Category: เศรษฐกิจ

  • สรุปคนละครึ่ง 2568 นายกฯ ประกาศเริ่มได้เมื่อไหร่?

    สรุปคนละครึ่ง 2568 นายกฯ ประกาศเริ่มได้เมื่อไหร่?

    สรุปคนละครึ่ง 2568 เวอร์ชั่น 2.0 ล่าสุด นายกฯ ประกาศพร้อมเดินหน้าคนละครึ่งภายใน 1 เดือน

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการผลักดันโครงการคนละครึ่งจะกลับมาภายใน 1 เดือน หลังจากได้เข้าทำงานเป็นรัฐบาล พร้อมระบุว่ารัฐบาลไม่ได้มีเวลายาวนานนัก จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

    นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังระบุถึงกลุ่มคนที่เสียภาษีจะได้รับสิทธิคนละครึ่ง 2568 มากกว่าคนทั่วไป คือ รัฐบาลช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน ส่วนคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษียังจะได้รับสิทธิคนละครึ่งเช่นเดิมคือ 50:50 โดยประชาชนจะได้รับสิทธินี้ไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

    อ่านเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/943272/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DZeNKhwNKt1M051Q7DakU

  • ชุมนุมประท้วงใหญ่ “ฟิลิปปินส์” ต้นตอทุจริต ปะทะเดือดเจ้าหน้าที่

    ชุมนุมประท้วงใหญ่ “ฟิลิปปินส์” ต้นตอทุจริต ปะทะเดือดเจ้าหน้าที่

    ชาวฟิลิปปินส์ประท้วงต้านทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งทำให้เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ได้รับความเสียหายมากถึง 1.18 แสนล้านเปโซ โดยผู้ชุมนุมกระจายตัวหลายจุด บางส่วนปะทะกับเจ้าหน้าที่

    วันนี้ (21 ก.ย.2568) ประชาชนในฟิลิปปินส์รวมตัวประท้วงตามท้องถนนในกรุงมะนิลา แสดงความไม่พอใจการทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายเมืองทั่วประเทศ

    กลุ่มผู้ชุมนุมจุดไฟเผายางรถบรรทุกที่ถูกนำมาจอดกีดขวางเส้นทาง ซึ่งมุ่งหน้าสู่ทำเนียบประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ โดยผู้ชุมนุมบางส่วนวิ่งกรูเข้าปะทะกับเจ้าหน้าที่ระหว่างการประท้วง ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนขว้างปาสิ่งของเข้าใส่เจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง จนเจ้าหน้าที่ต้องล่าถอย

    บางจุดเกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ประท้วง จนเป็นเหตุให้มีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น และเจ้าหน้าที่จับกุมตัวผู้ประท้วงไปอย่างน้อย 17 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชน

    ผู้ประท้วงจุดไฟเผายางรถบรรทุกที่ถูกนำมาจอดขวางเส้นทาง บางส่วนขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่และเกิดการปะทะกัน

    ผู้ประท้วงจุดไฟเผายางรถบรรทุกที่ถูกนำมาจอดขวางเส้นทาง บางส่วนขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่และเกิดการปะทะกัน

    ผู้ประท้วงจุดไฟเผายางรถบรรทุกที่ถูกนำมาจอดขวางเส้นทาง บางส่วนขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่และเกิดการปะทะกัน

    การประท้วงเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา มีมวลชนกระจายตัวกันหลายจุด บางส่วนพยายามรื้อทำลายแผงกั้นที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งการชุมนุมในวันนี้ (21 ก.ย.) เริ่มต้นขึ้นอย่างสันติเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนประมาณ 50,000 คนรวมตัวกันที่สวนสาธารณะในกรุงมะนิลา เพื่อร่วมแสดงพลังต่อต้านการทุจริต

