Category: เศรษฐกิจ

  • จับตาที่ดินกรุงเทพฯ พุ่งต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจยังชะลอตัว

    จับตาที่ดินกรุงเทพฯ พุ่งต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจยังชะลอตัว

    จับตาที่ดินกรุงเทพฯ พุ่งต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจยังชะลอตัว

    ราคาที่ดินในกรุงเทพมหานครยังร้อนแรงไม่หยุด แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัวอย่างต่อเนื่องก็ตาม โดย ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2568 ราคาที่ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ยังคงถือที่ดินไว้อย่างมั่นใจ ไม่รีบขาย และยังไม่พบสัญญาณการปรับลดราคาในตลาด

    แม้เศรษฐกิจในประเทศจะเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ แต่ความต้องการที่ดินในย่านใจกลางเมืองยังได้รับความสนใจจากดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงนักลงทุนรายย่อยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากดีลซื้อขายขนาดใหญ่หลายรายการในช่วงปีที่ผ่านมา เช่น แสนสิริ เข้าซื้อที่ดินบนถนนสารสินในราคาเฉลี่ย 3.9 ล้านบาทต่อตารางวาซึ่งนับเป็นดีลที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์อสังหาฯ ไทย รวมถึงดีลของ AIA ประเทศไทย ที่เข้าซื้อที่ดินบนถนนรัชดาภิเษกขนาด 8 ไร่ มูลค่า 3,500 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 1.1 ล้านบาทต่อตารางวา

    นอกจากนี้ ยังมีการซื้อขายในระดับสูงต่อเนื่อง เช่น ที่ดินย่านชิดลมที่ปิดดีลไปกว่า 3 ล้านบาทต่อตารางวา รวมถึงพื้นที่สุขุมวิท-ทองหล่อ ที่ราคาทะยานแตะ 2.86 ล้านบาทต่อตารางวา ซึ่งสะท้อนชัดว่าราคาที่ดินกรุงเทพฯ “ขึ้นแล้วขึ้นเลย” และยังไม่มีทิศทางปรับลง

    อย่างไรก็ตาม แม้ความเคลื่อนไหวของตลาดที่ดินจะยังคึกคัก แต่จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า มูลค่าการซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั่วประเทศในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่เพียง 403,923 ล้านบาท ลดลงถึง 41.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 16 ปี สะท้อนถึงความระมัดระวังของนักลงทุนต่อสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา

    นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า การซื้อขายที่ดินในปีนี้ยังคงมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่รอบกรุงเทพฯ และแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ซึ่งเป็นทำเลที่ดีเวลลอปเปอร์นิยมใช้พัฒนาโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมระดับราคากลาง ขณะที่ที่ดินใจกลางเมืองยังคงเป็นเป้าหมายหลักของนักพัฒนารายใหญ่ เพียงแต่การปิดดีลต้องใช้เวลาพิจารณานานขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินสูงเกินระดับที่ผู้ซื้อบางรายรับได้

    ข้อมูลล่าสุดจากคอลลิเออร์สระบุว่า 10 ทำเลที่มีราคาเสนอขายที่ดินสูงสุดในกรุงเทพฯ ได้แก่

    1. วิทยุ 4,000,000 บาท/ตร.วา
    2. ชิดลม 3,200,000 บาท/ตร.วา
    3. เพลินจิต 3,000,000 บาท/ตร.วา
    4. สีลม 2,700,000 บาท/ตร.วา
    5. สุขุมวิท-ทองหล่อ 2,600,000 บาท/ตร.วา
    6. สาทร 2,500,000 บาท/ตร.วา
    7. สุขุมวิท-อโศก 2,550,000 บาท/ตร.วา
    8. เยาวราช 1,900,000 บาท/ตร.วา
    9. พญาไท 1,800,000 บาท/ตร.วา
    10. สุขุมวิท-เอกมัย 1,800,000 บาท/ตร.วา

    นายภัทรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ทำเลซีบีดีอย่างหลังสวน สีลม สาทร และสุขุมวิท ยังคงเป็นแหล่งที่ดินราคาสูงสุดของประเทศ โดยเฉพาะหลังการซื้อขายสถานทูตออสเตรเลียบนถนนสาทรที่เฉลี่ยกว่า 1.45 ล้านบาทต่อตารางวา ส่งผลให้ราคาที่ดินในย่านเดียวกันขยับขึ้นแตะ 2 ล้านบาทต่อตารางวา แล้วในปัจจุบัน

    ขณะเดียวกัน เจ้าของที่ดินจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมามองโมเดลการสร้างรายได้รูปแบบใหม่ แทนการขายขาด เช่น การให้เช่าระยะยาวแบบ ลีสโฮลด์ (Leasehold) หรือการร่วมลงทุนพัฒนาโครงการ (Joint Venture) โดยเฉพาะที่ดินในย่านไพรม์โลเคชันที่มีแนวโน้มปรับราคาขึ้นมากกว่า 10% ต่อปี ทำให้เจ้าของที่ดินลังเลที่จะขายขาด แต่เลือกบริหารสินทรัพย์ให้เกิดรายได้ต่อเนื่องแทน

    คอลลิเออร์สคาดว่า ในปี 2569 ราคาที่ดินในย่านซีบีดีของกรุงเทพฯ จะยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากโครงสร้างราคาที่ดินในไทยมัก “ขยับขึ้นแบบยกแผง” และแทบไม่เคยปรับลดลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนการพัฒนาที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อราคาบ้านและคอนโดฯ ในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/real-estate/642007&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3z3J2Z-sFcW-ghoUTorIBT

  • “อินโดนีเซียควรยืนหยัดในจุดยืนของตนในการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ”

    “อินโดนีเซียควรยืนหยัดในจุดยืนของตนในการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ”

    DITP LogoDITP Logo Asset

    404 This page could not be found.

    The requested URL was not found on this server.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/fjd0uvc5f43n3vu9chohf5ny&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rGar6X5COBEPGdrMJmFaW

  • “

    “สองเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย: การส่งออกและการท่องเที่ยว”


    22/10/2568 | 72 |

    เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกสูงมาก โดยมี “การส่งออกสินค้า” และ “การท่องเที่ยว” เป็นเสาหลักในการสร้างรายได้เงินตราต่างประเทศและขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกผันผวน การทำความเข้าใจบทบาทของสองภาคส่วนนี้ รวมถึงการปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มโลก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพและความมั่งคั่งของชาติ

    บทบาทของการส่งออก (อ้างอิงจาก กระทรวงพาณิชย์ หรือ ธปท.)

    การส่งออกเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศไทย คิดเป็นสัดส่วนสำคัญของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สถานการณ์และแนวโน้มที่สำคัญ ได้แก่:

    1. ความผันผวนตามเศรษฐกิจโลก: มูลค่าการส่งออกของไทยมักขึ้นอยู่กับอุปสงค์และภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และยุโรป

    2. การปรับโครงสร้างสินค้า: ไทยกำลังเผชิญความท้าทายในการยกระดับสินค้าส่งออกไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า และสินค้าเกษตรแปรรูป

    3. นโยบายการค้าของภาครัฐ: กระทรวงพาณิชย์ มีบทบาทในการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และการขยายตลาดใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทย

    💡 เคล็ดลับการเขียน: เน้นย้ำว่าการส่งออกยังคงเป็นตัวชี้วัดสำคัญของสุขภาพเศรษฐกิจ และอ้างอิงการขยายตัว (หรือการหดตัว) ของมูลค่าการส่งออกล่าสุดจากข้อมูลของ ธปท. หรือ กระทรวงพาณิชย์

    บทบาทของการท่องเที่ยว (อ้างอิงจาก ททท. หรือ ธปท.)

