Category: เศรษฐกิจ

  • ‘เอกนิติ’ ถกไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ โชว์ความพร้อมไทยจัดประชุม ต.ค.นี้

    ‘เอกนิติ’ ถกไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ โชว์ความพร้อมไทยจัดประชุม ต.ค.นี้

    “เอกนิติ” นำทีมเศรษฐกิจถกทวิภาคีผู้บริหารระดับสูงไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ย้ำความพร้อมไทยนั่งแท่นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่สภาผู้ว่าการ ต.ค. นี้ กางแผนรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน ปลื้มเวิลด์แบงก์ชื่นชมไทยลุยดิจิทัลไฟแนนซ์-เอไอ พร้อมสานต่อโปรเจกต์เมืองคาร์บอนต่ำ ดันโมเดลพัฒนาอาเซียนผงาดเวทีโลก

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เดินหน้าปฏิบัติภารกิจสำคัญในห้วงการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ประจำปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยได้เข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับนางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา

    วาระสำคัญในการหารือบนเวทีระดับโลกครั้งนี้ คือการยืนยันความพร้อมขั้นสูงสุดของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Annual Meetings) ที่จะเกิดขึ้นในเดือน ต.ค. นี้ โดยนายเอกนิติได้รายงานความคืบหน้าด้านการจัดจ้างและระบบโลจิสติกส์ที่เดินหน้าไปอย่างรัดกุม พร้อมย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยที่จะจัดงานให้ออกมาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ตามมาตรฐานสากล

    ‘เอกนิติ’ ถกไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ โชว์ความพร้อมไทยจัดประชุม ต.ค.นี้

    นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยฝั่งไทยได้ตอกย้ำถึงจุดยืนในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างรอบคอบและมีความยืดหยุ่น เพื่อรักษาเสถียรภาพและสร้างภูมิคุ้มกันรองรับความเสี่ยงในระยะข้างหน้า

    ต่อเนื่องในวันที่ 17 เม.ย. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าหารือทวิภาคีกับนายอาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก (World Bank) เพื่อเจรจาถึงกรอบความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างประเทศไทยและธนาคารโลกในระยะต่อไป

    ‘เอกนิติ’ ถกไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ โชว์ความพร้อมไทยจัดประชุม ต.ค.นี้

    โดยมีการหยิบยกโครงการสำคัญอย่าง Low Carbon City Project ขึ้นมาเป็นวาระหลัก ซึ่งโครงการนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนประเทศไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดและผลักดันระบบเศรษฐกิจสีเขียวให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ขณะเดียวกัน ประเด็นด้านการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลยังเป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่ธนาคารโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยประธานธนาคารโลกได้กล่าวชื่นชมประเทศไทยที่สามารถนำนวัตกรรมด้านดิจิทัลไฟแนนซ์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับทักษะ คุณภาพชีวิต และเพิ่มผลิตภาพให้กับประชาชนได้อย่างเห็นผล

    สำหรับการเตรียมความพร้อมของกรุงเทพมหานครในการรับไม้ต่อเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 นั้น กำหนดการจัดงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งกระทรวงการคลังมองว่าเวทีระดับโลกครั้งนี้จะเป็นโอกาสทองครั้งสำคัญของประเทศไทย ในการนำเสนอศักยภาพและโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยตลอดจนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาผู้นำทางเศรษฐกิจและนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1230151&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lrVvL4EsZsvqKEy49-1dp

  • ช่องแคบมะละกา: เหตุใด “จุดคอขวด” สำคัญอีกแห่งสำหรับการค้าโลกจึงกำลังสร้างความวิตกกังวล  – BBC News ไทย

    ช่องแคบมะละกา: เหตุใด “จุดคอขวด” สำคัญอีกแห่งสำหรับการค้าโลกจึงกำลังสร้างความวิตกกังวล – BBC News ไทย

    ช่องแคบมะละกา: เหตุใด “จุดคอขวด” สำคัญอีกแห่งสำหรับการค้าโลกจึงกำลังสร้างความวิตกกังวล

    A person walks on rocks near an excavator by the shoreline, with a large LNG ship labeled

    ที่มาของภาพ, EPA

    คำบรรยายภาพ, “มะละกาเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักของเศรษฐกิจโลก” อาซิฟาห์ อัสทรีนา ผู้เชี่ยวชาญด้านช่องแคบมะละกา กล่าว
      • Author, หลุยส์ บาร์รูโช
      • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
    • เวลาอ่าน: 6 นาที

