Blog

  • ทรู คอร์ปอเรชั่น เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G และไฟเบอร์เน็ตบ้าน รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง 

    ทรู คอร์ปอเรชั่น เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G และไฟเบอร์เน็ตบ้าน รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง 

    วันพฤหัสบดี ที่ 09 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.06 น.

    ทรู คอร์ปอเรชั่น เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G และไฟเบอร์เน็ตบ้าน รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง 

    ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูแผนรับเทศกาลสงกรานต์ 2569 รับวันหยุดยาว ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คาดว่าจะอาจจะส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้เปลี่ยนไป ทั้งการลดระยะทางท่องเที่ยว เลือกใช้เวลาพักผ่อนวันหยุดยาวใกล้บ้าน หรือหันมาใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่บ้านมากขึ้น ขณะที่กลุ่มที่ยังคงเดินทางมีแนวโน้มใช้เวลาบนถนนสายหลักและจุดพักรถนานขึ้น โดยเฉพาะสถานีน้ำมันซึ่งอาจมีความหนาแน่นจากการแวะพักและรอคิวเติมน้ำมัน

    เผยยกทัพโซลูชันจัดเต็ม นอกจากเพิ่มสัญญาณ 5G และ 4G ปีนี้แล้ว ทรูยังติดตั้ง IBC (In-Building Coverage) เพิ่มจากเดิมเพื่อขยายสัญญาณภายในอาคารและศูนย์การค้าทั่วกรุงเทพฯ รองรับคนกรุงที่ปีนี้คาดว่าจะมีกลุ่มปรับแผนเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และเลือกฉลองสงกรานต์แบบพักผ่อนในเมืองแทน ไม่ว่าจะเดินห้าง ดูหนัง หรือนัดกินข้าวกับเพื่อน ก็ใช้งานมือถือได้ลื่นไหล ประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมนำ AI ที่ได้รับการรับรอง Autonomous Network ระดับ 4.0 จาก TM Forum มาใช้บริหารโครงข่าย ผ่านระบบ Intent-Based Operation (IBO) ที่ทำงานเสมือนทีมปฏิบัติการอัตโนมัติ ดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง

    นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทีมงานทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้แค่วางแผนโครงข่ายเชิงรุกเพื่อรองรับท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ แต่เรายังวางแผนรองรับพฤติกรรมการใช้งานที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เทศกาลสงกรานต์จะมีรูปแบบ ‘กระจุกตัวในแหล่งท่องเที่ยวสงกรานต์ และการเดินทางไกลข้ามจังหวัด’ ไปสู่รูปแบบที่ ‘กระจายตัวและยืดหยุ่น’ ทั้งระหว่างการเดินทางข้ามจังหวัด และการใช้งานในจังหวัด หรืออยู่บ้านกับครอบครัวมากขึ้น โดยคาดว่าปริมาณการใช้งานดิจิทัลยังคงเพิ่มสูง แต่จะกระจายไปยังสถานที่จัดกิจกรรมสงกรานต์ใหญ่ๆ เส้นทางคมนาคมสายหลัก จุดพักรถ และพื้นที่ชุมชนมากขึ้น ควบคู่กับการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านที่เติบโตจากกลุ่มผู้บริโภคที่เลือกพักผ่อนอยู่บ้านในปีนี้”

    เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าว ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เตรียมความพร้อมโครงข่าย 5G และ 4G ครอบคลุม 5 พื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ได้แก่ แหล่งท่องเที่ยว วัด และสถานที่ทำบุญ, จุดเล่นน้ำสงกรานต์, ศูนย์กลางคมนาคม เช่น สนามบิน สถานีขนส่ง และสถานีรถไฟ, ถนนสายหลักเชื่อมภูมิภาค และจุดพักรถตามเส้นทาง รวมถึงสถานีน้ำมัน และสถานีชาร์จรถไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดใช้งานสำคัญในปีนี้ พร้อมทั้งดูและเน็ตบ้านในทุกพื้นที่ชุมชน

    ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทรูให้ความสำคัญกับจุดจัดงานสงกรานต์ซึ่งเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทย และเป็นจุดดึงดูดการเยือนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ ถนนข้าวสาร, ถนนสีลม, สยามสแควร์, รวมถึงอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เช่น SIAM Songkran Music Festival (RCA), S2O Songkran Music Festival (ย่านรัชดา) และ X Festival (Warehouse Stadium) เป็นต้น รวมถึงการเสริมสัญญาณพื้นที่จัดกิจกรรมสงกรานต์ทุกภูมิภาคและจังหวัดต่างๆ ทั่วไทย

    สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ได้นำโซลูชันเสริมศักยภาพเครือข่ายมาใช้งานแบบครบวงจร เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นและมีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น ได้แก่ การติดตั้งรถสถานีฐานเคลื่อนที่ COW (Cell-On-Wheel) ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง, การเพิ่มเสาสัญญาณชั่วคราวในจุดจัดงานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในแต่ละจังหวัดทุกภูมิภาค, การปรับค่าพารามิเตอร์เครือข่ายให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานเฉพาะช่วงเทศกาล พร้อมทั้งติดตั้ง IBC (In-Building Coverage) เพิ่มจากเดิมเพื่อขยายสัญญาณภายในอาคารและศูนย์การค้าทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงการบริหารจัดการโครงข่ายแบบเรียลไทม์