    ภาคการท่องเที่ยวถูกขนานนามว่าเป็น “พระเอก” ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในช่วงหลังวิกฤต เป็นแหล่งสร้างงานและกระจายรายได้สู่ภูมิภาคต่าง ๆ:

    1. การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง: หลังการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ภาคการท่องเที่ยวมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยกลับมา และนำรายได้เงินตราต่างประเทศเข้าสู่ประเทศอย่างมหาศาล

    2. นโยบายการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีนโยบายมุ่งเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ (Quality Tourists) ที่มีการใช้จ่ายสูง และการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

    3. การกระจายรายได้สู่เมืองรอง: ภาครัฐพยายามใช้มาตรการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางและใช้จ่ายในพื้นที่เมืองรอง เพื่อกระจายเม็ดเงินสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ความท้าทายร่วมกันและการเติบโตอย่างยั่งยืน

    แม้ว่าทั้งสองภาคส่วนจะเป็นเครื่องยนต์หลัก แต่ก็เผชิญความท้าทายที่ต้องแก้ไขร่วมกัน:

    • ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าหรืออ่อนค่าอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของผู้ส่งออกและผู้ประกอบการท่องเที่ยว

    • การปรับตัวเข้าสู่ ESG/BCG: การส่งออกต้องเผชิญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ของประเทศคู่ค้า ในขณะที่การท่องเที่ยวต้องปรับสู่ความยั่งยืน (Green Tourism) ตามนโยบาย BCG Economy ของรัฐบาล

    • การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ เช่น ท่าเรือ รถไฟ และสนามบิน ยังคงมีความจำเป็น เพื่อสนับสนุนทั้งการขนส่งสินค้าและการรองรับนักท่องเที่ยว


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/433631&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0t0fTJ7HI8rkT9cMJqVHPe

  • ผู้นำคนใหม่ญี่ปุ่นประกาศเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ-สู้เงินเฟ้อ : อินโฟเควสท์

    ผู้นำคนใหม่ญี่ปุ่นประกาศเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ-สู้เงินเฟ้อ : อินโฟเควสท์

    ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีคนใหม่และนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น เปิดเผยในการแถลงข่าววานนี้ (21 ต.ค.) ว่า รัฐบาลของเธอจะเร่งจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น พร้อมปฏิเสธแนวคิดที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ก่อนกำหนด โดยระบุว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยของเธอจะให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก

    แหล่งข่าวเผยว่า ทาคาอิจิ วัย 64 ปี ได้สั่งการรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก ให้เร่งรวบรวมชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

    เธอให้คำมั่นว่า จะยกเลิกอัตราภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราวโดยเร็ว และขยายเกณฑ์รายได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีจากปัจจุบันที่ 1.03 ล้านเยน (ประมาณ 6,800 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยจะ “รับฟังความเห็นจากพรรคฝ่ายค้าน”

    ทาคาอิจิกล่าวว่า มาตรการทางเศรษฐกิจเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มรายได้สุทธิของประชาชนและลดภาระของครัวเรือน พร้อมเสริมว่า เธอจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อบรรเทาผลกระทบเชิงลบจากมาตรการภาษีที่สูงขึ้นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ

    สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สำหรับด้านการต่างประเทศ ทาคาอิจิระบุว่า เธอตั้งตารอที่จะพบปะกับเหล่าผู้นำจากประเทศอื่น ๆ ในการประชุมสุดยอดผู้นำชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ประเทศมาเลเซียในสุดสัปดาห์นี้ และการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่จะเปิดฉากขึ้นที่เกาหลีใต้ในปลายเดือนนี้

    ทั้งนี้ ทาคาอิจิได้แสดงความหวังว่าจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจกันอย่างลึกซึ้งกับทรัมป์ ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ในการกล่าวถึงกำหนดการเยือนญี่ปุ่นของทรัมป์ที่คาดว่าจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า

    นอกจากนี้ ทาคาอิจิ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากมุมมองที่แข็งกร้าวในประเด็นการทูตและกลาโหม ยังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลจะเริ่มดำเนินการทบทวนเอกสารด้านความมั่นคงที่สำคัญของประเทศ รวมถึงยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นแนวทางนโยบายระยะยาวด้วย

