Blog

  • อยุธยาพร้อม! เปิดฉาก ‘สาดน้ำกับช้าง’ สุดตระการตา ชวนแต่งชุดไทยเล่นสงกรานต์ สื่อทั่วโลกแห่ทำข่าว | เดลินิวส์

    อยุธยาพร้อม! เปิดฉาก ‘สาดน้ำกับช้าง’ สุดตระการตา ชวนแต่งชุดไทยเล่นสงกรานต์ สื่อทั่วโลกแห่ทำข่าว | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 10 เม.ย. ที่บริเวณวงเวียนศาลหลักเมือง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา วังช้างอยุธยาแลเพนียด สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวอยุธยา นำโดยนายเรียงทองบาท มีพันธ์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนายมานัส ทรัพย์มีชัย อุปนายกสมาคมฯ และนายกิตติภพ คงทอง เลขานุการสมาคมฯ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยนางนิตยา เมธีวุฒิกร รองผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันจัดกิจกรรม”เที่ยอยุธยามหาสงกรานต์สาดน้ำกับช้าง2569” โดยจัดให้มีการแต่งชุดไทยสาดน้ำกับช้าง มีรถบรรทุกน้ำของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา นำน้ำมาร่วมด้วย บรรยกาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศที่เดินทางมาเก็บภาพเพื่อไปเผยแพร่ทั่วโลก

    นายเรียงทองบาท เปิดเผยว่า สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ได้จัดให้มีการเล่าน้ำสงกรานต์กับช้าง ซึ่งจัดขึ้นบริเวณหน้าสำนักงานททท.พระนครศรีอยุธยา ถนนศรีสรรเพชญ์ วันที่ 13-15 เมษายน 2569 โดยจะมีช้างมาร่วมพ่นน้ำกับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน ซึ่งภาพของช้างเล่นน้ำสงกรานต์ปีนี้แตกต่างจากปีที่ผ่านมา มุ่งเน้นให้มีการสื่อสารถึงความเป็นไทย ด้วยการแต่งชุดไทยเล่นน้ำสงกรานต์

    นางนิตยา เปิดเผยว่า ปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา โดยนายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผ.อ.ททท.พระนครศรีอยุธยา ได้ให้ความสำคัญของการเผยแพร่ภาพของช้างเล่นน้ำกับช้าง แสดงถึงประเพณีไทย และภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวอยุธยาที่มีช้างเป็นตัวนำ อีกทั้งยังสนับสนุนการแต่งไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์สุรชัย ศรีบุปผา หรือครูมด ผู้อำนวยการบ้านรำไทย นำชุดไทยมาให้นักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำกับช้างได้แต่งกันวันละ 300 ชุด โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย นับเป็นสีสันที่น่าสนใจในปีนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5769333/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YAmZOVg2CuTi2EVzHsk5H

  • รมว.ท่องเที่ยว ประกาศทบทวน ‘ฟรีวีซ่า’ ยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน

    รมว.ท่องเที่ยว ประกาศทบทวน ‘ฟรีวีซ่า’ ยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน

    รมว.ท่องเที่ยว ประกาศทบทวน 'ฟรีวีซ่า' ยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน

    รมว.ท่องเที่ยว ประกาศทบทวน ‘ฟรีวีซ่า’ ยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน

    10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่า ขณะนี้รัฐบาล โดยกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงต่างประเทศ กำลังศึกษาเบื้องต้นเพื่อทบทวนการยกเว้นวีซ่า หรือ ฟรีวีซ่า ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 90 ประเทศ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างแท้จริงเข้ามาในประเทศ

    “เรื่องฟรีวีซ่า ในระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยได้เปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว 90 กว่าประเทศ โดยสามารถพักพิงในประเทศไทยได้ 60 วัน แต่ในช่วงที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตรา ได้เก็บข้อมูลพร้อมทั้งศึกษาถึงแนวทางว่า การที่นักท่องเที่ยวเที่ยวอยู่ประเทศไทย 60 วันนั้นเป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่” นายสุรศักดิ์ ระบุ

    นายสุรศักดิ์ อธิบายว่า นักท่องเที่ยวที่เที่ยวในเมืองไทยตั้งแต่วันเดียวจนถึง 30 วัน คิด 90% หมายถึงว่ายังมีอีกเกือบ 10% ที่อยู่เกิน 30 วัน เพราะฉะนั้นคณะกรรมการเองก็มีแนวทางชัดเจนว่า การทบทวนระยะเวลาของการให้ฟรีวีซ่าที่สามารถอยู่ได้ 60 วันนั้น จำเป็นจะต้องมีการลดจำนวนวันเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวจริง ๆ 

    ทั้งนี้เห็นว่า การเปิดให้นักท่องเที่ยวอยู่เกินนานไป เริ่มจะไม่ใช่เป็นนักท่องเที่ยว เพราะจะมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่เข้ามาแย่งงานคนไทย เริ่มมีนอมินีในบางประเด็น รวมถึงการเข้ามาทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นการศึกษาครั้งนี้ ก็ระบุชัดว่าการที่จะลดเวลา 30 วันจะไม่กระทบนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนที่เหลือเกือบ 10% อยู่เกิน 30 วันก็มีวีซ่าอีกประเภทหนึ่งครับที่เรียกว่า Destination Thailand Visa หรือ DTV สามารถอยู่ได้ถึง 180 วัน

