Category: ไอที

  • ปตท.ปิดประตูส่งออก ย้ำงดน้ำมันไปกัมพูชา เซฟมั่นคงชาติ

    ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ล่าสุดเกิดกระแสข่าวในสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย อ้างว่ามีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทยไปยังกัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อความรู้สึกของสังคมและความเชื่อมั่นด้านพลังงานของประเทศ

    บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมบริษัทในกลุ่ม ออกแถลงยืนยันอย่างชัดเจนว่า กลุ่ม ปตท. ไม่มีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด โดยได้มีนโยบายงดการส่งออกไปยังกัมพูชาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 และถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

    กลุ่ม ปตท. ระบุว่า แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน ที่ให้ความสำคัญกับ ความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัยและผลประโยชน์ของประชาชนไทยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนยังมีความเปราะบาง

    นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังแสดงจุดยืนขอเคียงข้างและส่งกำลังใจให้กับทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมย้ำถึงบทบาทของภาคพลังงานในการสนับสนุนเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ

    313149.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/ptt-confirms-no-fuel-export-to-cambodia-border-tension&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LQXsLD2-_T3xuiOAVsUFj

  • ปตท.ปิดประตูส่งออก ย้ำงดน้ำมันไปกัมพูชา เซฟมั่นคงชาติ

    ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ล่าสุดเกิดกระแสข่าวในสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย อ้างว่ามีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทยไปยังกัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อความรู้สึกของสังคมและความเชื่อมั่นด้านพลังงานของประเทศ

    บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมบริษัทในกลุ่ม ออกแถลงยืนยันอย่างชัดเจนว่า กลุ่ม ปตท. ไม่มีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด โดยได้มีนโยบายงดการส่งออกไปยังกัมพูชาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 และถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

    กลุ่ม ปตท. ระบุว่า แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน ที่ให้ความสำคัญกับ ความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัยและผลประโยชน์ของประชาชนไทยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนยังมีความเปราะบาง

    นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังแสดงจุดยืนขอเคียงข้างและส่งกำลังใจให้กับทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมย้ำถึงบทบาทของภาคพลังงานในการสนับสนุนเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ

    313149.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/ptt-confirms-no-fuel-export-to-cambodia-border-tension&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LQXsLD2-_T3xuiOAVsUFj

  • ปตท.ปิดประตูส่งออก ย้ำงดน้ำมันไปกัมพูชา เซฟมั่นคงชาติ

    ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ล่าสุดเกิดกระแสข่าวในสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย อ้างว่ามีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทยไปยังกัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อความรู้สึกของสังคมและความเชื่อมั่นด้านพลังงานของประเทศ

    บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมบริษัทในกลุ่ม ออกแถลงยืนยันอย่างชัดเจนว่า กลุ่ม ปตท. ไม่มีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด โดยได้มีนโยบายงดการส่งออกไปยังกัมพูชาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 และถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

    กลุ่ม ปตท. ระบุว่า แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน ที่ให้ความสำคัญกับ ความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัยและผลประโยชน์ของประชาชนไทยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนยังมีความเปราะบาง

    นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังแสดงจุดยืนขอเคียงข้างและส่งกำลังใจให้กับทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมย้ำถึงบทบาทของภาคพลังงานในการสนับสนุนเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ

    313149.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/ptt-confirms-no-fuel-export-to-cambodia-border-tension&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LQXsLD2-_T3xuiOAVsUFj

  • ปตท.ปิดประตูส่งออก ย้ำงดน้ำมันไปกัมพูชา เซฟมั่นคงชาติ

    ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ล่าสุดเกิดกระแสข่าวในสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย อ้างว่ามีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทยไปยังกัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อความรู้สึกของสังคมและความเชื่อมั่นด้านพลังงานของประเทศ

    บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมบริษัทในกลุ่ม ออกแถลงยืนยันอย่างชัดเจนว่า กลุ่ม ปตท. ไม่มีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด โดยได้มีนโยบายงดการส่งออกไปยังกัมพูชาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 และถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

    กลุ่ม ปตท. ระบุว่า แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน ที่ให้ความสำคัญกับ ความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัยและผลประโยชน์ของประชาชนไทยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนยังมีความเปราะบาง

    นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังแสดงจุดยืนขอเคียงข้างและส่งกำลังใจให้กับทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมย้ำถึงบทบาทของภาคพลังงานในการสนับสนุนเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ

    313149.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/ptt-confirms-no-fuel-export-to-cambodia-border-tension&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LQXsLD2-_T3xuiOAVsUFj

  • ปตท.ปิดประตูส่งออก ย้ำงดน้ำมันไปกัมพูชา เซฟมั่นคงชาติ

    ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ล่าสุดเกิดกระแสข่าวในสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย อ้างว่ามีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทยไปยังกัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อความรู้สึกของสังคมและความเชื่อมั่นด้านพลังงานของประเทศ

    บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมบริษัทในกลุ่ม ออกแถลงยืนยันอย่างชัดเจนว่า กลุ่ม ปตท. ไม่มีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด โดยได้มีนโยบายงดการส่งออกไปยังกัมพูชาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 และถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

    กลุ่ม ปตท. ระบุว่า แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน ที่ให้ความสำคัญกับ ความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัยและผลประโยชน์ของประชาชนไทยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนยังมีความเปราะบาง

    นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังแสดงจุดยืนขอเคียงข้างและส่งกำลังใจให้กับทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมย้ำถึงบทบาทของภาคพลังงานในการสนับสนุนเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ

    313149.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/ptt-confirms-no-fuel-export-to-cambodia-border-tension&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LQXsLD2-_T3xuiOAVsUFj

  • ปตท.ปิดประตูส่งออก ย้ำงดน้ำมันไปกัมพูชา เซฟมั่นคงชาติ

    ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ล่าสุดเกิดกระแสข่าวในสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย อ้างว่ามีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทยไปยังกัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อความรู้สึกของสังคมและความเชื่อมั่นด้านพลังงานของประเทศ

    บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมบริษัทในกลุ่ม ออกแถลงยืนยันอย่างชัดเจนว่า กลุ่ม ปตท. ไม่มีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด โดยได้มีนโยบายงดการส่งออกไปยังกัมพูชาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 และถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

    กลุ่ม ปตท. ระบุว่า แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน ที่ให้ความสำคัญกับ ความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัยและผลประโยชน์ของประชาชนไทยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนยังมีความเปราะบาง

    นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังแสดงจุดยืนขอเคียงข้างและส่งกำลังใจให้กับทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมย้ำถึงบทบาทของภาคพลังงานในการสนับสนุนเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ

    313149.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/ptt-confirms-no-fuel-export-to-cambodia-border-tension&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LQXsLD2-_T3xuiOAVsUFj

  • เวียตเจ็ทไทยแลนด์ กลับมาให้บริการในเส้นทาง “กรุงเทพฯ – นครศรีธรรมราช” หนุนโครงข่ายเศรษฐกิจท่องเที่ยวใต้แข็งแรงรับช่วงไฮซีซั่น สำรองที่นั่งได้แล้ววันนี้! | TOPNEWS

    สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ (VZ) เดินหน้าเสริมแกร่งอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์ หนุนสร้างโครงข่ายเศรษฐกิจภาคใต้เติบโต ประกาศกลับมาให้บริการเที่ยวบินตรง “กรุงเทพฯ – นครศรีธรรมราช” (ไป-กลับ) วันละ 2 เที่ยวบิน ให้บริการทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

    สำหรับเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ – นครศรีธรรมราช ของสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

    • เที่ยวบินขาไป หมายเลข VZ330 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) เวลา 06:10 น.
      ถึงนครศรีธรรมราช เวลา 07:30 น. และเที่ยวบินหมายเลข VZ334 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) เวลา 13:10 น.ถึงนครศรีธรรมราชเวลา 14:30 น.
    • เที่ยวบินขากลับ หมายเลข VZ331 ออกจากนครศรีธรรมราช เวลา 08:00 น. ถึงกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)  เวลา 09:15 น. และเที่ยวบินหมายเลข VZ335 ออกจากนครศรีธรรมราช เวลา 15:00 น. ถึงกรุงเทพฯ  (สุวรรณภูมิ) เวลา 16:20 น.

