Blog

  • ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2569 : อินโฟเควสท์

    ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2569 : อินโฟเควสท์

    ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2569

    รางวัลที่หนึ่ง คือ 004615

    รางวัลเลขหน้าสามตัว คือ 731 และ 429

    รางวัลเลขท้ายสามตัว คือ 937 และ 094

    รางวัลเลขท้ายสองตัว คือ 53

    โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/632237&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ifz1Ds_NAwQbR9m_uLKMt

  • ประเด็นร้อนข่าวต่างประเทศ วันที่ 17 สิงหาคม 2569

    ประเด็นร้อนข่าวต่างประเทศ วันที่ 17 สิงหาคม 2569

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/international/167905&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2f0SjoiRDtHXwu7x4CvAhJ

  • ประเด็นร้อนข่าวเศรษฐกิจ วันที่ 17 สิงหาคม 2569

    ประเด็นร้อนข่าวเศรษฐกิจ วันที่ 17 สิงหาคม 2569

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/167904&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-7oqSnpnBmoTsEp0iGVE1

  • แนะSMEคว้าโอกาส3ปีทอง

    แนะSMEคว้าโอกาส3ปีทอง

    ช่วง 3 ปีข้างหน้า จึงเป็นเวลาที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยต้องเร่งวางหมาก เพื่อคว้าโอกาสก่อนเกมการค้าโลกจะเปลี่ยนไป finbiz by ttb ได้เปิดมุมมองให้กับผู้ประกอบการ ทั้งความเสี่ยงและโอกาส เตรียมพร้อมรับมือการแข่งขันในสมรภูมิการค้าโลกใหม่ โดยได้ชี้ว่า สนามแข่งใหม่ ไม่ใช่การตอบโต้กันด้วยกำแพงภาษีที่สูงกว่า 100% อีกแล้ว เพราะการพักรบทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ทำให้อัตราภาษีลดลงอย่างมาก แต่ประเด็นสำคัญคือ ในระยะกลางและระยะยาวทั้งสองประเทศยังเดินหน้าลดการพึ่งพากันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์

    เกมการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจในวันนี้ได้ขยายวงกว้างจากการค้าไปสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะจีนกำลังเร่งลงทุนด้าน AI และระบบอัตโนมัติอย่างจริงจัง ปัจจุบันมีบริษัทหุ่นยนต์มากกว่า 190,000 แห่ง และมีบริษัทเกิดขึ้นใหม่เฉพาะในปี 2024 ปีเดียวมีมากถึงกว่า 44,000 แห่ง อีกทั้งจีนยังเร่งขับเคลื่อนเทคโนโลยีแห่งอนาคตอีกหลายด้าน ทั้ง Quantum Technology, Brain-Computer Interface, 6G, พลังงานแห่งอนาคต และ Biomanufacturing ซึ่งเทคโนโลยีชีวภาพนี้นับเป็นตัวแปรสำคัญที่มีศักยภาพปฏิวัติการผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร ยา วัสดุใหม่ และพลังงานสะอาด นวัตกรรมทั้งหมดนี้จึงกำลังเข้ามาเปลี่ยนทั้งรูปแบบการดำเนินธุรกิจและโครงสร้างต้นทุนอุตสาหกรรมในอนาคตอย่างสิ้นเชิง

    การบุกของทุนจีนเป็นดาบสองคม มีทั้ง โอกาส และ การแข่งขัน ที่เอสเอ็มอีไทยต้องอ่านให้ออก โดย 4 ความเสี่ยงสำคัญที่เอสเอ็มอีไทยต้องจับตา ได้แก่ 1.การพึ่งพาจีนสูง โดยปัจจุบันเอสเอ็มอีไทยนำเข้าสินค้าจากจีนราว 50% ผู้ประกอบการจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมพิจารณากระจายแหล่งจัดหาสินค้า เพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว 2.ความผันผวนของค่าเงิน โดยกำไรของธุรกิจอาจหายไปหากค่าเงินมีความผันผวนหนัก จึงต้องมีการวางแผนบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนให้สอดคล้องกับรูปแบบรายรับและรายจ่ายของธุรกิจ