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

    “การดำเนินการดังกล่าวจะจำกัดเวลาให้มีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง และไม่เพียงแค่กำกับเวลา เพราะในที่สุดประเทศต่าง ๆ ที่เคยได้ฟรีวีซ่าเองก็ต้องพิจารณาทั้งหมดทุกประเทศว่าประเทศไหนยังคงเหมาะสมอยู่ เพราะเราอยากได้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ สิ่งนี้ชัดเจนในนโยบายว่าการยกระดับคุณภาพมากกว่าปริมาณ และสร้างรายได้มากกว่าปริมาณ สิ่งนี้เป็นกลไกหนึ่งที่กระทรวงจะต้องทำ” นายสุรศักดิ์ กล่าว

    ส่วนประเด็นเรื่องการเตรียมจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดินนักท่องเที่ยวนั้น เห็นว่า ประเทศไทยไม่ใช่เป็นประเทศแรกที่ทำในเรื่องนี้ มีเหลือไม่กี่ประเทศที่ยังไม่ทำ และมีหลายประเทศที่กำลังเพิ่ม โดยจะมีเงินเข้ามายังกองทุนเพื่อดูแลการท่องเที่ยวและการประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ซึ่งถ้ามีกองทุนแล้วก็เชื่อว่าไม่เป็นงบประมาณแผ่นดินและไม่มาเบียดเบียนค่ารักษาพยาบาลของคนในประเทศ เพราะมีประกันชีวิต และประกันอุบัติเหตุอย่างชัดเจนของนักท่องเที่ยว 

    รมว.การท่องเที่ยวฯ เชื่อว่า การดำเนินการดังกล่าวนักท่องเที่ยวจะเกิดความเชื่อมั่น ส่วนเงินที่ได้ก็นำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ห้องสุขา และความปลอดภัย หรือนำเงินกลับไปสู่ชุมชนและท้องถิ่นที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมจำนวนมากเป็นรายหัวต่อไป 

    ขณะที่การสนับสนุนให้คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยสนับสนุนการยกระดับเมืองน่าเที่ยวนั้น ต้องยอมรับครับในภาวะเหตุการณ์โลกในปัจจุบันค่าครองชีพที่สูง และค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น การที่จะต้องลงให้คนไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวก็ยังต้องมี โดยมุ่งเน้นไปสู่การใช้ระบบการขนส่งมวลชนมากขึ้น ทั้งรถไฟหรือรถที่ใช้ร่วมกัน ถือเป็นนโยบายที่ทางกระทรวงจะขับเคลื่อนและผลักดันทันที

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา

    พร้อมกันนี้รัฐบาลจะปรับโครงสร้างกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ใหม่ โดยให้การท่องเที่ยวไปอยู่กับการบริหารจัดการด้านวัฒนธรรม และแยกกระทรวงกีฬาต่างหาก เพราะเรื่องท่องเที่ยวและเรื่องวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่สอดคล้องกัน ส่วนการแยกกีฬาออกมานั้น จะสามารถทำให้ความชัดเจนของกีฬามีทิศทางที่ดีขึ้น สามารถพัฒนานักกีฬาต่อยอดเป็นนักกีฬาอาชีพได้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับการพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศจะได้รับการพัฒนาได้อย่างชัดเจน 

    ส่วนข้อห่วงใยของวุฒิสภาเรื่องของสนามกีฬาร้างในหลาย ๆ จังหวัด รัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของตนจะต้องเปลี่ยนสนามกีฬาที่ร้างให้มาใช้งานได้ ซึ่งการแก้ไขไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณอย่างเดียว แต่รวมไปถึงเรื่องการถ่ายโอน เรื่องเจ้าของที่ โดยหลายเรื่องต้องตั้งคณะกรรมการเข้ามาทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง

    ขณะที่เรื่องการสนับสนุนของนักกีฬา ก็เห็นด้วยว่า วันนี้เงินที่ได้ในเบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ ต้องพิจารณาโครงสร้างของการสนับสนุนเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาใหม่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจนักกีฬา 

    “เรื่องการกีฬา รัฐบาลจะมุ่งเน้นการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา การแยกกีฬาอย่างชัดเจน การจัดอีเวนต์ต่าง ๆ จะต้องเป็นการจัดที่เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง โดยต้องพิจารณาความคุ้มค่ามากกว่าที่อยากจะจัดโดยที่ไม่ได้ดูอะไรเลย เพราะฉะนั้นทุก World Event ในประเทศไทยมีได้แต่ต้องคุ้มค่ากับการจัด คุ้มค่าหลาย ๆ เรื่อง ถ้าไม่คุ้มก็ต้องพิจารณาดี ๆ ในยามภาวะที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ แต่การสนับสนุนจะเต็มที่โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าเป็นหลัก” รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/656298&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xB4uM13R_6k7I-YO1Z7vM

