Category: เศรษฐกิจ

  • ภาคเอกชนใต้ห่วง ‘รัฐบาล 4 เดือน’ ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาเศรษฐกิจ กระทบความเชื่อมั่นประเทศ

    ภาคเอกชนใต้ห่วง ‘รัฐบาล 4 เดือน’ ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาเศรษฐกิจ กระทบความเชื่อมั่นประเทศ

    สลิล โตทับเที่ยงประธานหอการค้าภาคใต้ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ว่าภาคเอกชนมีความกังวล เพราะการมีรัฐบาลใหม่มีผลต่อการทำงาน และการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ ตลอดทั้งการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุนต่างประเทศ “ตอนนี้ภาคเอกชนต้องการให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และขอให้รัฐบาลที่จัดตั้งได้มีเสถียรภาพ สามารถนำพาคณะรัฐมนตรีและประเทศไทยการฟันฝ่าอุปสรรคที่จะเข้ามาอีกมากมาย ที่สำคัญต้องจัดบุคลากรที่มีความเหมาะสมไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีความซื่อสัตย์ ได้รับความเชื่อมั่น ที่จะทำงานขับเคลื่อนประเทศของเรา”

    The-private-sector-in-the-South-is-concerned-about-the-establishment-SPACEBAR-Photo06.jpg

    ประธานหอการค้าภาคใต้ กล่าวต่อว่า เรื่องสำคัญที่อยากให้รัฐบาลชุดใหม่นี้แก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน คือ การสานต่อแก้ไขปัญหาเรื่องภาษีสหรัฐอเมริกา การสร้างความสมดุลและสร้างความสัมพันธ์กับประเทศยิ่งใหญ่และประเทศคู่ค้าของเรา เพราะหากเดินไม่ถูกทางจะเกิดผลลบกับการทำงานของประเทศไทยได้ เรื่องปัญหาชายแดนก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะเกี่ยวข้องกับความมั่นคง

    “แต่อย่างไรก็ตามภาคเอกชนเองก็มองว่ามีทางออกอีกหลายทาง หากชายแดนไม่มีปัญหา ซึ่งสามารถสร้างการค้าการส่งออกชายแดนเหล่านั้นได้ เช่น ลาว พม่า และมาเลเซีย ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้น การหาตลาดใหม่ๆสำหรับประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญ อยากจะให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งดำเนินการ เราคงไม่สามารถที่จะมีคู่ค้าเฉพาะคู่ค้าใหญ่ๆ อยู่ไม่กี่ประเทศ เพราะปัจจุบันนี้มีหลายภูมิภาคที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาใต้ อินเดีย แอฟริกา ทั้งหมดนี้ในอนาคตจะเป็นตลาดที่ใหญ่มากสำหรับประเทศไทย”

    ประธานหอการค้าภาคใต้ กล่าวด้วยว่า ในฐานะภาคเอกชนมองว่า การที่รัฐบาลใหม่กำหนดเงื่อนไขระยะเวลา 4 เดือนแล้วยุบสภา นั้น ไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ในส่วนของข้าราชการประจำเองก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่เพราะว่าไม่ทราบว่าในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ความเชื่อถือกับต่างประเทศที่จะคุยกับรัฐบาลไทยที่รู้ว่ามีอายุแค่ 4 เดือน เขาก็อาจไม่มาเจรจา เพราะถือว่าเดี๋ยวก็มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ซึ่งการส่งสัญญาณอย่างนี้ไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

    “ส่วนตัวคิดว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ ทุกวันนี้เราไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศทั้งระดับในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงไม่สามารถสร้าง SME ใหม่ๆ ให้เกิดการเติบโตได้ ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีหน้าไม่ดีอย่างที่คาดไว้ และอาจจะแย่กว่าที่เราตั้งเป้าไว้”

    “ผลของตลาดหุ้นมันเป็นเรื่องตื่นตระหนกในช่วงเวลาสั้นๆ จะไม่เห็นชัดในเรื่องผลกระทบของ GDP แต่ในระยะยาวความไม่มั่นใจไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย ประชาชนเก็บเงินไว้ เพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น นั่นจะเป็นปัญหาใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อการบริโภคในประเทศ รายได้ของประเทศลดลง”

    ประธานหอการค้าภาคใต้ กล่าวว่า “ในส่วนของรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนต่อไปนั้น ส่วนตัวคิดว่าท่านก็รู้โจทย์แล้วว่าเสถียรภาพของรัฐบาลมีความสำคัญ ฉะนั้นบุคลากรที่มีความสามารถและมีความเชื่อมั่นเป็นคนที่ต้องจัดหามาให้ถูกต้อง หากท่านได้โอกาสแล้วแต่ไม่ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ ก็ถือว่าเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่”

    The-private-sector-in-the-South-is-concerned-about-the-establishment-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ประธานหอการค้าภาคใต้ กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้เรื่องของการท่องเที่ยวซบเซา โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นเมืองรอง เป็นตลาดการท่องเที่ยวในประเทศ ได้รับผลกระทบพอสมควร เพราะเกิดจากความไม่เชื่อมั่น และรายได้ที่น้อยลง ในส่วนนี้ภาคเอกชนในภาคใต้เคยจัดประชุมเสวนา และนำข้อเสนอผ่านหอการค้าไทยเพื่อใช้มาตรการ MICE ปัจจุบันนี้มีบริษัทใหญ่ในประเทศมากมายที่จะจัดกิจกรรมอบรมสัมมนา หรือให้ Incentive ให้กับพนักงานและลูกค้า อาจจะจัดไปต่างประเทศ ในทางกลับกันถ้าเราจัดในประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดเมืองรองแล้วให้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี คิดว่าตรงนี้จะทำให้เกิดกำลังซื้อในประเทศเพิ่มมากขึ้น

