ภาพรวมเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจของประเทศชิลีประจำเดือนพฤษภาคม 2569 GDP ปรับลดลง -0.9 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อัตราเงินเฟ้อ ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 3.9 % การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 1.8 % ในขณะที่อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นมาแตะระดับ 9 . 4 % สูงที่สุดในรอบ 6 ปี การนำเข้าโดยรวมของชิลีเพิ่มขึ้น 4.3 % ในขณะที่การส่งออกเพิ่มขึ้นที่ 1 2 .1 % โดยสินค้ากลุ่มสินแร่และทองแดงซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักขยายตัวจากปีก่อนหน้า 19.3 % รวมมูลค่า 2 .9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ ระหว่างเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 การค้าระหว่างไทย-ชิลีมีมูลค่ารวมกว่า 468.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ชิลีนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 1.9 % รวมมูลค่า 297.6 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าที่ 126.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ในส่วนของรายละเอียดในแต่ละด้านประจำเดือนพฤษภาคม 256 9 สคต. ณ กรุงซันติอาโกขอสรุปรายละเอียด ดังนี้
1. การบริโภคภาคเอกชน (ข้อมูลจากธนาคารกลางชิลี)
การบริโภคภาคเอกชนของชิลีประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ในภาพรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
การบริโภคภาคเอกชนของชาวชิลีในภาพรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยหมวดสินค้าที่มีการบริโภคเพิ่มขึ้นมากที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่ (1) หมวดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย (2) หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และ (3) หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเพิ่มขึ้น 8.9 %, 6.9 % และ 6.7 % ตามลำดับ
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือน พฤษภาคม 2569
ปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าจากระดับ 42.0 มาอยู่ที่ 42.6
2.การลงทุน (ข้อมูลจากธนาคารกลางชิลี https://www.bcentral.cl/ )
บรรยากาศการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนในชิลีประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ในภาพรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.2 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนจากตัวเลขการขออนุญาตก่อสร้าง (คิดเป็นตารางเมตร) เพิ่มขึ้นจาก 7.7 แสนตารางเมตร มาอยู่ที่ 7 . 9 แสนตารางเมตร โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการก่อสร้างของภาครัฐและภาคที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นถึง 1 13.0 % และ 18.3 % ตามลำดับ ส่งผลให้ยอดขายอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นที่ 2.6 %
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจโดยรวมประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยอยู่ในระดับเดิมกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ 46.7 ทั้งนี้ หากพิจารณาภาคธุรกิจที่มีดัชนีความเชื่อมั่นสูงที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่ (1) ภาคการค้า (2) ภาคธุรกิจเหมืองแร่ และ (3) ภาคการผลิต โดยอยู่ที่ 52.0, 51.7 และ 46.6 ตามลำดับ
3. เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ (ข้อมูลจากธนาคารกลางชิลี https://si 3. bcentral.cl และสำนักงานสถิติแห่งชาติของชิลี https://www.ine.gob.cl )
อัตราการว่างงานของประเทศชิลีในเดือนพฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9. 4 % สูงที่สุดในรอบ 6 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนอุปทานแรงงานที่เพิ่มขึ้น 1.3 % ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของชิลีรายงานว่ามีจำนวนผู้ว่างงานถึง 9.8 แสนคน จากแรงงานในระบบที่จำนวน 10.4 ล้านคน
อัตราเงินเฟ้อของประเทศชิลีในเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 3.9 % หมวดที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 12 เดือนได้แก่ (1) หมวดค่าเดินทาง/ค่าขนส่ง (2) หมวดร้านอาหารและโรงแรม และ (3) หมวดการศึกษา โดยเพิ่มขึ้นที่ 10. 2 %, 6.5% และ 5.9% ตามลำดับ
4. การส่งออก-นำเข้า (ข้อมูลจากกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศของชิลี SUBREI – www.subrei.gob.cl)
การส่งออกสินค้าของชิลีระหว่างเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 มีมูลค่ารวมที่ 4 9 , 565 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1 2 .1 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่
