Category: เศรษฐกิจ

  • ตลาดหุ้นไทยหยุดสงกรานต์ 2569 โอกาสหรือความเสี่ยง?

    ตลาดหุ้นไทยหยุดสงกรานต์ 2569 โอกาสหรือความเสี่ยง?

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/141467&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0W-jcnw5XpggCWokdq3JiR

  • หุ้นเด่นขานรับ รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    หุ้นเด่นขานรับ รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    1. พัชรนันท์ สิงหรา (พี่เรย์) 064-954-9826

    2. ปวิตรา วงศ์สวาสดิ์ (โอ๊ย) 082-550-0253

    3. มลฤดี สิงหรา (หนูเล็ก) 081-9923266

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/04/14/633078/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0IGOATHHNdWPHqDdFOD9Tv

  • โรงงานปิดเพิ่ม 58% ส.อ.ท.เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงเงินเฟ้อชะงักงันจากวิกฤตพลังงาน

    โรงงานปิดเพิ่ม 58% ส.อ.ท.เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงเงินเฟ้อชะงักงันจากวิกฤตพลังงาน

    โรงงานปิดเพิ่ม 58% ส.อ.ท.เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงเงินเฟ้อชะงักงันจากวิกฤตพลังงาน

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยในไตรมาสแรกปี 2569 เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ส่งผลให้ภาคการผลิตและการค้าของผู้ประกอบการอยู่ในภาวะเปราะบาง โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีสหรัฐฯ หลังไทยเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากอันดับ 11 ในปี 2567 ขยับมาอยู่อันดับ 7 ในปี 2568 ทำให้ไทยถูกจับตาภายใต้มาตรา 301 (Section 301) 

    ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชายังไม่คลี่คลาย แม้มีการเจรจาหยุดยิง แต่ยังไม่สามารถเปิดด่านได้ และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุปะทะระลอกใหม่ นอกจากนี้ ปัจจัยการเมืองภายในประเทศในช่วงการเลือกตั้งที่ยังมีความไม่แน่นอน ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการตัดสินใจทางธุรกิจ

    สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนผ่านอัตราการใช้กำลังการผลิตในเดือนกุมภาพันธ์ที่อยู่ที่ 58.21% ซึ่งยังต่ำกว่าระดับ 60% ขณะที่ในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 มีโรงงานเปิดใหม่เพียง 116 โรง ลดลง 60.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่มีโรงงานเลิกกิจการ 141 โรงงาน เพิ่มขึ้น 58.43% สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนใหม่ที่ชะลอตัว และแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง

    โรงงานปิดเพิ่ม 58% ส.อ.ท.เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงเงินเฟ้อชะงักงันจากวิกฤตพลังงาน

    ในช่วงท้ายไตรมาสแรก เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งนำไปสู่วิกฤตพลังงานและส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นแตะระดับ 48.40 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้นกว่า 60% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม 

    ขณะเดียวกันภาคการผลิตยังเผชิญปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญ เช่น เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และอะลูมิเนียม ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบปรับเพิ่มขึ้นราว 10–30% ยิ่งซ้ำเติมภาระต้นทุนของผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรม โดยปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่า 2%

    นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ และไม่สามารถบรรลุข้อตกลงยุติสงครามได้ภายหลังช่วงพักรบ 14 วัน มีแนวโน้มที่ราคาน้ำมันดิบจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่า 100–120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลต่อไป ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะเมื่อผู้ประกอบการเริ่มใช้สต็อกวัตถุดิบเดิมจนหมด และค่าขนส่งทยอยปรับเพิ่มขึ้น 

    อีกทั้งหากช่องแคบฮอร์มุซยังไม่สามารถกลับมาเปิดให้เรือขนส่งผ่านได้ตามปกติ สถานการณ์ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น และซ้ำเติมต้นทุนภาคอุตสาหกรรมมากขึ้นไปอีก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ราคาสินค้ามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นราว 8–10% และกดดันอัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ

    โรงงานปิดเพิ่ม 58% ส.อ.ท.เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงเงินเฟ้อชะงักงันจากวิกฤตพลังงาน

    สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น จากราคาสินค้าและบริการที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคธุรกิจก็ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นท่ามกลางกำลังซื้อที่หดตัว ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อชะงักงัน (Stagflation) ซึ่งเป็นภาวะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอลงพร้อมกัน

    ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว บางอุตสาหกรรมอาจไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ จึงมีแนวโน้มต้องปรับแผนหรือชะลอการผลิต ส่งผลให้การใช้กำลังการผลิตโดยรวมลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เผชิญกับปัญหาราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะขาดแคลน รวมถึงผู้ประกอบการ SMEs ที่มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่องและเงินทุน

    อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพ และส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดให้เรือขนส่งสินค้าสามารถสัญจรได้ตามปกติ ก็จะช่วยคลี่คลายแรงกดดันจากวิกฤตพลังงานครั้งนี้ และลดผลกระทบทั้งต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งในระบบเศรษฐกิจโดยรวม 

    แต่เศรษฐกิจไทยอาจไม่สามารถฟื้นตัวได้ทันที เนื่องจากภาคธุรกิจยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว การระบายสต็อกต้นทุนสูง รวมทั้งการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ จึงคาดว่าการฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ 

    และหากภาครัฐสามารถดำเนินมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด ก็จะเป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยยังสามารถประคองตัวได้ โดย กกร. คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ในกรอบ 1.2–1.6% และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับ 2–3% ในปีนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/656534&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Gf4DHM2BfbBpiTGp1DryA

  • อัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 14 เมษายน 2569 เบนซิน-ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไหร่

    อัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 14 เมษายน 2569 เบนซิน-ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไหร่

    เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 14 เม.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ ดีเซล ล่าสุด ลิตรละเท่าไหร่

    อัปเดตราคาน้ำมัน 14 เมษายน 2569 กลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ล่าสุด โดยทีมข่าวเศรษฐกิจ อ้างอิงข้อมูลจาก จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด โดยราคาน้ำมันวันนี้ 14/4/2569 เวลา 09.00 น.  มีดังต่อไปนี้

    อัปเดตราคาน้ำมัน วันที่ 14 เม.ย. 2569 มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. 

    ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันนี้ 14 เมษายน 2569

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.40 บาท/ลิตร
    • ดีเซล อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.89 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
    • เบนซิน อยู่ที่ 52.54 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 66.30 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 55.04 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันนี้ 14 เมษายน 2569

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.40 บาท/ลิตร
    • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 66.80 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียม 97 อยู่ที่ 56.54 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.89 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 33.95 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “เชลล์”วันนี้ 14 เมษายน 2569

    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 39.45 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 43.83 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.45 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 50.54 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 73.84 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “คาลเท็กซ์” วันนี้ 14 เมษายน 2569

    • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 57.51 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 43.95 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 43.58 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 38.95 บาท/ลิตร
    • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 50.54 บาท/ลิตร
    • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 70.94 บาท/ลิตร

    ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ส่งผลให้ราคาอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่

    ตรวจสอบ ราคาน้ำมันวันนี้ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ราคาแก๊ส ล่าสุดได้เลยที่นี่ ราคาน้ำมัน

    อัปเดตราคาน้ำมันล่าสุด คลิกไปที่ www.sanook.com/money/oil-price-today/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/949519/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CikSDRcAmNd0CuiOjkXg3

  • ดาวโจนส์ 13/04/69 ปิดบวก 301.68 จุด รับสัญญาณอิหร่านพร้อมเจรจา คลายตึงเครียดตะวันออกกลาง

    ดาวโจนส์ 13/04/69 ปิดบวก 301.68 จุด รับสัญญาณอิหร่านพร้อมเจรจา คลายตึงเครียดตะวันออกกลาง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/141436&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WI_j9qm6eMtrFIymgrW4_

  • คอลัมน์การเมือง – คำเตือนถ้าดีเซลทะลุ70บาท

    คอลัมน์การเมือง – คำเตือนถ้าดีเซลทะลุ70บาท

    การเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ประเทศปากีสถานไม่บรรลุผล สัญญาณอันตรายรออยู่ข้างหน้า และก่อนหน้านี้ หลายภาคส่วนได้ออกมาเตือนและให้คำแนะนำกับประชาชนให้รับมือกับวิกฤตน้ำมันที่กระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก

    นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและวิกฤตพลังงานของไทย พร้อมเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการใช้จ่าย แนะการรับมือของรัฐบาลที่อาจนำพาสังคมไปสู่ความยากลำบากในช่วงหลังพ้นเทศกาล หากจัดการไม่ดี ราคาน้ำมันดีเซลอาจพุ่งสูง 70 บาทต่อลิตร โดยฝากความห่วงใยถึงประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำและแรงงานรายวัน ไม่ควรใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจหลังสงกรานต์จะเข้าสู่ภาวะฝืดเคืองอย่างหนัก

    สถานการณ์แบบนี้ มันท้าทายพวกเราทุกคน การที่บอกว่าน้ำมันจะยังไม่ขึ้นช่วงก่อนสงกรานต์ แล้วรัฐมนตรีพลังงานบอกว่า ราคาหน้าโรงกลั่นของ B7, B20 ต้องลงมา 2 บาทเนี่ย เมื่อพ้นสงกรานต์ นั่นแหละครับ สถานการณ์เราจะเลวร้ายมากต้องฝากพี่น้องทุกคนนะครับ ช่วงสงกรานต์ท่านอย่าจับจ่ายใช้สอยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าสุรุ่ยสุร่าย อย่าใช้จ่ายเกินตัว แล้วอย่าล้างผลาญตนเองครับ เพราะหลังสงกรานต์จะเป็นเรื่องชีวิตจริง

    นายเจษฎ์ ยังได้เปิดเผยข้อมูลจากการพูดคุยกับผู้ประกอบการว่า ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน หากมีพนักงานขอลาออก นายจ้างกลับรู้สึกยินดีเพราะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดแรงงาน และเป็นที่น่ากังวลว่าแรงงานที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาล อาจจะต้องเผชิญกับภาวะตกงานเมื่อกลับมาทำงานอีกครั้ง

    ขณะที่ประเด็นการบริหารงานของรัฐบาล นายเจษฎ์ กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องมีการวางแผนรัดเข็มขัดและจัดลำดับความสำคัญของนโยบายอย่างเร่งด่วน พร้อมชี้ให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลที่จะขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 70%เป็น 80% เพื่อนำเงินมาอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน และการออกมาตรการเยียวยาแบบเดิมๆ เช่น โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ก็เป็นเพียงการนำเงินภาษีหรือเงินกู้มาใช้ ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้จริง เพราะความเดือดร้อนในขณะนี้ได้กระจายตัวไปทุกกลุ่มอาชีพแล้ว

    รัฐบาลก็ต้องตระหนักในเรื่องนี้ ท่านต้องจัดระบบในการดูดซับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต้องจัดกลไกในการดูแล ท่านจะบอกแค่ว่าคนละครึ่งพลัสไม่ได้หรอกครับ คนละครึ่งพลัสก็ใช้เงินและเป็นเงินภาษี ก็อาจจะต้องไปกู้มา จะบอกเยียวยาบางกลุ่ม มันก็ไม่ได้เพราะมันเดือดร้อนกันทุกกลุ่ม

    นายเจษฎ์ ยังได้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในโครงสร้างราคาพลังงาน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบว่ามี “กลุ่มทุนพลังงาน” ที่คอยแสวงหาผลประโยชน์จากการกักตุน ลักลอบนำเข้าน้ำมันหนีภาษี หรือปั่นราคาเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อตนเองหรือไม่หากพบว่ามีจริง รัฐบาลต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด รวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งหากลุกลามบานปลายจนเกิดสงครามเต็มรูปแบบ จะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตพลังงานโลกและส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย ตกลงนายทุนพลังงานมีอยู่จริงหรือเปล่า ที่มีทั้งการกักตุน ที่มีทั้งการนำน้ำมันที่อาจจะไม่ได้เสียภาษีเข้ามา ที่มีทั้งการไปปรับราคาเพื่อที่จะให้สนนราคามันเป็นไปเพื่อประโยชน์ของบรรดานายทุนเหล่านี้ ถ้ามีต้องจัดการขั้นเด็ดขาด ถ้ายิ่งสหรัฐอเมริกาไม่หยุด อิหร่านไม่นำพา แล้วเขาก็เดินหน้าสงครามกัน เรายิ่งต้องวางแผนให้ดี รัดเข็มขัดให้มาก จัดสิ่งที่ควรให้มาก่อน สิ่งที่ไม่ควรให้ไปหยุดไว้ทีหลัง

