Blog

  • ‘อนุทิน’ ดับฝัน ‘โป๊กเกอร์-กาสิโน’ ลั่นให้นายกฯคนอื่นใช้การพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ‘อนุทิน’ ดับฝัน ‘โป๊กเกอร์-กาสิโน’ ลั่นให้นายกฯคนอื่นใช้การพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ

    “อนุทิน” จ่อรื้อโยกย้ายมท.คืนความยุติธรรม พร้อมทบทวนโป๊กเกอร์กลับมาเป็นการพนัน ยันอยากใช้การพนันดึงศก.ให้รอนายกฯคนอื่น

    10 กันยายน 2568 – เมื่อเวลา 15.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯให้สัมภาษณ์กรณีนั่งควบตำแหน่งรมว.มหาดไทย จะพิจารณากรณีที่มีการแก้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยให้กีฬาโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย รวมถึงพิจารณาสัญชาติให้นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ล็อบบี้ยีสต์ ที่ถูกปฏิเสธไปก่อนหน้านี้หรือไม่ ว่า ต้องรอให้ตนเข้ากระทรวงก่อน แต่ตนกับเรื่องการพนันนั้นเคยบอกแล้วว่าที่มีอยู่ประเภทต่างๆ ถ้านอกเหนือจากนั้นต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆไป จะมาบอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจโดยการใช้การพนันนั้นคงต้องรอนายกฯคนอื่น อย่ารอตนเลยเพราะไม่เห็นด้วยทางนี้

    เมื่อถามว่าจะทบทวนให้โป๊กเกอร์กลับไปเป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนตอบไปชัดเจนแล้ว แต่ขอทราบรายละเอียดก่อนเพราะหลังจากตนออกจาตำแหน่งรมว.มหาดไทย 2 วันปรากฏว่าประกาศเรื่องนี้เข้ามาเลยและไม่ได้มาบอกตน และไม่รู้จะไปถามใครเพราะไม่มีหน้าที่แล้ว แต่เมื่อกลับมากำลังจะมีหน้าที่ก็จะเชิญคนที่แก้เช่นกรมการปกครอง เพราะตอนที่ตนเป็นรมว.มหาดไทย ก็บอกว่าไม่ควรทำแต่พอตนไม่อยู่ก็ทำก็ต้องเชิญมาถาม

    เมื่อถามอีกว่าสำหรับกรณีที่มีการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่มองว่าไม่เป็นธรรมจะคืนความเป็นธรรมให้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าประเทศอยู่ได้ด้วยธรรมะและความยุติธรรม ที่ผ่านมาไม่มีความยุติธรรมและบางครั้งไม่ค่อยมีธรรมะ เราก็เอาธรรมะและความยุติธรรมกลับมาสู่ประเทศของเราอีกครั้ง

    เมื่อถามย้ำว่าจะทบทวนคนที่ถูกโยกย้ายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/859528/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pGReCVfMElqPILHzD6vVh

  • กองสลากฯ ยัน ODOS ไม่สะดุด จัดเงิน 5.3 พันล้าน ให้ทุนเด็กถึงปี 2574

    กองสลากฯ ยัน ODOS ไม่สะดุด จัดเงิน 5.3 พันล้าน ให้ทุนเด็กถึงปี 2574

    เศรษฐกิจ

    10 ก.ย. 2025 เวลา 11:30 น.

    ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ย้ำเปลี่ยนแปลงรัฐบาลไม่มีผลต่อโครงการ ODOS หลัง ครม.ไฟเขียววงเงินกว่า 5,300 ล้านบาท ผ่านการออกสลากการกุศลต่อเนื่องถึงปี 2574

    พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลชุดใหม่ไม่ได้ส่งผลต่อการเดินหน้าโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ (ODOS) เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบแล้ว ครอบคลุมทั้งหมด 7 โครงการ วงเงินรวมกว่า 5,300 ล้านบาท ผ่านการออกสลากการกุศลเพื่อสนับสนุนต่อเนื่องไปจนถึงปี 2574

    “การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ไม่มีผลต่อโครงการ ODOS เพราะ ครม.ได้อนุมัติการออกสลากการกุศลเพื่อเดินหน้าโครงการนานถึงปี 2574 เราพร้อมให้ทุนต่อเนื่องทุกปีจนจบ” พ.ท.หนุนกล่าว

    ทั้งนี้ สนง.สลากฯ จะทยอยออกสลากการกุศลรวม 11 ล้านใบ มูลค่า 10,000 ล้านบาท โดยจัดสรร 50% หรือกว่า 5,300 ล้านบาทเพื่อขับเคลื่อนโครงการ ODOS ส่วนวงเงินที่เหลือกว่า 4,000 ล้านบาทได้อนุมัติสนับสนุนโครงการด้านสาธารณสุขและการศึกษาไปแล้วราว 3,500 ล้านบาท

    สำหรับแผนการทำงานในปีงบประมาณ 2569 สำนักงานสลากฯ ยังคงเดินตามยุทธศาสตร์สร้างสมดุลระหว่างการจำหน่ายสลากดิจิทัลและสลากใบ โดยปัจจุบันมีสลากดิจิทัลจำหน่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” 27 ล้านใบ หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนสลากทั้งหมดที่วางจำหน่าย 105 ล้านใบ