    นอกจากนี้ สำหรับเทศกาลสงกรานต์ 2569 ทรูนำ AI ที่ได้รับการรับรอง Autonomous Network ระดับ 4.0 จาก TM Forum มาใช้บริหารโครงข่าย ผ่านระบบ Intent-Based Operation (IBO) ที่ทำงานเสมือนทีมปฏิบัติการอัตโนมัติ ดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคาดการณ์และปรับจูนล่วงหน้าก่อนเกิดผลกระทบ โดยสามารถกระจายโหลดในพื้นที่หนาแน่น จัดการสัญญาณรบกวน และประเมินผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ลูกค้าใช้งาน 5G และ 4G ได้อย่างต่อเนื่อง ลื่นไหล รองรับการสตรีม วิดีโอคอล และเล่นเกมได้อย่างสนุก

    ขณะเดียวกัน ทรูยังได้จัดทีมทำงานที่ศูนย์ปฏิบัติการ BNIC และ War Room ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ AI วิเคราะห์และติดตามสถานการณ์เครือข่ายอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมทั้ง 5G, 4G และอินเทอร์เน็ตบ้านทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อปริมาณการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และรักษาคุณภาพการให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล

    บริษัทฯ ยังดำเนินการตามแนวทางของ กสทช. อย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลคุณภาพโครงข่ายและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานในทุกพื้นที่ ทั้งกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยว หรือกลุ่มที่เลือกใช้เวลาอยู่บ้านในช่วงวันหยุดยาว

    “การวางแผนเสริมสัญญาณมือถือและเน็ตบ้านรับเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ สะท้อนถึงบทบาทของทรูในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคในทุกสถานการณ์ พร้อมรองรับทั้ง ‘การเดินทางท่องเที่ยว’ และ ‘ไลฟ์สไตล์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น’ ของคนไทยในยุคปัจจุบัน” นายคูรัม กล่าวในที่สุด

    เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความสนุกและร่วมส่งความปรารถนาดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ไปพร้อมกับลูกค้าคนสำคัญให้ได้สุขสดใส ชื่นใจวันสงกรานต์ เบิกบานทั่วไทยไปกับทรู พร้อมส่งมอบความสดใสรับเทศกาลปีใหม่ไทย ด้วยการมอบกระเป๋ากันน้ำสุดเก๋ไก๋ให้ลูกค้าได้นำไปใช้เบิกบานทั่วไทย เพียงเข้ามาใช้บริการหรือทำธุรกรรมที่ ทรูช็อป และ ดีแทคช็อป 129 สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ครบ 500 บาท รับฟรีทันทีกระเป๋ากันน้ำ 1 ใบ (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 ท่าน) ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนนี้ เป็นต้นไป

    พร้อมกันนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย มอบสิทธิพิเศษดับร้อนในงานมหาสงกรานต์ ร่วมสาดความสุขและมอบความคุ้มค่าแบบเต็มพิกัดให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ และนักท่องเที่ยว ไปกับกิจกรรมปีใหม่ไทยเที่ยวใกล้บ้าน “มหาสงกรานต์” ทั่วกรุงเทพฯ เปิดจุดรับสิทธิพิเศษมากมาย ประจำ 2 แลนด์มาร์กยอดฮิตกรุงเทพมหานคร ทั้งสวนลุมพินี และสวนเบญจกิติ ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 – 15 เมษายน 2569 นี้ ทั้งรับฟรี! เครื่องดื่มคลายร้อน โค้ก ซีโร่, เครื่องดื่ม Slurpee จาก Freshy, น้ำแร่ Eto, ไอศกรีม Cremo พร้อมรับส่วนลดค่าอาหารที่ร้าน KFC สูงสุดถึง 50% และส่วนลดเข้าร่วมเวิร์กชอปศิลปะสูงสุด 10% (สำหรับลูกค้า TrueBlack และ dtac PLATINUM BLUE) กดรับสิทธิ์ง่ายๆ ผ่านแอปทรู นอกจากนี้ พิเศษสำหรับลูกค้า Tourist SIM สามารถแวะซื้อซิมพร้อมกดรับซองกันน้ำฟรีได้ที่บูธทรูตลอดงาน เตรียมโหลดแอปทรู ให้พร้อมแล้วมารับความคุ้มค่าสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ไปด้วยกัน!
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/472314&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Pzn-82Yc6WPq37bThZA-q

  • พิธีรำลึกครบรอบ 40 วันแห่งการถึงแก่อสัญกรรมของอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ภายใต้หัวข้อ “รำลึกอัรบะอีน

    พิธีรำลึกครบรอบ 40 วันแห่งการถึงแก่อสัญกรรมของอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ภายใต้หัวข้อ “รำลึกอัรบะอีน

    และการเน้นย้ำเอกภาพของประชาชาติอิสลามในประเทศไทย” ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ระหว่างเวลา 14.00–15.30 น. ณ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร โดยมีบุคคลสำคัญจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งด้านศาสนา การเมือง และวัฒนธรรม จากทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    บุคคลสำคัญที่เข้าร่วมในพิธี ได้แก่ ฯพณฯ อรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรีแห่งประเทศไทย   ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ท่านอิหม่ามชาฟิอี  นภากร อิหม่ามประจำมัสยิดศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย คุณอรรถ นานา รองประธานมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ผศ.มนัส เกียรติธารัย อดีตประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร ตลอดจนนักวิชาการและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    สาระสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ มุ่งเน้นการยกย่องบทบาทความเป็นผู้นำของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี พร้อมทั้งพิจารณามิติด้านบุคลิกภาพ แนวคิด และบทบาททางการเมืองของท่าน ตลอดจนเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเป็นเอกภาพของประชาชาติอิสลาม ท่ามกลางบริบทของโลกมุสลิมที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในหลากหลายมิติ

    ภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้กล่าวถึงบทบาทอันทรงอิทธิพลของผู้นำผู้ล่วงลับ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสืบสานแนวทางและอุดมการณ์ของท่าน เพื่อธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ศักดิ์ศรีแห่งอิสลาม และความเป็นเอกภาพของประชาคมมุสลิม โดยเห็นว่าการจัดงานครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประชาชาติมุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและราชอาณาจักรไทย

    ดร.เมห์ดี ซาเร ทูตวัฒนธรรมสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ได้กล่าวเปิดงานโดยแสดงความยินดีต้อนรับผู้เข้าร่วม พร้อมทั้งระบุว่าพิธีในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการพิจารณาเชิงลึกถึงมิติทางบุคลิกภาพของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี โดยเน้นย้ำว่าไม่ควรจำกัดการวิเคราะห์ท่านไว้เพียงในกรอบของผู้นำทางการเมือง หากแต่ควรพิจารณาในฐานะสัญลักษณ์ของการบูรณาการระหว่างจริยธรรม จิตวิญญาณ และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแบบอย่างของภาวะผู้นำที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณค่ามนุษย์อย่างเด่นชัด

    ในลำดับถัดมา วิทยากรได้กล่าวถึงเส้นทางชีวิตของผู้นำท่านดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นว่าการเติบโตในครอบครัวที่ยึดมั่นในหลักศาสนาและอยู่ในสภาพแวดล้อมทางวิชาการ ได้มีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมบุคลิกภาพที่เปี่ยมด้วยความตระหนักรู้และความมุ่งมั่นตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต อีกทั้งประสบการณ์ชีวิตที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะในช่วงการต่อสู้ทางการเมือง ยังได้เสริมสร้างความอดทน ความเข้มแข็ง และวิสัยทัศน์เชิงอนาคต ซึ่งปรากฏอย่างชัดเจนในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งผู้นำ

    ฯพณฯ อรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรีแห่งประเทศไทยได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อประชาชนแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยระบุว่าการสูญเสียในครั้งนี้มิได้จำกัดอยู่เพียงในระดับชาติ หากแต่เป็นความสูญเสียของประชาชาติอิสลามโดยรวม พร้อมทั้งกล่าวว่าบุคลิกและบทบาทของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี มีอิทธิพลอย่างกว้างขวางในโลกมุสลิม และได้รับการยอมรับในฐานะสัญลักษณ์ของผู้นำทั้งในมิติทางศาสนาและสังคม

    นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงบทบาทของผู้นำท่านดังกล่าวในการพิทักษ์คุณค่าของอิสลาม โดยเฉพาะการยืนหยัดเคียงข้างผู้ถูกกดขี่ อาทิ ประเด็นปาเลสไตน์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในหลักความยุติธรรมและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าหนึ่งในบทเรียนสำคัญจากชีวิตของท่าน คือความจำเป็นของการธำรงไว้ซึ่งความสามัคคีในหมู่มุสลิม เนื่องจากความแตกแยกภายในย่อมนำไปสู่ความอ่อนแอ และมีเพียงความเป็นเอกภาพเท่านั้นที่จะทำให้สามารถเผชิญกับความท้าทายในระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ฯพณฯ ดร. นัสเซอร์รุดดีน ไฮดารี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ได้กล่าวในเชิงวิเคราะห์ภาพรวม โดยชี้ให้เห็นถึงบทบาทของอิหร่านในบริบทของภูมิภาคและเวทีโลก โดยระบุว่าในฐานะที่เป็นอารยธรรมที่มีรากฐานยาวนาน อิหร่านได้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางทางวัฒนธรรมและการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง และบทบาทดังกล่าวยังคงปรากฏอย่างเด่นชัดในยุคปัจจุบัน

    ทั้งนี้ วิทยากรได้เน้นย้ำว่าภาวะผู้นำของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนบทบาทดังกล่าว โดยด้วยวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์และมุมมองระยะยาว ท่านสามารถเสริมสร้างศักยภาพภายในประเทศ และยกระดับอิหร่านให้เป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในเวทีภูมิภาคและนานาชาติ ซึ่งเป็นผลจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างมิติทางวัฒนธรรม ความคิด และยุทธศาสตร์

    ด้านฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภาไทย ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อประชาชนแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและประชาชาติอิสลาม โดยระบุว่าการสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นความโศกเศร้าร่วมกันของโลกมุสลิม มิใช่เพียงในระดับชาติเท่านั้น

    พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวว่าท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี มิได้เป็นเพียงผู้นำทางการเมือง หากแต่ยังเป็นบุคคลสำคัญในด้านศาสนา จริยธรรม และความคิด ซึ่งมีบทบาทอย่างยิ่งในการกำหนดแนวคิดร่วมสมัยของโลกอิสลาม โดยชี้ให้เห็นว่ารูปแบบภาวะผู้นำที่ผสานระหว่างศาสนาและการเมืองบนพื้นฐานของคุณธรรมและค่านิยมทางศาสนา สามารถเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับความซับซ้อนของโลกยุคปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม ท่านได้กล่าวเสริมว่า ผู้นำผู้ล่วงลับท่านนี้สามารถเป็นแบบอย่างของความแน่วแน่และความมุ่งมั่น ในการยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมและเผชิญกับความท้าทายได้อย่างโดดเด่น

  • ใบเตย อาร์สยาม ตอบปม ฟิล์ม รัฐภูมิ บอกช่วยค่าเทอมลูก แต่ ดีเจแมน โต้กลับ – ไทยรัฐออนไลน์

    ใบเตย อาร์สยาม ตอบปม ฟิล์ม รัฐภูมิ บอกช่วยค่าเทอมลูก แต่ ดีเจแมน โต้กลับ – ไทยรัฐออนไลน์

    หลังจากที่นักร้องนักแสดงหนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ให้สัมภาษณ์ว่าช่วยเหลือนักร้องลูกทุ่งสาว ใบเตย สุธีวัน ทวีสิน หรือ ใบเตย อาร์สยาม เพราะตอนที่ออกจากเรือนจำใหม่ๆ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/news/2925995&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OxdTY8X9EUYFP5h2CqfEV

  • ‘ตรัง’เดินหน้า’Sports City’ มุ่งยกระดับเมืองกีฬา สู่ศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงกีฬาอันดามัน

    ‘ตรัง’เดินหน้า’Sports City’ มุ่งยกระดับเมืองกีฬา สู่ศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงกีฬาอันดามัน

    นายณรงค์ โสภารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดตรัง เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆนี้นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในการแถลงข่าวกิจกรรมกีฬาส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเมืองกีฬา (TRANG SPORTS CITY) เพื่อประกาศความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมกีฬาในระดับมาตรฐาน พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักกีฬาจากทั่วประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยมี รองผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง เลขานุการชมรมกีฬาแบดมินตันแห่งจังหวัดตรัง เลขานุการคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเทควันโด นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดตรัง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง 

    ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตตรัง ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดตรัง ร่วมแถลงข่าว

    สำหรับประเด็นในการแถลงข่าวประกอบด้วย การแข่งขันกีฬาเรือพายชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 สนามที่ 1 การแข่งขันกีฬาแบดมินตัน รายการ Trang Yonex Open 2026 การแข่งขันกีฬาเทควันโด รายการ TRANG SPORTS CITY SOUTHERN TAEKWONDO CHAMPIONSHIP ประจำปี 2569 4 การแข่งขันกีฬาชิงชนะเลิศจังหวัดตรัง ประจำปี 2569 กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬาทางน้ำ จังหวัดตรัง ประจำปี 2569 และศักยภาพความพร้อมของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตตรัง และ โรงเรียนกีฬา จังหวัดตรัง ในการส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมกีฬา เพื่อพัฒนาจังหวัดเมืองกีฬา 

    ขณะที่นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนจังหวัดตรังให้เป็นเมืองกีฬาว่า จังหวัดตรังมีความพร้อมทั้งในด้านบุคลากรทางการกีฬา สนามกีฬาที่ได้มาตรฐาน และศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาที่ทันสมัย โดยกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นภายใต้โครงการ TRANG SPORTS CITY จะเน้นไปที่การจัดมหกรรมกีฬาหลากหลายประเภท ครอบคลุมทั้งกีฬามวลชน กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ และกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว (Sport Tourism) การใช้ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา นำเทคโนโลยีและองค์ความรู้มาช่วยพัฒนานักกีฬาในพื้นที่ให้มีศักยภาพระดับสากล การบูรณาการเศรษฐกิจ เชื่อมโยงกิจกรรมกีฬาเข้ากับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อาหาร และที่พัก เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน  “การเป็น Trang Sports City ไม่ใช่แค่เรื่องของการแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่คือการสร้างวัฒนธรรมให้ชาวตรังรักการออกกำลังกาย และใช้กิจกรรมกีฬาเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดตรัง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดอย่างยั่งยืน” 

    นายทรงกลด สว่างวงศ์ กล่าว

    ภายหลังการแถลงข่าว จังหวัดตรังเตรียมปักหมุดกิจกรรมกีฬาสำคัญที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปีงบประมาณ เพื่อตอกย้ำสถานะการเป็นเมืองกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการจัดงานที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงและสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/978310/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2RNR9LLUkz0MYrnDXXMqcW

  • “เจ้าท่า”เตรียมพร้อม! ปชช.เดินทาง-ท่องเที่ยวทางน้ำ “ช่วงสงกรานต์2569” คุมเข้มความปลอดภัยทางน้ำทั่วปท.

    “เจ้าท่า”เตรียมพร้อม! ปชช.เดินทาง-ท่องเที่ยวทางน้ำ “ช่วงสงกรานต์2569” คุมเข้มความปลอดภัยทางน้ำทั่วปท.