    ท่ามกลางการปิดล้อมอย่างต่อเนื่องต่อช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางน้ำทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของโลก เส้นทางสำคัญอีกเส้นสำหรับการค้าก็เริ่มกลายมาเป็นจุดดึงดูดความสนใจของโลกเช่นกัน

    ช่องแคบมะละกา (The Strait of Malacca) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับความสนใจอีกครั้งหลังจากเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียยืนยันว่าสหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอขออนุญาตทางทหารให้บินผ่านน่านฟ้าอินโดนีเซียได้โดยไม่มีเงื่อนไข หลังมีการลงนามในข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซียระบุว่าการตัดสินใจยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

    ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการเคลื่อนไหวเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์โลก แต่ช่องแคบมะละกาคืออะไร และทำไมจึงมีความสำคัญ ?

    อิทธิพลต่อโลก

    A map shows the Strait of Malacca

    คำบรรยายภาพ, บริเวณที่แคบที่สุดของช่องแคบมะละกา อยู่ใกล้กับประเทศสิงคโปร์ โดยมีความกว้างเพียงประมาณ 2.8 กม. เท่านั้น

    “ช่องแคบมะละกามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นเส้นทางเดินเรือที่สั้นที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุดในการเชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งทำให้เป็นเส้นทางที่ขาดไม่ได้สำหรับการค้าขายระหว่างตะวันออกกลาง ยุโรป และเอเชียตะวันออก” อาซิฟาห์ อัสทรีนา ผู้กำลังศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์บานา-แชมเปญ ในสหรัฐอเมริกา และผู้เชี่ยวชาญระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นผู้เขียนงานวิจัยเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางทะเลในช่องแคบ ระบุ

    “มันเชื่อมต่อโดยตรงกับทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางที่การค้าโลกประมาณหนึ่งในสามไหลผ่าน” เธอเสริม

    จุดที่แคบที่สุดของช่องแคบ บริเวณช่องฟิลลิปส์ (Phillips Channel) ใกล้กับประเทศสิงคโปร์ มีความกว้างเพียงประมาณ 2.8 กม.

    จากรายงานล่าสุดของสำนักงานข้อมูลพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ อีไอเอ (US Energy Information Administration – EIA) พบว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 มีน้ำมัน 23.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไหลผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 29% ของปริมาณการขนส่งน้ำมันทางทะเลทั่วโลก

    ในห้วงเวลาเดียวกัน ทางน้ำนี้ยังถูกใช้เพื่อขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณ 260 ล้าน ลบ.ม./วัน

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • A woman carries large bottles of water across dry ground in Brazil during a heatwave. Other blurred figures in the background are doing the same.

    • A designed image showing a generic hotel room, black wheelie suitcase, a standard lamp, a double bed with a white bedspread and blue, gold and black and white checked pillow, and the words REC with a red recording dot emblazoned over the top.

    • A cargo ship is seen on the horizon in the Gulf, near the Strait of Hormuz

    • .

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    กอกกาย บัลซี อาจารย์ด้านการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ที่ยั่งยืน จากมหาวิทยาลัยลีดส์ในสหราชอาณาจักร กล่าวว่า ทางน้ำนี้ยังเป็นเส้นทางหลักสำหรับขนส่ง “สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าอุตสาหกรรม เครื่องจักร และรถยนต์”

    “ประมาณ 25% ของการค้ารถยนต์ทั่วโลกเดินทางผ่านเส้นทางนี้ สินค้าเทกองแห้ง (Dry bulk cargoes) เช่น ธัญพืชและถั่วเหลือง ก็ผ่านช่องแคบนี้เช่นกัน” เขากล่าว

    บัลซีเสริมด้วยว่า “เมื่อคุณรวมภูมิศาสตร์ การพึ่งพาพลังงาน ปริมาณสินค้า และความหลากหลายของสินค้าเข้าด้วยกัน ช่องแคบมะละกาจึงแตกต่างจากช่องแคบฮอร์มุซ ฮอร์มุซก็มีความสำคัญต่อการค้าโลกเช่นกัน แต่ไม่ได้เป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าที่สำคัญเท่าช่องแคบมะละกา บทบาทของมันไม่ได้จำกัดอยู่แค่พลังงาน แต่ยังครอบคลุมสินค้าหลากประเภทมากกว่า”

