Category: เศรษฐกิจ

  • “อนุทิน” โพสต์เตรียมตั้งรัฐบาล ขอยึดกระทรวงด้านความมั่นคง-ตปท.-ศก.

    “อนุทิน” โพสต์เตรียมตั้งรัฐบาล ขอยึดกระทรวงด้านความมั่นคง-ตปท.-ศก.

    15 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า  
     

    พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ
     

    ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผมขอกราบขอบพระคุณทุกท่านต่อความไว้วางใจ และความเชื่อมั่น ที่พรรคภูมิใจไทยได้รับอย่างท่วมท้น เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ซึ่งผมจะเร่งดำเนินการทันทีเมื่อ กกต.ประกาศผลของการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

    ผมขอยืนยันว่า ผมจะไม่ทำให้ทุกท่านที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ผิดหวัง เสียใจ และจะทำงานตอบแทนทุกคะแนน ด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้
     

    ทุกนโยบายที่ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชน ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผมและพรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่า จะปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นทุกประการ
     

    พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน #การบริหารงานความมั่นคง  ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

    #การปิดด่านชายแดน จะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึง #การยกเลิกMOU44 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย

    ผมและคุณสีหศักดิ์สัญญา ที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป
     

    พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้  การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์
     

    ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ
     

    ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา
     

    ผมขอสัญญาว่า จะทำให้ทุกคะแนนที่ท่านมอบให้พรรคภูมิใจไทย มีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี มีรายได้ มีความสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน
     

    ผมถือว่า ทุกคะแนนที่พรรคภูมิใจไทยได้รับ คือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชา ที่ผมจะต้องปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็วครับ
     

    ขอกราบขอบพระคุณและจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน
     

    ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

    อนุทิน ชาญวีรกูล

    หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย 
     

    “อนุทิน” โพสต์เตรียมตั้งรัฐบาล ขอยึดกระทรวงด้านความมั่นคง-ตปท.-ศก.  

    “อนุทิน” โพสต์เตรียมตั้งรัฐบาล ขอยึดกระทรวงด้านความมั่นคง-ตปท.-ศก.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378973593&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1A7vmG597-x0fZEHtm2ihB

  • กวาดล้างต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน หลอกขายสินค้าปลอมให้นักท่องเที่ยวย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพฯ

    กวาดล้างต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน หลอกขายสินค้าปลอมให้นักท่องเที่ยวย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพฯ

    กวาดล้างต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน หลอกขายสินค้าปลอมให้นักท่องเที่ยวย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพ

    กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย จับกุมได้ที่ตลาดดังย่านประตูน้ำ ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย
    1.น.ส.นิ มา ยา (สงวนนามสกุล) สัญชาติ เมียนมา อายุ 19 ปี
    2.น.ส.ทู ซา วิน (สงวนนามสกุล) สัญชาติ เมียนมา อายุ 20 ปี 
    3.นายชัย (สงวนนามสกุล) สัญชาติไทย อายุ 26 ปี

    ในฐานความผิด “ร่วมกันเสนอจำหน่ายซึ่งสินค้าที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร”
    พร้อมตรวจยึดของกลาง 
    1.เสื้อที่ปลอมเครื่องหมายการค้า หลุยส์ฯ จำนวน 107 ตัว
    2.เสื้อที่เลียนเครื่องหมายการค้า หลุยส์ฯ จำนวน 20 ตัว
    3.เสื้อคลุมที่เลียนเครื่องหมายการค้า ดิออร์ จำนวน 68 ตัว
    4.เสื้อคลุมที่เลียนเครื่องหมายการค้า วาเลนติโน จำนวน 20 ตัว
    5. เสื้อที่เรียนเครื่องหมายการค้ากุชชี่ จำนวน 22 ตัว
    6. แว่นตา ที่ปลอมเครื่องหมายการค้ารวม 12 รายการ (12 เครื่องหมายการค้า) จำนวนทั้งสิ้น 241 ชิ้น

    สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก ระดมกวาดล้างเครือข่ายต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน ที่ลักลอบหลอกลวงนักท่องเที่ยวจำหน่ายสินค้าปลอมให้กับนักท่องเที่ยว กระทบภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลก โดยสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีแรงงานต่างด้าว ลักลอบการจำหน่ายสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้าให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในประเทศ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของไทย เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนและวางแผนเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย ก่อนเปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มข้น

    ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติได้ 2 ราย คนไทย 1 ราย พร้อมของกลาง เป็นสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าหลายรายการ อาทิ แว่นตา เสื้อ ผ้าคลุมไหล่ และสินค้าแบรนด์เนมประเภทต่าง ๆ ที่นำมาจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว
    โดยเจ้าพนักงานตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ได้ร่วมกับตัวแทนผู้เสียหายเดินทางไปตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว เมื่อไปถึงพบ น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน (ทราบชื่อ-สกุลภายหลัง) กำลังจำหน่ายสินค้าให้กับบุคคลทั่วไป เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวให้ น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ทราบ จากการสอบถาม น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ทราบว่าทั้งสองคนเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา สามารถสื่อสารภาษาไทยได้บางส่วน

