Category: เศรษฐกิจ

  • อดีตประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีนกำลังถูกสอบสวนในข้อหาทุจริต

    อดีตประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีนกำลังถูกสอบสวนในข้อหาทุจริต

    อดีตประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีนกำลังถูกสอบสวนในข้อหาทุจริต

    19 กรกฎาคม 2569, 20:49น.

              คณะกรรมการกลางตรวจสอบวินัยส่วนกลาง (CCDI) ของจีน ประกาศเริ่มการสอบสวน นายโอวหยาง เหวยหมิน อดีตประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีน (China Development Bank) ในข้อสงสัยว่าละเมิดวินัยของพรรคและกฎหมายอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาในกรณีพัวพันกับการทุจริจคอร์รัปชัน

              ตามรายงานของสื่อรัฐบาลจีน ระบุว่า นายโอวหยาง เหวยหมิน เริ่มต้นอาชีพและเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์จีนในปี 2529 โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ในช่วงต้นของการทำงานอยู่ที่ธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีน และเคยดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่อยู่ใกล้ฮ่องกง และได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานและรองเลขาธิการพรรคประจำธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีนในปี 2562 โดยลาออกจากตำแหน่งประธานในปี 2566

              ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 2537 โดยเป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาที่ได้รับเงินทุนและเป็นของรัฐ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของคณะรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนในอุตสาหกรรมหลักและภาคส่วนที่ด้อยพัฒนา

    ภายใต้การปกครองของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จีนได้ดำเนินโครงการต่อต้านการทุจริตครั้งใหญ่ ซึ่งรวมถึง การกวาดล้างเจ้าหน้าที่และนายพลทหารด้วย

    #จีน

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/163051&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_4fGpLF_39CH0hbBTFeYZ

  • จับตาสัปดาห์สำคัญ จีนประกาศดอกเบี้ย ดุลการค้าญี่ปุ่น ตามด้วยงบ Big Tech และธนาคารกลางยุโรป

    จับตาสัปดาห์สำคัญ จีนประกาศดอกเบี้ย ดุลการค้าญี่ปุ่น ตามด้วยงบ Big Tech และธนาคารกลางยุโรป

    จับตาสัปดาห์สำคัญ จีนประกาศดอกเบี้ย ดุลการค้าญี่ปุ่น ตามด้วยงบ Big Tech และธนาคารกลางยุโรป

    By

    กรกฎาคม 19, 2026

    จับตาสัปดาห์สำคัญ จีนประกาศดอกเบี้ย ดุลการค้าญี่ปุ่น ตามด้วยงบ Big Tech และธนาคารกลางยุโรป

    สรุปข่าว
    • สัปดาห์นี้เริ่มต้นด้วยการประกาศ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดีของจีน ในวันที่ 20 กรกฎาคม ซึ่งจะเป็นปัจจัยแรกที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตา
    • วันที่ 22 กรกฎาคม ญี่ปุ่นจะเปิดเผย ตัวเลขดุลการค้า พร้อมกับที่ Alphabet, Tesla, IBM และ Texas Instruments ประกาศผลประกอบการ ก่อนที่ Intel จะรายงานผลในวันถัดไป
    • วันที่ 23 กรกฎาคม ธนาคารกลางยุโรป จะประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่วันศุกร์จะมีการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของหลายประเทศและยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลสำคัญก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐในวันที่ 29 กรกฎาคม

    แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

    แม้สัปดาห์นี้จะเต็มไปด้วยข้อมูลเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ แต่ตลาดคริปโตยังน่าจะรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐในช่วงปลายเดือนเป็นหลัก ทำให้ความผันผวนอาจเพิ่มขึ้น ขณะที่ทิศทางโดยรวมยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่ทยอยประกาศตลอดทั้งสัปดาห์

