Category: เศรษฐกิจ

  • “อาเซียน” นัดประชุมด่วนวันนี้! รับมือไฟสงครามตะวันออกกลาง หวั่นน้ำมันพุ่งกระทบเศรษฐกิจ

    “อาเซียน” นัดประชุมด่วนวันนี้! รับมือไฟสงครามตะวันออกกลาง หวั่นน้ำมันพุ่งกระทบเศรษฐกิจ

    สถานการณ์ความขัดแย้งใน Middle East ที่ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้าง กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในการหารือของที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ หรือ ASEAN Economic Ministers’ Retreat ในวันนี้ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิก ASEAN เตรียมจัดประชุมนัดพิเศษผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ภายในวันเดียวกัน เพื่อหารือแนวทางรับมือของภูมิภาคต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่ดำเนินมาเป็นสัปดาห์ที่สอง และยังไม่มีสัญญาณว่าจะคลี่คลายลงในเร็ววัน

    ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2569 Dax Imperial โฆษกกิจการต่างประเทศของอาเซียนประจำปี 2569 เปิดเผยว่า การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในวันนี้จะครอบคลุมถึงท่าทีและแนวทางการตอบสนองของภูมิภาคต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยหลังเสร็จสิ้นการประชุมจะมีการแถลงรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงการออกแถลงการณ์ร่วมจากรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิก

    ขณะเดียวกัน Philippines ในฐานะประธานอาเซียนประจำปีนี้ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตดังกล่าว รวมถึงกำหนดแนวทางรับมือกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ตลอดจนปัญหาการหยุดชะงักของระบบขนส่ง โลจิสติกส์ และเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก

    Allan Gepty รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของฟิลิปปินส์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ประเทศในภูมิภาคไม่สามารถเพิกเฉยต่อผลกระทบของวิกฤตดังกล่าวได้ โดยเฉพาะผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน

    เขาระบุว่า การประสานความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การดำเนินมาตรการรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

    ขณะนี้ หลายประเทศในอาเซียนได้เริ่มดำเนินมาตรการเชิงรูปธรรมเพื่อรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานแล้ว ตัวอย่างเช่น ฟิลิปปินส์ได้ประกาศลดวันทำงานของหน่วยงานภาครัฐเพื่อประหยัดการใช้เชื้อเพลิง พร้อมทั้งประธานาธิบดีได้ยื่นขออำนาจจากรัฐสภาในการระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าและลดแรงกดดันด้านค่าครองชีพของประชาชน

    ขณะที่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Thailand ได้มีคำสั่งระงับการส่งออกพลังงานไปยังต่างประเทศชั่วคราว โดยยกเว้นการส่งออกไปยัง Laos และ Myanmar เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศ

    ด้าน Irene Dumlao ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสวัสดิการสังคมและการพัฒนาของฟิลิปปินส์ เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวนอกรอบการประชุม ASEAN Socio-Cultural Community Council ประจำปี 2569 ว่า อาเซียนกำลังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวมีแรงงานจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำงานอยู่มากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบโดยตรงหากความขัดแย้งยืดเยื้อหรือขยายวงกว้างมากขึ้น

    ทั้งนี้ ความขัดแย้งครั้งล่าสุดในตะวันออกกลางเริ่มปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังจากปฏิบัติการทางทหารร่วมกันระหว่าง United States และ Israel เพื่อโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของ Iran ส่งผลให้ Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การตอบโต้ทางทหารอย่างรุนแรงจากอิหร่าน และได้ขยายวงกว้างเป็นการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ในประเทศเพื่อนบ้านแถบอ่าวเปอร์เซีย เช่น Qatar Bahrain และ United Arab Emirates

    สถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียดดังกล่าว ทำให้หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเร่งเตรียมมาตรการรับมือ ทั้งด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และความปลอดภัยของแรงงานในต่างประเทศ เพื่อจำกัดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ

    #อาเซียน #ASEAN #สงครามตะวันออกกลาง #ราคาน้ำมันโลก #เศรษฐกิจโลก #ประชุมอาเซียน #ตะวันออกกลาง #วิกฤตพลังงาน #ข่าวต่างประเทศ #เงินเฟ้อ #พลังงานโลก #แรงงานไทยต่างแดน #ภูมิรัฐศาสตร์ #ข่าวเศรษฐกิจโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/international/134596&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1uoLwXthbFSaung5hGqNV-

  • Photo Story : บินเหนือมาตรฐาน ภาพสะท้อนเศรษฐกิจพรีเมียมไทย

    Photo Story : บินเหนือมาตรฐาน ภาพสะท้อนเศรษฐกิจพรีเมียมไทย

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ‘Private Jet’ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือการเดินทางของมหาเศรษฐีเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเศรษฐกิจพรีเมียม ตั้งแต่ธุรกิจท่องเที่ยวระดับหรู อสังหาริมทรัพย์ไฮเอนด์ ไปจนถึงการลงทุนข้ามประเทศ

