Blog

  • ‘บุญสิงห์’ เปิดมหกรรมวิชาการ ภาคสามบุรี หนุนปั้นนวัตกรรมการศึกษา ก้าวทันโลกยุคใหม่ | เดลินิวส์

    ‘บุญสิงห์’ เปิดมหกรรมวิชาการ ภาคสามบุรี หนุนปั้นนวัตกรรมการศึกษา ก้าวทันโลกยุคใหม่ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่โรงแรม ณ เวลา อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการจัดงานมหกรรมวิชาการ “ภาคสามบุรี เป็นหนึ่ง เรื่องการศึกษาไทย” ของสำนักงานศึกษาธิการภาค 3 ประจำปีงบประมาณ 2568

    โดยนายบุญสิงห์ กล่าวว่า ตนได้มีโอกาสมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมวิชาการดังกล่าว ซึ่งจากได้รับฟังคำกล่าวรายงานทำให้ทราบว่าวัตถุประสงค์ในการจัดมหกรรมวิชาการในครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการนำเสนอผลงานเชิงวิชาการ ในรูปแบบนิทรรศการและการเสวนา เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานที้เป็นเลิศ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ โดยการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างภาค กลุ่มจังหวัด และหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งนับเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอผลงานทางวิชาการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และร่วมกันแสวงหานวัตกรรมที่จะช่วยยกระดับการศึกษาไทยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

    ที่ปรึกษารมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ตามที่ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาครูและนักเรียนควบคู่กันไป โดยให้ความสำคัญกับการอบรมและพัฒนาศักยภาพครูให้เข้มแข็ง ลดภาระงาน และเพิ่มสวัสดิการแก่ครู เพื่อให้ครูสามารถสร้างอนาคตให้เยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ เน้นการพัฒนาครูและนักเรียนควบคู่กัน เพื่อนสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาและเพิ่มคุณภาพการสอน ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนและการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการปฏิบัติจริง แทนการท่องจำ เน้นให้เด็กได้ลงมือทำจริงเพื่อการเรียนรู้ที่เกิดจากประสบการณ์

    นอกจากนี้ยังมีการยกระดับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภูมิศาสตร์ รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้หน้าที่พลเมืองผ่านการพัฒนาวิสัยทัศน์ของนักเรียนให้มีความรับผิดชอบและตระหนักถึงบทบาทของตนในสังคม โดยปรับปรุงเนื้อหาในหลักสูตรและหนังสือเรียนวิชา ประวัติศาสตร์ให้มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มสัดส่วนการสอบในวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ในการวัดผลทั้งในโรงเรียนและการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ให้วิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองเป็นส่วนหนึ่งของการสอบเข้าศึกษาต่อ เพื่อให้ครูและนักเรียนให้ความสำคัญกับวิชานี้เทียบเท่าวิชาหลักอื่นๆ ส่งเสริมให้นักเรียนมีความเข้าใจในหน้าที่ พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมากขึ้น

    ดังนั้นการจัดงานมหกรรมวิชาการครั้งนี้จึงใช่เพียงการจัดแสดงผลงาน แต่ยังเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา หน่วยงานการศึกษา และภาคีเครือข่ายทีกี่ยวข้องสู่การต่อยอดและพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาให้ยั่งยืน ตลอดจนเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาร่วมกันสะท้อน พลังการขับเคลื่อนทางวิชาการและนวัตกรรมการศึกษา ที่ช่วยยกระดับคุณภาพผู้เรียน และพัฒนาการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและมาตรฐานสากล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5056521/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0a1h403v0JWGDVT4FDjW-n

  • เวียดนามเร่งพัฒนาระบบการศึกษา มุ่งติดท็อป 20 โลก ภายใน 20 ปี : อินโฟเควสท์

    เวียดนามเร่งพัฒนาระบบการศึกษา มุ่งติดท็อป 20 โลก ภายใน 20 ปี : อินโฟเควสท์

    เวียดนามตั้งเป้าติด 20 อันดับแรกประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลกภายในปี 2588 ตามมติใหม่ของกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ซึ่งประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 ส.ค.)