  • ศุภจี แจงดราม่าอภิปราย เที่ยวไทย 365 วัน คนละเรื่องแก้ฝุ่น PM 2.5 ไม่เสียกำลังใจ

    ศุภจี แจงดราม่าอภิปราย เที่ยวไทย 365 วัน คนละเรื่องแก้ฝุ่น PM 2.5 ไม่เสียกำลังใจ

    วันนี้ (10 เมษายน) ที่อาคารรัฐสภา ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีดราม่าจากการอภิปรายเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่อาจทำให้ไม่สามารถท่องเที่ยวได้ครบ 365 วัน ว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไข และมีคณะทำงานดูแลอยู่

    แต่การอภิปรายเมื่อคืน เป็นการพูดในหัวข้อเรื่องการท่องเที่ยว โดยกล่าวถึงแนวคิด “ท่องเที่ยว 365 วัน” ว่าในแต่ละวันประเทศไทยมีความสวยงามในทุกฤดูกาล สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีปัญหาฝุ่นพิษ อาจทำให้บางพื้นที่ เช่น เชียงใหม่ ไม่เหมาะกับการท่องเที่ยว ซึ่งตนเข้าใจ เพราะขณะนี้ต้องเร่งแก้ไขปัญหาฝุ่น และให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นวิกฤตที่กระทบไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ต้องมีอากาศสะอาดด้วย

    ทั้งนี้ ในมิติการท่องเที่ยว ยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่สามารถพัฒนาเป็นปฏิทินท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ดังนั้น สิ่งที่ตนสื่อสารคือเรื่องการท่องเที่ยว ขณะที่ประเด็นฝุ่นเป็นอีกมิติหนึ่ง ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่กันไปในคนละด้าน

    “ไม่ได้พูดเลยว่าฝุ่นไม่เกี่ยว หรือปล่อยไว้แบบนั้น ไม่ใช่เลย ฝุ่นไม่ได้เกิดเฉพาะที่เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ก็มี ต่างจังหวัดก็มี จึงต้องแก้ปัญหาที่ต้นทาง โดยมีหน่วยงานและกระทรวงที่รับผิดชอบ เราพูดกันคนละประเด็น มิติการท่องเที่ยวก็เป็นอีกมิติหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องเดินหน้าต่อ เพราะเป็นแหล่งรายได้ของประเทศ ก็อยากให้ช่วยสื่อสารทำความเข้าใจว่า ไม่ได้หมายความว่าเรื่องฝุ่นไม่สำคัญ แต่ย้ำว่าเรื่องฝุ่นสำคัญมาก และต้องแก้ไข”

    เมื่อถามว่าเสียกำลังใจหรือไม่ หลังมีผู้เข้าใจสารที่สื่อสารคลาดเคลื่อน ศุภจี กล่าวว่า ไม่เสียกำลังใจ เพราะโดยธรรมชาติของการรับฟัง หากฟังเพียงบางช่วงก็อาจเข้าใจเพียงบางส่วน แต่หากฟังตั้งแต่ต้นจนจบจะเข้าใจมากขึ้น พร้อมระบุว่า คนสมัยนี้อาจฟังน้อยลง ดังนั้นตนมีหน้าที่อธิบายและทำงานต่อไป

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/supajee-tourism-pm25-controversy/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Vn3ZjEvWX2tphqb0fajQR

  • T

    T

    พร้อมส่ง 3 ออนไลน์แคมเปญ แท็กทีมทัพครีเอเตอร์ชวนไลฟ์สนุก สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทยช่วงสงกรานต์ปีนี้

    TikTok ผนึก ททท. ดัน

    TikTok แพลตฟอร์มแห่งการค้นพบระดับโลก และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สานต่อความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อมุ่งส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้เป็น Soft Power สำคัญเพื่อผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ เปิดตัว 3 แคมเปญใหม่รับ “สงกรานต์ปี 2569” ผ่าน TikTok LIVE มุ่งสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมไทยดิจิทัลไร้พรมแดน ชูการไลฟ์เป็นเครื่องมือหลักมัดใจนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ๆ ทั่วโลก สานต่อความสำเร็จจากงาน “Wonder Thai Festival” เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่สร้างยอด Engagement สูงกว่าแคมเปญอื่นถึง 24% TikTok ผนึก ททท. ดัน

    ดันวัฒนธรรมไทยเป็น “แม่เหล็ก” สะพานเชื่อมการท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์

    ความสำเร็จของแคมเปญ Wonder Thai Festival เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งจำลองบรรยากาศ “งานวัด” มาไว้บนหน้าจอสมาร์ทโฟน สร้างยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) สูงถึง 24% จำนวนครีเอเตอร์ร่วมไลฟ์ในแคมเปญมีมากกว่าแคมเปญประเภทอื่นถึง 10% สะท้อนให้เห็นว่า “วัฒนธรรม ประเพณี และความเป็นไทย” คือแนวคอนเทนต์ระดับแม่เหล็กที่ทรงพลัง สามารถดึงดูดใจผู้ใช้งาน TikTok กว่า 50 ล้านรายได้เป็นอย่างดี ผ่านการพัฒนาฟีเจอร์ Virtual Gifts และ User Interface (UI) ของ TikTok LIVE ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อเข้ากับบรรยากาศและเทศกาลไทยโดยเฉพาะ ทำให้การสืบสานประเพณีไทยไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

