Category: เศรษฐกิจ

  • ซื้อหุ้นตัวไหนดี? จับตา “คนละครึ่งเฟส 2” หวังเงินสะพัดอีก 8 หมื่นล้าน โบรกฯ คาดดัน GDP โตอีก 0.3%

    ซื้อหุ้นตัวไหนดี? จับตา “คนละครึ่งเฟส 2” หวังเงินสะพัดอีก 8 หมื่นล้าน โบรกฯ คาดดัน GDP โตอีก 0.3%

    นาทีนี้ต้องบอกว่ากระแสโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง “คนละครึ่งพลัส” ร้อนแรงจริงๆ ดูจากตัวเลขล่าสุด (ณ 8 พ.ย. 68) ก็ชัดเจนเลยว่าคึกคักมาก แค่ 11 วันแรกของการใช้จ่าย ยอดสะพัดไปแล้วกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยแล้วคือมีเงินหมุนเข้าระบบเศรษฐกิจฐานรากวันละ 2.27 พันล้านบาทเลยทีเดียว

    แต่ที่กำลังจับตาอย่างมาก ไม่ใช่แค่ความสำเร็จของเฟสปัจจุบันเท่านั้น แต่เป็นกระแสข่าวที่ว่า รัฐบาลกำลังเร่งเครื่องเต็มที่ เตรียมคลอด “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” ตามออกมาติดๆ ให้ทันก่อนสิ้นปี 2568 นี้

    โดยคราวนี้ตั้งใจจะเน้นไปที่การเก็บตก ให้สิทธิแก่กลุ่มประชาชนที่อาจจะยังตกหล่น หรือยังไม่เคยได้สิทธิในรอบก่อนหน้า และพอสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ดังขึ้นแบบนี้ แน่นอนว่าในมุมของนักลงทุนอย่างเราๆ ก็ต้องรีบมาส่องกันแล้วว่า

    เม็ดเงินรอบใหม่ที่กำลังจะมานี้จะไหลไปทางไหน แล้วหุ้นกลุ่มไหนที่จะเข้าตา รอรับอานิสงส์เต็มๆ จากเรื่องนี้

    นักวิเคราะห์ฯ มองบวก คาดเงินใหม่เข้าระบบอีก 8 หมื่นล้าน

    ประเด็นที่หลายคนสงสัยคือ “คนที่ได้เฟสแรกไปแล้ว จะได้ต่อในเฟส 2 หรือไม่” เรื่องนี้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จาก บล.กรุงศรี ได้ระบุว่า หากอ้างอิงข้อมูลจากทางปลัดกระทรวงการคลัง ที่เปิดเผยแนวทางเบื้องต้นของมาตรการคนละครึ่ง เฟส 2

    คำตอบเบื้องต้นคือ “มีแนวโน้มสูงว่าจะได้ไปต่อ” แต่ตอนนี้เขากำลังออกแบบระบบกันอยู่ เพื่อจัดสรรสิทธิให้เกิดความเท่าเทียมกันมากที่สุด โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่ยังไม่เคยได้สิทธิในเฟสแรกเลย

    มีแนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจว่าเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม สมมติว่าในเฟสแรก ผู้เข้าร่วมได้สิทธิไปแล้วคนละ 2,000 บาท ในเฟส 2 นี้ ผู้ที่ลงทะเบียนใหม่ (ที่ยังไม่เคยได้สิทธิ) อาจจะได้รับสิทธิที่ 4,000 บาท เพื่อให้ยอดรวมสุดท้ายใกล้เคียงกัน

    ซึ่งบล.กรุงศรี ยังระบุว่า ถ้าเป็นไปตามกรอบนี้คืออย่างน้อยที่สุดอิงจากผู้ได้รับสิทธิ์เดิมประมาณ 20 ล้านสิทธิ์ หากกลุ่มนี้ได้รับเงินเพิ่มอีกคนละ 2,000 บาท (รัฐช่วย 2,000 ประชาชนเติม 2,000)

    เท่ากับว่าจะมีเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทันทีถึง 80,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินรัฐฯ 40,000 ล้าน และเงินประชาชนอีก 40,000 ล้าน ซึ่งตัวเลขนี้ คิดเป็นประมาณ 0.43% ของ GDP เลยทีเดียว

    เปิดลิสต์หุ้นเด่น… ใครจะได้อานิสงส์?

