Category: เศรษฐกิจ

  • ประจวบฯคึก! สงกรานต์เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน นักท่องเที่ยวแน่น กระตุ้นเศรษฐกิจคึกคัก

    ประจวบฯคึก! สงกรานต์เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน นักท่องเที่ยวแน่น กระตุ้นเศรษฐกิจคึกคัก

    ภูมิภาค

    ประจวบฯคึก! สงกรานต์เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน นักท่องเที่ยวแน่น กระตุ้นเศรษฐกิจคึกคัก

    วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.45 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 13 เมษายน 2569 เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรม “สงกรานต์เที่ยงวัน สุขสันต์ถึงเที่ยงคืน ครั้งที่ 3” บริเวณเวทีกลางหน้าสะพานสราญวิถี อำเภอเมือง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

    นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยนายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วม

    นางรัชนีวรรณ พรมเล็ก ปลัดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การจัดงานมุ่งเน้นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีสงกรานต์ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยรณรงค์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นน้ำอย่างสุภาพ ปลอดภัย และเคารพสิทธิของผู้อื่น

    ภายในงานมีการแสดงดนตรีและกิจกรรมบันเทิงหลากหลาย อาทิ วง AG Combo วงแทมมะริน และการแสดงจากศิลปิน “คิง ก่อนบ่าย” รวมถึงกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัล เช่น ซองกันน้ำ สร้างสีสันให้กับบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงค่ำคืน

    ทั้งนี้ การขยายเวลาจัดงานตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันจนถึงเที่ยงคืน ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในท้องถิ่น ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากมีความคึกคัก

    การจัดงานดังกล่าวยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ “เมืองสามอ่าว” ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและนันทนาการ พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/472725&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3m9yU-ENuxxFEjqSvi6-o6

  • พลพีร์ ติดตามโครงการไทยช่วยไทย เร่งลดค่าครองชีพ บรรเทาผลกระทบเศรษฐกิจประชาชน

    พลพีร์ ติดตามโครงการไทยช่วยไทย เร่งลดค่าครองชีพ บรรเทาผลกระทบเศรษฐกิจประชาชน

    วันนี้ (14 เมษายน) เวลา 10.00 น. พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ และการขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชน โครงการไทยช่วยไทย ตามนโยบายของรัฐบาล ณ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขานครราชสีมา 2 (ถนนสืบศิริ) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

    พลพีร์ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ และการขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนโครงการ “ไทยช่วยไทย” ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมีหลายภาคส่วนจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ รวมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน เช่น ไข่ไก่ ซึ่งยังมีราคาค่อนข้างสูง

    โดยจะหารือกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในการลดราคาสินค้า ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมขอบคุณภาคเอกชนและห้างร้านในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และทั่วประเทศ ที่ร่วมมือกับรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ โดยเฉพาะสถานการณ์ตะวันออกกลาง

    สำหรับมาตรการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคโครงการไทยช่วยไทย เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มุ่งลดภาระค่าครองชีพ และบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงาน โดยขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการปรับลดราคาสินค้าจำเป็น เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมในการเลือกซื้อสินค้า และได้รับประโยชน์จากมาตรการภาครัฐอย่างสูงสุด โดยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ห้างค้าปลีกวิชโก้ สาขาหัวทะเล บิ๊กซี โลตัส และศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช“พลพีร์” ลุยโคราช ติดตามโครงการ “ไทยช่วยไทย” เร่งลดค่าครองชีพ บรรเทาผลกระทบเศรษฐกิจประชาชน

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/polapee-thai-chuay-thai-project/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tUozYyL82JhLWufeaXLsj

  • สีลมคึกคักส่งท้ายสงกรานต์ ขบวน Pride นานาชาติร่วมสร้างสีสัน

    สีลมคึกคักส่งท้ายสงกรานต์ ขบวน Pride นานาชาติร่วมสร้างสีสัน

    14 เมษายน 2569 บรรยากาศสงกรานต์วันสุดท้ายที่ถนนสีลมยังคงคึกคักตั้งแต่บ่ายต่อเนื่องถึงค่ำ ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเล่นน้ำจนพื้นที่ตั้งแต่แยกศาลาแดงถึงแยกนรารมย์แน่นขนัด เต็มไปด้วยเสียงดนตรีและรอยยิ้มที่สร้างความสนุกสนานส่งท้ายเทศกาลปีใหม่ไทย  