    3.ทิศทางดอกเบี้ย โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1% ต่ำกว่าสหรัฐ ที่สูงราว 3.5% ถือเป็นช่วงที่ต้นทุนการเงินยังเอื้อต่อการลงทุน ผู้ประกอบการที่มีแผนขยายธุรกิจจึงควรใช้โอกาสนี้พิจารณาการลงทุน ควบคู่กับการบริหารสภาพคล่องให้เหมาะสม และ 4.การเติบโตของเศรษฐกิจไทย ที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโต 3.5% ในขณะที่เศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 1.7% และหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงถึง 87% ของจีดีพี การหวังพึ่งพากำลังซื้อในบ้านอาจไม่เพียงพอ ทำให้การมองหาโอกาสในตลาดต่างประเทศมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าและตลาดไปยังประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโต

    ดังนั้นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการในวันนี้ คือการสร้างธุรกิจให้เติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง แต่คือธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด จากนี้ไปอีก 3 ปี คือช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่กติกาเศรษฐกิจใหม่ สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำคือ การทำความเข้าใจความเสี่ยงอย่างรอบด้านและวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบความพร้อม และความยืดหยุ่น คือ แต้มต่อสำคัญ เช่น การใช้สกุลเงินท้องถิ่น โดยเฉพาะการชำระเงินหยวนโดยตรงกับคู่ค้าจีน เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐและลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน, บัญชีหลายสกุลเงิน (Multi-Currency Account) เพื่อช่วยจัดการรายรับ-รายจ่ายต่างประเทศได้อย่างยืดหยุ่นในบัญชีเดียว, การป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า เช่น การล็อกต้นทุนหรือรายรับค่าเงินล่วงหน้าเพื่อคงกำไรของธุรกิจ และสินเชื่อเพื่อเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ เพื่อเติมสภาพคล่องด้วยโครงสร้างทางการเงินที่ออกแบบมาให้สอดรับกับความผันผวน

    ช่วงเวลา 3 ปีทองจากนี้ กติกาเศรษฐกิจกำลังเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้ที่พร้อม การมีเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมและการปรับตัวที่รวดเร็ว จะเป็นหัวใจสำคัญที่เปลี่ยนความผันผวนของโลกให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมั่นคง.

    ครองขวัญ รอดหมวน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/1051237/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GHUZXbiv8vgA56WsvXs_Z

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (17 ส.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (17 ส.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (17 ส.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (17 ส.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุดเวลา 23.14 น. “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล 85 สตางค์ต่อลิตร เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันเบนซิน

    • เบนซิน ลิตรละ 45.83 บาท
    • ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 47.79 บาท (โออาร์)
    • เบนซิน SUPER POWER X ลิตรละ 49.79 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 98+  ลิตรละ 48.44 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 27.78 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 36.84 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 36.47 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 31.84 บาท

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 54.25 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 37.54 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 32.54 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล SUPER POWER X ลิตรละ 50.05 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 49.25 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 37.54 บาท (บางจาก)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 32.54 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (17 ส.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/666589&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VKEASjsIlnnNhWcz0RGSq

  • ยกระดับเกษตร เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย  เมื่อเข้า OECD บังคับให้เราต้องโต

    ยกระดับเกษตร เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย เมื่อเข้า OECD บังคับให้เราต้องโต

    เวลาเราพูดถึง OECD เรามักคิดถึง เรื่อง ความยั่งยืน กับดักรายได้ การเติบโตของโน่นนั่นนี่ ฯลฯ สำหรับประเทศเกษตรกรรมอย่างประเทศไทย อาจรู้สึกว่า ภาคการเกษตรจะเกิดผลกระทบอะไรถ้าเข้า OECD มาดูกันว่า เกษตรกร จะได้อะไรจาก  OECD 

    เกษตรกรทั่วโลกมีรายได้เท่าไหร่?