    ด้านฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส ชี้ว่า เรื่องนี้ถือว่าสำคัญต่อเศรษฐกิจอย่างมาก เพราะประเมินว่า หากรัฐอัดฉีดงบประมาณในรอบนี้ราว 44,000 ล้านบาท (ซึ่งอิงจากข้อมูล 5 เฟสที่ผ่านมา) จะสามารถช่วยกระตุ้น GDP ได้อีกราว 0.2% – 0.3% เลยทีเดียว

    ซึ่งถือเป็นเม็ดเงินสำคัญที่จะเข้ามาช่วย “พยุง” เศรษฐกิจไม่ให้เข้าสู่ภาวะ Technical Recession หรือเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค

    แน่นอนว่าพอกระตุ้นการใช้จ่ายฐานรากที่เน้น 4 กลุ่มหลัก (ร้านอาหาร, โชห่วย, บริการ, ร้านยา) แบบนี้ กลุ่มที่รับประโยชน์ไปเต็มๆ ก็คือหุ้นที่อิงกับกำลังซื้อในประเทศ

    ซึ่งหุ้นเด่นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ตรงๆ ไม่ว่าจะเป็นสายค้าปลีกอย่าง TNP, KK, สายเครื่องดื่ม ICHI, CBG, SAPPE ไปจนถึงกลุ่มบริการและการเดินทางอย่าง BEM, BTS และ SPA

    ขณะที่ บล.กรุงศรี ก็ลิสต์หุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลบวกโดยตรงจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นมาให้แล้ว ดังนี้

    • กลุ่มค้าปลีก ได้แก่ CPAXT, CPALL, BJC และ TNP
    • กลุ่มอุปโภคบริโภค ได้แก่  ICHI, SAPPE, OSP, CBG และ NEO
    • กลุ่มเช่าซื้อ ได้แก่ MTC และ SAWAD

    ก็ต้องบอกว่าเป็นสตอรี่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง สำหรับมาตรการนี้ นักลงทุนอาจจะต้องติดตามรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากทางรัฐบาลอีกครั้ง แต่สำหรับใครที่กำลังมองหาธีมการลงทุนระยะสั้น นี่ก็ถือเป็น “ลิสต์” ที่น่าสนใจไว้ทำการบ้านต่อได้

    อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

    ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/investment/capital_market/2894539&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16VpGQksaRjWgk3Ov3h37y

  • “เอกนิติ” ชง ครม.เศรษฐกิจ เติมเงินร้านค้า “คนละครึ่งพลัส” ไม่เกิน 2 พัน หลังอบรมออนไลน์

    “เอกนิติ” ชง ครม.เศรษฐกิจ เติมเงินร้านค้า “คนละครึ่งพลัส” ไม่เกิน 2 พัน หลังอบรมออนไลน์

    ภาพ : กระทรวงการคลัง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 พ.ย.68) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน iBusiness Forum : Thailand Future Signal 2026 รับสัญญาณอนาคต ก้าวใหม่เศรษฐกิจไทย

    นายเอกนิติ กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งระบุว่า ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ภายใต้นโยบาย “Quick Big Win” โดย “เสาที่ 1 ฟื้นเศรษฐกิจ” ดำเนินการครบแล้วภายใน 4 สัปดาห์ ผ่านโครงการคนละครึ่ง พลัส, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, เที่ยวดี มีคืน และการเร่งรัดเบิกจ่ายงบสัมมนาภาครัฐ ทำให้บรรยากาศทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเริ่มกลับมาคึกคัก

