ้น”

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ขณะเดียวกันที่ผู้ประกอบการพยายามคัดค้านก่อนหน้านี้คือ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2568) ที่เริ่มใช้เมื่อ 8 พ.ย.68 กำหนดให้ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านค้าหรือสถานที่ขาย เพื่อการค้า นอกเวลาที่กำหนด (ช่วง 00:00-11:00 น. และ 14:00-17:00 น.) หากฝ่าฝืน ผู้ดื่มที่ “นั่งต่อ” หรือ “นั่งแช่” จะมีความผิด ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 

    “โดยกฎหมายเน้นย้ำเรื่องการห้ามดื่ม “หลังเที่ยงคืน” ในร้านทั่วไป แต่ปัจจุบันปรับให้นั่งดื่มได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง หลังจากหมดเวลาขาย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกับผู้ประกอบการเช่นกันเพราะจะได้มีเวลาเคลียร์ลูกค้าออกจากร้าน หากหมดเวลาขายเที่ยงคืน แล้วนั่งดื่มต่อจะปรับเลยนั้น ก็ส่งผลกระทบเพราะไม่สามารถเคลียร์ลูกค้าออกร้านได้ทัน”

    สำหรับที่มาของกฎหมาย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในเวลา 14.00 น.- 17.00 น. เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2515 เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาข้าราชการมักนิยมไปนั่งดื่มสุราสังสรรค์และส่งผลกระทบถึงบริการประชาชน แต่กฎหมายนี้ ส่งผลผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจร้านอาหารในยุคปัจจุบัน 

    ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรัฐบาลของ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในการแก้กฎหมายนี้ หลังชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในภาระกิจประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม 2568 จนนำมาสู่การปลดล็อก ได้ในรัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่เป็นการทดลองใช้ไปก่อน 180 วัน

    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า การปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00 – 17.00 น. ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2568 จะหนุนเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 1,000 -3,000 ล้านบาท และมูลค่ากว่า 10,000 – 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว สถานบันเทิง และธุรกิจกลางคืน รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย เช่น วิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสุราชุมชน เป็นต้น

    ขณะที่ชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ประเมินว่า การปลดล็อกเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานบันเทิง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20% จากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่นิยมกินข้าวกลางวันในช่วงบ่าย และนิยมดื่มเบียร์หรือไวน์คู่กับมื้ออาหาร โดยเฉพาะสถานบันเทิงหรือธุรกิจกลางคืนจะได้รับประโยชน์จากมาตรการอย่างมาก เพราะมีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านเครื่องดื่มกว่า 80% ของรายจ่ายรวมของมื้ออาหาร

    ด้าน ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยผลการศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย ปี 2568 เปิดเผยผลการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 3,924 คน ครอบคลุม 12 จังหวัดทั่วประเทศ ปี 2568 พบว่า ร้อยละ 82.8 เห็นด้วยกับการคงมาตรการจำกัดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ขายได้เฉพาะเวลา 11.00 –14.00 น. และ 17.00 – 24.00 น.

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo03.jpg

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/spirits-chiangmai-entrepreneur&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ucyiwJMM26hm8NUX0BAug

  • ผู้ประกอบการเชียงใหม่เฮ! หลังปลดล็อกทดลอง 180 วัน ขยับเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เชื่อมั่นกระตุ้นยอดขายปลายปี

    หลังรัฐบาลประกาศใช้บังคับแล้ว มาตรการกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ที่ปลดล็อกให้ขายได้ช่วง 14.00-17.00 น. เป็นระยะเวลา 180 วัน ก่อนประเมินผล พร้อมขยายเวลานั่งดื่มในร้านต่อ 1 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา 

    ทีมข่าว Spacebar Big City ลงพื้นที่ สำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการร้านอาหารต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีร้านอาหารให้บริการมากกว่า 10,000 ร้าน ที่อยู่ในกลุ่มสามารถเปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. 

