Category: เศรษฐกิจ

  • ใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” วันแรก 8.9 แสนคน “คลัง” เผยเงินสะพัด 170 ล้านบาท

    ใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” วันแรก 8.9 แสนคน “คลัง” เผยเงินสะพัด 170 ล้านบาท

    วันนี้ (1 มิ.ย.2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการใช้จ่ายของประชาชน ตามสิทธิในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในวันแรก ที่ตลาดสดธนบุรี

    นายเอกนิติ กล่าวว่า ตั้งใจมาพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ที่มาจับจ่ายใช้สอยในตลาด และเพื่อรับฟังความคิดเห็น โดยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยเหลือและลดค่าครองชีพให้กับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบสินค้าแพง ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง แม้โครงการจะไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จะเน้นไปที่การแก้ปัญหาปากท้อง และช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของประชาชนโดยตรง

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการใช้สิทธิโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ในวันแรก ที่ตลาดสดธนบุรี

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการใช้สิทธิโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ในวันแรก ที่ตลาดสดธนบุรี

    วันแรก “ไทยช่วยไทยพลัส”  คนใช้สิทธิ 8.9 แสน  คลัง เผย เงินสะพัด 170 ล้าน

    วันแรก “ไทยช่วยไทยพลัส” คนใช้สิทธิ 8.9 แสน คลัง เผย เงินสะพัด 170 ล้าน

    สำหรับรูปแบบของโครงการ รัฐบาลจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า 60% ในขณะที่ประชาชนจ่ายสมทบเอง 40% รัฐจะช่วยจ่ายให้สูงสุดวันละ 200 บาท (ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อรวม 333.33 บาทต่อวัน) และจำกัดสิทธิ์การช่วยเหลือที่เดือนละ 1,000 บาท ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการในกลุ่มนี้ประมาณ 26.05 ล้านคน ซึ่งกว่า 60% เป็นกลุ่มคนชั้นกลางและมนุษย์เงินเดือน

    วันแรก “ไทยช่วยไทยพลัส”  คนใช้สิทธิ 8.9 แสน  คลัง เผย เงินสะพัด 170 ล้าน

    วันแรก “ไทยช่วยไทยพลัส” คนใช้สิทธิ 8.9 แสน คลัง เผย เงินสะพัด 170 ล้าน

    ด้านผู้ประกอบการ ปัจจุบันมีร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1.05 ล้านร้านค้า โดยโครงการนี้สงวนสิทธิ์เฉพาะร้านค้ารายย่อย และไม่เปิดให้กลุ่มห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ (Modern Trade) เข้าร่วม เพื่อต้องการช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดอย่างแท้จริง ซึ่งร้านค้าใหม่ที่สนใจ ยังสามารถสมัครผ่านแอพพลิเคชัน ถุงเงิน ได้จนถึงวันที่ 31 ก.ค.นี้

    วันแรก “ไทยช่วยไทยพลัส”  คนใช้สิทธิ 8.9 แสน  คลัง เผย เงินสะพัด 170 ล้าน

    วันแรก “ไทยช่วยไทยพลัส” คนใช้สิทธิ 8.9 แสน คลัง เผย เงินสะพัด 170 ล้าน

    ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ดำเนินการผ่านแอพพลิเคชัน เป๋าตัง และ ถุงเงิน ข้อมูลล่าสุด ณ เวลา 09.00 น. วันที่ 1 มิ.ย.2569 พบว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบแล้ว 170 ล้านบาท มีประชาชนใช้สิทธิจำนวน 890,000 คน และมีร้านค้าที่ได้รับเงินจากโครงการแล้วกว่า 200,000 ร้านค้า

    วันแรก “ไทยช่วยไทยพลัส”  คนใช้สิทธิ 8.9 แสน  คลัง เผย เงินสะพัด 170 ล้าน

    วันแรก “ไทยช่วยไทยพลัส” คนใช้สิทธิ 8.9 แสน คลัง เผย เงินสะพัด 170 ล้าน

    รมว.คลัง กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการสามารถใช้AI นกกระซิบ คือ AI Chatbot หรือแชทบอทอัจฉริยะบนแอปพลิเคชัน ถุงเงิน ที่พัฒนาขึ้นมา เพื่อเป็นผู้ช่วยร้านค้าโดยเฉพาะ ในการช่วยตอบคำถาม แนะนำการใช้งาน และวิเคราะห์ข้อมูลการขายให้กับพ่อค้าแม่ค้ าในโครงการภาครัฐ เช่น ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)

    ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคและประเภทสินค้าที่ขายได้ โดยข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารได้ เพื่อช่วยลดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบของผู้ค้ารายย่อย

    อ่านข่าว:

    “ไทยช่วยไทย พลัส” วันแรก คึกคัก ประชาชนแห่ใช้จ่าย ชี้อยากให้รัฐบาลคุมราคาวัตถุดิบ

    เริ่มแล้ววันแรก 1 มิ.ย. ประชาชนใช้จ่าย “ไทยช่วยไทยพลัส”

    เริ่ม 1 มิ.ย. เช็กขั้นตอนใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/506575&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cGDVgF-YTYnyZPNMYZiy3

  • “วัชรพล” ชี้ “พืชสวนโลก” พลิกฟื้นเศรษฐกิจอีสานแน่ จับตาผู้ว่ากกท.คนใหม่หวั่นการเมืองอย่าแทรกหวังได้คนมีความสามารถดึงกีฬาระดับโลกมาไทย

    “วัชรพล” ชี้ “พืชสวนโลก” พลิกฟื้นเศรษฐกิจอีสานแน่ จับตาผู้ว่ากกท.คนใหม่หวั่นการเมืองอย่าแทรกหวังได้คนมีความสามารถดึงกีฬาระดับโลกมาไทย

    การเมือง

    “วัชรพล” ชี้ “พืชสวนโลก” พลิกฟื้นเศรษฐกิจอีสานแน่ จับตาผู้ว่ากกท.คนใหม่หวั่นการเมืองอย่าแทรกหวังได้คนมีความสามารถดึงกีฬาระดับโลกมาไทย

    วันจันทร์ ที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.30 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่  1 มิถุนายน 2569 นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกีฬา สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในการสรรหาผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทยคนใหม่ เพื่อแทนนายก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยหรือ กกท.ที่จะครบวาระเดือนกันยายน 2569 คณะกรรมาธิการจะติดตามการสรรหาผู้ว่ากกท.คนใหม่อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้หวังว่าจะไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง เพราะทุกสมาคมกีฬาควรที่จะมีผู้นำที่สามารถประสานได้ทุกสมาคมและประสานภาคเอกชนได้ รวมทั้งเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย

        นายวัชรพล  กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า การพัฒนานักกีฬาหลายสมาคมไม่สามารถทำได้เต็มที่ติดเรื่องของงบประมาณ ส่งผลให้นักกีฬาเก่งๆ ของไทยหลายคนไม่ได้รับโอกาสในการพัฒนา ดังนั้นในกีฬาหลายชนิดไทยจึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร พร้อมทั้งเป็นคนที่สามารถดึงการแข่งขันกีฬาระดับโลกมาจัดแข่งในประเทศเพราะประเทศไทยมีความพร้อมในทุกด้าน ดังนั้นหวังว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญในการแข่งขันกีฬาระดับโลก เพราะการดึงกิจกรรมการแข่งขันกีฬาระดับโลกมาไทยจะเป็นการขายการท่องเที่ยวไทยและดึงเม็ดเงินเข้าประเทศไทยเป็นจำนวนมาก 

        “อย่างไรก็ตามจากการที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพ งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572 – 28 กุมภาพันธ์ 2573 ซึ่งเป็นงานมหกรรมระดับโลก คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 2.6 – 4 ล้านคน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภาคอีสานอย่างมหาศาล  แต่การประชาสัมพันธ์หรือการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์กลับนิ่งมาก ถามคนโคราช 100 คนจะทราบหรือไม่ว่าโคราชเป็นเจ้าภาพงานพืชสวนโลก ดังนั้นอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในพื้นที่และส่วนกลางเร่งประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ เพราะงานดังกล่าวจะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและดึงเม็ดเงินเข้าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้มหาศาล นอกจากนี้ควรร่วมกันพัฒนาพื้นที่จัดเป็นจุดขายใหม่ของโคราชเพื่อดึงนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมหลังจบงาน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยด้านการท่องเที่ยวในอนาคตให้กับจังหวัดนครราชสีมาได้อย่างแน่นอน”นายวัชรพล  กล่าว
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/478141&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2oONO3WE4aQ6Hia0QrYTOJ

  • ปัตตานีคึกคัก! ประชาชนแห่ใช้สิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” วันแรก หนุนลดค่าครองชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

    ปัตตานีคึกคัก! ประชาชนแห่ใช้สิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” วันแรก หนุนลดค่าครองชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