    จากนั้นจึงได้ขอตรวจสอบสินค้าภายในร้าน ก่อนทำการตรวจสอบได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงได้เริ่มตรวจสอบ อีกทั้งได้พบร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าปลอมอีกในบริเวณใกล้เคียงกัน  มี นายชัย (สงวนนามสกุล) สัญชาติไทย อายุ 26 ปี เป็นผู้จำหน่ายสินค้า และเป็นเจ้าของสินค้า ผลการตรวจสอบพบสินค้าที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าววางอยู่ภายในบริเวณร้านในลักษณะเสนอจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป โดยมีตัวแทนผู้เสียหายชี้ยืนยันว่าเป็นสินค้าที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบริษัทผู้เสียหายจริง จากนั้นจึงได้ให้ นายหม่อง ขันจี กุมาร สัญชาติเมียนมา ซึ่งสามารถสื่อสารภาษาไทยได้เป็นอย่างดี มาเป็นล่ามในการจับกุม ชาวต่างชาติจำนวน 2 รายนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้น น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ผู้ต้องหาต่างชาติ ทั้ง 2 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายชัย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/66613&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FxT2ntwJLeGQ6o8leKmsd

  • สลับขั้วอำนาจใหม่: เมื่อ “ค่ายสีน้ำเงิน” กินรวบกระดานการเมืองไทย

    สลับขั้วอำนาจใหม่: เมื่อ “ค่ายสีน้ำเงิน” กินรวบกระดานการเมืองไทย

    สลับขั้วอำนาจใหม่: เมื่อ “ค่ายสีน้ำเงิน” กินรวบกระดานการเมืองไทย

    ภาพการรวมตัวของนักการเมืองจากพรรคขนาดเล็กที่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ร่วมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย หลังการเลือกตั้งปี 2569 สะท้อนแรงกระเพื่อมทางอารมณ์และการเมืองอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในหมู่มวลชนเสื้อแดงที่ต้องเห็นพรรคซึ่งสืบทอดจากไทยรักไทย กลายเป็นเพียง “พรรคร่วมอันดับสอง”

    ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้หมายถึงการสนับสนุนให้ภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้น หากยังถูกมองว่าเป็นจุดสิ้นสุดของความฝัน “แลนด์สไลด์” ที่เคยเป็นหัวใจของยุทธศาสตร์การเมืองฝ่ายนี้ และในอีกด้านหนึ่ง คือสัญญาณการกลับมาของการเมืองแบบเครือข่ายอุปถัมภ์ในรูปแบบที่เข้มแข็งและเป็นระบบยิ่งกว่าเดิม

    เกม “บ้านใหญ่” และยุทธศาสตร์ “กันซีน”

    เบื้องหลัง 193 ที่นั่งของภูมิใจไทย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการวางแผนแบบมีเป้าหมาย ในทางการเมือง ภูมิใจไทยเลิกขายแค่นโยบายเฉพาะทาง แต่ยกระดับเป็น “ป้อมปราการอนุรักษ์นิยม” ที่จับต้องได้จริง ในวันที่พรรคพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติอ่อนแรงลง กระแส ไม่เลือกเราเขามาแน่ จึงเทมาที่นี่ ไม่ใช่เพราะรัก แต่เพราะมองว่าเป็น “กำแพง” ที่สูงพอจะกั้นกระแสการเปลี่ยนแปลงสุดโต่งได้

    เพื่อไทยในวันที่ “มนต์ขลัง” เสื่อมสลาย

    การที่ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อไทย ออกมายอมรับความพ่ายแพ้และขอเป็นพรรคร่วม คือการถอยที่เจ็บปวดที่สุดในรอบ 20 ปีของตระกูลชินวัตร การ “ข้ามขั้ว” ในอดีตกลายเป็นชนักติดหลังที่ดึงคะแนนคนรุ่นใหม่ไปจนหมดสิ้น วันนี้เพื่อไทยจึงเหลือเพียงไพ่ใบเดียวคือ “ฝีมือการบริหารเศรษฐกิจ” หวังจะใช้กระทรวงเศรษฐกิจเป็นห้องแล็บกู้ศรัทธา โดยยอมเป็น “นิ้วก้อย” ให้ภูมิใจไทยที่เป็น “นิ้วหัวแม่มือ”

