Blog

  • เรียนจบ ป.6 เป็นทหาร 2 ปี ได้วุฒิเทียบ ม.6 จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

    เรียนจบ ป.6 เป็นทหาร 2 ปี ได้วุฒิเทียบ ม.6 จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

    กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง สำหรับข้อมูลที่ระบุว่า “เรียนจบ ป.6 แล้วไปเป็นทหาร 2 ปี จะได้วุฒิเทียบเท่า ม.6” ซึ่งหลายคนตั้งคำถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือเพียงความเข้าใจคลาดเคลื่อน

    บทความนี้จะพาไปตรวจสอบข้อเท็จจริงจากข้อมูลนโยบายของกองทัพบก

    สรุปข้อเท็จจริง: ไม่ใช่ได้วุฒิอัตโนมัติ แต่เป็นโครงการเพิ่มวุฒิการศึกษา

    จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ พบว่าแนวคิดดังกล่าวมาจากโครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” ของกองทัพบก ซึ่งมีเป้าหมายยกระดับการศึกษาของทหารกองประจำการ โดยไม่ได้หมายความว่าแค่เข้ารับราชการทหาร 2 ปีแล้วจะได้รับวุฒิ ม.6 โดยอัตโนมัติ

    โครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” คืออะไร?

    โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้ทหารกองประจำการสามารถพัฒนาคุณวุฒิทางการศึกษาได้ระหว่างประจำการ ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีวุฒิเพิ่ม มีอาชีพ” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่าสามารถเรียนต่อและยกระดับวุฒิของตนเองได้

    วิธีการเรียน: เทียบโอนหน่วยกิต + เรียนออนไลน์

    รูปแบบการเรียนรู้จะใช้วิธี “เทียบโอนหน่วยกิต” จากการฝึกทหารและภารกิจในหน่วย มารวมกับการศึกษานอกระบบ พร้อมมี “คู่มือการเทียบโอนหน่วยกิต” เพื่อใช้เป็นแนวทางอย่างเป็นทางการ

    ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ยังสนับสนุนการเรียนในรูปแบบออนไลน์ 100% เพื่อให้ทหารสามารถเรียนได้ด้วยตนเอง โดยไม่กระทบภารกิจหลัก และลดข้อจำกัดด้านการเดินทางไปสถานศึกษา

    เริ่มใช้เมื่อไหร่ และตั้งเป้าอย่างไร?

    โครงการนี้จะเริ่มใช้กับทหารกองประจำการผลัดที่ 1/2569 ซึ่งเข้าประจำการวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยตั้งเป้าให้ผู้เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 80% สามารถสำเร็จการศึกษาที่สูงขึ้น 1 ระดับภายใน 1 ปี

    แล้ว ป.6 เป็นทหาร 2 ปี ได้ ม.6 จริงไหม?

    คำตอบคือ “มีโอกาสเป็นไปได้ แต่ต้องผ่านการเรียนและเกณฑ์ที่กำหนด” ไม่ใช่การได้วุฒิโดยอัตโนมัติ ผู้เข้าร่วมต้องเรียนตามระบบของการศึกษานอกโรงเรียน และผ่านการประเมินผลตามหลักเกณฑ์

    ประโยชน์ของโครงการนี้

    ผู้ที่เข้าร่วมและสำเร็จการศึกษาจะสามารถนำวุฒิที่ได้ไปใช้ต่อยอดได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการสมัครสอบเป็นนายทหารประทวน การสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบ หรือใช้ในการสมัครงานหลังปลดประจำการ

    สรุป

    ข้อมูลที่ว่า “จบ ป.6 เป็นทหาร 2 ปี ได้วุฒิ ม.6” ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่เป็นการสรุปแบบสั้นที่อาจทำให้เข้าใจผิด ความจริงคือมีโครงการสนับสนุนให้ทหารสามารถเรียนต่อและยกระดับวุฒิได้ระหว่างรับราชการ หากตั้งใจเรียนและผ่านเกณฑ์ ก็มีโอกาสได้วุฒิที่สูงขึ้นจริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9887078/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HgpHTS25ZTP7wM2_sbr1s