    1 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. บรรยากาศวันแรกของการเปิดใช้สิทธิ์โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนทยอยออกมาจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้านขายของชำ ร้านอาหารเช้า ร้านน้ำชา กาแฟ และร้านข้าวแกง ส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนอย่างเห็นได้ชัด

    จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า ร้านค้าหลายแห่งได้ติดตั้งป้ายสัญลักษณ์โครงการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า บางร้านนำป้ายโครงการเดิมมาปรับใช้ ขณะที่หลายร้านติดป้าย “ไทยช่วยไทยพลัส” ไว้อย่างชัดเจนหน้าร้าน ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการต่างระบุว่า ระบบการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันมีความสะดวก รวดเร็ว และสามารถใช้สิทธิ์ได้จริง ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

    ด้านผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก ระบบการชำระเงินสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหา โดยมองว่าโครงการดังกล่าวเป็นมาตรการที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน และส่งผลดีต่อร้านค้าขนาดเล็กที่กำลังเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น

    ผู้ประกอบการยังเห็นว่า การสนับสนุนจากภาครัฐในลักษณะดังกล่าวช่วยพยุงทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในระดับฐานราก ทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างขวัญกำลังใจให้กับพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้บรรยากาศการค้าค่อนข้างซบเซา
    สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบร่วมจ่ายระหว่างรัฐบาลและประชาชน ในสัดส่วน 60 : 40 โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายร้อยละ 60 และประชาชนร่วมจ่ายร้อยละ 40 สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2569

    ส่วนร้านค้าเดิมจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สามารถยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569 ขณะที่ร้านค้าใหม่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569 โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายผ่านโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น. และสามารถสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 21.00 น.

    ที่มา สนง.ประชาสัมพันธ์ จ.ปัตตานี ภาพ/ข่าว ริฎวาน ส.ปชส.ปัตตานี 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/72970&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mm8HugwhkapredDUqD2Gb

  • คึกคัก! ครึ่งชั่วโมง คนใช้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส กว่า 6 หมื่นราย

    คึกคัก! ครึ่งชั่วโมง คนใช้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส กว่า 6 หมื่นราย

    วันนี้, 11:13น.

              นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันแรกของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ได้รับการตอบรับอย่างคึกคัก หลังเปิดระบบเพียง 30 นาที มีผู้ใช้สิทธิ์กว่า 62,000 ราย จากผู้ได้รับสิทธิ์ประมาณ 26 ล้านคน สร้างยอดใช้จ่ายรวมกว่า 11.12 ล้านบาท จากกว่า 70,000 รายการ

              ปัจจุบันมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 1.05 ล้านแห่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงร้านค้าทั่วไป และบริการ เช่น รถแท็กซี่ และรถโดยสาร ขสมก. ขณะที่ร้านเสริมสวย ร้านทำเล็บ และร้านนวดสปา ไม่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากมาตรการมุ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพจากวิกฤตราคาพลังงานและน้ำมัน

              วงเงินที่ได้รับในแต่ละเดือน หากใช้ไม่หมดจะไม่สามารถนำไปทบเดือนถัดไปได้ โดยระบบจะรีเซ็ตวงเงินใหม่ 1,000 บาทในวันที่ 1 ของทุกเดือน ส่วนผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน รัฐบาลเตรียมเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เพื่อให้สามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือในระยะต่อไปได้

     #ไทยช่วยไทยพลัส

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/161849&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1l4-Fpt55wmnUzJkbL3ZaC

  • เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ในสายตาคนไทย ผลสำรวจ 53% มองประเทศเดินผิดทาง คนกลัว “ตกงาน” มากขึ้น

    เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ในสายตาคนไทย ผลสำรวจ 53% มองประเทศเดินผิดทาง คนกลัว “ตกงาน” มากขึ้น

    ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของประเทศไทย ส่งสัญญาณวิกฤตมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลสำรวจล่าสุดจาก อิปซอสส์ (Ipsos) บริษัทวิจัยการตลาดและสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคระดับโลกเผย ผลวิจัย “What Worries Thailand? H1 2026”

    ซึ่งพบว่า ความเชื่อมั่นของคนไทยในครึ่งแรกของปี 2569 ทรุดตัวลงแรงที่สุดเป็น “อันดับ 1 ของโลก” ในรอบเดือนที่ผ่านมา โดยเป็นการดิ่งลงที่รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ รองจากช่วงวิกฤตโควิด-19 เมื่อปี 2563 เท่านั้น สะท้อนภาพจำลองเศรษฐกิจปากท้องที่ยังคงซบเซาอย่างหนัก

    จากการรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติ พบประเด็นสำคัญที่สะท้อนสถานการณ์จริงของคนไทยในขณะนี้ ดังนี้ 

    • คนไทยเกินครึ่งมองภาพลบ: มีประชาชนถึง 56% ที่ระบุว่าประเทศกำลังเดินไปในทิศทางที่ผิด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่สัดส่วนนี้พุ่งสูงขึ้นจนน่ากังวล 
    • ประเมินเศรษฐกิจเข้าขั้น “แย่”: ผลสำรวจระบุว่า คนไทย 71% มองสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันว่าอยู่ในเกณฑ์ “แย่” โดยตัวเลขนี้พุ่งพรวดขึ้นถึง 17 จุดภายในเดือนเดียว 
    • อนาคตทางการเงินริบหรี่: มีเพียง 36% เท่านั้นที่เชื่อว่าสถานะทางการเงินส่วนบุคคลจะดีขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 50% ในช่วงเดือนมีนาคม 

    พฤติกรรมชะลอตัวเด่นชัด “ไม่กล้าใช้เงิน-กลัวตกงาน”

    ภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผู้บริโภคไทยก้าวเข้าสู่โหมด “ระมัดระวังสูงสุด” และเลือกที่จะชะลอการใช้จ่าย

    • เบรกซื้อสินทรัพย์ใหญ่: คนไทย 62% ปฏิเสธการซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น บ้านหรือรถยนต์ เนื่องจากไม่มั่นใจในอนาคตทางการเงิน 
    • กระทบสินค้าอุปโภคบริโภค: กว่า 51% รู้สึกไม่สบายใจที่จะใช้จ่ายแม้กระทั่งกับของใช้จำเป็นภายในครัวเรือน 
    • ความมั่นคงในงานสั่นคลอน: ตัวเลขเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 49% ยอมรับว่ามีความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในหน้าที่การงานและกลัวการตกงาน 
    • กระทบเงินออมระยะยาว: ประชาชน 56% ขาดความมั่นใจต่อความสามารถในการลงทุน การออมเงินเพื่อวัยเกษียณ และการศึกษาของบุตรหลานในอนาคต 

     เปิด 3 อันดับความกังวลสูงสุดของคนไทย

    เมื่อเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความวิตกกังวล พบ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 

    1. การทุจริตคอร์รัปชัน (49%): ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันทางการเมืองและการเงิน พุ่งขึ้นมาเป็นประเด็นที่คนไทยกังวลใจมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ 
    2. ความยากจนและความไม่เท่าเทียม (41%): ปัญหาเชิงโครงสร้างและรอยร้าวทางสังคมที่ยังคงทวีความรุนแรง 
    3. เงินเฟ้อและค่าครองชีพ (27%): ปัญหาข้าวของแพงและราคาพลังงาน พุ่งกลับเข้ามาติดกลุ่ม Top 5 ความกังวลสูงสุดอีกครั้ง แซงหน้าประเด็นการว่างงานและอาชญากรรม 

    จะเห็นได้ว่า วิกฤตความเชื่อมั่นที่ดิ่งลงรอบนี้ เป็นสัญญาณเตือนภัยโดยตรงไปยังทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เมื่อผู้บริโภคไทยเลือกที่จะ “แช่แข็ง” การใช้จ่ายเพื่อเซฟตัวเอง โจทย์ระยะสั้นของแบรนด์และธุรกิจต่างๆ จึงไม่ใช่การขายภาพลักษณ์ความพรีเมียมหรือการตั้งราคาสูงอีกต่อไป แต่ต้องหันมาเน้นย้ำเรื่อง “คุณค่าที่จับต้องได้จริง” ความคุ้มค่า และความโปร่งใส เพื่อประคับประคองและดึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้กลับคืนมาในระยะยาว

    ที่มา : IpssosInsight

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2936591&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RlML0ernYpazYwFanTFuR

  • คอลัมน์โลกธุรกิจ – แวดวงการเงิน : 1 มิถุนายน 2569

    คอลัมน์โลกธุรกิจ – แวดวงการเงิน : 1 มิถุนายน 2569

    โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

    1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

    3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/columnist/66547&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13VfsfRIxnS-NYfN-Szh8X

  • บันทึกหน้า 4

    บันทึกหน้า 4

    ปิดระบบลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีประชาชนลงทะเบียน 26.04 ล้านราย สะท้อนการตอบรับเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพของรัฐบาล ขณะที่ร้านค้าทั่วประเทศตอบรับเข้าร่วมโครงการอย่างคึกคัก เพื่อร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง …๐