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/539304&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2cgg5RLqqgYabkufyGb612

  • ลาริญานี: รายงานของกรอสซีไม่มีผลกระทบใดๆ ▪️เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของอิรัก:

    ลาริญานี: รายงานของกรอสซีไม่มีผลกระทบใดๆ ▪️เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของอิรัก:

    ลาริญานี: รายงานของกรอสซีไม่มีผลกระทบใดๆ
    ▪️เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของอิรัก:
    🔻ตามที่นายอารักชี เคยกล่าวไว้ว่า หากมีการเปิดใช้กลไก snapback เราจะทบทวนข้อตกลง — ขณะนี้สิ่งนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และข้อตกลงดังกล่าวถือว่าเป็นโมฆะไปแล้ว ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการหลีกเลี่ยงการใช้กลไกนี้
    🔸 อย่างไรก็ตาม หากสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ มีข้อเสนอใด ๆ เราจะพิจารณาภายในสำนักเลขาธิการ
    🔻ลาริญานีกล่าวถึงรายงานที่กรอสซีเตรียมนำเสนอแก่คณะผู้ว่าการ IAEA ว่า: นายกรอสซีได้ทำหน้าที่ของเขาแล้ว และรายงานของเขาจะไม่มีผลใดๆ

  • รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของ สปป.ลาว ประจำเดือน กันายนยน 2568

    รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของ สปป.ลาว ประจำเดือน กันายนยน 2568

    โดย

    Boualaphat@ditp.go.th

    ลงเมื่อ

    21 ตุลาคม 2568 16:30

    สคต. ณ กรุงเวียงจันทน์ (สปป.ลาว) (TTC, Vientiane (Lao PDR))

    5

    รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประ.pdf

    Share :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/yyyogyzuyo6980y08hyh4xj2&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22vgQSmQjEwMlYvnswWzGQ

  • ครม. เคาะอัดฉีด 4.37 ล้านล้าน ขีดเส้นเบิกจ่ายงบปี 69 กระตุ้นเศรษฐกิจ

    ครม. เคาะอัดฉีด 4.37 ล้านล้าน ขีดเส้นเบิกจ่ายงบปี 69 กระตุ้นเศรษฐกิจ

    เศรษฐกิจ

    21 ต.ค. 2025 เวลา 14:25 น.

    ครม. เห็นชอบมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบปี 69 วงเงินรวมกว่า 4.37 ล้านล้านบาท ตั้งเป้าอัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบ กำหนดเป้าหมายเบิกจ่ายรวมไม่น้อยกว่า 93% รายจ่ายลงทุน 75%

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ประชุม ครม.) วันนี้ (21 ต.ค.68) ที่ประชุมได้อนุมัติมาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทางให้ทุกหน่วยงานของรัฐเร่งผลักดันเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยมีเม็ดเงินจาก 3 ส่วนหลัก รวมกว่า 4.37 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย 

    1. งบประมาณรายจ่ายปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท 
    2. เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี 2568 วงเงิน 3.21 แสนล้านบาท 
    3. งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ วงเงิน 2.65 แสนล้านบาท

    “มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ นโยบาย Quick Big Win ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เม็ดเงินจากงบประมาณลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็ว เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ”

    สำหรับปีงบประมาณ 2569 ได้มีการกำหนดเป้าหมายการเบิกจ่าย และการก่อหนี้ผูกพันที่ชัดเจน และท้าทาย เพื่อให้แน่ใจว่าเม็ดเงินจะถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่า 93% แบ่งเป็น รายจ่ายประจำไม่น้อยกว่า 98% รายจ่ายลงทุนไม่น้อยกว่า 75% และงบลงทุนรัฐวิสาหกิจไม่น้อยกว่า 95% ขณะที่กำหนดเป้าหมายการก่อหนี้ผูกพันไว้ที่ 100% ทั้งในส่วนของรายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุน

    คุมเข้มหน่วยงานรัฐ-รัฐวิสาหกิจ

    ทั้งนี้ ครม. ได้กำหนดแนวปฏิบัติที่เข้มงวดสำหรับทุกหน่วยงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ดังนี้

    1.เร่งรัดการก่อหนี้ รายการจัดซื้อจัดจ้างปีเดียวต้องก่อหนี้ให้เสร็จในไตรมาสที่ 1 (ต.ค. – ธ.ค. 68) ส่วนรายการผูกพันข้ามปีงบประมาณใหม่ ต้องก่อหนี้ให้เสร็จในไตรมาสที่ 2 (ม.ค. – มี.ค. 69)

    2.จ่ายเงินรวดเร็ว เมื่อตรวจรับงานถูกต้องแล้ว ต้องเบิกจ่ายเงินให้คู่สัญญาภายใน 5 วันทำการ

    3.ประเมินผลงาน ให้นำผลการเบิกจ่าย และการก่อหนี้มาใช้เป็นตัวชี้วัดในการประเมินผลการปฏิบัติงานของหัวหน้าหน่วยงาน และจะถูกนำไปพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณในปีถัดไป

    4.รัฐวิสาหกิจต้อง Front-Loaded ให้ปรับเพิ่มแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก และให้เป้าหมายการเบิกจ่าย 95% เป็นตัวชี้วัด (KPI) ของผู้บริหารสูงสุด

    มาตรการทั้งหมดนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า และเปลี่ยนให้งบประมาณภาครัฐเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1204091&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LnjGZpytK7qd2KVTiDMFM

  • เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย – จีน หนุนเศรษฐกิจ

    เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย – จีน หนุนเศรษฐกิจ

    วันนี้ (21 ตุลาคม) ได้มีการจัดพิธีเปิดประเพณีงานเจ เยาวราช ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ที่ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์

    โดยมี ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมในพิธีเปิดครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิดความสัมพันธ์ที่ดี 50 ปี ไทย – จีน

    ธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ประเพณีถือศีลกินเจเป็นประเพณีอันดีงามที่สืบทอดมายาวนาน การสืบทอดวัฒนธรรมและประเพณีนี้จะส่งผลให้เกิดภาพเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะการร่วมมือกันของคนในท้องถิ่นและความสามัคคีของหมู่คณะ และถือเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวให้ทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มาลิ้มรสอาหารที่ดีที่สุดของเยาวราช

    รองปลัดฯ ธนิต ได้เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมรักษาและต่อยอดคุณค่าทางวัฒนธรรมในงานประเพณีถือศีลกินเจเยาวราชที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อัญเชิญมาจากทั่วเยาวราชเพื่อความเป็นสิริมงคล ทำบุญ เสริมบารมี สัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมจีนร่วมสมัยควบคู่พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ และเลือกซื้ออาหารเจหลากหลายเมนูที่อร่อย สะอาด ได้มาตรฐาน โดยเชื่อมั่นว่าตลอดช่วง 10 วัน 10 คืน ของงาน (ตั้งแต่วันที่ 20 – 29 ตุลาคม) จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เฟื่องฟูคึกคักทั้งในย่านเยาวราชและในระดับประเทศ

    กิจกรรมไฮไลต์ในการเปิดงานคือ การร่วมกันปรุงสัมพันธ์ผัดหมี่ 50 ปี ไทย – จีน ซึ่งเป็นการผัดหมี่เจกระทะใหญ่โดยคณะผู้บริหารและผู้สนับสนุนงาน ร่วมกับเชฟมืออาชีพจากโรงแรมแกรนด์ ไชน่า แบงคอก เยาวราช โดยใช้วัตถุดิบมงคลหลากหลายชนิด ก่อนจะแจกจ่ายให้ผู้ร่วมงานได้ชิมฟรี จำนวน 1,550 จาน