    ภาพภายในห้องโดยสารของเครื่องบินธุรกิจสะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่เก้าอี้หนังระดับพรีเมียมที่ออกแบบเพื่อการเดินทางระยะไกล พื้นที่ทำงานสำหรับผู้บริหาร ไปจนถึงห้องโดยสารที่สามารถปรับเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวได้อย่างสมบูรณ์

    สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ ‘เวลา’ คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด เครื่องบินส่วนตัวจึงช่วยให้สามารถเดินทางข้ามทวีปจากเอเชียสู่ยุโรปหรืออเมริกาได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลารอเที่ยวบินพาณิชย์

    ภายในห้องโดยสารของเครื่องบินรุ่นใหม่อย่าง Gulfstream G700 ถูกออกแบบให้เป็น ‘สำนักงานบนท้องฟ้า’ พร้อมเทคโนโลยีการสื่อสารเต็มรูปแบบ โต๊ะประชุมขนาดเล็ก และพื้นที่พักผ่อนที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับห้องสวีตในโรงแรมระดับห้าดาว

    ขณะที่เครื่องบินรุ่น Gulfstream G800 ซึ่งเป็นรุ่นพิสัยไกลพิเศษ กำลังถูกจับตาในตลาดเอเชีย เนื่องจากสามารถบินตรงระยะทางข้ามทวีปได้มากขึ้น รองรับความต้องการเดินทางของนักธุรกิจระดับโลก

    ‘การบินส่วนบุคคล’ โครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจพรีเมียม

    ณัฏฐภัทร สีบุญเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MJets กล่าวว่า การแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยครั้งนี้สะท้อนศักยภาพของตลาดไทยในอุตสาหกรรมการบินธุรกิจ

    MJets เป็นผู้ให้บริการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวครบวงจรในเอเชีย ตั้งแต่การเช่าเหมาลำ การบริหารจัดการเครื่องบิน ไปจนถึงบริการภาคพื้นดินสำหรับอากาศยานส่วนบุคคล (FBO) พร้อมอาคารผู้โดยสารส่วนตัวแห่งแรกของประเทศไทยที่สนามบินดอนเมือง

    บริษัทได้ดำเนินการบินให้กับเครื่องบินรุ่น Gulfstream G700 ลำแรกที่เข้าประจำการในประเทศไทยแล้ว

    ด้าน วิลเลียม อี. ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้ง MJets ระบุว่า การเป็นตัวแทนจำหน่ายของ Gulfstream ในไทยถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัท รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเจ้าของเครื่องบินชาวไทยกับหนึ่งในผู้ผลิตอากาศยานที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในโลก

    private-jet-gulfstream-mjets-thailand-SPACEBAR-Photo02.jpg

    Private Jet หนุน ‘ท่องเที่ยวหรู’ และเศรษฐกิจบริการ

    แนวโน้มสำคัญที่เกิดขึ้นทั่วโลกคือการเติบโตของ Luxury Tourism หรือการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม ซึ่งเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการบินส่วนบุคคลอย่างใกล้ชิด

    นักท่องเที่ยวระดับมหาเศรษฐี หรือกลุ่ม Ultra High Net Worth (UHNWI) มักเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวเพื่อความสะดวกและความเป็นส่วนตัวสูง สามารถบินตรงสู่เมืองท่องเที่ยวหรือรีสอร์ทระดับโลกได้ทันที

    สำหรับประเทศไทย การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินส่วนบุคคล เช่น อาคารผู้โดยสาร Private Jet Terminal และผู้ให้บริการ FBO ที่มีมาตรฐานสูง ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวระดับบน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูงในเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    private-jet-gulfstream-mjets-thailand-SPACEBAR-Photo14.jpg

    private-jet-gulfstream-mjets-thailand-SPACEBAR-Photo04.jpg

    private-jet-gulfstream-mjets-thailand-SPACEBAR-Photo05.jpg

    private-jet-gulfstream-mjets-thailand-SPACEBAR-Photo06.jpg

    private-jet-gulfstream-mjets-thailand-SPACEBAR-Photo07.jpg

    private-jet-gulfstream-mjets-thailand-SPACEBAR-Photo08.jpg

    private-jet-gulfstream-mjets-thailand-SPACEBAR-Photo09.jpg

    private-jet-gulfstream-mjets-thailand-SPACEBAR-Photo15.jpg

    private-jet-gulfstream-mjets-thailand-SPACEBAR-Photo11.jpg

    private-jet-gulfstream-mjets-thailand-SPACEBAR-Photo13.jpg

    private-jet-gulfstream-mjets-thailand-SPACEBAR-Photo12.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spacebar.th/business/photo-story-private-jet-gulfstream-mjets-thailand&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eZyAbcGwHNcFipFUrHrke

  • เพื่อไทย จับมือ พรรคคอมมิวนิสต์จีน ชู Biotech ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต

    เพื่อไทย จับมือ พรรคคอมมิวนิสต์จีน ชู Biotech ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต

    วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.14 น.

    พรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นำคณะร่วมหารือแลกเปลี่ยนความเห็นกับ นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง ณ สถานเอกอัครราชทูตจีน เพื่อกระชับความร่วมมือและสานต่อความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมือง ตามคำเชิญของเอกอัครราชทูตจีนฯ

    พรรคเพื่อไทยได้ย้ำถึงหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นความผูกพันเชิงยุทธศาสตร์ที่มีรากฐานมายาวนานตั้งแต่ยุคสมัยพรรคไทยรักไทย การขับเคลื่อนความสัมพันธ์ในรูปแบบ “พรรคต่อพรรค” จะเป็นฟันเฟืองหลักในการเชื่อมโยงนโยบายและสร้างความไว้วางใจในระดับบริหาร เพื่อให้การผลักดันนโยบายสาธารณะมีความต่อเนื่องและมั่นคงในระยะยาว

    พรรคเพื่อไทย

    ทั้งในมิติเศรษฐกิจและการพัฒนา ที่จะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากความสำเร็จของจีนในด้านงานวิจัยและเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะอุตสาหกรรม Biotech เทคโนโลยีการแพทย์ (Medical Technology) เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมทางการแพทย์ของภูมิภาค 

    รวมถึงความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ มุ่งสานต่อและขยายผลความร่วมมือในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง-ล้านช้าง โดยเฉพาะการจัดการปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน มุ่งเน้นการควบคุมมลพิษทางอากาศหรือปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

    พรรคเพื่อไทย

    พร้อมทั้ง มุ่งสร้างเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนได้งบ จบได้งาน 4 ปี 4 ล้านคน” เน้น Upskill/Reskill แรงงานไทยในอุตสาหกรรม AI, EV, หุ่นยนต์, เซมิคอนดักเตอร์ ฯลฯ พร้อมยกระดับอาชีวศึกษา เชื่อมโยงการปฏิบัติจริงกับภาคเอกชนเพื่อให้การันตีมีงานทำทันที 

    ศ.ดร.ยศชนัน ระบุผ่านช่องทางออนไลน์ ภายหลังการเข้าพบครั้งนี้ว่า หัวใจสำคัญที่เราถอดบทเรียนจากจีนคือการใช้ “นวัตกรรมนำนโยบาย” 

    พรรคเพื่อไทย

    เราตั้งใจนำองค์ความรู้และงานวิจัยที่สั่งสมมา ผสมผสานกับประสบการณ์ความสำเร็จของจีน เพื่อแก้โจทย์ใหญ่สำหรับพี่น้องประชาชน เช่น การลดความเหลื่อมล้ำ ผ่านการใช้ Deep Tech และ Data Analytics แก้จนรายครัวเรือนให้ตรงจุด การเปลี่ยนเกษตรดั้งเดิมสู่ Smart Farming เพิ่มรายได้ที่ยั่งยืน และ “การศึกษาแห่งอนาคต” ผ่านการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เท่าเทียมและตอบโจทย์โลกยุคใหม่

    การจะขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ให้ยั่งยืนต้อง “สร้างคน” ครับ และการกระชับสัมพันธ์ระดับ “พรรคต่อพรรค” ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีมายาวนานเกือบ 30 ปี ตั้งแต่ยุคไทยรักไทย จะเป็นพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ของสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและการบริหารจัดการที่ยึดโยงกับประชาชนร่วมกัน

    พรรคเพื่อไทย

    และทิ้งท้ายว่า “ผมเชื่อมั่นว่างานวิจัยจะไม่ขึ้นหิ้งอีกต่อไป แต่จะถูกนำมาขับเคลื่อนเป็นนโยบายที่กินได้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน”

