Category: เศรษฐกิจ

  • “วราวุธ”ลุยฟื้นเศรษฐกิจรากหญ้าตั้งเป้า SME โตแบบก้าวกระโดด ดัน GDP ไทยพุ่ง 2-2.5%

    “วราวุธ”ลุยฟื้นเศรษฐกิจรากหญ้าตั้งเป้า SME โตแบบก้าวกระโดด ดัน GDP ไทยพุ่ง 2-2.5%


    “วราวุธ” เยี่ยมศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 (DC8) สุพรรณบุรี ลุยฟื้นเศรษฐกิจรากหญ้า ตั้งเป้า SME- SMEs โตแบบก้าวกระโดด ดัน GDP ไทยพุ่ง 2-2.5%

    นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เผย เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาตนพร้อมด้วยนายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่สุพรรณบุรี ตรวจเยี่ยมศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 ต.กำยาน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 

    นายวราวุธ  กล่าวตอนหนึ่งว่า การนำทีมผู้บริหารของกระทรวงอุตสาหกรรมมาที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 (DC8) มารับฟังเสียงความต้องการของประชาชน เพื่อให้เข้าถึงปัญหาและสอดคล้องนโยบาย ONE MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว เสาที่ 1 จาก 4 เสาหลักของนโยบายดังกล่าว และส่วนตัวยังดีใจที่มาตรวจเยี่ยมงานพื้นที่สุพรรณบุรีในฐานะ รมว.อุตสาหกรรม เพราะศูนย์ DC8 แห่งนี้ก่อตั้งสมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา  เป็น รมว.อุตสาหกรรม เมื่อ 36 ปีก่อน ซึ่งศูนย์ DC8 เกิดจากความคาดหวังที่กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าของสุพรรณบุรี และจังหวัดโดยรอบของสุพรรณบุรี มาตั้งแต่ปี 2533 โดยนายบรรหาร ที่จากพวกเราไป 10 ปีแล้ว จึงอยากจะมารื้อฟื้นความหวัง และทำให้ SME- SMEs เติบโตได้ และจะทำให้หอการค้ามีแฟลตฟอร์มผลักดันสินค้าชุมชนต่อยอดระดับประเทศ และระดับโลก

    “ยืนยันว่ากระทรวงอุตสาหกรรมไม่ดูแลแค่ผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่จะโฟกัสถึงคนตัวเล็กตัวน้อย SME ขนาดกลางขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชน เพราะเป็นหัวใจและเงื่อนไขที่ทำให้ประเทศไทยก้าวข้ามสถานการณ์ความท้าทายของเศรษฐกิจโลก และทางภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมอาหาร คาดว่าภายในสิ้นปี 2569 จะเห็นอุตสาหกรรมระดับ SME- SMEs เติบโตอย่างก้าวกระโดด และเป็นฟันเฟืองทำให้จีดีพีของไทยแตะ 2-2.5% โดยกระทรวงอุตสาหกรรม จะเร่งทำงานอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการที่ขาดสภาพคล่องมาขอสินเชื่อ SME D Bank กระทรวงอุตสาหกรรม ที่มีวงเงินถึง 20,000 ล้านบาท มีอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก สามารถผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี  วงเงินกู้สูงสุดรายละ 30 ล้านบาท การมาเปิดบ้านสุพรรณบุรีในครั้งนี้ จึงเป็นเสมือนการเปิดบ้านต้อนรับผู้ประกอบการ พร้อมรวบรวมการ “ให้” ทั้งหมดนี้ไว้ด้วยกัน เพื่อเป็น One Stop Service สำหรับผู้ประกอบการในทุกมิติ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารชุมชน ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ“ นายวราวุธ กล่าว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวราวุธพร้อมผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมได้เยี่ยมชมบูธต่างๆ ที่นำมาจัดแสดงโดยมีทั้งคลินิกให้คำปรึกษาแนะนำธุรกิจเบื้องต้น โซนตลาดนัดอุตสาหกรรม กระบวนการทดลองเครื่องจักร เครื่องสกัดด่วน เครื่องระเหยข้น สเปรย์ดราย (มะพร้าวน้ำหอม) เครื่องอบลมร้อน (ผำ) เครื่องปั่นบดละเอียด (ข้าว) และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “8-พร้อม-พัฒน์ : (8 PROM PLUS)” อาทิ นมข้นจากน้ำมะพร้าว เครื่องแกงป่าพร้อมรับประทาน แป้งข้าวผงและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผำผงอบแห้ง มะพร้าวน้ำหอมผงพร้อมดื่ม ซอสซีอิ๊วพร้อมปรุงอเนกประสงค์ แป้งข้าว กข.43 ยกระดับมาตรฐานGHPs เพื่อควบคุมความสะอาดปลอดภัยของอาหาร ปรับปรุงพัฒนาเตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าได้ดีขึ้น
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/42456&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1imaPf1Wly1qR01DAZydH3