    ผู้จัดการประท้วง ระบุว่า ผู้ประท้วงจะมุ่งเน้นไปที่การประณามเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ สมาชิกสภา และเจ้าของบริษัทก่อสร้าง รวมถึงระบบที่เอื้อให้เกิดการทุจริตในวงกว้าง แต่จะไม่เรียกร้องให้ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ลาออกจากตำแหน่ง

    ประชาชนในฟิลิปปินส์เข้าร่วมการชุมนุมประท้วงในกรุงมะนิลา เพื่อต่อต้านการทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2568

    ประชาชนในฟิลิปปินส์เข้าร่วมการชุมนุมประท้วงในกรุงมะนิลา เพื่อต่อต้านการทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2568

    ประชาชนในฟิลิปปินส์เข้าร่วมการชุมนุมประท้วงในกรุงมะนิลา เพื่อต่อต้านการทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2568

    ขณะที่การชุมนุมประท้วงในวันนี้จัดขึ้นตรงกับวันครบรอบ 53 ปี การประกาศกฎอัยการศึกของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส พ่อของผู้นำคนปัจจุบัน ซึ่งทำให้ฟิลิปปินส์ตกอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการนาน 2 ทศวรรษ

    การประท้วงครั้งใหญ่นี้มีต้นตอมาจากปัญหาการทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งกระทรวงการคลังฟิลิปปินส์ประเมินว่า ระหว่างปี 2566-2568 เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ได้รับความเสียหายจากการทุจริตโครงการนี้มากถึง 118,500 ล้านเปโซ

    ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเปิดอบสวนการทุจริตของรัฐ ส่งผลให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ยื่นหนังสือลาออกเพื่อเปิดทางให้การสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใส

    อ่าข่าว

    “บองบอง” สั่งสอบ 15 บริษัททุจริตป้องน้ำท่วม งบหายแสนล้านเปโซ

    นักวิชาการมาเลเซียเตือนรัฐบาลระวัง “กัมพูชา” เล่นบทเหยื่อ

    เช็กอินล่ม! มือมืดแฮกระบบสนามบินยุโรป ทำเที่ยวบินดีเลย์-ยกเลิกเพียบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/356772&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2C31qIgxpSlCKEsvObHbbF

  • เตือนภัยโจรออนไลน์เปิดบัญชี TikTok ปลอมอ้าง ‘ธ.กรุงไทย’ ระวังสูญเงิน

    เตือนภัยโจรออนไลน์เปิดบัญชี TikTok ปลอมอ้าง ‘ธ.กรุงไทย’ ระวังสูญเงิน

    กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กรุงไทย ปล่อยสินเชื่อ ผ่าน TikTok ชื่อ fha_arjima” รองลงมาคือเรื่อง “เจ้าหน้าที่จากธนาคารกรุงไทย ติดต่อหาประชาชน ผ่านเบอร์โทรศัพท์” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ – แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์

    21 ก.ค. 2568 – นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 12 – 18 กันยายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,005,202 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 795 ข้อความ

    สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 763 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 31 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 210 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 91 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่

    อันดับที่ 1 : เรื่อง กรุงไทย ปล่อยสินเชื่อ ผ่าน TikTok ชื่อ fha_arjima

    อันดับที่ 2 : เรื่อง เจ้าหน้าที่จากธนาคารกรุงไทย ติดต่อหาประชาชน ผ่านเบอร์โทรศัพท์

    อันดับที่ 3 : เรื่อง ติดต่อทำธุรกรรมการเงิน กับเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย ได้ทางไลน์ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อ

    อันดับที่ 4 : เรื่อง กฟภ. เปิดบัญชีไลน์ PEA E-Service โดยใช้ไลน์ไอดี pea1794

    อันดับที่ 5 : เรื่อง OR เปิดโอกาสร่วมลงทุนหุ้นโออาร์ อเมซอน เริ่มต้นเพียง 1,260 บาทต่อหน่วย

    อันดับที่ 6 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊ก วีนัส ทำใบขับขี่ได้ทุกชนิด ไม่ต้องอบรม ไม่ต้องสอบ