    รวมไปถึงการจัดอบรมสัมมนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ การไปประชุมนอกสถานที่ยังจังหวัดต่างๆ หรือการประชุมข้ามภาค ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยทำให้เกิดเงินสะพัด ซึ่งถือเป็นนโยบายเร่งด่วน ถ้าจำได้ก็อยากให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งดำเนินการ เพราะหากเรารอการท่องเที่ยวจากต่างประเทศอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขได้ทัน และนอกจากการท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทยแล้ว ให้เที่ยวแบบองค์กรด้วย

    The-private-sector-in-the-South-is-concerned-about-the-establishment-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ขณะที่ บุญชู ศัยศักดิ์พงษ์รองประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ กล่าวถึงข้อห่วงใยและข้อเสนอแนะของภาคเอกชนต่อการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ขับเคลื่อนแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ว่า ได้ติดตามข่าวมาตลอดพบว่ากำลังมีการต่อรองกันในหลายกรณีในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งข้อต่อรองส่วนใหญ่มีแต่เรื่องแบ่งปันผลประโยชน์ซึ่งกันและกันเท่านั้น ไม่พบเลยว่ามีข้อใดที่บอกถึงการแก้ปัญหาในปัจจุบันซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่เกี่ยวกับปัญหาปากท้องของประชาชนทั่วไป ส่วนใหญ่การต่อรองจะมีแต่เรื่องแบ่งสันปันส่วนตำแหน่ง แต่ก็เข้าใจบริบทของนักการเมืองว่าเวลานี้ต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลัง

    “แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือตำแหน่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คณะรัฐมนตรีที่ได้มาจะมีความเหมาะสมกับกระทรวงนั้นๆ หรือไม่ เพราะเหมือนเป็นการนำผู้โดยสารมาจับฉลากให้ขับเครื่องบิน จะมีความสามารถพอหรือไม่ หรือเพียงเพื่อได้มีตำแหน่งเท่านั้น ตรงนี้น่าเป็นห่วงเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาก็เป็นแบบนั้น ได้คนที่ไม่เหมาะสมมามีอำนาจในตำแหน่งสำคัญ หวังว่ารัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นจะได้คำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย เข้าใจว่าทุกคนอยากแก้ปัญหาให้ประเทศชาติ แต่ก็ขอให้ลดราวาศอกให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลขึ้นได้ก่อน”

    “ส่วนเงื่อนไขสำคัญที่บอกว่ารัฐบาลใหม่จะอยู่แค่ 4 เดือน ก็ต้องรอดูว่าเมื่อครบ 4 เดือนแล้ว จะยังยึดตามข้อตกลงหรือไม่ ซึ่งการกำหนดอายุรัฐบาลใหม่ 4 เดือน หากมีความตั้งใจและจับจุดถูกก็สามารถแก้ปัญหาได้ บางทีอยู่นานไปอาจเสียเวลาเปล่า จึงอยากฝากไปทั้งสีส้ม สีแดง สีน้ำเงิน ว่าเวลารับปากไว้แล้วให้ทำตามด้วย ประชาชนที่เลือกท่านเข้ามารอดูผลงานอยู่ ดังนั้น 4 เดือนหลังจากนี้ รัฐบาลใหม่ที่ได้อำนาจมาต้องใช้เวลาให้เป็นประโยชน์จริงๆ และต้องทำให้ทัน ส่วนปัญหาชายแดนคิดว่าจบแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหามากกว่านี้ เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดสงครามที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า”

    บุญชู กล่าวต่อว่า ส่วนข้อเสนอให้ยุบสภาเลยทันทีในเวลานี้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วย ควรเดินหน้าต่อไปอีก 4-6 เดือนดีกว่า อย่างน้อยก็ต้นปี 2569 ค่อยมาว่ากันอีกที เวลานี้ควรช่วยกันแก้ปัญหาประคับประคองรัฐไทยให้รอดปลอดภัยกันไปก่อน หากยุบสภาตอนนี้ จะเสียเวลาไปอีกหลายเดือน และเราเสียเวลามามากแล้ว ปีนี้เราลอยอังคารกันแล้วก็ลอยให้มันหมดๆ ไป ปีหน้าค่อยว่ากันถ้าจะยุบสภา และน่าจะเป็นปีที่หลายๆ อย่างดีขึ้น เพราะเราผ่านอะไรที่ไม่ดีมาเยอะแล้ว 