    โดยเฉลี่ยแล้ว แรงงานภาคเกษตรทั่วโลกมีรายได้ประมาณ 3,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 9% ในอีกสิบปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ค่าเฉลี่ยทั่วโลกนี้ซ่อนความแตกต่างอย่างมากระหว่างภูมิภาคต่างๆ

    ในประเทศที่มีรายได้สูง แรงงานมีรายได้มากกว่ามาก ประมาณ 21,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีในปัจจุบัน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22,155 ดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035

    ในประเทศที่มีรายได้ปานกลาง รายได้กำลังเติบโตเนื่องจากการเกษตรมีการใช้เครื่องจักรและมีการค้ามากขึ้น แม้ว่าระดับรายได้จะแตกต่างกันอย่างมาก

    ในภูมิภาคที่มีรายได้ต่ำ เกษตรกรมีรายได้น้อยกว่ามาก ประมาณ 930 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเป็นประมาณ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐ

    เข้า OECD แล้ว รายได้เกษตรกรเปลี่ยนไปยังไง

    OECD-FAO เปิดรายงานแนวโน้มเกษตรโลกปี 2026-2035 ชี้ผลผลิตจ่อขยายตัว 13% พร้อมเตือนวิกฤตตะวันออกกลางกระทบความมั่นคงทางอาหาร

    องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้เผยแพร่รายงาน “แนวโน้มสินค้าเกษตรปี 2026-2035” (OECD‑FAO Agricultural Outlook 2026‑2035) โดยประเมินทิศทางตลาดสินค้าเกษตรและอาหารทะเลในระยะ 10 ปีข้างหน้า ชี้ผลผลิตทั่วโลกมีแนวโน้มขยายตัว แต่ยังคงมีความท้าทายสำคัญจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความเหลื่อมล้ำทางรายได้

    ประเด็นสำคัญจากรายงาน (Key Highlights)

    ผลผลิตเติบโตการผลิตภาคเกษตรทั่วโลกคาดว่าจะขยายตัว 13% ในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากเอเชีย แอฟริกาทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา และละตินอเมริกา

    วิกฤตตะวันออกกลาง ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางปี 2026 จะทำให้การใช้ปุ๋ยลดลงและกดดันการผลิตธัญพืช ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกลุ่มประเทศรายได้น้อย

    รายได้เกษตรกร คาดการณ์ว่ารายได้รวมทางการเกษตรต่อหัวจะเพิ่มขึ้น 9% ภายในปี 2035 ทว่ายังคงมีความเสี่ยงสูงถึง 25% ที่รายได้อาจลดลงต่ำกว่าระดับปัจจุบันจากความผันผวนของตลาด

    สิ่งแวดล้อมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงจากภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้นประมาณ 6.5% ซึ่งเติบโตช้ากว่าอัตราการขยายตัวของผลผลิต

    พิษสงครามตะวันออกกลางปี 2026 สะเทือนถึงจานอาหาร

    แม้แนวโน้มระยะยาวจะแสดงให้เห็นถึงการเติบโต แต่วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่สืบเนื่องจาก ความขัดแย้งในตะวันออกกลางในปี 2026 กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดสินค้าเกษตร การประเมินผ่านแบบจำลอง Aglink-Cosimo ชี้ให้เห็นว่า ต้นทุนพลังงานและปุ๋ยที่พุ่งสูงขึ้นทำให้การใช้ปุ๋ยลดลง ส่งผลให้ผลผลิตธัญพืชหดตัว โดยเฉพาะในประเทศที่มีรายได้น้อย

    สถานการณ์นี้จะทำให้ระบบอาหารและการเกษตรอ่อนแอลง ประชาชนในประเทศรายได้น้อยจะต้องเผชิญกับราคาอาหารที่แพงขึ้นจนต้องลดปริมาณการบริโภคหรือหันไปหาอาหารที่ราคาถูกกว่า ในขณะที่ครัวเรือนในประเทศที่ร่ำรวยกว่าจะยังคงรักษารูปแบบการบริโภคเดิมไว้ได้เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูงกว่า

    รวย-จน ห่างชั้น ภาพสะท้อนรายได้เกษตรกรโลก

    ด้วยการพัฒนาด้านผลิตภาพ รายได้ทางการเกษตรขั้นต้นเฉลี่ยต่อหัวทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 9% ในทศวรรษหน้า คิดเป็นผลิตภาพแรงงานภาคเกษตรเฉลี่ยที่ 3,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเฉลี่ยนี้ได้บดบังความเหลื่อมล้ำทางภูมิศาสตร์ที่รุนแรง

