Category: เศรษฐกิจ

  • ราคาน้ำมันล่าสุด 4 มิ.ย.2569 “ดีเซล” “เบนซิน – แก๊สโซฮอล์” ปรับขึ้นยกแผง

    ราคาน้ำมันล่าสุด 4 มิ.ย.2569 “ดีเซล” “เบนซิน – แก๊สโซฮอล์” ปรับขึ้นยกแผง

    PTT Station ปรับราคาขายปลีกน้ำมัน กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด เพิ่มขึ้น 0.40 บาทต่อลิตร เว้นพรีเมียม GSH95 คงเดิม ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด เพิ่มขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร เว้นพรีเมียมดีเซล คงเดิม มีผล 4 มิ.ย. 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป 

    โดยราคาขายปลีกจะเป็นดังนี้ 

    • ULG = 52.89 บาท
    • GSH95 = 43.30 บาท
    • E20 = 38.30 บาท
    • E85 = 34.24 บาท
    • GSH91 = 42.93 บาท
    โออาร์
    ราคาน้ำมันโออาร์ 4 มิ.ย.2569
    • พรีเมียม GSH95 = 50.99 บาท
    • HSD B7 = 41.50 บาท
    • HSD B20 = 36.00 บาท
    • พรีเมียมดีเซล = 58.25 บาท 

    โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร

    บางจาก
    ราคาน้ำมันบางจาก 4 มิ.ย.2569

    เช่นเดียวกับ บางจากฯ ปรับราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด + 0.40 บาทต่อลิตร ยกเว้นไฮพรีเมียม 98+ Plus  และปรับราคาน้ำมันดีเซลทุกชนิด +0.80 บาทต่อลิตร ยกเว้นไฮพรีเมียมดีเซล+ Plus

    โดยราคาขายปลีกจะเป็นดังนี้

    • GSH 95 S EVO 43.30 บาท
    • GSH 91 S EVO 42.93 บาท
    • GSH E20 S EVO 38.30 บาท
    • GSH E85 S EVO 34.24 บาท
    • Hi Premium 98 + Plus  53.44 บาท
    • Diesel B20  36.00 บาท
    • Hi Diesel S 41.50 บาท
    • Hi Premium Diesel + Plus 58.25 บาท

    (ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ กทม.)

    บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ราคาน้ำมัน ยังคงผันผวนจากความไม่แน่นอนของการเจราจาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ  

    โดยเมื่อ วันที่ 1 มิถุนายน 2569 สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานอิหร่านยุติการเจรจากับสหรัฐฯ พร้อมขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ และช่องแคบ Bab el-Mandeb ฝั่งทะเลแดง เพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลโจมตีเลบานอน 

    นอกจากนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps: IRGC) แห่งอิหร่านระบุว่าได้โจมตีเรือคอนเทนเนอร์ MSC Sariska V ติดธงสัญชาติปานามา ซึ่งอิหร่านระบุว่าเป็นเรือของสหรัฐฯ โดยการโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้กรณีเรือของอิหร่านถูกโจมตีใกล้น่านน้ำโอมาน

    อย่างไรก็ตาม วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ นาย Donald Trump เร่งประสานให้อิสราเอลและกลุ่ม Hezbollah ในเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง พร้อมกล่าวว่าอาจบรรลุข้อตกลงเพื่อขยายระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่านและกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในสัปดาห์หน้า โดยปัจจุบันทั้ง 2 ฝ่าย ยังอยู่ระหว่างเจรจารายละเอียดของบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU)

    Kpler รายงานสหรัฐฯ ส่งออกน้ำมันดิบในเดือนพฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้น 0.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนก่อน อยู่ที่ 5.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยส่วนใหญ่ส่งออกสู่เอเชียและยุโรป เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางทำให้ผู้ค้าในเอเชียและยุโรปนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ทดแทนน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง 