    ในช่วงเย็นบรรยากาศยิ่งหนาแน่น โดยเฉพาะหน้าเวทีการแสดงและจุดยอดนิยม เจ้าหน้าที่ได้เริ่มจัดระเบียบพื้นที่ตามเวลาที่กำหนด พร้อมคุมเข้มมาตรการความปลอดภัย ทั้งการตั้งจุดคัดกรอง ห้ามแป้ง ห้ามแอลกอฮอล์ และจัดช่องทางฉุกเฉินเพื่อรองรับสถานการณ์เร่งด่วน ทำให้ภาพรวมงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  

    หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือขบวนพาเหรด Pride นานาชาติที่มีผู้เข้าร่วมหลายพันคนตลอดเส้นทางเกือบ 2 กิโลเมตร สร้างสีสันและสะท้อนความหลากหลายที่เป็นจุดแข็งของการท่องเที่ยวไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างนายริกกี้จากบราซิลเผยว่าประทับใจบรรยากาศและตั้งใจจะกลับมาเที่ยวสงกรานต์ที่ไทยทุกปี  

    ด้านผู้ประกอบการอย่างนางสุริภรณ์ แม่ค้าขายน้ำวัย 70 ปี ระบุว่ายอดขายปีนี้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างนายเคอี วัย 25 ปี ยืนยันว่าจะกลับมาเล่นน้ำที่สีลมทุกปี เพราะบรรยากาศสนุกและคึกคักไม่แพ้ที่ใด  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/N0nJI00h6&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2cjg9aYngMyH4wyMG1bB50

  • ทองฟิวเจอร์ดีดขึ้น $31.50 เช้านี้ รับสัญญาณสหรัฐฯ-อิหร่านเปิดช่องเจรจายุติสงคราม : อินโฟเควสท์

    ทองฟิวเจอร์ดีดขึ้น $31.50 เช้านี้ รับสัญญาณสหรัฐฯ-อิหร่านเปิดช่องเจรจายุติสงคราม : อินโฟเควสท์

    ราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (14 เม.ย.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าช่องทางการทูตยังคงเป็นทางออกเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ว่าการเจรจาสันติภาพของทั้งสองฝ่ายประสบความล้มเหลวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

    ณ เวลา 09.58 น.ตามเวลาไทย ราคาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ปรับตัวขึ้น 31.50 ดอลลาร์ หรือ 0.66% แตะที่ระดับ 4,798.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์

    ปธน.ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า คณะบริหารของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับสายโทรศัพท์จากอิหร่านเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ (13 เม.ย.) โดยอ้างว่าอิหร่าน “ต้องการทำข้อตกลงเป็นอย่างมาก” ขณะที่สื่อรายงานว่าสหรัฐฯ เองก็ส่งสัญญาณถึงความกระตือรือร้นในการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งด้วยเช่นกัน

    “เราได้รับการติดต่อจากอีกฝ่ายหนึ่ง” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว และเสริมว่า “พวกเขาต้องการทำข้อตกลงเป็นอย่างมาก”

    แม้ปธน.ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยว่าสหรัฐฯ ตกลงที่จะเจรจาสันติภาพกับอิหร่านอีกรอบก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เม.ย. หรือไม่ แต่สื่อหลายสำนักของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแหล่งข่าวในภูมิภาคว่า ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน ต่างยังคงเปิดช่องไว้สำหรับการเจรจาเพิ่มเติม

    เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวของ CNN ในวันจันทร์ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงอยู่ระหว่างการเจรจา เนื่องจากทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามหาทางออกทางการทูตเพื่อยุติสงคราม โดย CNN ระบุว่า ตัวกลางจากปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี กำลังพยายามฟื้นฟูการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงในปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เม.ย.นี้

    ความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความยืดเยื้อของสงคราม หลังจากที่ความขัดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อและอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

    ทั้งนี้ แม้ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ แต่เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย จึงทำให้ทองคำมีความน่าดึงดูดน้อยลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/585088&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xdA-NCG6Fy9pDmsm0RjZs

