Category: ไอที

  • สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    • เผยแพร่ : 22/12/2025 15:33

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    ที่จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากจะมีส้มโอ ลิ้นจี่ และมะพร้าวที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนแล้ว ยังมี “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 500–700 กิโลกรัม ราคาขายส่งจากสวนอยู่ที่ 30–80 บาทต่อกิโลกรัม

    นางสมพร ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาวสวนมะขามเทศกว่า 26 ไร่ ในพื้นที่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนตนประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว แต่ **มาระยะหลัง** ประสบปัญหาแรงงานปีนเก็บน้ำตาลมะพร้าว

    จึงทดลองปลูกมะขามเทศจำนวน 9 ไร่ ซึ่งแรก ๆ ก็ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน กระทั่งเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มอยู่ได้และมีรายได้ดี พออยู่ตัวจึงขยายพื้นที่ปลูกมาจนปัจจุบันปลูกมะขามเทศพันธุ์สีชมพูสลับกับ **พันธุ์ขาวใหญ่** ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น รวมพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ แต่ละวันจะเก็บเกี่ยวมะขามเทศประมาณวันละ 10 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 600–700 กิโลกรัม

    โดยจุดเด่นของมะขามเทศสวนตนคือปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม อีกทั้งดูแลบำรุงรักษาอย่างดี จึงกล้าการันตีว่ามะขามเทศของตนมีรสชาติหวานมัน อร่อยถูกใจผู้บริโภค ทำให้มีพ่อค้าจากต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี นครปฐม และราชบุรี มารับซื้อถึงสวนในราคาจัมโบ้กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนขนาดย่อมลงมาราคาอยู่ที่ 30 และ 50 บาทตามลำดับ ซึ่งลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทันกับความต้องการของตลาด


    —สำหรับผู้สนใจปลูกมะขามเทศ สามารถซื้อกิ่งพันธุ์ขนาดสูงประมาณศอกเศษ ในราคากิ่งละ 30 บาท วิธีปลูกคือขุดหลุมกว้างประมาณ 1 ศอก ปลูกลงดิน รดน้ำวันเว้นวัน ใส่ปุ๋ยชีวภาพ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 087-012-3478

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว TOP NEWS   ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    622

    ประชุมอาเซียน

    สิงคโปร์วิตกสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

    ท่าอากาศยานเชียงใหม่คุมเข้มอำนวยความสะดวกช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568

    กาญจนบุรี///จับคาด่าน!!ลักลอบขนต่างด้าวสาวอัดแน่นเต็มคัน ค่าจ้างคนละ 3 พัน รถเถื่อนทะเบียนปลอม

    ป.ป.ช.ลุยสอบข้อเท็จจริง ปมคลิปเสียง อ้างเป็น “บิ๊กตำรวจ” เรียกรับผลประโยชน์จาก ธุรกิจผิดกฎหมาย พื้นที่นครศรีฯ

    ไอเอฟดีโพล เปิดผลสำรวจ คนไทยไม่ยอมควักจ่ายร่วมทำบุญการเมือง ชี้ประชาชนมีส่วนร่วมป้องทุนเทาแทรกแซง

    โค้ชแม็ก ชัชวาล นำทัพศิษย์เก่า สกร. จัดเทควันโดชิงแชมป์นานาชาติ มุ่งสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1431617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XD5SXllg9JMHMbF1Z8BjJ

  • สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    • เผยแพร่ : 22/12/2025 15:33

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    ที่จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากจะมีส้มโอ ลิ้นจี่ และมะพร้าวที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนแล้ว ยังมี “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 500–700 กิโลกรัม ราคาขายส่งจากสวนอยู่ที่ 30–80 บาทต่อกิโลกรัม

    นางสมพร ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาวสวนมะขามเทศกว่า 26 ไร่ ในพื้นที่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนตนประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว แต่ **มาระยะหลัง** ประสบปัญหาแรงงานปีนเก็บน้ำตาลมะพร้าว

    จึงทดลองปลูกมะขามเทศจำนวน 9 ไร่ ซึ่งแรก ๆ ก็ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน กระทั่งเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มอยู่ได้และมีรายได้ดี พออยู่ตัวจึงขยายพื้นที่ปลูกมาจนปัจจุบันปลูกมะขามเทศพันธุ์สีชมพูสลับกับ **พันธุ์ขาวใหญ่** ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น รวมพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ แต่ละวันจะเก็บเกี่ยวมะขามเทศประมาณวันละ 10 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 600–700 กิโลกรัม

    โดยจุดเด่นของมะขามเทศสวนตนคือปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม อีกทั้งดูแลบำรุงรักษาอย่างดี จึงกล้าการันตีว่ามะขามเทศของตนมีรสชาติหวานมัน อร่อยถูกใจผู้บริโภค ทำให้มีพ่อค้าจากต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี นครปฐม และราชบุรี มารับซื้อถึงสวนในราคาจัมโบ้กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนขนาดย่อมลงมาราคาอยู่ที่ 30 และ 50 บาทตามลำดับ ซึ่งลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทันกับความต้องการของตลาด


    —สำหรับผู้สนใจปลูกมะขามเทศ สามารถซื้อกิ่งพันธุ์ขนาดสูงประมาณศอกเศษ ในราคากิ่งละ 30 บาท วิธีปลูกคือขุดหลุมกว้างประมาณ 1 ศอก ปลูกลงดิน รดน้ำวันเว้นวัน ใส่ปุ๋ยชีวภาพ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 087-012-3478

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว TOP NEWS   ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    SOCAIL 16-9

    avavw

    เปิดภาพ กกล.บูรพา ลุยทำลายเป้าหมายอาคาร 2 หลัง ฝั่งปอยเปต เครือข่ายสแกมเมอร์ ใช้เป็นฐานพลซุ่มยิงทหารไทย

    สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 นครสวรรค์ จัดอบรมเพิ่มทักษะแรงงานอิสระและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ

    อดีต สส. ชลบุรี แจ้งความเอาผิด เงินฝากกว่า 2 แสนหายจากบัญชี ทั้งที่ไม่เคยถอน ธนาคารพบปลอมเอกสารเบิกเงิน

    “นายกฯอนุทิน” ลั่นไม่อยากกลืนน้ำลาย ไม่ขอพูดเงื่อนไขจับมือตั้งรัฐบาล เผย “เอกนิติ-ศุภจี” ยังร่วมทำงานภูมิใจไทย

    รังสิมันต์ โรม’ รอง หน. พรรค ปชน. เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครในนามพรรคชิงเก้าอี้ สส.ระยอง อ้อนขอให้เลือก สส.พรรคยกจังหวัดอีกครั้ง และถล่มทลายทั้งประเทศ

    กต.ตร.สภ.บัวเชด จัดประชุมร่วม สภ.บัวเชด เพื่อร่วมกันแก้ไขและรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1431617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XD5SXllg9JMHMbF1Z8BjJ

  • สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    • เผยแพร่ : 22/12/2025 15:33

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    ที่จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากจะมีส้มโอ ลิ้นจี่ และมะพร้าวที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนแล้ว ยังมี “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 500–700 กิโลกรัม ราคาขายส่งจากสวนอยู่ที่ 30–80 บาทต่อกิโลกรัม

    นางสมพร ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาวสวนมะขามเทศกว่า 26 ไร่ ในพื้นที่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนตนประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว แต่ **มาระยะหลัง** ประสบปัญหาแรงงานปีนเก็บน้ำตาลมะพร้าว

    จึงทดลองปลูกมะขามเทศจำนวน 9 ไร่ ซึ่งแรก ๆ ก็ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน กระทั่งเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มอยู่ได้และมีรายได้ดี พออยู่ตัวจึงขยายพื้นที่ปลูกมาจนปัจจุบันปลูกมะขามเทศพันธุ์สีชมพูสลับกับ **พันธุ์ขาวใหญ่** ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น รวมพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ แต่ละวันจะเก็บเกี่ยวมะขามเทศประมาณวันละ 10 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 600–700 กิโลกรัม

    โดยจุดเด่นของมะขามเทศสวนตนคือปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม อีกทั้งดูแลบำรุงรักษาอย่างดี จึงกล้าการันตีว่ามะขามเทศของตนมีรสชาติหวานมัน อร่อยถูกใจผู้บริโภค ทำให้มีพ่อค้าจากต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี นครปฐม และราชบุรี มารับซื้อถึงสวนในราคาจัมโบ้กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนขนาดย่อมลงมาราคาอยู่ที่ 30 และ 50 บาทตามลำดับ ซึ่งลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทันกับความต้องการของตลาด


    —สำหรับผู้สนใจปลูกมะขามเทศ สามารถซื้อกิ่งพันธุ์ขนาดสูงประมาณศอกเศษ ในราคากิ่งละ 30 บาท วิธีปลูกคือขุดหลุมกว้างประมาณ 1 ศอก ปลูกลงดิน รดน้ำวันเว้นวัน ใส่ปุ๋ยชีวภาพ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 087-012-3478

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว TOP NEWS   ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ปก web ออกหน่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุข

    75289

    ตม.จว.มุกดาหาร บูรณาการร่วมกับ หน่วยงานความมั่นคงจังหวัดมุกดาหาร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม และ ปิดล้อมตรวจค้น แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย

    “สุดารัตน์” ประกาศจุดยืน “ไทยสร้างไทย” เดินหน้าสงครามล้างบางคนโกง ลั่น 3 มาตรการเด็ดขาด ปราบโกงทันทีถ้าได้เป็นรัฐบาล

    ชายแดนยังเดือด ภ.3 งัดมาตรการรับเทศกาลปีใหม่ เฝ้าระวังสายลับต่างชาติก่อเหตุ เปิดมอเตอร์เวย์เต็มเส้นทาง อีสานเดินทางปลอดภัย

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    กฟผ. คว้า 5 รางวัล SOE Awards ประจำปี 2568 ตอกย้ำความมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กฟผ. ได้รับ 5 รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2568 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมดูแลรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เดินหน้าสู่ความยั่งยืน

    ชลบุรีฮือฮา! ชาวบ้านแห่ขอพร ท้าวเวสสุวรรณทรงราหู วัดเขาช่องลม ให้โชครางวัลที่ 1 แล้ว 18 ราย หวัง เป็นรายที่ 19 ส่องเลขธูปรับปีใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1431617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XD5SXllg9JMHMbF1Z8BjJ

  • ชาวเชียงใหม่ขอ ‘รัฐบาลชุดใหม่’ แก้พิษเศรษฐกิจให้คนไทยอยู่ดีกินดีเป็นของขวัญปี 2569

    หากพูดถึงเทศกาลปีใหม่ สิ่งที่หลายคนนึกถึงก็คือของขวัญปีใหม่ เพื่อสร้างกำลังใจให้เริ่มต้นปีใหม่ให้ดีกว่าเดิม ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามประชาชนชาวเชียงใหม่ รวมถึงพูดคุยกับภาคส่วนต่างๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งภาคเอกชน ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว และภาคประชาสังคม ว่าต้องการของขวัญปีใหม่ปี 2569 เป็นสิ่งใดจากรัฐบาลชุดใหม่ ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งใหม่ในปี 2569

    โดยชาวเชียงใหม่ในแต่ละภาคส่วน ต่างก็มีสิ่งที่ต้องการจะให้รัฐบาลให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือที่แตกต่างกันออกไป แต่ทุกภาคส่วนก็มองไปในทิศทางเดียวกันว่าอยากจะให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นและประชาชนคนไทยมีเงินในกระเป๋ามากขึ้นกว่าเดิม