    “กล่าวได้ว่าช่องแคบมะละกาเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักของเศรษฐกิจโลก” แอสทรีนาเสริม

    การปล้นจากโจรสลัดยังคงเป็นอีกปัญหาที่น่ากังวลอย่างต่อเนื่อง มีรายงานเหตุการณ์ปล้นทางทะเล 108 ครั้งทั้งในช่องแคบมะละกาและสิงคโปร์ในปี 2025 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ตามข้อมูลจากศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือระดับภูมิภาคว่าด้วยการปราบปรามโจรสลัดและการจี้ปล้นโดยใช้อาวุธในเอเชีย (Regional Cooperation Agreement on Combating Piracy and Armed Robbery against Ships in Asia – ReCAAP) ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์

    ช่องแคบแห่งนี้ยังเผชิญกับภัยธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงสึนามิและปรากฏการณ์จากภูเขาไฟด้วย เช่น สึนามิในเดือน ธ.ค. 2004 ที่ได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อโครงสร้างพื้นฐานบริเวณชายฝั่งใกล้ทางเข้าทางตอนใต้ของช่องแคบ

    เหตุใดช่องแคบมะละกาจึงสำคัญ

    US Defense Secretary Pete Hegseth and Indonesia's Defense Minister Sjafrie Sjamsoeddin stand behind a desk as seated colleagues hold up a Memorandum of Understanding

    ที่มาของภาพ, Reuters

    คำบรรยายภาพ, อินโดนีเซียระบุว่าทางการยังคงพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการบินผ่านน่านฟ้า หลังจากที่ทั้งสองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศ

    ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ความสำคัญของช่องแคบมะละกาไม่ได้อยู่ที่ความสำคัญทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ความอ่อนไหวทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

    “การเพิ่มความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ หรืออินเดียเกี่ยวกับการครอบงำทางทะเลในภูมิภาค อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการสัญจรผ่านช่องแคบ” บัลซีกล่าว

    แอสทรีนากล่าวว่า แม้แต่ความเป็นไปได้ที่กองทัพสหรัฐฯ จะเข้าถึงน่านฟ้าอินโดนีเซียมากขึ้น ก็อาจส่งผลกระทบในระยะยาวได้

    “ฉันมองว่ามันอาจทำให้เกิดความไม่มั่นคงในเชิงโครงสร้าง แม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าในทันทีก็ตาม” เธออธิบาย

    งานวิจัยของเธอชี้ว่า โครงสร้างความมั่นคงในปัจจุบันในช่องแคบมะละกาไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ

    “มันถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิม เช่น การปล้นของโจรสลัด การลักลอบขนสินค้า และอาชญากรรมทางทะเล มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ” เธอกล่าวพร้อมเสริมว่า “ดังนั้น เมื่อมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ เพิ่มปฏิบัติการมากขึ้น มันจะนำมาซึ่งพลวัตด้านความมั่นคงที่ระบบไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรองรับ”

    อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นเธอกล่าวว่าการหยุดชะงักการขนส่งในช่องแคบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น

    “ฉันยังไม่คาดว่าการขนส่งสินค้าทางทะเลจะหยุดชะงัก แรงจูงใจในการรักษากระแสการค้าให้ดำเนินต่อไปนั้นมีมากเกินไป” เธอบอก

    แต่แอสทรีนาอธิบายต่อไปว่า ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่านั้นอยู่ในอนาคตที่ไกลออกไป

    “สิ่งที่น่ากังวลคือเส้นทางการยกระดับความขัดแย้งในระยะยาว หากจีนตีความว่านี่คือการเฝ้าระวังที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ หรือการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ใกล้เส้นทางเดินเรือที่สำคัญ จีนอาจตอบโต้ ไม่จำเป็นต้องตอบโต้ด้วยการขัดขวางการค้า แต่ด้วยการขยายการปรากฏตัวหรืออิทธิพลของตนเองในและรอบ ๆ ภูมิภาค” เธอบอก

    “นั่นคือจุดที่จะเกิดความเสี่ยงขึ้น คุณอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยจากสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เน้นความร่วมมือและการบังคับใช้กฎหมาย ไปสู่สภาพแวดล้อมที่เน้นการแข่งขันและการทหารมากขึ้น” แอสทรีนาอธิบาย