    ระหว่างวันที่ 20-24 กรกฎาคม ถือเป็นช่วงที่ตลาดการเงินทั่วโลกต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังมีทั้งการประกาศอัตราดอกเบี้ยของจีน ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ การประชุมธนาคารกลางยุโรป และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากหลายประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐในวันที่ 29 กรกฎาคม

    https://x.com/cryptorover/status/2078801313664581897?s=46&t=mPLAxERzuNe2kD0hGscrxQ

    จีนเปิดสัปดาห์ด้วยการประกาศอัตราดอกเบี้ย

    วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม ธนาคารกลางจีนจะประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดีทั้งระยะ 1 ปีและ 5 ปี ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิงสำหรับการปล่อยสินเชื่อในประเทศ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ตลาดจะจับตาว่าจีนจะส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมหรือไม่ หลังเศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดันจากภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคภายในประเทศ หากมีมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม อาจช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดเอเชียช่วงต้นสัปดาห์

    ญี่ปุ่นเผยดุลการค้า พร้อมงบ Big Tech

    วันพุธที่ 22 กรกฎาคม ญี่ปุ่นจะรายงานตัวเลขดุลการค้า ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อทิศทางค่าเงินเยนและเศรษฐกิจของประเทศ

    ในวันเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ได้แก่ Alphabet, Tesla, IBM และ Texas Instruments จะประกาศผลประกอบการหลังตลาดหุ้นสหรัฐปิด โดยนักลงทุนจะใช้ตัวเลขเหล่านี้ประเมินแนวโน้มการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ การลงทุนของภาคธุรกิจ และกำลังซื้อของผู้บริโภค ก่อนที่ Intel จะประกาศผลประกอบการในวันที่ 23 กรกฎาคม

    ธนาคารกลางยุโรปและข้อมูลเศรษฐกิจปลายสัปดาห์

    วันที่ 23 กรกฎาคม ธนาคารกลางยุโรปจะประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งแม้ตลาดส่วนใหญ่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่ถ้อยแถลงเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อยังคงเป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจ

    วันเดียวกัน สหรัฐฯ จะรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนวันศุกร์จะมีการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และยูโรโซน รวมถึงยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยสะท้อนภาพรวมของเศรษฐกิจโลกก่อนเข้าสู่สัปดาห์การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ

    ตลาดคริปโตรอปัจจัยชี้ขาดจาก Fed

    แม้เหตุการณ์ในสัปดาห์นี้จะมีความสำคัญ แต่สายตาของนักลงทุนคริปโตยังคงจับจ้องไปที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐในวันที่ 29 กรกฎาคม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางของสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไป

    ก่อนหน้านี้ CoinDesk รายงานว่า นักลงทุนในตลาดออปชันบน Deribit เปิดสถานะมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อคาดการณ์ว่า Bitcoin จะปรับตัวขึ้นแตะ 72,000 ดอลลาร์ ภายในสิ้นเดือน สะท้อนว่าตลาดยังคงคาดหวังต่อผลการประชุมครั้งนี้ แม้จะต้องผ่านสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญเสียก่อน


    ผู้เขียนมองว่า สัปดาห์นี้ควรถูกมองว่าเป็นช่วงสะสมข้อมูลก่อนถึงเหตุการณ์สำคัญที่สุดของเดือน นั่นคือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ข้อมูลจากจีน ญี่ปุ่น ธนาคารกลางยุโรป รวมถึงผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ จะช่วยกำหนดความคาดหวังของตลาดและอาจเพิ่มความผันผวนระหว่างทาง แต่หากไม่มีเหตุการณ์ที่สร้างความประหลาดใจอย่างมาก ทิศทางของ Bitcoin และตลาดคริปโตโดยรวมยังน่าจะขึ้นอยู่กับผลการประชุม Fed มากที่สุด

    แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

    จับตาสัปดาห์สำคัญ จีนประกาศดอกเบี้ย ดุลการค้าญี่ปุ่น ตามด้วยงบ Big Tech และธนาคารกลางยุโรป