    Reuters รายงานเวเนซุเอลาส่งออกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในเดือนพฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน อยู่ที่ 1.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 โดยส่วนใหญ่ส่งออกสู่สหรัฐฯ อินเดีย และยุโรป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/276884&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iSu3xh7kwrVeCafGzHL1-

  • เปิดยืนยันบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ลงทะเบียนวันไหน เฉพาะคนเก่าเท่านั้น | เดลินิวส์

    เปิดยืนยันบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ลงทะเบียนวันไหน เฉพาะคนเก่าเท่านั้น | เดลินิวส์

    วันที่ 3 มิ.ย. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การช่วยเหลือพุ่งเป้าไปถึงมือผู้มีความจำเป็นตัวจริงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลเดิมที่ไม่ได้ถูกทบทวนมานานหลายปี

    นอกจากนี้ ป้องกันการสับสนเรื่องการ ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 จึงขอย้ำว่า ขอให้ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐคนเก่า รายเดิม ทำการยืนยันสิทธิตั้งแต่วันที่ 4-21 มิถุนายน 2569 และจะมีการประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

    ทั้งนี้ ในส่วนผู้มีรายได้น้อย ที่ยังไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นรายใหม่ จะดำเนินการควบคู่ไป โดยให้ กระทรวงมหาดไทย กทม. เมืองพัทยา และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อสำรวจผู้ตกหล่นจากครั้งก่อน และดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยตามสิทธิให้เข้าถึงการดูแลจากโครงการฯ

    สำหรับช่องทางลงทะเบียนยืนยันสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เพื่อรอการพิจารณาตามเกณฑ์ใหม่ มีดังนี้

    • แอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ
    • เครื่อง ATM ของบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)
    • หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง : ธนาคารกรุงไทยฯ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

    เช็กเงื่อนไขเกณฑ์ใหม่และคุณสมบัติ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

    1.คุณสมบัติผู้ลงทะเบียน

    1) มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

    2) ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้

    • ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
    • ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ นักเรียน นักศึกษา
    • ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
    • พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
    • ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ
    • ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน 
    • ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้
    • ผู้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญและชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป 
    • ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร 

    3) มีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

    4) ไม่มีบัตรเครดิต

    5) ไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทเกิน 100,000 บาท

    6) ไม่มีเงินฝาก สลาก รวมกันเกิน 100,000 บาทต่อปี

    7) ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไปนี้

    • ห้องชุดรวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร
    • บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
    • กรณีเป็นเกษตรกร ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่
    • กรณีไม่ได้เป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่

    8) ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ยกเว้น รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5915338/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06DzJwGKYDWYn3hK0V-BZp

  • รัฐบาลเชิญชวนร้านค้าทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม “ไทยช่วยไทย พลัส” ถึง 31 ก.ค. นี้ ล่าสุดร้านค้าพร้อมใช้งานแล้วกว่า 9.4 แสนราย

    รัฐบาลเชิญชวนร้านค้าทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม “ไทยช่วยไทย พลัส” ถึง 31 ก.ค. นี้ ล่าสุดร้านค้าพร้อมใช้งานแล้วกว่า 9.4 แสนราย

    รัฐบาลเชิญชวนร้านค้าทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ถึง 31 ก.ค. นี้ ล่าสุดร้านค้าพร้อมใช้งานแล้วกว่า 946,000 ราย หลังโครงการเริ่มใช้สิทธิแล้วตั้งแต่ 1 มิ.ย.

    วันนี้ (3 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังรัฐบาลเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ล่าสุดมีร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง และขอเชิญชวนร้านค้าที่ยังไม่ได้สมัคร เร่งลงทะเบียนภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้สามารถเข้าร่วมรับสิทธิ์จากประชาชนได้ทันในช่วงที่โครงการกำลังดำเนินอยู่

    รองโฆษกฯ กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการได้เริ่มเปิดให้ประชาชนใช้จ่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 โดยร้านค้าที่เข้าร่วมจะสามารถรับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชนได้โดยตรงผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”  ช่วยเพิ่มยอดขาย เพิ่มสภาพคล่อง และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน

    ข้อมูล ณ วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 น. พบว่ามีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวนมาก โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 3,634 ราย อยู่ระหว่างยอมรับเงื่อนไขโครงการ (T&C) 130,902 ราย และลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 946,465 ราย แบ่งเป็นร้านค้าเดิม 848,802 ราย และร้านค้าใหม่ 97,663 ราย สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

    นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน ผู้ให้บริการ และธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ เข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังซื้อภายในประเทศเริ่มฟื้นตัว โครงการนี้จะช่วยเพิ่มลูกค้า เพิ่มรายได้ และทำให้เงินหมุนเวียนลงสู่เศรษฐกิจฐานรากโดยตรง

    สำหรับขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการของร้านค้าใหม่ มีดังนี้

    1. สมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569

    2. ร้านค้าต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย

    3. สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่านเว็บไซต์ “ถุงเงินกรุงไทยดอทคอม” พร้อมดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

    4. ตรวจสอบประเภทธุรกิจ และดาวน์โหลดแบบฟอร์มสมัคร เพื่อยื่นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    5. นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้วมายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ

    6. เมื่อผ่านการพิจารณา ร้านค้าจะได้รับ SMS แจ้งผล

    7. เมื่อได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์ “ไทยช่วยไทย พลัส” จะปรากฏบนแอปพลิเคชันถุงเงิน เพื่อให้ร้านค้ายอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข (T&C)

    8. ร้านค้าสามารถรับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชนได้ทุกวัน เวลา 06.00 – 23.00 น. จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

    9. ร้านค้าสามารถตรวจสอบประวัติการรับเงินผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินได้ตลอดเวลา

    รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อ กระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างความคึกคักทางเศรษฐกิจในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

    “ขอเชิญชวนร้านค้าที่ยังไม่ได้สมัคร เร่งลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ เพื่อให้สามารถรับสิทธิ์จากประชาชนได้ทันในช่วงที่โครงการกำลังดำเนินอยู่ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน” รองโฆษกฯ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/73117&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Xfem3pX2A6UvLz4uJQhxX

  • สงครามไฮบริด กัมพูชา ลาก ไทย เวที UNCLOS | เนชั่นวิเคราะห์ | 3 มิ.ย. 69

    สงครามไฮบริด กัมพูชา ลาก ไทย เวที UNCLOS | เนชั่นวิเคราะห์ | 3 มิ.ย. 69

    สงครามไฮบริด กัมพูชา ลาก ไทย เวที UNCLOS | เนชั่นวิเคราะห์ | 3 มิ.ย. 69

    “เสธ.แมว” เผย ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา  เข้าสู่สงครามที่ไม่ประกาศ นั่นคือ สงครามไฮบริด  กัมพูชา พยายามลากไทย ไปเวที UNCLOS เจรจาเส้นเขตแดนทางทะเล

    รายการล่าสุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/video-gallery/tv-program/35100&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29r66S8LxlNzLah9XJwLoc

  • สูตรรอดอสังหาฯ ‘ขายความเชื่อมั่นระยะยาว’รับมือเศรษฐกิจป่วยหนัก

    สูตรรอดอสังหาฯ ‘ขายความเชื่อมั่นระยะยาว’รับมือเศรษฐกิจป่วยหนัก

    เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญวิกฤติแบบ “คลื่นยักษ์เคลื่อนช้า” เครื่องยนต์เดิมทั้งส่งออก อุตสาหกรรม เริ่มหมดแรง! ขณะที่กำลังซื้อคนไทยหดตัวต่อเนื่อง จาก “หนี้ครัวเรือนสูง” และ “สังคมสูงวัย” ภาคอสังหาริมทรัพย์จึงเข้าสู่โหมด “เอาตัวรอด” เต็มรูปแบบ จากเดิมแข่งกันเปิดโครงการใหม่ วันนี้กลับต้องแข่งกันสร้าง “ความไว้ใจ” เพื่อดึงลูกค้าที่ลังเลให้ตัดสินใจซื้อ

    พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ฉายภาพเศรษฐกิจไทยในเวลานี้ว่า ไม่ได้เป็นเพียงภาวะชะลอตัวระยะสั้น แต่คือวิกฤติเชิงโครงสร้างที่กำลังกัดกินความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างเงียบๆ จนถูกเปรียบว่าเป็น “Slow Motion Tsunami” หรือคลื่นสึนามิที่ค่อยๆ ซัดเข้าหาเศรษฐกิจไทยทีละระลอก 

    ภาคการผลิตและส่งออก ซึ่งเคยเป็นพระเอกสำคัญของประเทศ เริ่มสูญเสียความได้เปรียบ ขณะที่ประเทศไทยยังติดกับดักปัญหาภายใน ทั้งหนี้ครัวเรือนสูง กำลังซื้ออ่อนแรง และการลงทุนใหม่ที่โตต่ำ ส่งผลให้การผลักดันจีดีพีให้เติบโตแตะ 3% กลายเป็นโจทย์ยากขึ้นทุกปี

    ปัจจัยที่น่ากังวลที่สุดคือ “โครงสร้างประชากร” เมื่ออัตราการเกิดต่ำกว่าอัตราการเสียชีวิต จำนวนคนวัยทำงานจึงลดลงต่อเนื่อง กระทบโดยตรงต่อธุรกิจอสังหาฯ และยานยนต์ ซึ่งพึ่งพากลุ่มผู้มีรายได้ประจำเป็นฐานลูกค้าหลักในอดีต ตลาดอสังหาฯ เติบโตด้วย “ปริมาณ” ผู้ประกอบการเปิดโครงการใหม่จำนวนมากและสร้างยอดขายได้รวดเร็ว 

    แต่วันนี้สูตรเดิมใช้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะจำนวนผู้ซื้อใหม่ลดลง ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นกลับมีข้อจำกัดด้านรายได้และความสามารถในการกู้ซื้อบ้านผลที่เกิดขึ้นคือ ตลาดเข้าสู่ยุค “Buyer Market” หรือยุคที่ผู้ซื้อเป็นฝ่ายมีอำนาจต่อรองมากกว่าผู้ขายอย่างชัดเจน
     

    ยุคนี้ไม่ได้ “ขายบ้าน” แต่ขาย “ความมั่นใจ”

    ศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลยุทธ์สำคัญของธุรกิจอสังหาฯ ในยุคเศรษฐกิจเปราะบาง คือการสร้าง “Trust” หรือความเชื่อมั่นระยะยาว เพราะเมื่อผู้บริโภคไม่มั่นใจเศรษฐกิจ สิ่งที่พวกเขาเลือกไม่ใช่แบรนด์ที่ถูกที่สุด แต่คือแบรนด์ที่ “ไว้ใจได้มากที่สุด”

    แสนสิริ จึงปรับเกมจากการ “ขายบ้าน” ไปสู่การลดความกังวลให้ลูกค้า ผ่านความร่วมมือกับธนาคารและพันธมิตรทางการเงิน โดยเฉพาะตลาด Affordable Segment ที่ผู้ซื้อมีความละเอียดอ่อนเรื่องภาระผ่อนชำระ หัวใจสำคัญคือการออกแบบ “Base Deal” ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัย ตั้งแต่แพ็กเกจการเงิน ความยืดหยุ่นในการผ่อน ไปจนถึงบริการหลังการขายระยะยาว

    “แนวคิดนี้สะท้อนชัดว่า ตลาดอสังหาฯ ยุคใหม่ ไม่ได้แข่งขันกันแค่ทำเลหรือราคาอีกต่อไป แต่แข่งกันที่ประสบการณ์ ความมั่นใจ ที่ลูกค้าจะได้รับตลอดเส้นทางการอยู่อาศัยเพราะในวันที่เศรษฐกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผู้บริโภคจะยิ่งคัดกรองแบรนด์มากขึ้น และเลือกเฉพาะแบรนด์ที่พิสูจน์ตัวเองได้จริงในทุกจุดสัมผัส”