    โครงสร้างที่ซ่อนอยู่: เมื่อผลประโยชน์ทับซ้อนกับความรอด

    โครงสร้างรัฐบาล 281 เสียงนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความมีเสถียรภาพ มากกว่าการปฏิรูป ภูมิใจไทยคุม “พื้นที่” (สส.เขต) เพื่อฐานอำนาจ ส่วนเพื่อไทยคุม “ภาพรวม” (นโยบาย) เพื่อสร้างหน้าตา ทั้งคู่มีศัตรูร่วมกันคือ “กระแสความเปลี่ยนแปลง”  ดังนั้น นโยบายที่จะออกมาจึงเป็นการ “แจกและกระตุ้น” มากกว่าการ “รื้อและสร้าง” เพื่อซื้อเวลาให้ระบบอุปถัมภ์ยังคงเดินหน้าต่อไปได้

    บทสรุปและคำถามถึงอนาคต

    เมื่อ “บ้านใหญ่” กลับมาครองเมืองภายใต้เสื้อคลุมสีน้ำเงิน และ “อดีตพรรคเบอร์หนึ่ง” ยอมสยบยอมเพื่อความอยู่รอด ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุค “เสถียรภาพแบบย้อนยุค” ที่เน้นผลงานปากท้องแต่แช่แข็งโครงสร้างทางสังคม

    คำถามสำคัญคือ ในวันที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ “การเปลี่ยนผ่าน” แต่รัฐบาลใหม่เน้น “การรักษาเดิม” รอยร้าวระหว่างอำนาจในสภาและอารมณ์คนนอกสภาจะขยายกว้างจนถึงจุดแตกหักเมื่อใด?

    เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 
    แหล่งที่มา : ยศชนันเปิดใจร่วมรัฐบาล,7พรรคแสดงเจตจำนงโหวตอนุทินนั่งนายกฯ,คะแนนภูมิใจไทยมาจากไหนทำไมชนะเลือกตั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/columnist/post-analysis/738043&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0U7qfUNP7cn4bkU6YZ6y0v

  • “อนุทิน” เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ลั่นทุกคะแนนต้องเปลี่ยนเป็นผลงานเพื่อประชาชน

    “อนุทิน” เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ลั่นทุกคะแนนต้องเปลี่ยนเป็นผลงานเพื่อประชาชน

    “อนุทิน” เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ลั่นทุกคะแนนต้องเปลี่ยนเป็นผลงานเพื่อประชาชน

    นายอนุทิน ชาญวีระกูล โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผมขอกราบขอบพระคุณทุกท่านต่อความไว้วางใจและความเชื่อมั่น ที่พรรคภูมิใจไทยได้รับอย่างท่วมท้นเพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ซึ่งผมจะเร่งดำเนินการทันทีเมื่อ กกต. ประกาศผลของการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

    ผมขอยืนยันว่าผมจะไม่ทำให้ทุกท่านที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ผิดหวัง เสียใจ และจะทำงานตอบแทนทุกคะแนนด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้

    ทุกนโยบายที่ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผมและพรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่าจะปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นทุกประการ 

    พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน #การบริหารงานความมั่นคง  ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

    #การปิดด่านชายแดน จะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึง #การยกเลิกMOU44 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย 

    ผมและคุณสีหศักดิ์สัญญาที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป 

    พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้  การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์

    ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ 

    ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา 

    ผมขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกคะแนนที่ท่านมอบให้พรรคภูมิใจไทย มีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน 
    สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี มีรายได้ มีความสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน

    ผมถือว่า ทุกคะแนนที่พรรคภูมิใจไทยได้รับคือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาที่ผมจะต้องปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็วครับ

    ขอกราบขอบพระคุณและจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน

    ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
    อนุทิน ชาญวีรกูล
    หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/738070&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aU47PCU-GzqZ4YfWfQB7c

  • “ตรุษจีน” ใช้จ่ายคึกคัก! หมวดร้านอาหารจีนพุ่ง 100%

    “ตรุษจีน” ใช้จ่ายคึกคัก! หมวดร้านอาหารจีนพุ่ง 100%

    นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต เคทีซี เปิดเผยว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิกบัตรในช่วงที่บรรยากาศเศรษฐกิจไม่เติบโตเท่าที่ควร สมาชิกบัตรระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น มีการวางแผนใช้จ่ายโดยมองหาความคุ้มค่าเป็นหลัก จากข้อมูลพบว่าสมาชิกบัตรนำคะแนนสะสมมาแลกเพื่อเป็นส่วนลดเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในหมวดร้านอาหาร และท่องเที่ยว และมีการใช้จ่ายในรูปแบบการผ่อนชำระในหมวดที่เป็นยอดใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่จำเป็น เช่น หมวดประกันชีวิต หมวดโรงพยาบาลและหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

    ภาพจาก : เคทีซี
    นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต เคทีซี

    ในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะเป็นช่วงเวลาที่สะท้อนโครงสร้างการใช้จ่ายของผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในหมวดที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวและการใช้ชีวิตประจำวัน จากข้อมูลที่ผ่านมา พบว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีช่วงเทศกาลตรุษจีน หมวดซูเปอร์มาร์เก็ตเติบโตสูงกว่า 35% เมื่อเทียบกับวันปกติ ขณะที่ หมวดร้านอาหารเติบโต 15% และหากเจาะจงร้านอาหารจีนสำหรับครอบครัวเติบโตถึง 100% ส่วนหมวดทองคำและเครื่องประดับเติบโตประมาณ 25%