    “สิ่งที่รัฐบาลใหม่จะต้องเร่งแก้ปัญหาในตอนนี้มีเกือบทุกเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ภาคส่งออกมีปัญหา ส่งออกได้ลดลง ปัญหาการลงทุนที่ชะลอตัวทำให้กระทบแหล่งรายได้ การใช้จ่ายในประเทศก็มีปัญหา การท่องเที่ยวอ่อนแอลง ประเทศคู่แข่งแย่งเราไปเยอะ โดยเฉพาะภาคใต้เศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดคือการท่องเที่ยว ส่วนยางพารา ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชเศรษฐกิจที่รุ่นลูกรุ่นหลานอาจสนใจน้อยลง และหันไปสนใจธุรกิจที่ต่อยอดนวัตกรรมมากขึ้น ดังนั้นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ต้องเข้ามาส่งเสริมภาคใต้คือการท่องเที่ยวและภาคบริการ”

    The-private-sector-in-the-South-is-concerned-about-the-establishment-SPACEBAR-Photo01.jpg

    The-private-sector-in-the-South-is-concerned-about-the-establishment-SPACEBAR-Photo03.jpg

    The-private-sector-in-the-South-is-concerned-about-the-establishment-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/the-private-sector-in-the-south-is-concerned-about-the-establishment-of-a-4-month-government-which-will-affect-national-confidence&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ssdrdqfPEl8vg4u4BxYH1

  • ลุ้นทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่! ตลท.เตรียมผลักดัน “จั๊มพ์ พลัส” หนุนตลาดทุนโตต่อ

    ลุ้นทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่! ตลท.เตรียมผลักดัน “จั๊มพ์ พลัส” หนุนตลาดทุนโตต่อ

    ลุ้นทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่! ตลท.เตรียมผลักดัน “จั๊มพ์ พลัส” หนุนตลาดทุนโตต่อ

    นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ว่า นักลงทุนชอบความชัดเจนทางการเมือง คาดหวังว่าจะได้นายกฯคนใหม่ พร้อมนโยบายชัดเจนมากขึ้น 

    ทั้งนี้จากการพบปะพูดคุยกับนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา กลับพบว่านักลงทุนส่วนใหญ่ค่อนข้างคุ้นเคยการเปลี่ยนแปลง ถือเป็นเรื่องที่ไม่แปลกใหม่ แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องการเห็นภาพชัดคือโครงการต่างๆที่ได้นำเสนอไปนั้นถือว่าค่อนข้างดีแต่จะสามารถเกิดขึ้นจริงเมื่อไหร่ นี่คือสิ่งที่นักงลงทุนโฟกัส

    ถามว่า ความเสี่ยงที่อาจเลือกนายกฯไม่ได้จะส่งผลอย่างไร ?

    ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นักลงทุนถือว่าคุ้นเคยต่อการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

    “ความไม่แน่นอนทางการเมืองตอนนี้เริ่มชัดมากขึ้น แต่จะเห็นว่าฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้ามาก่อนหน้านี้กก่อนที่จะมีความชัดเจน นั่นอาจเพราะบริษัทจดทะเบียนมีการฟื้นตัวที่ดี มีอนาคต อัพไซด์ดี มีปันผลน่าสนใจจึงเข้ามาลงทุน”

    ถามว่า รมว.คลังคนใหม่ต้องเป็นอย่างไร ?

    อยากให้เข้าใจเรา เข้าใจตลาดทุนดี เนื่องด้วยตลาดทุนเป็นเครื่องมือในการระดมทุน จึงคาดหวังทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่จะเข้าใจและสามารถใช้เครื่องมือนี้ได้

    อีกทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯพร้อมเสนอนโยบายที่ผลักดันก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะโครงการจั๊มพ์ พลัส (Jump+) ต่อ รมว.คลังคนใหม่พิจารณาเนื่องด้วยเชื่อมั่นว่าเป็นโครงการที่สร้างการเติบโตที่ดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมและบริษัทจดทะเบียน โดยล่าสุดมีบริษัทจดทะเบียนไทยเข้าสมัครรวม 35 บริษัท ถือเป็นสัญญาณที่ดีและมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง

    ส่วนโครงการ G-TOKEN จะเกิดขึ้นหรือไม่นั้น เบื้องต้นยังไม่มีความชัดเจน คงต้องให้รมว.คลังคนใหม่พิจารณา

    อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์การเมืองที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้(5 ก.ย.68)เกิดความผันผวน ตลาดหลักทรัพย์ฯมีเครื่องมือที่พร้อมจะตั้งรับได้อย่างแน่นอน.

    เกาะติดการเมืองชัด

    ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท. กล่าวว่า ตลาดทุนชอบความชัดเจนในทุกเรื่อง ดังนั้นการเมืองภาพเริ่มชัด การไม่ติดขัดด้านนโยบายต่างๆถือเป็นเรื่องที่ดี อีกทั้งพรบ.งบประมาณผ่านพ้นไปแล้วจึงสามารถเดินหน้าผลักดันงบประมาณได้

    สำหรับภาพรวมภาวะตลาดตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยเดือนสิงหาคม 2568 ได้รับแรงหนุนจากสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธาน Fed ส่งสัญญาณถึงโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน 2568

    ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมที่ขยายตัวต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ตาม เงินทุนต่างชาติไหลออกจากทั้งตลาดพันธบัตรและหุ้นไทย ท่ามกลางส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลของไทยและสหรัฐที่กว้างขึ้น หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เป็น 1.50% ต่อปี ส่งผลให้ดัชนี SET Index ในเดือนสิงหาคม 2568 ปรับตัวลงเล็กน้อย 0.5% จากสิ้นเดือนกรกฎาคม 

    สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยเป็น 2% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.8% ตามการเร่งส่งออกสินค้าก่อนที่ภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ แม้ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 2/2568 ขยายตัว 2.8% ชะลอลงจาก 3.2% ในไตรมาส 1/2568 ปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของการผลิตนอกภาคเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว

    ภาพรวมกำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 ของบริษัทจดทะเบียนเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีผลการดำเนินงานดีกว่าคาดปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ความสำเร็จของงาน Thailand Focus 2025 และผลตอบแทนหุ้น IPO ที่เริ่มฟื้นตัวในเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทย.