    “ผมยังเกรงเลยนะครับว่าหลังสงกรานต์ไปสักระยะหนึ่ง ราคาดีเซลจะแตะได้ถึง 70 บาท หวังว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น รัฐบาลต้องพยายามพยุงให้ได้มากที่สุด โดยที่ไม่ได้จ่ายชดเชยเอาเงินภาษีมาเสริมเติมไม่เช่นนั้นสถานการณ์เราเลวร้ายแน่นอน”นายเจษฎ์ กล่าวในตอนท้ายอย่างน่าห่วงใย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/columnist/66077&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1guQ6Pmh9gB207ruIDCibL

  • อนุสรณ์ มอง 4 มาตรการเร่งด่วนรัฐบาล รับมือวิกฤตจากงบกลาง 7 พันล. ไม่ตอบโจทย์ บรรเทาแค่ระยะสั้น เสนอรัฐโปร่งใส ไร้คอร์รัปชั่น

    อนุสรณ์ มอง 4 มาตรการเร่งด่วนรัฐบาล รับมือวิกฤตจากงบกลาง 7 พันล. ไม่ตอบโจทย์ บรรเทาแค่ระยะสั้น เสนอรัฐโปร่งใส ไร้คอร์รัปชั่น

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/141380&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20uaK5yWOFp5aw84RfWjih

  • ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจโลก

    ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจโลก

    ตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งในฐานะแหล่งผลิตพลังงานหลัก เส้นทางการค้าระหว่างประเทศ และจุดศูนย์กลางของภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและความไม่แน่นอนด้านความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดระหว่างรัฐมหาอำนาจในภูมิภาค การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน หรือความเสี่ยงต่อเส้นทางเดินเรือสำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง ล้วนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังเศรษฐกิจหลักทั่วโลก ผ่านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และทิศทางนโยบายการเงิน ในบทความนี้จะขอรวบรวมผลกระทบที่สำคัญจากความวุ่นวายในตะวันออกกลางต่อประเทศเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน

    สำหรับสหรัฐฯ ผลกระทบหลักจากความวุ่นวายในตะวันออกกลางสะท้อนผ่านราคาน้ำมันและพลังงานที่มีแนวโน้มผันผวนสูงขึ้น แม้สหรัฐฯ จะเป็นผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ของโลก แต่ราคาน้ำมันในประเทศยังคงเชื่อมโยงกับตลาดโลก การปรับขึ้นของราคาพลังงานส่งแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ โดยเฉพาะต้นทุนการขนส่ง การผลิต และค่าครองชีพของภาคครัวเรือน ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ช้ากว่าที่คาด และอาจจำกัดความยืดหยุ่นของเฟดในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแม้เศรษฐกิจบางภาคส่วนเริ่มชะลอตัว ความไม่แน่นอนดังกล่าวยังส่งผลต่อตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น โดยนักลงทุนมีแนวโน้มปรับพอร์ตเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้นในช่วงที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรง

    สำหรับเศรษฐกิจยุโรปได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ เนื่องจากโครงสร้างการพึ่งพาพลังงานนำเข้า แม้หลายประเทศจะพยายามกระจายแหล่งพลังงานหลังวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน แต่ตะวันออกกลางยังคงเป็นแหล่งสำคัญของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูงส่งผลโดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรม ต้นทุนการผลิต ภาคครัวเรือน และความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตยุโรป

    นอกจากราคาพลังงานแล้ว อุปสรรคด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ถือเป็นอีกช่องทางสำคัญของผลกระทบ ความไม่มั่นคงในเส้นทางเดินเรือสำคัญ เช่น ทะเลแดงและคลองสุเอซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าระหว่างเอเชีย-ยุโรป ทำให้ระยะเวลาขนส่งยาวนานขึ้น ต้นทุนค่าระวางเรือและค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะสำหรับวัตถุดิบ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานดังกล่าวส่งผลลบต่อภาคการผลิตของยุโรป ซึ่งเดิมก็เผชิญกับอุปสงค์ที่ฟื้นตัวอย่างเปราะบางอยู่แล้ว