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo10.jpg

    กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ทั้งในตัวเมืองและพื้นที่รอบนอก กล่าวให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า ในปี 2569 นี้ อยากให้รัฐบาลทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของประชาชนที่ถูกเรียกว่าคนรากหญ้า หาเช้ากินค่ำ เพราะการค้าขายในทุกวันนี้ไม่ดี ประชาชนประหยัดเงินมากขึ้น เลือกซื้อของที่จำเป็นเท่านั้น สวนทางกับรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้น และยังไม่เห็นว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นอย่างชัดเจนในเร็ววัน

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo16.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo17.jpg

    “ดังนั้นหากสามารถที่จะออกนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นก็จะดีมาก อย่างนโยบายคนละครึ่งพลัสนับว่าเป็นโครงการที่ดี ทำให้ประชาชนกล้าที่จะใช้เงินมากขึ้น และทำให้หลายคนสามารถได้กินหรือได้ซื้อสิ่งที่อยากจะได้แต่ไม่กล้าซื้อในตอนที่ยังไม่มีโครงการ”

    “อย่างไรก็ตาม ก็เข้าใจว่าโครงการในลักษณะนี้รัฐบาลไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องมากนัก แต่ก็อยากจะให้มีนโยบายออกมาเป็นระยะ เพื่อที่อย่างน้อยจะได้ช่วยลดค่าของชีพของประชาชนในแต่ละวันให้ประชาชนมีเงินเก็บบ้าง”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ละเอียด บุ้งศรีทอง ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) ได้แสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ทางผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว โรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่กำลังเจอปัญหาต้นทุนสินค้าทุกกลุ่มที่ราคาเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังต้องขายในราคาเดิม เพราะไม่สามารถขึ้นราคาห้องพักได้ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก

    “ดังนั้นในปี 2569 นี้ก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น พร้อมพร้อมกับส่งเสริมการท่องเที่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งการท่องเที่ยวภายในประเทศนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ถ้าคนในประเทศเที่ยวด้วยกัน ระหว่างภูมิภาคก็จะสามารถช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้”

    “สิ่งหนึ่งที่จะสามารถช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคได้ก็คือการจัดประชุมสัมมนาระหว่างภูมิภาคซึ่งจะเป็นการเพิ่มการกระจายเม็ดเงินจากภูมิภาคหนึ่งสู่อีกภูมิภาคหนึ่ง ดังนั้นก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการจัดสัมมนาระหว่างภูมิภาคด้วยกัน ซึ่งส่วนตัวคิดว่าสามารถทำได้ อย่างน้อยในช่วงไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 ที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ก็จะมีการใช้บริการของการสัมมนา ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวก็ยังจะพอเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงที่ตกธงช้างทางการท่องเที่ยว” ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ กล่าว

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo07.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo13.jpg

    ด้าน ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ กล่าวว่า ในตอนนี้เศรษฐกิจก็ยังไม่ได้คล่องตัวมากนัก แนวโน้มในปี 2569 ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีปัจจัยใดเข้ามาทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องหวังพึ่งรัฐบาลชุดใหม่ที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง ให้เป็นของขวัญต้อนรับปี 2569

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo06-1.jpg

    “ผู้ประกอบการร้านอาหาร อยากให้รัฐบาลชุดใหม่หาวิธีที่กระตุ้นเศรษฐกิจ และออกโครงการที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโครงการใหม่ๆ หรือเป็นการนำเอาโครงการเดิมเข้ามาปรับปรุงให้ดีขึ้น อย่างโครงการที่สามารถให้ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในนามนิติบุคคลสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อเป็นการกระจายรายได้และให้ประชาชนมีตัวเลือกในการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo11.jpg

    ธนิต กล่าวด้วยว่า “อีกส่วนหนึ่งก็คือ อยากจะให้เพิ่มแหล่งเงินทุน หรือมีการผ่อนผันการชำระหนี้สินสำหรับผู้ประกอบการ เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่ฟื้นตัว หลังจากเจอปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่ขณะนี้ก็มีอยู่ยังไม่หมดไป และเศรษฐกิจก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้ใช้เวลาในการฟื้นตัวอีกสักระยะ หากสามารถช่วยจุดนี้ได้ก็จะเป็นการต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo19-1.jpg

    ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ได้มีการประกาศยุบสภาแล้วและจะมีการเลือกตั้งใหม่ ส่วนตัวก็มีความเป็นห่วงคิดว่าการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันไฟป่าจะเกิดความยืดเยื้อ ซึ่งในปี 2569 สิ่งที่อยากจะได้จากรัฐบาลเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ก็คือ การผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด ซึ่งมีการพูดถึงมาเป็นระยะเวลานานแต่ยังไม่เกิดขึ้นจริงสักที

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo14.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo08.jpg

    “หากสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ การบริหารจัดการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันไฟป่า PM2.5 ก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่ง สิ่งที่จะได้ก็คือสุขภาพของประชาชนคนไทยที่ดีขึ้นไม่ต้องมากังวลใจและเผชิญกับมลพิษทางอากาศในทุกๆ ปี”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo18.jpg

    ขณะที่นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์จากสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า อยากได้ของขวัญจากรัฐบาลชุดใหม่เป็นของขวัญปีใหม่ คือ การแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนอย่างสารปนเปื้อนในแม่น้ำที่มีต้นเหตุมาจากการทำอย่างแร่ในประเทศเพื่อนบ้านแต่ส่งผลกระทบมาถึงคนไทยในตอนนี้ก็ยังไม่เห็นวิธีการในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo04-1.jpg

    “ทุกวินาทีที่ผ่านไปชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่น้ำที่มีการปนเปื้อนสารพิษก็ยังกังวลใจและยังว่าจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่ควรจะเอาสิ่งนี้มอบเป็นของขวัญให้กับประชาชนคนไทยที่เดือดร้อน และที่สำคัญมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน บุคคลที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหานี้ได้ก็คือรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งก็ยังยืนยันว่าการปิดเหมืองหรือทำให้เหมืองมีคุณภาพไม่ปล่อยพิษลงแม่น้ำก็คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo09.jpg