    ความสำเร็จดังกล่าวยังตอกย้ำการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ TikTok LIVE ในประเทศไทยในปี 2568 ที่ผ่านมา โดยมีจำนวน LIVE Creator สูงถึง 11.4 ล้านราย (เติบโตขึ้น 117%) มียอดการชมไลฟ์รวมกว่า 8 พันล้านวิวต่อเดือน (เติบโตขึ้น 38%) สะท้อนให้เห็นถึงความเหนียวแน่นของชุมชนผู้ใช้งานและความพร้อมของอีโคซิสเต็มส์ในการเป็นช่องทางหลักเพื่อส่งต่อวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก

    TikTok สนับสนุนยุทธศาสตร์ “Value over Volume” ของ ททท. ผ่าน “Sub-Culture Economy” เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    ความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ททท. ที่มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value over Volume) โดยอาศัยศักยภาพของ TikTok ในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลกที่รวมทุกความสนใจ เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Sub-Culture ที่มีกำลังซื้อสูงและมีปฏิสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสายกิน (Foodies), สายอาร์ตและงานดีไซน์ (Art & Design) หรือกลุ่มผู้หลงใหลในวัฒนธรรมท้องถิ่น (Cultural Seekers)

    โดย TikTok ได้จับมือกับเหล่า TikTok LIVE Creator ที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงถ่ายทอดคอนเทนต์ที่มากกว่าแค่บรรยากาศงานเทศกาล แต่เป็นการนำเสนอ “ประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่” และ “อัตลักษณ์ท้องถิ่นไทยที่โดดเด่น” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนจากยอดวิวสู่การตัดสินใจเดินทางจริงของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายที่พร้อมใช้จ่ายเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและมีคุณค่า

    เปิดตัว 3 แคมเปญใหม่รับสงกรานต์ ดันครีเอเตอร์สร้าง Festive Moment ระดับโลกบน TikTok LIVE

    เพื่อให้สงกรานต์ปี 2569 เป็นเทศกาลของไทยที่ผู้คนเข้าถึงได้ทุกโมเมนต์ TikTok และ ททท. ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ 3 กิจกรรมไฮไลท์ที่จะเปลี่ยนหน้าจอให้เป็นเวทีสืบสานและส่งต่อวัฒนธรรมระดับโลก ดังนี้

    1. สาด LIVE สาด Love: ยกกลิ่นอายวัฒนธรรมสงกรานต์ทั่วไทย เช่น ก่อเจดีย์ทราย, ปักตุงปีใหม่เมือง และ รถถีบกางจ้อง มาไว้บนหน้าจอ TikTok LIVE เปิดให้เหล่าครีเอเตอร์สร้างไลฟ์สร้างสีสันของตัวเองในธีมสงกรานต์ชวนเหล่าแฟน ๆ ผู้ติดตามส่งของขวัญคอลเลกชันพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ ตั้งแต่ 11 – 17 เมษายน 2569
    2. LIVE ชุ่ม PK ฉ่ำ: แข่งเล่นสงกรานต์ไลฟ์ชนจอระหว่างครีจเอเตอร์ไทยและครีเตอร์ในต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ประเพณีสงกรานต์ออกสู่สายตาชาวโลกผ่าน TikTok LIVE ด้วยการนำเสนอ ของขวัญ LIVE ในธีมสงกรานต์ เช่น ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปะแป้ง และของขวัญต่าง ๆ อีกมากมายให้ผู้มีส่วนร่วมสัมผัสประสบการณ์สงกรานต์รูปแบบใหม่บนจอโทรศัพท์ พร้อมกับเหล่าครีเอเตอร์แนวหน้า ที่จะมาแสดงความสามารถ ร้อง เต้น ในชุดพื้นเมืองไทย ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน 2569
    3. ดาวเด่นเล่นสงกรานต์: ไลน์อัพพาเหรดสงกรานต์ผ่านช่อง TikTokLIVE-TH นำเสนอคอนเทนต์หลากลายรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับประเพณีไทยและสงกรานต์ โดยผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมโดยการส่งไอคอนไลค์ธีมสงกรานต์ให้กำลังใจครีเอเตอร์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดี ๆ ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน 2569

    นางชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy SEA, TikTok กล่าวว่า “TikTok มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Soft Power ไทยสู่ระดับสากล ผ่านความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มที่เป็น Global Community เราไม่ได้มีเพียงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่เรามีชุมชนครีเอเตอร์ที่ทรงพลังหลายล้านราย พร้อมเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการส่งต่อเรื่องราววัฒนธรรมไทยให้มีชีวิตชีวาบนโลกดิจิทัล การร่วมมือกับ ททท. อย่างต่อเนื่องผ่านการสร้างสรรค์กิจกรรมของ TikTok LIVE เป็นการเปิดประตูให้คนได้เห็นมนต์เสน่ห์ของไทยแบบเรียลไทม์ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าเนื้อหาที่จริงใจจากครีเอเตอร์จะเป็นส่วนช่วยกระตุ้นความสนใจในเทศกาลและวัฒนธรรมไทย สามารถต่อยอดเป็นการช่วยตัดสินใจท่องเที่ยวไทยทั้งในช่วงเทศกาลและหลังเทศกาล ตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของไทยอย่างเป็นรูปธรรม”