    จากแนวโน้มดังกล่าว เคทีซีจึงร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เพื่อออกแบบสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์การใช้จ่ายและเพิ่มความคุ้มค่าในช่วงเทศกาล ตั้งแต่มื้ออาหารสำหรับครอบครัว การจับจ่ายของไหว้ ไปจนถึงการเดินทางระยะสั้นช่วงวันหยุด โดยมีไฮไลต์ อาทิ

    • ร้านอาหาร: สิทธิพิเศษจากห้องอาหารจีนกว่า 50 แห่ง ทั้งในโรงแรมและร้านอาหารชื่อดัง มอบส่วนลดสูงสุด 30%
    • Food Delivery: สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่าทุกประเภท รับส่วนลดสูงสุด 120 บาท ผ่าน GrabFood, LINE MAN, ShopeeFood, Robinhood หรือรับส่วนลดสูงสุด 80 บาท ที่ LINE MAN MART หรือ GrabMart ระหว่างวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 – วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569
    • หมวดซูเปอร์มาร์เก็ต: รับเครดิตเงินคืน 150 บาท เมื่อสแกนจ่ายด้วย VISA QR CREDIT ผ่านแอป KTC Mobile
    • ห้างสรรพสินค้า: รับคะแนนสะสมสูงสุด X7 สำหรับบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี และแลกรับส่วนลดเพิ่มหรือเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% สำหรับบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท
    • ทองคำ: เลือกผ่อนชำระ 0% หรือแลกคะแนนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 20% กับร้านทองชั้นนำที่ร่วมรายการ
    • ท่องเที่ยว: รับส่วนลดตั๋วเครื่องบินเส้นทางจีน ฮ่องกง และไต้หวัน สูงสุด 1,000 บาท หรือส่วนลด 5–10% ตามเงื่อนไขของสายการบินพันธมิตร

    ทั้งนี้ เคทีซียังสนับสนุนให้สมาชิกใช้คะแนน KTC FOREVER เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่าย เช่น การแลกรับส่วนลดร้านอาหาร หรือสิทธิพิเศษด้านการเดินทาง เพื่อช่วยบริหารค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลให้คุ้มค่ามากที่สุด

    ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 หรือติดตามโปรโมชันของเคทีซีได้ที่ https://www.ktc.co.th สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/268564&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw28ZkSyDAE9YeGAi_GzLRpr

  • เวิลด์แบงก์ หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือโตแค่ 1.6% หนี้ครัวเรือนสูง-ท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า

    เวิลด์แบงก์ หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือโตแค่ 1.6% หนี้ครัวเรือนสูง-ท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า

    ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายในการยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางการแข่งขันในเวทีโลกที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้น การวิเคราะห์ล่าสุดจากธนาคารโลก ในรายงานตามติดเศรษฐกิจไทย (Thailand Economic Monitor) ชี้ว่าอุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวขั้นสูงเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้กลับมามีพลวัตอีกครั้ง การขยายไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงและปล่อยคาร์บอนต่ำ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ สร้างงาน และทำให้ประเทศไทยสามารถปรับตัวต่อทิศทางอุปสงค์ของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้

    ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก ระบุ การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยคาดว่าจะชะลอลงเหลือร้อยละ 1.6 ในปี 2569 สะท้อนผลจากภาวะการค้าโลกที่ชะลอตัว ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ช้าลง โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเป็นร้อยละ 2.2 ในปี 2570 จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น การลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งขึ้น และโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเงินลงทุนจริง

    ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก เวิลด์แบงก์ หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือโตแค่ 1.6% หนี้ครัวเรือนสูง-ท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า

    เมลินดา กู้ด ผู้อำนวยการประเทศไทยและเมียนมา ธนาคารโลก ระบุ ภาคการผลิตยังคงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย คิดเป็นร้อยละ 25 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และร้อยละ 16 ของการจ้างงาน หรือประมาณ 6.2 ล้านตำแหน่ง รายงานระบุว่าสินค้าส่งออกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทยมีสัดส่วนเกือบร้อยละ 10 ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด และโดยเฉลี่ยมีความซับซ้อนทางเทคโนโลยีสูงกว่าสินค้าที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    “อุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวขั้นสูงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต เสริมสร้างความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ และสร้างงานที่มีคุณภาพ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังกำหนดรูปแบบการเติบโตระยะต่อไป การประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศที่จะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ครั้งนี้นับว่าเหมาะสมอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้”