    .jpg-5.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo05.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo03-1.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo15.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/chiang-mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-a-better-quality-of-life-for-thai-people-as-a-gift-for-the-year-2026&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kNeIwHyxg9-p0u9Ux7aC5

  • ชาวเชียงใหม่ขอ ‘รัฐบาลชุดใหม่’ แก้พิษเศรษฐกิจให้คนไทยอยู่ดีกินดีเป็นของขวัญปี 2569

    หากพูดถึงเทศกาลปีใหม่ สิ่งที่หลายคนนึกถึงก็คือของขวัญปีใหม่ เพื่อสร้างกำลังใจให้เริ่มต้นปีใหม่ให้ดีกว่าเดิม ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามประชาชนชาวเชียงใหม่ รวมถึงพูดคุยกับภาคส่วนต่างๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งภาคเอกชน ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว และภาคประชาสังคม ว่าต้องการของขวัญปีใหม่ปี 2569 เป็นสิ่งใดจากรัฐบาลชุดใหม่ ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งใหม่ในปี 2569

    โดยชาวเชียงใหม่ในแต่ละภาคส่วน ต่างก็มีสิ่งที่ต้องการจะให้รัฐบาลให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือที่แตกต่างกันออกไป แต่ทุกภาคส่วนก็มองไปในทิศทางเดียวกันว่าอยากจะให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นและประชาชนคนไทยมีเงินในกระเป๋ามากขึ้นกว่าเดิม

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo10.jpg

    กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ทั้งในตัวเมืองและพื้นที่รอบนอก กล่าวให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า ในปี 2569 นี้ อยากให้รัฐบาลทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของประชาชนที่ถูกเรียกว่าคนรากหญ้า หาเช้ากินค่ำ เพราะการค้าขายในทุกวันนี้ไม่ดี ประชาชนประหยัดเงินมากขึ้น เลือกซื้อของที่จำเป็นเท่านั้น สวนทางกับรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้น และยังไม่เห็นว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นอย่างชัดเจนในเร็ววัน

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo16.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo17.jpg

    “ดังนั้นหากสามารถที่จะออกนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นก็จะดีมาก อย่างนโยบายคนละครึ่งพลัสนับว่าเป็นโครงการที่ดี ทำให้ประชาชนกล้าที่จะใช้เงินมากขึ้น และทำให้หลายคนสามารถได้กินหรือได้ซื้อสิ่งที่อยากจะได้แต่ไม่กล้าซื้อในตอนที่ยังไม่มีโครงการ”

    “อย่างไรก็ตาม ก็เข้าใจว่าโครงการในลักษณะนี้รัฐบาลไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องมากนัก แต่ก็อยากจะให้มีนโยบายออกมาเป็นระยะ เพื่อที่อย่างน้อยจะได้ช่วยลดค่าของชีพของประชาชนในแต่ละวันให้ประชาชนมีเงินเก็บบ้าง”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ละเอียด บุ้งศรีทอง ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) ได้แสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ทางผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว โรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่กำลังเจอปัญหาต้นทุนสินค้าทุกกลุ่มที่ราคาเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังต้องขายในราคาเดิม เพราะไม่สามารถขึ้นราคาห้องพักได้ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก

    “ดังนั้นในปี 2569 นี้ก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น พร้อมพร้อมกับส่งเสริมการท่องเที่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งการท่องเที่ยวภายในประเทศนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ถ้าคนในประเทศเที่ยวด้วยกัน ระหว่างภูมิภาคก็จะสามารถช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้”

    “สิ่งหนึ่งที่จะสามารถช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคได้ก็คือการจัดประชุมสัมมนาระหว่างภูมิภาคซึ่งจะเป็นการเพิ่มการกระจายเม็ดเงินจากภูมิภาคหนึ่งสู่อีกภูมิภาคหนึ่ง ดังนั้นก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการจัดสัมมนาระหว่างภูมิภาคด้วยกัน ซึ่งส่วนตัวคิดว่าสามารถทำได้ อย่างน้อยในช่วงไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 ที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ก็จะมีการใช้บริการของการสัมมนา ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวก็ยังจะพอเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงที่ตกธงช้างทางการท่องเที่ยว” ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ กล่าว

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo07.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo13.jpg

    ด้าน ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ กล่าวว่า ในตอนนี้เศรษฐกิจก็ยังไม่ได้คล่องตัวมากนัก แนวโน้มในปี 2569 ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีปัจจัยใดเข้ามาทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องหวังพึ่งรัฐบาลชุดใหม่ที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง ให้เป็นของขวัญต้อนรับปี 2569

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo06-1.jpg

    “ผู้ประกอบการร้านอาหาร อยากให้รัฐบาลชุดใหม่หาวิธีที่กระตุ้นเศรษฐกิจ และออกโครงการที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโครงการใหม่ๆ หรือเป็นการนำเอาโครงการเดิมเข้ามาปรับปรุงให้ดีขึ้น อย่างโครงการที่สามารถให้ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในนามนิติบุคคลสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อเป็นการกระจายรายได้และให้ประชาชนมีตัวเลือกในการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo11.jpg

    ธนิต กล่าวด้วยว่า “อีกส่วนหนึ่งก็คือ อยากจะให้เพิ่มแหล่งเงินทุน หรือมีการผ่อนผันการชำระหนี้สินสำหรับผู้ประกอบการ เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่ฟื้นตัว หลังจากเจอปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่ขณะนี้ก็มีอยู่ยังไม่หมดไป และเศรษฐกิจก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้ใช้เวลาในการฟื้นตัวอีกสักระยะ หากสามารถช่วยจุดนี้ได้ก็จะเป็นการต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo19-1.jpg

    ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ได้มีการประกาศยุบสภาแล้วและจะมีการเลือกตั้งใหม่ ส่วนตัวก็มีความเป็นห่วงคิดว่าการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันไฟป่าจะเกิดความยืดเยื้อ ซึ่งในปี 2569 สิ่งที่อยากจะได้จากรัฐบาลเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ก็คือ การผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด ซึ่งมีการพูดถึงมาเป็นระยะเวลานานแต่ยังไม่เกิดขึ้นจริงสักที

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo14.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo08.jpg

    “หากสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ การบริหารจัดการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันไฟป่า PM2.5 ก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่ง สิ่งที่จะได้ก็คือสุขภาพของประชาชนคนไทยที่ดีขึ้นไม่ต้องมากังวลใจและเผชิญกับมลพิษทางอากาศในทุกๆ ปี”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo18.jpg

    ขณะที่นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์จากสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า อยากได้ของขวัญจากรัฐบาลชุดใหม่เป็นของขวัญปีใหม่ คือ การแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนอย่างสารปนเปื้อนในแม่น้ำที่มีต้นเหตุมาจากการทำอย่างแร่ในประเทศเพื่อนบ้านแต่ส่งผลกระทบมาถึงคนไทยในตอนนี้ก็ยังไม่เห็นวิธีการในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo04-1.jpg

    “ทุกวินาทีที่ผ่านไปชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่น้ำที่มีการปนเปื้อนสารพิษก็ยังกังวลใจและยังว่าจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่ควรจะเอาสิ่งนี้มอบเป็นของขวัญให้กับประชาชนคนไทยที่เดือดร้อน และที่สำคัญมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน บุคคลที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหานี้ได้ก็คือรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งก็ยังยืนยันว่าการปิดเหมืองหรือทำให้เหมืองมีคุณภาพไม่ปล่อยพิษลงแม่น้ำก็คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo09.jpg

    .jpg-5.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo05.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo03-1.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo15.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/chiang-mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-a-better-quality-of-life-for-thai-people-as-a-gift-for-the-year-2026&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kNeIwHyxg9-p0u9Ux7aC5

  • ชาวเชียงใหม่ขอ ‘รัฐบาลชุดใหม่’ แก้พิษเศรษฐกิจให้คนไทยอยู่ดีกินดีเป็นของขวัญปี 2569

    หากพูดถึงเทศกาลปีใหม่ สิ่งที่หลายคนนึกถึงก็คือของขวัญปีใหม่ เพื่อสร้างกำลังใจให้เริ่มต้นปีใหม่ให้ดีกว่าเดิม ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามประชาชนชาวเชียงใหม่ รวมถึงพูดคุยกับภาคส่วนต่างๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งภาคเอกชน ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว และภาคประชาสังคม ว่าต้องการของขวัญปีใหม่ปี 2569 เป็นสิ่งใดจากรัฐบาลชุดใหม่ ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งใหม่ในปี 2569

    โดยชาวเชียงใหม่ในแต่ละภาคส่วน ต่างก็มีสิ่งที่ต้องการจะให้รัฐบาลให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือที่แตกต่างกันออกไป แต่ทุกภาคส่วนก็มองไปในทิศทางเดียวกันว่าอยากจะให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นและประชาชนคนไทยมีเงินในกระเป๋ามากขึ้นกว่าเดิม

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo10.jpg

    กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ทั้งในตัวเมืองและพื้นที่รอบนอก กล่าวให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า ในปี 2569 นี้ อยากให้รัฐบาลทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของประชาชนที่ถูกเรียกว่าคนรากหญ้า หาเช้ากินค่ำ เพราะการค้าขายในทุกวันนี้ไม่ดี ประชาชนประหยัดเงินมากขึ้น เลือกซื้อของที่จำเป็นเท่านั้น สวนทางกับรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้น และยังไม่เห็นว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นอย่างชัดเจนในเร็ววัน

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo16.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo17.jpg

    “ดังนั้นหากสามารถที่จะออกนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นก็จะดีมาก อย่างนโยบายคนละครึ่งพลัสนับว่าเป็นโครงการที่ดี ทำให้ประชาชนกล้าที่จะใช้เงินมากขึ้น และทำให้หลายคนสามารถได้กินหรือได้ซื้อสิ่งที่อยากจะได้แต่ไม่กล้าซื้อในตอนที่ยังไม่มีโครงการ”

    “อย่างไรก็ตาม ก็เข้าใจว่าโครงการในลักษณะนี้รัฐบาลไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องมากนัก แต่ก็อยากจะให้มีนโยบายออกมาเป็นระยะ เพื่อที่อย่างน้อยจะได้ช่วยลดค่าของชีพของประชาชนในแต่ละวันให้ประชาชนมีเงินเก็บบ้าง”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ละเอียด บุ้งศรีทอง ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) ได้แสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ทางผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว โรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่กำลังเจอปัญหาต้นทุนสินค้าทุกกลุ่มที่ราคาเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังต้องขายในราคาเดิม เพราะไม่สามารถขึ้นราคาห้องพักได้ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก

    “ดังนั้นในปี 2569 นี้ก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น พร้อมพร้อมกับส่งเสริมการท่องเที่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งการท่องเที่ยวภายในประเทศนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ถ้าคนในประเทศเที่ยวด้วยกัน ระหว่างภูมิภาคก็จะสามารถช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้”

    “สิ่งหนึ่งที่จะสามารถช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคได้ก็คือการจัดประชุมสัมมนาระหว่างภูมิภาคซึ่งจะเป็นการเพิ่มการกระจายเม็ดเงินจากภูมิภาคหนึ่งสู่อีกภูมิภาคหนึ่ง ดังนั้นก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการจัดสัมมนาระหว่างภูมิภาคด้วยกัน ซึ่งส่วนตัวคิดว่าสามารถทำได้ อย่างน้อยในช่วงไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 ที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ก็จะมีการใช้บริการของการสัมมนา ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวก็ยังจะพอเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงที่ตกธงช้างทางการท่องเที่ยว” ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ กล่าว