  • 🔴 Live นทท.  แห่เล่นสงกรานต์ข้าวสารคึกคัก

    🔴 Live นทท. แห่เล่นสงกรานต์ข้าวสารคึกคัก

    สำนักข่าวเวิร์คพอยท์ โลโก้

    ที่อยู่ติดต่อ
    บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด
    99 หมู่ 2 ต.บางพูน
    อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี 12000
    โทร: 02-833-2000

    เมนูข่าว
    ติดตามเรา

    RSS Feed


    © 2569 สำนักข่าวเวิร์คพอยท์ จำกัด – สงวนลิขสิทธิ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/NkUv72Hxa&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1__HpQNMt7u3jU14t6-NC4

  • ความขัดแย้งและการบิน สงครามส่งผลกระทบต่อสายการบินมากน้อยเพียงไร  | ลงทุนศาสตร์ Investerest.co

    ความขัดแย้งและการบิน สงครามส่งผลกระทบต่อสายการบินมากน้อยเพียงไร  | ลงทุนศาสตร์ Investerest.co

    ความขัดแย้งและการบิน สงครามส่งผลกระทบต่อสายการบินมากน้อยเพียงไร 

    ความขัดแย้งและการบิน สงครามส่งผลกระทบต่อสายการบินมากน้อยเพียงไร 

    ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงได้ ในระหว่างสงคราม ผู้คนทั่วโลกได้รับผลกระทบในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานเชื้อเพลิง ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ รวมทั้งสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันด้วยเช่นกัน ในครั้งนี้ ลงทุนศาสตร์ขอพาท่านผู้อ่านไปสำรวจผลกระทบของสงครามที่มีต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ดังต่อไปนี้ [1, 2, 3] 

    สายการบินได้รับผลกระทบจากสงครามครั้งนี้อย่างมาก เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานจึงมีราคาพุ่งสูงขึ้นเกือบสองเท่า ต้นทุนของสายการบินสูงขึ้น นำไปสู่การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มขึ้น หรือขึ้นราคาตั๋วเครื่องบิน โดยปัจจุบันนี้ บางสายการบินเริ่มปรับราคาค่าตั๋วเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Air France-KLM, Air India และ IndiGo

    นอกจากสายการบินทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงแล้ว สายการบินในแถบตะวันออกกลางยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยจากสงคราม การเดินทางที่มีจุดหมายปลายทางไปยังตะวันออกกลางมากกว่า 30,000 เที่ยวถูกยกเลิก รวมถึงลดจำนวนเที่ยวบิน ตัวอย่างเช่น สายการบิน Emirates ต้องปรับลดเที่ยวบินลงมากถึงร้อยละ 40 เช่นเดียวกับสายการบิน Qatar Airways ที่มีเที่ยวบินลดลงร้อยละ 62 และสายการบิน Etihad ที่เที่ยวบินลดลงถึงร้อยละ 50 ในขณะที่สายการบินของอินเดีย เช่น Air India ก็ได้รับผลกระทบจากการจำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบินที่เชื่อมต่อไปยังตะวันออกกลาง 

    สายการบินในแถบตะวันออกกลาง นับเป็นศูนย์กลางการต่อเครื่องของสายการบินหลายแห่งทั่วโลก เช่น Dubai, Doha และ Abu Dhabi แต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้คนหวาดกลัว ขาดความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และกังวลว่าจะตกค้างในสนามบินท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้ง เส้นทางบินอื่น เช่น สิงคโปร์ กรุงเทพฯ โตเกียว หรือฮ่องกง จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ของผู้โดยสาร 

    ในขณะเดียวกัน จากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัย และการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน สายการบินทั่วโลกที่เคยผ่านทางน่านฟ้าอ่าวอาหรับ จำเป็นต้องหาทางหลีกเลี่ยงการบินในเส้นทางเดิม และตัดลดเส้นทางที่ไม่ทำกำไร เพื่อประหยัดพลังงานน้ำมัน สนามบินบางแห่งเริ่มมีการจำกัดปริมาณเชื้อเพลิงอากาศยานที่จ่ายให้แก่สายการบินต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นถึงภาวะขาดแคลนน้ำมันที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สายการบินต้องหาทางรับมือกันต่อไป