    รายงานชี้ว่า ยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน อุปกรณ์เซลล์แสงอาทิตย์ และเทคโนโลยีระบบทำความเย็นที่ประหยัดพลังงาน เป็นห่วงโซ่มูลค่าสีเขียวที่ประเทศไทยมีศักยภาพที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิม และสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้ ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศที่ผลิตในประเทศไทยมีสัดส่วนเกือบหนึ่งในสามของตลาดโลก หรือร้อยละ 10 ของการส่งออกเครื่องปรับอากาศทั่วโลก ขณะที่ในภาคยานยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ส่วนใหญ่ที่ผลิตในประเทศไทยในปัจจุบันยังสามารถนำไปใช้กับยานยนต์ไฟฟ้าได้ ซึ่งจะช่วยรักษาการจ้างงานควบคู่ไปกับการยกระดับกระบวนการผลิต

    เมลินดา กู้ด ผู้อำนวยการประเทศไทยและเมียนมา ธนาคารโลก  

    เพื่อปลดล็อกโอกาสเหล่านี้ รายงานเน้นย้ำถึงนโยบายที่ดึงดูดการลงทุน สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี เสริมความเข้มแข็งให้กับซัพพลายเออร์ในประเทศ และกำหนดแรงจูงใจที่ชัดเจนสำหรับการผลิตคาร์บอนต่ำ มาตรการเหล่านี้ร่วมกันจะช่วยให้อุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของการเติบโตที่ยั่งยืนและทั่วถึงของประเทศไทย

    “ประเทศไทยมีองค์ประกอบพื้นฐานหลายอย่างที่จะช่วยส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขั้นสูงอยู่แล้ว และยังมีศักยภาพที่ยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อีกมาก การวิเคราะห์ของเราชี้ว่าการขยายอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอาจช่วยเพิ่ม GDP ได้อีกร้อยละ 2.9 ภายในปี 2578 โอกาสสำคัญในขณะนี้คือการก้าวข้ามจากการประกอบไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้น”

    รายงานยังเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างฐานรากการเติบโตของประเทศไทย อาทิ การส่งเสริมการแข่งขัน การยกระดับทักษะแรงงาน และการปรับสมดุลทางการคลัง การส่งเสริมการแข่งขันในภาคบริการและโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยยกระดับผลิตภาพและดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ ขณะที่การฝึกอบรมและการยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมจะช่วยให้แรงงานสามารถย้ายเข้าสู่ภาคส่วนที่เติบโตเร็ว เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และอุตสาหกรรมการผลิตสีเขียว การฟื้นฟูพื้นที่ทางการคลังอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและการขยายฐานรายได้ จะสนับสนุนการปฏิรูปเหล่านี้และช่วยให้ประเทศไทยคว้าโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ได้

    เวิลด์แบงก์ หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือโตแค่ 1.6% หนี้ครัวเรือนสูง-ท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378973596&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AroLzfuXkWsIw0JiBxjiU

  • “อนุทิน” โพสต์ขอบคุณทุกเสียงไว้วางใจ “ภูมิใจไทย” ลั่นจะไม่ทำให้ผิดหวัง พร้อมรับผิดชอบงานความมั่นคง เดินหน้าทีมประเทศไทยฟื้นศก. ทุกพรรคร่วมรัฐบาล มีเป้าหมายเดียวกัน ทำให้ปชช.มีรายได้ดีขึ้น | TOPNEWS

    “อนุทิน” โพสต์ขอบคุณทุกเสียงไว้วางใจ “ภูมิใจไทย” ลั่นจะไม่ทำให้ผิดหวัง พร้อมรับผิดชอบงานความมั่นคง เดินหน้าทีมประเทศไทยฟื้นศก. ทุกพรรคร่วมรัฐบาล มีเป้าหมายเดียวกัน ทำให้ปชช.มีรายได้ดีขึ้น | TOPNEWS

    “อนุทิน” โพสต์ขอบคุณทุกเสียงไว้วางใจ “ภูมิใจไทย” ลั่นจะไม่ทำให้ผิดหวัง พร้อมรับผิดชอบงานความมั่นคง เดินหน้าทีมประเทศไทยฟื้นศก. ทุกพรรคร่วมรัฐบาล มีเป้าหมายเดียวกัน ทำให้ปชช.มีรายได้ดีขึ้น

    • เผยแพร่ : 15/02/2026 20:25

    “อนุทิน” ลั่นเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลทันทีที่ กกต.ประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ประกาศคุมความมั่นคง-เศรษฐกิจ ยันทุกพรรคร่วมเป็นทีมเดียวกัน

    “อนุทิน” โพสต์ขอบคุณทุกเสียงไว้วางใจ “ภูมิใจไทย” ลั่นจะไม่ทำให้ผิดหวัง พร้อมรับผิดชอบงานความมั่นคง เดินหน้าทีมประเทศไทยฟื้นศก. ทุกพรรคร่วมรัฐบาล มีเป้าหมายเดียวกัน ทำให้ปชช.มีรายได้ดีขึ้น – Top News รายงาน