    ดูตัวเลขเมื่อเช้า เราเห็นการกระจายของเงินด้วยดิจิทัล เห็นเป็นรายนาที กรุงเทพฯ ใช้จ่ายประมาณ 14% ของกว่า 2 หมื่นล้านบาท ที่เหลือกระจายไปทั่วประเทศ นี่คือชีพจรที่เห็นได้ชัด จากที่คิดว่าจะติดหล่ม 0.3% ไม่ได้ใช้เงินใหม่เลย ตอนนี้กระตุ้นขึ้นมาเป็น 1.1% แล้ รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ระบุ

    นายเอกนิติ ระบุอีกว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ ช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน จะเสนอแนวทางขับเคลื่อน “โครงการคนละครึ่ง พลัส” โดยเน้นคำว่า “พลัส” ที่จะจับมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์และธนาคารของรัฐ จัดหลักสูตรอบรมให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย เพิ่มทักษะขายของออนไลน์ การทำบัญชีดิจิทัล และการใช้ AI

    เรียนแค่ 3 อย่างนี้ ผ่านมาตรฐาน ให้ขายของออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มที่จับมือ แล้วใครขายเราจะ Top-Up ให้ 20% แต่รายละเอียดขอไปคุยบ่ายนี้ เพราะต้องเข้า ครม.เศรษฐกิจก่อนเพื่อจูงใจให้เขาเก่งขึ้น ตรงนี้ใช้เงินที่เหลือจากโครงการคนละครึ่ง พลัส มีเหลืออยู่เล็กน้อย อาจให้รายละไม่เกิน 2,000 บาท นายเอกนิติ กล่าว

    รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายไม่ใช่แค่การกระตุ้นการใช้จ่าย แต่เพื่อ “ได้ผลยาว” พัฒนาศักยภาพผู้ค้ารายย่อยให้เข้าสู่ระบบดิจิทัล และลดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ โดยจะมีธนาคารรัฐเข้าร่วม เพื่อปล่อยสินเชื่อให้ผู้ค้าที่ทำบัญชีถูกต้องทันที ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส แล้วเกือบ 1 ล้านราย

    อัปเดตความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่ง พลัส”

    ข้อมูล ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เวลา 23:00 น. พบว่า มีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบและเข้าร่วมโครงการแล้ว 882,721 รายทั่วประเทศ

    ยอดการใช้จ่ายสะสมอยู่ที่ 27,552.3 ล้านบาท แบ่งเป็น

    ร้านค้าปกติ 27,248.6 ล้านบาท โดยภาครัฐร่วมจ่าย 13,595.5 ล้านบาท และประชาชนจ่ายเอง 13,956.8 ล้านบาท

    ร้านค้าผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี 303.7 ล้านบาท ภาครัฐร่วมจ่าย 148.5 ล้านบาท และประชาชนจ่ายเอง 155.2 ล้านบาท

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

    คลังเร่งสรุป “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” จ่อชง ครม. ก่อนสิ้นปี ผู้ได้สิทธิเดิมลุ้นต่อยอดวงเงิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/794649&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ETzq4QixbgOLtztbQA0a5

  • กก.นโยบายเศรษฐกิจเตรียมประชุมบ่ายนี้ เดินหน้า “คนละครึ่ง พลัส”

    กก.นโยบายเศรษฐกิจเตรียมประชุมบ่ายนี้ เดินหน้า “คนละครึ่ง พลัส”

    กก.นโยบายเศรษฐกิจเตรียมประชุมบ่ายนี้ เดินหน้า “คนละครึ่ง พลัส”

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 3/2568 ที่กระทรวงการคลัง โดยวาระสำคัญในการประชุมคือ การเดินหน้าโครงการคนละครึ่ง พลัส หลังจากที่ผ่านมาได้ผลในการเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน ขณะเดียวกันทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน

    สาระสำคัญที่จะหารือกันคือ การเดินหน้าในส่วน “พลัส” เพื่อต่อยอดจากโครงการคนละครึ่งเดิม ด้วยการยกระดับทักษะผู้ค้า ด้วยการนำงบประมาณส่วนหนึ่งมาจัดหลักสูตรฝึกอบรมออนไลน์ ให้พ่อค้าแม่ค้าเรียนรู้วิธีที่จะขายของผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ตลอดจนเรียนรู้วิธีการทำบัญชีเพื่อให้ทราบต้นทุนที่แท้จริงเพื่อนำไปสู่การวางแผนการจำหน่ายอย่างถูกต้องเหมาะสม ตามเป้าหมายในการดำเนินโครงการนี้ของรัฐบาล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000107201&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01YcbwM-p4lilxgDSI-XNR