    สงครามนำมาซึ่งความสูญเสีย สำหรับสายการบินทั่วโลกแล้ว ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลให้ราคาค่าตั๋วพุ่งสูงขึ้น สวนทางกับความปลอดภัยในการเดินทางที่ลดลง จากนี้ไป เราคงได้แต่คอยจับตาดูทิศทางความเป็นไปของการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง รวมทั้งแนวทางการรับมือของสายการบินแต่ละแห่ง ทั้งนี้ ลงทุนศาสตร์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านผู้อ่านที่ต้องเดินทางผ่านสายการบินต่าง ๆ จะมีความปลอดภัย ราบรื่นตลอดเส้นทาง และหวังว่าความขัดแย้งครั้งนี้จะยุติลงได้ในเร็ววัน 

    ลงทุนศาสตร์ 

    รายการอ้างอิง

    [1] Chokshi, N., & Reed, S. (2026, March 24). How the Iran war is driving up travel costs. https://www.nytimes.com/2026/03/24/business/iran-war-airlines-jet-fuel.html

    [2] Oxford Economics. (2026, March 26). The Iran war’s ripple effects on global travel & transit. https://www.oxfordeconomics.com/resource/the-iran-wars-ripple-effects-on-global-travel-transit/

    [3] Sloan, K. (2026, March 25). How the Iran conflict is making flying more expensive. https://www.bbc.com/news/articles/cn08x9lw0pzo

    อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    เกี่ยวกับผู้เขียน

    ลงทุนศาสตร์

    ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.investerest.co/economy/conflict-plane/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tUN9eNTp9Z5ahMjrx6mEZ

  • เศรษฐกิจจีน Q1 โต 4.8% ส่งออกหนุน อุปสงค์ในประเทศอ่อน

    เศรษฐกิจจีน Q1 โต 4.8% ส่งออกหนุน อุปสงค์ในประเทศอ่อน

    เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มขยายตัว 4.8% ในไตรมาสแรกของปีนี้ จากการสำรวจนักวิเคราะห์ของ AFP เพิ่มขึ้นจากระดับ 4.5% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากภาคการส่งออกที่อานิสงส์จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศยังคงอ่อนแรง

    ตัวเลขดังกล่าวถือว่าอยู่ในระดับบนของกรอบเป้าหมายการเติบโตที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้ที่ 4.5–5.0% แม้จะเป็นเป้าหมายที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2534 ยกเว้นช่วงการแพร่ระบาดในปี 2563

    การส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

    ซาราห์ ตัน นักวิเคราะห์จากมูดี้ส์ อนาลิติกส์ ระบุว่า การเติบโตในระดับที่รัฐบาลปักกิ่งตั้งเป้าไว้ “สะท้อนความไม่สมดุลของเศรษฐกิจ” โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังคงมาจากอุปสงค์ต่างประเทศ ขณะที่แรงส่งจากภายในประเทศยังอ่อนแอ

    ทั้งนี้ จีนทำสถิติส่วนเกินการค้าสูงสุดถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา การขยายตัวของการส่งออกจึงเป็นเสมือน “เส้นเลือดหลัก” ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจ ท่ามกลางปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังฉุดการลงทุนและความเชื่อมั่นผู้บริโภค

    ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง

    แดน หวัง ผู้อำนวยการทีมจีนจากยูเรเชีย กรุ๊ป มองว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้โลกพึ่งพาการส่งออกจากจีนมากขึ้น เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานและความมั่นคงด้านพลังงานของจีนได้รับผลกระทบน้อยกว่าประเทศอุตสาหกรรมหลักอื่น ๆ

    ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังช่วยกระตุ้นความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนในตลาดต่างประเทศ โดยข้อมูลทางการล่าสุดระบุว่า การส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดในเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้นถึง 140% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

    ความท้าทายจากอุปสงค์ภายในประเทศ

    อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจีนยังเผชิญแรงกดดันจากการบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา นับตั้งแต่สิ้นสุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่า จีนจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่โมเดลที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคภาคครัวเรือน แทนการพึ่งพาการก่อสร้างและการส่งออก