    ด้านนายจุลพันธ์ โพสต์ผ่านช่องทางออนไลน์ระบุถึงประเด็นสำคัญในการหารือครั้งนี้ว่า คือการกระชับความสัมพันธ์ระดับ “พรรคต่อพรรค” ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพราะมิตรภาพที่ดีระหว่างพรรคคือรากฐานสำคัญในการทำงานร่วมกันเพื่อประชาชนในระยะยาว ที่เน้นเป็นพิเศษคือเรื่อง “การสร้างคน” เราตั้งใจจะส่งสมาชิกพรรคและคนรุ่นใหม่ของทั้งสองฝ่ายมาแลกเปลี่ยนความรู้กันให้บ่อยขึ้น ทั้งเรื่องเทคโนโลยี การยกระดับเศรษฐกิจ และการบริหารพรรคแบบที่ยึดโยงกับประชาชน

    พรรคเพื่อไทย

    ทั้งนี้ในการหารือ คณะผู้แทนพรรคเพื่อไทยได้แสดงความขอบคุณต่อสถานเอกอัครราชทูตจีนที่ให้ความสำคัญกับการสร้างมิตรภาพร่วมกับสมาชิกคนรุ่นใหม่ของพรรคมาโดยตลอด พร้อมกันนี้ยังได้ใช้โอกาสนี้เชิญผู้แทนระดับสูงจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาเยี่ยมเยือนพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้ เพื่อตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและเดินหน้าความร่วมมือเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างสูงสุด

    พรรคเพื่อไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/952427&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nJMNS1sTOgWFls4tU4KOb

  • รู้ก่อนรวยก่อน ส่อง 5 หุ้น น่าสนใจ 13/03/69

    รู้ก่อนรวยก่อน ส่อง 5 หุ้น น่าสนใจ 13/03/69

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/134556&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_WEhOBxOV6oV8uu7LmI03

  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศวันนี้ 13/03/69

    อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศวันนี้ 13/03/69

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/134552&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tDqSLJ2f-wZoUB9zAML32

  • โพสต์วิเคราะห์: ฮอร์มุซระอุเมื่อเรือธงไทยถูกโจมตีบทเรียนราคาแพงสหรัฐฯ

    โพสต์วิเคราะห์: ฮอร์มุซระอุเมื่อเรือธงไทยถูกโจมตีบทเรียนราคาแพงสหรัฐฯ

    โพสต์วิเคราะห์: ฮอร์มุซระอุเมื่อเรือธงไทยถูกโจมตีบทเรียนราคาแพงสหรัฐฯ

    การโจมตีเรือ “มยุรีนารี” เรือสินค้าสัญชาติไทยในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ไม่เพียงแต่เป็นวิกฤตการณ์ทางทะเล แต่คือภาพสะท้อนของความล้มเหลวเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ สถานการณ์ปัจจุบันบ่งชี้ชัดเจนว่า สหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการเปลี่ยนระบอบปกครอง (Regime Change) ในอิหร่านได้ ซ้ำร้ายยังทำให้อิหร่านใช้ชัยภูมิที่ได้เปรียบควบคุมเส้นทางลำเลียงน้ำมันโลกเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง จนราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกลายเป็นอาวุธย้อนกลับมาทำลายเศรษฐกิจโลก

    ความล้มเหลวของทรัมป์และทฤษฎี TACO

    บทวิเคราะห์จาก พิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย มองว่ายุทธศาสตร์ของทรัมป์ที่หวังใช้ความรุนแรงสยบอิหร่านผ่านการสังหารผู้นำเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง นอกจากจะเปลี่ยนระบอบปกครองไม่ได้ยังเป็นการ “จุดไฟ” ให้ภูมิภาค และสร้างความแค้นเคืองแก่คนรุ่นใหม่ในอิหร่าน

    อดีตทูตพิศาลยังให้นิยามพฤติกรรมของทรัมป์ว่า “TACO” (Trump Always Chickens Out) หรือพฤติกรรมที่มักประกาศกร้าวแต่พร้อมจะถอยทัพทันทีเมื่อเห็นว่าสถานการณ์กระทบต่อตลาดหุ้นหรือคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งมิดเทอม เนื่องจากกลัวว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและยอดสูญเสียของทหารอเมริกันจะทำให้เขาพ่ายแพ้ในสนามการเมือง

    อธิปไตยเคลื่อนที่ และชัยภูมิที่เหนือกว่าของอิหร่าน

    ในมุมมองด้านความมั่นคง พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุว่ากรณีเรือมยุรีนารีต้องถือเป็นเรื่อง “อธิปไตย” เพราะเรือที่จดทะเบียนและชักธงไทยคือแผ่นดินไทยที่เคลื่อนที่ไปในทะเล การโจมตีครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าอิหร่านมีความสามารถในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเบ็ดเสร็จ โดยใช้ “อาวุธไร้คนขับ” (Unmanned Systems) และทุ่นระเบิด ซึ่งยากจะป้องกันแม้จะมีเรือรบคุ้มกัน