  • การศึกษาสำคัญจริงหรือ? ทำไมผ่านมา 4 รัฐบาล แทบไม่ขยับ

    การศึกษาสำคัญจริงหรือ? ทำไมผ่านมา 4 รัฐบาล แทบไม่ขยับ

    Loading…

    การศึกษาสำคัญจริงหรือ? ทำไมผ่านมา 4 รัฐบาล แทบไม่ขยับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/education-52&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vd4zoHLoYenmG-PbbOm-q

  • KS ชี้ SET สัปดาห์นี้แกว่ง 1,460-1,535 จุด จับตาครม.เศรษฐกิจ

    KS ชี้ SET สัปดาห์นี้แกว่ง 1,460-1,535 จุด จับตาครม.เศรษฐกิจ

    บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด หรือ KS ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้(4-8 พฤษภาคม 2569) โดยมองว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย SET มีแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,470 จุด และ 1,460 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,510 จุด และ 1,535 จุด ตามลำดับ

    โดยปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนัดแรก ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเมษายนของไทย ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบริษัทจดทะเบียนไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และทิศทางเงินทุนต่างชาติ หรือ Fund Flow ซึ่งยังเป็นปัจจัยหลักที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

    ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ประกอบด้วย ยอดขายบ้านใหม่เดือนมีนาคม ดัชนี ISM และ PMI ภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงานเดือนเมษายน รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

    นอกจากนี้ ตลาดยังให้ความสำคัญกับข้อมูลเศรษฐกิจจากประเทศเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมีนาคมของยูโรโซน รวมถึงดัชนี PMI ภาคบริการเดือนเมษายนของจีน ญี่ปุ่น และยูโรโซน ซึ่งอาจสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและมีผลต่อทิศทางการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

    ทั้งนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 2.58% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 56,321.23 ล้านบาท ลดลง 1.76% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ปรับตัวลดลง 0.24% มาปิดที่ระดับ 214.57 จุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/828815&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YlH09_sqA2_PbJzw1lHSw

  • ‘เอ็ดดี้’ ชี้ช่องเมื่อสวีเดนหันมามองไทย โอกาส ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ที่ต้องแปลงให้เป็นเศรษฐกิจจริง

    ‘เอ็ดดี้’ ชี้ช่องเมื่อสวีเดนหันมามองไทย โอกาส ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ที่ต้องแปลงให้เป็นเศรษฐกิจจริง

    4 พ.ค.2569-อัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เรื่อง เมื่อสวีเดนหันมามองไทย โอกาสของ Soft Power ที่ต้องแปลงให้เป็นเศรษฐกิจจริง มีสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ทำไม? มาหาคำตอบจากการเสด็จเยือนสวีเดน เนื้อหาระบุว่า “การเสด็จฯ สวีเดนทำให้เราเห็นว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้มีความหมายเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น