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/140869&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rWqroLCeR7UhVlUmQrCVN

  • บุกร้าน “ร้านเต้าหู้ดำแม่เล็ก” ชิมเมนู “เต้าหู้ดำ” เมนูขึ้นชื่อของร้าน

    บุกร้าน “ร้านเต้าหู้ดำแม่เล็ก” ชิมเมนู “เต้าหู้ดำ” เมนูขึ้นชื่อของร้าน

    ท่องเที่ยวแบบสายกิน ชิมเมนู “เต้าหู้ดำ” เมนูขึ้นชื่อ “ร้านเต้าหู้ดำแม่เล็ก” จ.ราชบุรี

    เอาใจสายกินกับ “ร้านเต้าหู้ดำแม่เล็ก” ของดีเมืองโพธาราม จ.ราชบุรี ความอร่อยของเต้าหู้ดำที่อยู่คู่เมืองโพธารามกว่า 50 ปี มาดูกันว่าร้านนี้นอกจากเมนู “เต้าหู้ดำ” ยังมีเมนูอะไรอีกที่น่าลองและสามารถซื้อกลับเป็นของฝากได้

    “ร้านเต้าหู้ดำแม่เล็ก” เป็นร้านของแม่เล็ก ปัจจุบันถูกยกให้ลูกชายและครอบครัวมาดำเนินการต่อ เป็นร้านเต้าหู้ดำแบบดั้งเดิมร้านเดียวในประเทศไทย ยอดขายเต้าหู้ดำอยู่ที่ 600 แผ่นต่อวัน ขายตั้งแต่ ตี 4 ถึง 18.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด

    นอกจากเมนู “เต้าหูดำ” ที่เป็นเมนูขึ้นชื่อของทางร้านแล้ว ยังมีเมนู กาน่าฉ่าย ทำจากผักกาดดองและลูกกาน่า กุ๋นเจียงไส้หัวไชเท้า นำไปทอดให้กรอบ ขายดีและหมดเร็วมาก เต้าหู้เนื้อคัสตาร์ด กรอบนอกและเนื้อนุ่มเป็นคัสตาร์ด เมนูทั้งหมดนี้สามารถซื้อกลับเป็นของฝาก และซื้อกลับไปทอดต่อที่บ้านได้ด้วยราคาสบายกระเป๋า

    ใครที่ชอบกินเต้าหู้ ควรมาเที่ยวเมืองโพธารามและมาชิม “เต้าหู้ดำร้านแม่เล็ก” สักครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/travel/thailand/272963&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0R8b_f_mtO_QMrVGDwQ0Ce

  • ‘ศุภจี’ แจงดราม่าอภิปรายเที่ยวไทย 365 วัน  คนละเรื่องปัญหาฝุ่น PM 2.5

    ‘ศุภจี’ แจงดราม่าอภิปรายเที่ยวไทย 365 วัน คนละเรื่องปัญหาฝุ่น PM 2.5

    ‘ศุภจี’ ยันรัฐบาลให้ความสำคัญแก้ปัญหา PM 2.5 ชี้การอภิปรายเน้นชูจุดขายท่องเที่ยว ไม่เสียกำลังใจแม้ถูกเข้าใจผิด

    10 เม.ย. 2569 เวลา 14.43 น. ณ อาคารรัฐสภา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากการอภิปรายเรื่องการท่องเที่ยวไทย 365 วัน ที่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยระบุว่าทั้งสองเรื่องมีความสำคัญแต่เป็นคนละมิติกัน

    ย้ำให้ความสำคัญปมแก้ปัญหา PM 2.5 แต่ต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่

    นางศุภจีระบุว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นเรื่องวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งและมีหน่วยงานที่รับผิดชอบแก้ไขโดยตรงที่ต้นทาง อย่างไรก็ตาม ในการอภิปรายเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนต้องการสื่อสารในมิติของ “การท่องเที่ยว” ผ่านปฏิทิน 365 วัน เพื่อชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีความสวยงามและมีจุดท่องเที่ยวที่สามารถไปได้ตลอดทั้งปีในทุกฤดูกาล

    “ฝุ่นไม่ใช่เฉพาะแค่ที่เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ก็มี ต่างจังหวัดก็มี ก็ต้องไปแก้ปัญหาต้นทาง ซึ่งเราพูดกันคนละเรื่อง มิติเรื่องท่องเที่ยวเป็นมิติหนึ่งที่เราต้องทำเพราะเป็นแหล่งรายได้ ยืนยันว่าเรื่องฝุ่นสำคัญมากและต้องแก้ไข แต่ตอนนั้นตนพูดเรื่องท่องเที่ยว” นางศุภจี กล่าว

    ไม่ท้อหลังถูกเข้าใจผิด พร้อมทำความเข้าใจคนยุคใหม่

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกหลังเกิดความเข้าใจผิด นางศุภจียืนยันว่า ไม่เสียกำลังใจ พร้อมวิเคราะห์ว่าพฤติกรรมการรับข้อมูลข่าวสารของคนในปัจจุบันอาจเลือกฟังเพียงช่วงสั้นๆ ทำให้ได้รับเนื้อหาไม่ครบถ้วนตามที่ต้องการสื่อสารทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ

    ทั้งนี้ นางศุภจีกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเองมีหน้าที่ในการทำงานและอธิบายข้อเท็จจริงให้ประชาชนเข้าใจต่อไป เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการขับเคลื่อนประเทศทั้งในด้านการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/740786&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bQXA-YP24T8UNbJ7kx3V_

  • “ศุภจี” ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ หลังเจอดราม่าท่องเที่ยว 365 วัน-ราคามะพร้าว รับฟังทุกฝ่าย