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที เปิดเผยว่า เปิดร้านอาหารที่ให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเป็นห้องอาหารที่ติดแอร์ เพื่อให้ความสะดวกสบาย แก่ลูกค้า โดย เฉพาะในช่วงเวลากลางวัน ที่ลูกค้าจะเลือกจองใช้บริการเป็นหมู่คณะ และจัดเลี้ยงสังสรรค์ แต่ที่ผ่านมากฎหมายงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในช่วงเวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. ส่งผลกระทบกับร้านอาหารโดยตรง เนื่องจากร้านเริ่มเปิด 11.00 น. ถึง 22.00 น. โดยลูกค้าจะเริ่มเข้าร้านอาหารตั้งแต่ร้านเปิด ด้วยเวลาที่จำกัด ก็ส่งผลทำให้ลูกค้าหายไป นอกจากนี้ยังส่งผลกับนักท่องที่ต่างชาติ ไม่เข้าใจในกฎหมาย ก็ทำให้ร้านเสียลูกค้าไปจำนวนมาก 

    “หลังจากที่มีการปลดล็อค เชื่อว่าจะมีลูกค้าจองเข้ามา เป็นหมู่คณะและช่วงนี้ช่วงใกล้สิ้นปี ก็จะมีงานเลี้ยงปีใหม่ภายในร้าน ของลูกค้าก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เราสามารถบริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่โดยไม่ติดข้อกฎหมาฎหมาย และเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหลายหลายที่ มีลูกค้าและนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น”

    “กรณีที่รัฐบาลเล็งเห็นเรื่องของการขยายเวลานั่งดื่มต่อได้อีก 1 ชั่วโมง ก็ส่งผลดีกับผู้ประกอบการเช่นกัน เพราะเราไม่สามารถปิดร้าน แล้วให้ลูกค้าออกได้ทันที เพราะจะต้องมีเวลาช่วงหนึ่งที่ผู้ประกอบการจะสามารถแจ้งลูกค้า หลังจากหมดเวลาขายก็จะมีเวลาในการเคลียร์ลูกค้าออกจากร้านได้เช่นกัน”

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ด้าน ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่  เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 1 หมื่นร้าน ได้ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐแก้ไขนโยบาย ที่เป็นอุปสรรคด้านการท่องเที่ยว 

    ล่าสุดได้มีการปลดล็อค ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเวลา 14.00-17.00 น. แล้ว ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันสามารถกระตุ้นยอดขายให้กับร้านอาหารที่เปิดช่วงเวลากลางวันได้ 

    “ถือว่าการปลดล็อกนั้นเป็นการช่วยเหลือภาพลักษณ์ของประเทศด้านการท่องเที่ยว ที่จะทำให้น้องเที่ยวเองมีความรู้สึกว่าได้มาท่องเที่ยว ก็มีความอิสระที่จะใช้ชีวิตในช่วงวันหยุด ได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่ที่เข้ามาพักผ่อน เพราะจะไม่มีระยะเวลาฟันหลอ ในการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตรงนี้เอง จะกระตุ้นรายได้ให้กับการท่องเที่ยวในกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารได้มากขึ้น”

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ขณะเดียวกันที่ผู้ประกอบการพยายามคัดค้านก่อนหน้านี้คือ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2568) ที่เริ่มใช้เมื่อ 8 พ.ย.68 กำหนดให้ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านค้าหรือสถานที่ขาย เพื่อการค้า นอกเวลาที่กำหนด (ช่วง 00:00-11:00 น. และ 14:00-17:00 น.) หากฝ่าฝืน ผู้ดื่มที่ “นั่งต่อ” หรือ “นั่งแช่” จะมีความผิด ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 

    “โดยกฎหมายเน้นย้ำเรื่องการห้ามดื่ม “หลังเที่ยงคืน” ในร้านทั่วไป แต่ปัจจุบันปรับให้นั่งดื่มได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง หลังจากหมดเวลาขาย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกับผู้ประกอบการเช่นกันเพราะจะได้มีเวลาเคลียร์ลูกค้าออกจากร้าน หากหมดเวลาขายเที่ยงคืน แล้วนั่งดื่มต่อจะปรับเลยนั้น ก็ส่งผลกระทบเพราะไม่สามารถเคลียร์ลูกค้าออกร้านได้ทัน”