    แต่ยังเป็น ‘ภาษาทางการทูต’ ที่โลกเข้าใจ ในวันที่ข่าวหนึ่งข่าวทำให้ชาวสวีเดนจำนวนมากหันมามองไทยอีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่เงินโฆษณาซื้อได้ยาก

    การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสวีเดนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อร่วมงานเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ ไม่ได้เป็นเพียงข่าวราชสำนักธรรมดา

    แต่เป็น “จังหวะทางการทูต” ที่ทำให้ชื่อประเทศไทยกลับไปอยู่ในพื้นที่ข่าวของสวีเดนอีกครั้ง

    สื่อสวีเดนรายงานถึงการเสด็จฯ การรับเสด็จ และการปรากฏพระองค์ของพระมหากษัตริย์และพระราชินีไทยในฐานะแขกเกียรติยศของงานสำคัญระดับราชสำนักยุโรป ขณะที่พระราชดำรัสของกษัตริย์สวีเดนในงานเลี้ยงกาล่า ยังกล่าวขอบคุณแขกที่เดินทางไกล “จากไทยและยุโรป” ซึ่งเป็นถ้อยคำเล็ก ๆ แต่มีนัยยะมาก เพราะในเวทีที่เต็มไปด้วยราชวงศ์ยุโรป ไทยไม่ได้เป็นเพียงประเทศนอกภูมิภาคที่ถูกเชิญมา แต่เป็นประเทศเอเชียที่มีประวัติศาสตร์ราชไมตรีกับสวีเดนยาวนานพอที่จะถูกวางอยู่ในพื้นที่พิธีการระดับสูงของยุโรป

    นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “ทุนทางประวัติศาสตร์”

    ไทยกับสวีเดนไม่ได้เพิ่งรู้จักกันวันนี้ ความสัมพันธ์เริ่มต้นตั้งแต่สนธิสัญญาไมตรี พาณิชย์ และการเดินเรือ ค.ศ. 1868 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อเนื่องมาถึงการเสด็จเยือนสวีเดนของรัชกาลที่ 5 ในปี 1897 และต่อยอดผ่านความสัมพันธ์ระดับราชวงศ์ การทูต การค้า การศึกษา การท่องเที่ยว และประชาชนระหว่างกัน

    ปัญหาคือ ไทยมักมีทุนแบบนี้อยู่ในมือ แต่ใช้ไม่เต็มศักยภาพ

    เรามีประวัติศาสตร์ แต่ไม่แปลงเป็น story

    เรามีราชไมตรี แต่ไม่แปลงเป็น public diplomacy

    เรามีภาพลักษณ์เชิงบวก แต่ไม่แปลงเป็นสินค้า บริการ การท่องเที่ยว และความร่วมมือเศรษฐกิจใหม่

    นี่คือจุดที่รัฐไทยและภาคเอกชนไทยควรอ่านเกมให้ทัน

    เพราะชาวสวีเดนรุ่นเก่าอาจรู้จักไทยผ่านภาพของทะเล ภูเก็ต สมุย กรุงเทพฯ อาหารไทย และรอยยิ้มของคนไทย แต่ชาวสวีเดนรุ่นใหม่จำนวนมากอาจยังไม่รู้จัก “ประเทศไทยยุคใหม่” มากพอ

    คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “สวีเดนรู้จักไทยไหม” แต่คือ “เขารู้จักไทยในมิติไหน” ถ้าเขารู้จักไทยเพียงประเทศท่องเที่ยวราคาดี ไทยก็ได้แค่รายได้ระยะสั้น แต่ถ้าเขารู้จักไทยในฐานะประเทศที่มีวัฒนธรรมลึก มีเสถียรภาพเชิงสังคม มีบริการคุณภาพ มีฐานธุรกิจในอาเซียน และมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับสวีเดนยาวนานกว่า 150 ปี ไทยจะได้มากกว่านักท่องเที่ยว ไทยจะได้ความเชื่อมั่น และในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ ความเชื่อมั่นสำคัญไม่น้อยกว่าเม็ดเงิน Soft Power ไม่ใช่แค่การทำให้ต่างชาติชอบเรา

