Category: เศรษฐกิจ

  • ‘4 เดือน’ระทึก ‘ครม.อนุทิน’

    ‘4 เดือน’ระทึก ‘ครม.อนุทิน’

    เศรษฐกิจ

    23 ก.ย. 2025 เวลา 7:00 น.

    การเริ่มต้นทำงานของคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในทุกย่างก้าว การเดินสายพบปะภาคเอกชนมากมาย

        และล่าสุด สมาคมธนาคารไทย สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามสร้างความเชื่อมั่นและรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคส่วนหลักของระบบเศรษฐกิจ แต่คำถามสำคัญ คือ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นเพียงภาพลักษณ์ทางการเมือง หรือจะลงเอยด้วยการสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงในห้วงเวลาที่กระชั้นชิด
        ปฏิเสธไม่ได้ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยเวลานี้เปราะบางยิ่งนัก การขยายตัวต่ำ การขาดดุลเรื้อรัง และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ถูกท้าทาย แถมยังมีเรื่องมิจฉาชีพเบื้องหลัง ปลุกกระแส “เงินเทา” ไหลเข้ามาในระบบเศรษฐกิจไทย เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแรงกดดันที่ ครม.อนุทิน ไม่อาจมองข้าม ขณะที่ความคาดหวังจากภาคเอกชนในทุกด้าน โดยเฉพาะการคลัง การลงทุน และการเงิน คือ การสร้างบรรยากาศเชิงบวก ขจัดอุปสรรคกฎระเบียบ ลดความไม่แน่นอนทางนโยบาย เพื่อสร้างบรรยากาศความเชื่อมั่น

        แน่นอนว่าภาคเอกชน ต่างคาดหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในเชิงปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่ถ้อยแถลงหรือสัญญาเชิงการเมือง หากรัฐบาลจะสามารถสร้างความมั่นใจให้ภาคธุรกิจและประชาชนได้มากแค่ไหน เพราะยามที่เศรษฐกิจชะลอ หากนโยบายไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจ อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนในระบบการเงินการธนาคารอย่างรุนแรง ทว่าความคาดหวังเหล่านี้ ไม่ได้มีแต่ภาคธุรกิจ ประชาชนทั่วไปต่างต้องการเห็นรัฐบาลชุดนี้เป็น “ผู้แก้ปัญหา” ไม่ใช่ “ตัวสร้างปัญหา” ประชาชนไม่ได้คาดหวังถึงการพลิกฟื้นมหาศาลในเวลาเพียงไม่กี่เดือน แต่หวังเพียงความชัดเจน โปร่งใส และการตัดสินใจที่ไม่ทำให้ชีวิตยากลำบากยิ่งกว่าเดิม การฟังเสียงทุกภาคส่วน คือ สิ่งที่ดี แต่ต้องไม่ปล่อยให้เป็นเพียงพิธีกรรมทางการเมืองที่สร้างภาพ แต่ไร้ผลจริง

        ครม.อนุทิน จึงควร “รักษาสมดุล” ระหว่างการเมืองและเศรษฐกิจให้ดี ตัดสินใจบนฐานข้อมูลที่ถูกต้อง และไม่ผลักภาระซ้ำไปยังประชาชนผู้แบกรับวิกฤติอยู่แล้ว ความผิดพลาดหรือความลังเลเพียงเล็กน้อยในช่วงเวลาสั้น อาจสร้างผล กระทบยืดเยื้อที่กว่าจะแก้ไขได้ ต้องใช้เวลานานเกินกว่าสี่เดือนหลายเท่า ท้ายที่สุด ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ทำหน้าที่อย่างสมศักดิ์ศรีหรือไม่ แม้เวลาเพียงสี่เดือนอาจไม่เพียงพอสร้างการเปลี่ยนแปลงใหญ่โต แต่ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ความจริงใจ ความรับผิดชอบ และความสามารถบริหารจัดการภาวะวิกฤติ หากครม.อนุทินทำได้ตามนี้ ก็นับเป็นก้าวสำคัญที่จะไม่ทิ้งร่องรอยแห่งความผิดพลาดเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจไทยที่บอบช้ำอยู่แล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/blogs/business/economic/1199889&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ot8G8f2up9k_nDgFmW99o

  • GBS แนะจับตาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมคัด 5 หุ้นเด่น รับอานิสงส์ กนง. ลดดอกเบี้ย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    GBS แนะจับตาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมคัด 5 หุ้นเด่น รับอานิสงส์ กนง. ลดดอกเบี้ย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้ Rebound ระยะสั้น หลังสิ้นสุด FTSE Rebalance  จับตาปลดล็อคการเมืองกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ ให้กรอบดัชนี 1,270-1,320 จุด พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนในหุ้น รับอานิสงส์ กนง. ลดดอกเบี้ย

    นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในสัปดาห์นี้ มีโอกาส Rebound ระยะสั้น หลังสิ้นสุดช่วง FTSE Rebalance พร้อมแนะ นักลงทุนติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มองกรอบดัชนีในสัปดาห์นี้ที่ 1,270-1,320 จุด

    ขณะที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ระดับ 46.9 ปรับตัวลดลงจาก 47.2 ในไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากผลประกอบการ, ปริมาณ, การผลิต, คำสั่งซื้อ, การจ้างงาน และการลงทุนที่ปรับตัวลดลง แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของต้นทุนประกอบการกลับเริ่มปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ทางด้านกระทรวงการคลัง มีการรายงานว่า แนวโน้มการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2568 ที่จะสิ้นสุดในปลายเดือน ก.ย.นี้ จะทำได้ต่ำกว่าเป้าหมาย แต่ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องกู้เสริมสภาพคล่อง หรือกู้รายจ่ายสูงกว่ารายได้มาชดเชย

    นอกจากนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้ อาทิ วันที่ 23 ก.ย.  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, สัปดาห์ที่ 5 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, วันที่ 30 ก.ย. ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย และ วันที่ 8 ต.ค. กำหนดประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งที่ 5/2568

    ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังต้องเฝ้าติดตาม อาทิ วันที่ 22 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือน ส.ค., วันที่ 23 ก.ย. อียู รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือน ก.ย., สหรัฐฯ รายงานดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2/2568 และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการขั้นต้นเดือน ก.ย., วันที่ 24 ก.ย. ญี่ปุ่น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการขั้นต้นเดือน ก.ย., สหรัฐฯ รายงานยอดขายบ้านใหม่เดือน ส.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์, วันที่ 25 ก.ย. สหรัฐฯ รายงาน GDP ไตรมาส 2/2568

    “ทั้งนี้สำรวจของสมาคมนักลงทุนรายย่อยอเมริกา(AAII) ในต่างประเทศพบว่า นักลงทุน ไม่มีความเชื่อมั่นต่อทิศทางของตลาดหุ้นในระยะ 6 เดือนข้างหน้า มีจำนวน 42.4% ลดลงจากระดับ 49.5%   ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 31%”

    นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดดอกเบี้ย ได้แก่ SAWAD, TIDLOR, THANI, NCAP และ SAK

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/23/580319/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ILvm309A5u949HESPPG93

  • “อนุทิน” หารือ สมาคมธนาคารไทย เร่งแก้หนี้ เพิ่มสภาพคล่อง SMEs ฟื้นการเป็นผู้นำเศรษฐกิจภูมิภาค

    “อนุทิน” หารือ สมาคมธนาคารไทย เร่งแก้หนี้ เพิ่มสภาพคล่อง SMEs ฟื้นการเป็นผู้นำเศรษฐกิจภูมิภาค

    “อนุทิน” หารือ สมาคมธนาคารไทย เร่งแก้หนี้ เพิ่มสภาพคล่อง SMEs ฟื้นการเป็นผู้นำเศรษฐกิจภูมิภาค


    23/09/2568 | 107 |

    (22 ก.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เข้าพบสมาคมธนาคารไทยเพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ภายใต้หัวข้อ “ฝ่าวิกฤต พลิกอนาคตเศรษฐกิจไทย ด้วยพลวัตใหม่” โดยมีรัฐมนตรีร่วมคณะ ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

    นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาหนี้สิน ทั้งหนี้ครัวเรือน หนี้ SMEs และหนี้ประชาชนทั่วไป พร้อมขอความร่วมมือจากสมาคมธนาคารไทยในการผ่อนปรน เพิ่มสภาพคล่อง และสนับสนุนผู้ประกอบการที่ยังมีศักยภาพให้เดินหน้าต่อได้ โดยย้ำว่าไทยต้องกลับมาเป็นผู้นำในระบบการธนาคารอาเซียน และสามารถแข่งขันในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยว การแพทย์และการแพทย์เพื่อสุขภาพ เกษตรกรรมและการแปรรูป ตลอดจนการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์และไฮเทค เพื่อสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันว่าจะเร่งผลักดันข้อเสนอจากการหารือสู่การปฏิบัติทันที

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ย้ำว่าการฟื้นเศรษฐกิจไทยต้องทำอย่างรวดเร็วและยั่งยืนไปพร้อมกัน โดยเน้น 3 เรื่องหลัก ได้แก่ แก้หนี้ครัวเรือนที่สะสมมานาน เพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการ และเตรียมความพร้อมเพื่อการแข่งขันในโลกยุคใหม่ พร้อมยกแนวคิด “Quick Big Win” ที่รัฐบาลต้องการผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดในระยะสั้น แต่ต่อยอดไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    ด้านนายผยง ศรีวานิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจต้อง “Connect the Dots” หรือเชื่อมโยงทุกกลไกทางการเงิน ทั้งระบบธนาคาร ตลาดทุน และตลาดอัตราแลกเปลี่ยน โดยยืนยันพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลเต็มที่ เพื่อบรรลุเป้าหมายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนให้เร็วที่สุด