    สำหรับที่มาของกฎหมาย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในเวลา 14.00 น.- 17.00 น. เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2515 เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาข้าราชการมักนิยมไปนั่งดื่มสุราสังสรรค์และส่งผลกระทบถึงบริการประชาชน แต่กฎหมายนี้ ส่งผลผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจร้านอาหารในยุคปัจจุบัน 

    ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรัฐบาลของ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในการแก้กฎหมายนี้ หลังชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในภาระกิจประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม 2568 จนนำมาสู่การปลดล็อก ได้ในรัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่เป็นการทดลองใช้ไปก่อน 180 วัน

    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า การปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00 – 17.00 น. ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2568 จะหนุนเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 1,000 -3,000 ล้านบาท และมูลค่ากว่า 10,000 – 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว สถานบันเทิง และธุรกิจกลางคืน รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย เช่น วิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสุราชุมชน เป็นต้น

    ขณะที่ชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ประเมินว่า การปลดล็อกเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานบันเทิง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20% จากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่นิยมกินข้าวกลางวันในช่วงบ่าย และนิยมดื่มเบียร์หรือไวน์คู่กับมื้ออาหาร โดยเฉพาะสถานบันเทิงหรือธุรกิจกลางคืนจะได้รับประโยชน์จากมาตรการอย่างมาก เพราะมีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านเครื่องดื่มกว่า 80% ของรายจ่ายรวมของมื้ออาหาร

    ด้าน ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยผลการศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย ปี 2568 เปิดเผยผลการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 3,924 คน ครอบคลุม 12 จังหวัดทั่วประเทศ ปี 2568 พบว่า ร้อยละ 82.8 เห็นด้วยกับการคงมาตรการจำกัดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ขายได้เฉพาะเวลา 11.00 –14.00 น. และ 17.00 – 24.00 น.

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo03.jpg

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/spirits-chiangmai-entrepreneur&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ucyiwJMM26hm8NUX0BAug

  • ผู้ประกอบการเชียงใหม่เฮ! หลังปลดล็อกทดลอง 180 วัน ขยับเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เชื่อมั่นกระตุ้นยอดขายปลายปี

    หลังรัฐบาลประกาศใช้บังคับแล้ว มาตรการกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ที่ปลดล็อกให้ขายได้ช่วง 14.00-17.00 น. เป็นระยะเวลา 180 วัน ก่อนประเมินผล พร้อมขยายเวลานั่งดื่มในร้านต่อ 1 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา 

    ทีมข่าว Spacebar Big City ลงพื้นที่ สำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการร้านอาหารต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีร้านอาหารให้บริการมากกว่า 10,000 ร้าน ที่อยู่ในกลุ่มสามารถเปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. 

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที เปิดเผยว่า เปิดร้านอาหารที่ให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเป็นห้องอาหารที่ติดแอร์ เพื่อให้ความสะดวกสบาย แก่ลูกค้า โดย เฉพาะในช่วงเวลากลางวัน ที่ลูกค้าจะเลือกจองใช้บริการเป็นหมู่คณะ และจัดเลี้ยงสังสรรค์ แต่ที่ผ่านมากฎหมายงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในช่วงเวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. ส่งผลกระทบกับร้านอาหารโดยตรง เนื่องจากร้านเริ่มเปิด 11.00 น. ถึง 22.00 น. โดยลูกค้าจะเริ่มเข้าร้านอาหารตั้งแต่ร้านเปิด ด้วยเวลาที่จำกัด ก็ส่งผลทำให้ลูกค้าหายไป นอกจากนี้ยังส่งผลกับนักท่องที่ต่างชาติ ไม่เข้าใจในกฎหมาย ก็ทำให้ร้านเสียลูกค้าไปจำนวนมาก 