    พ.ท.หนุน ระบุว่า สนง.สลากฯ มีนโยบายเพิ่มสัดส่วนสลากดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องพิจารณาจากความต้องการที่ใกล้จุดสมดุลแล้ว ปัจจุบันการจำหน่ายสลากดิจิทัลหมดเกลี้ยงในหลายงวด ส่วนใหญ่เหลือเพียง 30,000–600,000 ใบต่อรอบเท่านั้น

    ในส่วนของสลาก N3 มีแนวโน้มเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีตัวแทนจำหน่ายแล้ว 4,000 ราย จำหน่ายรวม 6 ล้านใบ หรือเฉลี่ยงวดละ 2 ล้านใบ จุดเด่นคือระบบบันทึกข้อมูลร้านค้าอัตโนมัติ ทำให้ผู้ซื้อสะดวกในการสั่งซื้อซ้ำ พ.ท.หนุนย้ำว่า สลาก N3 ไม่ได้แย่งส่วนแบ่งตลาดจากสลากดิจิทัลหรือสลากใบ และไม่มีแผนปิดโครงการ

    นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ ยังมีแนวคิดขยายโควตาให้ผู้ค้าสลากดิจิทัลได้สิทธิจำหน่าย N3 เพิ่มเติม เพื่อสร้างรายได้เสริมให้ผู้ค้า เนื่องจากสลากดิจิทัลที่จำหน่ายคนละ 5 เล่ม มีกำไรไม่ถึง 5,000 บาทต่อรอบ แต่หากได้จำหน่าย N3 เพิ่มอีก 400–500 ใบ จะช่วยเพิ่มรายได้อย่างมีนัยสำคัญ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1198171&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3121IItDpg7P-ugDBWWeMW

  • ซินโครตรอนจัดประชุมและรับฟัง “Voice of User” เพื่อพัฒนาและยกระดับการให้บริการของสถาบันฯ

    ซินโครตรอนจัดประชุมและรับฟัง “Voice of User” เพื่อพัฒนาและยกระดับการให้บริการของสถาบันฯ

    สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุมกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน AUM2025 เปิดเวทีรับฟังเสียงจากผู้ใช้บริการ แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาและยกระดับการบริการแสงซินโครตรอนของสถาบันฯ ให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการงานวิจัยและนวัตกรรมได้ดียิ่งขึ้น

    กรุงเทพมหานคร – รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เปิดการประชุมกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (SLRI Annual User Meeting 2025: AUM2025) ระหว่างวันที่ 8 – 9 กันยายน พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ใช้บริการแสงซินโครตรอนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานศึกษา เข้าร่วมการประชุมกว่า 250 คน

    “การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และรับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้บริการแสงซินโครตรอนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม โดยปีนี้มีกิจกรรม Voice of User: ระดมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการแสงซินโครตรอน เพื่อร่วมกันพัฒนาและยกระดับการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนของประเทศ ให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการงานวิจัยและนวัตกรรมได้ดียิ่งขึ้น”

    ทั้งนี้ กลุ่มผู้ใช้บริการได้ระดมความคิดเห็นใน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านระบบลำเลียงแสง ด้านเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน(เครื่องเร่งอนุภาค) ด้านความปลอดภัย ด้านการให้บริการทั่วไป และด้านเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV ที่จะสร้างขึ้นใหม่ในอนาคต จากนั้นคณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้แสงซินโครตรอน (UAC) นำโดย ศ.ดร.จักรพงษ์ แก้วขาว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ประธานกรรมการกลุ่มผู้ใช้แสงซินโครตรอน ได้นำข้อคิดเห็นดังกล่าวมาพิจารณาแนวทางปรับปรุงการดำเนินของสถาบันฯ เพื่อพัฒนาการให้บริการที่สอดคล้องความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดเห็นในการพัฒนาเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ ที่กลุ่มผู้ใช้บริการต้องการให้เพิ่มขีดความสามารถจากเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องปัจจุบัน เพื่อยกระดับงานวิจัยและพัฒนาของประเทศ มีการเตรียมความพร้อมหรือสร้างความคุ้นเคยให้แก่ผู้ใช้บริการก่อนการใช้งานจริงกับเครื่องในอนาคต รวมถึงการสื่อสารในวงกว้าง เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้ใช้บริการในปัจจุบันและผู้ที่สนใจในอนาคต นับเป็นเวทีให้กลุ่มผู้ใช้ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ระดับพลังงาน 3 GeV ให้สามารถตอบโจทย์งานวิจัยและพัฒนาของประเทศได้อย่างยั่งยืน

    โอกาสนี้ คุณธิติ ศรีรัตนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานนวัตกรรมและเทคโนโลยี บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการแสงซินโครตรอนจากภาคอุตสาหกรรม ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Industrial Impact Talk : ซินโครตรอนยกระดับอุตสาหกรรมไทย” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองงานวิจัยและพัฒนาจากภาคเอกชน โดยระบุว่า การร่วมมือวิจัยกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนนั้น เป็นการพัฒนาร่วมกับคนไทยเพื่อยกระดับเทคโนโลยีและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศ

    นอกจากนี้ ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Research Funding Talk : เปิดโอกาสให้แสงซินโครตรอนส่องถึงทุน” ถ่ายทอดแนวทางการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย หรือการขอรับทุนสนับสนุนร่วมกับหน่วยงานภายนอก ให้แก่ผู้ใช้บริการที่มีความสนใจ โดยเน้นให้เห็นถึงภาพกระบวนการที่นำไปสู่การได้รับทุนวิจัยย่างมีประสิทธิภาพ

    พร้อมกันนี้ภายในการประชุม รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานกรรมการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ได้เป็นประธานมอบรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น (SLRI Award) ให้แก่ผลงานวิจัยที่เกิดจากการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน โดยผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ดร.ชาคริต ศรีประจวบวงษ์ นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ สวทช. ซึ่งได้รับรางวัลในสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ (Physical Sciences) จากผลงานวิจัยหัวข้อ bamboo-Derived Hard Carbon/Carbon Nanotube Composites as Anode Material for Long-Life Sodium-Ion Batteries with High Charge/Discharge Capacities ซึ่งเป็นงานวิจัยวัสดุผสมคาร์บอนจากตะเกียบไม้ไผ่เหลือทิ้งเพื่อพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออนที่มีอายุการใช้งานยาวนานและมีความสามารถในการชาร์จและคายประจุสูง

    ผลงานวิจัยดีเด่นอีกสาขา ได้แก่ รศ.ดร.จักรสุมา พงศ์เศรษฐ์กุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางสัตว์ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งได้รับรางวัลในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Sciences) จากผลงานวิจัยหัวข้อ A Comprehensive Study of Sous-Vide Cooked Korat Chicken Breast Processed by Various Conditions: Texture, Compositional/Structural Changes, and Consumer Acceptant ที่มุ่งพัฒนาเนื้ออกไก่โคราชให้มีความนุ่ม รสชาติดี และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ซึ่งนับเป็นการเพิ่มมูลค่าและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารท้องถิ่น

    ภายในงานยังมีกิจกรรมนำเสนอผลงานวิจัยจากการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนในรูปแบบโปสเตอร์โดยนักศึกษาและนักวิจัยรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์แก่ผู้เข้าร่วมประชุม และได้มีการมอบรางวัลโปสเตอร์ดีเด่น (Poster Award) อีก 5 รางวัลด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/955863&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lN82PVc7B9LmzSYZb4Rtn

  • กลุ่มไกด์ไทย ร้องนายกฯอนุทิน ขอความชัดเจน ‘นโยบายกัญชา’

    กลุ่มไกด์ไทย ร้องนายกฯอนุทิน ขอความชัดเจน ‘นโยบายกัญชา’

    กลุ่มไกด์ไทย ร้องนายกฯอนุทิน ขอความชัดเจน ‘นโยบายกัญชา’

    นายไพศาล ซื่อธานุวงศ์ ผู้ประสานงานกลุ่มไกด์ไทยรวมใจสู้ และคณะเดินทางมาที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพื่อยื่นข้อเสนอแนะด้านการท่องเที่ยว ถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นผู้รับเรื่อง 

    นายไพศาล ตัวแทนกลุ่มไกด์ไทยรวมใจสู้ กล่าวสะท้อนถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยในปัจจุบันว่า ตกต่ำที่สุดนับจากการระบาดของโรคโควิด-19 ผ่านพ้นไปโดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมีจำนวนลดลง 

    โดยเฉพาะตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวภาษาจีน (จีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน ฮ่องกง จีนมาเลย์ และอื่น ๆ) จนทำให้ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวส่วนใหญ่แทบไม่สามารถดำรงอยู่ได้

    สำหรับการยื่นหนังสือในครั้งนี้ขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดหาแหล่งเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน หากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต เช่น นโยบาย “คนละครึ่ง” ก็ขอให้พิจารณาให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร รถขนส่ง สถานที่ท่องเที่ยว สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ด้วย

    กลุ่มไกด์ไทยร้องนายกฯ ขอชัดเจน ‘กัญชา’ หลังสร้างผลเสียท่องเที่ยว

    นอกจากนี้ยังขอให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายปราบปรามชาวต่างชาติที่ลักลอบทำงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผู้ว่าจ้างอย่างจริงจัง รวมทั้งการปรับลดช่วงเวลาที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติในกรณีฟรีวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว พำนักในราชอาณาจักร จาก 60+30 วัน ให้คงเหลือเพียง 30 วัน

    ,การสืบหาและคำเนินคดชดีผู้ให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกทุนต่างชาติสีเทา ที่เข้ามาเอารัดเอาเปรียบผู้ประกอบการชาวไทย และหยุดส่งเสริม Online Travel Agency (OTA) ต่างชาติ รวมทั้งนำมาตรการทางภาษีบังคับใช้กับ OTA ต่างชาติ เพื่อลดความเสียเปรียบในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการชาวไทย

    ขณะที่ปัญหาความไม่ชัดเจนของนโยบายกัญชา สร้างผลเสียต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวมากกว่าผลดี โดยเสนอให้ออกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกัญชาให้ชัดเจน และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

