อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงมุมมองว่าเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรม Data Center จะเป็นการทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่องในลักษณะกระจายตัวหลายปี ท่ามกลางปัญหาคอขวดด้านพลังงานไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานที่ยังมีอยู่
การส่งออกไทยปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวที่ 1.6% จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัว -1.2% โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจาก
o กระแสการลงทุน AI และ Data Center ทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้อุปสงค์ในสินค้าประเภท IC และอุปกรณ์ Telecom ยังคงขยายตัวได้ดีกว่าที่เคยประเมิน
o การประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้า 25% ตามมาตรา 232 ของสหรัฐฯ สำหรับ Semiconductor ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อไทย เนื่องจากมาตรการดังกล่าวมุ่งเน้นเฉพาะกลุ่มชิป AI ขั้นสูงที่ไทยไม่ได้เป็นฐานการผลิต ส่งผลให้ในภาพรวมคาดว่าการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จะขยายตัวได้เกิน 10% ในปีนี้
o อย่างไรก็ตาม แม้การส่งออกจะเร่งตัวขึ้น แต่การนำเข้าก็มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร ส่งผลให้ภาพรวมดุลการค้าไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
• ผลการเลือกตั้งช่วยลดความเสี่ยงทางการเมืองจากการจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้า และความต่อเนื่องของนโยบายช่วยหนุนเชื่อมั่น แต่ผลดังกล่าวต่อ GDP ไทยในปีนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมของนโยบายรัฐบาล
o กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลมีแนวโน้มเสร็จสิ้นได้ภายในเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2569 ซึ่งจะช่วยหนุนให้งบประมาณปี 2570 มีแนวโน้มบังคับใช้ได้ทันภายในไตรมาสที่ 4 ตามที่ประเมินไว้
o โครงการหลักอย่าง คนละครึ่งพลัส เฟส 2 คาดว่าจะเริ่มได้ทันทีหลังจัดตั้งรัฐบาล โดยใช้แหล่งเงินจากงบกลางปี 2569 ราว 30,000 ล้านบาท และอาจขยายเฟสต่อเนื่องไปใช้งบปี 2570 อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินดังกล่าวได้ถูกรวมไว้ในประมาณการแล้ว
o ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของนโยบายรัฐบาล เมื่อเข้ารับตำแหน่ง
• ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงและเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ จาก
o การเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐชะลอตัว เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
o การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากการขาดแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ที่ต้องเลื่อนออกไป ประกอบกับปัจจัยฐานสูงจากในช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีมาตรการลดหย่อนภาษี และการแจกเงินผู้สูงวัย
o จำนวนนักท่องเที่ยวในไตรมาสแรกคาดว่าจะยังคงหดตัวจากปัจจัยฐานสูง ก่อนจะทยอยฟื้นตัวและกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป
o การส่งออกในไตรมาส 1/2569 จะยังมีแนวโน้มขยายตัวสูง แต่คาดว่าการนำเข้าจะเร่งตัวขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ดุลการค้ามีแนวโน้มปรับลดลงเมื่อเทียบกับฐานที่สูงถึง 9 พันล้านดอลลาร์ฯ ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ด้านวิจัยกรุงศรี เปิดเผยว่า ตัวเลข GDP ที่ประกาศเติบโตดีกว่าที่วิจัยกรุงศรีและตลาดคาดไว้ที่ 1.2% และ 1.3% ตามลำดับ แรงขับเคลื่อนหลักมาจากการบริโภคและการลงทุนของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เร่งตัวขึ้น ขณะที่การส่งออกสินค้าและบริการชะลอตัวลง
สำหรับตัวเลข GDP ในไตรมาส 4 ที่ดีเกินคาดได้รับแรงหนุนปัจจัยบวกชั่วคราว อาทิ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่งพลัส การเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตใประเทศก่อนที่มาตรการอุดหนุนจะสิ้นสุดลง การเร่งรัดการเบิกจ่ายภาครัฐ การสะสมสินค้าคงคลัง
สำหรับในระยะข้างหน้า คาดว่าแรงส่งการเติบโตจะชะลอลง อันเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทยอยหมดลง การใช้จ่ายภาครัฐที่ค่อนข้างจำกัดในช่วงรัฐบาลรักษาการ และผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีกำลังทบทวนประมาณการ GDP ปี 2569 ซึ่งเดิมคาดที่ 1.8% (มีกำหนดเผยแพร่วันที่ 26 กุมภาพันธ์) โดยมีแนวโน้มปรับเพิ่มเล็กน้อย เนื่องจากฐาน GDP ในไตรมาส 4 ที่ดีกว่าคาด ผนวกกับความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจหากสถานการณ์การเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น