  • กก.นโยบายเศรษฐกิจเตรียมประชุมบ่ายนี้ เดินหน้า “คนละครึ่ง พลัส”

    กก.นโยบายเศรษฐกิจเตรียมประชุมบ่ายนี้ เดินหน้า “คนละครึ่ง พลัส”

    กก.นโยบายเศรษฐกิจเตรียมประชุมบ่ายนี้ เดินหน้า “คนละครึ่ง พลัส”

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 3/2568 ที่กระทรวงการคลัง โดยวาระสำคัญในการประชุมคือ การเดินหน้าโครงการคนละครึ่ง พลัส หลังจากที่ผ่านมาได้ผลในการเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน ขณะเดียวกันทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน

    สาระสำคัญที่จะหารือกันคือ การเดินหน้าในส่วน “พลัส” เพื่อต่อยอดจากโครงการคนละครึ่งเดิม ด้วยการยกระดับทักษะผู้ค้า ด้วยการนำงบประมาณส่วนหนึ่งมาจัดหลักสูตรฝึกอบรมออนไลน์ ให้พ่อค้าแม่ค้าเรียนรู้วิธีที่จะขายของผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ตลอดจนเรียนรู้วิธีการทำบัญชีเพื่อให้ทราบต้นทุนที่แท้จริงเพื่อนำไปสู่การวางแผนการจำหน่ายอย่างถูกต้องเหมาะสม ตามเป้าหมายในการดำเนินโครงการนี้ของรัฐบาล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9680000107201&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NHo4pV4cAvAZxcixjr7DM

  • รองผู้ว่าฯ แบงก์ชาติออสเตรเลียชี้ เศรษฐกิจยังตึงตัว ส่งสัญญาณไม่ผ่อนคลายนโยบาย : อินโฟเควสท์

    รองผู้ว่าฯ แบงก์ชาติออสเตรเลียชี้ เศรษฐกิจยังตึงตัว ส่งสัญญาณไม่ผ่อนคลายนโยบาย : อินโฟเควสท์

    แอนดรูว์ เฮาเซอร์ รองผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เปิดเผยในวันนี้ (10 พ.ย.) ว่า นโยบายการเงินของออสเตรเลียกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ เนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ปีที่แล้วในขณะที่อุปสงค์ยังคงสูงกว่าศักยภาพการผลิต ซึ่งส่งสัญญาณว่าแทบไม่มีโอกาสสำหรับการผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะใกล้นี้

    เฮาเซอร์ระบุว่า อุปสงค์ในระบบเศรษฐกิจ “สูงกว่าเล็กน้อย” เมื่อเทียบกับศักยภาพการผลิต ในช่วงที่ GDP เริ่มขยายตัวขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นภาวะเศรษฐกิจที่ตึงตัวที่สุดในรอบการฟื้นตัวนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1980

    ภาวะดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า หากพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้นอีก ก็จะส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อได้ง่าย นโยบายการเงินจำเป็นต้องมีความเข้มงวดมากพอที่จะลดช่องว่างนี้ลงอย่างต่อเนื่อง โดยการไม่มีกำลังการผลิตส่วนเกินถือเป็นข่าวดี เพราะหมายถึงภาคธุรกิจที่คึกคักและการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น แต่ก็สร้างความท้าทายต่อการกำหนดนโยบายเช่นกัน

    เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว RBA มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.6% ในการประชุมเมื่อวันที่ 4 พ.ย. ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด โดย RBA เตือนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจปรับตัวสูงขึ้น และย้ำว่าการดำเนินนโยบายการเงินในการประชุมครั้งต่อไปจะขึ้นอยู่กับข้อมูลที่จะได้รับ

    การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนั้นมีขึ้นหลังจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 3.2% ในไตรมาส 3/2568 เมื่อเทียบเป็นรายปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3% ขณะที่ตลาดแรงงานยังคงอยู่ในภาวะตึงตัว

    ขณะนี้มีการคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อจะยังคงลอยตัวอยู่เหนือกรอบเป้าหมายที่ 2-3% ไปจนถึงอย่างน้อยกลางปี 2569 เนื่องจาก RBA ยอมรับว่าเศรษฐกิจอาจมีข้อจำกัดด้านอุปทานมากกว่าที่เคยประเมินไว้ ขณะที่นักวิเคราะห์จากหลายสำนัก ตั้งแต่โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ไปจนถึงคอมมอนเวลธ์ แบงก์ ออฟ ออสเตรเลีย (Commonwealth Bank of Australia) ต่างก็คาดการณ์ว่า วงจรการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ RBA ได้สิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่คาดว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในเดือนพ.ค. 2569

    เฮาเซอร์กล่าวเสริมว่า เศรษฐกิจออสเตรเลียจำเป็นต้องเพิ่มด้านอุปทาน โดยการส่งเสริมผลิตภาพและการลงทุนเพื่อสร้างศักยภาพการผลิตใหม่ ๆ เนื่องจาก RBA กังวลว่าปัญหาผลิตภาพต่ำของประเทศอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่ฝังตัวลึก (sticky inflation)

    “ถ้าเราพลาด เราก็จะตกอยู่ในสถานการณ์หลังชนฝา แต่ถ้าเราทำสำเร็จ ก็เรียกได้ว่าไปโลด” เฮาเซอร์กล่าว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/544162&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BJJZiVdkQEHufLcbYkf3g

  • ครม.เศรษฐกิจ ชง ”คนละครึ่งพลัส“ เฟส 1.5 เติมเงินร้านค้า จูงใจอัปสกิล

    ครม.เศรษฐกิจ ชง ”คนละครึ่งพลัส“ เฟส 1.5 เติมเงินร้านค้า จูงใจอัปสกิล

    เศรษฐกิจ

    10 พ.ย. 2025 เวลา 11:35 น.

    ครม.เศรษฐกิจ ชง ”คนละครึ่งพลัส“ เฟส 1.5 เติมเงินร้านค้า จูงใจอัปสกิล

    ‘เอกนิติ’ เผยชง ครม.เศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส“ เฟส 1.5 เติมเงินให้ร้านค้ารายละไม่เกิน 2,000 บาท จูงใจเรียนออนไลน์ หนุนอัปสกิลใช้ AI ทำบัญชีเป็น

    วันที่ 10 พ.ย.2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม. เศรษฐกิจ) ในวันนี้ จะมีการเสนอโครงการ “คนละครึ่งพลัสเฟส 1.5 สำหรับการจูงใจฝั่งผู้ประกอบการร้านค้า 

    ทั้งนี้ จะไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การให้เงินสนับสนุนฝั่งผู้ใช้โดยตรง แต่จุดประสงค์หลักคือการ เพิ่มทักษะ (Upskill) ให้กับผู้ขายของหรือแม่ค้าในตลาด โดยตั้งเป้าหมายเพื่อให้พวกเขา เก่งขึ้น ในการประกอบการ

    นายเอกนิติกล่าวว่า คำว่า “พลัส” ในชื่อโครงการนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะโครงการ คนละครึ่ง ไม่ได้มีจุดประสงค์แค่การฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะสั้นเท่านั้น แต่ต้องการให้โครงการ “ได้ผลยาว” ด้วยการทำให้พ่อค้าแม่ค้ามีความสามารถเพิ่มขึ้น

    ทั้งนี้ การเพิ่มทักษะภายใต้โครงการนี้จะครอบคลุมหลายด้านที่จำเป็นสำหรับการค้าในยุคดิจิทัล ทั้งการขายของออนไลน์ เน้นการเพิ่มทักษะให้แม่ค้าในตลาดสามารถขายของทางออนไลน์ได้เก่งขึ้น โดยจะมีหลักสูตรเฉพาะเพื่อให้ความรู้ว่า “ขายของยังไงให้ปัง”