    เป้าหมายของอิหร่านชัดเจนคือการผลักดันราคาน้ำมันให้แตะระดับ 150-200 เหรียญต่อบาร์เรล เพื่อใช้เป็นไม้ตายสุดท้ายในการรักษาประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะการยึดพื้นที่คืนต้องใช้การรบยกพลขึ้นบกเต็มรูปแบบซึ่งมีความเสี่ยงสูงเกินรับได้

    ทางออกประเทศไทย: เลิก ‘หน่อมแนม’ ชูไพ่ตาย ‘อู่ตะเภา’

    สำหรับบทบาทของรัฐบาลไทย อดีตทูตพิศาลวิจารณ์ว่าที่ผ่านมาไทยดำเนินนโยบายแบบ “หน่อมแนม” เน้นเพียงการแสดงความห่วงใยจนขาดจุดยืนที่สง่างาม ข้อเสนอแนะคือไทยต้องใช้การทูตเชิงรุกบนหลักมนุษยธรรม เช่น การส่งเวชภัณฑ์ช่วยเหลืออิหร่านเพื่อแสดงความเป็นมิตร

    ขณะเดียวกัน พล.ร.อ.จุมพล ชี้ว่าไทยยังมี “ไพ่ต่อรอง” ระดับทองคำคือสนามบินอู่ตะเภาและชัยภูมิขวานทองที่อยู่กึ่งกลางสองมหาสมุทร ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สหรัฐฯ ขาดไม่ได้ในการดำเนินนโยบายอินโด-แปซิฟิก รัฐบาลจึงควรนำจุดแข็งนี้มาเจรจาเพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติ แทนการเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ที่รอรับผลกระทบทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว

    เรียบเรียง: อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 
    แหล่งที่มา: รายการคมชัดลึก(คลิก)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/columnist/post-analysis/739296&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pQjNyLzWtrvLzcG6W3TPC

  • “สุวัฒน์” แนะลงทุนแบบ “Selective Buy” คัด 7 หุ้นพื้นฐานเด่น

    “สุวัฒน์” แนะลงทุนแบบ “Selective Buy” คัด 7 หุ้นพื้นฐานเด่น

    นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการสายงานวิจัย ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านรายการ ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันที่ 12 มี.ค.69 ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบันส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบและตลาดหุ้นไทย โดยระดับราคาน้ำมันที่ 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ซึ่งจะกำหนดสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของกลุ่มพลังงานกับความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

    ทั้งนี้ แม้จะมีการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจปรับตัวขึ้นถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ประเมินว่าหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นเพียงภาวะตื่นตระหนกระยะสั้น (Panic) เนื่องจากปัจจุบันตลาดพลังงานโลกยังมีอุปทานส่วนเกิน และยังมีเส้นทางการขนส่งสำรองที่สามารถรองรับได้

    สำหรับตลาดหุ้นไทย ประเมินว่าดัชนีมีแนวรับสำคัญบริเวณ 1,380 จุด โดยแรงกดดันหลักมาจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่เป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิสูงถึง 6.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ทำให้เศรษฐกิจมีความอ่อนไหวต่อการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานมากกว่าหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ที่มีแหล่งพลังงานภายในประเทศ

    ในด้านกระแสเงินทุนต่างชาติ ปัจจุบันนักลงทุนอยู่ในภาวะลดความเสี่ยง (Risk-off) มากกว่าการถอนการลงทุนอย่างถาวร โดยหากสถานการณ์ราคาน้ำมันคลี่คลาย รวมถึงปัจจัยภายในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น เช่น เสถียรภาพทางการเมือง การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และการลงทุนในอุตสาหกรรม S-Curve ใหม่ มีโอกาสที่เงินทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง

    กลยุทธ์การลงทุนในระยะนี้ แนะนำให้นักลงทุนเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) โดยเน้นหุ้นในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมัน กลุ่มที่มีความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิต รวมถึงหุ้นที่ราคาปรับตัวลดลงมากเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานจากความตื่นตระหนกของตลาด

    สำหรับหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่
    กลุ่มพลังงาน เช่น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันในระดับสูง
    กลุ่มปิโตรเคมี เช่น บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ที่มีความได้เปรียบด้านต้นทุนจากการใช้ก๊าซในประเทศเป็นวัตถุดิบ
    กลุ่มโรงพยาบาล เช่น บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS ซึ่งราคาหุ้นปรับตัวลงราว 15% แม้มีสัดส่วนผู้ป่วยจากตะวันออกกลางเพียงประมาณ 2%
    กลุ่มโรงไฟฟ้า เช่น บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO และบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งมีโครงสร้างรายได้มั่นคง และยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
    กลุ่มธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ที่มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ
    ขณะที่กลุ่มสื่อสาร มองว่าเป็นกลุ่มปลอดภัย (Safe Haven) เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวลดลงลึกเกินกว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง

    นอกจากนี้ ภาคการเดินเรือยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในสองมิติ โดยในระยะสั้นเป็นปัจจัยลบเชิงจิตวิทยาจากความกังวลด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะกรณีที่มีเหตุการณ์กระทบต่อเรือไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางอาจกลายเป็นโอกาส หากค่าระวางเรือ (Freight Rate) ปรับตัวสูงขึ้นจากข้อจำกัดด้านเส้นทางเดินเรือและภาวะตึงตัวของอุปทานการขนส่ง ซึ่งอาจผลักภาระต้นทุนไปยังผู้ใช้บริการในอนาคต

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/818896&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30j5XtlhQkhnI7kO7P_0Db

  • สมาคมอสังหาฯ ยกระดับผู้นำอุตสาหกรรม หนุนศักยภาพเศรษฐกิจไทย

    สมาคมอสังหาฯ ยกระดับผู้นำอุตสาหกรรม หนุนศักยภาพเศรษฐกิจไทย

    สมาคมอสังหาฯ ยกระดับผู้นำอุตสาหกรรม หนุนศักยภาพเศรษฐกิจไทย

    สมาคมอสังหาฯ ยกระดับผู้นำอุตสาหกรรม หนุนศักยภาพเศรษฐกิจไทย

    สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารในอุตสาหกรรม ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น ภาวะดอกเบี้ยและการเข้าถึงแหล่งทุนที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

    รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเปิด 2 หลักสูตรสำคัญ ได้แก่ RAPTOR รุ่นที่ 2 – AI Edition และ REAL Hotel รุ่นที่ 3 ซึ่งเริ่มอบรมอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพ

    นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับหลายภาคส่วน ทั้งก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง การเงิน การท่องเที่ยว และการจ้างงานจำนวนมาก การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการจึงไม่เพียงส่งผลต่อธุรกิจรายบริษัท แต่ยังมีผลต่อความสามารถการแข่งขันของประเทศในภาพรวม

    “ในช่วงที่เศรษฐกิจมีความผันผวน ผู้บริหารต้องมีความเข้าใจเชิงลึกทั้งด้านกลไกตลาด การเงิน เทคโนโลยี และทิศทางการพัฒนาเมือง เพื่อให้การตัดสินใจลงทุนมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจโดยรวม” นายพรนริศกล่าว

    พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์

    หลักสูตร RAPTOR (Real Asset Program for Technological Optimization and Residential Development)รุ่นที่ 2 ถูกออกแบบเพื่อตอบโจทย์ผู้บริหารและเจ้าของกิจการที่ต้องการยกระดับการบริหารจัดการในยุคดิจิทัล

    โดยครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารสำนักงาน การบริหารที่ดิน การจัดโครงสร้างเงินทุน ตลาดทุน ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ AI, Data และ Automation ในกระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจ พร้อมวิเคราะห์ภาพรวมตลาดในระดับเมือง ภูมิภาค และแนวโน้มการใช้ประโยชน์พื้นที่ในยุค Hybrid Work

    นายวรยุทธ กิตติอุดม อุปนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ผู้ดูแลหลักสูตร RAPTOR กล่าวว่า การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบันเป็นการแข่งขันด้านประสิทธิภาพและข้อมูล ผู้ประกอบการต้องสามารถวิเคราะห์ความต้องการตลาดได้แม่นยำ บริหารต้นทุนอย่างมีวินัย และใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มความสามารถในการตัดสินใจ AI และ Data จะกลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานของผู้พัฒนาโครงการในอนาคต การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้จึงเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก พร้อมย้ำว่าการสร้างเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่จะช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมในระยะยาว

    ขณะเดียวกัน หลักสูตร REAL Hotel รุ่นที่ 3 ภายใต้การดูแลของ ดร.วรพจน์ กันติพิพัฒน์ มุ่งตอบโจทย์ธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ และ Hospitality ที่กำลังเติบโตตามภาคการท่องเที่ยว โดยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาโครงการ การบริหารจัดการ การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน หลักสูตรรวบรวมผู้เชี่ยวชาญ 16 ท่าน จากองค์กรชั้นนำ ถ่ายทอดประสบการณ์ตรง พร้อมจัดการเรียนรู้ในสถานประกอบการจริง เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจทั้งมิติการลงทุนและการดำเนินงาน

    ดร.วรพจน์ กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมต้องเข้าใจทั้งมิติการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการบริหาร Hospitality ควบคู่กัน การเรียนรู้จากสถานการณ์จริงจะช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นโอกาสและความท้าทายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