    เว็บไซต์ข่าว VNExpress ของเวียดนาม รายงานในวันนี้ (27 ส.ค.) ว่า เป้าหมายหลักของมติดังกล่าว ได้แก่ มหาวิทยาลัยเวียดนาม 100% ต้องผ่านมาตรฐานระดับชาติ มหาวิทยาลัย 20% ต้องผ่านมาตรฐานระดับนานาชาติ และมหาวิทยาลัยอย่างน้อยหนึ่งแห่งต้องติด 100 อันดับแรกของโลกในบางสาขาวิชาภายในปี 2573

    ขณะเดียวกัน มติดังกล่าวยังเรียกร้องให้มีการส่งเสริมทักษะทางดิจิทัล ภาษาอังกฤษ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย พร้อมตั้งเป้าให้ 74% เข้าศึกษาต่อหลังจบมัธยมปลาย โดยอย่างน้อย 35% ต้องศึกษาในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โรดแมปดังกล่าวยังกำหนดให้เพิ่มค่าตอบแทนครูเป็นสองเท่าในพื้นที่ด้อยโอกาส เพิ่มสัดส่วนงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้ภาคการศึกษาเป็น 20% และปรับโครงสร้างสถาบันอุดมศึกษาที่มีผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน เพื่อยกระดับให้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับแนวหน้า

    ขณะเดียวกัน การปฏิรูประบบการศึกษายังมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัย จัดทำหนังสือเรียนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ แจกหนังสือเรียนฟรีภายในปี 2573 ตลอดจนพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2593 โดยประมาณ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ส.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/524653&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1seAgq9wbA5ihiEs6fq6Gr

  • มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มอบชุดจำลองเทคโนโลยี PHEV ให้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีฐานเทคโนโลยี

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มอบชุดจำลองเทคโนโลยี PHEV ให้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีฐานเทคโนโลยี

    MMTh Engine Donation at Tharn Technological College-Tahoma font

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด จัดกิจกรรมมอบชุดจำลองเทคโนโลยี PHEV ชุดเครื่องยนต์ และชุดส่งกำลัง รวมถึงการฝึกอบรม ให้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีฐานเทคโนโลยี กรุงเทพฯ มุ่งเดินหน้าสนับสนุนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ เพื่อการพัฒนาทักษะการทำงานในสายอาชีพอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับปณิธานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการดำเนินกิจกรรม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ

    ภายในงานมีการฝึกอบรมภาคปฏิบัติโดยผู้เชี่ยวชาญจาก สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และช่างเทคนิคจาก บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด โดยการฝึกอบรมครั้งนี้ มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ทำงานจริงให้นักเรียนได้สัมผัสเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย ได้แก่ ชุดจำลองเทคโนโลยี PHEV เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ รหัส 4N16 รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นขุมพลังขับเคลื่อนใน นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน เครื่องยนต์ 4A91 ชุดเกียร์ธรรมดา รุ่น R6M5A และเฟืองท้าย

    MMTh Engine Donation at Tharn Technological College-Tahoma font

    นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการศึกษา ซึ่งถือเป็นการพัฒนารากฐานที่สำคัญที่สุดในทุกอุตสาหกรรม โดยครั้งนี้เราได้ส่งมอบเครื่องยนต์ พร้อมชุดส่งกำลังรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ติดตั้งอยู่ในรถรุ่นจำหน่ายจริง พร้อมทั้งยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานจริงจากผู้เชี่ยวชาญในสายงาน สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ในการยกระดับองค์ความรู้และต่อยอดทักษะ พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสทางสายอาชีพ ให้กับนักศึกษาอีกด้วย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยยังคงเดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการส่งเสริมการศึกษา เพื่อให้สังคมไทยเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันอย่างยั่งยืน”

    ดร.มาลี ฐานปัญญา รองประธานกรรมการสถานศึกษา กล่าวว่า “ขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และบริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด ที่ให้การสนับสนุนวิทยาลัยฯ ของเราทั้งในด้านองค์ความรู้จากการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ และการมอบเครื่องยนต์พร้อมชุดส่งกำลังรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการยกระดับการเรียนรู้ของนักศึกษา ให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยียานยนต์รุ่นใหม่ได้อย่างใกล้ชิด สิ่งเหล่านี้ยังสอดคล้องกับพันธกิจของวิทยาลัยฯ ในการผลิตบุคลากรช่างเทคนิคที่มีคุณภาพ และเตรียมพร้อมพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง”