    ทั้งนี้ รัฐบาลยังเตรียมพิจารณาปรับรายละเอียดนโยบายเศรษฐกิจที่จะนำเสนอต่อรัฐสภา โดยเปิดรับข้อเสนอจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า และประชาชน เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/425691&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mPeNnVkCuLZXmqnojl4iU

  • นายกฯ เผย โครงร่างนโยบายรัฐบาลเสร็จแล้ว ครอบคลุมทั้ง “ความมั่นคง – เศรษฐกิจ – สังคม”

    นายกฯ เผย โครงร่างนโยบายรัฐบาลเสร็จแล้ว ครอบคลุมทั้ง “ความมั่นคง – เศรษฐกิจ – สังคม”


    นายกฯ เผย โครงร่างนโยบายรัฐบาลเสร็จแล้ว เหลือแค่ปรับเนื้อหา บอก ครอบคลุมทุกเรื่องทั้ง “ความมั่นคง – เศรษฐกิจ – สังคม”  โยนเป็นความเห็นส่วนตัว หลัง “พลพีร์” ไล่ “วันนอร์” พ้นเก้าอี้ประสภาฯ

    ที่สมาคมธนาคารไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างนโยบายรัฐบาล ที่จะแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา ว่า ขณะนี้วางเค้าโครง รวมถึงเนื้อหาเสร็จหมดทุกเรื่องแล้ว แต่วันนี้ได้มาพบกับสมาคมธนาคารไทย หรือแม้แต่สัปดาห์ที่แล้วที่ได้พบกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงการพบปะประชาชน ทำให้อาจต้องปรับเนื้อหานิดหน่อย เพื่อให้ตรงความต้องการ และความห่วงใยจากทุกภาคส่วนมากที่สุด ส่วนนโยบายเศรษฐกิจจะคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ในร่างนโยบายนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีคำว่ากี่เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นนโยบายที่ประกอบในหลายมิติ ทั้งความมั่นคง สังคม เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชน และแผนการทำงานของรัฐบาล

    ส่วนกรณีที่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย เรียกร้องให้ ประมุขของสภาที่มาจากพรรคประชาชาติ และพรรคเพื่อไทยลาออก หลังจากที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน กรณีดังกล่าวเป็นท่าทีของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องเลย ยืนยันว่าไม่ใช่ท่าทีของพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน เมื่อถามว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ควรจะลาออกจากตำแหน่งเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อีก 4 เดือนก็ยุบสภาแล้ว
       
    เมื่อถามย้ำ ว่าท่าทีของสส.พรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่จุดยืนของพรรคอย่างแน่นอนใช่หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่ใช่ท่าทีของพรรคเป็นความคิดส่วนตัวของ สส.แต่ละท่านที่มีอิสระ ที่สามารถแสดงความคิดเห็น ส่วนขั้นตอนเป็นอย่างไรก็ตามนั้น“ เมื่อถามย้ำว่า ท่าทีของนายกฯมองเรื่องนี้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า 4 เดือนก็ยุบสภาแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/35679&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2e9P1sVVkysBiHCWZZh4Jf

  • หุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 1.28 จุด รับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ | เดลินิวส์

    หุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 1.28 จุด รับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ | เดลินิวส์

    เปิดตลาดหุ้นไทยภาคเช้าของวันที่ 22 ก.ย. 68 ดัชนีเปิดที่ 1,294.00 จุด เพิ่มขึ้น 1.28 จุด มูลค่าซื้อขาย 1,656.85 ล้านบาท โดย บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์ นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิสูงพร้อมกับค่าเงินบาทที่มีช่วงอ่อนค่า เป็นสัญญาณกดดันจิตวิทยาต่อตลาด อย่างไรก็ตาม ตลาดติดตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะทยอยมีรายละเอียดออกมา ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุน โดย ครม. จะเข้าถวายสัตย์วันที่ 24 ก.ย. นี้ และคาดว่าจะมีการแถลงต่อสภา วันถัดไป ทางเทคนิค ยังคงให้ดูที่แนวต้าน 1,300/1,303 จุด ยืนเหนือได้กลับเป็นขึ้น หากยืนไม่ได้คาดยังพักตัวต่อมีแนวรับอยู่ที่ 1,287/1,280 จุด ที่จะทําให้มีช่วงดีดกลับได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5133802/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ctghOJ2BurTG5IFgNQeUd