    ในด้านนโยบาย ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเสี่ยงจากราคาพลังงานอาจทำให้เงินเฟ้อด้านต้นทุนกลับมาเร่งตัว ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศยังฟื้นตัวอย่างเปราะบาง เป็นแรงกดดันสำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปในระยะกลาง

    ทางด้านญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ทำให้ความวุ่นวายในตะวันออกกลางส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและราคานำเข้า การปรับขึ้นของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไม่เพียงเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อผ่านต้นทุนพลังงาน แต่ยังสะท้อนผ่านค่าเงินเยนที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าและค่าครองชีพของครัวเรือนปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ในบริบทนี้ การเจรจาค่าจ้างประจำปีของญี่ปุ่น (Spring Wage Negotiations หรือ Shunto) มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มองว่าการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัฏจักรเงินเฟ้ออย่างยั่งยืน หากการเจรจาค่าจ้างนำไปสู่การปรับขึ้นค่าจ้างในวงกว้าง อาจช่วยชดเชยผลกระทบด้านค่าครองชีพและสนับสนุนการบริโภคภาคเอกชน ขณะที่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคการผลิตและอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น ต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นจากทั้งค่าพลังงานและค่าจ้างพร้อมกัน ซึ่งอาจกระทบต่ออัตรากำไรและการตัดสินใจลงทุน ส่งผลให้ BOJ ต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น

    สำหรับจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางส่งผลต่อความมั่นคงด้านพลังงานและต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม จีนมีข้อได้เปรียบจากการจัดหาพลังงานที่หลากหลาย การถือครองน้ำมันสำรองในระดับสูง และบทบาทเชิงการทูตกับประเทศในภูมิภาค ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในระยะสั้นได้บางส่วน ขณะเดียวกัน จีนยังเพิ่มการใช้เส้นทางขนส่งทางบกและทางรถไฟ เช่น เส้นทาง China–Europe Railway เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือเพียงอย่างเดียว แม้ต้นทุนและขีดความสามารถจะยังไม่สามารถทดแทนการขนส่งทางทะเลได้ทั้งหมด นอกจากนี้ จีนกลับได้รับประโยชน์เชิงเปรียบเทียบจากการเติบโตของยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ราคาน้ำมันที่ผันผวนและมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง ประกอบกับอุปสรรคด้านการขนส่งน้ำมัน ช่วยเร่งการตัดสินใจของผู้บริโภคให้เปลี่ยนจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่มุ่งลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและการนำเข้าน้ำมัน อุตสาหกรรม EV ยังมีข้อได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ทำให้ได้รับผลกระทบจากปัญหาโลจิสติกส์ระหว่างประเทศน้อยกว่าสินค้าอุตสาหกรรมบางประเภท

    ในเชิงนโยบาย รัฐบาลจีนมีแนวโน้มใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและดูแลเสถียรภาพราคา เพื่อจำกัดผลกระทบจากภายนอกต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

    โดยสรุป ความวุ่นวายในตะวันออกกลางไม่เพียงเป็นประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่เป็นความเสี่ยงเชิงระบบต่อเศรษฐกิจโลก ผ่านกลไกราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และความเชื่อมั่นของตลาด แม้แต่ละประเทศจะมีระดับความเปราะบางแตกต่างกัน แต่ล้วนต้องเผชิญความท้าทายในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจท่ามกลางความไม่แน่นอน การติดตามพัฒนาการในภูมิภาคนี้อย่างใกล้ชิด และการเตรียมมาตรการรองรับเชิงนโยบาย จึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป ทั้งนี้ นักลงทุนควรศึกษาข้อมูล รวมถึงความเสี่ยงที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/blogs/opinion/editorial/1229050&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Srl_raw2T3HVdrSgrfLtQ

  • เงินบาทดิจิทัลพลิกเศรษฐกิจไทย

    เงินบาทดิจิทัลพลิกเศรษฐกิจไทย

    เงินบาทดิจิทัลพลิกเศรษฐกิจไทย

    เงินบาทดิจิทัลพลิกเศรษฐกิจไทย

    14 เม.ย. 2569 04:34 น.