    นายไพศาล กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทยตกต่ำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมุมมองของของนักท่องเที่ยวตลาดผู้ใช้ภาษาจีน จึงขอให้รัฐบาลดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องปรามเหตุอาชญากรรมในแหล่งท่องเที่ยว และขอให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้เผยแพร่ข่าวปลอมที่ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทย และที่สำคัญ ขอให้พิจารณาคัดสรรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และความเข้าใจด้านการท่องเที่ยว มีภาพลักษณ์ซื่อสัตย์สุจริต มาดำรงตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวเละกีฬา

    อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มไกด์ไทยรวมใจสู้เคยเดินทางมายื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.66 และ 8 ก.ย.66 จนถึงวันนี้เวลาผ่านไป 2 ปีแล้วทางกลุ่มฯ จึงขอทราบความคืบหน้าในการดำเนินการของพรรคภูมิใจไทยตามข้อเรียกร้องที่เคยเสนอไว้ ประกอบด้วย 

    • ขอให้หาแนวทางปราบปรามชาวต่างชาติผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
    • ขอให้สนับสนุนคนไทยในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
    • ขอให้ยื่นร่าง พ.ร.บ.สภามัคคุเทศก์ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

    ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า จะนำเรื่องเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา ส่วนของนโยบายกัญชานั้น ขอยืนยันไม่ได้สนับสนุนให้นำกัญชาไปใช้เพื่อสันทนาการ แต่เป็นการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งผู้ใช้ต้องมีใบสั่งแพทย์ แต่เกิดปัญหาขัดข้องทางข้อกฎหมาย ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบัน เป็นที่รับรู้แล้วว่าการแก้ไขกฎหมายดัง

    ภายหลังการยื่นหนังสือดังกล่าวนายไพศาล ตัวแทนกลุ่มไกด์ฯ ให้สัมภาษณ์กับ ฐานเศรษฐกิจ โดยสะท้อนความเห็นต่อประเด็นกัญชาว่า ที่ผ่านมานั้น ไม่มีความชัดเจนทำให้ไม่สามารถที่จะตอบคำถามกับกลุ่มนักท่องเที่ยวได้เนื่องจากอาจจะอยากทดลองก็มีการถามเข้ามาแต่ก็อธิบายไม่ได้ 

    อย่างไรก็ดี ด้วยระยะเวลาจำกัดในช่วง 4 เดือน คาดหวังว่า จะมีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่เป็นรูปธรรมออกมาบ้างโดยเรื่องเร่งด่วนที่สุด คือ ต้องการให้หาวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยให้กลุ่มภาคท่องเที่ยวได้เข้ามีส่วนร่วม ซึ่งได้นำเรียนไปว่า อย่างนโยบายคนละครึ่งก็อยากให้ผู้ประกอบการรายเล็ก รายน้อย SME และการท่องเที่ยวสามารถเข้ามีส่วนร่วมได้ เช่น ร้านนวดแผนโบราณ โรงแรม ร้านอาหาร และโฮมสเตย์ เป็นต้น 

    “หากมีโอกาสที่จะเข้าร่วมได้ก็จะสามารถที่จะยังประกอบอาชีพอยู่ได้ เลี้ยงตัวเองได้ เพราะในขณะนี้เรียนตามตรงว่า ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติค่อนข้างซบเซา เรียกว่า ซบเซามาก“

    ถามถึงคุณสมบัติที่อยากให้ในตัวรมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ นายไพศาล กล่าวว่า ในส่วนของท่องเที่ยวแน่นอนว่า ต้องการได้ท่านที่มีความรู้ ความสามารถ ความเข้าใจด้านการท่องเที่ยว มีภาพลักษณ์ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งตนว่าเป็นควอลิฟายขั้นพื้นฐานของบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอยู่แล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/638476&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nJ7jBD7DTj-QOPx0AmjZW

  • นายกหนูเปิดตัว ดรีมทีมเศรษฐกิจ ที่คุณใฝ่ฝัน | PPTV News | 10 ก.ย. 68

    นายกหนูเปิดตัว ดรีมทีมเศรษฐกิจ ที่คุณใฝ่ฝัน | PPTV News | 10 ก.ย. 68

    อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีพร้อมนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดตัว ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พากินเค้กส้ม เผยเบื้องหลังจีบให้ร่วมครม. ยกประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้ง ขอปชช.เชื่อมั่นประสบการณ์ ขับเคลื่นนโยบายมีประสิทธิภาพ

    #ภูมิใจไทย #นายกฯหนู #อนุทินชาญวีรกูล #ทีมเศรษฐกิจ #กระทรวงพาณิชย์ #กระทรวงการคลัง #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/200567&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2D8pJeMUsi2tWNRg5iV1yp

  • BDI ปลุกพลังเยาวชนคิดนอกกรอบ   ปั้นไอเดียสร้างเมืองท่องเที่ยว

    BDI ปลุกพลังเยาวชนคิดนอกกรอบ  ปั้นไอเดียสร้างเมืองท่องเที่ยว

    วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.58 น.