  • นายกฯ มั่นใจทีมเศรษฐกิจผลักดันศักยภาพไทยทุกด้าน

    นายกฯ มั่นใจทีมเศรษฐกิจผลักดันศักยภาพไทยทุกด้าน

    (22ก.ย.68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือกับสมาคมธนาคารไทยว่า วันนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นการหารือในหลายประเด็น ที่รัฐบาลมีความห่วงใยและมาข้อรับการสนับสนุนจากสมาคมธนาคารไทย โดยเรื่องหลักเป็นเรื่องปัญหาหนี้สินของประชาชน หนี้สินเอสเอ็มอี หนี้ครัวเรือน โดยอยากขอความร่วมมือสมาคมธนาคารไทยในการผ่อนปรน หรือเร่งให้มีสภาพคล่องเข้าไปในตลาดสำหรับลูกค้าที่ยังมีศักยภาพที่สามารถผลิตสินค้าของตนเองให้เข้าไปในตลาดได้ รวมถึงมารับฟังความเห็นของสมาคมธนาคารไทย ว่ามีความกังวลด้านใด ขณะนี้ต้องสู้และแข่งขันกับภูมิภาคด้วยจะทำอย่างไรที่จะทำให้ระบบการธนาคารของประเทศไทยที่เคยเป็นผู้นำกลับคืนมาอีกครั้งในภูมิภาคอาเซียน และจะทำอย่างไรให้เกิดการแข่งขันกับตลาดโลกที่มีพื้นฐานการประกอบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นในทุกวัน 

    นายอนุทิน ย้ำว่าวันนี้ ได้เข้ามารับฟังแนวทางต่าง ๆ สิ่งใดที่รัฐบาลจะทำให้ได้ ก็จะเร่งดำเนินการ ส่วนตัวไม่กังวลตรงนี้ เนื่องจากทีมรัฐมนตรีของตนเองอยู่ในแวดวงด้านนี้มาก่อน ขณะนี้รับข้อเสนอไปหมดแล้ว ดังนั้นตนเองมีหน้าที่เห็นชอบ และนำไปผลักดันตามที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะได้นำเสนอเรื่องขึ้นมา ส่วนตัวมั่นใจว่าทีมเศรษฐกิจและสมาคมจะนำการหารือในวันนี้ ไปสู่การปฏิบัติให้เร็วที่สุด และจะเร่งเรื่องศักยภาพของประเทศไทย การเพิ่มมูลค่าในภาคท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมากที่สุด ทั้งภาคบริการ การแพทย์ การแพทย์เพื่อสุขภาพ เกษตรกรรม ทั้งผู้ผลิตและแปรรูป รวมถึงราคาพืชผลด้านการเกษตร และยังมีอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฮเทคที่ประเทศไทยมีพื้นที่มากเพียงพอ ที่จะรองรับการขยายตัวอุตสาหกรรมด้านนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพและขยายขนาดทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป

    ข่าวเวิร์คพอยท์23

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/politics/NGzhH5eOb&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bYFpLBnGPTcEdVErepK08

  • ‘อำนาจเจริญ’อ่วม! ฝนตกหนัก‘น้ำท่วม’ถนนสายเศรษฐกิจสูงกว่าครึ่งเมตร

    ‘อำนาจเจริญ’อ่วม! ฝนตกหนัก‘น้ำท่วม’ถนนสายเศรษฐกิจสูงกว่าครึ่งเมตร

    ‘อำนาจเจริญ’อ่วม! ฝนตกหนัก‘น้ำท่วม’ถนนสายเศรษฐกิจสูงกว่าครึ่งเมตร

    วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 08.29 น.

    ‘อำนาจเจริญ’อ่วม! ฝนตกหนัก‘น้ำท่วม’ถนนสายเศรษฐกิจสูงกว่าครึ่งเมตร  

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 21 กันยายน 2568 เกิดพายุฝนตกอย่างหนักในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ส่งผลให้ตัวเมืองอำนาจเจริญ ย่านเศรษฐกิจสำคัญ ถนนสายหลัก 2 สาย รวมถึงถนนสายรอบเมือง มีน้ำท่วม สูงเฉลี่ย 40-50 เซนติเมตร (ซม.) รถเล็กฝ่ากระแสน้ำ ทำให้เครื่องยนต์ดับไปตามๆกัน และกระแสน้ำคลื่นน้ำจากรถวิ่งผ่าน พัดเข้าหาบ้านเรือนที่อยู่ริมถนน ทำให้น้ำไหลท่วมบ้าน เดือดร้อนกันถ้วนหน้า

    สำหรับถนนสายหลักอรุณประเสริฐ ตำบลบุ่ง อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ (อำนาจเจริญ – กรุงเทพมหานคร) จมน้ำหลายจุด ได้แก่ หน้าวัดดอนหวาย ชุมชนดอนแดง หน้าพรรคภูมิใจไทย หน้าโรงพยาบาลอำนาจเจริญ โดยเฉพาะถนนหน้าโรงพยาบาลอำนาจเจริญ น้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี เนื่องจากคลองระบายน้ำมีขนาดเล็ก ทำให้ระบายน้ำไม่ทัน จึงประสบปัญหาน้ำท่วมทุกฤดูฝน