    ประเทศรายได้สูง (เช่น อเมริกาเหนือ, ยุโรปตะวันตก, ออสเตรเลีย) รายได้เฉลี่ยคาดว่าจะแตะระดับ 22,155 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2035 เนื่องจากระบบการผลิตที่ใช้เครื่องจักรกลสูงและใช้แรงงานน้อย

    ประเทศรายได้ปานกลาง (เช่น ละตินอเมริกา, เอเชียตะวันออก) กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการใช้แรงงานเข้มข้นไปสู่การใช้เทคโนโลยีและการลงทุนเชิงพาณิชย์มากขึ้น ซึ่งมีศักยภาพในการยกระดับรายได้ในชนบท

    ประเทศรายได้น้อย (แอฟริกาทางตอนใต้ของซาฮารา, เอเชียใต้) เกษตรกรยังมีรายได้เฉลี่ยเพียงประมาณ 930 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างจำกัดเพียง 1,100 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น เนื่องจากยังคงพึ่งพาการทำเกษตรแบบยังชีพขนาดเล็ก ขาดแคลนเครื่องจักร และเข้าไม่ถึงตลาด

    แนวโน้มราคาอาหาร พฤติกรรมผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม

    ในด้านราคา คาดว่า ราคาโภคภัณฑ์เกษตรระหว่างประเทศที่แท้จริงจะ ทรงตัวหรือลดลง ในอีก 10 ปีข้างหน้า จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและสภาพอากาศที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนและปัจจัยแทรกซ้อนอื่น

    ด้านพฤติกรรมการบริโภค ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีสัดส่วนถึง 39% ของการเติบโตของการบริโภคทั่วโลกภายในปี 2035 โดยประชากรจะเริ่มเปลี่ยนจากการบริโภคอาหารหลัก (Staple foods) ไปสู่ผลิตภัณฑ์จากปศุสัตว์และปลามากขึ้นตามระดับรายได้ที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน ประเทศรายได้น้อยจะยังคงเผชิญปัญหาโภชนาการและความมั่นคงทางอาหารต่อไป

    สำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6.5% นั้น กว่า 77% จะมาจากภาคปศุสัตว์ที่ขยายตัวขึ้น และอีก 23% มาจากการใช้ปุ๋ยเคมี ความท้าทายเชิงนโยบายที่สำคัญคือการเร่งเพิ่มผลิตภาพอย่างยั่งยืนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงทางอาหาร

    การค้าสินค้าเกษตรระหว่างประเทศแบบพหุภาคีและเป็นไปตามกฎกติกา ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นให้กับความมั่นคงทางอาหารโลก และช่วยรักษาสมดุลของอุปสงค์อุปทาน ในสภาวะที่โลกต้องเผชิญกับความผันผวน รายงานระบุทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/how-joining-oecd-affect-farmers&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YRHR5ex64Vq2K4Nk7DXqV

  • เศรษฐกิจมาเลเซียโต 6% ไตรมาสที่สอง สูงกว่าคาด แรงหนุนส่งออก-เอไอ | เดลินิวส์

    เศรษฐกิจมาเลเซียโต 6% ไตรมาสที่สอง สูงกว่าคาด แรงหนุนส่งออก-เอไอ | เดลินิวส์

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ว่าเศรษฐกิจมาเลเซียขยายตัว 6% เมื่อไตรมาสที่สอง ของปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่รัฐบาลประเมินไว้เบื้องต้นที่ 5.8% และเพิ่มขึ้นจาก 5.4% ในไตรมาสแรก

    การเติบโตดังกล่าวยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ 5.8% โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง การใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ยังคงมีเสถียรภาพ และการลงทุนที่ขยายตัวต่อเนื่อง

    ข้อมูลจากสำนักงานสถิติมาเลเซียและธนาคารกลางมาเลเซียระบุว่า ภาคเศรษฐกิจส่วนใหญ่ขยายตัวดีขึ้นในไตรมาสดังกล่าว ยกเว้นภาคเกษตรกรรม

    ขณะเดียวกัน ภาคการผลิตได้รับแรงหนุนสำคัญ จากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะความต้องการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) ขณะที่ภาคบริการได้แรงหนุนจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล

    ด้านนายอับดุล ราชิด กัฟฟูร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางมาเลเซีย กล่าวว่า เศรษฐกิจมาเลเซียมีแนวโน้มขยายตัวประมาณ 5% ในปีนี้ ซึ่งอยู่บริเวณกรอบบนของประมาณการเดิมที่ 4-5%

    ทั้งนี้ เศรษฐกิจมาเลเซียได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางค่อนข้างจำกัด เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศ การลงทุน และการส่งออกยังคงแข็งแกร่ง

    นอกจากนี้ ธนาคารกลางมาเลเซียยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมเป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกัน ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

    อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางมาเลเซียเตือนด้วยว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี แม้รัฐบาลยังมีมาตรการอุดหนุนราคาพลังงาน และช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาผลกระทบก็ตาม.

    เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

    เครดิตภาพ : REUTERS

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6112770/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xI0OtI0qzq4C0i2Co1FQ7

  • วิเคราะห์ทางเลือกสหรัฐ ‘โดดเดี่ยวเศรษฐกิจอิหร่าน’ เสี่ยงกระทบโลก-เศรษฐกิจอเมริกันเอง

    วิเคราะห์ทางเลือกสหรัฐ ‘โดดเดี่ยวเศรษฐกิจอิหร่าน’ เสี่ยงกระทบโลก-เศรษฐกิจอเมริกันเอง

    บลูมเบิร์กวิเคราะห์ทางเลือกสหรัฐ หากต้องการ ‘โดดเดี่ยวเศรษฐกิจอิหร่าน’ ทางเลือกที่มีอาจเสี่ยงกระทบเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของอเมริกันเอง

    สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐกำลังเตรียมแช่แข็งอิหร่านด้วยแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่นักวิจารณ์ยังคงมีข้อกังขา เนื่องจากอิหร่านอยู่ภายใต้การปิดล้อมทางทะเล และเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรอยู่แล้ว

    บลูมเบิร์กรายงานว่า ขณะที่รัฐบาลทรัมป์ไม่บอกว่ากำลังวางแผนทำอะไร แต่นักวิเคราะห์มองว่า ยังมีทางเลือกอื่นที่กระทรวงการคลังของเบสเซนต์สามารถใช้กดดันอิหร่านได้

    วิเคราะห์ทางเลือกสหรัฐ ‘โดดเดี่ยวเศรษฐกิจอิหร่าน’ เสี่ยงกระทบโลก-เศรษฐกิจอเมริกันเอง

    อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักคือ การหันไปใช้ทางเลือกที่เหลืออยู่นั้น อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐเอง

    คริส เคนเนดี นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Economics กล่าวว่า “ถ้าประธานาธิบดีไม่ตัดสินใจให้ความสำคัญกับการจัดการกับภัยคุกคามจากอิหร่านเหนือประเด็นอื่นๆ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับจีน การดำเนินการต่างๆ อาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของอิหร่านได้อย่างมีนัยสำคัญ”

    แม้ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลทรัมป์จะใช้มาตรการใดบ้าง แต่บลูมเบิร์กได้คาดการณ์ถึงทางเลือกที่เป็นไปได้ที่สหรัฐอาจใช้ ซึ่งทางการสหรัฐอาจผสมผสานมาตรการหลายอย่างต่อไปนี้เข้าด้วยกัน หรือเลือกใช้วิธีอื่นที่ไม่ใช่ทางเลือกเหล่านี้

    เล่นงานจีน เสี่ยงกระทบสัมพันธ์

    จีนซื้อน้ำมันอิหร่านมากกว่า 90% การคว่ำบาตรหน่วยงานที่อำนวยความสะดวกในการซื้อขายน้ำมันระหว่างจีนและอิหร่านอาจลดรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันของเตหะรานได้โดยตรง

    ที่ผ่านมา วอชิงตันได้คว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็กและบริษัทของจีนบางแห่งไปแล้วตั้งแต่สหรัฐเริ่มสงครามกับอิหร่านในปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่จนถึงขณะนี้ สหรัฐยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายไปที่ธนาคารขนาดใหญ่ของจีนที่ให้เงินทุนสนับสนุนการค้าดังกล่าว

    อย่างไรก็ตาม การดำเนินการข้างต้นมีความเสี่ยง เนื่องจากการโจมตีบริษัทหรือสถาบันการเงินของจีนอาจทำให้ความตึงเครียดกับปักกิ่งรุนแรงขึ้นก่อนการประชุมที่วางแผนไว้ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน

    นอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางเศรษฐกิจด้วย โดยหากลดปริมาณการจำหน่ายน้ำมันดิบจากอิหร่าน จะทำให้น้ำมันดิบราคาถูกในตลาดโลกหายไป และอาจทำให้ราคาน้ำมันที่สูงอยู่แล้วพุ่งสูงขึ้นไปอีก

    เมื่อเดือนพฤษภาคม จีนได้สั่งให้บริษัทในประเทศไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐที่กำหนดต่อโรงกลั่นน้ำมัน 5 แห่ง ขณะที่ธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของจีนกำลังเผชิญทางแยก ระหว่างปฏิบัติตามคำสั่งของปักกิ่ง หรือเสี่ยงสูญเสียการเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐ

    ตัดช่องทางแลกเปลี่ยนเงินตรา

    มีบริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราหลายแห่งในประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ช่วยอิหร่านส่งเงินกลับประเทศ

    เมื่ออิหร่านจำหน่ายน้ำมันได้แล้ว อิหร่านยังคงต้องการบริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราและตัวกลางในการแปลงเงินที่ได้รับ เพื่อแปลงเป็นสกุลเงินที่เตหะรานสามารถใช้ได้จริง ซึ่งเตหะรานมักใช้เป็นเงินหยวนของจีน

    กระทรวงการคลังสหรัฐได้แสดงให้เห็นแล้วว่า กระบวนการดังกล่าวเป็นจุดอ่อน จึงออกมาตรการลงโทษบริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราของอิหร่านบางแห่งที่ถูกกล่าวหาว่าช่วยฟอกเงินตราต่างประเทศหลายพันล้านดอลลาร์ โดยการดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายใต้แคมเปญ “Economic Fury” ของเบสเซนต์

    แคมเปญนี้จะทำให้อิหร่านไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนจำนวนมากได้ แต่อิหร่านได้ใช้เวลาหลายปีในการสร้างช่องทางทางเลือกเพื่อเคลื่อนย้ายเงินออกนอกระบบการเงินอย่างเป็นทางการ แต่การตัดขาดการทำธุรกรรมกับสำนักแลกเปลี่ยนเงินตราแต่ละแห่ง มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนการทำธุรกรรมของอิหร่านไปสู่การดำเนินการผ่านตัวกลางใหม่ การแลกเปลี่ยนสกุลเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล มากกว่าเลือกยุติธุรกรรมทั้งหมด

    คว่ำบาตรพันธมิตรอิหร่าน

    สหรัฐอาจขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางอ้อมกับทุกหน่วยงานที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน แม้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างจำกัดก็ตาม นี่เป็นแนวทางที่คล้ายกับวิธีที่ทรัมป์ใช้กับเกาหลีเหนือในปี 2017 โดยอาจบังคับให้บริษัทและธนาคารต่างชาติเลือกระหว่างการทำธุรกิจกับอิหร่านและการรักษาการเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐ 

    มาตรการนี้อาจขยายอำนาจต่อรองของวอชิงตันเกินกว่าการคว่ำบาตรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการค้าขายน้ำมันของเตหะราน

    มาตรการเหล่านี้อาจสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อรัสเซียและจีน รวมถึงบริษัทและสถาบันการเงินในประเทศรอบชายแดนอิหร่าน ซึ่งรวมถึงพันธมิตรของสหรัฐเอง เช่น ตุรกี ที่มีความสัมพันธ์ทางการค้าที่สำคัญกับเตหะรานด้วย

    ทรัมป์เคยเสนอแนวทางนี้มาก่อนแล้ว โดยขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษี 25% จากประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน แต่จนถึงขณะนี้เขายังไม่ได้ดำเนินการใดๆ

    ยึดทรัพย์สินอิหร่านมากกว่าแค่อายัด

    สหรัฐอาจดำเนินการมากกว่าแค่การอายัดทรัพย์สินของรัฐบาลอิหร่าน และอาจพยายามยึดทรัพย์สินที่อยู่ในเขตอำนาจศาลของสหรัฐอยู่แล้ว โดยอ้างอิงถึงมาตรการที่รัฐบาลบุชเคยใช้หลังการรุกรานอิรักในปี 2546

    อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินของรัฐอิหร่านที่อยู่ในอำนาจศาลของสหรัฐอาจมีอยู่จำกัด และการยึดทรัพย์สินเหล่านั้นจะมีความซับซ้อนทางกฎหมายและทางการทูตมากกว่าการอายัดเพียงอย่างเดียว

    อนึ่ง ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของอิหร่านในต่างประเทศอยู่ในประเทศที่สาม และวอชิงตันจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลต่างประเทศเพื่อยึดทรัพย์สินเหล่านั้น หากพวกเขาต้องการใช้วิธีนี้

    ขยายการคว่ำบาตรทางทะเล

    แม้การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐจะช่วยลดปริมาณการจราจรทางทะเลไปยังท่าเรือของอิหร่านได้ แต่สหรัฐอาจพิจารณาใช้มาตรการที่ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งอาจไม่เพียงแต่กำหนดเป้าหมายไปที่เรือแต่ละลำเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัท ท่าเรือ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่อำนวยความสะดวกในการขนส่งเหล่านั้นด้วย ซึ่งสหรัฐได้คว่ำบาตรเรือและหน่วยงานบางแห่งที่เกี่ยวข้องกับกองเรือที่เรียกว่า “กองเรือเงา” ไปแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1247620&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1H9LQZ4_hK40EXj_DGY3n_

  • ราคาน้ำมันวันนี้2569 (16 ส.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันวันนี้2569 (16 ส.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันวันนี้2569 (16 ส.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันวันนี้2569 (16 ส.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันวันนี้2569 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล 85 สตางค์ต่อลิตร เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นวันนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันเบนซิน

    • เบนซิน ลิตรละ 45.83 บาท
    • ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 47.79 บาท (โออาร์)
    • เบนซิน SUPER POWER X ลิตรละ 49.79 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 98+  ลิตรละ 48.44 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 27.78 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 36.84 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 36.47 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 31.84 บาท

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 54.25 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 37.54 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 32.54 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล SUPER POWER X ลิตรละ 50.05 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 49.25 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 37.54 บาท (บางจาก)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 32.54 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันวันนี้2569 (16 ส.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/666537&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jQ6u8k3M_3UPqgfPfjNuQ

  • “อนุทิน-เนวิน” ทัวร์บุรีรัมย์วันหยุด กินร้านริมทาง ปลื้มคนชมไทยช่วยไทยพลัส

    “อนุทิน-เนวิน” ทัวร์บุรีรัมย์วันหยุด กินร้านริมทาง ปลื้มคนชมไทยช่วยไทยพลัส

    “อนุทิน” ควง “เนวิน” กินอาหารร้านริมทางที่บุรีรัมย์ ปลื้มคนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วยค่าใช้จ่าย-ร้านค้าในพื้นที่ขายของได้มากขึ้น บอกอะไรช่วยได้พร้อมสานต่อ หามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

    วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ใช้เวลาช่วงวันหยุดพักผ่อนแวะไปที่ จ.บุรีรัมย์ โดยได้พบกับ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และแวะรับประทานอาหารร้านริมทางง่ายๆ พร้อมกับ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี 

    ทั้งนี้ นายอนุทิน ถือโอกาสถามแม่ค้าและชาวบ้านว่าช่วงนี้ค้าขายเป็นอย่างไร ปากท้องดีขึ้นไหม ซึ่งแม่ค้าและชาวบ้านตอบกลับมาว่า “ชอบไทยช่วยไทยพลัส 60:40” เพราะช่วยทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย และทำให้ร้านค้าในพื้นที่ขายของได้มากขึ้น เงินหมุนเวียนในชุมชน  ซึ่งนายกรัฐมนตรีฟังแล้วอมยิ้ม พร้อมกล่าวย้ำว่า อะไรที่ช่วยประชาชนได้จริงก็พร้อมสานต่อ และจะเดินหน้าหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก วันหยุดแบบบ้านๆ กินข้าวไป คุยไป ฟังเสียงชาวบ้านไป อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทยอยมาขอถ่ายภาพกับนายอนุทิน และนายเนวิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2953192&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20rgM7hNMS1A9SIvKlwbBk