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดขบวนแห่รถบุปผชาติองค์สมมติพระโพธิสัตว์กวนอิมอย่างอลังการ พร้อมขบวนสิงโต ขบวนจากผู้สนับสนุน ตลอดจนร้านค้าอาหารเจเลิศรสเต็มพื้นที่สองฝั่งถนนเยาวราช และโซนจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษจากผู้สนับสนุนการจัดงาน รวมถึงมุมถ่ายรูปและมุมชมแสงไฟจากเยาวราชที่ดีที่สุดในงาน

    การจัดงานประเพณีถือศีลกินเจครั้งสำคัญแห่งปี ประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 นี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและสภาวัฒนธรรมเขตสัมพันธวงศ์ โดยมีรายงานว่า หลังพิธีเปิด มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมพิธีและจับจ่ายอาหารเจตลอดเส้นทางถนนเยาวราชอย่างเนืองแน่น

    เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 1 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 2 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 3 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 4 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 5 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 6 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 7 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 8 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 9

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ฐานิส สุดโต

    บรรณาธิการภาพ ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/yaowarat-vegetarian-festival-50th-anniversary/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1R1Te2M-UyRvi3d_H105Ng

  • “กรณ์” ประกาศลั่น! ปชป.เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจเต็มกำลัง ชี้แจกเงินไม่ช่วย หากรายได้ประชาชนไม่เพิ่ม

    “กรณ์” ประกาศลั่น! ปชป.เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจเต็มกำลัง ชี้แจกเงินไม่ช่วย หากรายได้ประชาชนไม่เพิ่ม

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/105029&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12BE95XJRItzJHyOa28Koh

  • เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย-จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู | TOPNEWS

    เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย-จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู | TOPNEWS

    ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จึงเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมรักษาและต่อยอดคุณค่าทางวัฒนธรรม ในงานประเพณีถือศีลกินเจเยาวราชที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

    ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อัญเชิญมาจากทั่วเยาวราชเพื่อความเป็นสิริมงคล ทำบุญ เสริมบารมี สัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมจีนร่วมสมัยควบคู่พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์

    และเลือกซื้ออาหารเจหลากหลายเมนูที่อร่อย สะอาด ได้มาตรฐาน โดยเชื่อมั่นว่าตลอดช่วง 10 วัน 10 คืน ของงาน (ตั้งแต่วันที่ 20 – 29 ตุลาคม) จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เฟื่องฟูคึกคักทั้งในย่านเยาวราชและในระดับประเทศ

    กิจกรรมไฮไลต์ในการเปิดงานคือ การร่วมกันปรุงสัมพันธ์ผัดหมี่ 50 ปี ไทย – จีน ซึ่งเป็นการผัดหมี่เจกระทะใหญ่โดยคณะผู้บริหารและผู้สนับสนุนงาน

    ร่วมกับเชฟมืออาชีพจากโรงแรมแกรนด์ ไชน่า แบงคอก เยาวราช โดยใช้วัตถุดิบมงคลหลากหลายชนิด ก่อนจะแจกจ่ายให้ผู้ร่วมงานได้ชิมฟรี จำนวน 1,550 จาน

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดขบวนแห่รถบุปผชาติองค์สมมติพระโพธิสัตว์กวนอิมอย่างอลังการ พร้อมขบวนสิงโต ขบวนจากผู้สนับสนุน

    ตลอดจนร้านค้าอาหารเจเลิศรสเต็มพื้นที่สองฝั่งถนนเยาวราช และโซนจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษจากผู้สนับสนุนการจัดงาน รวมถึงมุมถ่ายรูปและมุมชมแสงไฟจากเยาวราชที่ดีที่สุดในงาน

    การจัดงานประเพณีถือศีลกินเจครั้งสำคัญแห่งปี ประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 นี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและสภาวัฒนธรรมเขตสัมพันธวงศ์

    โดยมีรายงานว่า หลังพิธีเปิด มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมพิธีและจับจ่ายอาหารเจตลอดเส้นทางถนนเยาวราชอย่างเนืองแน่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1364454&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ebKivzRTMSSaBlE0ars5S