    อันดับที่ 7 : เรื่อง ธนาคารออมสิน เปิดให้ขอสินเชื่อ ผ่านเพจ สินเชื่อ ออมสิน

    อันดับที่ 8 : เรื่อง เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย ใช้เบอร์ส่วนตัวโทรสอบถามข้อมูลลูกค้า

    อันดับที่ 9 : เรื่อง ปปง. เปิดให้ลงทะเบียนขอคืนทรัพย์จากมิจฉาชีพ ผ่านเพจ Impact Assistance Office

    อันดับที่ 10 : เรื่อง ออมสินปล่อยสินเชื่อ ผ่าน TikTok ชื่อ user9720241871800

    “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับโครงการสินเชื่อธนาคารรัฐ และการให้บริการของหน่วยงานรัฐ รวมถึงการชักชวนลงทุนหุ้นในหน่วยงานและองค์กรที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว

    สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “กรุงไทย ปล่อยสินเชื่อ ผ่าน TikTok ชื่อ fha_arjima” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ และขอชี้แจงว่า TikTok ชื่อ fha_arjima เป็นมิจฉาชีพ ซึ่งได้เปิดบัญชีปลอมอ้างปล่อยสินเชื่อจากธนาคารกรุงไทย สำหรับบัญชีดังกล่าวยังแอบอ้างนำโลโก้ของธนาคารกรุงไทยไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และเผยแพร่ข้อมูลเท็จ เพราะธนาคารไม่มีนโยบายปล่อยกู้สินเชื่อผ่านบัญชี TikTok หรือสื่อโซเชียลใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ และหากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ โทร 0-2111-1111

    นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้

    อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/criminality-news/865386/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HTLkmM2EMcPFuG1YGZkdW

  • ‘อนุทิน’ เตรียมนำทีมเศรษฐกิจพบสมาคมธนาคารไทยจันทร์นี้ ถกปัญหาสินเชื่อ-เงินบาทแข็ง

    ‘อนุทิน’ เตรียมนำทีมเศรษฐกิจพบสมาคมธนาคารไทยจันทร์นี้ ถกปัญหาสินเชื่อ-เงินบาทแข็ง

    ‘อนุทิน’ เตรียมนำทีมเศรษฐกิจพบสมาคมธนาคารไทยจันทร์นี้ ถกปัญหาสินเชื่อ-เงินบาทแข็ง

    รายงานข่าวจากสำนักข่าวฐานเศรษฐกิจเปิดเผยว่า วันที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยทีมเศรษฐกิจ ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, และทีมงาน จะเข้ารับฟังการหารือกับ นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และสมาชิกสมาคมธนาคารไทย ที่สมาคมธนาคารไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

    การประชุมนี้มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการหาทางออกให้กับปัญหาต่างๆ ในภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเรื่องของการเข้าถึงสินเชื่อและปัญหาภาระหนี้สินของกลุ่ม SMEs ซึ่งมีความเสี่ยงสูงและได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไป ซึ่งไม่ได้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศ

    การประชุมนี้มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการหาทางออกให้กับปัญหาต่างๆ ในภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเรื่องของการเข้าถึงสินเชื่อและปัญหาภาระหนี้สินของกลุ่ม SMEs ซึ่งมีความเสี่ยงสูงและได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไป ซึ่งไม่ได้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/730745&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bAcBd56hVLgL49CzAVdG5