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo07.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo13.jpg

    ด้าน ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ กล่าวว่า ในตอนนี้เศรษฐกิจก็ยังไม่ได้คล่องตัวมากนัก แนวโน้มในปี 2569 ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีปัจจัยใดเข้ามาทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องหวังพึ่งรัฐบาลชุดใหม่ที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง ให้เป็นของขวัญต้อนรับปี 2569

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo06-1.jpg

    “ผู้ประกอบการร้านอาหาร อยากให้รัฐบาลชุดใหม่หาวิธีที่กระตุ้นเศรษฐกิจ และออกโครงการที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโครงการใหม่ๆ หรือเป็นการนำเอาโครงการเดิมเข้ามาปรับปรุงให้ดีขึ้น อย่างโครงการที่สามารถให้ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในนามนิติบุคคลสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อเป็นการกระจายรายได้และให้ประชาชนมีตัวเลือกในการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo11.jpg

    ธนิต กล่าวด้วยว่า “อีกส่วนหนึ่งก็คือ อยากจะให้เพิ่มแหล่งเงินทุน หรือมีการผ่อนผันการชำระหนี้สินสำหรับผู้ประกอบการ เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่ฟื้นตัว หลังจากเจอปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่ขณะนี้ก็มีอยู่ยังไม่หมดไป และเศรษฐกิจก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้ใช้เวลาในการฟื้นตัวอีกสักระยะ หากสามารถช่วยจุดนี้ได้ก็จะเป็นการต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo19-1.jpg

    ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ได้มีการประกาศยุบสภาแล้วและจะมีการเลือกตั้งใหม่ ส่วนตัวก็มีความเป็นห่วงคิดว่าการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันไฟป่าจะเกิดความยืดเยื้อ ซึ่งในปี 2569 สิ่งที่อยากจะได้จากรัฐบาลเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ก็คือ การผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด ซึ่งมีการพูดถึงมาเป็นระยะเวลานานแต่ยังไม่เกิดขึ้นจริงสักที

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo14.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo08.jpg

    “หากสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ การบริหารจัดการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันไฟป่า PM2.5 ก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่ง สิ่งที่จะได้ก็คือสุขภาพของประชาชนคนไทยที่ดีขึ้นไม่ต้องมากังวลใจและเผชิญกับมลพิษทางอากาศในทุกๆ ปี”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo18.jpg

    ขณะที่นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์จากสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า อยากได้ของขวัญจากรัฐบาลชุดใหม่เป็นของขวัญปีใหม่ คือ การแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนอย่างสารปนเปื้อนในแม่น้ำที่มีต้นเหตุมาจากการทำอย่างแร่ในประเทศเพื่อนบ้านแต่ส่งผลกระทบมาถึงคนไทยในตอนนี้ก็ยังไม่เห็นวิธีการในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo04-1.jpg

    “ทุกวินาทีที่ผ่านไปชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่น้ำที่มีการปนเปื้อนสารพิษก็ยังกังวลใจและยังว่าจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่ควรจะเอาสิ่งนี้มอบเป็นของขวัญให้กับประชาชนคนไทยที่เดือดร้อน และที่สำคัญมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน บุคคลที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหานี้ได้ก็คือรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งก็ยังยืนยันว่าการปิดเหมืองหรือทำให้เหมืองมีคุณภาพไม่ปล่อยพิษลงแม่น้ำก็คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo09.jpg

    .jpg-5.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo05.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo03-1.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo15.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/chiang-mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-a-better-quality-of-life-for-thai-people-as-a-gift-for-the-year-2026&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kNeIwHyxg9-p0u9Ux7aC5

  • ศุภชัย-วปอ.65 ลงชายแดน ดูแล ‘คน-ทหาร’

    การปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กำลังสะเทือนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเงียบๆ เมื่อความไม่สงบแปรเปลี่ยนเป็น ‘ต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้น’ ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ และโอกาสทำมาหากินที่ลดลงของคนชายแดน

    เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ที่จังหวัดอุบลราชธานี นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 65 (วปอ.65) นำโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานนักศึกษาฯ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่อำเภอวารินชำราบและอำเภอเดชอุดม เพื่อเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัย ผู้ป่วย และกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo01.jpg

    การลงพื้นที่ครอบคลุมหลายจุดสำคัญ ทั้งมณฑลทหารบกที่ 22 โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ศูนย์พักพิงผู้ป่วย ณ ที่ว่าการอำเภอเดชอุดม และศูนย์พักพิงชั่วคราววัดเมืองเดช โดยได้มอบถุงยังชีพมากกว่า 700 ชุด พร้อมข้าวสารและของใช้จำเป็น เพื่อช่วยประคับประคองการดำรงชีพในช่วงวิกฤต

    ศุภชัย กล่าวว่า นักศึกษาวปอ.65 ทุกคนตระหนักดีว่า ความไม่แน่นอนที่ประชาชนและกำลังพลเผชิญอยู่ ไม่ได้กระทบเฉพาะวันนี้ แต่ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนในระยะยาว การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการส่งมอบสิ่งของ แต่คือการยืนยันว่าประชาชนจะไม่ถูกทิ้งไว้ลำพังในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด

    “พวกเราตระหนักดีว่า ในห้วงเวลาที่ประชาชนและกำลังพลต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน สิ่งที่มีความหมายยิ่งกว่าสิ่งของใดๆ คือกำลังใจและความห่วงใย ซึ่งพวกเราขอร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยต่อความทุกข์ยากของพสกนิกรมาโดยตลอด และเป็นพลังใจสำคัญให้ทุกภาคส่วนร่วมกันดูแลประชาชนไม่ให้ถูกทอดทิ้ง”