    นางสาว สญาดา เบญจกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ กล่าวว่า”เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้ความสำคัญกับการดำเนินกลยุทธ์การบริหารจัดการเส้นทางบินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายการท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ กระทรวงคมนาคม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อพัฒนาเส้นทางการบินให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทางสายการบินฯ กลับมาให้บริการในเส้นทางบินตรง “กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – นครศรีธรรมราช” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดยาวประจำปี ทั้งนี้ เพื่อขานรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและสนับสนุนการเชื่อมต่อหมุดหมายการท่องเที่ยวสู่เมืองน่าเที่ยว รองรับโครงข่ายเศรษฐกิจใหม่ในภาคใต้ เพื่อส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชน ซึ่งผู้โดยสารยังสามารถเชื่อมต่อกับเที่ยวบินภายในประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ อาทิ เชียงใหม่ ขอนแก่น อุดรธานี ได้อีกด้วย รวมถึงการเชื่อมต่อผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังเส้นทางต่างประเทศยอดนิยมอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ทำให้การเดินทางทั้งในและต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น”

    เพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาให้บริการเส้นทางนครศรีธรรมราช เวียตเจ็ทไทยแลนด์มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้โดยสารจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กร โดยผู้ที่ทำการจองผ่านตัวแทนจำหน่ายหรือห้องจำหน่ายบัตรโดยสารของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ จะได้รับคะแนนสะสม Fun Coin เพิ่มเป็น 2 เท่า สำหรับเส้นทางนครศรีธรรมราชโดยเฉพาะ ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2569 และสามารถเริ่มเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดย Fun Coin สามารถนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดตั๋วเครื่องบินในอัตรา 100 คะแนนต่อส่วนลด 10 บาท ส่วนลดจากบริการและสินค้าจากร้านค้าชั้นนำ รวมถึงสิทธิพิเศษประจำเดือน เพิ่มความคุ้มค่า และความเพลิดเพลินให้กับทุกการเดินทาง

    ร่วมออกเดินทางกับสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ พร้อมสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดเอ็นจอย  ได้แล้ววันนี้ สำรองเที่ยวบินได้ทางเว็บไซต์ https://th.vietjetair.com ติดตามข้อมูลข่าวสารพร้อมอัปเดตโปรโมชันสายการบินได้ที่ เฟซบุ๊ก  ออฟฟิเชียล Vietjet Thailand https://www.facebook.com/VietJetThailand  TikTok https://www.tiktok.com/@thaivietjet   หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-089-1909 ให้บริการทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8.00 – 22.00 น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1424240&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YtyrdTtZp1hUTZRb7blR-

  • “เอกนิติ” เตือนบาทแข็งเกินไป กระทบโครงสร้างเศรษฐกิจ สั่งคลังเร่งหามาตรการพยุง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 ธ.ค.68) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าในช่วงนี้ว่า เป็นผลจากการที่สหรัฐอเมริกาปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายจากประเทศที่ให้ผลตอบแทนต่ำไปสู่ประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งเป็นกลไกตรงข้ามกับธรรมชาติของน้ำที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ

    นายเอกนิติ ระบุว่า ได้หารือประเด็นดังกล่าวกับนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว โดยเข้าใจว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะนำไปพิจารณา ทั้งนี้ ธปท. มีอิสระในการดำเนินนโยบายการเงิน ขณะที่กระทรวงการคลังทำงานในลักษณะประสานกัน ภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

    ทั้งนี้ นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และเป็นระดับที่ “รับไม่ได้” โดยกระทรวงการคลังได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการที่สามารถช่วยดูแลได้ในส่วนของภาคการคลัง อาทิ การบริหารการนำเข้าของภาคราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการบริหารการชำระคืนหนี้ โดยมอบหมายให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) พิจารณาเป็นกลไกเสริม

    อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติ ยอมรับว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าวมีข้อจำกัด เนื่องจากสัดส่วนหนี้ต่างประเทศของไทยไม่ได้อยู่ในระดับสูงมาก แต่ยืนยันว่าจะพยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ และทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

    นายเอกนิติ กล่าวย้ำว่า โครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ยังไม่พร้อมรองรับความผันผวนของค่าเงินในระดับสูง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังพึ่งพาภาคการส่งออกเป็นหลัก ส่งผลให้ค่าเงินบาทที่ผันผวนรุนแรงอาจสร้างผลกระทบในวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม

    ผมว่าโครงสร้างเศรษฐกิจมันรับไม่ได้ เนื่องจากเราไปเน้น Export …เพราะฉะนั้นการที่ค่าเงินผันผวนขนาดนี้ ผมว่าโครงสร้างเศรษฐกิจเราไม่พร้อมที่จะรองรับรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ กล่าว

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/801938&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Oi9IvyU248hv-r481qog6