  • “อนุทิน” นัดประชุม ส.ธนาคารไทย ถกฝ่าวิกฤตพลิกอนาคตเศรษฐกิจไทย พรุ่งนี้

    “อนุทิน” นัดประชุม ส.ธนาคารไทย ถกฝ่าวิกฤตพลิกอนาคตเศรษฐกิจไทย พรุ่งนี้

    “อนุทิน” นัดประชุม ส.ธนาคารไทย ถกฝ่าวิกฤตพลิกอนาคตเศรษฐกิจไทย พรุ่งนี้

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    สมาคมธนาคารไทย แจ้งว่า วันพรุ่งนี้ (22 ก.ย.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และทีมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ จะประชุมหารือร่วมกับ นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กรรมการ และที่ปรึกษาสมาคม ที่ห้องประชุมสมาคมธนาคารไทย โดยกำหนดหัวข้อหารือ ฝ่าวิกฤต พลิกอนาคตเศรษฐกิจไทย ด้วยพลวัตใหม่ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ด้าน 1.มุมมองความท้าทายทางเศรษฐกิจของประเทศ 2.แนวทางที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน และ 3.ประเด็นหารือและข้อเสนอเพื่อสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรี

    สำหรับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่ร่วมหารือครั้งนี้ ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9680000090412&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Vk67cRgV9d9QzXHcqRzpf

  • ต่างชาติประณาม”กัมพูชาเป็นอาณาจักรที่มืดมนและกระหายเลือดที่สุด”ฮุน เซนใช้แกมเมอร์ทำเศรษฐกิจให้มั่งคั่ง

    ต่างชาติประณาม”กัมพูชาเป็นอาณาจักรที่มืดมนและกระหายเลือดที่สุด”ฮุน เซนใช้แกมเมอร์ทำเศรษฐกิจให้มั่งคั่ง

    สำนักข่าว Vigor Media 《銳傳媒》ในไต้หวันเผยแพร่บทความคอลัมน์ชื่อ “อาณาจักรแห่งการฉ้อโกงออนไลน์ของกัมพูชา” ระบุว่า คนส่วนใหญ่คิดว่า นิคมอุตสาหกรรมเคเค (KK Industrial Park) ทางตอนเหนือของเมียนมาเป็นฐานการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม (สแกมเมอร์) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น เพราะความจริงก็คือ กัมพูชาคือศูนย์กลางสแกมเมอร์ที่ใหญ่ที่สุด

    “กัมพูชาเป็นอาณาจักรที่มืดมนและกระหายเลือดที่สุด มีประชาชนกว่า 200,000 คนถูกล่อลวงเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ในฐานะทาสโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ โดยมีเงินไต้หวันไหลเข้ามากกว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทุกสัปดาห์ สหรัฐอเมริกายิ่งเลวร้ายกว่านั้นด้วยการสูญเสียเงินมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ผู้เกษียณอายุต้องทนทุกข์ทรมานจากความสูญเสียเหล่านี้มากที่สุด รองจากการค้ายาเสพติด ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว สิ่งนี้บีบให้สหรัฐอเมริกาต้องเข้าแทรกแซงกัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบอบการปกครองของฮุน เซน”

    บทความนี้อ้างสถิติว่ามีฐานปฏิบัติการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมมากกว่า 20 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในกัมพูชา กัมพูชามีสถานะทางการเงินที่ไม่โดดเด่นและไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก” 

    ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลกัมพูชายังคอบคุ้มหัวให้บกับสแกมเมอร์เหล่านี้ เพราะในขณะกลุ่มฉ้อโกงในภาคเหนือของเมียนมากำลังแพร่ระบาด ทางการจีนจึงได้เข้าแทรกแซงจับกุม บุกจับผู้ดำเนินการศูนย์ฉ้อโกง และช่วยเหลือตัวประกันที่ถูกใช้งานเยี่ยงทาสในศูนย์สแกมเมอร์ในเมียนมา แต่กัมพูชาสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์แบบที่เกิดขึ้นในเมียนมาได้ เพราะมี “การคุ้มครองจากทางการและการเชื่อมโยงของรัฐบาลกับกลุ่มอาชญากร”