    “หลังจากที่มีการปลดล็อค เชื่อว่าจะมีลูกค้าจองเข้ามา เป็นหมู่คณะและช่วงนี้ช่วงใกล้สิ้นปี ก็จะมีงานเลี้ยงปีใหม่ภายในร้าน ของลูกค้าก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เราสามารถบริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่โดยไม่ติดข้อกฎหมาฎหมาย และเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหลายหลายที่ มีลูกค้าและนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น”

    “กรณีที่รัฐบาลเล็งเห็นเรื่องของการขยายเวลานั่งดื่มต่อได้อีก 1 ชั่วโมง ก็ส่งผลดีกับผู้ประกอบการเช่นกัน เพราะเราไม่สามารถปิดร้าน แล้วให้ลูกค้าออกได้ทันที เพราะจะต้องมีเวลาช่วงหนึ่งที่ผู้ประกอบการจะสามารถแจ้งลูกค้า หลังจากหมดเวลาขายก็จะมีเวลาในการเคลียร์ลูกค้าออกจากร้านได้เช่นกัน”

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ด้าน ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่  เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 1 หมื่นร้าน ได้ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐแก้ไขนโยบาย ที่เป็นอุปสรรคด้านการท่องเที่ยว 

    ล่าสุดได้มีการปลดล็อค ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเวลา 14.00-17.00 น. แล้ว ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันสามารถกระตุ้นยอดขายให้กับร้านอาหารที่เปิดช่วงเวลากลางวันได้ 

    “ถือว่าการปลดล็อกนั้นเป็นการช่วยเหลือภาพลักษณ์ของประเทศด้านการท่องเที่ยว ที่จะทำให้น้องเที่ยวเองมีความรู้สึกว่าได้มาท่องเที่ยว ก็มีความอิสระที่จะใช้ชีวิตในช่วงวันหยุด ได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่ที่เข้ามาพักผ่อน เพราะจะไม่มีระยะเวลาฟันหลอ ในการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตรงนี้เอง จะกระตุ้นรายได้ให้กับการท่องเที่ยวในกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารได้มากขึ้น”

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ขณะเดียวกันที่ผู้ประกอบการพยายามคัดค้านก่อนหน้านี้คือ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2568) ที่เริ่มใช้เมื่อ 8 พ.ย.68 กำหนดให้ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านค้าหรือสถานที่ขาย เพื่อการค้า นอกเวลาที่กำหนด (ช่วง 00:00-11:00 น. และ 14:00-17:00 น.) หากฝ่าฝืน ผู้ดื่มที่ “นั่งต่อ” หรือ “นั่งแช่” จะมีความผิด ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 

    “โดยกฎหมายเน้นย้ำเรื่องการห้ามดื่ม “หลังเที่ยงคืน” ในร้านทั่วไป แต่ปัจจุบันปรับให้นั่งดื่มได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง หลังจากหมดเวลาขาย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกับผู้ประกอบการเช่นกันเพราะจะได้มีเวลาเคลียร์ลูกค้าออกจากร้าน หากหมดเวลาขายเที่ยงคืน แล้วนั่งดื่มต่อจะปรับเลยนั้น ก็ส่งผลกระทบเพราะไม่สามารถเคลียร์ลูกค้าออกร้านได้ทัน”

    สำหรับที่มาของกฎหมาย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในเวลา 14.00 น.- 17.00 น. เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2515 เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาข้าราชการมักนิยมไปนั่งดื่มสุราสังสรรค์และส่งผลกระทบถึงบริการประชาชน แต่กฎหมายนี้ ส่งผลผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจร้านอาหารในยุคปัจจุบัน 

    ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรัฐบาลของ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในการแก้กฎหมายนี้ หลังชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในภาระกิจประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม 2568 จนนำมาสู่การปลดล็อก ได้ในรัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่เป็นการทดลองใช้ไปก่อน 180 วัน

    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า การปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00 – 17.00 น. ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2568 จะหนุนเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 1,000 -3,000 ล้านบาท และมูลค่ากว่า 10,000 – 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว สถานบันเทิง และธุรกิจกลางคืน รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย เช่น วิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสุราชุมชน เป็นต้น