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ททท. ปรับตัวให้ทันกับเทรนด์โลกออนไลน์ที่มองหาความจริงใจและประสบการณ์ที่จับต้องได้จริง การยกระดับ Soft Power ไทยสู่ระดับสากลต้องอาศัยเครื่องมือที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด โดย TikTok LIVE ตอบโจทย์นี้ได้อย่างดีเยี่ยมในแง่ของการส่งเสริมการท่องเที่ยวในยุคนี้ได้อย่างทรงพลังที่สุด เราจับมือกับ TikTok ต่อเนื่อง เพราะเห็นถึงศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้อย่างแม่นยำ ซึ่งในแคมเปญสงกรานต์ในครั้งนี้ ททท.ยังได้สนับสนุนแพคเกจท่องเที่ยวไทยให้แก่ครีเอเตอร์ที่ชนะจากการไลฟ์ร่วมสนุกบน TikTok เพื่อจูงใจและสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง การทำงานร่วมกับ TikTok LIVE Creator ในเทศกาลต่าง ๆ จึงได้ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ประเพณีไทยให้สนุกสนาน เข้าถึงง่าย และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมอยากมาสัมผัสบรรยากาศจริงที่ประเทศไทย ไม่ใช่แค่ช่วงสงกรานต์ แต่เป็นในทุกเทศกาลตลอดทั้งปี”

    ปักหมุดไฮไลท์สำคัญความร่วมมือกับ TikTok LIVE x ททท. ที่ห้ามพลาด!

    ห้ามพลาด! ในวันที่ 10 เมษายน 2569 เตรียมพบกับกองทัพ Top TikTok LIVE Creators แถวหน้าของเมืองไทย ในฐานะแขกรับเชิญพิเศษระดับเซเลบริตี้ที่จะมารวมตัวกันในงาน “เสน่ห์ไทย” ที่จัดขึ้นโดย ททท. พาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยผ่านสายตาครีเตอร์คนรุ่นใหม่ พร้อมพาไปสัมผัสบรรยากาศงาน รวมถึง “เสน่ห์อาร์ต By Songkran Festival” ที่รวบรวมผลงานจากศิลปินไทย ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านคาแรกเตอร์ดีไซน์สุดสร้างสรรค์ที่กระจายอยู่ทั่วงาน อาทิ Mamuang, 2CHOEY, POORBOY, TOMATO TWINS และ CRY BABY โดยแต่ละจุดมีเรื่องราวและแรงบันดาลใจที่แตกต่างกัน สะท้อนความเป็นไทยในมุมมองร่วมสมัยได้อย่างโดดเด่น พร้อมเสริมด้วยไฮไลท์กิจกรรมภายในโซน ไม่ว่าจะเป็นจุดถ่ายภาพ Art Installation ขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อสายคอนเทนต์โดยเฉพาะ กิจกรรมพบปะศิลปินตัวจริง รวมถึงเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สร้างสรรค์คาแรกเตอร์ในสไตล์ของตัวเอง พร้อมถ่ายทอดสดให้ชมกันผ่านหน้าจอ TikTok LIVE เท่านั้น ผู้ใช้งานสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลได้ง่าย ๆ เพียงค้นหา #Songkran2026 และ #AmazingThailand บน TikTok

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iepquea3g4hsi21ocyb7jq6f57nqgv25&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AjBJRiHDnZS5Xs-ARGg7g

  • ดราม่าเที่ยวไทย 365 วัน “ศุภจี” เคลียร์ชัด ไม่ใช่ทุกที่เที่ยวได้ทุกวัน

    ดราม่าเที่ยวไทย 365 วัน “ศุภจี” เคลียร์ชัด ไม่ใช่ทุกที่เที่ยวได้ทุกวัน

    ดราม่าเที่ยวไทย 365 วัน

    สรุปดราม่านโยบายเที่ยวไทย 365 วัน หลังถูกวิจารณ์หนักเรื่องฝุ่น PM2.5 รัฐบาลแจงเป็นเพียง “ปฏิทินท่องเที่ยว” เพื่อกระจายรายได้ ยันเร่งแก้ปัญหาสุขภาพควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ

    • รัฐบาลชี้แจงว่านโยบาย “เที่ยวไทย 365 วัน” คือการสร้างปฏิทินท่องเที่ยวเพื่อกระจายรายได้ตลอดปี ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะเที่ยวได้ทุกวันโดยไม่สนฤดูกาลหรือสภาพอากาศ
    • เกิดเสียงวิจารณ์ว่านโยบายดังกล่าวละเลยปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
    • ฝ่ายค้านเสนอว่าการจะทำให้นโยบายสำเร็จต้องแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคอย่างฝุ่น PM2.5 ควบคู่ไปกับการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินการทั้งสองเรื่องไปพร้อมกัน