    แม้จะไม่มีความขัดแย้งโดยตรง เธอก็เตือนว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม

    “สำหรับการค้าโลก ผลกระทบน่าจะเป็นทางอ้อมแต่ก็สัมผัสได้ เช่น เบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้น การรับรู้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และความผันผวนที่มากขึ้นในเส้นทางที่เศรษฐกิจโลกพึ่งพาอย่างมาก”

    นอกจากนี้ เธอยังยังเตือนไม่ให้มองบทบาทของอินโดนีเซียอย่างฉาบฉวยเกินไป

    “สิ่งสำคัญคืออย่ามองว่าอินโดนีเซียกำลังเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” เธอกล่าว

    “อินโดนีเซียดูเหมือนจะดำเนินกลยุทธ์สร้างสมดุล โดยกระชับความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา ในขณะเดียวกันก็รักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกับจีน และมีส่วนร่วมกับพันธมิตรอื่น ๆ เช่น รัสเซีย”

    “ภาพรวมที่ใหญ่กว่านั้นไม่ใช่การสร้างพันธมิตร แต่เป็นความจริงที่ว่าการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจกำลังเข้ามาในพื้นที่ซึ่งในอดีตเคยถูกจัดการในฐานะทางเดินร่วมกันสำหรับการค้าโลก”

    ‘ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมะละกา’

    ในปี 2003 ประธานาธิบดีหู จิ่นเทาของจีนในขณะนั้น ได้บัญญัติศัพท์ “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของช่องแคบมะละกา” เพื่ออธิบายถึงการพึ่งพาเส้นทางน้ำนี้อย่างหนักของจีน

    จากข้อมูลของ EIA และ CSIS ChinaPower project พบว่า ประมาณสามในสี่ของการนำเข้าน้ำมันของจีน และประมาณ 60% ของมูลค่าทางการค้าทางทะเลของจีน แล่นผ่านช่องแคบมะละกาและทะเลจีนใต้ที่อยู่ติดกัน

    “แต่ไม่ใช่แค่จีนเท่านั้น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็พึ่งพาช่องแคบนี้อย่างมากเช่นกัน โดยประมาณ 90% ของการนำเข้าน้ำมันของพวกเขาผ่านช่องแคบนี้” บัลซีกล่าว

    เขากล่าวเสริมว่า เส้นทางน้ำนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือคอนเทนเนอร์ที่พลุกพล่านที่สุดเป็นอันดับสองของโลก และเป็นศูนย์กลางการเติมเชื้อเพลิงเรือที่สำคัญ

    สำหรับจีน แอสทรีนากล่าวว่าการลดการพึ่งพาช่องแคบนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้ในระยะสั้น

    “ฉันไม่คิดว่าจีนจะมีวิธีที่เป็นไปได้จริงที่จะลดการพึ่งพาในส่วนนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างน้อยก็ในระยะสั้น” เธอกล่าว

    “เส้นทางทางเลือกอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่อส่งหรือเส้นทางอื่น ๆ อาจช่วยได้บ้าง แต่ไม่สามารถทดแทนช่องแคบมะละกาได้อย่างมีนัย”

    บัลซีแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า สองทางเลือกทดแทนช่องแคบมะละกาที่เป็นไปได้มากที่สุด คือ ช่องแคบซุนดาและช่องแคบลอมบอก ซึ่งทั้งคู่ก็อยู่ในน่านน้ำของอินโดนีเซียเช่นกัน

    ส่วนช่องแคบทอร์เรส ที่อยู่ใกล้กับปาปัวนิวกินีนั้น “เป็นทางน้ำตื้นที่อ่อนไหว มีแนวปะการัง และเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่จะไม่สามารถแล่นผ่านได้” เขาอธิบาย

    เขาเสริมว่าการเดินทางอ้อมทางตอนใต้ของออสเตรเลียจะต้องใช้ “ค่าใช้จ่ายและเวลามหาศาล”

    ด้วยข้อจำกัดเหล่านี้ แอสทรีนาจึงบอกว่า จีนน่าจะยังคงมุ่งเน้นไปที่การจัดการมากกว่าการกำจัดความเปราะบางของตน