    -ก+

    LightDark

    ข่าวหนังสือพิมพ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/newspaper/2926569&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qgmj0HyRDssxwqACsWWFI

  • จากเกาะฟูก๊วก ถึงการท่องเที่ยวไทย เมื่อ “บุญเก่า” กำลังจะหมดลง

    จากเกาะฟูก๊วก ถึงการท่องเที่ยวไทย เมื่อ “บุญเก่า” กำลังจะหมดลง

    จากเกาะฟูก๊วก ถึงการท่องเที่ยวไทย เมื่อ “บุญเก่า” กำลังจะหมดลง

    จากเกาะฟูก๊วก ถึงการท่องเที่ยวไทย เมื่อ “บุญเก่า” กำลังจะหมดลง

    วันนี้ผมมาที่เกาะฟูก๊วก ประเทศเวียดนาม เพื่อมาพบกับลูกค้ารายใหญ่ของผมและหารือธุรกิจที่นี่ ปกติวันหยุดยาวผมมักจะอาศัยวันหยุดทุกครั้งเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อทำธุรกิจต่อทุกปี เพราะเป็นโอกาสดีที่จะได้ไม่ต้องเสียวันหยุดไปด้วยการพักผ่อน หากปีไหนไม่ได้นัดหมายลูกค้า ผมก็จะพาครอบครัวท่องเที่ยวเป็นกรณีพิเศษเสมอ ปีนี้เผอิญว่าลูกค้ารายนี้ เขาได้ไปซื้อโรงแรมเล็กๆ ที่ฟูก๊วก เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนส่วนตัวและยังใช้หาเงินได้อีกด้วยไว้แห่งหนึ่ง เขาจึงนัดผมมาพบที่นี่ครับ

    พอมาถึงก็เจรจาว่าความเรื่องธุรกิจจนจบ จากนั้นเขาก็พาตะเวนเที่ยวดูการเปลี่ยนแปลงของเกาะฟูก๊วก ต้องยอมรับเลยว่า เพียงแค่ 3-4 ปีที่ผมไม่ได้มาที่นี่ วันนี้เกาะฟูก๊วกได้เปลี่ยนไปจากอดีตเป็นเกาะประมงเล็กๆ ได้แปลงเป็นเกาะแห่งการท่องเที่ยวของเวียดนามไปในทันทีเลยครับ

    ในขณะที่ไทยเรายังคงวนเวียนอยู่กับการทำแคมเปญชื่อสวยหรู แต่ดูเหมือนจะไร้ซึ่งจิตวิญญาณ หรือจัดอีเว้นท์แบบผักชีโรยหน้า เพื่อใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่ข้ามอ่าวไทยไปเพียงไม่กี่ร้อยไมล์ ที่เกาะฟูก๊วก ประเทศเวียดนาม กำลังเกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่ควรจะทำให้ผู้บริหารบ้านเมืองของเรานั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะสิ่งที่ผมเห็นที่นี่ในวันนี้ ไม่ใช่แค่การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว แต่มันคือการ “ประกาศสงครามเศรษฐกิจเชิงสุนทรียภาพ” ผ่านวิสัยทัศน์ที่เราไม่มีวันทำได้ ตราบใดที่ยังบริหารงานกันอยู่แบบเดิม ๆ ครับ

    ผมต้องใช้คำว่าที่นี่เป็น “อาณาจักรแห่งความบ้าบิ่น” เมื่อกลุ่มทุนใหญ่ของเขา ได้ทุ่ม “เงินผสมกับกึ๋น” มาเนรมิตที่ Sunset Town หรือเมืองจำลองสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้ของเกาะฟูก๊วก กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่าง Sun Group ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ความเป็นไปไม่ได้” ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของพวกเขา พวกเขาไม่ได้สร้างแค่ตึกสีสวยๆ ไว้ให้คนมาเดินถ่ายรูปฟรีๆ แต่เขาเนรมิต “แม่เหล็กระดับโลก” ที่เขากล้าจ้างแชมป์โลกมาอยู่ประจำเกาะ เหมือนการยกเอาสเตเดียมโอลิมปิกมาไว้หน้าบ้าน