    BDI ปลุกพลังเยาวชนคิดนอกกรอบ 

    ปั้นไอเดียสร้างเมืองท่องเที่ยว

    ปั้นไอเดียสร้างเมืองท่องเที่ยว! BDI ปลุกพลังเยาวชนคิดนอกกรอบ เปิดเวที Hackathon 2025 สร้าง Smart Tourism ด้วย AI และ Big Data มุ่งกระจายรายได้สู่ชุมชน

    สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เปิดเวทีให้นักคิดรุ่นใหม่จากทั่วประเทศระเบิดไอเดียปล่อยของกันแบบเต็มที่ใน “BDI Hackathon 2025: AI & Data Innovation for Smart Tourism” การแข่งขัน Hackathon ที่นำเทคโนโลยี AI และ Data Analytics มาผสานกับโจทย์จริงในพื้นที่นิมมานเหมินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมกัน ค้นหานวัตกรรมการท่องเที่ยวแห่งอนาคต เพราะวันนี้ “ข้อมูล” ไม่ใช่เรื่องของนักวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่คือ “พลังสร้างเมือง” ที่สามารถเปลี่ยนแปลงเมือง เปลี่ยนชุมชน เปลี่ยนอนาคตของประเทศ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง พร้อมชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 27-29 มิถุนายน 2568 ณ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Uniserv CMU) 

    ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า “การแข่งขันในครั้งนี้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้แสดงศักยภาพทางด้านนวัตกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยี โดยมีผู้เข้าร่วมจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ มาร่วมนำเสนอแนวทางเชิงสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาภาคการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “Ruby-chan! Hai! Nani ga suki?” ด้วยแนวคิดต้องการสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบพื้นที่นิมมานเหมินท์ ได้โชว์ไอเดียออกมาในรูปแบบแอปพลิเคชัน “YEEPING” ผลงานนี้จึงโดดเด่นในการผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอนาคต”

    ดร.สุนทรีย์ กล่าวว่าต่อว่า “สำหรับ BDI Hackathon 2025 เป็นการร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และเครือข่ายพันธมิตร โดยปีนี้เป็นการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  อันทรงคุณค่า เป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตของผู้เข้าร่วมแข่งขัน โดยมี “การท่องเที่ยว” เป็นโจทย์ของการแข่งขันในปีนี้ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีข้อมูลหลากหลายมิติ ครอบคลุมทั้งด้านพื้นที่ พฤติกรรมนักท่องเที่ยว และผลกระทบทางเศรษฐกิจ รวมถึงสะท้อนการทำงานร่วมกันของชุมชนในหลายระดับ ทั้งการเดินทาง การใช้ทรัพยากร การบริการสาธารณะ ความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว ตลอดจนคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งช่วยให้เยาวชนสามารถเข้าใจปัญหา วิเคราะห์ข้อมูล และพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม

    เราภูมิใจมากที่กิจกรรมครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากเยาวชนทั่วประเทศอย่างล้นหลาม มีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 568 คน จาก 115 ทีม 86 สถาบันการศึกษา ทั้งระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา ครอบคลุม 

    26 จังหวัดจาก 5 ภูมิภาค ทั่วประเทศ ที่สำคัญคือความหลากหลายของผู้เข้าแข่งขัน หลายทีมรวมตัวกันจากต่างโรงเรียน ต่างมหาวิทยาลัย ต่างจังหวัด ซึ่งทั้งหมดคือพลังร่วมของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนสังคม และได้คัดเลือก 15 ทีม เพื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ” 

    สำหรับโจทย์การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศคือ ‘การวิเคราะห์ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่นิมมานเหมินทร์ จังหวัดเชียงใหม่’ ซึ่งเป็นย่านที่เต็มไปด้วยศักยภาพ ทั้งทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การบริโภค และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจโจทย์ ที่ได้จากการสำรวจปัญหาในพื้นที่ย่านนิมมานเหมินทร์ ได้แก่ ปัญหาการจราจรและที่จอดรถ ปัญหา ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และความท้าทายในการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่นอกเมือง โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกประเด็นใดประเด็นหนึ่ง หรือเชื่อมโยงหลายประเด็นเข้าด้วยกันเพื่อนำไปสู่

    การพัฒนาแนวคิด และแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์และมีศักยภาพในการนำไปใช้ได้จริง

    โดยข้อมูลที่ใช้สำหรับการแข่งขันเป็นข้อมูลจากหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องและเกี่ยวเนื่องกับพื้นที่ย่านนิมมานเหมินทร์ เช่น ข้อมูลสถานที่น่าสนใจ (Point of Interest: POI) ที่ครอบคลุมร้านค้า ร้านอาหาร และบริการอื่น ๆ ในพื้นที่ ข้อมูลการเคลื่อนตัวของนักท่องเที่ยว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหนาแน่น และรูปแบบการเดินทางภายในพื้นที่ และข้อมูลจราจรซึ่งสะท้อนถึงสภาพการเดินทาง และจุดที่อาจมีปัญหา เรื่องความคับคั่ง หรือขาดแคลนพื้นที่จอดรถ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำการตรวจสอบความสมบูรณ์ของชุดข้อมูล และจัดเตรียมข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่พร้อมใช้งาน จากนั้นจึงนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการออกแบบแนวคิด หรือโซลูชันที่ตอบสนองต่อโจทย์ของการแข่งขันโดยเน้นการสร้างผลงานที่ใช้ข้อมูลเป็นฐานในการขับเคลื่อน สร้างมูลค่าเพิ่มจากข้อมูล และเชื่อมโยงกับความต้องการของภาคธุรกิจ หรือหน่วยงานในพื้นที่อย่างชัดเจน โดยผลการแข่งขัน BDI Hackathon 2025 ปรากฏว่าทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศและได้รับ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้kกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้แก่

    • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Ruby-chan! Hai! Nani ga suki ประกอบด้วย นางสาวจิราภรณ์ จันธิวงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นายศวิษฐ์ โกสียอัมพร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, นางสาวพิมณภัทร คูวุฒยากร โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย, นายกฤต วินิจฉัยกุลมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนายอัญญาฤทธิ์ จ๊ะราจา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมวิศวะลูกพ่อหลุยส์ ประกอบด้วย นายอมร พันธุรัตน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายณภัทร เจริญกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล, นายกันต์ธีร์ วัฒนานันท์ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย, นายธนณัฏฐ์ เอี้ยวพาเจริญ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย และนายณรัก ชัยแก้ว โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย

    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม anomaly ประกอบด้วย นายธีร์ เหมจินดา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายธีร์จุฑา ศรีวรานนท์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายภูริณัฐ นลอาสา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นายธนพัฒน์ แช่มเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และนางสาวเจนตา วงศ์เลิศสกุล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

    ด้านนายศวิษฐ์ โกสียอัมพร ผู้แทนจากทีมชนะเลิศ “Ruby-chan! Hai! Nani ga suki?” กล่าวถึงประสบการณ์บนเวที BDI Hackathon 2025 ว่า “ความท้าทายสำคัญคือการพัฒนาไอเดียให้ตอบโจทย์ ภายในเวลา 24 ชั่วโมง ภายใต้เป้าหมายการกระจายรายได้สู่ชุมชน ทีมจึงร่วมกันสร้างสรรค์แอปพลิเคชัน “YEEPING (ยี่ปิง)” แพลตฟอร์มเพื่อการท่องเที่ยวภายในจังหวัดเชียงใหม่ที่เน้นการหาสถานที่ที่ใช่ ผจญภัยในแบบที่คุณชื่นชอบ โดยนำเทคโนโลยี AI และโมเดล LLM มาวิเคราะห์ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่นักท่องเที่ยวสนใจ เพื่อค้นหาเส้นทางท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับพฤติกรรมรายบุคคล นักท่องเที่ยวสามารถออกแบบทริปได้ด้วยตนเอง เริ่มจากนักท่องเที่ยวเลือกวางแผนการท่องเที่ยวภายในแอปฯ และเดินทางไปเช็กอินในสถานที่ตามแผน เพื่อเก็บแต้มและรับส่วนลดจากร้านค้า หรือโรงแรมโดยรอบย่านนิมมานฯ ทำให้เกิดการเดินทางและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง”

    “ข้อมูลและนวัตกรรมดิจิทัลจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่เป็นเครื่องมือที่ทุกคนสามารถใช้เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้กับเมืองและสังคมได้จริง เราเชื่อว่าแนวคิดจากเวทีนี้ คือ จุดเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนเมืองให้ดีขึ้น และก้าวไปสู่การมีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตและกำหนดทิศทางนโยบายอย่างแท้จริง ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ยังสอดคล้องกับภารกิจของ BDI ในการเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ ในการส่งเสริมให้มีบุคลากรที่สามารถใช้งาน AI (AI User) อย่างน้อย 10 ล้านคน, ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้าน AI (AI Professional) อย่างน้อย 90,000 คน และนักพัฒนา AI (AI Developer) อย่างน้อย 50,000 คน ภายในระยะเวลา 2 ปี” ดร.สุนทรีย์ กล่าวสรุป 

    สามารถติดตามอัปเดตข้อมูลและกิจกรรมต่าง ๆ ของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ได้ทางเว็บไซต์ https://bdi.or.th/ และ Facebook: BDI – Big Data Institute

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/relation/445862&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1i0267TpbRkSEvQpYXojju

  • สจด. ร่วมแสดงความยินดีกับ ดร.ณพพงศ์ ธีระวร — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมแสดงความยินดีกับ ดร.ณพพงศ์ ธีระวร — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115103/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qSAfcb5vF7yR-pE3vRVx7

  • ตำรวจท่องเที่ยว “โชว์รถปฏิบัติการอัจฉริยะ” ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวภูเก็ต | TOPNEWS

    ตำรวจท่องเที่ยว “โชว์รถปฏิบัติการอัจฉริยะ” ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวภูเก็ต | TOPNEWS

    วันที่ 10 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. เปิดตัวเทคโนโลยี AI – Mobile Unit กล้องอัจฉริยะ + Body Cam + จุดรับแจ้งเหตุ แนะนำแอป TPB-APP ที่เชื่อมต่อกับ ตม. และ กพท. ให้ความช่วยเหลือ 24 ชม. มั่นใจ ปลอดภัย อุ่นใจตลอดการเดินทางในประเทศไทย

    ภูเก็ตปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยกล้อง AI อัจฉริยะ เพียงแค่ติดตั้งได้ไม่นาน ระบบกล้อง AI ของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่เชื่อมต่อฐานข้อมูลกับ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก็สามารถตรวจพบผู้ต้องหาตามหมายจับได้หลายรายในจังหวัดภูเก็ต