    “เมื่อเร็ว ๆ นี้ สหประชาชาติได้ดำเนินการปฏิบัติการ “ล้างทะเล” หลายระลอกในกัมพูชา กองกำลังสหประชาชาติได้เข้าตรวจค้นเครือข่ายค้าทาสและช่วยเหลือประชาชนกว่า 30,000 คน รัฐบาลกัมพูชาให้ความร่วมมือภายนอก แต่ในความเป็นจริงกลับลังเล มีคนเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่ากัมพูชาสามารถปล่อยให้มีการฉ้อโกงที่แพร่หลายเช่นนี้ได้ เพราะนายกรัฐมนตรี ฮุน เซนเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินเบื้องหลังเครือข่ายฉ้อโกงเหล่านี้ กัมพูชาขาดแรงกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และต้องพึ่งพาผลกำไรจากการฉ้อโกงเพื่อสร้างความเฟื่องฟูให้กับผู้บริโภคเท่านั้น”

    บทความนี้ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างการเกื้อหนุนอุตสาหกรรมสแกมเมอร์กับเศรษฐกิจของกัมพูชาว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมา การเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชาพุ่งสูงขึ้นจากกว่า 2 หมื่นล้าน เป็นกว่า 4 หมื่นล้าน โดยกว่า 50% ของรายได้มาจากการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม “ประเทศเล็กๆ แห่งนี้ ยกเว้นประชากรภาคเกษตรกรรม การคัดไม้ทำลายป่าที่เกือบหมดสิ้น และปัจจุบันรายได้เพียงส่วนน้อยมาจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ” แต่ใครจะทราบว่ารายได้ที่ใหญ่กว่านั้นมาจากเครือข่ายสแกมเมอร์กับรัฐบาลกัมพูชา

    บทความนี้ยังเตือนว่า “กลุ่มอาชญากรฉ้อโกงทางโทรคมนาคมของกัมพูชาเป็นปฏิบัติการอาชญากรรมแบบบูรณาการที่ทันสมัย ​​ครอบคลุมการค้ามนุษย์ การลักลอบขนสินค้า การฟอกเงิน การฉ้อโกง และการค้ายาเสพติด สหรัฐอเมริกา จีน และไต้หวันเป็นเหยื่อที่เปราะบางที่สุด ดังนั้นคนหนุ่มสาวที่กำลังพิจารณาทำงานในต่างประเทศจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ”

    โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

    Phot – Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/35649&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DAWMyqVH2iP8ahbYQTxGS

  • ฮาวาย ครองแชมป์ ‘เมืองที่มีความสุขที่สุดในอเมริกา’ 2 ปีซ้อน อากาศดี-เศรษฐกิจท่องเที่ยวโตแรง!

    ฮาวาย ครองแชมป์ ‘เมืองที่มีความสุขที่สุดในอเมริกา’ 2 ปีซ้อน อากาศดี-เศรษฐกิจท่องเที่ยวโตแรง!

    แม้ทั่วโลกจะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากจากปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ใช่กับรัฐฮาวาย เพราะเป็นปีที่สองติดต่อกันแล้วที่รัฐฮาวายครองตำแหน่งแชมป์ ‘เมืองที่มีความสุขที่สุดในอเมริกา’ จากการจัดอันดับของ WalletHub ในปี 2025

    สำหรับรายงานของ WalletHub ได้วิเคราะห์ทั้ง 50 รัฐในสหรัฐฯ โดยพิจารณาจาก 30 ตัวชี้วัดสำคัญ และแบ่งออกเป็น 3 มิติหลัก ได้แก่ ความเป็นอยู่ทางอารมณ์และร่างกาย, สภาพแวดล้อมในการทำงาน, และชุมชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งฮาวายสามารถคว้าอันดับหนึ่งมาได้อย่างไร้ข้อกังขาด้วยคะแนนรวมสูงถึง 65.50 คะแนน