    นายจักรพงษ์  ชัยตระกูลทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้จำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์มิตซูบิชิ บริษัทฯ มีความพร้อมในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสูงครบวงจรเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างดีที่สุด ซึ่งนอกจากการดำเนินธุรกิจ เรายังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย โดยเฉพาะการยกระดับการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนในสายงานเทคนิค เราตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพในอนาคต”

    โครงการมอบเครื่องยนต์ให้แก่สถาบันการศึกษา ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 โดยได้มอบเครื่องยนต์ ชุดส่งกำลัง และอุปกรณ์ประกอบการเรียนรู้ไปแล้วกว่า 260 ชุด ให้กับสถาบันการศึกษาด้านยานยนต์กว่า 100 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างทักษะและศักยภาพให้กับช่างเทคนิครุ่นใหม่ พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://autostation.com/pr-csr/mmth-engine-donation-at-tharn-technological-college-tahoma-font/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tTUwkRKNvk-kATnjiXztd

  • รัฐบาลญี่ปุ่นปรับเงื่อนไขวีซ่าธุรกิจ

    รัฐบาลญี่ปุ่นปรับเงื่อนไขวีซ่าธุรกิจ

    • วีซ่าผู้จัดการธุรกิจ (Business Manager Visa) เนื่องจากในช่วง ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้พำนักในญี่ปุ่นด้วยวีซ่าประเภทนี้เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 50 โดยในปี 2567 มีจำนวนถึง 41,000 คน ทำให้มีข้อกังวลในประเด็นการนำไปใช้ในทางมิชอบผ่านบริษัทที่ไม่มีการดำเนินธุรกิจจริง ในการนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้ปรับเงื่อนไขให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยเพิ่มวงเงินทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ จากเดิม ล้านเยน เป็น 30 ล้านเยน ต้องมีประสบการณ์ในการทำงานด้านการบริหารจัดการอย่างน้อย ปี วุฒิการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาโทในสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยต้องผ่านการตรวจสอบแผนธุรกิจโดยผู้สอบบัญชี/ที่ปรึกษาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่กำหนด และต้องจ้างพนักงานประจำที่มีถิ่นพำนักในญี่ปุ่นอย่างน้อย คน ทั้งนี้ มีผลบังคับใช้ภายในปี 2568

    • วีซ่านักธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup Visa) ญี่ปุ่นส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยมุ่งดึงดูดสตาร์ทอัพต่างชาติ ทั้งผู้ประกอบการ และบุคลากรทักษะสูงให้เข้ามาทำงาน เปิดธุรกิจ และลงทุน ผ่านการดำเนินนโยบายผ่อนปรนหลักเกณฑ์ และอำนวยความสะดวก ในการจัดตั้งธุรกิจ อาทิ ลดขั้นตอน และระยะเวลาในการดำเนินการขอวีซ่าโดยให้ Venture Capital และ Startup Accelerator ที่ได้รับรองจากรัฐบาลตรวจสอบแผนธุรกิจของผู้สมัครรวม และออกเอกสารเบื้องต้น รวมถึงขยายระยะเวลาในการเตรียมจัดตั้งจาก 6 เดือน เป็น 2 ปี และไม่กำหนดวงเงินลงทุนตั้งต้น 

    ที่มา https://www.nikkei.com/article/DGXZQOUA120140S5A810C2000000/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/qi9b1uademuni9dg4x572zmw&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0apFSZikg5NYA1-XK-QdvH

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดนลงนามเอกสารความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ – กระทรวงการต่างประเทศ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดนลงนามเอกสารความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ – กระทรวงการต่างประเทศ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดนลงนามเอกสารความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดนลงนามเอกสารความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

    วันที่นำเข้าข้อมูล 27 ส.ค. 2568

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 27 ส.ค. 2568

    | 114 view

    เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือทวิภาคีระหว่างอาหารกลางวันกับนางมารีอา มัลเมอร์ สเตเนอร์การ์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือในสาขาศักยภาพ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ นวัตกรรม สตาร์ทอัพ การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียว

    นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการขยายโอกาสการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะการเร่งรัดการเจรจา FTA ไทย – อียู การสนับสนุนของสวีเดนในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย และการยกเว้นการตรวจลงตราเข้าสู่เขตเชงเกนของผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทย อีกทั้งยังแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศด้วย

    ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศได้ร่วมลงนามในเอกสารความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย – สวีเดน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นทางการเมืองร่วมกันในการส่งเสริมและยกระดับความร่วมมือในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีทางการเมืองเชิงยุทธศาสตร์ การค้าและการลงทุน ความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ การเปลี่ยนผ่านสีเขียว นวัตกรรม การศึกษา และความสัมพันธ์ระดับประชาชน


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/thai-fm-and-sweden-sign-strategic-partnership%3Fcate%3D5d5bcb4e15e39c306000683b&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rXr4FfhR3mfVQ_qkG0yQT

  • ‘ฮาวเวิร์ด ลัทนิค’ รมว.พาณิชย์ยืนยัน สหรัฐฯ เตรียมเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจ บนบล็อกเชน 

    ‘ฮาวเวิร์ด ลัทนิค’ รมว.พาณิชย์ยืนยัน สหรัฐฯ เตรียมเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจ บนบล็อกเชน 

    ‘ฮาวเวิร์ด ลัทนิค’ รมว.พาณิชย์ยืนยัน สหรัฐฯ เตรียมเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจ บนบล็อกเชน 

    ฮาวเวิร์ด ลัทนิครัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ประกาศแผนการปฏิวัติการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะเป็นรัฐบาลแรกในโลกที่นำข้อมูล GDP ขึ้นเก็บบนระบบบล็อกเชน เแล้วค่อยๆ ขยายไปยังข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ ตามมา

    การประกาศนี้เกิดขึ้นในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว เมื่อวานนี้ โดย ฮาวเวิร์ด ลัทนิค กล่าวต่อหน้าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเจ้าหน้าที่รัฐบาลอื่นๆ ว่า 

    “กระทรวงพาณิชย์จะเริ่มเผยแพร่สถิติต่างๆ บนบล็อกเชน เพราะท่านเป็นประธานาธิบดีสายคริปโต และเราจะนำ GDP ขึ้นไปไว้บนบล็อกเชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้”

    การนำ GDP และข้อมูลเศรษฐกิจอื่น ๆ ขึ้นบนบล็อกเชน หมายความว่า ประชาชนจะสามารถตรวจสอบได้ว่า ข้อมูลที่รัฐบาลเผยแพร่นั้นไม่ได้ถูกแก้ไขหลังจากการประกาศ และทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลเดียวกันได้อย่างโปร่งใส

    สหรัฐฯ ไม่ใช่ประเทศแรกที่คิดจะใช้บล็อกเชน ในภาครัฐ หลายประเทศได้เริ่มทดลองและใช้งานเทคโนโลยีนี้มาแล้วหลายปี

    ตั้งแต่ปี 2016 รัฐบาลเอสโตเนียได้นำบล็อกเชน มาใช้ในระบบสุขภาพของประเทศ เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วยมากกว่า 1 ล้านราย และยังใช้บล็อกเชนในระบบบัตรประจำตัวดิจิทัลของประเทศด้วย ทำให้เอสโตเนียกลายเป็นประเทศผู้นำด้านการใช้บล็อกเชน ในภาครัฐ

    สหภาพยุโรปก็ไม่น้อยหน้า เมื่อปี 2018  คณะกรรมาธิการยุโรป และ European Blockchain Partnership ได้เปิดตัว European Blockchain Services Infrastructure (EBSI) ซึ่งเป็นเครือข่ายบล็อกเชน สร้างบน Hyperledger Besu  โดยใช้ร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกอย่าง ฝรั่งเศส สโลวีเนีย และเดนมาร์ก เพื่อให้บริการข้ามพรมแดนโปร่งใส ตรวจสอบได้และน่าเชื่อถือ

    ส่วนในปี 2021 สิงคโปร์และออสเตรเลียได้ทดลองใช้บล็อกเชน ในการออกและตรวจสอบเอกสารการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยลดงานด้านเอกสาร ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพ 

    ส่วนปี 2024 กรมยานยนต์รัฐแคลิฟอร์เนียได้นำใบจดทะเบียนรถยนต์กว่า 42 ล้านฉบับขึ้นบนบล็อกเชน Avalanche เพื่อลดการปลอมแปลงและทำให้การโอนย้ายกรรมสิทธิ์รถยนต์ง่ายขึ้น

    แผนการนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ตั้งคำถามเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่เป็นประจำ

    เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์รายงาน GDP ที่หดตัว 0.3% ว่า เป็นเพียงผลกระทบชั่วคราวจากการปรับภาษีนำเข้า และเมื่อเดือนพฤษภาคม  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ได้วิจารณ์การคาดการณ์การเติบโต ของสำนักงานงบประมาณรัฐสภาที่ประเมินการเติบโตไว้ที่ 1.8%  ว่าลำเอียง พร้อมทั้งทำนายว่าเศรษฐกิจอาจเติบโตได้ถึง 9%

    อย่างไรก็ตาม บล็อกเชน สามารถช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่บันทึกไว้จะไม่ถูกแก้ไขหรือปลอมแปลง แต่หากข้อมูลที่ใส่เข้าไปบนบล็อกเชนผิดตั้งแต่แรก ข้อมูลนั้นก็จะผิดตลอดไป

    ที่มา : cointelegraph

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2025/08/27/commerce-secretary-howard-lutnick-confirms-us-plans-to-publish-economic-data-on-blockchain/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3n5EjYONt-nDlOgBstwUHG

  • พลัง “ซอสไทย” วัฒนธรรมกินได้ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์กว่าหมื่นล้าน

    พลัง “ซอสไทย” วัฒนธรรมกินได้ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์กว่าหมื่นล้าน

    พลัง “ซอสไทย” วัฒนธรรมกินได้ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์กว่าหมื่นล้าน

    พลิกมุมมองเครื่องปรุงรสใกล้ตัว ชวนสำรวจพลังของ “ซอสไทย” ในฐานะวัฒนธรรมกินได้ ต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่ามหาศาล

    ท่ามกลางกระแสความนิยมในอาหารไทยที่ขจรไกลไปทั่วโลก สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ได้หยิบยก “ซอสปรุงรสท้องถิ่น” ซึ่งเป็นหัวใจของรสชาติอาหารไทย มานำเสนอในมุมมองใหม่

    ผ่านนิทรรศการ “Thai Local Sauce อร่อยเหยาะ” เพื่อตอกย้ำให้เห็นว่าซอสทุกขวดไม่ได้เป็นเพียงเครื่องปรุง แต่คือสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศได้อย่างทรงพลัง

    นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วัฒนธรรมที่กินได้” ที่จะพาผู้ชมไปสำรวจตั้งแต่รากเหง้าของรสชาติที่คุ้นเคย ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ซ่อนอยู่ในขวดซอส ไปจนถึงการมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ที่จะยกระดับซอสไทยให้กลายเป็นสินค้าส่งออกและแม่เหล็กดึงดูดการท่องเที่ยวเชิงอาหาร

    พลัง “ซอสไทย” วัฒนธรรมกินได้ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์กว่าหมื่นล้าน

    ซอสไทย: เครื่องปรุงรส ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมื่นล้าน

    นางสาวมนต์นภา พานิชเกรียงไกร ภัณฑารักษ์จาก CEA เปิดเผยว่า ซอสและเครื่องปรุงรสคือหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารไทย โดยสอดคล้องกับข้อมูลมูลค่าการส่งออกในปี 2567

    ที่ประเทศไทยส่งออกซอสปรุงรสในหมวด HS CODE 2103 (เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสพริก) ไปยังตลาดโลกสูงถึง 37,000 ล้านบาท

    ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพมหาศาลของซอสไทย และเมื่อผนวกกับนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ของภาครัฐ ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า ‘เรื่องเล่าจากครัวไทย’ สามารถต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้อย่างไม่สิ้นสุด

    ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การท่องเที่ยว ซึ่งทั้งหมดนี้คือองค์ประกอบสำคัญของ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่ CEA มุ่งมั่นผลักดัน

    นิทรรศการ “Thai Local Sauce อร่อยเหยาะ” จึงเป็นเหมือนภาพจำลองที่แสดงให้เห็นว่า เราจะสามารถเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมที่อยู่ในครัวให้กลายเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจได้อย่างไร

    พลัง “ซอสไทย” วัฒนธรรมกินได้ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์กว่าหมื่นล้าน

    ไฮไลต์ 4 โซน สัมผัสรสชาติและโอกาสผ่าน ‘ตาดู หูฟัง ลิ้นรับรส’

    นิทรรศการแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก และ 1 โซนพิเศษ ที่จะพาผู้ชมเดินทางผ่านมิติของรสชาติอย่างครบทุกประสาทสัมผัส