    อนุทิน

    เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.24 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul ระบุว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผมขอกราบขอบพระคุณทุกท่านต่อความไว้วางใจและความเชื่อมั่น ที่พรรคภูมิใจไทยได้รับอย่างท่วมท้น เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ซึ่งผมจะเร่งดำเนินการทันทีเมื่อ กกต.ประกาศผลของการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

    ผมขอยืนยันว่าผมจะไม่ทำให้ทุกท่านที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ผิดหวัง เสียใจ และจะทำงานตอบแทนทุกคะแนนด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้ ทุกนโยบายที่ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผมและพรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่าจะปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นทุกประการ

    พรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน การบริหารงานความมั่นคง ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

    การปิดด่านชายแดนจะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึงการยกเลิก MOU 44 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย ผมและคุณสีหศักดิ์สัญญาที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป

    พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้ การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์

    ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา

    ผมขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกคะแนนที่ท่านมอบให้พรรคภูมิใจไทย มีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี มีรายได้ มีความสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน

    ผมถือว่า ทุกคะแนนที่พรรคภูมิใจไทยได้รับคือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาที่ผมจะต้องปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็วครับ ขอกราบขอบพระคุณและจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

    ปก web แลนด์มาร์คใหม่..วิวดอย

    image

    ต่างชาติไม่เกรงกฎหมาย เปิดบาร์เถื่อนย่านท่องเที่ยว

    กาญจนบุรี/// ร้านออมทรัพย์ตลาดสด(เก่า)เทศบาลเมืองกาญจนบุรี จัดจำหน่ายของมงคลต้อนรับวันตรุษจีน 2569 สร้างสีสันรับปีใหม่จีน

    เชียงใหม่ เตรียมจัดงาน “เสน่ห์วัฒนธรรมล้านนาสู่สากล” ฉลองเมือง 730 ปี ดันแฟชั่นชุดไทย–Soft Power อาหารและดนตรีพื้นถิ่นสู่เวทีโลก

    เชียงใหม่ ผนึกพลัง 5 องค์กรหลัก! ปูพรมภาคเหนือ ฉีด “วัคซีนจราจร” เด็กปฐมวัย ดันศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนยั่งยืน

    “อนุทิน” โพสต์ขอบคุณทุกเสียงไว้วางใจ “ภูมิใจไทย” ลั่นจะไม่ทำให้ผิดหวัง พร้อมรับผิดชอบงานความมั่นคง เดินหน้าทีมประเทศไทยฟื้นศก. ทุกพรรคร่วมรัฐบาล มีเป้าหมายเดียวกัน ทำให้ปชช.มีรายได้ดีขึ้น

    ราชบุรี///วัดดังราชบุรีจัดพิธีใหญ่ ปิดทองฝังลูกนิมิต–ปลุกเสกวัตถุมงคลกลางเวหา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1488856&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hZTpiRRw84k1HaImze0Us

  • อนุทิน ขอบคุณประชาชนไว้วางใจ ภูมิใจไทย เป็นแกนนำรัฐบาล

    อนุทิน ขอบคุณประชาชนไว้วางใจ ภูมิใจไทย เป็นแกนนำรัฐบาล

    วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่มอบความไว้วางใจและคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น ให้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พร้อมยืนยันจะเร่งดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลและเข้าบริหารประเทศทันทีภายหลัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

    อนุทินกล่าวต่อว่า จะไม่ทำให้ประชาชนที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทยผิดหวัง และจะทำงานตอบแทนทุกคะแนนเสียงด้วยความสำนึกในความไว้วางใจ โดยทุกนโยบายที่พรรคได้นำเสนอในช่วงหาเสียง จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่ให้คำมั่นไว้ทุกประการ



    สำหรับทิศทางการบริหารประเทศ พรรคภูมิใจไทยจะรับผิดชอบด้านความมั่นคง โดยใช้ทั้งมาตรการทางการทูตและการทหาร เพื่อปกป้องอธิปไตย เกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของประเทศ พร้อมยืนยันว่าความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อนเป็นลำดับแรก

    ทั้งนี้ยังระบุว่าจะเดินหน้ามาตรการด้านชายแดนอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง รวมถึงทบทวนข้อตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์สูงสุดของชาติ

    ด้านเศรษฐกิจ พรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย โดยเน้นการทำงานแบบทีมประเทศไทย เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ

    ท้ายที่สุด อนุทินยืนยันว่าจะทำให้ทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้มีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน พร้อมขอบคุณประชาชน และยืนยันว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง

    อ้างอิง : https://www.facebook.com/photo/?fbid=26337452255889300&set=a.175348975859652
     


    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ฐานิส สุดโต

    บรรณาธิการภาพ ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/anutin-bhumjaithai-lead-government-pledge/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mcmevlTNudOCUbiSOfElj

  • ‘สวิตเซอร์แลนด์’ เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวน จ่อปรับเพดานประชากร 10 ล้านคน

    ‘สวิตเซอร์แลนด์’ เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวน จ่อปรับเพดานประชากร 10 ล้านคน