    ลุ้นทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่! ตลท.เตรียมผลักดัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/729866&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zbZuRfzsJ2qeQcbd–J2L

  • ‘ผู้ว่าการธปท.’ ชี้การเมืองไทย กดดันเศรษฐกิจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น | เดลินิวส์

    ‘ผู้ว่าการธปท.’ ชี้การเมืองไทย กดดันเศรษฐกิจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5082766/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1s1pdKNffBPvtKIfNUlRQ2

  • สะท้อน 3 ปัญหาใหญ่ชายแดนสุรินทร์ ทั้งความมั่นคง-เศรษฐกิจตกต่ำ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    สะท้อน 3 ปัญหาใหญ่ชายแดนสุรินทร์ ทั้งความมั่นคง-เศรษฐกิจตกต่ำ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109096&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2S6tO2meAT58k88Z59R_EV

  • จ.สุรินทร์  ร่วมประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ จังหวัดนครราชสีมาและการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังห

    จ.สุรินทร์  ร่วมประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ จังหวัดนครราชสีมาและการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังห

    จ.สุรินทร์  ร่วมประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ จังหวัดนครราชสีมาและการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ ครั้งที่ ๖/๒๕๖๘ 


    4/09/2568 | 11 |

    จ.สุรินทร์  ร่วมประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ จังหวัดนครราชสีมาและการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ ครั้งที่ ๖/๒๕๖๘ 

    วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๓๐ น. นายชำนาญ  ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ มอบหมายให้ นายวีระชัย  ประเสริฐโส  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ร่วมประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ จังหวัดนครราชสีมาและการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ ครั้งที่ ๖/๒๕๖๘ ระหว่างวันที่ ๔-๕ กันยายน ๒๕๖๘ ณ  โรงแรมไอซาน่า โคราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา  โดยมีนายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน  พร้อมด้วยนายธงชัย โอฬารวัฒนะชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ หัวหน้าส่วนราชการและภาคเอกชน ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ เข้าร่วมการประชุมฯ        จากนั้นได้รับฟังการอภิปราย หัวข้อ “อวดเมือง อวดของดีบ้านฉัน เทศกาลสร้างสรรค์ กระตุ้นเศรษฐกิจ” และ หัวข้อ “ทิศทางการเกษตรอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจนครชัยบุรินทร์” โอกาสนี้ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว One Day Trip ในเมือง โคราช เชื่อมโยงโครงการอวดเมือง ๒๕๖๘  และร่วมเปิดเวที แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างภาครัฐ เอกชน และเวทีนำเสนอโครงการของผู้แทนผู้นำคลื่นลูกใหม่ (Young Public and Private Collaboration : YPC นครชัยบุรินทร์) 


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/420747&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mZ0viPxjkzcklsqLNV08_

  • ปตท. ผนึก วว. ร่วมพัฒนาศักยภาพการบริหารองค์กร ระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

    ปตท. ผนึก วว. ร่วมพัฒนาศักยภาพการบริหารองค์กร ระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

    เศรษฐกิจ

    ปตท. ผนึก วว. ร่วมพัฒนาศักยภาพการบริหารองค์กร ระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

    วันพฤหัสบดี ที่ 04 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.40 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ปตท. ผนึก วว. ร่วมพัฒนาศักยภาพการบริหารองค์กร ระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

    บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพการบริหารองค์กร เพื่อส่งเสริมระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยมีนายวุฒิกร สติฐิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ ผศ.ดร. วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ร่วมลงนาม พร้อมด้วย นายรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ รักษาการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมโครงการและการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ ปตท. และ ดร. จิตรา ชัยวิมล รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม วว. ร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนานวัตกรรมด้านการจัดการพลังงานและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง อาทิ การประยุกต์ใช้ Energy Management Platform (AIoT Platform) การสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการผ่านการพัฒนาประสิทธิภาพการวิจัยและนวัตกรรมการผลิตสมุนไพรและเครื่องสำอาง รวมถึงศึกษาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านปัจจัยหรือกลไกสำคัญที่สนับสนุนให้ธุรกิจหลักขององค์กรเติบโตและประสบความสำเร็จ ตามโครงการคู่ความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ ที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจมอบหมายให้ ปตท. และ วว. เป็นคู่ความร่วมมือ ยกระดับศักยภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/economy/445118&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FIqIEsf7hzxDJmIKyiRgj

  • IMF หั่นเป้าจีดีพีกัมพูชาโตแค่ 4.8% เตือนรัฐเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ-ปราบโกงหากหวังพ้นสถานะประเทศยากจน

    IMF หั่นเป้าจีดีพีกัมพูชาโตแค่ 4.8% เตือนรัฐเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ-ปราบโกงหากหวังพ้นสถานะประเทศยากจน

    IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจกัมพูชา ตัวเลขจีดีพีปีนี้จะโตแค่ 4.8% เตือนรัฐบาลเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ-ปราบคอร์รัปชั่น หากหวังพ้นสถานะประเทศยากจน ภายในปี 2572  

    วันที่ 4 กันยายน 2568 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจกัมพูชา ปี 2568 เหลือขยายตัวเพียงแค่ 4.8% จากปีก่อนพุ่งถึง 6% เหตุมาจากปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาการค้าระหว่างประเทศ และยอดเงินโอนแรงงานหด พร้อมเตือนรัฐบาลต้องเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ เดินหน้าปราบคอร์รัปชั่น หากหวังพ้นสถานะประเทศยากจนภายในปี 2572

    โดย ไอเอ็มเอฟ ออกแถลงหลังเสร็จสิ้นภารกิจหารือกับทางการกัมพูชา ภาคเอกชน และองค์กรพัฒนา ระบุว่า สาเหตุหลักมาจาก ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าโลก ข้อพิพาทชายแดนกับไทย และปัญหาเงินโอนกลับจากแรงงานกัมพูชาต่างแดนที่ลดลง แม้ช่วงต้นปี 2568 เศรษฐกิจยังขับเคลื่อนด้วยการส่งออกเสื้อผ้า ผลิตผลเกษตร และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

    พร้อมกันนี้ IMF เตือนว่า หากข้อพิพาทชายแดนปะทุรุนแรงขึ้นกว่าที่คาด จะกดดันการส่งออก การท่องเที่ยว และการเติบโตมากขึ้น ขณะที่ในประเทศยังเผชิญปัญหาหนี้เอกชนสูง หนี้เสียในภาคท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์พุ่งเกิน 7% อาจกระทบเสถียรภาพการเงินครัวเรือนและธุรกิจ

    ขณะที่ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังกัมพูชาเพิ่งประกาศเมื่อปลายเดือนสิงหาคมว่า ได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปี 2568 ลงเหลือ 5.0% จากที่เคยประเมินไว้ 6.3%

    นอกจากนี้ IMF ออกคำแนะนำต่อรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า รัฐบาลต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เสริมศักยภาพการผลิต และกระจายฐานการเติบโต พร้อมปรับปรุงบรรยากาศธุรกิจ ด้วยการ ปราบคอร์รัปชัน เสริมหลักนิติธรรม คุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน และเพิ่มความโปร่งใส อย่างไรก็ตาม IMF ชี้ว่าหากกัมพูชาสามารถดูดซับแรงงานที่กลับจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในประเทศได้สำเร็จ จะช่วยเพิ่มการบริโภคและบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน 

    ขณะเดียวกันแนะนำให้มีการลงทุนใน ทุนมนุษย์ การศึกษา และทักษะแรงงาน เพื่อดึงดูดการลงทุนและยกระดับอุตสาหกรรม นอกจากนี้จะต้องใช้นโยบายการคลังอย่าง เฉพาะเจาะจงและชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนยากจนและแรงงานตกงาน แต่ยังคงวินัยการคลัง

    ในส่วนของระยะกลาง ควรมีแผนจัดเก็บรายได้ที่น่าเชื่อถือ เช่น ลดการยกเว้นภาษีจำนวนมาก และบังคับใช้กฎหมายภาษีอย่างจริงจัง เพื่อเปิดพื้นที่งบประมาณสำหรับการใช้จ่ายด้านการศึกษา สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2880698&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16UvWNbF9uik32dDTfj1x4

  • เงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง!ส่งสัญญาณใหม่ต่อเศรษฐกิจและตลาดคริปโต

    เงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง!ส่งสัญญาณใหม่ต่อเศรษฐกิจและตลาดคริปโต

    เงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง!ส่งสัญญาณใหม่ต่อเศรษฐกิจและตลาดคริปโต

    ดัชนี Truflation US Inflation Index รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ล่าสุด (3 กันยายน 2025) อยู่ที่ 2.02% เมื่อเทียบรายปี ลดลงจากระดับ 2.7% ที่สำนักงานสถิติแรงงาน (Bureau of Labor Statistics: BLS) เปิดเผยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ความแตกต่างนี้สะท้อนว่าข้อมูลแบบเรียลไทม์ของ Truflation ซึ่งอัปเดตทุกวันด้วยระบบ API-driven methodology อาจให้ภาพที่รวดเร็วและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงมากกว่ารายงานรายเดือนแบบดั้งเดิม

    ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับสัญญาณที่เคยปรากฏในช่วงต้นปี เมื่อ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กล่าวในเดือนกุมภาพันธ์ว่าเงินเฟ้อทั่วไป (PCE Index) ลดลงจาก 5.2% เหลือเพียง 2.5% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันด้านราคาในเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังคลายตัวอย่างต่อเนื่อง

    จากมุมมองการวิจัยของ National Bureau of Economic Research (2023) การลดลงของเงินเฟ้อมักจะช่วยเพิ่มความกล้าเสี่ยงของนักลงทุน (risk appetite) และกระตุ้นการไหลเข้าของเงินทุนสู่สินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดคริปโต อย่างไรก็ตาม รายงานจาก IMF (2024) ก็เตือนว่าตลาดคริปโตยังคงเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนและกฎระเบียบที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งหมายความว่าภาพบวกจากเงินเฟ้อที่ลดลง ไม่ควรถูกตีความแบบตรงไปตรงมาเพียงอย่างเดียว