    ในเบื้องหลังของการจัดอันดับ ฮาวายได้อันดับ 3 ในด้านความเป็นอยู่ทางอารมณ์และร่างกาย, ตามด้วยอันดับ 16 ในด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน, และอันดับ 13 ในด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง Chip Lupo นักวิเคราะห์จาก WalletHub ให้ความเห็นว่า ไม่แปลกที่ฮาวายจะคว้าอันดับหนึ่ง เพราะเป็นเมืองที่มีอากาศดีตลอดทั้งปี ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ค่อยมีปัญหาภาวะซึมเศร้า เศรษฐกิจก็ได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ทำให้อัตราการว่างงานค่อนข้างต่ำ รายได้เฉลี่ยก็ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ผู้คนมีความกังวลทางการเงินน้อยมาก

    อีกทั้งข้อมูลยังเผยให้เห็นว่า ชาวฮาวายมีระดับความพึงพอใจในชีวิตสูงที่สุดในสหรัฐฯ และมีอัตราภาวะซึมเศร้าต่ำเป็นอันดับ 2 ของประเทศ นอกจากนี้ ผู้ใหญ่กว่า 85% ยังระบุว่า สุขภาพของตนอยู่ในเกณฑ์ดีหรือดีกว่า ซึ่งนับเป็นอันดับที่ 10 ของสหรัฐฯ ยิ่งไปกว่านั้น ฮาวายเป็นรัฐที่มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุดในประเทศ และมีสัดส่วนครัวเรือนที่มีรายได้สูงกว่า 7.5 หมื่นดอลลาร์ต่อปี สูงเป็นอันดับสองของสหรัฐฯ

    แม้จะเป็นรัฐที่ผู้คนมีความสุขที่สุด แต่ฮาวายก็ยังมีความท้าทายอยู่ จากการศึกษาประจำปีของ CNBC ที่จัดอันดับ America’s Top States for Business พบว่า แม้ฮาวายจะได้คะแนนคุณภาพชีวิตสูงถึง 173 จาก 265 คะแนน และได้เกรดรวม B แต่ก็ยังมีปัญหาที่ต้องปรับปรุงในด้านการดูแลเด็กและระบบสาธารณสุข

    นอกจากนี้รายงานของ WalletHub ในปี 2025 ยังรายงานว่า มีรัฐอื่นๆ ที่มีคะแนนความสุขสูงไม่แพ้กัน โดยแมริแลนด์รักษาตำแหน่งรองแชมป์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นเป็นปีที่สองติดต่อกันด้วยคะแนนรวม 64.13 คะแนน และเมื่อพิจารณาในแต่ละมิติ แมริแลนด์ได้อันดับ 3 ในด้านความเป็นอยู่ทางอารมณ์และร่างกาย แต่คะแนนด้านสภาพแวดล้อมการทำงานและชุมชนและสิ่งแวดล้อมกลับลดลงจากปีก่อน

    Chip Lupo อธิบายถึงการลดลงของอันดับในมิติสำคัญนี้ว่า อาจเป็นเพราะแมริแลนด์เป็นรัฐที่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องเดินทางไปทำงานนอกรัฐ และใช้เวลาในการเดินทางนาน ทำให้สภาพแวดล้อมในการทำงานอยู่ในเกณฑ์กลางๆ อย่างไรก็ตาม แมริแลนด์กลับมีสัดส่วนครัวเรือนที่มีรายได้ต่อปีสูงกว่า 7.5 หมื่นดอลลาร์ มากที่สุดในประเทศ โดยค่าครองชีพโดยรวมยังคงใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของสหรัฐฯ

    ในขณะเดียวกัน แคลิฟอร์เนีย ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องสภาพอากาศที่ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาอยู่อาศัย แต่กลับหลุดจากอันดับ 10 รัฐที่มีความสุขที่สุดในปีที่แล้ว แต่ในปีนี้ แคลิฟอร์เนียสามารถไต่กลับมาติดอันดับ 7 ได้สำเร็จ โดยได้อันดับ 4 ในด้านความเป็นอยู่ทางอารมณ์และร่างกาย และอันดับ 11 ในด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อม แต่กลับได้อันดับต่ำมากในด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน โดยได้เพียงอันดับ 45 เท่านั้น