    • โซนที่ 1: SAUCETALGIA รสชาติที่คิดถึง
      ชวนย้อนความทรงจำผ่านรสชาติอาหารคุ้นเคยที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่วัยเด็ก โซนนี้จะทำให้คุณค้นพบว่าเบื้องหลังความอร่อยที่อุ่นใจนั้นมีซอสปรุงรสเป็นพระเอก พร้อมชมวิดีโอเคล็ดลับการปรุงอาหารจากแม่ครัวท้องถิ่น ที่จะปลุกความทรงจำใต้รสชาติให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

    พลัง “ซอสไทย” วัฒนธรรมกินได้ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์กว่าหมื่นล้าน

    • โซนที่ 2: SAUCE, SOURCE รสเยอะ วัตถุดิบแยะ
      ตื่นตากับขบวนซอสปรุงรสพื้นบ้านกว่า 60 รายการจากทุกภูมิภาคของไทย ตั้งแต่เต้าหู้ยี้ใบไผ่ทางเหนือ น้ำบูดูจากแดนใต้ ไปจนถึงปลาร้านัว ๆ จากอีสาน แต่ละขวดยังบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบที่สร้างสรรค์ ทั้งโลโก้ ชื่อแบรนด์ และอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สะท้อนให้เห็นว่าซอสทุกขวดคืองานออกแบบที่ส่งต่อภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น

    พลัง “ซอสไทย” วัฒนธรรมกินได้ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์กว่าหมื่นล้าน

    • โซนที่ 3: SAUCE พาวเวอร์
      สำรวจแผนที่ซอสทั่วประเทศและมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ซ่อนอยู่ โซนนี้จะชี้ให้เห็นว่าซอสท้องถิ่นสามารถต่อยอดสู่ การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ได้อย่างไร เช่น การจัดทริปตามรอยปลาร้า หรือทัวร์เรียนรู้การทำน้ำบูดู ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงระหว่าง อาหาร การท่องเที่ยว และการออกแบบ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับชุมชน

    พลัง “ซอสไทย” วัฒนธรรมกินได้ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์กว่าหมื่นล้าน

    • โซนพิเศษ: นิทรรศการย่อย “อาหารตามสั่ง”
      ร่วมค้นหารสนิยมของคนไทยผ่านวัฒนธรรมอาหารตามสั่ง พร้อมกิจกรรมสนุก ๆ ให้ Taste Local, Support Local ไม่ว่าจะเป็นการชิมไอศกรีม 4 รสซอสไทยสุดพิเศษ, ค้นหาตัวตนผ่านแบบทดสอบ MBTI (My Bottle Type Is) และเลือกซื้อซอสท้องถิ่นกว่า 15 รายการเพื่อสนับสนุนผู้ผลิตโดยตรง

    นิทรรศการ “Thai Local Sauce อร่อยเหยาะ” จึงไม่ใช่แค่การจัดแสดงซอส แต่คือการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย เชิญชวนทุกคนมาร่วมสำรวจพลังที่ซ่อนอยู่ในรสชาติที่คุ้นเคย ซึ่งอาจกลายเป็นอนาคตของอาหารไทยบนเวทีโลก

    พลัง “ซอสไทย” วัฒนธรรมกินได้ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์กว่าหมื่นล้าน

    ข้อมูลนิทรรศการ:

    • ชื่องาน: นิทรรศการ Thai Local Sauce อร่อยเหยาะ
    • วันจัดแสดง: วันนี้ – 23 พฤศจิกายน 2568
    • เวลา: 10.30–19.00 น. (ปิดทำการทุกวันจันทร์)
    • สถานที่: Front Lobby ชั้น 1, ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กรุงเทพฯ
    • ค่าเข้าชม: ฟรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/lifestyle/729411&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0UcDM4gxmewCc_icKPNL-E

  • ธ.ก.ส. ร่วมงานคิกออฟ “30 บาทรักษาทุกที่”กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้มีภาวะพึ่งพิง – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    ธ.ก.ส. ร่วมงานคิกออฟ “30 บาทรักษาทุกที่”กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้มีภาวะพึ่งพิง – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – นางสาวพรหมกร พรหมขัติแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าร่วมกิจกรรม kick off “ 30 บาทรักษาทุกที่ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้มีภาวะพึ่งพิง” โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนได้รับการดูแลและให้เกิดการจ้างงานผู้ช่วยเหลือดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง (Care Giver : CG)  ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานพร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการต้นแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลคุณภาพชีวิตผู้มีภาวะพึ่งพิง