    ขณะนี้ได้มีการทยอยติดตั้งกล้องในหลายจุดทั่วเกาะ เพื่อเพิ่มมาตรการความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เพราะความสุขของการท่องเที่ยว เริ่มจากความปลอดภัยที่มั่นใจได้ — ภูเก็ต ยินดีต้อนรับทุกการเดินทาง

    จิระชัย เกษมพิมลพร ผู้สื่อข่าว TOP NEWS ทั่วไทย จ.ภูเก็ต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1309441&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23C-x5npcIabLV9FFrt_zM

  • ผลการศึกษาชี้ นิสัยที่ทำให้คนกลายเป็น “แม่เหล็กดูดยุง” | เดลินิวส์

    ผลการศึกษาชี้ นิสัยที่ทำให้คนกลายเป็น “แม่เหล็กดูดยุง” | เดลินิวส์

    หลังจากทีมวิจัยที่นำโดย เฟลิกซ์ โฮล จากมหาวิทยาลัย Radboud Nijmegen ในเนเธอร์แลนด์ ได้ตั้งเป้าที่จะศึกษาว่า “ทำไมบางคนถึงถูกยุงกัดมากกว่าคนอื่น” และเพื่อหาคำตอบว่าทำไมยุงถึงชอบ “เบียร์แดง” (Red ale) อย่างเห็นได้ชัด นักวิจัยได้นำยุงตัวเมียหลายพันตัวไปยังเทศกาลดนตรี Lowlands ซึ่งเป็นงานประจำปีในเนเธอร์แลนด์ ตามรายงานของ Phys.org

    พวกเขาตั้งห้องทดลองชั่วคราวและรับสมัครผู้เข้าร่วมงาน 500 คน โดยสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน, สุขอนามัย และการใช้ชีวิต จากนั้นอาสาสมัครเหล่านี้ก็สอดแขนเข้าไปในกล่องที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งเต็มไปด้วยยุงดูดเลือด กล่องนี้มีรูเล็กๆ ที่ทำให้ยุงสามารถได้กลิ่นแต่ไม่สามารถกัดได้ 

    นักวิจัยจะใช้กล้องเพื่อบันทึกจำนวนยุงที่เกาะแขนและระยะเวลาที่เกาะอยู่ เมื่อเทียบกับยุงที่เกาะเครื่องให้น้ำตาลอีกด้านหนึ่งของกรง และนำผลลัพธ์มาวิเคราะห์ร่วมกับคำตอบจากแบบสอบถามของอาสาสมัคร

    ทีมงานพบว่าผู้ที่ดื่มเบียร์จะดึงดูดยุงมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มถึง 1.35 เท่า นอกจากนี้ ยุงยังมีแนวโน้มที่จะเลือกกัดอาสาสมัครที่หลับนอนกับคนอื่นในคืนก่อนหน้านั้น รวมถึงผู้ที่ทาครีมกันแดดน้อยและอาบน้ำไม่บ่อยด้วย พวกเขาชี้ว่า “พวกมันแค่ชอบรสชาติของคนสำมะเลเทเมาในหมู่พวกเรา”

    ความจริงแล้ว แอลกอฮอล์ไม่ใช่ตัวดึงดูดยุงโดยตรง แต่เป็นเพราะกลิ่นล้วนๆ “แน่นอนว่าคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ก็มีพฤติกรรมที่แตกต่างออกไป” โฮลกล่าวในการสัมภาษณ์รายการวิทยุของเนเธอร์แลนด์ Vroege Vogels ตามรายงานของนิตยสาร Forbes “ในเทศกาลดนตรีอย่าง Lowlands พวกเขาอาจเต้นรำอย่างสุดเหวี่ยงมากขึ้น ซึ่งก็สามารถเปลี่ยนกลิ่นตัวได้เช่นกัน”

    ข้อมูลจากการศึกษาพบว่า ยุงจะถูกดึงดูดด้วยกลิ่นตัวอย่างมาก พวกมันสามารถหาตัวคนเจอได้จากระยะ 350 ฟุต (ราว 106 เมตร) เมื่อได้กลิ่น อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ก็มีข้อจำกัดบางประการ โดยเฉพาะเรื่องการขาดความหลากหลายของกลุ่มตัวอย่าง

    ทีมงานตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่เข้าร่วมเทศกาลดนตรี Lowlands มักจะเป็นคนอายุน้อยและมีสุขภาพดีกว่า หากต้องการระบุความชอบของยุงที่มีต่อคนดื่มเบียร์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น นักวิจัยจะต้องขยายการศึกษาให้ครอบคลุมและดูว่ายุงมีปฏิกิริยาต่อผู้คนที่อยู่นอกงานเทศกาลดนตรีอย่างไร

    ที่มา : nypost.com

    เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5101737/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1B-Jfmb8QwdLstS98wAiuh

  • น้องเกล พรีเซ็นเตอร์รุม แม่ชม เก็บเงินไว้ให้เป็นทุนการศึกษาลูก

    น้องเกล พรีเซ็นเตอร์รุม แม่ชม เก็บเงินไว้ให้เป็นทุนการศึกษาลูก

    ต้องบอกเลยว่า นาทีฮอตไม่หยุดฉุดไม่อยู่แล้ว สำหรับดาราสาววัย 3 ขวบ น้องแอบิเกล หรือ เจ๊เกล ลูกสาวของ แม่ชมพู่ อารยา กับ พ่อน็อต วิศรุต ที่ตอนนี้หลายคนยกให้เป็นขวัญใจมีแฟนคลับชื่นชอบในความน่ารักกันจำนวนมาก