    Lupo ชี้ว่าในแคลิฟอร์เนียมีกิจกรรมมากมายให้ทำ และผู้คนก็มีความภาคภูมิใจในชุมชนสูง แต่เศรษฐกิจนอกเมืองใหญ่กลับไม่ค่อยแข็งแรงนัก เพราะผู้คนมีรายได้น้อย ต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงเช่นเดียวกับในเมืองใหญ่ และยังมีความกังวลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งเขามองว่าหากคะแนนด้านนี้ดีขึ้น แคลิฟอร์เนียอาจติดอันดับ Top 5 ได้อย่างไม่ยาก

    สรุป 10 เมืองที่มีความสุขที่สุดในอเมริกา ประจำปี 2025

    1. ฮาวาย
    2. แมริแลนด์
    3. เนบราสกา
    4. นิวเจอร์ซีย์
    5. คอนเน็กติกัต
    6. ยูทาห์
    7. แคลิฟอร์เนีย
    8. นิวแฮมป์เชียร์
    9. แมสซาชูเซตส์
    10. ไอดาโฮ

    ในการจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายองค์ประกอบ ทั้งสุขภาพกายและใจ สภาพแวดล้อมในการทำงาน และชุมชนที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นสิ่งที่แต่ละรัฐต้องให้ความสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในภาพรวม

    ภาพ: Yi-Chen Chiang/Shutterstock

    อ้างอิง:

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/hawaii-happiest-city-america-2025/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3G-L5yPKAHJFvr9qxL2gif

  • ประธานสภานายจ้างฯ แนะ รัฐบาลหาตลาดใหม่ทดแทนกัมพูชาช่วงยังปิดด่าน หนุน “คนละครึ่ง” ทำเศรษฐกิจหมุนเวียนระยะสั้นได้ดี

    ประธานสภานายจ้างฯ แนะ รัฐบาลหาตลาดใหม่ทดแทนกัมพูชาช่วงยังปิดด่าน หนุน “คนละครึ่ง” ทำเศรษฐกิจหมุนเวียนระยะสั้นได้ดี

    นายเอกสิทธ์ คุณานันทกุล ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย กล่าวถึงมาตรการคนละครึ่งที่รัฐบาลชุดใหม่เตรียมรื้อฟื้นกลับมาใช้อีกครั้งส่งผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศระยะสั้น ว่า โครงการคนละครึ่งเราเคยใช้มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งได้ผลการตอบรับที่ดี ส่วนตัวก็เห็นด้วยในมาตรการระยะสั้น โดยเฉพาะรัฐบาลที่อยู่สั้น จำเป็นจะต้องเร่งทำนโยบายที่เห็นผลเร็ว มีผลต่อประชาชนได้ทันที ซึ่งคนละครึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้หมุนเวียนมีสภาพคล่องให้ประชาชนและเชื่อว่าจะมีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศในเบื้องต้น

    ส่วนปัญหาเศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบหลังจากการปิดด่านไม่สามารถค้าขายและส่งออกสินค้าได้นั้น นายเอกสิทธิ์ เสนอว่า เรื่องการเปิดด่านยังถือเป็นเรื่องเซนซิทีฟเพราะยังมีสถานการณ์กระทบกระทั่งกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งต้องรอความชัดเจนเกี่ยวกับความมั่นคงให้จบก่อน จึงจะสามารถพิจารณาเปิดด่านอีกครั้ง โดยในช่วงนี้รัฐบาลจึงจำเป็นต้องส่งเสริมมองหาตลาดอื่นมาทดแทนกัมพูชา

    ทั้งนี้ รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาฝีมือแรงงานด้านทักษะดิจิทัลด้วย ควรจะสนับสนุนให้มีจัดฝึกอบรมบุคลากร ของหน่วยงานต่างๆ เพื่อรองรับอนาคตในการแข่งขันด้านดิจิทัล ซึ่งครอบคลุมเกี่ยวข้องทุกด้านทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลควรจะเข้ามาส่งเสริมสนับสนุนมาตรการด้านภาษีเป็นพิเศษให้กับภาคเอกชนที่จัดฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/243476&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XAj8hUvOI-hxCbZD6IYae