    “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การลดการพึ่งพา[ช่องแคบมะละกา] แต่เป็นเรื่องที่ว่าจีนจะจัดการกับการพึ่งพานั้นอย่างไร”

    “นั่นเป็นเหตุผลที่เราเห็นว่าจีนไม่ได้มุ่งเน้นแค่การกระจายความเสี่ยงเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การขยายอิทธิพลและการปรากฏตัวในภูมิภาคที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทะเลจีนใต้และตามเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ” เธอกล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cwyx2848q72o&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VrQaEUbAJPTVv06nIc9Nh

  • ร้านการ์ตูนดัง ปิดตำนาน 18 ปี บอกเหตุผล ไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ เกี่ยวกับห้างล้วน ๆ

    ร้านการ์ตูนดัง ปิดตำนาน 18 ปี บอกเหตุผล ไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ เกี่ยวกับห้างล้วน ๆ

              ร้านการ์ตูนดัง ปิดตำนาน 18 ปี ถึงเวลาที่ต้องจากลากันแล้ว ยัน ไม่ได้ปิดกิจการ แต่ขอหาพื้นที่ใหม่ เดิมอยู่โลตัสปิ่นเกล้า

    ร้านการ์ตูนดัง

              วันที่ 18 เมษายน 2569 เฟซบุ๊ก ร้านการ์ตูนต้นอ้อ มีการโพสต์ประกาศปิดกิจการ มีรายละเอียดทั้งหมด ดังนี้

              เรียนลูกค้าร้านต้นอ้อ โลตัสปิ่นเกล้า

              18 ปี ที่พบเจอกันมา ถึงเวลาที่จะต้องจากลากันแล้ว

              ร้านต้นอ้อ จะปิดกิจการที่โลตัสปิ่นเกล้า ในเดือน พฤษภาคม 2569 และจะย้ายไปที่ไหน ขอเวลาคิดก่อนจะมาแจ้งให้ลูกค้าทราบ

    ร้านการ์ตูนดัง

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก ร้านการ์ตูนต้นอ้อ

              ขอกราบขอบพระคุณลูกค้าทุกท่าน

              ปล. ยังไม่ปิดกิจการนะคะ จากเพื่อเริ่มที่ใหม่ ยังสั่งของได้ปกติ

    ร้านการ์ตูนดัง

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก ร้านการ์ตูนต้นอ้อ

              สำหรับเนื้อหาในเอกสารที่ยกเลิกสัญญาเช่า มาจากทางห้างสรรพสินค้าขอยกเลิกเอง เนื่องจากมีแผนงานในการปรับปรุงพื้นที่ในสาขา ทำให้ต้องยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดที่จะหมดลงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 พร้อมกันนั้นขอให้ส่งมอบสถานที่เสร็จภายใน 10 มิถุนายน 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/252962&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TOTBtWVw3LbHJl0-W4pMr

  • เอกนิติถก IMF เตรียมความพร้อมไทยเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุม IMF-WB ตุลาคมนี้

    เอกนิติถก IMF เตรียมความพร้อมไทยเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุม IMF-WB ตุลาคมนี้

    วันที่ 18 เมษายน 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับ นาง Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ในประเด็นที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศในปี 2569 เพื่อหารือถึงความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อม และหารือถึงนโยบายที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ ในห้วงการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569

    รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้หารือกับกรรมการจัดการ IMF เพื่อยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุม Annual Meetings ปี 2569 โดยการเตรียมงานด้านการจัดจ้างและโลจิสติกส์มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเน้นความมุ่งมั่นของไทยในการจัดงานให้ประสบความสำเร็จในระดับสากล

    ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยไทยยืนยันการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างรอบคอบและยืดหยุ่น เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและรองรับความเสี่ยงในระยะข้างหน้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/142110&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jrZrF6oR-5u81TrGuiNP8

  • “เอกนิติ” โชว์เวที IMF ชี้ไทยมีเสถียรภาพแกร่ง ทุนสำรองสูงกว่าหนี้ระยะสั้น 2.5 เท่า

    “เอกนิติ” โชว์เวที IMF ชี้ไทยมีเสถียรภาพแกร่ง ทุนสำรองสูงกว่าหนี้ระยะสั้น 2.5 เท่า