    รวมทั้ง การจัดการบัญชี มีการสอนทำบัญชีแบบง่ายๆ รวมถึงการทำ บัญชีดิจิทัล เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนผ่านการทำบัญชีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนในการประกอบการ เพื่อให้พวกเขามีทักษะในการใช้ AI

    นายเอกนิติ กล่าวว่า เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมการพัฒนาทักษะ ทางโครงการจะนำ เงินส่วนที่เหลือบางส่วนจาก โครงการคนละครึ่ง ในเฟสแรก ไปช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมาเพิ่มทักษะเหล่านี้

    นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณามาตรการจูงใจเพิ่มเติม โดยหากร้านค้าสามารถขายของได้มากขึ้น ก็อาจจะมีการเพิ่มเงินสนับสนุนให้เป็นอัตรา 10-20% ไม่เกิน 2,000 บาทต่อคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1206912&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TeUGGmJ2WHAqWBWOKixyd

  • คลังชง ครม.ศก. อัดแรงหนุนร้านค้า คนละครึ่ง พลัส เติมเงิน 2 พัน หนุนทักษะขายดิจิทัล

    คลังชง ครม.ศก. อัดแรงหนุนร้านค้า คนละครึ่ง พลัส เติมเงิน 2 พัน หนุนทักษะขายดิจิทัล

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 3/2568 เตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) พิจารณาโครงการ “คนละครึ่ง พลัส 1.5” โดยจะเติมเงินให้ร้านค้าที่ผ่านการอบรมเพิ่มทักษะการขายออนไลน์ในอัตรา 10-20% ของยอดขาย ไม่เกิน 2,000 บาท เพื่อส่งเสริมให้พ่อค้าแม่ค้าใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลพัฒนาธุรกิจ

    นายเอกนิติ กล่าวว่า โครงการใหม่นี้แตกต่างจาก “คนละครึ่ง พลัส” เดิม ที่เน้นกระตุ้นการใช้จ่ายฝั่งประชาชน โดยรอบนี้จะเพิ่มการพัฒนาศักยภาพร้านค้า เช่น การขายของผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การทำบัญชีดิจิทัล และการใช้เอไอ (AI) ช่วยดำเนินธุรกิจ โดยใช้งบประมาณบางส่วนจากโครงการเฟสแรกมาสนับสนุน ซึ่งจะมีการแถลงรายละเอียดหลังประชุม ครม.เศรษฐกิจ

    นอกจากนี้ ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ช่วงเช้าวันเดียวกัน จะพิจารณาโครงการ “Thailand FastPass” เพื่อเร่งรัดให้โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนมูลค่ารวมกว่า 4.7 แสนล้านบาท ดำเนินการได้เร็วขึ้น รวมถึงพิจารณาการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/733198&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2npsgOA_s2o9ROEwtbhI_m

  • แนวโน้ม SET รีบาวด์ คลายกังวลชัตดาวน์สหรัฐ-จีนส่งสัญญาณเศรษฐกิจ

    แนวโน้ม SET รีบาวด์ คลายกังวลชัตดาวน์สหรัฐ-จีนส่งสัญญาณเศรษฐกิจ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 พ.ย.68) นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีฟื้นตัวตามตลาดต่างประเทศ หลังสถานการณ์ชัตดาวน์รัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีโอกาสใกล้ยุติ ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่เริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น ขณะที่ในประเทศยังได้แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ โดยให้กรอบแนวรับ 1,300 จุด และแนวต้าน 1,320 จุด

    นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดฟื้นตัวตามทิศทางตลาดต่างประเทศ หลังสถานการณ์ชัตดาวน์รัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีโอกาสใกล้ยุติ ประกอบกับการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะเงินเฟ้อเดือนต.ค. เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น คาดว่าจะช่วยลดความกังวลเรื่องเงินฝืดของจีนได้บ้าง