    ส่วนถนนชยางกูร ตำบลบุ่ง  อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ ถือว่า เป็นถนนสายเศรษฐกิจ เพราะมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ 2 แห่งตั้งอยู่ รวมถึง เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ และ สถานีขนส่งผู้โดยสารด้วย จากฝนตกหนักหลายชั่วโมง ส่งผลให้น้ำท่วมถนนตลอดแนว เริ่มจาก ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี แม็คโคร โลตัส และ สถานีขนส่งผู้โดยสารอำนาจเจริญ ระดับน้ำอยู่ที่ 40-50 เซนติเมตร รถเล็กสัญจรลำบาก ออกจากห้างดังไม่ได้ ต้องรอร่วม 1 ชั่วโมง จึงคลี่คลาย จึงออกมาได้ บางคันน้ำท่วมเข้าเครื่องยนต์ทำให้รถดับรถเสียกลางถนนหลายคัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยเหลือเข็ญเข้าที่สูงข้างทางหนีน้ำ เพื่อรอรถยก เข้าอู่ซ่อมต่อไป

    นอกจากนี้ ถนนสายรอบเมืองด้านทิศตะวันออกจรดทิศเหนือและทิศใต้(อำนาจเจริญ – มุกดาหาร – อุบลราชธานี) ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักติดต่อเป็นเวลาหลายชั่วโมงเช่นกัน และเกิดน้ำท่วมเป็นบางช่วง ระดับน้ำอยู่ที่ 20 – 30 เซนติเมตร ทำให้การขับขี่รถที่สัญจรผ่านจุดน้ำท่วมจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

    ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังเร่งระบายน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำ ในทุกจุดที่ถูกน้ำท่วมแล้ว เพื่อคืนผิวจราจรให้อยู่ในสภาพปกติ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/915817&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VbmyeO8Pj2hvhCeEPGe8r

  • 3 สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่นักลงทุนต้องจับตาสัปดาห์นี้

    3 สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่นักลงทุนต้องจับตาสัปดาห์นี้

    สัปดาห์นี้มี สัญญาณเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิดถึง 3 เหตุการณ์สำคัญ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคา Bitcoin และตลาดคริปโตโดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดราคาบิทคอยน์ร่วงลงมาแตะระดับ 112,000 ดอลลาร์ และซื้อขายอยู่ที่ราว 112,488 ดอลลาร์ โดยลดลงกว่า 2.84% ภายใน 24 ชั่วโมง

    ความเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำว่านักลงทุนจำเป็นต้องเฝ้าระวังปัจจัยที่จะมากำหนดทิศทางราคาในอนาคตอันใกล้ พร้อมทั้งเตรียมตัวรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ในบทความนี้มาดูกันว่า 3 เหตุการณ์สำคัญ ที่กำลังจะเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง

    เหตุการณ์ที่ 1: คำปราศรัย Jerome Powell

    การปราศรัยของ Jerome Powell ประธาน Fed ในวันอังคารนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดสำหรับนักลงทุน Bitcoin และตลาดคริปโต แม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ Fed ท่านอื่นออกมาพูดในสัปดาห์นี้ด้วย แต่คำพูดของ Powell ที่มีน้ำหนักจะสามารถส่งผลกระทบต่อตลาดได้มากที่สุด

    การปราศรัยครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ หลังจากที่ Fed มีมติลดอัตราดอกเบี้ย 25 จุด ซึ่งเป็นการลดครั้งแรกในรอบ 9 เดือน อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการลดดอกเบี้ย แต่ Jerome Powell ได้ปฏิเสธแนวคิดเรื่อง “วงจรการลดอัตราดอกเบี้ย” ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนคริปโต

    ในการแถลงข่าวครั้งก่อน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อธิบายว่า การลดอัตราดอกเบี้ยเป็นเพียงมาตรการป้องกัน เพื่อตอบสนองต่อข้อมูลการจ้างงานที่ชะลอตัว

    ดังนั้น นักลงทุนคริปโตต้องเตรียมจับตามองคำกล่าวสุนทรพจน์ในวันอังคารนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่า Jerome Powell จะมีท่าทีเข้มงวด หรือผ่อนคลาย

    เหตุการณ์ที่ 2: ตัวเลขการขอรับสวัสดิการว่างงาน 

    อีกหนึ่งสัญญาณเศรษฐกิจสำคัญจากสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้คือ ตัวเลขการขอรับสวัสดิการว่างงานเบื้องต้น (Initial Jobless Claims) ซึ่งจะมีการประกาศในทุกวันพฤหัสบดี ข้อมูลนี้จะสะท้อนจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการการว่างงานในสัปดาห์ที่ผ่านมา

    ซึ่งในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 13 กันยายน มีผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานอยู่ที่ 231,000 ราย ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 235,000 ราย 

    อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงสังเกตเห็นแนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ซึ่งทำให้ Fed ต้องให้ความสำคัญกับทั้งเรื่องเงินเฟ้อ และสถานการณ์ตลาดแรงงาน

    The last three weeks are a good example of why it’s useful to look at 4-week moving averages when it comes to initial #jobless claims data. This week we had a big drop, but the previous week was a big increase. The trend remains upward though since July. The Fed’s mandate is to… pic.twitter.com/tVBahgrvxO

    — Mark Riepe (@MarkRiepe) September 18, 2025

    ข้อมูลตลาดแรงงานได้กลายเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคที่มีความสำคัญต่อราคา Bitcoin มากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางจำนวนตำแหน่งงานว่างที่ลดลงและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น 

    หากตัวเลขการขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจสะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่แย่ลง ซึ่งจะเพิ่มโอกาสที่ Fed จะลดอัตราดอกเบี้ย และส่งผลให้ความต้องการใน Bitcoin เพิ่มขึ้นในระยะสั้น

    เหตุการณ์ที่ 3: ดัชนีเงินเฟ้อ PCE 

    อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่นักลงทุน Bitcoin และตลาดคริปโตจับตามองในสัปดาห์นี้คือ ดัชนีค่าใช้จ่ายการบริโภคส่วนบุคคล PCE (Personal Consumption Expenditure)ของเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ให้ความสำคัญมากที่สุด โดยจะมีการประกาศในวันศุกร์นี้

    นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE จะสูงขึ้น โดยคาดว่าดัชนี Core PCE (ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน) จะเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าตัวเลขในเดือนกรกฎาคมที่ 2.9%

    หากตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ออกมาสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ จะส่งสัญญาณว่า เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่สูง และแก้ไขได้ยาก ซึ่งจะลดโอกาส ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ สถานการณ์เช่นนี้จะ สร้างแรงกดดันอย่างมาก ให้กับ Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ เนื่องจากนักลงทุนจะหันไปหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าในตลาดที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าแทน

    ที่มา : beincrypto

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2025/09/22/3-us-economic-signals-that-investors-need-to-watch-this-week/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw143CDJ1R26BKUoKfXTp0N-

  • ‘อนุทิน’ ถกสมาคมธนาคารฯ ผ่อนเกณฑ์สินเชื่อ-แก้ปัญหาหนี้สิน

    ‘อนุทิน’ ถกสมาคมธนาคารฯ ผ่อนเกณฑ์สินเชื่อ-แก้ปัญหาหนี้สิน

    ‘อนุทิน’ ถกสมาคมธนาคารฯ ผ่อนเกณฑ์สินเชื่อ-แก้ปัญหาหนี้สิน

    อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย ว่า รัฐบาลได้หารือในประเด็นข้อห่วงใย และได้ขอรับการสนับสนุนจากสมาคมฯ ได้แก่ 

    • ปัญหาหนี้สินประชาชน เอสเอ็มอี และหนี้ครัวเรือน 
    • การผ่อนปรนเกณฑ์ เพื่อเร่งให้มีสภาพคล่องเข้าไปในตลาด สำหรับลูกค้าที่มีศักยภาพ มีความสามารถในการผลิตสินค้าเข้าไปในตลาด

    นอกจากนี้ ยังได้รับฟังความเห็น ความกังวลต่างๆ ของทางสมาคมฯ เราต้องแข่งขันกับภูมิภาคด้วย จะทำอย่างไรให้ระบบการธนาคารของประเทศไทยที่เราเคยเป็นผู้นำกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ในภูมิภาคอาเซียนนี้ ซึ่งสิ่งใดที่รัฐบาลทำให้ได้ เราก็จะเร่งดำเนินการ

    “ผมไม่ได้กังวล เพราะที่เรายืนอยู่ตรงนี้ ทีมของผมมีทั้งประธานบอร์ดแบงก์เก่า กรรมการแบงก์ และผู้จัดการใหญ่แบงก์กรุงไทยมาก่อน เรื่องเหล่านี้ทุกท่านรับไปหมดแล้ว ผมมีหน้าที่เห็นชอบ และผลักดันตามที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเสนอขึ้นมา“นายอนุทิน กล่าว

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

    ทั้งนี้ การหารือวันนี้ จะเร่งนำไปสู่การปฏิบัติโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพประเทศไทย และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ทั้งการท่องเที่ยว บริการ ศูนย์ดูแลสุขภาพ เกษตรกรรม รวมทั้งอุตสาหกรรมไฮเทค และอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นต้น

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เราได้หารือแนวทางการร่วมมือถึงปัญหาเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีปัญหาเยอะ โดยนายกฯ ได้ให้นโยบายฟื้นเศรษฐกิจไทยให้เร็ว และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน  เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน รวมทั้งการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สะสมมายาวนาน 