    ภาพ กระทรวงการคลัง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลังเปิดเผยเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมเสวนาหัวข้อ The Debate on the Global Economy” ร่วมกับผู้นำเศรษฐกิจระดับโลก ประกอบด้วย Dr. Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), นาย Mohammed Al-Jadaan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซาอุดีอาระเบีย, นาย François Villeroy ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส, Dr. Eswar Prasad ศาสตราจารย์อาวุโสด้านนโยบายการค้าและเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย Cornell และ นาง Martina Cheung ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและคณะกรรมการบริษัท S&P Global

    ทั้งนี้ เวทีดังกล่าวเป็นเวทีหลัก (flagship) ในการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 โดยนายเอกนิติ เป็นผู้แทนจากภูมิภาคอาเซียนเพียงรายเดียวที่เข้าร่วมการเสวนา

    ภาพจาก กระทรวงการคลัง

    นายเอกนิติ เปิดเผยว่า ประเทศไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ (Net Energy Importer) เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะอุปสงค์อ่อนแอ และนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูง (Stagflation)

    พร้อมกันนี้ ระบุว่า ในโลกยุคใหม่ “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” (Economic Security) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจ โดยประเทศไทยมุ่งใช้โอกาสจากวิกฤตในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านการยกระดับประเทศให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย (Secure Place) ควบคู่กับการปฏิรูปกฎระเบียบและลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรค เพื่อเพิ่มผลิตภาพของเศรษฐกิจ

    ขณะเดียวกัน ประเทศไทยมีแผนเร่งดำเนินการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อรองรับความท้าทายในระยะยาว

    รองนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำถึงกรอบการบริหารจัดการภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ (Limited Fiscal Space) โดยรัฐบาลยึดหลัก “4T” ได้แก่ Target, Transition, Transformation และ Together เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายให้มีประสิทธิภาพและตรงจุด

    นอกจากนี้ นายเอกนิติ กล่าวถึงความแข็งแกร่งของเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและเสถียรภาพภายนอกของไทย โดยระบุว่า ดุลการชำระเงินของไทยยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมาก และมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นมากกว่า 2.5 เท่า หรือเทียบเท่ากับการนำเข้าประมาณ 10 เดือน

    พร้อมกันนี้ สนับสนุนให้สถาบันการเงินระหว่างประเทศ อาทิ IMF และธนาคารโลก มีบทบาทสำคัญในการประสานความช่วยเหลือและระดมทุนให้แก่ประเทศที่ต้องการการสนับสนุน โดยเห็นว่าเสถียรภาพพื้นฐานทางเศรษฐกิจจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกไปสู่ “New Horizons” ซึ่งเป็นธีมหลักของการประชุมประจำปี IMF–World Bank ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในระยะต่อไป

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

    “เอกนิติ” ส่งสัญญาณขยายเพดานหนี้ ชู “4T” รับเศรษฐกิจโลกผันผวน

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/825971&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PMTX_Uzy7Yj47dswYf9hZ

  • ขานรับนโยบายรัฐ! ลุยลดค่าครองชีพ ดันเศรษฐกิจฐานรากถึงอำเภอทันที

    ขานรับนโยบายรัฐ! ลุยลดค่าครองชีพ ดันเศรษฐกิจฐานรากถึงอำเภอทันที

    นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งการด่วนที่สุด ที่ มท 0305.4/ว 11304 ลงวันที่ 16 เมษายน 2569 ถึงปลัดจังหวัด(ปจ.) ทั่วประเทศ สืบเนื่องรัฐบาลได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนเพื่อคืนความเชื่อมั่น และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน โดยมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากควบคู่ลดภาระค่าครองชีพ เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีและความสงบสุขให้คนไทยทุกคน ทั้งนี้ กรมการปกครองได้ร่วมประชุมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเตรียมมาตรการขับเคลื่อนในระดับจังหวัดและอำเภอ จึงขอให้ปลัดจังหวัดแจ้งนายอำเภอพิจารณาดำเนินการ ดังนี้

    1. ให้นายอำเภอ ทุกอำเภอ มอบหมายปลัดอำเภอ 1 คน เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อน นโยบายและมาตรการของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยให้หมั่นติดตามข้อมูลข่าวสารและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการขับเคลื่อนในพื้นที่อย่างรวดเร็ว และทันท่วงที