    สำหรับปัจจัยในประเทศ ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลเปิดเผยว่าจะเตรียมออกโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ซึ่งเป็น Sentiment ที่ดี ช่วยให้ตลาดโดยรวมมีโอกาสฟื้นตัว โดยให้กรอบแนวรับ 1,300 จุด และแนวต้าน 1,320 จุด

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/794535&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LFUDVJDWwE5sSI2XAs2uH

  • คนละครึ่งพลัสเฟส 2 เริ่มเมื่อไหร่ ใครได้สิทธิบ้าง อัปเดตที่นี่

    คนละครึ่งพลัสเฟส 2 เริ่มเมื่อไหร่ ใครได้สิทธิบ้าง อัปเดตที่นี่

    หลังจากโครงการคนละครึ่งพลัส เริ่มคิกออฟใช้สิทธิวันแรกตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งผลการตอบรับถือว่าดี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคัก ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลจะเปิดให้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า กำลังอยู่ระหว่างการออกแบบโครงการ โดยต้องดูเงื่อนไขรายละเอียด รวมไปถึงผู้ที่ตกหล่น และยังพิจารณาเกี่ยวกับคนที่ได้สิทธิในเฟสแรก จะยังสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการในเฟส 2 อีกด้วย ทั้งนี้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเรื่องนี้จะมีอะไรบ้าง “ฐานเศรษฐกิจ”มัดรวมมานำเสนอดังต่อไปนี้ 

    โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 คาดว่าจะเริ่มลงทะเบียนตอนไหน เริ่มใช้จ่ายเมื่อไหร่

    • กระทรวงการคลัง คาดว่าจะเสนอครม.ในเดือนธันวาคม 2568 
    • ส่วนการใช้จ่าย ใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสเฟส 2 คาดว่าจะเริ่มเดือน มกราคม 2569 

    โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 จะได้เงินกี่บาท ใช้งบจากไหน

    • งบประมาณที่รัฐจะนำมาใช้ในโครงการคนละครึ่งเฟส 2 คาดว่าจะเป็นการจัดสรรงบกลางของปี 2569

    เบื้องต้นเงินที่จะได้รับในโครงการคนละครึ่งเฟส 2 คลังระบุว่าจะอยู่ที่ 4,000 บาท โดยมีรูปแบบแนวทางการแจกดังนี้

    • ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมคนละครึ่งพลัสเฟสแรก เมื่อลงทะเบียนในเฟสสอง จะได้รับ 4000 บาท  
    • ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมคนละครึ่งพลัสเฟสแรก ที่ได้รับ 2000 บาทไปแล้ว เมื่อลงทะเบียนเข้าร่วมในเฟสสอง จะได้รับ 2000 บาท 

    ทั้งนี้เพื่อความเท่าเทียม อย่างไรก็ตามข้อเสนอนี้ยังเป็นแนวคิด อยู่ในระหว่างการออกแบบโครงการ

    อนึ่งโครงการคนละครึ่งพลัส ข้อมูลล่าสุด(วันที่ 9 พ.ย.68) มีผู้ใช้สิทธิแล้วกว่า 19.43 ล้านคน ส่วนยอดการใช้จ่ายสะสมของโครงการอยู่ที่ 25,763 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 

    • การใช้จ่ายของประชาชน 13,045 ล้านบาท
    • ภาครัฐร่วมจ่ายอีก 12,717 ล้านบาท

    ทั้งนี้ผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสในเฟสแรก และยังไม่ได้ใช้สิทธิ คลังย้ำว่าต้องใช้จ่ายครั้งแรกภายในวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งหากไม่มีการใช้สิทธิภายในวันดังกล่าว จะถือว่าสละสิทธิ

    ไทม์ไลน์คนละครึ่งพลัส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/643596&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rvdrN98b8P0tTKZmqIrl0

  • เงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อ 32.20-32.70 กรุงศรีฯชี้ สหรัฐฯอาจใกล้ยุติชัตดาวน์

    เงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อ 32.20-32.70 กรุงศรีฯชี้ สหรัฐฯอาจใกล้ยุติชัตดาวน์

    กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.20-32.70 สหรัฐฯอาจใกล้ยุติชัตดาวน์ หลังนักลงทุนมองตลาดแรงงานอ่อนแอ หากยืดเยื้อมาก ความเสียหายทางเศรษฐกิจจะยิ่งมากขึ้น ส่วนเงินเยนญี่ปุ่นฟื้นตัว เช่นเดียวกับเงินปอนด์หลัง ธนาคารอังกฤษมีมติคงดอกเบี้ยที่4%

    วันนี้ ( 10 พ.ย.2568) กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์ ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดทรงตัวที่ 32.35 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ ค่อนข้างแคบระหว่าง 32.32-32.61 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินยูโรและเยน แม้ในช่วงแรกดัชนีดอลลาร์พุ่งทะลุระดับ 100 โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขจ้างงาน ADP และดัชนี ISM ภาคบริการเดือนตุลาคมของสหรัฐฯที่สดใสเกินคาด นอกจากนี้ ถ้อยแถลงล่าสุดของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)หลายรายสะท้อนถึงท่าทีที่ระมัดระวังต่อทิศทางนโยบายการเงิน เน้นถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนของข้อมูล

    ขณะที่เงินเยนฟื้นตัว หลังการแทรกแซงด้วยวาจาโดยรมต.คลังของญี่ปุ่นที่กล่าวย้ำว่ากำลังจับตาความเคลื่อนไหวทางเดียวของเงินเยนอย่างใกล้ชิดและด้วยความเร่งด่วน ส่วนค่าเงินปอนด์ปรับตัวผันผวนหลังธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี)มีมติ 5 ต่อ 4 เสียงให้คงดอกเบี้ยที่ 4.00% ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 1,265 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 8,228 ล้านบาท

    สำหรับในสัปดาห์นี้ การปรับตัวของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในระยะนี้สะท้อนให้เห็นว่าค่าเงินดอลลาร์ได้รับอานิสงส์บางส่วนจากสุญญากาศด้านข้อมูล ท่ามกลางภาวะ Government Shutdown ที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เราประเมินว่าหลังรัฐบาลเปิดทำการและสามารถเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจได้ นักลงทุนอาจจะเห็นภาคแรงงานที่อ่อนแอลงอย่างชัดเจน ยิ่งการปิดทำการยืดเยื้อมากเท่าใดต่อจากนี้ ความเสียหายทางเศรษฐกิจจะยิ่งมากขึ้น

    นอกจากนี้ การไต่สวนของศาลสูงสุดเรื่องอำนาจประธานาธิบดีทรัมป์ในการใช้มาตรการ Reciprocal Tariff โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสภาเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยคำตัดสินอาจออกมาภายในสิ้นปีนี้หรือต้นปี 2569 ขณะที่รัฐบาลทรัมป์กำลังเตรียมใช้กฎหมายการค้าฉบับอื่นเพื่อทดแทนรายได้ที่สูญเสียไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

    สำหรับภาพรวมในประเทศ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนตุลาคมของไทยลดลง 0.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 อีกทั้งเป็นเดือนที่ 8 ที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ต่ำกว่าเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ทางด้านกระทรวงพาณิชย์คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะยังคงติดลบในเดือนพฤศจิกายนและมีโอกาสที่จะเป็นลบตลอดทั้งปี 2568 ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมพลังงานและอาหารสด เพิ่มขึ้น 0.61% ในเดือนตุลาคมต่ำกว่าที่ตลาดคาดเช่นกัน

    อ่านข่าว:

     ราคา“ทองคำ”พุ่ง 500 บาท อานิสงส์ดอลลาร์อ่อน-เฟดอาจหยุดทำQT

    “ทองคำ” พักรบ Vs ปรับฐาน ลุ้น 5 พ.ย.ศาลฎีกาชี้ชะตา”ภาษีทรัมป์”

    ปลดล็อกเศรษฐกิจไทย หอการค้าฯ ระดมสมองเอกชนร่วมกำหนดทิศทางประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358380&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1s8Is9BT410xL4p-HbNpvZ