    การที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่สะท้อนถึงทิศทางเศรษฐกิจที่กำลังปรับสมดุล แต่ยังเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ตลาดการเงินและนักลงทุนทั่วโลก และ ตลาดคริปโตที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงครึ่งหลังของปี 2025

    ที่มา: @rovercrc

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2025/09/03/us-inflation-drop-2025-crypto-market-signal/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3F3p7eIuEH4SdbCtREBwq0

  • จ.เพชรบูรณ์ เร่งล้างและทำความสะอาดเขตเศรษฐกิจในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก

    จ.เพชรบูรณ์ เร่งล้างและทำความสะอาดเขตเศรษฐกิจในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก

    วันนี้ (3 กันยายน 2568) เวลา 15.00 น.กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของนายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์มอบหมายให้เทศบาลเมืองหล่มสัก เร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยนายกิตติ พั้วช่วย นายกเทศมนตรีเมืองหล่มสัก ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เทศบาลเมืองหล่มสัก เร่งดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย ทำการล้างถนนในเขตเทศบาล ขนย้ายขยะสิ่งปฏิกูล ซ่อมฝาท่อระบายน้ำ ไฟฟ้าสาธารณะ เพื่อให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมโดยเร็ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/56624&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DlcPFJtXgCOXU6vGhDtoO

  • นักวิชาการ-ภาคเอกชน ห่วงปัญหาเศรษฐกิจหลังการเมืองวุ่น

    นักวิชาการ-ภาคเอกชน ห่วงปัญหาเศรษฐกิจหลังการเมืองวุ่น

    กรุงเทพฯ 3 ก.ย. – นักวิชาการ ภาคเอกชน ห่วงปัญหาเศรษฐกิจ ช่วงการเมืองวุ่นวาย วอนเร่งรัดงบปี 69 หาทางช่วยเอสเอ็มอี ร้านค้ารายย่อย ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน

    รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารร ะดับสูง (วบส.) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมือง มีทั้งเรื่องการทูลเกล้าฯ เสนอยุบสภา ขณะที่พรรคประชาชน หนุนยกมือให้ “อนุทิน” เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ สังคมจึงมองว่า ประธานสภา ต้องรอดูว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ ยุบสภาหรือไม่ ในช่วงเสนอยุบสภา ท่ามกลางช่วงรอยต่อนี้ ยังมีปัญหาเศรษฐกิจรอแก้ไขอีกมากในช่วงระยะสั้น

    แม้จะตั้งรัฐบาลใหม่ ต้องยุบสภาตามข้อตกลงในอีก 4 เดือนข้างหน้า แต่การมีรัฐบาลใหม่ในช่วงเวลาจำกัด อาจมีปัจจัยบวกจุดประกายให้มีความหวังขึ้นมาบ้าง ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว การขาดดุลงบปี 69 วงเงิน 8 แสนล้านบาท ต้องหวังให้มีการเร่งรัดลงทุนออกสู่ระบบ การส่งออกครึ่งปีหลังซบเซา หลังได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐร้อยละ 19 แม้เป็นช่วงรอยต่อทางการเมือง กระทรวงคลัง พาณิชย์ อุตสาหกรรม ต้องทำงานหนักแม้ไม่ใช่ออกนโยบายเชิงหาเสียง แต่ต้องหาทางช่วยเหลือเอสเอ็มอีและประชาชน เพราะเศรษฐกิจไทยมีปัญหามากช่วงนี้

    นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยช่วงนี้เปราะบางอย่างมาก หลายฝ่ายคาดว่าจีดีพีในปี 68 เติบโตร้อยละ 2 นับว่ารั้งท้ายสุดในกลุ่มอาเซียน โดยคาดการณ์เวียดนามเติบโตร้อยละ 8 ฟิลิปปินส์โตร้อยละ 5.5 อินโดนิเซียเติบโตร้อยละ 5.1 มาเลเซียร้อยละ 4.4 ประเทศเพื่อนบ้านเหมือนวิ่งบนถนนคอนกรีต ส่วนไทยวิ่งบนถนนลูกรังฝุ่นตลบ

    แม้ไทยจะมีรัฐบาลรักษาการเพียงช่วงสั้น แต่ขอให้ผลักดันมาตรการดูแลรายย่อย ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะมีความเสียหายหนักในช่วงที่ผ่านมา หาทางดึงแรงงานต่างชาติจากประเทศอื่นเข้ามาชดเชย ส่งเสริมการนำเทคโนโลยี และ AI เข้ามาใช้พัฒนากิจการ ยอมรับปัญหาการเมืองก็ต้องเร่งแก้ไข แต่ปัญหาปากท้องชาวบ้านต้องลืมไม่ได้ แม้จะเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการ ยังจำเป็นต้องผลักเศรษฐกิจคนเดือนร้อนอีกหลายด้าน.-515- สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    ปทุมธานี 3 ก.ย. – เขยปืนโหด ถูกจับได้ว่าแอบคบกับน้องเมียวัย 13 ปี บุกยิงยกครัวเมียที่บ้านพัก ย่านปทุมธานี แม่ยาย-น้องเมีย-น้า เสียชีวิต ก่อนจบชีวิตตัวเองหนีความผิด เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.10 น. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 7 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จุดเกิดเหตุอยู่ด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่ง พบร่างนางทัศนี อายุ 46 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ด้านข้างโต๊ะกินข้าว ตามร่างกาย มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ข้างกันพบปลอกกระสุนปืนขนาด.380 ตกอยู่จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังพบร่างนายชัยวัฒน์ อายุ 43 ปี น้องชายนางทัศนีย์ ได้รับบาดเจ็บ ส่วนในบ้านพบ ด.ญ.วันเพ็ญ อายุ 13 ปี ลูกสาวนางทัศนีย์ ได้รับบาดเจ็บอีกราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยฯ […]