    ในวันเปิดหลักสูตร ได้รับเกียรติจากผู้บริหารภาครัฐและเอกชนร่วมถ่ายทอดมุมมองต่อทิศทางอุตสาหกรรม อาทิ นายไพสิฐ แก่นจันทน์ ประธานบริษัท แมกโนเลีย ไฟน์เนสท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างภาคอสังหาริมทรัพย์ ภาคการท่องเที่ยว และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับประเทศ

    นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารในแวดวงโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เข้าร่วมอบรม อาทิ มาริสา สุโกศล ผู้บริหารโรงแรม สุโกศล และนายกสมาคมโรงแรมไทย ซึ่งสะท้อนแนวโน้มว่าผู้ประกอบการแม้มีประสบการณ์ยาวนาน ก็ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง

    “การเปิดหลักสูตรทั้งสองจึงสะท้อนบทบาทของสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยในการทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาทุนมนุษย์ของอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อเสถียรภาพและการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/real-estate/653715&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AhqPjIMHn5P6WMSFcc14a

  • เปิดเทศกาลเที่ยวทะเลหาดบ้านเพ-เกาะเสม็ด ครั้งที่ 25 กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวระยอง

    เปิดเทศกาลเที่ยวทะเลหาดบ้านเพ-เกาะเสม็ด ครั้งที่ 25 กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวระยอง

    เปิดงานเทศกาลเที่ยวทะเลหาดบ้านเพ-เกาะเสม็ด ครั้งที่ 25 กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวระยอง 11-15 มี.ค. 69 ภายในงานมีอาหารทะเลสดๆ และร้านค้ากว่า 300 ร้านค้ามาจำหน่าย

    เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่บริเวณลานกิจกรรมท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลบ้านเพ อ.เมือง จ.ระยอง นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง “เทศกาลเที่ยวทะเลหาดบ้านเพ–เกาะเสม็ด” ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีนายกิติพงศ์ อุระวัตร นายอำเภอเมืองระยอง พร้อมด้วย นายยานยนต์ อรุณเวสสะเศรษฐ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเพ นางวันดี เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานระยอง นายปรีดี วริลุน ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และประชาชนร่วมงานจำนวนมาก

    นายยานยนต์ อรุณเวสสะเศรษฐ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเพ กล่าวว่า พื้นที่ตำบลบ้านเพถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดระยอง มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม อาหารทะเลสดอุดมสมบูรณ์ และการเดินทางสะดวก จึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่งผลให้เกิดการสร้างรายได้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

    เทศบาลตำบลบ้านเพจึงได้จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง “เทศกาลเที่ยวทะเลหาดบ้านเพ-เกาะเสม็ด” ขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 25 ระหว่างวันที่ 11–15 มีนาคม 2569 ณ บริเวณลานกิจกรรมท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลบ้านเพ

    สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านเพ กระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับร้านค้า รวมถึงร้านอาหารทะเลสดให้เป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนพัฒนาและส่งเสริมสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน และเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้ให้กับชุมชน พร้อมสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดระยองให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดระยองให้คึกคักต่อเนื่อง.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2919606&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17hiDGOSlRN3U9WP9vKE7V

  • กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินสายทั่วประเทศ ติดอาวุธ IP ให้คนไทย พร้อมเปิดคลังความรู้ออนไลน์ เสริมกลยุทธ์สร้างแต้มต่อธุรกิจยุคใหม่ เข้าถึงง่าย ครบวงจร

    กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินสายทั่วประเทศ ติดอาวุธ IP ให้คนไทย พร้อมเปิดคลังความรู้ออนไลน์ เสริมกลยุทธ์สร้างแต้มต่อธุรกิจยุคใหม่ เข้าถึงง่าย ครบวงจร

    ​กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าเสิร์ฟความรู้ “ทรัพย์สินทางปัญญา” ถึงมือคนไทยทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาคลังความรู้ออนไลน์ DIP e-Learning เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงองค์ความรู้ทรัพย์สินทางปัญญาที่ตอบโ ทย์การค้ายุคใหม่ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และครบวงจร โดยไม่มีค่าใช้จ่าย มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างแต้มต่อในการดำเนินธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล สอดรับเป้าหมาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์