    2. ให้อำเภอ ทุกอำเภอ สำรวจข้อมูลด้านการพาณิชยกรรมในพื้นที่ ได้แก่ ข้อมูลรถขายสินค้าอุปโภค บริโภค (รถพุ่มพวง) ข้อมูลตลาดสด ตลาดนัด ข้อมูลร้านค้าสวัสดิการชุมชน ผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่

    3. ให้อำเภอ ทุกอำเภอ เตรียมความพร้อมในการสนับสนุน การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล และมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ที่จะเริ่มขับเคลื่อนในระยะต่อไป เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส โครงการไทยช่วยไทย โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น ทั้งนี้ ให้ประสานงานและเตรียมการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อย่างใกล้ชิด

    อนึ่ง ให้ปลัดจังหวัดและนายอำเภอให้ความสำคัญกับการดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ กรณีมีปัญหาอุปสรรค ให้รายงานกรมการปกครองทราบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/142106&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BDBexCiqiVhKoMRpgv9Ct

  • รีบทำ ‘คนละครึ่งพลัส’ แนะ ‘นายกฯ’ ออกมาตรการปากท้อง

    รีบทำ ‘คนละครึ่งพลัส’ แนะ ‘นายกฯ’ ออกมาตรการปากท้อง

    ‘วิสุทธิ์ ไชยณรุณ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่วนตัวมีความเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา เพราะการลงพื้นที่เห็นถนนโล่ง จะมีแน่นก็เป็นแค่บางช่วงที่มีกิจกรรม โดยรวมประชาชนไม่คึกคักเหมือนเทศกาลสงกรานต์ทุกๆ ปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่กระทบมาจากสงครามในตะวันออกกลาง แม้เขาจะหยุดยิงกัน แต่สินค้าหลายอย่างสูงขึ้นไปมากแล้ว บริษัทรับเหมาก็ไม่กล้ารับงานเพราะน้ำมันแพง บางบริษัทต้องให้คนหยุดงาน  

    ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกฯและรมว.มหาดไทยต้องรีบแก้ไขปัญหาปากท้องเป็นการด่วน ต้องมีโครงการมาเพิ่มรายได้ให้ประชาชน อย่างคนละครึ่งพลัสต้องรีบทำ หากต้องกู้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจกระตุ้นการใช้จ่ายก็ต้องทำ เพราะเท่าที่ฟังจากเกษตรกรมีปัญหากันมาก  

    สิ่งที่ สส.สะท้อนในสภาฯ ช่วงที่มีการหารือ ก็อยากให้นายกฯ ให้ความสำคัญเพราะเหล่านั้นเป็นเสียงสะท้อนของประชาชนผ่านผู้แทน หากแก้ปัญหาเหล่านั้นไปก็คือการแก้ปัญหาของประชาชนจริงๆ และที่ตนรับฟังมาคือปัญหาวัวนม นมก็ขายกันไม่ได้ ถ้าลำบากมากๆ เดี๋ยวก็จะมีการประท้วงกันอีก ตอนนี้สินค้าต่างๆ ราคาแพงขึ้น เช่น เรื่องปุ๋ยแต่พืชผลการเกษตรทั้งหมดกลับมีราคาต่ำ รายได้ไม่พอรายจ่าย

    ขอให้กำลังใจนายกฯ และครม.ทุกคนให้ทำงานอย่างทุ่มเทฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ และขอฝากไปยังรัฐบาล และคนที่เป็นรัฐมนตรีจากทุกพรรคการเมือง ต้องทุ่มเททั้งกายใจทำงานแบบใจซื่อมือสะอาด แล้วประเทศชาติจะปลอดภัย เพราะถ้าใจไม่ซื่อมือไม่สะอาด ประเทศชาติจะล่มจม โครงการอะไรที่ออกมาต้องเป็นประโยชน์จริงๆ อย่าเพิ่งคิดหารายได้จากโครงการ ประเทศถึงจะเดินหน้าฝ่าวิกฤตได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/visut-april-18-2026&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-x8MWzD4vlfBu2BvQPlr1