    ขณะที่สภาพคล่องของเอสเอ็มอี เราจะพยายามแก้ปัญหาให้เข้าถึงสภาพคล่อง และเตรียมพร้อมให้เอสเอ็ทอีแข่งขันได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา นายกฯ ได้นำทีมเศรษฐกิจหารือสภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรม ซึ่งเชื่อมโยงอุตสาหกรรมและแรงงานจำนวนมาก ขณะที่การหารือสมาคมธนาคารไทยนั้น เป็นเหมือนเครื่องจักรหล่อลื่น เพื่อทำให้ Quick Big Win 

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    “ในช่วงเวลาสั้นๆ นายกฯ ได้มอบนโยบายว่า จะทำอะไรก็ได้ให้ Quick Big Win และสร้างความยั่งยืนให้เศรษฐกิจไทย รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้กับประเทศไทย ซึ่งจะต้องทำโดยมีเสถียรภาพ เรียกความเชื่อมั่นใจกับต่างชาติด้วย“นายเอกนิติ กล่าว

    นายผยง ศรีวานิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สมาคมธนาคารไทย ในรอบ 58 ปี ที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาด้วยตัวเอง รวมถึงคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ โดยได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน โดยรัฐบาลฝากโจทย์ใหญ่เรื่องหนี้ครัวเรือน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งแต่ทั้งระบบองคาพยพต้องไปด้วยกัน ขณะที่รัฐบาลมีเวลาเพียง 4 เดือนจะต้องดูลำดับความสำคัญ เพราะนายกรัฐมนตรีต้องการ Quick Big Win ซึ่งทุกคนเข้าใจตรงกัน 

    “วันนี้ภาคธนาคารก็ได้รับทราบนโยบายจากนายกรัฐมนตรี โดยได้มีการปรับรายละเอียดเพื่อให้สามารถร่วมมือกันได้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน สมาคมธนาคารไทย ไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทำอะไรเพิ่มเติม เนื่องจากนายกและทีมเศรษฐกิจมีความเข้าใจในเรื่องการเงินการธนาคารครอบคลุมทุกด้านอยู่แล้ว รวมถึงเรื่องการลงทุน พลังงาน“

    ส่วนเรื่องสภาพคล่องไม่ได้มีปัญหาในตัวเอง เพียงแต่ไม่สามารถไหลไปสู่จุดที่ต้องการได้ ซึ่งไปดูว่าขาดอะไรและต้องเร่งดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ให้รอความชัดเจนในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยนายกรัฐมนตรีเน้นผลลัพธ์เป็นตัวตั้งแล้วทำงานเพื่อไปสู่ผลลัพธ์นั้น 

    สำหรับมาตรการในการเพิ่มสภาพคล่อง เรื่องข้อมูลเป็นจุดสำคัญที่ระบบไม่มี เนื่องจากเมื่อดูโครงสร้าง เอสเอ็มอีแล้ว พบว่า มีผู้ประกอบการอยู่นอกระบบมากถึง 48% ส่งผลให้ไม่มีข้อมูล นำไปสู่ความสับสน 

    สะท้อนไปถึงคุณภาพของหนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความเข้าใจในเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเป็นนักธุรกิจ เข้าใจทุกข้อต่อของห่วงโซ่อุปทาน และองค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/639482&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lb_AE_tsn8uXOQEbFGS1p

  • ‘อนุทิน’ แบกความหวังภาคธุรกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจ ‘แก้เงินบาทแข็งค่า’

    ‘อนุทิน’ แบกความหวังภาคธุรกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจ ‘แก้เงินบาทแข็งค่า’

    เศรษฐกิจ

    ‘อนุทิน’ แบกความหวังภาคธุรกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจ ‘แก้เงินบาทแข็งค่า’

    22 ก.ย. 2025 เวลา 6:00 น.

    ‘อนุทิน’ แบกความหวังภาคธุรกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจ ‘แก้เงินบาทแข็งค่า’

    “ภาคธุรกิจ”เรียกร้องนายกฯ เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ ส.อ.ท.-หอการค้า ชงแผนรับมือสงครามการค้า แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เร่งบริหารจัดการผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท

    • นายกฯ อนุทิน ได้พบปะกับภาคเอกชน ทั้งสภาอุตสาหกรรมฯ (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าฯ เพื่อรับฟังข้อเสนอในการแก้ปัญหา และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลจะนำข้อเสนอบางส่วนไปบรรจุในนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา
    • ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลบริหารจัดการผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งส่งผลเสียต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค
    • สภาอุตสาหกรรมฯ เสนอให้กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกันแก้ปัญหาเงินทุนไหลเข้าที่ผิดปกติซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เงินบาทแข็งค่า และออกมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบ
    • สภาหอการค้าฯ เสนอให้ ธปท. ดูแลค่าเงินบาทเชิงรุกให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ที่ 34-35 บาทต่อดอลลาร์ เพื่อรักษาความได้เปรียบ

    หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางพบภาคเอกชนเพื่อรับฟังความเห็น โดยได้นำคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเข้าหารือกับภาคเอกชนด้วย ซึ่งรัฐบาล และภาคธุรกิจมีความเห็นตรงกันหลายประเด็น เช่น โครงการคนละครึ่ง แต่มีหลายประเด็นที่ภาคธุรกิจต้องการให้รัฐบาลพิจารณาแม้จะมีช่วงเวลายุบสภาใน 4 เดือน โดยเฉพาะการเตรียมปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

    นายอนุทิน ได้หารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2568 ต่อมาได้หารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2568 ในขณะที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจบางส่วนได้หารือกับองค์กรเอกชนบางแห่งเพิ่มเติม โดยรัฐบาลยืนยันนำข้อเสนอบางส่วนของภาคเอกชนไปบรรจุในร่างนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ เป็นการผสมผสานระหว่างนักการเมือง นักวิชาการ ข้าราชการประจำ และผู้บริหารจากภาคเอกชน ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการวางทิศทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการลงทุนของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากทั้งใน และต่างประเทศ

    ทั้งนี้ ส.อ.ท.ได้หารือกับนายกรัฐมนตรี และมีข้อเสนอแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้น และระยะยาว ดังนี้

    1. เตรียมความพร้อมรับมือมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐ และสงครามการค้า ซึ่งต้องเร่งสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขใหม่ของสินค้าที่จะส่งออกไปสหรัฐ รวมถึงจัดตั้งหน่วยงานให้คำปรึกษาเรื่องการคำนวณสัดส่วนมูลค่าการผลิตในประเทศ/ภูมิภาค (RVC) รวมทั้งกำกับดูแลการนำเข้า และการตรวจสอบสินค้า

    2. การส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงิน และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs โดยจะทำงานร่วมกับกระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์

    3. การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการและประชาชน โดยไม่ผลักภาระไปที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ขณะเดียวกันต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานให้มีเสถียรภาพ และเพียงพอต่อความต้องการควบคู่กับการส่งเสริมพลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้แข่งขันบนเวทีโลกสอดคล้องมาตรการสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ

    4. การรับมือผลกระทบจากปัญหาการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา และหามาตรการช่วยเหลือ และเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากช่วงปิดด่าน และการขนส่งสินค้า อีกทั้งช่วยหาเส้นทางการขนส่งสินค้าด้วยเส้นทางอื่นๆ ทดแทน รวมถึงมาตรการเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการขาดรายได้ และชดเชยค่าขนส่งที่สูงขึ้นหลายเท่าตัว เพื่อให้ผู้ประกอบการยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

    5. การบริหารจัดการผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทย และ ส.อ.ท.ได้สะท้อนความกังวลต่อการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เช่น เวียดนามและอินโดนีเซีย 

    ทั้งนี้ เสนอให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการแก้ปัญหาปม ‘เงินไม่รู้ที่มา ทะลักเข้าไทยทุกเดือนจำนวนมากผิดปกติในช่วงที่ผ่านมา’ ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย รวมทั้งหามาตรการเงินช่วยเหลือแก่อุตสาหกรรมส่งออกไทยที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาท

    ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยได้เสนอรัฐบาลใหม่กระทบตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน 4 เดือน ควรเร่งรัดการเจรจากับสหรัฐภายใต้กรอบ Reciprocal Tariff (RT) ควบคู่การไขอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี และการขยายตลาดใหม่ในภูมิภาคที่มีศักยภาพ

    ขณะเดียวกันธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรดูแลค่าเงินบาทเชิงรุกให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ 34-35 บาทต่อดอลลาร์ เพื่อรักษาความได้เปรียบด้านการส่งออก ส่วนมิติการกระตุ้นเศรษฐกิจ ควรเดินหน้ามาตรการกระตุ้นกำลังซื้อที่ประชาชนคุ้นเคย เช่น “คนละครึ่ง” และ “Easy E-Receipt” รวมถึงรณรงค์ “ใช้ของไทย ฟื้น SME” 

    ส่วนภาคการท่องเที่ยวควรตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแบบเบ็ดเสร็จ และยกระดับมาตรการความปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีน ด้านมาตรการสำหรับเอสเอ็มอี ขอให้มีการจัดสรรงบประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเสียหายจากหนี้เสีย (NPL) และเร่งผลักดันโครงการ THAI SME-GP ด้านแรงงาน

    นอกจากนี้ มาตรการระยะกลาง 8 เดือน หอการค้าไทยเสนอให้รัฐบาลเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม และอากรขาออกภายใน 7-14 วัน เพื่อช่วยลดต้นทุน และเสริมสภาพคล่องผู้ส่งออก ขณะเดียวกันรัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งในระบบ และนอกระบบ โดยปรับโครงสร้างหนี้ และขยายวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่ถูกกฎหมาย

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1199764&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DAVmYCq0HbpH1pEfLl_FY