    — ศุภชัย กล่าว

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo02.jpg

    กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนแนวคิดของหลักสูตร วปอ. ที่มอง “ประชาชนเป็นศูนย์กลางของความมั่นคง” เพราะหากฐานชีวิตของคนในพื้นที่พังลง ความมั่นคงด้านอื่นย่อมสั่นคลอนตามไปด้วย

    เบื้องหลังภารกิจดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากนักศึกษา วปอ.65 และภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษา อาทิ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, บิสเทค (ประเทศไทย), ทีคิวเอ็ม คอร์ปอร์เรชั่น, วรพงษ์ ริเวอร์ พาร์ค, ทรู คอร์ปอเรชั่น, เครือเจริญโภคภัณฑ์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ร่วมกันส่งต่อทรัพยากรอุปโภคบริโภคเพื่อพยุงชีวิตประชาชนและกำลังพลในพื้นที่ประสบภัย

    ท่ามกลางเสียงปะทะตามแนวชายแดนที่ยังหยุดไม่ได้ นักศึกษา วปอ.65 ยังคงยึดมั่นในบทบาทของการเสริมสร้างความมั่นคงที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เชื่อมั่นว่าพลังของความร่วมมือ ความเข้าใจ และความเมตตา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้สังคมไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo03.jpg

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/supachai-thaindc65-border-support&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KjD55t3Cstco1xeFIvpuv

  • ศุภชัย-วปอ.65 ลงชายแดน ดูแล ‘คน-ทหาร’

    การปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กำลังสะเทือนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเงียบๆ เมื่อความไม่สงบแปรเปลี่ยนเป็น ‘ต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้น’ ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ และโอกาสทำมาหากินที่ลดลงของคนชายแดน

    เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ที่จังหวัดอุบลราชธานี นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 65 (วปอ.65) นำโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานนักศึกษาฯ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่อำเภอวารินชำราบและอำเภอเดชอุดม เพื่อเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัย ผู้ป่วย และกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo01.jpg

    การลงพื้นที่ครอบคลุมหลายจุดสำคัญ ทั้งมณฑลทหารบกที่ 22 โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ศูนย์พักพิงผู้ป่วย ณ ที่ว่าการอำเภอเดชอุดม และศูนย์พักพิงชั่วคราววัดเมืองเดช โดยได้มอบถุงยังชีพมากกว่า 700 ชุด พร้อมข้าวสารและของใช้จำเป็น เพื่อช่วยประคับประคองการดำรงชีพในช่วงวิกฤต

    ศุภชัย กล่าวว่า นักศึกษาวปอ.65 ทุกคนตระหนักดีว่า ความไม่แน่นอนที่ประชาชนและกำลังพลเผชิญอยู่ ไม่ได้กระทบเฉพาะวันนี้ แต่ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนในระยะยาว การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการส่งมอบสิ่งของ แต่คือการยืนยันว่าประชาชนจะไม่ถูกทิ้งไว้ลำพังในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด

    “พวกเราตระหนักดีว่า ในห้วงเวลาที่ประชาชนและกำลังพลต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน สิ่งที่มีความหมายยิ่งกว่าสิ่งของใดๆ คือกำลังใจและความห่วงใย ซึ่งพวกเราขอร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยต่อความทุกข์ยากของพสกนิกรมาโดยตลอด และเป็นพลังใจสำคัญให้ทุกภาคส่วนร่วมกันดูแลประชาชนไม่ให้ถูกทอดทิ้ง”

    — ศุภชัย กล่าว

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo02.jpg

    กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนแนวคิดของหลักสูตร วปอ. ที่มอง “ประชาชนเป็นศูนย์กลางของความมั่นคง” เพราะหากฐานชีวิตของคนในพื้นที่พังลง ความมั่นคงด้านอื่นย่อมสั่นคลอนตามไปด้วย

    เบื้องหลังภารกิจดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากนักศึกษา วปอ.65 และภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษา อาทิ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, บิสเทค (ประเทศไทย), ทีคิวเอ็ม คอร์ปอร์เรชั่น, วรพงษ์ ริเวอร์ พาร์ค, ทรู คอร์ปอเรชั่น, เครือเจริญโภคภัณฑ์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ร่วมกันส่งต่อทรัพยากรอุปโภคบริโภคเพื่อพยุงชีวิตประชาชนและกำลังพลในพื้นที่ประสบภัย

    ท่ามกลางเสียงปะทะตามแนวชายแดนที่ยังหยุดไม่ได้ นักศึกษา วปอ.65 ยังคงยึดมั่นในบทบาทของการเสริมสร้างความมั่นคงที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เชื่อมั่นว่าพลังของความร่วมมือ ความเข้าใจ และความเมตตา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้สังคมไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo03.jpg

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/supachai-thaindc65-border-support&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KjD55t3Cstco1xeFIvpuv

  • ศุภชัย-วปอ.65 ลงชายแดน ดูแล ‘คน-ทหาร’

    การปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กำลังสะเทือนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเงียบๆ เมื่อความไม่สงบแปรเปลี่ยนเป็น ‘ต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้น’ ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ และโอกาสทำมาหากินที่ลดลงของคนชายแดน

    เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ที่จังหวัดอุบลราชธานี นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 65 (วปอ.65) นำโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานนักศึกษาฯ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่อำเภอวารินชำราบและอำเภอเดชอุดม เพื่อเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัย ผู้ป่วย และกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo01.jpg

    การลงพื้นที่ครอบคลุมหลายจุดสำคัญ ทั้งมณฑลทหารบกที่ 22 โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ศูนย์พักพิงผู้ป่วย ณ ที่ว่าการอำเภอเดชอุดม และศูนย์พักพิงชั่วคราววัดเมืองเดช โดยได้มอบถุงยังชีพมากกว่า 700 ชุด พร้อมข้าวสารและของใช้จำเป็น เพื่อช่วยประคับประคองการดำรงชีพในช่วงวิกฤต