  • ‘ดีอี’ ดัน ‘ไทยช่วยไทย’ ใช้ไปรษณีย์กระจายของถูกทั่วประเทศ

    ‘ดีอี’ ดัน ‘ไทยช่วยไทย’ ใช้ไปรษณีย์กระจายของถูกทั่วประเทศ

    ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า เตรียมดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนด้านค่าครองชีพ และกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจของประเทศ กระทรวงฯ ได้มอบหมายให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เตรียมดำเนินโครงการกระจายสินค้าราคาประหยัด “ไทยช่วยไทย”  ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อกระจายและจัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ในราคาถูก โดยใช้เครือข่ายของ ปณท เป็นช่องทางหลักไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ 
    สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย” จะดำเนินการกระจายสินค้าผ่าน ปณท ใน 2 ช่องทางคือ

    ·     จัดจำหน่ายสินค้าขายปลีก ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ให้กับประชาชนโดยตรง

    ·     จัดจำหน่ายสินค้า (ขายส่ง) ให้กับรถเร่ (รถพุ่มพวง) เพื่อนำไปจำหน่ายต่อ

    โดยมีกลุ่มสินค้าอาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค รวมประมาณ 10 รายการ ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายการกระจายสินค้าสู่รถเร่ประมาณ 3,800 คัน และสร้างตลาดท้องถิ่นเพิ่มเติมประมาณ 1,000 แห่ง 
    ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการในต้นเดือน พฤษภาคม 2569 นี้ ในระยะแรกจะเริ่มจำหน่ายสินค้า ณ ที่ทำการไปรษณีย์ใน กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด รวมประมาณ 120 แห่ง ก่อนที่จะดำเนินการในพื้นที่ระดับอำเภอต่อไป 

    นอกจากนี้การนำสินค้า OTOP/SMEs จัดจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์“ThailandPostMart” เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าจากร้านค้าประมาณ 2,000 ราย ร่วมกับอีก 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Shopee, Lazada, TikTok, Line man และ Grab ซึ่งกรมการค้าภายในจะมีส่วนลดค่าขนส่งสนับสนุนรายการสั่งซื้อ 100 บาท และจะยกเว้นค่า GP เป็นกรณีพิเศษ 

    ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอี โดย ปณท ยังได้ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินโครงการ “กล่องผลไม้ DIT” จัดทำกล่องผลไม้จำนวน 300,000 กล่อง และสนับสนุนตะกร้าผลไม้จำนวน 35,000 ใบ เพื่อรองรับมาตรการการแก้ไขปัญหาเรื่องของผลผลิตทางการเกษตรของกระทรวงพาณิชย์อีกด้วย 

    “กระทรวงดีอี ได้มอบหมายให้ ปณท ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” จัดจำหน่ายและกระจายสินค้าอุปโภค – บริโภคราคาถูกสู่ประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนด้านค่าครองชีพ สำหรับ ปณท นั้น ตนได้มอบนโยบายให้ เป็นหน่วยงานในการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยให้ยึดถือการบรรเทาความเดือดร้อนของประชานเป็นหลัก แม้ว่าอาจจะมีผลกระทบต่อรายได้ขององค์กรบ้างในบางส่วน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-sme-post-store&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3y7v6HHV8zBM3we8B6abbM

  • จีนบีบเขมรเลิกรบไทย ง้อเปิดด่านแลกส่งจับกังมาทำงานตาสว่างจะอยู่รอดต้องพึ่งเศรษฐกิจไทย | TOPNEWS

    จีนบีบเขมรเลิกรบไทย ง้อเปิดด่านแลกส่งจับกังมาทำงานตาสว่างจะอยู่รอดต้องพึ่งเศรษฐกิจไทย | TOPNEWS

    จีนบีบเขมรเลิกรบไทย ง้อเปิดด่านแลกส่งจับกังมาทำงานตาสว่างจะอยู่รอดต้องพึ่งเศรษฐกิจไทย

    • เผยแพร่ : 18/04/2026 13:00

    จีนบีบเขมรเลิกรบไทย ง้อเปิดด่านแลกส่งจับกังมาทำงาน ตาสว่างจะอยู่รอดต้องพึ่งเศรษฐกิจไทย

    #topupdate #topnews

    อัปเดตคลิปข่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1550519&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2wZT6IT-J_p7Y9jY2ec43P

  • สงครามตะวันออกกลางซ้ำเติมสถานการณ์ความยากจนในไทย:โอกาสรัฐบาลอนุทินปฏิรูปบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

    สงครามตะวันออกกลางซ้ำเติมสถานการณ์ความยากจนในไทย:โอกาสรัฐบาลอนุทินปฏิรูปบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-241&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37RCfGjfDWAasMjCcHwXVA