    ด้านวิกฤตหนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2563 ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยเดเร็ก ซิสเซอร์ส นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันอเมริกัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ระบุว่า “การบริโภคจะไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างแท้จริง จนกว่าภาคอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาแข็งแรง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/china-economy-q1-growth-4-8-percent-exports-domestic-demand-weak&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KTeaZ9hNzHcVWWdMmS5HR

  • วิกฤติจริงหลังสงกรานต์! | เดลินิวส์

    วิกฤติจริงหลังสงกรานต์! | เดลินิวส์

    ผลพ่วงจากน้ำมันแพง แม้ว่าล่าสุดทั้งสองฝ่ายคือสหรัฐอเมริกา กับอิหร่าน จะสามารถบรรลุการหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ และมีแนวโน้มว่าอาจจะมีการทำข้อตกลงหยุดยิงแบบถาวรได้ในอนาคต เพราะถือว่าทั้งสองฝ่ายอยู่ในอาการบอบช้ำ เกิดความสูญเสียเหลือคณานับ

    โดย “ผู้นำประเทศ” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ระบุถึงความชัดเจนเรื่องเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน หลังจากผ่านเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 กำลังดำเนินการในเรื่องของการออกมาตรการประหยัดน้ำมัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะมีน้ำมันเพียงพอที่จะใช้ในประเทศของเรา มีมาตรการเปิด-ปิดปั้มน้ำมัน ช่วงเวลา 22.00-05.00 น. ก็คงจะดำเนินการหลังวันที่ 20 เม.ย.นี้ หลังจากที่ประชาชนได้เดินทางกลับมาใช้ชีวิตตามปกติหลังจากเทศกาลสงกรานต์แล้ว

    แน่นอนว่าจากคำพูดดังกล่าวของนายกฯความหมายเน้นไปที่เรื่องการ “ประหยัดน้ำมัน” อย่างจริงจัง หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ ถือเป็นการส่งสัญญาณเข้มงวดแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบนับสิบปี อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่าเรากำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติอย่างเต็มตัว และเตรียมรับมือไว้ให้พร้อมล่วงหน้า รวมทั้งเรื่องราคาสินค้าที่กำลัง “อั้น” อยู่ หลังจากนี้จะได้เห็นการปรับเพิ่มราคาค่าขนส่ง ค่าโดยสาร ค่าปุ๋ย และอีกสารพัดที่จะประดังกันเข้ามา หลังจากก่อนหน้านี้มีการปรับขึ้นกันไปแล้วหลายระลอก

    แต่รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เคาะไฟเขียวมาตรการเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการขนส่งและรถโดยสารสาธารณะ บรรเทาผลกระทบวิกฤตพลังงาน อีดฉีดรถกว่า 4.6 แสนคัน ทั้งรถโดยสารและรถรับจ้างสาธารณะที่ใช้น้ำมัน, รถทัวร์ บขส. และรถร่วม, รถตู้ รถมินิบัส และรถสองแถว, รถรับจ้างไม่ประจำทาง, รถแท็กซี่, รถจักรยานยนต์สาธารณะ, กลุ่มรถบรรทุกสินค้า, รถบรรทุกที่ติดตั้ง GPS, รถบรรทุกไม่ติดตั้ง GPS ครอบคลุมระยะเวลาช่วยเหลือ 42 วันเต็มตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569

    อย่างไรก็ตามนาทีนี้ได้แต่หวังว่าสงครามตะวันออกกลางจะได้ข้อยุติ “หยุดยิงถาวร” ทำให้ทุกอย่างคลี่คลายลงไปได้บ้าง และ “ยาแรง” ที่รัฐบาลต้องทำงานแข่งกับเวลาอัดฉีดพยุงประเทศจะช่วยลดภาระค่าครองชีพไม่มากก็น้อยให้คนไทยไม่ต้องเจ็บหนัก ตามที่เคยสัญญาว่าจะทำให้คนไทย “รวย จนทนไม่ไหว” เพราะโจทย์ใหญ่วันนี้ คือการทำงานอย่างไร ให้เสียงตะโกนไล่หลัง ถึงความเดือดร้อน ว่าประชาชนจะตายกันก่อน “รวยไม่ไหว” จะเบาลงไปได้มากที่สุด