    ขณะที่ชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ประเมินว่า การปลดล็อกเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานบันเทิง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20% จากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่นิยมกินข้าวกลางวันในช่วงบ่าย และนิยมดื่มเบียร์หรือไวน์คู่กับมื้ออาหาร โดยเฉพาะสถานบันเทิงหรือธุรกิจกลางคืนจะได้รับประโยชน์จากมาตรการอย่างมาก เพราะมีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านเครื่องดื่มกว่า 80% ของรายจ่ายรวมของมื้ออาหาร

    ด้าน ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยผลการศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย ปี 2568 เปิดเผยผลการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 3,924 คน ครอบคลุม 12 จังหวัดทั่วประเทศ ปี 2568 พบว่า ร้อยละ 82.8 เห็นด้วยกับการคงมาตรการจำกัดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ขายได้เฉพาะเวลา 11.00 –14.00 น. และ 17.00 – 24.00 น.

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo03.jpg

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/spirits-chiangmai-entrepreneur&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ucyiwJMM26hm8NUX0BAug

  • ผู้ประกอบการเชียงใหม่เฮ! หลังปลดล็อกทดลอง 180 วัน ขยับเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เชื่อมั่นกระตุ้นยอดขายปลายปี

    หลังรัฐบาลประกาศใช้บังคับแล้ว มาตรการกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ที่ปลดล็อกให้ขายได้ช่วง 14.00-17.00 น. เป็นระยะเวลา 180 วัน ก่อนประเมินผล พร้อมขยายเวลานั่งดื่มในร้านต่อ 1 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา 

    ทีมข่าว Spacebar Big City ลงพื้นที่ สำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการร้านอาหารต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีร้านอาหารให้บริการมากกว่า 10,000 ร้าน ที่อยู่ในกลุ่มสามารถเปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. 

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที เปิดเผยว่า เปิดร้านอาหารที่ให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเป็นห้องอาหารที่ติดแอร์ เพื่อให้ความสะดวกสบาย แก่ลูกค้า โดย เฉพาะในช่วงเวลากลางวัน ที่ลูกค้าจะเลือกจองใช้บริการเป็นหมู่คณะ และจัดเลี้ยงสังสรรค์ แต่ที่ผ่านมากฎหมายงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในช่วงเวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. ส่งผลกระทบกับร้านอาหารโดยตรง เนื่องจากร้านเริ่มเปิด 11.00 น. ถึง 22.00 น. โดยลูกค้าจะเริ่มเข้าร้านอาหารตั้งแต่ร้านเปิด ด้วยเวลาที่จำกัด ก็ส่งผลทำให้ลูกค้าหายไป นอกจากนี้ยังส่งผลกับนักท่องที่ต่างชาติ ไม่เข้าใจในกฎหมาย ก็ทำให้ร้านเสียลูกค้าไปจำนวนมาก 

    “หลังจากที่มีการปลดล็อค เชื่อว่าจะมีลูกค้าจองเข้ามา เป็นหมู่คณะและช่วงนี้ช่วงใกล้สิ้นปี ก็จะมีงานเลี้ยงปีใหม่ภายในร้าน ของลูกค้าก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เราสามารถบริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่โดยไม่ติดข้อกฎหมาฎหมาย และเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหลายหลายที่ มีลูกค้าและนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น”

    “กรณีที่รัฐบาลเล็งเห็นเรื่องของการขยายเวลานั่งดื่มต่อได้อีก 1 ชั่วโมง ก็ส่งผลดีกับผู้ประกอบการเช่นกัน เพราะเราไม่สามารถปิดร้าน แล้วให้ลูกค้าออกได้ทันที เพราะจะต้องมีเวลาช่วงหนึ่งที่ผู้ประกอบการจะสามารถแจ้งลูกค้า หลังจากหมดเวลาขายก็จะมีเวลาในการเคลียร์ลูกค้าออกจากร้านได้เช่นกัน”

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ชลิตา เหรียญประชา ผู้ประกอบการร้านอาหารเรือนนที

    ด้าน ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่  เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 1 หมื่นร้าน ได้ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐแก้ไขนโยบาย ที่เป็นอุปสรรคด้านการท่องเที่ยว 