    โดยภายในงาน ธ.ก.ส. ได้ร่วมจัดนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการทางการเงิน การโอนเงินให้กับผู้ที่จ้างงานดูแลผู้ที่มี ภาวะพึ่งพิง เช่น กลุ่มติดบ้าน ที่ไม่สามารถออกนอกบ้านได้ตามลำพัง และกลุ่มติดเตียง ที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยหรือไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จึงจำเป็นต้องมีผู้ดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สปสช. โดยมีผู้บริหารและพนักงาน ธ.ก.ส. เข้าร่วมเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/08/27/572808/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw28P1lOTxdnuFQzTwik_rbZ

  • พท.มีอาย โซเชียลอัดคลิปย้อนเศรษฐกิจไทย “ยุคลุงตู่” สุดลำบากนับเงินจนตาลายค้าขายคึกคัก | TOPNEWS

    พท.มีอาย โซเชียลอัดคลิปย้อนเศรษฐกิจไทย “ยุคลุงตู่” สุดลำบากนับเงินจนตาลายค้าขายคึกคัก | TOPNEWS

    พท.มีอาย โซเชียลอัดคลิปย้อนเศรษฐกิจไทย “ยุคลุงตู่” สุดลำบากนับเงินจนตาลายค้าขายคึกคัก

    • เผยแพร่ : 27/08/2025 10:00

    “เพื่อไทย” มีอาย โซเชียลอัดคลิปย้อนเศรษฐกิจไทย “ยุคลุงตู่” สุดลำบากนับเงินจนตาลาย ค้าขายคึกคัก ต่างกันลิบลับ “ยุคอุ๊งอิ๊ง” เงียบเป็นป่าช้า

    #topnewstv #แพทองธารชินวัตร #ประยุทธ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1289879&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3m2Em5dLS3FNnJwUJJTcNz

  • “เทศกาลที่โลกก็รัก คนก็เลิฟ” ทศกาลที่จะสร้างความสุข ผ่านเสียงดนตรี งานศิลปะ และแรงบันดาลใจ ในนิยามของ ความยั่งยืน 

    “เทศกาลที่โลกก็รัก คนก็เลิฟ” ทศกาลที่จะสร้างความสุข ผ่านเสียงดนตรี งานศิลปะ และแรงบันดาลใจ ในนิยามของ ความยั่งยืน 

    “เทศกาลที่โลกก็รัก คนก็เลิฟ” ทศกาลที่จะสร้างความสุข ผ่านเสียงดนตรี งานศิลปะ และแรงบันดาลใจ ในนิยามของ ความยั่งยืน 

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขอส่งมอบความสุขผ่านงาน “LOVE on EARTH ” เทศกาลดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ ที่เน้นความยั่งยืนอย่างสร้างสรรค์

    เทศกาลซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Eco-Friendly Festival ที่มุ่งลดขยะ ใช้วัสดุรักษ์โลก และพลังงานสะอาด ไม่ว่าคุณจะเป็นสายกรีน สายเที่ยว สายฟังเพลง สายอาร์ต หรืออยากหามุมพักผ่อนกลางขุนเขา… ที่นี่มีครบ!

    🎶 ดนตรีสดจากศิลปินท้องถิ่นและศิลปินชื่อดัง เติมเต็มบรรยากาศด้วยพลังบวก
    🎨 งานศิลปะและคราฟต์จากวัสดุรีไซเคิลและภูมิปัญญาท้องถิ่น
    🌿 โซนอาหารรักษ์โลก จากวัตถุดิบชุมชนและบรรจุภัณฑ์ Eco-Friendly
    🌱 นิทรรศการและ Workshop สุดสนุกที่จะทำให้การเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมง่ายและน่าสนใจ
    🏞️ ประสบการณ์ท่องเที่ยว Low Carbon ผสานธรรมชาติ ชุมชน และความยั่งยืน

    📅 6–7 กันยายน 2568
    ⏰ 11.00–22.00 น.
    📍 TAT Eco Park เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

    💚 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Gen Green” ที่จะส่งต่อความสุข ความยั่งยืน และพลังบวกให้โลกของเรา✨ แล้วเจอกันที่ Love on Earth เทศกาลที่โลกก็รัก คนก็เลิฟ ✨

    #LoveOnEarth #ททท_ #AmazingThailand #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #GreenEvent #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #TATEcoPark #AmazingThailandGrandTourismAndSportsYear2025

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/951888&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cK-tdHhrHOrgxbG_qi_YZ