    ‘สวิตเซอร์แลนด์’ เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวน เตรียมทำประชามติ ปรับเพดานประชากร 10 ล้านคน หลังบิ้กเทคแห่ปักหลัก ดัน ‘ค่าเช่าพุ่ง-รถติด-เมืองแออัด’ หวั่นทำลายมนต์เสน่ห์ประเทศ

    “สวิตเซอร์แลนด์” ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพอันงดงาม ระบบเศรษฐกิจที่คึกคัก ภาษีต่ำ และประสิทธิภาพของรัฐบาล กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนทั่วโลก รวมทั้งบรรดาบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Nestle และธุรกิจการเงินระดับโลกอย่าง UBS, IBM และ Disney เข้ามาลงทุนด้วย และเลือกที่นี่เป็นฐานที่มั่น จนส่งผลให้รายได้ต่อหัวของประชากรสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก

    ประชากรพุ่งสูงสุดในรอบ 5 ทศวรรษ

    ทว่าความมั่งคั่งนี้มาพร้อมกับจำนวนประชากรที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 10% ในรอบ ทศวรรษ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของยุโรปที่ไม่ถึง 2% ตามข้อมูลของธนาคารโลก สิ่งที่ตามมาคือเสียงสะท้อนจากคนท้องถิ่นที่ต้องเผชิญกับ ค่าเช่าที่พักอาศัยที่แพงลิ่ว การจราจรที่ติดขัด และความแออัดในระบบขนส่งสาธารณะ 

    จนกลายเป็นคำถามสำคัญว่า “ความเติบโตทางเศรษฐกิจที่แลกมาด้วย คุณภาพชีวิตที่แย่ลงนั้นคุ้มค่าจริงหรือ?”

     “การย้ายถิ่นฐานจากต่างประเทศ” คือปัจจัยหลักที่ทำให้ประชากรเพิ่มขึ้น ในขณะที่การเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ มีสัดส่วนเพียงแค่ประมาณ 1 ใน 10 ของการเติบโตทั้งหมดเท่านั้น 

    อัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรพุ่งสูงขึ้นเป็นพิเศษในปี 2566 เนื่องจากมีการนับรวมจำนวนผู้ลี้ภัยจากยูเครน เข้ามาในสถิติระดับชาติเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตามสถิติส่วนใหญ่ในแต่ละปี ผู้ที่ย้ายเข้ามาพำนักในสวิตเซอร์แลนด์มักมาจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หรือประเทศที่สวิตเซอร์แลนด์มีข้อตกลงการค้าเสรีและข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกันเป็นหลัก

    จ่อปรับเพดาน 10 ล้านคน เพื่อรักษา ‘คุณภาพ’

     เมื่อความนิยมในพรรคการเมืองปีกขวาจัด (SVP) ผลักดันให้ประเทศต้องพิจารณามาตรการขั้นเด็ดขาดอย่างการ “จำกัดจำนวนประชากร” ไว้ที่ไม่เกิน 10 ล้านคน เพื่อรักษาเอกลักษณ์และมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีของชาวสวิสเอาไว้

    พรรคประชาชนสวิส (Swiss People’s Party หรือ SVP) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองปีกขวา สามารถคว้าคะแนนเสียงได้ถึง 28% ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ด้วยการรณรงค์ที่เน้นย้ำว่า “การได้รับสัญชาติสวิสคือสิทธิพิเศษ ไม่ใช่สิทธิขั้นพื้นฐานที่ใครก็ได้พึงมี” 

    ต่อมาในปี 2566 ทางพรรคจึงได้นำเสนอแนวคิดเรื่องการจำกัดจำนวนประชากร โดยชูประเด็นว่าเป็นหนทางสำคัญในการรักษา “วิถีชีวิตแบบชาวสวิส” และเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมจากการถูกทำลายโดยกิจกรรมของมนุษย์ที่มากเกินไป

    ข้อเสนอที่กำลังจะเข้าสู่การทำ “ประชามติ” ในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การควบคุม แต่คือการวางแผนรับมือเป็นลำดับขั้น หากจำนวนประชากรแตะระดับที่กำหนด

    สำหรับบันใดขั้นแรก หากประชากรแตะระดับ 9.5 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2035  รัฐจะเริ่มจำกัดสิทธิ์กลุ่มผู้ลี้ภัยและครอบครัวของชาวต่างชาติในการขอถิ่นที่อยู่ถาวรหรือสัญชาติ

    ถัดมาคือการจัดการขั้นเด็ดขาดหากแตะระดับ 10 ล้านคน สวิตเซอร์แลนด์จะถอนตัวจากสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เอื้อต่อการเพิ่มขึ้นของประชากร