    ศุภชัย กล่าวว่า นักศึกษาวปอ.65 ทุกคนตระหนักดีว่า ความไม่แน่นอนที่ประชาชนและกำลังพลเผชิญอยู่ ไม่ได้กระทบเฉพาะวันนี้ แต่ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนในระยะยาว การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการส่งมอบสิ่งของ แต่คือการยืนยันว่าประชาชนจะไม่ถูกทิ้งไว้ลำพังในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด

    “พวกเราตระหนักดีว่า ในห้วงเวลาที่ประชาชนและกำลังพลต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน สิ่งที่มีความหมายยิ่งกว่าสิ่งของใดๆ คือกำลังใจและความห่วงใย ซึ่งพวกเราขอร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยต่อความทุกข์ยากของพสกนิกรมาโดยตลอด และเป็นพลังใจสำคัญให้ทุกภาคส่วนร่วมกันดูแลประชาชนไม่ให้ถูกทอดทิ้ง”

    — ศุภชัย กล่าว

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo02.jpg

    กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนแนวคิดของหลักสูตร วปอ. ที่มอง “ประชาชนเป็นศูนย์กลางของความมั่นคง” เพราะหากฐานชีวิตของคนในพื้นที่พังลง ความมั่นคงด้านอื่นย่อมสั่นคลอนตามไปด้วย

    เบื้องหลังภารกิจดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากนักศึกษา วปอ.65 และภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษา อาทิ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, บิสเทค (ประเทศไทย), ทีคิวเอ็ม คอร์ปอร์เรชั่น, วรพงษ์ ริเวอร์ พาร์ค, ทรู คอร์ปอเรชั่น, เครือเจริญโภคภัณฑ์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ร่วมกันส่งต่อทรัพยากรอุปโภคบริโภคเพื่อพยุงชีวิตประชาชนและกำลังพลในพื้นที่ประสบภัย

    ท่ามกลางเสียงปะทะตามแนวชายแดนที่ยังหยุดไม่ได้ นักศึกษา วปอ.65 ยังคงยึดมั่นในบทบาทของการเสริมสร้างความมั่นคงที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เชื่อมั่นว่าพลังของความร่วมมือ ความเข้าใจ และความเมตตา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้สังคมไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo03.jpg

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/supachai-thaindc65-border-support&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KjD55t3Cstco1xeFIvpuv

  • ศุภชัย-วปอ.65 ลงชายแดน ดูแล ‘คน-ทหาร’

    การปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กำลังสะเทือนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเงียบๆ เมื่อความไม่สงบแปรเปลี่ยนเป็น ‘ต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้น’ ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ และโอกาสทำมาหากินที่ลดลงของคนชายแดน

    เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ที่จังหวัดอุบลราชธานี นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 65 (วปอ.65) นำโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานนักศึกษาฯ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่อำเภอวารินชำราบและอำเภอเดชอุดม เพื่อเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัย ผู้ป่วย และกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo01.jpg

    การลงพื้นที่ครอบคลุมหลายจุดสำคัญ ทั้งมณฑลทหารบกที่ 22 โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ศูนย์พักพิงผู้ป่วย ณ ที่ว่าการอำเภอเดชอุดม และศูนย์พักพิงชั่วคราววัดเมืองเดช โดยได้มอบถุงยังชีพมากกว่า 700 ชุด พร้อมข้าวสารและของใช้จำเป็น เพื่อช่วยประคับประคองการดำรงชีพในช่วงวิกฤต

    ศุภชัย กล่าวว่า นักศึกษาวปอ.65 ทุกคนตระหนักดีว่า ความไม่แน่นอนที่ประชาชนและกำลังพลเผชิญอยู่ ไม่ได้กระทบเฉพาะวันนี้ แต่ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนในระยะยาว การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการส่งมอบสิ่งของ แต่คือการยืนยันว่าประชาชนจะไม่ถูกทิ้งไว้ลำพังในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด

    “พวกเราตระหนักดีว่า ในห้วงเวลาที่ประชาชนและกำลังพลต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน สิ่งที่มีความหมายยิ่งกว่าสิ่งของใดๆ คือกำลังใจและความห่วงใย ซึ่งพวกเราขอร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยต่อความทุกข์ยากของพสกนิกรมาโดยตลอด และเป็นพลังใจสำคัญให้ทุกภาคส่วนร่วมกันดูแลประชาชนไม่ให้ถูกทอดทิ้ง”

    — ศุภชัย กล่าว

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo02.jpg

    กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนแนวคิดของหลักสูตร วปอ. ที่มอง “ประชาชนเป็นศูนย์กลางของความมั่นคง” เพราะหากฐานชีวิตของคนในพื้นที่พังลง ความมั่นคงด้านอื่นย่อมสั่นคลอนตามไปด้วย

    เบื้องหลังภารกิจดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากนักศึกษา วปอ.65 และภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษา อาทิ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, บิสเทค (ประเทศไทย), ทีคิวเอ็ม คอร์ปอร์เรชั่น, วรพงษ์ ริเวอร์ พาร์ค, ทรู คอร์ปอเรชั่น, เครือเจริญโภคภัณฑ์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ร่วมกันส่งต่อทรัพยากรอุปโภคบริโภคเพื่อพยุงชีวิตประชาชนและกำลังพลในพื้นที่ประสบภัย

    ท่ามกลางเสียงปะทะตามแนวชายแดนที่ยังหยุดไม่ได้ นักศึกษา วปอ.65 ยังคงยึดมั่นในบทบาทของการเสริมสร้างความมั่นคงที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เชื่อมั่นว่าพลังของความร่วมมือ ความเข้าใจ และความเมตตา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้สังคมไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo03.jpg

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/supachai-thaindc65-border-support&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KjD55t3Cstco1xeFIvpuv