    สูตรรอดอสังหาฯ ‘ขายความเชื่อมั่นระยะยาว’รับมือเศรษฐกิจป่วยหนัก

     ถึงเวลาธุรกิจ “Back to Basic”

    พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) มองว่า Survival Strategy ของธุรกิจอสังหาฯ วันนี้ คือการกลับไปสู่พื้นฐานสำคัญที่สุด นั่นคือ “Back to Basic” การเปิดโครงการใหม่ในยุคนี้ ไม่ใช่แค่มีทำเลดีแล้วจะขายได้ แต่ต้องเป็นโครงการที่ “ดีจริง” และตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของลูกค้า 

    แม้ผู้บริโภคยังต้องการซื้อบ้านและคอนโด แต่พฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้น เปรียบเทียบละเอียดขึ้น เลือกเฉพาะสิ่งที่รู้สึกว่า “คุ้มค่าจริง” สะท้อนจากประสบการณ์ของบริษัทพบว่า ลูกค้าบางรายเดินเข้ามาดูโครงการถึง 6 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 2 ปี ก่อนตัดสินใจซื้อ

    นั่นทำให้ “Sales” ในวันนี้ เปลี่ยนบทบาทจากพนักงานขาย ไปเป็นที่ปรึกษาชีวิต เป็น Brand Ambassador และเป็นคนที่ต้องเข้าใจความต้องการเชิงลึกของลูกค้า 

    “ผู้บริโภคยุคใหม่แยกออกทันทีว่าอะไรคือ Marketing Script และอะไรคือคุณค่าที่เกิดขึ้นจริง พวกเขาไม่ได้ซื้อบ้านเพียงเพื่ออยู่อาศัย แต่ซื้อ ‘ตัวตน’ และ ‘คุณค่าชีวิต’ ที่แบรนด์สะท้อนออกมาตั้งแต่เรื่อง Sustainability, Well-being, Community ไปจนถึงจุดยืนของแบรนด์ต่อสังคม ล้วนกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการตัดสินใจซื้อดังนั้น หากสินค้าไม่ดีจริง ต่อให้ทำโปรโมชั่นแรงเพียงใด ลูกค้าก็พร้อม ‘รอ’ มากกว่าจะรีบตัดสินใจ”

    Wellness Residence ไพ่ใบใหม่

    อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังชัดขึ้นท่ามกลางสังคมสูงวัย คือการเติบโตของ “Wellness Residence” หรือที่อยู่อาศัยที่ผสานบริการดูแลสุขภาพเข้าไว้ด้วยกัน พีระพงษ์ พีระโชติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ Jin Wellbeing County มองว่า ช่วง 1-2 ปีจากนี้ ธุรกิจต้องทำ “จุดเด่น” ของตัวเองให้ชัดที่สุด เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดที่แข่งขันรุนแรง สำหรับ Jin Wellbeing County จุดขายสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ระยะยาว ทั้งด้านสุขภาพ การใช้ชีวิต และคุณภาพชุมชน

      “แนวคิดหลักคือการทำให้ Wellness Residence ไม่ใช่เพียงโครงการที่พักอาศัย แต่เป็น Destination ที่ผู้คนอยากใช้ชีวิตอยู่จริงในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น โครงการจึงพัฒนาองค์ประกอบหลักทั้ง Wellnet Residence, Healthcare Center และ Wellnet Center เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของลูกบ้านแบบครบวงจร”

    เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน สิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด อาจไม่ใช่บ้านที่หรูที่สุด แต่คือสถานที่ที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่า “ฝากชีวิตไว้ได้” ในอีก 20-30 ปีข้างหน้า

     จาก “เร่งขาย” สู่ “สร้างคุณค่า”

    วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้กำลังเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจอสังหาฯ ไทยอย่างมีนัยสำคัญ จากยุคที่แข่งขันกันเปิดโครงการจำนวนมาก มาสู่ยุคที่ผู้ประกอบการต้องคิดลึกกว่าเดิม แบรนด์ที่อยู่รอด อาจไม่ใช่บริษัทที่ขยายเร็วที่สุด แต่คือบริษัทที่เข้าใจผู้บริโภคมากที่สุด เมื่อกำลังซื้อหดตัว ลูกค้าจะยิ่งใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ทุกการตัดสินใจซื้อจึงเต็มไปด้วยความระมัดระวัง

    ขณะที่การแข่งขันรุนแรงขึ้นจากจำนวนซัพพลายสะสมในตลาด สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำ คือสร้าง “เหตุผล” ให้ลูกค้าเชื่อว่า บ้านหลังนั้นคุ้มค่าพอสำหรับชีวิตในระยะยาว ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยคลื่นลมแห่งความไม่แน่นอน เกมอสังหาฯ ยุคใหม่อาจไม่ได้วัดกันที่ใคร “ขายได้เร็ว” แต่วัดกันที่ใครสร้าง “ความเชื่อมั่น” ได้ยาวนานที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/property/1236879&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0g6sPMZmjsOWt27UDyFp50

  • บังกลาเทศเตรียมยื่นข้อตกลงเงินกู้ฉบับใหม่จาก IMF เหตุสภาพแวดล้อมเปลี่ยนทำตามข้อตกลงเดิมได้ยาก

    บังกลาเทศเตรียมยื่นข้อตกลงเงินกู้ฉบับใหม่จาก IMF เหตุสภาพแวดล้อมเปลี่ยนทำตามข้อตกลงเดิมได้ยาก

    วันนี้, 01:12น.

              เจ้าหน้าที่รัฐบาลบังกลาเทศ เปิดเผยว่า บังกลาเทศจะมีการเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ในเร็วๆ นี้เพื่อวางกรอบการทำงาน รูปแบบและเงื่อนไขข้อตกลงเงินกู้ฉบับใหม่ และถอนตัวออกจากโครงการเงินกู้ปัจจุบันมูลค่า 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก ทั้งมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แรงกดดันภายในประเทศ และความไม่แน่นอนในระดับโลก ทำให้เงื่อนไขการปฏิรูปบางประการดำเนินการได้ยากขึ้น

              นายราเชด อัล มาห์มุด ติตูมีร์ ที่ปรึกษาด้านการเงินและการวางแผนของนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า บังกลาเทศไม่ได้ถอยห่างจากการปฏิรูป แต่จะต้องมีการปฏิรูปที่สมจริง สะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน

              IMF ยืนยันว่ากำลังมีการหารือเกี่ยวกับทิศทางของนโยบายในวงกว้าง นายอีโว เคอร์ซนาร์ หัวหน้าคณะผู้แทน IMF กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันพุธ (3 มิ.ย.69) ว่า ทางการบังกลาเทศได้ร้องขอข้อตกลงทางการเงินฉบับใหม่ เพื่อสนับสนุนโครงการปฏิรูปเศรษฐกิจ ยืนยันว่า IMF ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค ความยืดหยุ่น และการเติบโตที่ครอบคลุม

              คาดว่าคณะเจ้าหน้าที่ของ IMF จะเริ่มการเจรจาอย่างละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงใหม่ที่เป็นไปได้ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

    บังกลาเทศเข้าร่วมโครงการของ IMF ในปี 2566 ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเชค ฮาสินา ในช่วงวิกฤตเงินตราต่างประเทศ ต่อมามีการขยายวงเงินเป็น 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรวมถึงการปฏิรูปด้านการระดมรายได้ การปรับปรุงการอุดหนุนด้านพลังงาน และความยืดหยุ่นของอัตราแลกเปลี่ยน

    #บังกลาเทศ

    #เศรษฐกิจ

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/161923&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1icoMc2iM08n2SjXnWhyuc

  • ‘กวาง สุภัค’ อดีตภรรยา ‘โก๊ะตี๋’ ซัดกลับเดือดกลางดึก ลั่น พูดไม่หมดนะคะ! | เดลินิวส์