    Tharadon

    เริ่มรู้จักคริปโตในช่วงตลาดกระทิงปี 2020 และได้เห็นวัฏจักรขาขึ้น–ขาลงอย่างเต็มรูปแบบในปี 2021–2022 ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ตระหนักว่า “ราคา” อาจเป็นเพียงภาพสะท้อนของอารมณ์ตลาด แต่เทคโนโลยี Blockchain คือรากฐานที่แท้จริง และอาจเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลงระบบต่าง ๆ ของโลกในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/07/19/weekly-macro-china-rate-europe-central-bank-big-tech-earnings-crypto-july-2026/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wkHmDAIRKxBBFFbJMruFZ

  • คนทะลัก 1,500 ชีวิต! ‘หัวหินปิดเมืองฮาล์ฟ’ ครั้งแรกสุดคึกคัก ปลุกเศรษฐกิจสปอร์ตทัวริซึม

    คนทะลัก 1,500 ชีวิต! ‘หัวหินปิดเมืองฮาล์ฟ’ ครั้งแรกสุดคึกคัก ปลุกเศรษฐกิจสปอร์ตทัวริซึม

    ภูมิภาค

    คนทะลัก 1,500 ชีวิต! ‘หัวหินปิดเมืองฮาล์ฟ’ ครั้งแรกสุดคึกคัก ปลุกเศรษฐกิจสปอร์ตทัวริซึม

    วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.23 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ. เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดการแข่งขันและปล่อยตัวนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 1,500 คน ในรายการ “หัวหิน ปิดเมือง ฮาล์ฟ 2026” (Huahin International Half Marathon 2026) โดยมี นางสาวจิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, พ.ต.อ. กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน, นายเศรษฐศักดิ์ ลาทอง ผู้จัดการศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน พร้อมด้วยทีมผู้จัดการแข่งขัน ร่วมให้การต้อนรับ

    สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ปล่อยตัวจากจุดสตาร์ทบริเวณหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ก่อนวิ่งวกกลับมายังเส้นชัยในจุดเดิม โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ระยะทาง ประกอบด้วย ฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร, มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และฟันรัน 5 กิโลเมตร ท่ามกลางบรรยากาศและสภาพอากาศยามเช้าที่เย็นสบาย

    หลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมมอบถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขันในแต่ละประเภท พร้อมกล่าวแสดงความยินดีและให้กำลังใจแก่นักวิ่งทุกคน ทั้งนี้ การจัดแข่งขันดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกของเมืองหัวหิน ซึ่งนอกจากจะส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายและใส่ใจสุขภาพแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ สร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจท่องเที่ยว ตอกย้ำศักยภาพของหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) เพื่อมุ่งสู่การเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการแข่งขันวิ่งระดับนานาชาติต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/483712&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ALWcVSOih0XTNSPI38v7P

  • คณะวิจัยหนุน! “กาฬสินธุ์โมเดล” ปั้นเมืองรองสู่ “เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” แห่งอนาคต (มีคลิป)

    คณะวิจัยหนุน! “กาฬสินธุ์โมเดล” ปั้นเมืองรองสู่ “เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” แห่งอนาคต (มีคลิป)

    เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมธรรมาภิบาล สำนักงานเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นายกีรฒิการย์ พิมพะนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ภาคีเครือข่าย และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับคณะนักวิจัยและเข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์สู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม

    นายกีรฒิการย์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ท้องถิ่น ซึ่งสามารถต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ การที่คณะนักวิจัยเลือกจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาเมือง พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาที่เป็นรูปธรรม

    ด้าน ดร.ธนภณ วัฒนกุล กล่าวว่า แผนงานวิจัยครั้งนี้เป็นการต่อยอดการดำเนินงานด้านทุนวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเมืองรองให้เป็นเมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมีคณะนักวิจัยจาก 11 โครงการวิจัย ร่วมบูรณาการองค์ความรู้ใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การขับเคลื่อนและพัฒนาต้นแบบ การสร้างคุณค่าจากทุนวัฒนธรรม การสื่อสารวัฒนธรรม และการผลักดัน เชิงนโยบาย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุนวัฒนธรรมและขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบ

    ขณะที่ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์การนำงานวิจัย และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ และเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. เรื่อง “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ได้รับ การคัดเลือกเป็น 1 ใน 6 เมืองต้นแบบ ของโครงการ เพื่อพัฒนาต้นแบบการขับเคลื่อนเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม ภายใต้ “กาฬสินธุ์โมเดล” ที่มุ่งใช้ทุนวัฒนธรรม นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

    คณะวิจัยหนุน! ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์การนำงานวิจัย และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ และเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน.

    ภายในงานยังมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ Workshop การออกแบบการยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม นำโดย รศ.ดร.มิ่งขวัญ คงเจริญ และคณะนักวิจัย โดยใช้กรอบแนวคิด SOAH + Network + Move เป็นเครื่องมือในการค้นหาจุดแข็งของพื้นที่ วิเคราะห์โอกาส กำหนดภาพอนาคต ออกแบบแนวทางพัฒนา สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และผลักดันสู่การปฏิบัติจริงผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมระดมความคิดเห็นจาก 4 ย่านวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แก่ ย่านชุมชนเมืองเก่า ย่านประวัติศาสตร์ริมน้ำปาว ย่านศาลากลางหลังเก่า และย่านริมแก่งดอนกลาง ก่อนนำข้อเสนอทั้งหมดไปประมวลผล เพื่อจัดทำแผนขับเคลื่อนเมืองร่วมกับภาคีเครือข่ายในระยะต่อไป

    ได้ร่วมสร้างการเรียนรู้และปลุกจิตสำนึกให้เยาวชนจังหวัดกาฬสินธุ์เห็นคุณค่าและความสำคัญของทุนทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่พัฒนาแนวคิดและต่อยอดอัตลักษณ์ รวมถึงภูมิปัญญาของชุมชนผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อเผยแพร่สู่สังคมในวงกว้าง เพิ่มมูลค่าทุนวัฒนธรรม และต่อยอดสู่การสร้างรายได้และความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

    ภายในงานยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชน อาทิ เครื่องประดับธุง ทำจากเส้นไหมประดิษฐ์ จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มธรรมดีย์ และผลิตภัณฑ์กาแฟจากวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟ 456 กาฬสินธุ์ ซึ่งสะท้อนการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสให้ชุมชนเติบโตบนฐานทุนวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

    คณะวิจัยหนุน!

    คณะวิจัยหนุน!

    คณะวิจัยหนุน!

    คณะวิจัยหนุน!

    คณะวิจัยหนุน!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/social/378980463&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3F104t6RuwBDuoXZEKRFPP

  • คมนาคมเร่งพัฒนาท่าเรือระนอง ขยายถนน-ระบบราง เปิดประตูเศรษฐกิจภาคใต้

    คมนาคมเร่งพัฒนาท่าเรือระนอง ขยายถนน-ระบบราง เปิดประตูเศรษฐกิจภาคใต้

    “สรรเพชญ” ขานรับนโยบายนายกฯ ดันท่าเรือระนอง เชื่อมชุมพร เร่งแก้ Missing Link เชื่อมราง-ถนน-ท่าเรือ สู่โลจิสติกส์ครบวงจร

    นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า รัฐบาลจะเร่งพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตกที่จังหวัดระนอง เชื่อมโยงจังหวัดชุมพร พร้อมแก้ไขจุดที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่เชื่อมต่อ หรือ Missing Link ทั้งระบบรางและทางถนน ควบคู่กับการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์

    นายสรรเพชญ กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือระนองอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ภายหลังตนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของท่าเรือระนอง เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา และได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารจังหวัดระนอง ผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

    จากการหารือ ทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า ท่าเรือระนองมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เชื่อมโยงประเทศไทยกับอินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา กลุ่มประเทศ BIMSTEC รวมถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป แต่การพัฒนาจะต้องดำเนินการทั้งระบบ ตั้งแต่ภายในท่าเรือ พื้นที่หลังท่า ร่องน้ำเดินเรือ ตลอดจนโครงข่ายถนนและระบบรางที่เชื่อมต่อเข้าสู่ท่าเรือ