    สรุปดราม่านโยบายเที่ยวไทย 365 วัน หลังถูกวิจารณ์หนักเรื่องฝุ่น PM2.5 รัฐบาลแจงเป็นเพียง “ปฏิทินท่องเที่ยว” เพื่อกระจายรายได้ ยันเร่งแก้ปัญหาสุขภาพควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่านโยบาย “365 วันมหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” คือการทำ “ปฏิทินท่องเที่ยว” เพื่อดึงศักยภาพแต่ละพื้นที่ที่มีจุดเด่นต่างฤดูกาลกันมาใช้ เป้าหมายคือกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ได้แปลว่าทุกจังหวัดจะเที่ยวได้ทุกวันโดยไม่สนสภาพอากาศ

    ประเทศไทยมีปฏิทินกิจกรรมและจุดหมายท่องเที่ยวที่แตกต่างกันตามช่วงเวลา ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความต่อเนื่อง

    เสียงสะท้อน “สุขภาพต้องมาก่อน”

    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคประชาชน ออกมาเตือนว่ารัฐบาลอย่ามองแค่ตัวเลขท่องเที่ยวจนลืม “สุขภาพประชาชน” โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่กระทบพัฒนาการเด็กและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ซึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตที่สำคัญกว่ารายได้จากการท่องเที่ยวในระยะสั้น

    อัดนโยบายท่องเที่ยว ใช้งบไม่ตรงจุด

    นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคประชาชน ได้อภิปรายว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวบ้านเราน้อยลง เพราะความน่าสนใจของบ้านเราลดลง ไม่มีจุดขายใหม่ ๆ นักท่องเที่ยวขาดแรงจูงใจที่จะมาซ้ำ และประเทศเพื่อนบ้านเราก็ทำการท่องเที่ยวได้ดีกว่าเรา 

    สำหรับนโยบายแรกที่รัฐบาลจะพัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายในการเดินทางแบบ 365 วัน ในหลักการถือว่าตอบโจทย์ในการเพิ่มการกระจายตัวของการท่องเที่ยว เพียงแต่ว่าวิธีการที่จะทำนั้น จากที่จะสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ประทับใจ สร้างความปลอดภัย ต่อยอดจุดแข็ง

    ซึ่งหลายพื้นที่เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่ทำไมหลายพื้นที่เหล่านั้นถึงยังไม่กลายเป็นที่หมายแบบ 365 วัน อย่างเชียงใหม่บ้านของตนมีการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีศิลปะวัฒนธรรม มีอาหาร มีครบ มีมานานแล้ว แต่สาเหตุที่ทำให้เชียงใหม่ไม่สามารถเที่ยวได้ 365 วัน เนื่องจากฝุ่น PM2.5 กล่าวคือ การที่จะทำให้ไทยเป็นที่หมายแบบ 365 วันได้ การเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวมันไม่พอ แต่ต้องหาอุปสรรคอื่น ๆ ที่ทำให้คนไม่ไปเที่ยว และแก้อุปสรรคเหล่านี้ไปพร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยว นโยบายจึงจะสำเร็จ

    นโยบายท่องเที่ยว-แก้ปัญหาฝุ่น ต้องทำควบคู่กัน

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่าสำหรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับนโยบายท่องเที่ยว ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นเรื่องที่กระทบประชาชนโดยตรง และเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินมาตรการด้านการจัดการต้นเหตุ การควบคุมการเผา และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

    การเดินหน้านโยบายท่องเที่ยวและการแก้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กัน โดยยืนยันว่าการพัฒนาเศรษฐกิจไม่ลดทอนความสำคัญของการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/862936&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Cy1EGURqZLfkjv1EWH4J5

  • จัดสัมมนาสานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    จัดสัมมนาสานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจัดสัมมนาสานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายทวีศักดิ์ จันทร์วีระเสถียร อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่อยู่ในความดูแลของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยมี นายธวัช นกแสง รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางนิธิมณี ศังขมณี ยงเกียรติกานต์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นายกมลศักดิ์ ชัยชนะวิชชกิจ เลขานุการศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางสาวบุรณิมา คูนิอาจ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางอิง ภาสกรนที ประธานผู้พิพากษาสมทบ คณะกรรมการบริหาร ผู้พิพากษาสมทบ นักจิตวิทยาและเจ้าหน้าที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเข้าร่วม ที่โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

    ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมีนางเบญจวรรณ สิทธิสาท เป็นหัวหน้าโครงการฯ โดยโครงการฯ เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรนักบริหารโอกาสการเรียนรู้เพื่อความยุติธรรม Module 1 อ่านเด็ก อ่านระบบ อ่านความเป็นไปได้ สู่การสานฝันให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาแบบยืดหยุ่นไม่จำเป็นต้องเรียนในสถานศึกษาเท่านั้น และสามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัดและเหมาะสม โดยที่เด็กและเยาวชนมีงานทำ มีรายได้ ได้รับการศึกษาและนำกระบวนการศึกษาเรียนรู้จากการทำงานมาเทียบเป็นหน่วยกิตได้ เมื่อสอบผ่านจะได้รับใบประกาศนียบัตรตามช่วงชั้นเรียน นำไปต่อยอดขั้นสูงต่อไป สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคตสู่สังคมดีและเข้มแข็ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2925926&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Z-XMsUy2z3e2NvyMbBn-b