    รัฐสภา 3 ก.ย.-พรรคร่วมฯ ใหม่ ตบเท้าร่วมแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลกับ “ภูมิใจไทย” ก๊วน “สุชาติ-ธรรมนัส-สันติ” ร่วมด้วย ด้านงูเห่า “เพื่อไทย-ปชป.” โผล่โชว์ตัว บรรยากาศการประชุมพรรคภูมิใจไทย ภายหลังพรรคประชาชนมีมติโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลต่างทยอยเดินทางมาเพื่อรอแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลในเวลา 11:00 น. โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น สส.รวมไทยสร้างชาติ นำกลุ่ม 18 สส. เดินทางมาเป็นกลุ่มแรก อย่างไรก็ตามไม่พบว่ามี สส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ของกลุ่มนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินทางมาร่วมแต่อย่างใด ขณะที่ตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ นำโดย ชัยมงคล ไชยรบ สส.สกลนคร และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตามมาด้วยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่นำ สส.เพชรบูรณ์ มาร่วมด้วย จากนั้น พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมแกนนำพรรค เช่น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายไผ่ […]

    กรุงเทพฯ 2 ก.ย.- “ทักษิณ” ยอมรับผิด ไว้วางใจ “ธรรมนัส” มากเกินไป ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล ต้องรอดูพรรคประชาชน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ก.ย. สส.พรรคเพื่อไทย ประมาณ 10 คน ได้นัดเลี้ยงสังสรรค์ให้นายฉลาด ขามช่วง ที่ได้รับเลือกให้เป็นดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เมื่อเรื่องรู้ถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ จึงเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับนายฉลาด ด้วย โดยในวงรับประทานอาหาร นายทักษิณ พูดถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ถอนตัวจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยยอมรับผิดว่า “ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส มากเกินไป พี่ผิดไปแล้ว พี่ดูคนผิด” ทำให้ สส. ที่ร่วมวงอยู่นั้นสวนทันทีว่านายทักษิณ โดนคนหลอกตลอด ซึ่ง สส.ที่ร่วมวง ต่างเห็นตรงกันว่า ไม่เคยเห็นนายทักษิณ ยอมรับผิดแบบนี้มาก่อน เห็นได้ว่านายทักษิณ ได้แสดงท่าทีรู้สึกผิดมาก พร้อมกันนี้ สส. […]

    พรรคเพื่อไทย 2 ก.ย.- เปิดชื่อ 20 สส.เพื่อไทย เข้าชื่อส่งศาล รธน. ปมตุลาการหมดวาระ แต่ยังปฏิบัติหน้าที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 20 สส.เพื่อไทย นำโดย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานวิปรัฐบาล ได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการพิจารณาวินิจฉัย เรื่องพิจารณาที่ 17/2568 กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 วินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2568 ซึ่งเป็นวันวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ นายสราวุธ ทรงศิวิไล ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป แทน นายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง ดังนั้น เมื่อได้รับทราบถึงการมีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายสราวุธ แทนนายปัญญา ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว จึงไม่ควรที่จะให้ นายปัญญา […]

    ข่าวแนะนำ


    ดีเอสไอ 3 ก.ย.-รฟท.ประสาน DSI เลื่อนแจ้งความเอาผิดเรื่องเขากระโดงไม่มีกำหนด ความคืบหน้าการสืบสวนเรื่องร้องเรียนการครอบครองและการออกเอกสารสิทธิในที่ดินบริเวณเขากระโดงจังหวัดบุรีรัมย์ อันอาจเป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งอธิบดีดีเอสไอมีคำสั่งสืบสวน และดีเอสไอได้ดำเนินการสอบสวนปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานพบกลุ่มบุคคลและเจ้าหน้าที่รฟท.เกี่ยวข้อง ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ติดต่อจะมอบให้ฝ่ายกฎหมายเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ดำเนินการสอบสวนตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมมอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องวันนี้ เวลา 14.00น. ล่าสุดพ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย รฟท.ได้ประสานกลับมายังตน ขอเลื่อนการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ออกไปก่อน อย่างไม่มีกำหนด กรณีนี้ พนักงานสอบสวนดีเอสไอตรวจสอบพบ กลุ่มบุคคลและเจ้าหน้าที่การรถไฟเข้าไปเกี่ยวข้อง และการรถไฟฯ เป็นผู้เสียหายจึงประสาน รฟท.ไปให้มาแจ้งความดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลและเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่รัฐอื่นในการเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย บริเวณพื้นที่เขากระโดง ต.เสม็ด และ ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ หากรฟท.ไม่มาแจ้งร้องทุกข์ ก็เข้าข่ายละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ดีเอสไอจะทำหนังสือแจ้งรฟท.อีกครั้งให้มาแจ้งความร้องทุกข์ หากยังไม่มาอีก ก็จะประชุมพนักงานสอบสวน ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้บริหารการรถไฟฯ เรียกสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องฐานเป็นผู้สนับสนุนเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป.-สำนักข่าวไทย