    แต่คือการทำให้ความชอบนั้นกลายเป็นพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ

    ในกรณีสวีเดน โอกาสของไทยมีอย่างน้อย 5 ด้าน

    หนึ่ง การท่องเที่ยวคุณภาพสูง ชาวสวีเดนเป็นตลาดที่มีศักยภาพ เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ธรรมชาติ สุขภาพ ความยั่งยืน และประสบการณ์มากกว่าการท่องเที่ยวแบบฉาบฉวย ไทยควรสื่อสารกับตลาดนี้ด้วยภาษาของเขา ไม่ใช่ขายแค่ทะเลสวย แต่ขาย “ชีวิตที่มีคุณภาพ” “สุขภาพ” “อาหาร” “ธรรมชาติ” และ “ความอบอุ่นของผู้คน”

    สอง อาหารไทยและสินค้าเกษตรคุณภาพ อาหารไทยเป็นประตูบานแรกที่ทำให้ชาวสวีเดนรู้จักไทย แต่ไทยควรพาเขาเดินต่อจากร้านอาหารไทย ไปสู่ข้าวหอมมะลิ ผลไม้ไทย สมุนไพร เครื่องปรุง GI product และสินค้าเกษตรแปรรูปที่มีมาตรฐานสูง

    สาม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ไทยมีแฟชั่น งานออกแบบ ภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะร่วมสมัย และวัฒนธรรมอาหารที่สามารถสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ในสวีเดนได้ดีมาก แต่ต้องเลิกนำเสนอแบบราชการแห้ง ๆ แล้วเปลี่ยนเป็นคอนเทนต์ร่วมสมัย สั้น คม ภาษาสวีเดนหรืออังกฤษดีพอ และเข้าใจรสนิยมของคน Nordic

    สี่ ความร่วมมือธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่ ไทย–สวีเดนยกระดับเป็น Strategic Partnership แล้ว ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ green transition, renewable energy, digitalisation, defence, innovation, startups, smart manufacturing และ education นี่คือพื้นที่ที่ควรต่อยอดจากภาพข่าวราชสำนักไปสู่ business forum, startup exchange, green economy dialogue และการจับคู่ธุรกิจจริง

    ห้า ชุมชนไทยในสวีเดน คนไทยในสวีเดนคือทูตวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุด เพราะเขาไม่ได้อยู่ในโปสเตอร์ของรัฐ แต่อยู่ในชีวิตจริงของสังคมสวีเดน ร้านอาหารไทย แม่ครัวไทย นักเรียนไทย ครอบครัวไทย ผู้ประกอบการไทย และแรงงานไทย คือสะพานที่ทำให้คนสวีเดนรู้จักไทยผ่านมนุษย์จริง ไม่ใช่ผ่านคำขวัญ

    ดังนั้น สิ่งที่ไทยควรทำไม่ใช่แค่ “ดีใจที่เป็นข่าว แต่ต้องรีบต่อยอดในช่วงที่ความสนใจยังสดอยู่ สวีเดนเป็นประเทศที่ให้ค่าน้ำหนักกับความยั่งยืน ความโปร่งใส คุณภาพชีวิต ความเท่าเทียม ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสังคม

    การเสด็จฯ สวีเดนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงภาพงดงามในหน้าข่าว แต่เป็นคำถามต่อรัฐไทยและภาคเอกชนไทยว่า เมื่อโลกหันมามองเราแล้ว เราพร้อมหรือยังที่จะบอกโลกว่า ประเทศไทยมีอะไรมากกว่าที่เขาเคยรู้จัก ได้คำตอบแล้วหรือยังว่า มีสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ทำไม?