    กระทรวงการคลังเตรียมเปิดใช้งาน AI “นกกระซิบ” ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อเพิ่มทักษะการค้าขายยุคดิจิทัล (Upskill) ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยวิเคราะห์ยอดขาย บริหารสต๊อกสินค้า และประเมินสุขภาพทางการเงิน เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบ และต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต ถือเป็น “พลัส” ที่รัฐบาลเพิ่มเข้ามา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อยสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น …๐

    สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนพฤษภาคม 2569” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,166 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 26-29 พฤษภาคม 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนพฤษภาคม เฉลี่ย 3.66 คะแนน ลดลงจากเดือนเมษายน 2569 ที่ได้ 3.79 คะแนน

    ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุดคือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.13 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุดคือ การแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.09 คะแนน นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นคือ อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 37.07 รองลงมาคือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 29.06 ด้านฝ่ายค้านคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 25.19 รองลงมาคือ รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 24.96 ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 56.83 คาดหวังว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาลจะช่วยลดค่าครองชีพได้ และคาดหวังว่าฝ่ายค้านจะติดตามและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 49.87 …๐

    รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เหตุผลสำคัญที่ศาลอาญายกฟ้องคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กรณีพูดสดและเผยแพร่คลิปที่พูดในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย” เหตุผลคือ ศาลเห็นว่าคุณธนาธรวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีโดยตรง มิได้วิพากษ์วิจารณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 แต่อย่างใด

    สังเกตว่า comments ใต้คลิปเรื่อง “วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย” มีเป็นจำนวนมากที่วิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ แทนที่จะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ และเมื่อกระทรวง DE ยื่นร้องต่อศาลขอให้ระงับการเผยแพร่คลิปดังกล่าว ศาลก็สั่งให้ระงับ และเมื่อคุณธนาธรยื่นอุทธรณ์ ศาลก็พิพากษายืนคือให้ระงับทั้ง 3 ศาล

    จากนี้ไป ภาระหนักจะไปตกอยู่ที่อัยการเจ้าของคดีและสำนักงานอัยการสูงสุด เพราะจะต้องตัดสินใจว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ แต่เมื่อดูจากข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว อัยการไม่ยื่นอุทธรณ์คงไม่ได้ ส่วนยื่นอุทธรณ์แล้ว ศาลจะตัดสินอย่างไร จะพิพากษายืนหรือพิพากษากลับ ก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น ไม่มีอะไรแน่นอน คอยติดตามดูกัน …๐

    นายชื่น ประชา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/1006155/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3miqpJCukVqbrAHoKu1izO

  • จับตา! ราคาน้ำมันดิบ ก่อนเปิดตลาด 01/06/69

    จับตา! ราคาน้ำมันดิบ ก่อนเปิดตลาด 01/06/69

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/151154&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tc-ikRYueHh2-Y2GKhVL5

  • จับตา! ตลาดหุ้นสหรัฐฯ หยุดทำการ ก่อนเปิด 01/06/69

    จับตา! ตลาดหุ้นสหรัฐฯ หยุดทำการ ก่อนเปิด 01/06/69

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/151153&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QjA5gZCMPzMRf_l_m98Xk

  • สภาเศรษฐกิจโลก:WEF ชี้ปิด‘ฮอร์มุซ’    วิกฤตห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกเทียบ‘โควิด-19’

    สภาเศรษฐกิจโลก:WEF ชี้ปิด‘ฮอร์มุซ’ วิกฤตห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกเทียบ‘โควิด-19’

    ในเดือนมิ.ย.นี้ จะมีงานประชุมใหญ่อย่าง New Champions ครั้งที่ 17 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 ถึง 25 มิ.ย. 2569 ณ เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้หัวข้อ “การสร้างนวัตกรรมในระดับใหญ่” “Innovating at Scale”

    การประชุมครั้งนี้จะรวบรวมผู้นำจากหลากหลายภาคส่วนกว่า 1,500 คน เพื่อสำรวจว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีเกิดใหม่สามารถปลดล็อกโมเดลการเติบโตใหม่และขับเคลื่อนโมเมนตัมทางเศรษฐกิจเชิงบวกในภูมิทัศน์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