    ‘กวาง สุภัค’ อดีตภรรยา ‘โก๊ะตี๋’ ซัดกลับเดือดกลางดึก ลั่น พูดไม่หมดนะคะ! | เดลินิวส์

    กลิ่นดราม่าโชยบนโลกออนไลน์ไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่นักแสดงตลกตัวท็อปอย่าง “โก๊ะตี๋ อารามบอย” ออกมาทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่กลางรายการดัง #คนล้มลุก EP.20 เปิดอกถึงอดีตภรรยา “กวาง สุภัค” ว่าแม้จะสะบั้นรักกันไปนานปีกว่า แต่ฝ่ายหญิงยังคงอาศัยอยู่ในบ้านของตน แถมเผยปมสินสมรสสุดเดือดว่าอดีตเมียขอบ้าน 1 หลัง แต่ตนไม่ยอมยกให้เพราะหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงก่อนเจอกันและไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก่อนจะปิดจ๊อบยอมเปย์รถหรู BMW 1 คัน เงินสดอีก 3 ล้านบาท รวมถึงกระเป๋าแบรนด์เนม ทองคำ และรายได้จากการขายกระบองเพชร (แคคตัส) ทั้งหมดเข้ากระเป๋าฝ่ายหญิง

    แต่ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆ เพราะล่าสุดช่วงกลางดึกของวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ทางด้าน “กวาง สุภัค” อดีตภรรยา ได้ออกมาโพสต์ภาพข้อความสั้นๆ ลงไอจีส่วนตัวว่า พูดไม่หมดนะคะ

    งานนี้ไฟลุกท่วมช่องคอมเมนต์ทันที เพราะนอกจากโพสต์สะกิดใจของสาวกวางแล้ว บรรดาเพื่อนพ้องคนสนิทในกลุ่มยังเข้ามาคอมเมนต์ เสริมทัพฝั่งอดีตภรรยากันอย่างดุเดือด ทำเอาเหล่านักสืบโซเชียลสงสัยว่าความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังมหากาพย์การเลิกราครั้งนี้คืออะไรกันแน่ และตลกดังจะได้เห็นโพสต์นี้แล้วออกมาชี้แจงอย่างไร คงต้องเตรียมปูเสื่อรอฟังความจริงจากทั้งสองฝ่ายกันต่อไปยาวๆ

    ขอบคุณภาพจาก : supakch

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5914872/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw060yo755T2Ys06sTvD6gAK

  • ยูเครนส่งโดรนถล่มท่าเรือน้ำมันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กกลางงาน SPIEF

    ยูเครนส่งโดรนถล่มท่าเรือน้ำมันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กกลางงาน SPIEF

    ยูเครนส่งโดรนถล่มท่าเรือน้ำมันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กกลางงาน SPIEF

    ยูเครนชิงจังหวะเปิดประชุมเศรษฐกิจระดับโลก SPIEF ส่งโดรนถล่มท่าเรือน้ำมันในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หวังตบหน้าปูตินตอบโต้รัสเซียโจมตีเคียฟครั้งใหญ่

    3 มิถุนายน 2569 สถานการณ์ตึงเครียดหลัง สงครามยูเครน ยกระดับเมื่อยูเครนเปิดฉากใช้โดรนโจมตี ท่าเรือน้ำมันรัสเซีย ในช่วงเวลาเดียวกับที่ปูตินเป็นเจ้าภาพงาน SPIEF สะท้อนถึงกลยุทธ์การตอบโต้ทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ดุเดือดท่ามกลางวิกฤต รัสเซียยูเครน 

    ยูเครนใช้โดรน 3 ประเภท ถล่มท่าเรือน้ำมันที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย ซึ่งกำลังจัดการประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg International Economic Forum) หรือ SPIEF ซึ่งเป็นการประชุมเศรษฐกิจประจำปีหลักของรัสเซีย และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำรัฐและนักธุรกิจชั้นนำระดับโลก เพื่อท้าตอบโต้ที่รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟและเมืองดนีโปร ทางภาคกลางของประเทศ เมื่อเช้าวันอังคาร (2 มิถุนายน) ซึ่งนับเป็นการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายเดือน

    มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียของยูเครนโพสต์ภาพความเสียหาย ของโชว์รูมของบริษัทผลิตรถยนต์ “เจเค ออโตโมทีฟ” (JK Automotive) ของจีน ในกรุงเคียฟ โดยระบุว่า ถูกโจมตีด้วยโดรนของรัสเซีย แต่รัสเซียยังไม่ได้แสดงความรับผิดชอบ 

    ยูเครนส่งโดรนถล่มท่าเรือน้ำมันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กกลางงาน SPIEF ยูเครนส่งโดรนถล่มท่าเรือน้ำมันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กกลางงาน SPIEF

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/foreign/378978292&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HYv73Mt4SVMBxBeE4b2_b

  • OECD หั่นคาดการณ์ศก.โลกปี 69 โตเหลือ 2.8% เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง

    OECD หั่นคาดการณ์ศก.โลกปี 69 โตเหลือ 2.8% เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มิ.ย. 69)

    องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้เปิดตัวรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจรายไตรมาส โดยปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก จากเดิมที่คาดว่าจะโต 2.9% เหลือโต 2.8% ในปี 2569

    ตัวเลขนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า การส่งออกน้ำมันและก๊าซจากอ่าวเปอร์เซียจะกลับคืนสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งภายในไตรมาส 3 ของปีนี้

    OECD เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกกำลังตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งได้กดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจไปแล้ว และอาจซ้ำเติมให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย รวมถึงดันให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยทิศทางความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอน แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจน่าจะคงอยู่ไปอีกระยะหนึ่ง แม้ความขัดแย้งยุติลงในวันหนึ่ง

    ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่กว่าหรือผลกระทบยืดเยื้อนั้น OECD คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะหดตัวลงจนโตเพียง 1.8% ในปี 2570 ขณะที่ในสถานการณ์ที่ผลกระทบจำกัดเวลา เศรษฐกิจโลกจะหดตัวลงจนโตเพียง 2.1% โดยหลายประเทศมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และการลดลงของการใช้จ่ายด้านการลงทุน ซึ่งรวมถึงในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) น่าจะส่งผลให้คนว่างงานเพิ่มขึ้น

    นอกจากนี้ ราคาพลังงานที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนราคาปุ๋ยและสินค้าสำคัญอื่น ๆ ที่ได้จากการผลิตไฮโดรคาร์บอนในอ่าวเปอร์เซีย จะส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วงต่อกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและอาหารในระดับสูง

    โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRH20IQ0UFDNAEUUYBIMU2JZ8B1O31JK&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RsBRL5j2g0TaoI9RDBF7y

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 มิ.ย. 69) ปตท. บางจากขึ้นเบนซิน ดีเซล 40-80 สตางค์

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 มิ.ย. 69) ปตท. บางจากขึ้นเบนซิน ดีเซล 40-80 สตางค์

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 มิ.ย. 69) ปตท. บางจากขึ้นเบนซิน ดีเซล 40-80 สตางค์

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 มิ.ย. 69) ปตท. บางจากขึ้นเบนซิน ดีเซล 40-80 สตางค์ อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 40 สตางค์ต่อลิตร

    ด้านดีเซลขึ้นราคา 80 สตางค์ต่อลิตร

    ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันเบนซิน

    • เบนซิน ลิตรละ 52.89 บาท
    • ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 50.99 บาท (โออาร์)
    • แก๊สโซฮอล์ 98+  ลิตรละ 53.44 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 43.30 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 42.93 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 38.30 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 34.24 บาท

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 59.25 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 41.50 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 36.0 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 59.25 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 41.50 บาท (บางจาก)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 36.00 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 มิ.ย. 69) ปตท. บางจากขึ้นเบนซิน ดีเซล 40-80 สตางค์

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/660534&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lh8kgu3LHjHvxdB830wA5