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/989993/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HDAuVY-Ddymga3_K7wjBe

  • กู้ 4 แสนล้าน” กระสุนนัดสุดท้าย: เดิมพันอันตรายเศรษฐกิจไทย 

    กู้ 4 แสนล้าน” กระสุนนัดสุดท้าย: เดิมพันอันตรายเศรษฐกิจไทย 

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/article/articles-analysis/145266&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RHifdc6azT8G3LhKd2Ncf

  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศวันนี้ 04/05/69

    อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศวันนี้ 04/05/69

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/145310&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36N-er3Kddcc9IMcngModG

  • น้ำมันดิบหยุดซื้อขาย 03/05/69 จับตาตลาดโลกก่อนเปิด 4 พ.ค.

    น้ำมันดิบหยุดซื้อขาย 03/05/69 จับตาตลาดโลกก่อนเปิด 4 พ.ค.

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/145295&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RKgZtlg1f-uUvbDMURMu_

  • สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า

    สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า

    สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า

    วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.35 น.

    “สว.นรเศรษฐ์”ชงญัตติให้รัฐบาล ทบทวนเดินหน้า”แลนด์บริดจ์” ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า แนะฟังเสียงคนในพื้นที่

    3 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ออกหนังสือนัดประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 5 พ.ค.โดยในวาระดังกล่าวได้ระบุว่าเป็นการพิจารณาญัตติต่างๆ ที่ สว.เสนอ รวม 6 ญัตติ ทั้งนี้ มีญัตติที่เสนอใหม่ คือ ญัตติของ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.ที่ขอให้รัฐบาลทบทวนเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์

    โดยเหตุผลของการเสนอญัตติดังกล่าว นายนรเศรษฐ์ ได้ระบุไว้ในหนังสือว่า ตามข้อเท็จจริงที่ รมว.คมนาคม และคณะทำงาน ได้ประกาศต่อสื่อมวลชน ต่อแผนการสานต่อโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยใช้เงินลงทุน 9.9 แสนนล้านบาท ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวถูกวิพาษณ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วน ทั้งภาควิชาการและภาคประชาสังคมว่าอาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจตามรายงานที่เสนอสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรนำเสนอ และผลกระทบโครงการอาจนำมาสู่ความเสื่อมถอยของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคใต้ และกระทบต่อสิทธิชุมชนของคนในพื้นที่ภาคใต้ในมิติของวัฒนธรรมและทางสังคม

    “ช่วงที่ผ่านมามีพบการเสนอทางเลือกอื่นที่มีโอกาสสร้างความคุ้มค่า และมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์อยู่หลายโครงการ ทว่าไม่ได้รับความสนใจจากัฐบาลที่มุ่งหน้าศึกษามากพอ” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/962133&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CcDO5HFURXCO0USWKrcy4

  • จีนประสาน

    จีนประสาน

    ปักกิ่ง, 2 พ.ค. (ซินหัว) — อุปสงค์ความต้องการและอุปทานการจัดจำหน่ายที่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงบวกถือเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ของจีนได้ระบุความจำเป็นของการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์อันดีระหว่างการบริโภคกับการลงทุน รวมถึงระหว่างอุปทานกับอุปสงค์ เพื่อสร้างสมดุลเชิงพลวัตที่มีมาตรฐานสูงขึ้น พร้อมเสริมแรงผลักดันและความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจภายในประเทศ

    จีนที่มีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน และกลุ่มคนรายได้ปานกลางกว่า 400 ล้านคน กลายเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก ซึ่งกำลังขยับขยายอุปสงค์ภายในประเทศและให้ความสำคัญกับการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันจีนเร่งสร้างความก้าวหน้าของโครงการขนาดใหญ่จำนวนมาก ซึ่งศาสตราจารย์ซูเจี้ยนแห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ชี้ว่าความพยายามพึ่งพาตนเองของจีน โดยเฉพาะการผลิตระดับไฮเอนด์ เป็นวิธีสนับสนุนการขยายการบริโภคที่สำคัญ