    ในการจัดโชว์ Symphony of the Sea และ Love Hurricane ผมได้เห็นการรวมตัวของเหล่านักกีฬาเอ็กซ์ตรีมระดับ “หัวกะทิ” ของโลก ที่เมืองไทยเราไม่เคยมองเห็นหัว เช่น Kristina Isaeva รองแชมป์โลก Flyboard (World Vice Champion) จากรัสเซีย ผู้ที่ใช้แรงดันน้ำมหาศาลพุ่งทะยานสูงกว่า 15 เมตร ตีลังกาแหวกอากาศประหนึ่งยอดมนุษย์ หรือTomasz Kubik เจ้าของสถิติโลก Guinness World Record ผู้ทำ Backflip ได้มากที่สุดในโลกภายในหนึ่งนาที หรือคุณสุขสันต์ ตองไทย (เซฟ) แชมป์โลก 5 สมัยชาวไทยที่ไปสร้างชื่อกระฉ่อนโลก แต่กลับได้รับการชุบเลี้ยงและให้เกียรติในฐานะ “แม่เหล็กหลัก” อยู่ที่เกาะฟูก๊วก ประเทศเวียดนาม น่าเสียดายที่ไม่ใช่ที่ประเทศไทยนะครับ

    ยังมี James Curtis แชมป์ Jet-ski Freestyle จากอังกฤษ ที่มาวาดลวดลายผาดโผนร่วมกับทีม จะเห็นว่าการจ้างคนเหล่านี้มาแสดง “ทุกคืน” เป็นเวลาหนึ่งปี ที่ไม่ใช่ประเดี๋ยวประด๋าวมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมันหมายถึงค่าตัวมหาศาล สวัสดิการระดับพรีเมียม และการจัดการความปลอดภัยระดับสากล ซึ่งเวียดนามทำได้แบบไม่กะพริบตา

    นี่คือตัวเลขที่ตอกย้ำความ “ถึงใจ” ของผู้ลงทุน หากถามว่า เวียดนามกล้าแค่ไหน? ให้ดูที่ตัวเลขงบประมาณและการลงทุนที่กล้าได้กล้าเสียมาก เช่น โรงละครริมทะเลมูลค่าหลายหมื่นล้าน โครงการโชว์มัลติมีเดียอย่าง Kiss of the Sea ที่ใช้เทคโนโลยีน้ำพุ เลเซอร์ และจอยักษ์บนม่านน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลงทุนไปกว่า หลายล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่หาดูที่ไหนไม่ได้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือการยิงพลุแบบถลุงเงิน เพราะพลุที่เกาะฟูก๊วกไม่ได้มีแค่รอบเดียวจบ แต่เขามีถึง 2 รอบต่อคืน (รอบหัวค่ำที่ผมไปดูมา และรอบดึกที่ผมดูจากหน้าต่างโรงแรม) เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้อยู่ในพื้นที่นานที่สุด ค่าพลุ และ Pyrotechnics ในแต่ละคืนถูกคาดการณ์ว่าสูงถึงหลักล้านบาทไทยเลยทีเดียว คิดดูว่าปีหนึ่งเขาต้อง “เผาเงิน” ไปเท่าไหร่เพื่อสร้างภาพจำระดับโลก? 

    นอกจากนี้ยังจ้าง Partnership ระดับสากล นั่นคือ ECA 2 จากฝรั่งเศส (ผู้อยู่เบื้องหลังโชว์โอลิมปิก) และ H2O Events จากออสเตรเลีย มาเป็นผู้กำกับโชว์ ในขณะที่ไทยเรามักจะติดหล่มเรื่องการจ้างบริษัทนอมินีที่ของใครบางคน ที่เสนอราคาต่ำสุดแต่คุณภาพงานไม่ได้ดีงาม เป็นไปตามราคาที่เราจ่ายนั่นแหละครับ

    นี่ทำให้ผมคิดถึงคนไทยที่ไปโด่งดังระดับโลกคนหนึ่งที่เราชอบพูดถึง นั่นก็คือ “น้องลิซ่า Blackpink” ทุกครั้งที่อยากจะเคลมผลงานหรือสร้างกระแส แต่ในความเป็นจริง แม้แต่ไทยเรายังไม่มีปัญญาพอจะสร้าง Infrastructure หรือโชว์ระดับโลกที่สมศักดิ์ศรีให้ศิลปินระดับ Global Icon อย่างเธอมาแสดงประจำได้เลย การที่ฟูก๊วกพิสูจน์แล้วว่า “วิสัยทัศน์สำคัญกว่าทรัพยากร” เขาไม่ได้รอให้ความสวยงามเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เขาสร้างมันขึ้นมาใหม่จากความว่างเปล่า