    หากผ่านไป 2 ปีแล้วประชากรยังไม่ลดลง จะต้องยกเลิกข้อตกลง “การเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี” กับสหภาพยุโรปซึ่งเปรียบเสมือนการตัดช่องทางการไหลเวียนของแรงงานและอาจกระทบต่อสิทธิของชาว EU กว่า 1.5 ล้านคนที่ทำงานอยู่ในปัจจุบัน

    ผลสำรวจความเห็นระบุว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึง 48% ที่มีแนวโน้มจะสนับสนุนหรือตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะลงคะแนนเห็นด้วย ในขณะที่มีผู้คัดค้านอยู่ที่ 41% และอีก 11% ยังไม่ได้ตัดสินใจ

     แต่ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงที่ตามมาคืออาจเกิดการ ขาดแคลนแรงงานทักษะสูง ในสาขาที่จำเป็น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในที่สุด

    เศรษฐกิจพัง หรือ สังคมรอด?

    ในมุมมองของภาคธุรกิจ องค์กรอย่างสมาพันธ์ธุรกิจสวิส Economiesuisse และตัวแทนกลุ่มอุตสาหกรรม Swissmem ต่างประสานเสียงเตือนว่า การจำกัดประชากรจะนำไปสู่ภาวะ “ขาดแคลนแรงงานทักษะสูง” อย่างรุนแรง ซึ่งอาจสูงถึง 430,000 ตำแหน่งในปี 2040 และอาจทำลายความสัมพันธ์ทางการค้ากับ EU ซึ่งเป็นตลาดส่งออกกว่า 40% ของประเทศ

    'สวิตเซอร์แลนด์' เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวน จ่อปรับเพดานประชากร 10 ล้านคน

    ในขณะนี้ยังไม่มีการประเมินตัวเลขผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าข้อเสนอนี้จะกลายเป็น “ตัวถ่วง” ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ 

    ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุน นำโดยพรรค SVP มองว่านี่คือการปกป้องสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตดั้งเดิม พวกเขาเชื่อว่าข้อเสียทางเศรษฐกิจจะถูกชดเชยด้วยค่าครองชีพที่ลดลง ค่าเช่าบ้านที่ถูกลง และภาระสวัสดิการของรัฐที่เบาบางลง

     ระบบประชาธิปไตยกำลังจะให้คำตอบว่า ท้ายที่สุดแล้ว ชาวสวิสจะเลือกเดินบนเส้นทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด หรือจะเลือกขีดเส้นตายเพื่อรักษา “พื้นที่” และ “คุณภาพชีวิต” ของตนเองเอาไว้ให้ยั่งยืน

    อ้างอิง Bloomberg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1221314&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2r5cvkLkN_MddJjbYC_VKY

  • “อนุทิน” เร่งตั้งรัฐบาลหลัง กกต. รับรอง เผย พรรคภูมิใจไทยคุมความมั่นคง-เศรษฐกิจเอง

    “อนุทิน” เร่งตั้งรัฐบาลหลัง กกต. รับรอง เผย พรรคภูมิใจไทยคุมความมั่นคง-เศรษฐกิจเอง

    “อนุทิน” ยัน เร่งจัดตั้งรัฐบาลหลัง กกต. รับรองผลเลือกตั้ง 2569 เผย พรรคภูมิใจไทยคุมด้านความมั่นคง-เศรษฐกิจเอง เดินหน้าปิดด่าน สร้างกำแพงแนวชายแดน ยกเลิก MOU 44 ลั่น ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

    เมื่อเวลา 19.24 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงพี่น้องประชาชนที่เคารพ ว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านต่อความไว้วางใจและความเชื่อมั่น ที่พรรคภูมิใจไทยได้รับอย่างท่วมท้นเพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ซึ่งตนจะเร่งดำเนินการทันทีเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลของการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

    “ผมขอยืนยันว่าผมจะไม่ทำให้ทุกท่านที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ผิดหวัง เสียใจ และจะทำงานตอบแทนทุกคะแนนด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้ ทุกนโยบายที่ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผมและพรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่าจะปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นทุกประการ”

    นายอนุทิน เผยต่อไปว่า พรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการบริหารงานความมั่นคง ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย และสำหรับตนความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด 

    ขณะที่การปิดด่านชายแดนจะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึงการยกเลิก MOU 2544 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย ตนและนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย สัญญาที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป 

    “พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้ การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ (นิติทัณฑ์ประภาศ) ศุภจี (สุธรรมพันธุ์) สีหศักดิ์”

    พร้อมเผยต่อไปอีกว่า ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกันคือทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา 

    นายอนุทิน ยังระบุในช่วงท้ายด้วยว่า ขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกคะแนนที่ท่านมอบให้พรรคภูมิใจไทยมีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี มีรายได้ มีความสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน 

    “ผมถือว่าทุกคะแนนที่พรรคภูมิใจไทยได้รับ คือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาที่ผมจะต้องปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็วครับ ขอกราบขอบพระคุณและจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน” ก่อนลงท้ายว่าด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2914409&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VtIUaWMLhtAK7wmjNiGei