    อุตสาหกรรมเพิ่มพลังการใช้จ่าย

    ผลผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มทางการผลิตของจีนมีแนวโน้มครองส่วนแบ่งกว่าร้อยละ 30 ของการเติบโตทางการผลิตทั่วโลกในช่วงปี 2021-2025 และจีนสามารถรักษาตำแหน่งผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลกติดต่อกัน 15 ปี โดยระบบอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมวงกว้างของจีนมีการจ้างงานหลายร้อยล้านอัตรา ซึ่งหากปราศจากเสาหลักต้นนี้แล้ว รายได้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอาจขาดแคลนรากฐานที่มั่นคง

    ตัวอย่างเช่นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีกุ้ยก่างในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน บริษัท กุ้ยก่าง ลีแอนด์แมน เปเปอร์ แมนูแฟกเจอริง จำกัด กำลังก่อสร้างโรงงานกระดาษและเยื่อกระดาษ มูลค่า 2.75 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.23 แสนล้านบาท) ซึ่งจะผลิตผลิตภัณฑ์กระดาษทิชชูระดับไฮเอนด์และวัสดุย่อยสลายได้ตามธรรมชาติระหว่างการก่อสร้างแบบแบ่งสองระยะ โดยโรงงานแห่งนี้จะสร้างผลผลิตรายปีราว 1 หมื่นล้านหยวน (ราว 4.5 หมื่นล้านบาท) และสร้างงานมากกว่า 3,000 อัตรา เมื่อการก่อสร้างระยะแรกเสร็จสิ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2027

    นอกจากนั้นการพึ่งพาตนเองทางอุตสาหกรรมกำลังลดต้นทุนการดำรงชีพของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) โดยยานยนต์นั่งโดยสารพลังงานใหม่ของจีนครองส่วนแบ่งร้อยละ 68.4 ของตลาดโลก การผลิตขนานใหญ่และการพึ่งพาตนเองด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมของจีนได้ลดต้นทุนการซื้อยานยนต์พลังงานใหม่ลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งผลักดันความนิยมการเดินทางสีเขียวอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    ขณะเดียวกันโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ จากการอัปเกรดทางอุตสาหกรรมกำลังขยับขยายขอบเขตการบริโภค ตัวอย่างเช่นการกระจายสัญญาณ 5G และอินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรมช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่ภูเขาห่างไกลสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่หลายเมืองผ่านไลฟ์สตรีมมิงหรือไลฟ์สด การเปิดโครงสร้างพื้นฐานการบินระดับต่ำทำให้การจัดส่งอาหารด้วยโดรนที่เคยอยู่แต่ในนิยายวิทยาศาสตร์กลายเป็นเรื่องจริงในชีวิตประจำวัน หรือการก่อสร้างเครือข่ายประมวลผลระดับชาติช่วยให้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สั่งอาหาร เรียกรถแท็กซี่ และลงทะเบียนนัดหมายโรงพยาบาลภายในไม่กี่วินาที

    การเร่งเปลี่ยนผ่านตัวขับเคลื่อนการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างถือเป็นภาพของการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง ซึ่งด้านหนึ่งได้เปิดกว้างตลาดบลูโอเชียน (blue ocean) หรือตลาดน่านน้ำสีครามที่หมายถึงตลาดใหม่ที่มีคู่แข่งน้อย และบ่มเพาะจุดเติบโตใหม่ๆ ขณะอีกด้านหนึ่งได้กระตุ้นการจ้างงาน รายได้ และการจับจ่ายใช้สอย