    ภาวะเศรษฐกิจกำลังอยู่ในเลนส์การจับตามองอย่างใกล้ชิดทั่วโลก เมื่อเร็วๆนี้ สภาเศรษฐกิจโลก (WEF)  เผยแพร่รายงาน Chief Economists’ Outlook จัดทำขึ้นจากการปรึกษาหารือและสำรวจความคิดเห็นกับหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งจัดโดยศูนย์เศรษฐกิจและสังคมใหม่ของเวทีเศรษฐกิจโลก การสำรวจที่นำเสนอในฉบับนี้ดำเนินการระหว่างวันที่ 6 ถึง 17 เม.ย. 2569 รายงานฉบับนี้สนับสนุนโครงการ Future of Growth Initiative ของเวทีเศรษฐกิจโลก ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดการสนทนาระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐเกี่ยวกับการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่เกี่ยวกับงานประชุมประจำปี New Champions 2026

    สาระสำคัญของรายงานชี้ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกแย่ลงอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสเกือบ 9 ใน 10 คนที่ตอบแบบสอบถามโดยคาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะอ่อนตัวลงในอีก 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นการพลิกกลับจากความหวังว่าจะเป็นไปในทางที่ดีเมื่อช่วงต้นปีที่ผา่นมา

    สาเหตุสำคัญที่ทำให้ความหวังดับวูบลง เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่

    นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ต่างจัดอันดับว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซในปัจจุบันนั้นส่งผลกระทบมากกว่าความวุ่นวายจากภาษีศุลกากรเมื่อปีที่แล้วอย่างมาก หากการปิดช่องแคบยังคงดำเนินต่อไปจนถึงครึ่งหลังของปี คาดว่าผลกระทบอาจรุนแรงใกล้เคียงกับวิกฤต COVID-19 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ต้นทุนพลังงาน และอาหาร โดยนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสถึง 94% คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในปี 2570

    ภาพรวมระดับภูมิภาคที่ไม่สม่ำเสมอ

    คาดว่าผลกระทบจะกระทบภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนืออย่างหนักที่สุด หลังจากที่เคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในภูมิภาคเศรษฐกิจที่สดใสเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ 88% ที่ได้รับการสำรวจคาดว่าการเติบโตจะอ่อนแอหรืออ่อนแอมาก ซึ่งเป็นการพลิกผันระดับภูมิภาคที่รุนแรงที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ 

    อย่างใน ยุโรปเผชิญกับความเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจชะงักงันที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการเติบโตอ่อนแอลงและความกังวลเรื่องเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม อินเดียและสหรัฐคาดว่าจะยังคงมีความยืดหยุ่นค่อนข้างดี โดยได้รับการสนับสนุนจากอุปสงค์และการลงทุนภายในประเทศ

    ความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยต่ำ แต่ความผันผวนสูง

    แม้ว่าเศรษฐกิจจะทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว แต่ผลสำรวจไม่ได้ชี้ให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างมีนัยสำคัญ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ไม่คาดว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยภายใน 12 เดือนข้างหน้า แม้ว่าพวกเขาจะมองเห็นโอกาสน้อยที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในระยะสั้นก็ตาม 

    หลายสิ่งหลายอย่างจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการหยุดชะงัก: การหยุดชะงักในระยะสั้นอาจเปิดโอกาสให้ฟื้นตัวได้ ในขณะที่การปิดตัวเป็นเวลานานจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับเศรษฐกิจโลก คาดว่าตลาดการเงินจะเผชิญกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น โดย 79% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดการณ์ว่าความผันผวนในตลาดหนี้ภาคเอกชนจะเพิ่มขึ้นในปีหน้า เนื่องจากมีสัญญาณของความตึงเครียดในสินเชื่อภาคเอกชนปรากฏขึ้น 74% ยังคาดว่าความผันผวนในตลาดหนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้น และ 68% คาดว่าความผันผวนในตลาดหุ้นจะเพิ่มขึ้น

    ความเชื่อมั่นใน AI สูง แต่เริ่มลดลง

    AI ยังคงเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจโลก โดย 92% ของหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะมีการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้มากขึ้นในปีหน้า อย่างไรก็ตาม ความมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับความเร็วในการเพิ่มผลผลิตจากการนำ AI มาใช้เริ่มลดลงแล้ว โดยภาคส่วนที่คาดว่าจะมีการเพิ่มผลผลิตล่าช้าที่สุด ได้แก่ วิศวกรรม การก่อสร้าง สาธารณูปโภค การแพทย์ การดูแลสุขภาพ และบริการดูแลผู้สูงอายุ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1236494&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw322wryp9yw9I2Fh0w9WQrT