    สระแก้ว 4 ก.ย.-ผู้ว่าฯ สระแก้ว สั่งติดป้ายให้ชาวกัมพูชา รื้อถอน-ย้ายออก พื้นที่บ้านหนองจาน ในส่วนของไทย หากฝ่าฝืนเอาผิด พ.ร.บ.คนเข้าเมือง-ป่าไม้ โทษปรับ-จำคุก เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน จ.สระแก้ว ติดตั้งประกาศบังคับใช้กฎหมายชาวกัมพูชาที่บุกรุกพื้นที่ในราชอาณาจักรไทย บริเวณบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยป้ายมี 3 ภาษา ไทย-กัมพูชา-อังกฤษ พร้อมแผนที่ ระบุว่า “ประกาศให้ชาวกัมพูชาที่บุกรุกถือครองที่ดินและอยู่อาศัยทำกินในราชอาณาจักรไทย เป็นการกระทำความผิดในราชอาณาจักรไทย ตามแผนที่แนบท้ายกรอบสีฟ้า หากเพิกเฉยไม่ดำเนินการจะดำเนินคดีและต้องรับโทษในราชอาณาจักรไทย หากเพิกเฉยไม่ดำเนินการจะดำเนินคดีและต้องรับโทษในราชอาณาจักรไทยตามกฎหมายดังนี้ 1.พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11 มาตรา 62 และมาตรา 81 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท 2.พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 และมาตรา 72 ตรี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 […]

    ชลบุรี 3 ก.ย. – คดีสังหารโหดหญิงปริศนายัดกระเป๋าเดินทาง โยนทิ้งอ่างเก็บน้ำ จ.ชลบุรี ตำรวจเร่งหาเบาะแสล่าตัวคนร้าย พบลายนิ้วมือแฝงบนดัมเบลที่ใช้ถ่วงน้ำหนักกระเป๋า ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน นำกระเป๋าเดินทางสีดำขนาดใหญ่ ซึ่งมีโซ่เหล็ก และกุญแจล็อกแน่นหนา ขึ้นมาตรวจสอบ หลังจากพบลอยอยู่ในอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ จากการตรวจสอบภายในกระเป๋า พบศพหญิงสาว อายุประมาณ 30 ปี ไม่ทราบสัญชาติ เปลือยท่อนบน นุ่งกางเกงขา 3 ส่วน สีครีม นอนขดตัวอยู่ในกระเป๋า พบร่องรอยเขียวช้ำบริเวณลำคอ กลางหน้าอก และดั้งจมูก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 วัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึงตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลว่า ผู้ตายเป็นใคร มาจากไหน ส่วนบริเวณช่องใส่ของด้านหน้ากระเป๋า พบแผ่นดัมเบล 9 แผ่น (ขนาดน้ำหนัก 5 กก. จำนวน 1 แผ่น / 2.5 […]

    3 ก.ย. – แห่แจ้งความเอาผิด “ภูมิธรรม” ปมยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภา ชี้ผิดมาตรา 112 และมาตรา 157 สะพัด! ตีกลับ พ.ร.ฎ.ยุบสภา เหตุไม่เป็นไปตามระเบียบ-กฤษฎีกาแย้งไร้อำนาจ ด้าน “อนุทิน” บอกยังเป็นแค่ข่าว รอรัฐบาลแจงดีกว่า นายไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และนายสุรทิน พิจารณ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เอาผิดนายภูมิธรรม เวชยชัย ในความผิดมาตรา 112 พร้อมเผยว่า การพยายามยื่นทูลเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภา ถือเป็นการกระทำที่มิบังควร เนื่องจากไม่มีอำนาจหน้าที่หรือสิทธิที่สามารถทำได้ นายไทกร ระบุว่า ได้รับข้อมูลว่านายภูมิธรรม นำเรื่องพระราชกฤษฎีกายุบสภาไปส่งยังสำนักพระราชวังแล้ว หนังสือฉบับนั้นได้ถูกส่งกลับมาที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แต่พรรคเพื่อไทยและนายภูมิธรรมยังไม่ยอมที่จะเคารพต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่รู้ว่าตนเองไม่มีสิทธิในการที่จะใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะยุบสภา กลับมีความพยายามที่จะเรียกประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะใหญ่ โดยมีการทาบทามให้ ดร.วิษณุ เครืองาม และคณะ มาทำหน้าที่ เพื่อที่จะตราพระราชกฤษฎีกายุบสภาขึ้นอีกฉบับใหม่ในวันพรุ่งนี้ เพื่อที่จะนำส่งสำนักพระราชวังอีกครั้ง ถือว่าการกระทำที่ไม่บังควร “ศุภชัย” […]

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/business-1580784&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-ednCX4Jpa2AEg6-oZNKN