  • “เอกนิติ” เตือนบาทแข็งเกินไป กระทบโครงสร้างเศรษฐกิจ สั่งคลังเร่งหามาตรการพยุง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 ธ.ค.68) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าในช่วงนี้ว่า เป็นผลจากการที่สหรัฐอเมริกาปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายจากประเทศที่ให้ผลตอบแทนต่ำไปสู่ประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งเป็นกลไกตรงข้ามกับธรรมชาติของน้ำที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ

    นายเอกนิติ ระบุว่า ได้หารือประเด็นดังกล่าวกับนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว โดยเข้าใจว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะนำไปพิจารณา ทั้งนี้ ธปท. มีอิสระในการดำเนินนโยบายการเงิน ขณะที่กระทรวงการคลังทำงานในลักษณะประสานกัน ภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

    ทั้งนี้ นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และเป็นระดับที่ “รับไม่ได้” โดยกระทรวงการคลังได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการที่สามารถช่วยดูแลได้ในส่วนของภาคการคลัง อาทิ การบริหารการนำเข้าของภาคราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการบริหารการชำระคืนหนี้ โดยมอบหมายให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) พิจารณาเป็นกลไกเสริม

    อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติ ยอมรับว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าวมีข้อจำกัด เนื่องจากสัดส่วนหนี้ต่างประเทศของไทยไม่ได้อยู่ในระดับสูงมาก แต่ยืนยันว่าจะพยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ และทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

    นายเอกนิติ กล่าวย้ำว่า โครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ยังไม่พร้อมรองรับความผันผวนของค่าเงินในระดับสูง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังพึ่งพาภาคการส่งออกเป็นหลัก ส่งผลให้ค่าเงินบาทที่ผันผวนรุนแรงอาจสร้างผลกระทบในวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม

    ผมว่าโครงสร้างเศรษฐกิจมันรับไม่ได้ เนื่องจากเราไปเน้น Export …เพราะฉะนั้นการที่ค่าเงินผันผวนขนาดนี้ ผมว่าโครงสร้างเศรษฐกิจเราไม่พร้อมที่จะรองรับรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ กล่าว

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/801938&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Oi9IvyU248hv-r481qog6

  • “เอกนิติ” เตือนบาทแข็งเกินไป กระทบโครงสร้างเศรษฐกิจ สั่งคลังเร่งหามาตรการพยุง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 ธ.ค.68) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าในช่วงนี้ว่า เป็นผลจากการที่สหรัฐอเมริกาปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายจากประเทศที่ให้ผลตอบแทนต่ำไปสู่ประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งเป็นกลไกตรงข้ามกับธรรมชาติของน้ำที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ

    นายเอกนิติ ระบุว่า ได้หารือประเด็นดังกล่าวกับนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว โดยเข้าใจว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะนำไปพิจารณา ทั้งนี้ ธปท. มีอิสระในการดำเนินนโยบายการเงิน ขณะที่กระทรวงการคลังทำงานในลักษณะประสานกัน ภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

    ทั้งนี้ นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และเป็นระดับที่ “รับไม่ได้” โดยกระทรวงการคลังได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการที่สามารถช่วยดูแลได้ในส่วนของภาคการคลัง อาทิ การบริหารการนำเข้าของภาคราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการบริหารการชำระคืนหนี้ โดยมอบหมายให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) พิจารณาเป็นกลไกเสริม

    อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติ ยอมรับว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าวมีข้อจำกัด เนื่องจากสัดส่วนหนี้ต่างประเทศของไทยไม่ได้อยู่ในระดับสูงมาก แต่ยืนยันว่าจะพยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ และทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

    นายเอกนิติ กล่าวย้ำว่า โครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ยังไม่พร้อมรองรับความผันผวนของค่าเงินในระดับสูง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังพึ่งพาภาคการส่งออกเป็นหลัก ส่งผลให้ค่าเงินบาทที่ผันผวนรุนแรงอาจสร้างผลกระทบในวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม

    ผมว่าโครงสร้างเศรษฐกิจมันรับไม่ได้ เนื่องจากเราไปเน้น Export …เพราะฉะนั้นการที่ค่าเงินผันผวนขนาดนี้ ผมว่าโครงสร้างเศรษฐกิจเราไม่พร้อมที่จะรองรับรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ กล่าว

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/801938&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Oi9IvyU248hv-r481qog6