    คนไทยก็ได้แต่หวังว่า “รัฐบาลอนุทิน”พร้อมด้วย “3 มือโปร” ทีมงานมืออาชีพจะกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจสร้างผลงาน ตามที่ได้ประกาศแล้วว่า “จะพลัส มากกว่าเดิม”ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง เพราะจับสัญญาณรัฐบาลมี “อาการเป๋” ตั้งแต่ช่วงต้น มันเป็นสัญญาณไม่ดี ทำให้การบริหารจัดการยากขึ้นไปอีกและกำลังทำลายความเชื่อมั่นและเครดิตของรัฐบาล เพราะความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นมันแสนสาหัส

    หากจับทิศทางการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดมันยิ่งลำบากกว่าเดิมหลายเท่า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5778955/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VrHHvaJE4oP2knrWMyBWW

  • นักวิชาการชี้ปิดฮอร์มุซเสี่ยงสะเทือนเศรษฐกิจโลก ดันราคาน้ำมันพุ่ง-ตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์

    นักวิชาการชี้ปิดฮอร์มุซเสี่ยงสะเทือนเศรษฐกิจโลก ดันราคาน้ำมันพุ่ง-ตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์

    นักวิชาการชี้ปิดฮอร์มุซเสี่ยงสะเทือนเศรษฐกิจโลก ดันราคาน้ำมันพุ่ง-ตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์

    นักวิชาการชี้ปิดฮอร์มุซเสี่ยงสะเทือนเศรษฐกิจโลก ดันราคาน้ำมันพุ่ง-ตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์

    ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด อาจารย์ภาควิชาอิสลามการเมือง มหาวิทยาลัยนานาชาติอัล-มุสฏอฟา ประเทศอิหร่าน และนายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน โพสต์ข้อความ ระบุว่า วิเคราะห์ผลกระทบหากสหรัฐฯ ปิดทางเข้า–ออกช่องแคบฮอร์มุซ (ฉบับกระชับ)

    • มาตรการนี้อาจดำเนินได้ในระยะสั้น แต่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและความต่อเนื่อง ทำให้ยากต่อการคงไว้ในระยะยาว
    • อาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เนื่องจากสินค้าส่งออกของอิหร่านกว่า 90% มีปลายทางที่จีน ซึ่งอาจกระทบต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของจีนโดยตรง
    • ผลกระทบต่ออิหร่านด้านสินค้าจำเป็นมีจำกัด เพราะการนำเข้าส่วนใหญ่ผ่านเส้นทางบกทางตอนเหนือ จึงไม่พึ่งพาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยตรง
    • อิหร่านมีศักยภาพด้านพลังงานภายในประเทศสูง จากการเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซรายสำคัญ จึงไม่เผชิญปัญหาพลังงานภายในประเทศ

    นักวิชาการชี้ปิดฮอร์มุซเสี่ยงสะเทือนเศรษฐกิจโลก ดันราคาน้ำมันพุ่ง-ตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์

    • รายได้จากการส่งออกน้ำมันยังคงมีเสถียรภาพ โดยมีรายงานว่าปริมาณการขายเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านงบประมาณของอิหร่าน
    • การปิดล้อมทางทะเลอาจส่งผลต่ออิหร่านในระยะยาว แต่สหรัฐฯ เองก็มีข้อจำกัดด้านเวลาและต้นทุน ทำให้มาตรการนี้อาจไม่ก่อประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว และอิหร่านมีศักยภาพในการทำสงครามยืดเยื้อมากกว่าสหรัฐฯ
    • อาจกระตุ้นให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการจำกัดการเดินเรือในช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ และอาจสร้างภาระเพิ่มเติมต่อสหรัฐฯ และพันธมิตร
    • ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นทันที ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม และสร้างแรงกดดันต่อผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯปัญหาพลังงานที่เกิดขึ้นจะสร้างแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจโลก และอาจทำให้ความเชื่อมั่นและความร่วมมือทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรบางประเทศลดลง
    • สหรัฐและอิสราเอลจะทำสงครามต่อ แต่ขาดการสนับสนุนจากพันธมิตรสำคัญ อาจผลักดันให้หลายประเทศหันไปสร้างความร่วมมือกับขั้วอำนาจอื่น เช่น จีนและรัสเซีย ซึ่งอาจเปลี่ยนสมดุลทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/656541&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-SrQyobHa1Kro-0ldEE8X