    “นายกรัฐมนตรีได้วางทิศทางไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องเร่งทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่สามารถเชื่อมต่อกันและใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ท่าเรือระนองมีทำเลที่ได้เปรียบและมีโอกาสทางการค้า แต่เราต้องทำให้เรือเข้าได้สะดวก ขนถ่ายสินค้าได้รวดเร็ว มีพื้นที่รองรับเพียงพอ และมีถนนกับระบบรางเชื่อมถึงท่าเรืออย่างสมบูรณ์” นายสรรเพชญ กล่าว

    สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพภายในท่าเรือ การท่าเรือแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาเครนยกสินค้าเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดระยะเวลาการขนถ่ายสินค้า เพิ่มจำนวนรอบการให้บริการ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสายเรือและผู้ประกอบการ โดยแผนพัฒนาท่าเรือระนองยังครอบคลุมการปรับปรุงท่าเทียบเรืออเนกประสงค์และท่าเทียบเรือตู้สินค้า การติดตั้งเครนสำหรับยกขนสินค้า รวมถึงการพัฒนาลานวางตู้สินค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น

    ขณะเดียวกัน จะเร่งจัดระเบียบและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่หลังท่า เพื่อรองรับลานวางตู้สินค้า คลังสินค้า จุดพักรถบรรทุก เขตปลอดอากร และกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากพื้นที่หลังท่าถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การรับ ส่ง พัก และกระจายสินค้าเป็นไปอย่างคล่องตัว ไม่เกิดปัญหาสินค้าตกค้างหรือรถบรรทุกสะสมบริเวณหน้าท่า

    ในส่วนของร่องน้ำเดินเรือเข้าสู่ท่าเรือระนอง ซึ่งมีระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร จะประสานกรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำให้มีความลึกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เรือสินค้าเข้า-ออกได้สะดวก ปลอดภัย และลดข้อจำกัดในการให้บริการเรือขนาดใหญ่

    นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะเร่งพิจารณาการปรับปรุงและขยายทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงชุมพร–ระนอง รวมทั้งการพัฒนาทางเลี่ยงเมืองระนองและทางเลี่ยงเมืองชุมพร เพื่อแก้ไขจุดคอขวด ลดระยะเวลาการเดินทางของรถบรรทุก และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือกับพื้นที่เศรษฐกิจ

    นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า Missing Link ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งคือระบบราง เนื่องจากปัจจุบันการขนส่งสินค้าทางรถไฟมาสิ้นสุดที่สถานีรถไฟสะพลี จังหวัดชุมพร ก่อนเปลี่ยนถ่ายขึ้นรถบรรทุกและเดินทางต่อไปยังท่าเรือระนองอีกประมาณ 110 กิโลเมตร จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาแนวทางขยายเส้นทางรถไฟจากอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เชื่อมต่อมายังท่าเรือระนองโดยตรง

    การเชื่อมระบบรางเข้าสู่ท่าเรือจะช่วยลดขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายสินค้า ลดต้นทุนและระยะเวลาการขนส่ง ลดจำนวนรถบรรทุกบนท้องถนน และทำให้สินค้าจากภาคกลาง ภาคตะวันออก และพื้นที่ต่าง ๆ ของภาคใต้ สามารถเชื่อมต่อออกสู่มหาสมุทรอินเดียได้อย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ

    “การพัฒนาท่าเรือระนองต้องเดินไปพร้อมกันทั้งร่องน้ำ ท่าเทียบเรือ เครนยกสินค้า พื้นที่หลังท่า ถนน และระบบราง เมื่อทุกส่วนเชื่อมถึงกัน ท่าเรือระนองจะสามารถทำหน้าที่เป็นประตูการค้าฝั่งอันดามันได้อย่างเต็มศักยภาพ กระทรวงคมนาคมพร้อมรับนโยบายของนายกรัฐมนตรี และจะเร่งประสานทุกหน่วยงานให้การดำเนินงานเกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศในระยะยาว” นายสรรเพชญ กล่าว

    อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2947276&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3athWp7T1e6dI7UqmTURyk

  • “งานประจำปีของดีเมืองจะนะ” ครั้งที่ 22 อำเภอจะนะ จับมือ อบจ.สงขลากระตุ้นเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    “งานประจำปีของดีเมืองจะนะ” ครั้งที่ 22 อำเภอจะนะ จับมือ อบจ.สงขลากระตุ้นเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 19/07/2026 21:06

    เริ่มแล้วอย่างยิ่งใหญ่ “งานประจำปีของดีเมืองจะนะ” ครั้งที่ 22 อำเภอจะนะ จับมือ อบจ.สงขลา ผนึกกำลังทุกภาคส่วน สืบสานวิถีวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้สู่ชุมชน

    อัปเดตคลิปข่าว

    อัปเดตรายการ TOPNEWS

    ดู LIVE รายการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1635802&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18kSV19pWUsfL_kFTg7LD_

  • สื่อมณฑลเสฉวนชื่นชมการใช้ภาษาจีนของ’อนุทิน’

    สื่อมณฑลเสฉวนชื่นชมการใช้ภาษาจีนของ’อนุทิน’

    สื่อมณฑลเสฉวนชื่นชม”อนุทิน”ใช้คำภาษาจีน”เจียโหยว”ในการกล่าวปาฐกถาซึ่งสะท้อนความจริงใจในการกระชับความสัมพันธ์

    19 ก.ค. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่าจากการติดตามการนำเสนอข่าวของสื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อการเยือนจีนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า นอกจากการรายงานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุนแล้ว สื่อท้องถิ่นของจีนยังให้ความสำคัญกับ การสื่อสารที่เข้าถึงประชาชน โดยเฉพาะการใช้ภาษาจีนของนายกรัฐมนตรี ซึ่งสะท้อนความเป็นมิตรและความใกล้ชิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

    รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า Sichuan Online (四川在线) สื่อหลักในเครือเสฉวนเดลี่ ซึ่งเป็นสื่อสำคัญของมณฑลเสฉวน ได้รายงานภารกิจของนายกรัฐมนตรีในเวทีการลงทุนและเศรษฐกิจจีน (เสฉวน)–ไทย ประจำปี 2569 โดยเลือกนำประโยคภาษาจีนของนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นพาดหัวข่าวว่า “นายกรัฐมนตรีไทยกล่าวคำว่า ‘加油’ (เจียโหยว) ติดต่อกัน 4 ครั้ง” แทนการเน้นประเด็นเศรษฐกิจหรือการลงทุน รายงานระบุว่า ในช่วงท้ายของปาฐกถาพิเศษ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวคำว่า “加油” (เจียโหยว) ซึ่งเป็นคำให้กำลังใจที่ชาวจีนนิยมใช้ในความหมายว่า “สู้ต่อไป” หรือ “เดินหน้าไปด้วยกัน” รวม 4 ประโยค ได้แก่ “加油泰国、加油四川、加油中国、加油好朋友” หรือ “เดินหน้าประเทศไทย เดินหน้าเสฉวน เดินหน้าประเทศจีน และเดินหน้าเพื่อนที่ดี” โดยสื่อเสฉวนระบุว่า ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนความจริงใจในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน รวมถึงความร่วมมือระหว่างไทยกับมณฑลเสฉวน และได้รับเสียงปรบมือจากผู้เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น

    รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่สื่อท้องถิ่นของจีนเลือกหยิบถ้อยคำภาษาจีนสั้น ๆ ของนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นพาดหัวข่าว ทั้งที่ภายในงานมีประเด็นด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่าสื่อจีนให้ความสำคัญกับ การสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนและการสร้างความสัมพันธ์ระดับประชาชน (People-to-People Connectivity) ควบคู่ไปกับความร่วมมือในระดับรัฐบาลและภาคธุรกิจ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับประเทศคู่ค้าในทุกมิติ ทั้งความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน การที่สื่อจีนเลือกนำเสนอถ้อยคำที่สะท้อนมิตรภาพและความจริงใจของนายกรัฐมนตรี แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ไทย–จีนไม่ได้เติบโตเฉพาะในระดับนโยบาย แต่ยังได้รับการรับรู้และตอบรับจากประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/1034839/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1q1nCm6as6IGNE4yVGjf7p

  • สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน : กงสุลไทยในเฉิงตูเปิด

    สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน : กงสุลไทยในเฉิงตูเปิด

    เฉิงตู, 19 ก.ค. ซินหัว รายงานว่า — เมื่อวันเสาร์ (18 ก.ค.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษที่การประชุมด้านการลงทุนและเศรษฐกิจ (ซื่อชวน) จีน-ไทย และร่วมพิธีเปิดฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครเฉิงตู มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

    ฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ดำเนินงานครอบคลุมมณฑลซื่อชวนและเทศบาลนครฉงชิ่ง ทำหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนแบบสองทาง นำเสนอข้อมูลและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับนโยบายแก่บริษัทผู้ประกอบการจีนที่จะลงทุนในไทย รวมถึงช่วยเหลือบริษัทผู้ประกอบการไทยเข้าลงทุนในจีน

    การประชุมครั้งนี้จัดโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทยภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกิจการต่างประเทศแห่งมณฑลซื่อชวน สำนักพาณิชย์แห่งมณฑลซื่อชวน และสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งมณฑลซื่อชวน ซึ่งมีบริษัทผู้ประกอบการและผู้แทนจากฝ่ายจีนและฝ่ายไทยเข้าร่วมจำนวนมาก

    สราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจทีซีพี (TCP Group) กล่าวว่ามณฑลซื่อชวนมีจุดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทำเลที่ตั้ง ศักยภาพตลาด และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน โดยการลงทุนของกลุ่มธุรกิจทีซีพีในมณฑลซื่อชวนได้ส่งเสริมการจ้างงาน การพัฒนาอุตสาหกรรม และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีน

    ไช่ชิงหัว รองผู้จัดการทั่วไปประจำแผนกเครื่องกลไฟฟ้า บริษัท ซูเม็ก อินเตอร์เนชันแนล เทคโนโลยี จำกัด (SUMEC) ในมณฑลซื่อชวน กล่าวว่าการเปิดฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ไทยฯ จะช่วยเพิ่มช่องทางการสื่อสารที่สะดวกยิ่งขึ้นแก่นักลงทุนที่มีศักยภาพในมณฑลซื่อชวนและภูมิภาคตะวันตกของจีน ทำให้เข้าถึงและเข้าใจนโยบายที่เกี่ยวข้องของฝ่ายไทยมากขึ้น

    อนึ่ง มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างมณฑลซื่อชวนกับไทยในปี 2025 สูงถึง 4.18 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.07 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 112.5 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะเดียวกันมณฑลซื่อชวนได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยในปี 2025 มากกว่า 3.89 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 75.4

    นอกจากนั้นปัจจุบันมีเที่ยวบินโดยสารตรงจากเมืองเฉิงตูสู่กรุงเทพฯ วันละ 10 เที่ยว และปริมาณผู้โดยสารบนเส้นทางบินตรงดังกล่าวในปี 2025 สูงถึง 1.25 ล้านคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/75850&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39F3FvvxsuA_PADjhYADhR

  • “ศุภชัย” ชูวิสัยทัศน์ “นายกฯ อนุทิน” สร้างความเชื่อมั่น ดึงทุนไฮเทคจีนพลิกเกมเศรษฐกิจไทย

    “ศุภชัย” ชูวิสัยทัศน์ “นายกฯ อนุทิน” สร้างความเชื่อมั่น ดึงทุนไฮเทคจีนพลิกเกมเศรษฐกิจไทย