  • ‘ทูตจีน’ เชิญ ‘ร.อ.ธรรมนัส’ ถก ‘ฟื้นฟูเศรษฐกิจ-ปราบแก๊งคอลฯ’ | เดลินิวส์

    ‘ทูตจีน’ เชิญ ‘ร.อ.ธรรมนัส’ ถก ‘ฟื้นฟูเศรษฐกิจ-ปราบแก๊งคอลฯ’ | เดลินิวส์

    ‘ทูตจีน’ เชิญ ‘ร.อ.ธรรมนัส’ ถก ‘ฟื้นฟูเศรษฐกิจ-ปราบแก๊งคอลฯ’

    เอกอัครราชทูตจีน เชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ-รมว.เกษตรฯ หารือ 26 ก.ย.นี้ เน้นวาระ การค้าการลงทุน และ ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมเชิญเยือนจีนปลาย ต.ค.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5132700/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37txyXZClYPjLxpI2LWgcS

  • จีน-มาเลเซียจับมือขยายเครือข่ายขนส่งสินค้าทางอากาศทั่วอาเซียน : อินโฟเควสท์

    จีน-มาเลเซียจับมือขยายเครือข่ายขนส่งสินค้าทางอากาศทั่วอาเซียน : อินโฟเควสท์

    ความพยายามในการเชื่อมโยงจีนกับประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ได้รับการส่งเสริมผ่านความร่วมมือด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศเชิงกลยุทธ์ระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) และท่าอากาศยานนานาชาติเจิ้งโจวซินเจิ้ง (CGO)

    ผู้เข้าร่วมงาน Zhengzhou-Kuala Lumpur “Air Silk Road” Forum for International Cooperation กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (18 ก.ย.) ว่า ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อขยายการเชื่อมต่อด้านการขนส่งสินค้าทั่วเอเชีย โดยวางตำแหน่ง KLIA และ CGO เป็นศูนย์กลางภูมิภาคชั้นนำ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ภายใต้โครงการ Belt and Road Initiative ในส่วนของ ‘Air Silk Road’

    ในการกล่าวปาฐกถานั้น แอนโทนี โลค ซิว ฟุก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของมาเลเซียระบุว่า การเชื่อมโยงเจิ้งโจวหนึ่งในศูนย์โลจิสติกส์ที่เติบโตเร็วที่สุดในภาคกลางของจีน กับ KLIA ซึ่งเป็นประตูสู่อาเซียนจะช่วยสร้างโอกาสในภาคส่วนมูลค่าสูง เช่น อีคอมเมิร์ซ อิเล็กทรอนิกส์ เภสัชภัณฑ์ และสินค้าเกษตรสด

    KLIA จะเสริมความแข็งแกร่งผ่านโครงการนี้ในฐานะศูนย์กลางขนส่งสินค้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ดิจิทัล และการปรับปรุงด้านศุลกากรให้ราบรื่น จะช่วยให้เข้าถึงตลาดสำคัญได้รวดเร็วขึ้น

    เจิ้ง ซือฟาง หัวหน้าสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำมาเลเซียกล่าวว่า มณฑลเหอหนานและมาเลเซียได้บรรลุข้อตกลงในการเปิดและเพิ่มความถี่เที่ยวบินขนส่งสินค้าระหว่างเจิ้งโจวและมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโครงการนำร่อง “Air Silk Road” ที่เชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    การประชุมครั้งนี้ยังมีการลงนามในข้อตกลงหลายฉบับระหว่างผู้ประกอบการจีนและมาเลเซีย ครอบคลุมด้านการขยายความจุการขนส่งทางอากาศ การส่งออกสินค้าเกษตร โลจิสติกส์ระบบเย็น และการอำนวยความสะดวกด้านการค้า

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/530982&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yLVMwqtwsYlxppz5-U-b2