    “ศุภจี” ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ หลังเจอดราม่าท่องเที่ยว 365 วัน-ราคามะพร้าว รับฟังทุกฝ่าย

    “ศุภจี” แจงดราม่าอภิปรายเที่ยวไทย 365 วัน คนละเรื่องแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ หลังคนเข้าใจผิด บอกคนสมัยนี้อาจฟังน้อย แจงราคามะพร้าว รับฟังทุกฝ่าย แม้ราคา 10 บาทก็ยังไม่พอใจ ชี้ ราคาอาจตกบ้าง ตามคุณภาพ-ปริมาณ

    วันที่ 10 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีดราม่าจากการอภิปรายเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่อาจจะทำให้เที่ยวจังหวัดหนึ่งใน 365 วันไม่ได้ว่า เรื่องฝุ่น PM 2.5 เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไข และมีคณะที่ดูแลอยู่ แต่การอภิปรายเมื่อคืน มีการพูดถึงหัวข้อเรื่องการท่องเที่ยว และก็พูดถึงการท่องเที่ยวที่เป็นปฏิทิน 365 วัน ว่าในแต่ละวันประเทศไทยมีความสวยงามในทุกฤดูกาล เพราะฉะนั้นในแต่ละวัน 365 วัน ไปเที่ยวได้ตลอดเวลา ซึ่งในช่วงที่มีฝุ่นพิษก็มีบางคนที่เข้าใจผิด อย่างเช่น เชียงใหม่ ไปตอนนี้ก็เที่ยวไม่ได้ ตนนั้นเข้าใจ เพราะตอนนี้ต้องแก้ไขเรื่องฝุ่น ก็มีคณะที่ต้องแก้ไข และให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันวิกฤต ไม่ใช่แค่เรื่องท่องเที่ยวอย่างเดียว เพราะคนที่อยู่ในพื้นที่ก็ต้องมีคุณภาพชีวิตดี มีอากาศที่สะอาด แต่ในขณะเดียวกันเรื่องการท่องเที่ยวมีจุดอื่น ๆ ที่เราจะสามารถทำเป็นปฏิทินได้ทั้งปี เพราะฉะนั้นที่ตนจะพูด คือพูดเรื่องการท่องเที่ยว แต่คนยกประเด็นฝุ่น ซึ่งเป็น 2 เรื่องที่ต้องทำประสานกันไปในแต่ละมุมที่ต่างมิติกัน

    “ไม่ได้พูดเลยว่าฝุ่นไม่เกี่ยวนะ อยู่ไปเถอะ ไม่ใช่เลย ฝุ่นไม่ใช่เฉพาะแค่ที่เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ก็มี ต่างจังหวัดก็มี ก็ต้องไปแก้ปัญหาต้นทาง ซึ่งก็จะมีหน่วยงาน มีกระทรวงที่ดูแล เพราะเราพูดกันคนละเรื่อง มิติเรื่องท่องเที่ยวก็เป็นมิติหนึ่ง เราก็ต้องพยายามทำ เพราะการท่องเที่ยวเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดรายได้ ก็ฝากแล้วกัน ช่วยอธิบายให้เข้าใจว่าไม่ใช่พูดว่าไม่สำคัญ เรื่องฝุ่นสำคัญค่ะ สำคัญมาก และต้องแก้ไข แต่ตอนที่แต๋มพูดเรื่องท่องเที่ยว”

    เมื่อถามว่า เสียกำลังใจหรือไม่หลังคนเข้าใจสิ่งที่สื่อสารผิด นางศุภจีกล่าวว่า ไม่เลย เพราะในความเป็นจริงแล้วเรื่องของการฟัง หากฟังสั้น ๆ ก็จะได้เนื้อหาไปอย่างหนึ่ง แต่หากฟังตั้งแต่ต้นจนจบก็คงจะเข้าใจ ซึ่งคนสมัยนี้อาจจะไม่ได้ฟังเยอะ อาจจะฟังน้อย เราก็มีหน้าที่อธิบาย มีหน้าที่ทำงาน

    แจงราคามะพร้าว รับฟังทุกฝ่าย แม้ราคา 10 บาทก็ยังไม่พอใจ

    นางศุภจี ยังกล่าวถึงที่นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. พรรคประชาชน วิจารณ์ถึงการชี้แจงเรื่องราคามะพร้าวที่บอกว่าราคาขึ้นไปถึง 7 บาทแล้วแต่แท้จริงราคายังอยู่แค่ 3 บาท จึงขอให้นางศุภจี ฟังเสียงเกษตรกรมากกว่าข้าราชการ

    โดยนางศุภจี ชี้แจงว่า ได้ฟังอย่างรอบด้าน ไม่ว่าราคา 3 บาทหรือ 7 บาท ก็ยังไม่พอใจ เพราะมันสามารถราคาสูงได้มากกว่านี้ และหากไปฟังที่ได้ลุกขึ้นชี้แจงเมื่อวานนี้ (9 เม.ย. 69) ในการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าว ไม่ได้แก้ที่จุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งการแก้ไขปัญหาต้องแก้ตั้งแต่ต้นทาง ไปจนถึงคุณภาพของแพ็กเกจ ซึ่งในปีนี้เรามีผลผลิตมะพร้าวออกมาจำนวนมาก ราคาอาจจะตกลงบ้าง