    “ศุภชัย เจียรวนนท์” การันตีวิสัยทัศน์ “นายกฯ อนุทิน” กุญแจสำคัญสร้างความเชื่อมั่นดึงทุนยักษ์จีนมัดใจนักลงทุน ชี้เป้าขุมทรัพย์ไฮเทค “ฉงชิ่ง-เสฉวน” หนุนรัฐเร่งสปีดการลงทุน ดันไทยผงาดขึ้นแท่นศูนย์กลางการผลิตแห่งอนาคตของอาเซียน

    วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่เมืองเฉิงตู นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยในโอกาสร่วมคณะนักธุรกิจพบปะกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า การโรดโชว์ สาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภูมิภาคสำคัญอย่าง ฉงชิ่ง และ เสฉวน ซึ่งเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่สำคัญของจีน 

    เล็งเป้าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์-การบิน

    จากการวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่พบว่า เมืองฉงชิ่งและมณฑลเสฉวนเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมหลักที่ไทยกำลังเร่งให้การส่งเสริม โดยเฉพาะในกลุ่ม เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor), อิเล็กทรอนิกส์, เทคโนโลยีระดับสูง รวมถึงอุตสาหกรรมการบิน  ซึ่งหากประเทศไทยสามารถดึงดูดนักลงทุนหรือสร้างพันธมิตรทางธุรกิจจากพื้นที่เหล่านี้ได้ จะส่งผลบวกอย่างมากต่อการเพิ่มเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ  

    เร่งสปีดสู้เวียดนาม ทวงแชมป์ฐานการผลิต

    นายศุภชัย กล่าวว่า จากข้อมูลที่น่าสนใจระบุว่า ในปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ  ในขณะที่คู่แข่งสำคัญในอาเซียนอย่าง เวียดนาม สามารถดึงเม็ดเงินไปได้สูงถึง 27,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  ตัวเลขที่แตกต่างกันนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ทำให้ไทยจำเป็นต้องเร่งบทบาทในการเป็นฐานการผลิตและส่งออก โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ที่ปัจจุบันกลุ่มทุนตะวันตกยังเข้ามาลงทุนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แม้จะมีสัญญาณที่ดีในด้าน Data Center จากทางตะวันตกบ้างแล้วก็ตาม  

    ผู้นำเชื่อมรัฐ-เอกชน สร้างความเชื่อมั่นทุนจีน

    นายศุภชัย กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการดึงดูดทุนจีนในครั้งนี้คือการสร้างความไว้วางใจและการแสดงออกถึงความเป็นมิตรประเทศ ซึ่งนักลงทุนจีนให้ความสำคัญอย่างมากกับความพร้อมของประเทศที่จะไปลงทุน โดยเฉพาะในด้านกฎหมาย ภาษี และการอำนวยความสะดวกจากภาครัฐ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นหากไปในประเทศที่ไม่มีความพร้อม  

    “การเดินทางเยือนครั้งนี้มีนิมิตหมายที่ดี เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งทั้งในมิติของภาครัฐ การเมือง และกลไกของภาคเอกชน  ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาลในการลงทุนระหว่างกัน ทำให้ผู้นำระดับสูงของจีนให้ความเกรงใจและพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนจีนที่กำลังมองหาศูนย์กลางการผลิตในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบกับเวียดนาม มาเลเซีย หรืออินโดนีเซียก็ตาม“  

    นายศุภชัย กล่าวว่า การรุกคืบทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางหลักของเม็ดเงินลงทุนจากฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่อยู่ในฉงชิ่งและเสฉวน เพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงในระยะยาว

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2947194&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0H1cDsdRUSgvYK8racfoEl

  • อัปเดตราคาน้ำมันล่าสุดวันนี้ 19/07/69 พรุ่งนี้ 20/07/69 อัปเดตจาก 4 สถานี

    อัปเดตราคาน้ำมันล่าสุดวันนี้ 19/07/69 พรุ่งนี้ 20/07/69 อัปเดตจาก 4 สถานี

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/161717&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zLH2bETuAXHwF8wt_9YOz