    ล่าสุดได้มีการปลดล็อค ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเวลา 14.00-17.00 น. แล้ว ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันสามารถกระตุ้นยอดขายให้กับร้านอาหารที่เปิดช่วงเวลากลางวันได้ 

    “ถือว่าการปลดล็อกนั้นเป็นการช่วยเหลือภาพลักษณ์ของประเทศด้านการท่องเที่ยว ที่จะทำให้น้องเที่ยวเองมีความรู้สึกว่าได้มาท่องเที่ยว ก็มีความอิสระที่จะใช้ชีวิตในช่วงวันหยุด ได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่ที่เข้ามาพักผ่อน เพราะจะไม่มีระยะเวลาฟันหลอ ในการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตรงนี้เอง จะกระตุ้นรายได้ให้กับการท่องเที่ยวในกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารได้มากขึ้น”

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่

    ขณะเดียวกันที่ผู้ประกอบการพยายามคัดค้านก่อนหน้านี้คือ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2568) ที่เริ่มใช้เมื่อ 8 พ.ย.68 กำหนดให้ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านค้าหรือสถานที่ขาย เพื่อการค้า นอกเวลาที่กำหนด (ช่วง 00:00-11:00 น. และ 14:00-17:00 น.) หากฝ่าฝืน ผู้ดื่มที่ “นั่งต่อ” หรือ “นั่งแช่” จะมีความผิด ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 

    “โดยกฎหมายเน้นย้ำเรื่องการห้ามดื่ม “หลังเที่ยงคืน” ในร้านทั่วไป แต่ปัจจุบันปรับให้นั่งดื่มได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง หลังจากหมดเวลาขาย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกับผู้ประกอบการเช่นกันเพราะจะได้มีเวลาเคลียร์ลูกค้าออกจากร้าน หากหมดเวลาขายเที่ยงคืน แล้วนั่งดื่มต่อจะปรับเลยนั้น ก็ส่งผลกระทบเพราะไม่สามารถเคลียร์ลูกค้าออกร้านได้ทัน”

    สำหรับที่มาของกฎหมาย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในเวลา 14.00 น.- 17.00 น. เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2515 เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาข้าราชการมักนิยมไปนั่งดื่มสุราสังสรรค์และส่งผลกระทบถึงบริการประชาชน แต่กฎหมายนี้ ส่งผลผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจร้านอาหารในยุคปัจจุบัน 

    ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรัฐบาลของ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในการแก้กฎหมายนี้ หลังชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในภาระกิจประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม 2568 จนนำมาสู่การปลดล็อก ได้ในรัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่เป็นการทดลองใช้ไปก่อน 180 วัน

    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า การปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00 – 17.00 น. ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2568 จะหนุนเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 1,000 -3,000 ล้านบาท และมูลค่ากว่า 10,000 – 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว สถานบันเทิง และธุรกิจกลางคืน รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย เช่น วิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสุราชุมชน เป็นต้น

    ขณะที่ชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ประเมินว่า การปลดล็อกเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานบันเทิง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20% จากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่นิยมกินข้าวกลางวันในช่วงบ่าย และนิยมดื่มเบียร์หรือไวน์คู่กับมื้ออาหาร โดยเฉพาะสถานบันเทิงหรือธุรกิจกลางคืนจะได้รับประโยชน์จากมาตรการอย่างมาก เพราะมีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านเครื่องดื่มกว่า 80% ของรายจ่ายรวมของมื้ออาหาร

    ด้าน ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยผลการศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย ปี 2568 เปิดเผยผลการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 3,924 คน ครอบคลุม 12 จังหวัดทั่วประเทศ ปี 2568 พบว่า ร้อยละ 82.8 เห็นด้วยกับการคงมาตรการจำกัดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ขายได้เฉพาะเวลา 11.00 –14.00 น. และ 17.00 – 24.00 น.

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo03.jpg

    spirits-chiangmai-entrepreneur-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/spirits-chiangmai-entrepreneur&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ucyiwJMM26hm8NUX0BAug