  • ศาลเยาวชนฯ สานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    ศาลเยาวชนฯ สานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    ศาลเยาวชนฯ สานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    ศาลเยาวชนฯ สานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    นายทวีศักดิ์ จันทร์วีระเสถียร อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษา สำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่อยู่ในความดูแลของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยมีนายธวัช นกแสง รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางนิธิมณี ศังขมณี ยงเกียรติกานต์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

                           นายทวีศักดิ์ จันทร์วีระเสถียร อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

    นายกมลศักดิ์ ชัยชนะวิชชกิจเลขานุการศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางสาวบุรณิมา คูนิอาจ ผู้อำนวยการ สำนักอำนวยการประจำศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางอิง ภาสกรนที ประธานผู้พิพากษาสมทบ คณะกรรมการบริหาร ผู้พิพากษาสมทบ นักจิตวิทยาและเจ้าหน้าที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เข้าร่วมงาน

    โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมีนางเบญจวรรณ สิทธิสาท เป็นหัวหน้าโครงการฯ 

                     ศาลเยาวชนฯ สานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น   ศาลเยาวชนฯ สานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น การสัมมนาครั้งนี้เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรนักบริหารโอกาสการเรียนรู้เพื่อความยุติธรรม Module1: อ่านเด็ก อ่านระบบ อ่านความเป็นไปได้ สู่การสานฝันให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาแบบยืดหยุ่นไม่จำเป็นต้องเรียนในสถานศึกษาเท่านั้น และสามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัดและเหมาะสม 

    ศาลเยาวชนฯ สานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    โดยที่เด็ก และเยาวชนมีงานทำ มีรายได้ ได้รับการศึกษาและนำกระบวนการศึกษาเรียนรู้จากการทำงานมาเทียบเป็นหน่วยกิตได้ เมื่อสอบผ่านจะได้รับใบประกาศนียบัตรตามช่วงชั้นเรียน นำไปต่อยอดขั้นสูงต่อไป สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคตสู่สังคมดีและเข้มแข็ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/656289&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nfvGuYTPTwEUOg2qxATw6

  • บางจากฯ แจงทำไมเรือขนส่งน้ำมันต้องแวะสิงคโปร์ก่อนมาไทย | เดลินิวส์

    บางจากฯ แจงทำไมเรือขนส่งน้ำมันต้องแวะสิงคโปร์ก่อนมาไทย | เดลินิวส์

    หลังจากเรือบรรทุกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเดินทางถึงท่าเรือโรงกลั่นน้ำมัน บางจาก ศรีราชา ด้วยความปลอดภัย และกำลังนำส่งน้ำมันดิบเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่กระบวนการกลั่น ส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้การจัดหาน้ำมันดิบสามารถดำเนินไปได้อย่างเหมาะสม ซึ่งน้ำมันดิบจากแหล่งตะวันออกกลางที่บรรทุกมาในเรือลำนี้ มีปริมาณประมาณ 700,000 บาร์เรล ซึ่งการตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมการขนส่งน้ำมันในลำดังกล่าว ต้องมีการแวะที่สิงคโปร์ด้วย  

    ล่าสุดบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงกรณีการขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่มีการกล่าวถึงในสื่อว่า การขนส่งน้ำมันดิบเที่ยวดังกล่าว เป็นการขนส่งในลักษณะ co-loading หรือมีลูกค้าร่วมใช้บริการขนส่ง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติปกติในอุตสาหกรรม โดยมีการบรรทุกน้ำมันดิบสำหรับลูกค้ามากกว่าหนึ่งรายในเรือลำเดียวกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการขนส่ง

    สำหรับเที่ยวเรือนี้ มีลูกค้าอีกรายหนึ่งที่มีจุดหมายปลายทางที่ประเทศสิงคโปร์ จึงมีการนำส่งตามลำดับปลายทางตามแผนการขนส่ง ก่อนที่เรือจะเดินทางต่อมายังประเทศไทยเพื่อนำส่งน้ำมันดิบที่ท่าเรือโรงกลั่นน้ำมัน บางจาก ศรีราชา

    ทั้งนี้ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้ารายอื่นเป็นข้อมูลทางการค้า ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยในที่สาธารณะได้ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวแก่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เริ่มประสานงานขอความอนุเคราะห์จากรัฐบาลไทย นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ก็ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเมื่อวานนี้ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5768693/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02ejJZB_xwIB4wTkJDiwJk

  • รัฐโอกุนเสริมแรงผลักดันการลงทุนด้วยนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่

    รัฐโอกุนเสริมแรงผลักดันการลงทุนด้วยนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่

    ผู้ว่าการรัฐโอกุน ดาโป อะบิโอดุน กล่าวว่า รัฐบาลของเขาจะไม่ละความพยายามใดๆ ในการสนับสนุนภาคเอกชนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมและการสร้างงานสำหรับประชากรที่เพิ่มขึ้นของไนจีเรีย โดยนายอะบิโอดุน ได้กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในพิธีเปิดนิคมอุตสาหกรรมและธุรกิจ ATC โอเด เรโม ซึ่งเป็นของวุฒิสมาชิกโอลาดิโป โอดูจิริน