    ​นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เพียงเครื่องมือคุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์ผลงานเท่านั้น แต่ยังเป็น “สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ” ที่ช่วยต่อยอดสร้างมูลค่าและรายได้ในระยะยาว ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและมีการบริหารจัดการสิทธิอย่างเป็นระบบ จะสามารถเปลี่ยนไอเดียความคิดให้เป็นแต้มต่อทางการแข่งขันได้ ทั้งในด้านการสร้างความแตกต่างของแบรนด์ การขยายโอกาสทางการค้า การสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและนักลงทุน ตลอดจนเพิ่มศักยภาพในการเจรจาธุรกิจในเวทีการค้า ด้วยเหตุนี้ การติดอาวุธความรู้ทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งแต่การสร้างสรรค์ผลงาน การขอรับความคุ้มครอง การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างมีกลยุทธ์ รวมทั้งการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และผลักดันภาคธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    ​นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วง 2 เดือนแรก (มกราคม – กุมภาพันธ์) ของปี 2569 กรมฯ ได้สนับสนุนวิทยากรลงพื้นที่ส่งเสริมความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาทั่วประเทศแล้ว 32 ครั้ง เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายรวม 2,205 คน โดยให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดความรู้แก่สถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างเครือข่ายหน่วยงานสนับสนุนด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Unit) ภายในองค์กร ทำหน้าที่ให้คำแนะนำ ส่งต่อความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาไปสู่นักวิจัย นักศึกษา และบุคลากรภายในหน่วยงาน พร้อมทั้งช่วยตรวจสอบรายละเอียดคำขอเบื้องต้นก่อนยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญากับกรมฯ ซึ่งจะช่วยให้คำขอมีความครบถ้วนสมบูรณ์ ลดขั้นตอนการแก้ไข และเพิ่มโอกาสในการได้รับความคุ้มครองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อันเป็นการส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนให้หน่วยงานมีระบบบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาที่ชัดเจน เพื่อต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า และนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ​ทั้งนี้ จากสถิติในปี 2568 กรมฯ ได้จัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 195 ครั้ง มีผู้ได้รับการเสริมสร้างศักยภาพกว่า 14,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและกระแสความสนใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกภาคส่วน โดยกรมฯ ได้จัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ให้ครอบคลุมหัวข้อที่ทันสมัยและสอดรับกับการค้าในยุคดิจิทัล อาทิ การร่างคำขอและขั้นตอนการขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เทคนิคการสืบค้นและใช้ประโยชน์ฐานข้อมูลสิทธิบัตร การสร้างสรรค์ผลงานด้วย AI อย่างเหมาะสมและมีความรับผิดชอบ การสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็งด้วยเครื่องหมายการค้า

    การวางกลยุทธ์บริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ กฎหมายลิขสิทธิ์และประเภทของสัญญาลิขสิทธิ์ ความรู้ด้านการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ซึ่งการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ในรูปแบบการลงพื้นที่ (On-Site) จะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถซักถามและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง พร้อมรับคำปรึกษาเชิงลึกที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละหน่วยงานเป็นรายกรณี หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนใจ ต้องการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาส่งวิทยากรไปช่วยอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรของหน่วยงานแบบเฉพาะกลุ่ม สามารถติดต่อได้ที่ กองส่งเสริมการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 0 2547 4664

    ​นอกจากนี้ กรมฯ ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยได้พัฒนาระบบ DIP e-Learning ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และคลังข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาที่ทันสมัย เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับนักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และผู้ปฏิบัติงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะ โดยมีหลักสูตรตั้งแต่ระดับความรู้พื้นฐานไปจนถึงเนื้อหาเชิงลึกที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ได้จริง ผู้เรียนสามารถบริหารจัดการเวลาเรียนได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งได้รับประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) เมื่อเรียนจบหลักสูตรและผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ กรมฯ มีแผนพัฒนาหลักสูตรออนไลน์เพิ่มเติม และส่งเสริมการใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าวให้แพร่หลายยิ่งขึ้น โดยจะนำหัวข้อที่ได้รับความนิยมในการขอรับการสนับสนุนวิทยากรที่ผ่านมา มาพัฒนาเป็นหลักสูตรออนไลน์ใหม่ๆ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ไทยให้พร้อมก้าวสู่สนามแข่งขันได้อย่างมั่นใจ

    ​สำหรับผู้สนใจ สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาผ่านระบบ DIP e-Learning ได้ที่ elearning.ipthailand.go.th โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และหน่วยงานที่ต้องการขอรับบริการวิทยากร การจัดอบรมเชิงลึกเฉพาะด้าน หรือการขอรับคำปรึกษาเพื่อพัฒนาธุรกิจ สามารถติดต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ที่เว็บไซต์ www.ipthailand.go.th และ Facebook กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2547 4664 หรือ สายด่วน 1368 โดยกรมฯ พร้อมเคียงข้างคนไทยในทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์ คุ้มครอง และต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความสำเร็จของภาคธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1003298&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KT_XHzzWOeqPkdJN0OrpA