    น่าจะเป็นบทสรุปที่น่าคิดครับ เพราะในขณะที่ไทยมีทั้งน้องลิซ่า  แต่เราทำได้แค่ขอความร่วมมือให้เธอมาช่วยโปรโมทลูกชิ้นยืนกินหรือรัดเกล้ายอด แต่เวียดนามที่ไม่มีน้องลิซ่า เขากลับสร้างเมืองที่น้องลิซ่าเอง ก็อาจจะอยากมาพักผ่อน นี่คือความแตกต่างระหว่างการ “พึ่งพาบุญเก่า” จากทรัพยากรการท่องเที่ยว กับการ “สร้างบุญใหม่” ของเกาะฟูก๊วก

    อาจจะมีคนที่รักชาติตั้งคำถามว่า แล้วทำไมไทยถึงทำแบบฟูก๊วกไม่ได้? ผมไม่อยากพูดว่า ที่ผ่านมาเรามักจะได้รัฐมนตรีท่องเที่ยว ที่มองแค่สถิติตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาไทย ซึ่งมักจะเป็นเรื่องของ “ปริมาณมากกว่าคุณภาพ” การจัดงานอีเว้นท์ในไทย เรามักเน้นจัดฉากให้เจ้านายมาตัดริบบิ้น แต่ขาดความต่อเนื่องและความเป็นสากล

    นอกจากนี้ การสร้างผังเมืองและกฎหมายที่เป็นอุปสรรค การจะสร้างแลนด์มาร์คให้ยิ่งใหญ่ในไทย มักติดข้อกฎหมายท้องถิ่นหรือการเล่นพรรคเล่นพวก ในขณะที่ฟูก๊วกถูกประกาศให้เป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” และ “Free Visa Zone” เพื่อปลดล็อกทุกข้อจำกัด ให้เอกชนได้วาดลวดลายเต็มที่ไงละครับ เจ็บจริงๆ…….

    อีกหนึ่งสัจธรรมที่เราต้องคิด คือ เมื่อแชมป์มวยไม่มีการพัฒนาหรือฝึกซ้อม วันหนึ่งแชมป์ก็ต้องถูก “แขวนนวม” ประเทศไทยเรามักจะเสพติดคำว่า “แชมป์การท่องเที่ยว” มานาน จนกลายเป็นคนที่ไม่ยอมพัฒนาสิ่งใหม่ๆคิดใหม่ๆ หรือเราประมาทเกินไปที่คิดว่าภูเก็ตหรือกาะเสมุยจะอยู่ยั้งยืนยงตลอดกาล วันนี้ผมเห็นคนต่างชาติสารพัดชาติ เดินอยู่บนชายหาดฟูก๊วกแทบจะชนกันตาย แม้ที่นี่เขาอาจจะมีห้องพักน้อยกว่าของเรา แต่ในเรื่องของ “Momentum” และ “ความสดใหม่” เวียดนามเขาชนะเราไปหลายขุมแล้วละครับ หรือนี่มันคือเสียงระฆังเตือนว่า “เวลาของคุณกำลังจะหมดลงแล้ว” หากไทยเรายังไม่กล้าลงทุนในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ไม่กล้าจ้างคนเก่งระดับโลกมาทำงาน และรัฐบาลยังไม่มีแนวคิดที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคต สักวันหนึ่งเราก็จะกลายเป็น “อดีตแชมป์” ที่ทำได้แค่เล่าความหลังให้คนอื่นฟังก็เป็นไปได้นะครับ

    เราควรเลิกภูมิใจกับตัวเลขนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเพราะธรรมชาติแบบเดิม ๆ ได้แล้ว เพราะธรรมชาติมีวันเสื่อมลงได้ แต่ความคิดสร้างสรรค์ไม่มีวันตาย หากเราไม่มีความบ้าบิ่นพอ ที่จะทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมาย เหมือนที่ Sun Group ทำที่เกาะฟูก๊วก ก็เตรียมตัวแขวนนวมและส่งมอบตำแหน่ง “สวรรค์แห่งการท่องเที่ยว” ให้กับเวียดนามไปได้เลยครับ !!!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/myanmar/656428&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14lpEOfEFoFMqIURYg_ITf