    ส่วนประเด็นที่ 2 เป็นเรื่องของคุณภาพก็ด้อยลง หากมะพร้าวคุณภาพด้อย ตกเกรด ราคาก็ไม่ดี ซึ่งไม่ว่าราคามะพร้าวจะอยู่ที่ 3 บาท 7 บาท หรือ 10 บาท ก็ต้องยอมรับว่ามีคนขายได้ในราคา 10 บาทด้วย แต่ในความเป็นจริงอยากได้ราคาที่มากกว่านี้ ก็ต้องแก้ที่ระบบ แต่ก็ไม่สามารถแก้ได้ในวันเดียว เพราะเป็นปัญหาที่สะสมกันมานาน ดังนั้นต้องไปเน้นในเรื่องของการแปรรูป และการรับฟัง ก็ต้องรับฟังทั้งหมด รวมไปถึงดูแลการควบคุมการผลิต

    “หากถามว่ามะพร้าวราคา 3 บาทมีหรือไม่ก็อาจจะมีเป็นมะพร้าวที่อยู่บนต้น หรือมะพร้าวที่ตกคุณภาพ ส่วนราคา 7-10 บาท ก็อาจจะมีแต่ยังไม่พอใจ จึงอยากขอให้ช่วยกันสื่อสารผ่านสื่อมวลชนให้เกิดความเข้าใจ” นางศุจี กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2926003&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OjtWeh_dk7cazgY1poreg

  • รัฐบาลเตรียมลดฟรีวีซ่าเหลือ 30 วัน ยกระดับท่องเที่ยวคุณภาพ-แยกกีฬาออก ตั้งเป้าปั้นวงการกีฬาไทย

    รัฐบาลเตรียมลดฟรีวีซ่าเหลือ 30 วัน ยกระดับท่องเที่ยวคุณภาพ-แยกกีฬาออก ตั้งเป้าปั้นวงการกีฬาไทย

    วันนี้ (10 เมษายน) ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) พิจารณาวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดย สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงว่าในคำแถลงนโยบายด้านกีฬาและการท่องเที่ยว คีย์เวิร์ด คือ สร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับการท่องเที่ยว จากการเน้นปริมาณสู่การสร้างมูลค่าสูง จากนี้ถ้าพูดถึงนักท่องเที่ยวจะไม่ใช้คำว่าจำนวนกี่คน แต่จะใช้คำว่ารายได้ที่มีต่อประเทศกี่บาท

    ทั้งนี้ รัฐบาลชุดนี้จะทำการปรับโครงสร้างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การท่องเที่ยวไปอยู่กับการบริหารจัดการกับวัฒนธรรม และแยกกีฬา โดยจะใช้ชื่อว่ากระทรวงกีฬาอย่างชัดเจน เชื่อว่าทุกคนเห็นในทิศทางเดียวกันว่าการท่องเที่ยวกับวัฒนธรรมแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน การขายวัฒนธรรมอัตลักษณ์ของความเป็นไทย คือหมุดหมายหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่อยากจะเดินทางมาประเทศไทย และแน่นอนว่าการแยกกีฬาออกไป จะทำให้ความชัดเจนของกีฬามีทิศทางมากขึ้น สามารถพัฒนานักกีฬาเป็นนักกีฬาอาชีพได้อย่างจริงจัง

    นอกจากนี้ ต้องขอบคุณศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลการท่องเที่ยว ในการพัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายในการเดินทาง 365 วัน เที่ยวได้ทั้งปี ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในนโยบาย รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยที่คนในชุมชนได้รับประโยชน์ และมีความพร้อมในการร่วมกันดูแลรักษาอย่างยั่งยืน แต่ทำอย่างไรจะให้ชุมชนได้รายได้อย่างแท้จริง การจัดสรรงบประมาณเป็นรายหัวที่จะลงไปในพื้นที่ คือนักท่องเที่ยวไปชุมชนไหนมากรายได้ก็ต้องกระจายไปสู่ชุมชนนั้นตามรายหัว จะเป็นอีกนโยบายที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะดำเนินการ รวมถึงการยกระดับความปลอดภัยการสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว

    สุรศักดิ์ กล่าวว่า การสนับสนุนให้คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้นโดยจะยกระดับเมืองน่าเที่ยวเป็นอีกนโยบายสำคัญ ต้องยอมรับว่าในสถานการณ์โลกปัจจุบันค่าครองชีพ และค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น จะต้องรณรงค์ให้คนไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยมุ่งเน้นการขนส่งมวลชน ทั้งรถไฟหรือรถที่ต้องใช้ร่วมกันมากขึ้น ซึ่งจะเป็นนโยบายที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะขับเคลื่อนและผลักดัน

    สุรศักดิ์ กล่าวถึงนโยบายฟรีวีซ่าด้วยว่า ช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยเปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว 90 กว่าประเทศ โดยพักพิงในประเทศประเทศไทยได้ 60 วัน ช่วงที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายตรวจลงตราได้เก็บข้อมูลและศึกษาถึงแนวทาง พบว่า นักท่องเที่ยวโดยเฉลี่ยอยู่ในประเทศไทยประมาณ 9 วัน นานที่สุดคือ 21 วัน และนักท่องเที่ยวที่เที่ยว 1-3 วัน คิดเป็น 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ คณะกรรมการฯจึงมีแนวทางชัดเจนว่าการทบทวนระยะเวลาในการให้ฟรีวีซ่าที่สามารถอยู่ได้ 60 วัน จำเป็นจะต้องลดจำนวนวันเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยว

    “ทุกท่านทราบดีว่าการอยู่นานเกินไปเริ่มไม่ใช่นักท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มเริ่มมาแย่งงานคนไทย มีนอมินีในบางประเด็นในการทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น การศึกษาครั้งนี้ระบุชัดว่าการที่จะลดเหลือ 30 วันจะไม่กระทบนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนคนที่อยู่เกิน 30 วัน มีวีซ่า DTV สามารถอยู่ได้ถึง 180 วัน รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ศึกษาเบื้องต้นกับกระทรวงการต่างประเทศ จะทบทวนเรื่องนี้เพื่อจำกัดเวลาให้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง และไม่เพียงแค่จำกัดเวลา ท้ายที่สุดประเทศต่างๆที่เคยได้ฟรีวีซ่าจะต้องมีการพิจารณาทั้งหมดทุกประเทศว่าประเทศไหนยังคงเหมาะสมอยู่” สุรศักดิ์ กล่าว

    สุรศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนด้านกีฬารัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของตนจะต้องเปลี่ยนสนามที่ร้างให้ใช้งานได้ แน่นอนว่ายังมีปัญหานอกจากเรื่องงบประมาณยังมีเรื่องการถ่ายโอนซึ่งจะต้องตั้งคณะกรรมการร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง เชื่อว่ารัฐมนตรีหลายท่านที่ผ่านมาไม่มีใครสบายใจเรื่องนี้ ดังนั้น เป็นข้อที่ตนจะต้องทำให้ได้ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    นอกจากนี้ ตนยังเห็นด้วยกับการพิจารณาโครงสร้างการสนับสนุนเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ซึ่งเป็นความตั้งใจของตน และกระทรวงที่จะทำเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬา มีนักข่าวถามตนว่าอยากจัดรายการกีฬาใหญ่ๆในประเทศไทยหรือไม่ แน่นอนว่ารัฐมนตรีทุกคนอยากจัดทั้งหมด เพราะถ้ายิ่งจัดก็ยิ่งเป็นเครดิต แต่ต้องดูความคุ้มค่าหลายเรื่องถ้าไม่คุ้มก็ต้องพิจารณาให้ดีในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thai-free-visa-30-days-tourism/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3A4MWOO094WEHcFyoZVvQq

  • สมุทรสงคราม ยกระดับท่องเที่ยว เตรียมเปิด One Stop Service กลางเมืองแม่กลอง | เดลินิวส์

    สมุทรสงคราม ยกระดับท่องเที่ยว เตรียมเปิด One Stop Service กลางเมืองแม่กลอง | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้าน Mix&Me café’ and restaurant by บ้านพระครูติ ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม นายนิทรารัตน์ แพทย์วงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการและที่ปรึกษาสภาฯ เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยมีคณะกรรมการและที่ปรึกษาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    ประเด็นสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือการเตรียมจัดตั้งจุดบริการนักท่องเที่ยวแบบครบวงจร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของจังหวัดสมุทรสงคราม โดยจะตั้งอยู่บริเวณจุดตัดทางรถไฟข้างโรงเรียนอนุบาลสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญใกล้ตลาดร่มหุบ และเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากสัญจรผ่านในแต่ละวัน

    รูปแบบของจุดบริการ เป็นบูธขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 2.5 เมตร ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นชัดเจน ภายในจะให้บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน ทั้งเส้นทางท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ วิถีชุมชน และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พร้อมทั้งจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวแนะนำ (Route) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในการวางแผนเดินทาง

    นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งในรูปแบบออฟไลน์ เช่น แผ่นพับ และรูปแบบออนไลน์ผ่าน QR Code ที่สามารถสแกนเพื่อเข้าถึงข้อมูลได้ทันที รองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนจังหวัดเพิ่มมากขึ้น

    ไม่เพียงเท่านั้น จุดบริการแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีฉุกเฉิน เช่น หลงทาง ตกรถ หรือประสบปัญหาระหว่างการเดินทาง โดยจะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

    อีกหนึ่งบทบาทสำคัญ คือการเป็นศูนย์รวมบริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ และบริการเดินทางรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมราคาค่าบริการให้เป็นธรรม สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย และป้องกันการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

    ในขณะเดียวกัน ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่มีรายได้เสริม โดยสนับสนุนให้เข้ามาเป็นผู้ให้บริการด้านการเดินทาง พร้อมทั้งจัดอบรมทักษะภาษาอังกฤษและการเป็นมัคคุเทศก์เบื้องต้น เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการในท้องถิ่น ทั้งนี้ จุดบริการดังกล่าวจะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. โดยมีเจ้าหน้าที่จิตอาสาคอยให้บริการอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ในเร็ว ๆ นี้

    นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดตั้งพื้นที่จำหน่ายของฝาก “ของดีเมืองแม่กลอง” บริเวณอาคารวราปลาทู ใกล้กับปั้มน้ำมันเชลล์ ถนนทางเข้าเมือง เขตเทซบาลเมืองสมุทรสงคราม เพื่อส่งเสริมสินค้าในท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5769628/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0d6Q5TXrst82QzhuvidZ-H