    ล่าสุด น้องเกล ได้มาร่วมงานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ใหม่ “เถ้าแก่น้อย” ที่เซ็นทรัลคอร์ท ชั้น1 ลิฟต์แก้ว เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่ง แม่ชม ก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของดาราสาววัย 3 ขวบ บอกว่า ตอนนี้น้องเกลมีพรีเซ็นเตอร์เยอะมาก แต่ยังไม่เท่าคุณแม่ คุณแม่เคยทำไว้ปีนึงก็มี 10 กว่าตัวขึ้นไป แต่ถ้าวันนึงลูกจะแซงแม่ก็ไม่เป็นไร

    – อย่างแรกเลยคือขอลูกค้าที่เข้าใจน้อง คือนอกจากดูสินค้าแล้วว่ามันตรงกับไลฟ์สไตล์หรือว่าเขาพรีเซนต์ได้ไหมส่วนที่สำคัญเลยก็คือเรื่องสโคปของงาน รวมถึงชั่วโมงการทำงานที่เราดูแล้วว่าสอดคล้องกับความเป็นเด็ก 3 ขวบ

    – บางทีการทำงานกับเด็กก็จะมีอะไรที่ควบคุมไม่ได้ เลยต้องขอลูกค้าที่เข้าใจว่าอยากได้ความเป็นธรรมชาติของเขาที่เป็นอย่างนี้ ไม่ได้ต้องให้ทำในสิ่งที่มันอภินิหารเกินไป

    – เวลาบรีฟงานให้ลูก เราไม่ได้พูดเยอะ แค่จะเล่าให้ฟังว่าคือยังไง อย่างตอนนี้เขาเริ่มโตขึ้น รู้เรื่องมากขึ้น อาจจะให้ดีเทลเยอะขึ้นกว่าเมื่อก่อนนิดนึง เพราะเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้น แต่ไม่ได้ถึงกับกำหนดว่าต้องพูดอย่างนี้ๆ ใส่หัวเขา เราแค่ให้เขาเข้าใจว่าวันนี้มาทำอะไร เพราะถ้าพูดเยอะไปเขาจะงงและเครียด

    – เมื่อถามว่า สินค้าเข้ามาเยอะไหม แม่ชม บอกว่า “ยังได้อีกค่ะ ทุนการศึกษา(หัวเราะ) หลายคนรู้สึกว่ามันเยอะมากเหรอคะ แต่เราคิดว่ายังได้อีก ยังไม่ทำลายสถิติที่แม่เคยทำไว้ แม่เคยทำไว้ปีนึงก็มี 10 กว่าตัวขึ้นไป(ยิ้ม) แต่ถ้าวันนึงลูกจะแซงแม่ก็ไม่เป็นไร”

    – ส่วนเรื่องค่าตัวถามว่าแยกแม่แยกลูก หรือว่าเป็นแพ็กเกจรวม คือพอมันผ่านบริษัทก็เป็นเรื่องของการจัดการรายได้ แต่ว่าสุดท้ายแล้วสมบัติทั้งหมดของแม่ ก็เป็นของเขาแหละ

    – ส่วนคลิปวิดีโอที่หลายคนพูดถึง ช็อตที่ทำหน้างอนแม่ แต่พอเจอแฟนคลับทักทายก็เปลี่ยนเป็นยิ้มให้ทันที แล้วก็กลับไปทำหน้างอนต่อ แม่ชม บอกว่า “ฟีลแบบออโต้เนอะ ความที่โดนป้าสะกิดตลอดว่ายิ้มหน่อยๆ เจอแฟนคลับยิ้มเยอะๆ วันนั้นจำไม่ได้ด้วยว่าเขางอนเราเรื่องอะไร อาจจะกำลังอยู่ในช่วงเจรจากันอยู่

    – คนเลยแซวว่า เกลแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้? “ชาวเน็ตก็ว่ากันไป(ยิ้ม)”

    – ถามว่ารู้สึกยังไงที่ลูกเก็บอาการได้ตอนเจอแฟนคลับ แม่ชมบอกว่า ดีนะคะ แต่ก็ต้องดูกันต่อไป เราก็ไม่กล้าพูดว่าลูกฉันมีสปิริต ตอนนี้เขาเพิ่ง 3 ขวบกว่า เราก็ไม่รู้ว่าพอเขาโตขึ้นกว่านี้ มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นมาก ๆ เขาก็อาจจะไม่ได้เป็นแบบนี้ก็ได้ อย่างพี่สายฟ้าพอเขาโตมาก็ไม่ได้ชอบแบบนี้มาก จะไปบังคับให้ยิ้มหรือว่าให้เสิร์ฟก็คือไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องดูกันต่อไป แต่ว่าตอนนี้เกล 3 ขวบก็ยังฟังเราอยู่ และยังสนุกอยู่

    คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2882049&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eVjUxJDQacGYxsACZYaQi