สินค้า
ม.ค.-พ.ค. (ล้านเหรียญสหรัฐ)
ขยายตัว
(68/69)
ปี 2568
ปี 2569
สินแร่
25 , 107
29 , 942
19 . 3 %
ผลไม้
4 , 303
3 , 843
-10 . 7 %
เคมีภัณฑ์
3 , 181
4 , 102
29.0 %
ปลาแซลมอน
2 , 677
2 , 841
6 . 1 %
เยื่อกระดาษ
1 , 745
1 , 459
-16 . 4 %
ไม้และเฟอร์นิเจอร์ไม้
922
771
-16 . 4 %
เครื่องจักรและส่วนประกอบ
549
644
17.3 %
การนำเข้าของชิลีระหว่างเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 มีมูลค่ารวมที่ 35 , 594 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.3 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสินค้านำเข้าหลัก ได้แก่
สินค้า
ม.ค.-พ.ค. (ล้านเหรียญสหรัฐ)
ขยายตัว
(68/69)
ปี 2568
ปี 2569
สินค้าอุปโภคบริโภค
10 , 193
10 , 465
2.7 %
สินค้าหมวดพลังงาน
5 , 389
6 , 259
16.2 %
สินค้าทุน
7 , 674
8 , 049
4.9 %
– รถยนต์เชิงพาณิชย์
1 , 148
1 , 201
4.6 %
– เครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมก่อสร้าง
836
691
-17.3 %
จากตัวเลขการส่งออกของชิลีที่สูงกว่าตัวเลขการนำเข้า ทำให้ชิลีได้ดุลการค้าจำนวน 13,971 ล้านเหรียญสหรัฐ
5. การค้าของชิลีกับไทย และกลุ่มประเทศอาเซียน (ข้อมูลสถิติทางการค้าจาก Global Trade Atlas)
ชิลีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย ระหว่างเดือน มกราคม – พฤษภาคม 2569 มี มูลค่ารวมอยู่ที่ 2 97.57 ล้าน เหรียญสหรัฐ (เพิ่มขึ้น 1 . 9 0 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า) ซึ่งสินค้าที่นำเข้าจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
รถยนต์และส่วนประกอบ ( 1 39.91 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.59 %)
เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (48 .2 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง -23.32 % )
ปลากระป๋อง ( 2 6.47 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง -14.16 %)
เครื่องจักรไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า (22.06 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 84 . 22 % )
อัญมณีและไข่มุก (10.33 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.56 %)
สำหรับตัวเลขการนำเข้าของชิลีจากกลุ่มประเทศอาเซียนใน 5 อันดับแรก ได้แก่
ชิลีนำเข้าจากเวียดนาม 595. 8 4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง -9.50 %)
ชิลีนำเข้าจากไทย 2 97.57 ล้านเหรียญสหรัฐ (เพิ่มขึ้น 1.90 %)
ชิลีนำเข้าจากอินโดนีเซีย 198.42 ล้านเหรียญสหรัฐ ( เพิ่มขึ้น 3.01 %)
ชิลีนำเข้าจากมาเลเซีย 99.66 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง -21.33 %)
ชิลีนำเข้าจากสิงคโปร์ 3 8.29 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง – 23.83 % )
ชิลีส่งออกสินค้าไปยังประเทศไทย ระหว่างเดือน มกราคม – พฤษภาคม 2569 มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 171.35 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง -34.50 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ) ซึ่งสินค้าที่ส่งออกไปยังไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
ทองแดง (42. 5 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง -5 9 .28 %)
แซลมอนและอาหารทะเล (41.27 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง -21.03 %)
สินแร่อื่น ๆ (27.26 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.95 %)
เยื่อกระดาษ (26.28 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง -47. 14 %)
ผลไม้และผลิตภัณฑ์ธัญพืช (10.32 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง – 1 4.53 %)
สำหรับตัวเลขการส่งออกของชิลีไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนใน 5 อันดับแรก ได้แก่
ชิลีส่งออกไปยังไทย 1 71 . 35 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง – 34 . 50 %)
ชิลีส่งออกไปยังเวียดนาม 1 58 . 88 ล้านเหรียญสหรัฐ ( เพิ่มขึ้น 5 .47 %)
ชิลีส่งออกไปยัง มาเลเซีย 105 . 60 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ลดลง -11 .46 %)
ชิลีส่งออกไปยังอินโดนีเซีย 57. 2 6 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง 108.86 %)
ชิลีส่งออกไป ยัง สิงคโปร์ 41 .2 3 ล้านเหรียญสหรัฐ ( เพิ่มขึ้น 9.59 %)
มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทย-ชิลี ระหว่าง เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 468.92 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง -15.3%) โดยชิลีนำเข้าสินค้าจากไทย มากกว่าส่งออกสินค้ามายังไทย ทำให้ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าที่ 126 . 22 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก
กรกฎาคม 256 9