    ผู้ว่าการรัฐกล่าวว่า โอกาสนี้เป็นก้าวสำคัญในความพยายามร่วมกันที่จะส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งความสำคัญของนิคมอุตสาหกรรมและธุรกิจนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ ความกล้าหาญ และความเข้าใจที่ชัดเจนในทิศทางเศรษฐกิจที่จำเป็นต่อการวางตำแหน่งรัฐให้เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับการลงทุนและนวัตกรรม ไม่เพียงแต่สร้างโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตอย่างครอบคลุมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกด้วย อีกทั้ง โครงการนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลของเราในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้ธุรกิจเจริญเติบโต โดยการจัดตั้งศูนย์กลางโครงสร้างสำหรับอุตสาหกรรมและกิจกรรมทางการค้า นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้จะกระตุ้นการสร้างงาน สนับสนุนวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง และดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

              นอกเหนือจากมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้ว ยังจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับการพัฒนาชุมชน เปิดโอกาสสำหรับการเรียนรู้ทักษะ เพิ่มการค้า และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในโอเด เรโมและพื้นที่โดยรอบ ให้สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการ ส่งเสริมวิสาหกิจในท้องถิ่น และสร้างศูนย์กลางการค้าที่มีชีวิตชีวาซึ่งตอบสนองความต้องการของทุกคนโดยรอบ เพื่อให้รัฐโอกุนมีความทันสมัย ​​เจริญรุ่งเรือง และมีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ โดยรัฐโอกุนจะยังคงลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และดำเนินนโยบายที่ส่งเสริมผลิตภาพของภาคธุรกิจ และรัฐโอกุนยังคงเปิดรับการลงทุนจากนักลงทุน

    ประธานนิคมอุตสาหกรรม โอดูจิริน กล่าวว่า โครงการนี้สอดคล้องอย่างยิ่งกับการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมและเป้าหมายการเติบโตที่เน้นการส่งออกของไนจีเรีย เป็นตัวแทนของแพลตฟอร์มการลงทุนที่นำโดยภาคเอกชนและได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานบนพื้นที่ 10 เอเคอร์ โดยพื้นที่ เอเคอร์ได้รับการพัฒนาแล้ว มีโกดังสินค้าที่ใช้งานได้ แห่ง นอกจากนี้ สถานที่แห่งนี้ยังมีระบบไฟฟ้าที่เสถียรและถนนภายในที่เชื่อมต่อกับทางหลวงอีกด้วย และอุตสาหกรรมแห่งนี้สามารถเข้าถึงได้จากทุกส่วนของประเทศผ่านทางด่วนลากอส-อิบาดัน และสนามบินนานาชาติเกตเวย์ที่เพิ่งเปิดใหม่ นอกจากนี้การพัฒนาเฟสสองของนิคมอุตสาหกรรมจะรวมถึงห้างสรรพสินค้า โรงแรมธุรกิจระดับสี่ดาวที่มุ่งเป้าไปที่ลูกค้าองค์กร การจราจรที่เชื่อมโยงกับการบิน และผู้มาเยือนจากภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนาแบบผสมผสาน ซึ่งรวมถึงที่อยู่อาศัย โรงแรม และกลุ่มธุรกิจ SME และธุรกิจที่มุ่งเน้นการส่งออก 

    ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นของสำนักงานฯ รัฐโอกุน (Ogun State) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไนจีเรีย เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่สำคัญ มีเมืองหลวงคืออาเบโอคูตา (Abeokuta) ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง โอลูโม ร็อค รัฐโอกุนติดกับสาธารณรัฐเบนินและเมืองลากอส (Lagos) ทำให้เป็นทำเลศักยภาพทางเศรษฐกิจและการเกษตร และเป็นศูนย์กลางการศึกษา มีพื้นที่ Co-working space ให้บริการ สำหรับผู้มาติดต่อธุรกิจ นอกจากนี้รัฐโอกุนได้รับการจัดอันดับว่าเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของไนจีเรีย มีการทำเกษตรกรรม การผลิต และเป็นแหล่งที่ตั้งของ โรงงานรีไซเคิลและอุตสาหกรรมต่างๆ ดังนั้น การสร้างนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่นับเป็นโอกาสให้กับนักลงทุนที่มุ่งเน้นการขยายตลาดและสำรวจโอกาสทางอุตสาหกรรมในไนจีเรีย โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ

    เครดิตภาพและที่มาข่าว https://punchng.com/

    ประมวลโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงอาบูจา

    เมษายน 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/en4docxppycr79odvczq1rk5&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pFod3sITRPiUebiuqAjxs

  • วิกฤตพลังงานนำไปสู่วิกฤตการเมืองได้อย่างไร

    วิกฤตพลังงานนำไปสู่วิกฤตการเมืองได้อย่างไร

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-236&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30T38bPuTsnSuS238Pzm_S