  • ‘อ.อัจฉราวดี’ ปลง! สาดน้ำสงกรานต์จบก็ต้องปวดหัวและเตรียมรับมือน้ำมันแพงและเศรษฐกิจที่ถูกสั่นคลอนกันต่อไป

    ‘อ.อัจฉราวดี’ ปลง! สาดน้ำสงกรานต์จบก็ต้องปวดหัวและเตรียมรับมือน้ำมันแพงและเศรษฐกิจที่ถูกสั่นคลอนกันต่อไป

    14 เม.ย.2569-อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความว่า สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกหลังจากการเจรจาล้มเหลว ไม่เฉพาะเรื่องสงคราม แต่ภาพ AI ที่ทรัมป์ทำขึ้นและโพสต์ทางทรูธโซเชียลประหนึ่งเป็นพระเยซู สร้างความไม่พอใจอย่างมากให้แก่ชาวคริสเตียน จนทรัมป์ลบออกไปโดยอ้างว่า เขามีเจตนาเพียงจะเปรียบตัวเองเป็นแพทย์เท่านั้น

    ทรัมป์กับสมเด็จพระสันตปาปาเลโอที่ 14 มีขึ้นต่อเนื่อง หลังจากที่พระองค์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากเล่นงานอิหร่าน ว่า “ไร้มนุษยธรรม”

    ทรัมป์ได้เขียนตำหนิโป๊ปเลโอ เรียกพระองค์ว่า “อ่อนแอในด้านอาชญากรรม และแย่มากในด้านนโยบายต่างประเทศ” สมเด็จพระสันตะปาปาตอบโต้ทรัมป์ว่าพระองค์ไม่เกรงกลัวรัฐบาลทรัมป์และทรงประณามมหาอำนาจโลก “ลัทธิล่าอาณานิคมใหม่” ผู้ซึ่งละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยไม่ได้พาดพิงอย่างเจาะจงถึงอเมริกา

    จีนเตือนอเมริกาว่า เรือของจีนกำลังเข้าออกน่านน้ำของช่องแคบฮอร์มุซ เรามีข้อตกลงด้านการค้าและพลังงานกับอิหร่าน คาดหวังว่าผู้อื่นจะไม่เข้ามาแทรกแซงกิจการของเรา

    โดยทางการจีนยืนยันว่าอิหร่านควบคุมช่องแคบดังกล่าว และยังคงเปิดให้เรือของจีนสัญจรผ่านได้
    คำเตือนจากปักกิ่งมีขึ้น หลังจากมีเรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมีอย่างน้อยสองลำถูกบังคับให้หันกลับจากช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐฯ

    นักวิเคราะห์กล่าวจากเพจ Vok เขียนไว้ว่านี่คือบททดสอบขั้นสูงสุดของยุทธศาสตร์ “America First” ของประธานาธิบดีทรัมป์ วอชิงตันต้องการปิดช่องแคบอย่างสมบูรณ์เพื่อบีบอิหร่านให้ขาดทรัพยากร แต่ปักกิ่งพึ่งพาน้ำมันจากเส้นทางนี้อย่างหนักเพื่อหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจขนาดมหึมาของตน

    จีนกำลังบอกอเมริกาอย่างชัดเจนว่า อำนาจทางเรือของสหรัฐฯ ไม่ครอบคลุมกองเรือของจีน กองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากและอาจนำไปสู่หายนะระดับโลก

    จะปล่อยให้เรือบรรทุกน้ำมันของจีนผ่านไป ซึ่งเท่ากับทำให้การปิดล้อมไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง หรือจะเข้าขัดขวางและขึ้นตรวจเรือของจีนอย่างแข็งกร้าว ซึ่งจะจุดชนวนความขัดแย้งทางทหารโดยตรงระหว่างสองมหาอำนาจโลก

    สาดน้ำสงกรานต์จบก็ต้องปวดหัวและเตรียมรับมือน้ำมันแพงและเศรษฐกิจที่ถูกสั่นคลอนกันต่อไป.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/979848/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36LevnpAvk2EPNzPsCW_7A