    การใช้จ่ายเป็นตัวนำ อุตสาหกรรมก้าวกระโดด

    อุปสงค์ความต้องการใหม่ๆ ของเหล่าผู้บริโภคกำลังชี้นำอุตสาหกรรมนับพันในจีนสร้างสรรค์สิ่งใหม่และปรับปรุงคุณภาพของอุปทาน เช่น บริษัท เจ้อเจียง เฟยหม่า เอาดอร์ โปรดักส์ จำกัด ในอำเภอชิงเถียน มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน ดำเนินงานสายการผลิตเก้าอี้พักผ่อนอย่างเต็มกำลังตามความต้องการพักผ่อนหย่อนใจกลางแจ้งที่เพิ่มขึ้นมาก โดยหวังเหล่ย ประธานบริษัทฯ กล่าวว่าตอนนี้ยอดจำหน่ายภายในประเทศคิดเป็นราวร้อยละ 65 ของทั้งหมด คาดว่ายอดจำหน่ายภายในประเทศช่วงฤดูร้อนจะเติบโต 3-5 เท่า

    ณ การประชุมจงกวนชุน ฟอรัม (Zhongguancun Forum) ประจำปี 2026 ในกรุงปักกิ่งเมื่อไม่นานนี้ ผลิตภัณฑ์สมาร์ตโฮมสำหรับใช้งานในบ้านตอบสนองความต้องการของประชาชน ทั้งแว่นตาปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถเรียงสูตรอาหารและแนะนำการปรุงทีละขั้นตอน หุ่นยนต์พี่เลี้ยงอัจฉริยะ และหุ่นยนต์กวาดถูพื้นและเช็ดถูหน้าต่าง ดึงดูดความสนใจจากฝูงชนจำนวนมากที่พากันถามว่าจะวางจำหน่ายในตลาดเมื่อไร?

    ยอดค้าปลีกทางออนไลน์ของอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะอย่างแว่นตาปัญญาประดิษฐ์และนาฬิกาอัจฉริยะในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2025 เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.1 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งเบื้องหลังตัวเลขสถิตินี้คือการบูรณาการข้อได้เปรียบของตลาดขนาดใหญ่พิเศษและการอัปเกรดทางอุตสาหกรรมของจีนอย่างลึกซึ้ง

    รายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลจีนในปี 2026 กำหนดให้การขยับขยายอุปสงค์ภายในประเทศเป็นพันธกิจสำคัญ เรียกร้องการประสานความพยายามกระตุ้นการบริโภคและขยายการลงทุน งัดทุกศักยภาพการเติบโตของอุปสงค์ภายในประเทศมาใช้ประโยชน์ และใช้จุดแข็งของตลาดขนาดใหญ่มหึมาให้ดียิ่งขึ้น โดยจีนจะจัดสรรพันธบัตรรัฐบาลอายุยาวพิเศษรวม 2.5 แสนล้านหยวน (ราว 1.12 ล้านล้านบาท) สำหรับโครงการซื้อขายแลกเปลี่ยน (trade-in) สินค้าอุปโภคบริโภค และอีก 1 แสนล้านหยวน (ราว 4.5 แสนล้านบาท) สำหรับชุดนโยบายการเงินและการคลังที่สนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนและการใช้จ่ายของผู้บริโภค

    จางหลินซาน นักวิจัยประจำสถาบันวิจัยเศรษฐศาสตร์มหภาคแห่งชาติจีน สังกัดคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน กล่าวว่านโยบายที่เกี่ยวข้องไม่เพียงถูกออกแบบอย่างดีแต่ยังมีการสนับสนุนเงินทุนและมาตรการอันเป็นระบบอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้นอกจากขยับขยายตลาดผู้บริโภคโดยตรงแล้ว ยังสร้างช่องว่างการเติบโตให้กลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่อีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/71196&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KXldZaZ29L0PRRn5crzKc

  • ชวนชาวโคราชเที่ยวงาน เปิดอัตลักษณ์ 5 เมืองเหนือ หนุน OTOP เชื่อมเศรษฐกิจภูมิภาค

    ชวนชาวโคราชเที่ยวงาน เปิดอัตลักษณ์ 5 เมืองเหนือ หนุน OTOP เชื่อมเศรษฐกิจภูมิภาค

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/145288&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw314oI2Z-uGvSqtDLo40j4A