  • ซึ้งน้ำใจ ดาราหนุ่มดัง มอบทุนการศึกษา ลูกสาวแดนนี่ ศรีภิญโญ

    ซึ้งน้ำใจ ดาราหนุ่มดัง มอบทุนการศึกษา ลูกสาวแดนนี่ ศรีภิญโญ

    ซึ้งน้ำใจ ดาราหนุ่มดัง มอบทุนการศึกษา ลูกสาวแดนนี่ ศรีภิญโญ

    น้ำใจคนบันเทิงทำแฟนคลับซึ้งมากๆ หลังจากที่ครอบครัวศรีภิญโญสูญเสีย แดนนี่ ศรีภิญโญ คนบันเทิงต่างให้กำลังใจ ส่งของเล่นให้น้องเอวา ลูกสาวแดนนี่และลูกกวาง

    ล่าสุด ลูกกวาง พาน้องเอวา และเพื่อนซี้ ยายหมี่ ออกรายการคุยแซ่บ Show ทางด้านพิธีหนุ่มดัง พุฒ พุฒิชัย ก็ได้โอนเงิน มอบทุนการศึกษาให้น้องเอวาด้วย หนุ่มพุฒ เปิดใจบอกว่า “น่ารักมากเลยครับ อยากจะซัพพอร์ตน้อง ก่อนหน้านี้สัมภาษณ์น้อง น้องเข้มแข็งมากๆ นั่งยิ้มนั่งหัวเราะตลอดเวลา หนูเข้มแข็งมาก และหนูเก่งมากด้วย”


    ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://entertain.teenee.com/thaistar/319685.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XlEVck0S-9hEBl6ANiB9K

  • พลอยทะเล แจง ลิซ่า ภคมน อย่าห่วง รัฐบาลให้ข้อมูล แลนด์บริดจ์ พี่น้องใต้ครบถ้วนรอบด้าน

    พลอยทะเล แจง ลิซ่า ภคมน อย่าห่วง รัฐบาลให้ข้อมูล แลนด์บริดจ์ พี่น้องใต้ครบถ้วนรอบด้าน

    พลอยทะเล แจง ลิซ่า ภคมน อย่าห่วง รัฐบาลให้ข้อมูล แลนด์บริดจ์ พี่น้องใต้ครบถ้วนรอบด้าน

    วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.51 น.

    พลอยทะเล แจง ลิซ่า ภคมน อย่าห่วง รัฐบาลให้ข้อมูล แลนด์บริดจ์ พี่น้องใต้ครบถ้วนรอบด้าน พร้อมรับฟังความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา

    เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2569 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจง กรณี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ความน่ากังวลคือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้สนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์  โดยยังไม่เข้าใจ มองผลดีแค่มิติเดียว หากพี่น้องสนับสนุนโดยเข้าใจโครงการนี้ทุกมิติแล้วจะเป็นเรื่องดีมากๆ ที่ผ่านมารัฐบาลมักจะให้ข้อมูลด้านเดียว โดยไม่ได้ตอบข้อกังวลของภาคประชาชนและเอกชนที่ตั้งคำถามต่อโครงการนี้ ประชาชนไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ในการทำความเข้าใจ นั้น

    น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า รัฐบาลรับทราบข้อโต้แย้งต่อโครงการแลนด์บริดจ์ จากหลายๆ ส่วน ทั้งประเด็น EIA และ EHIA โดยรัฐบาลจะทำทุกขั้นตอนให้ครบถ้วน และได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 4 จังหวัดภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 8 พ.ค.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะลงพื้น จ.ชุมพร และระนองเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในทุกมิติ รวมทั้งเพื่อชี้แจงข้อดี ข้อเสีย รายละเอียดจากผลการศึกษาโครงการ การจ้างงาน และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา

    “รัฐบาลไม่นิ่งเฉยต่อข้อกังวลของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประเด็นการสร้างการรับรู้ต่อประชาชนพื้นที่ภาคใต้ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ไม่ต้องห่วง การขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ มีการศึกษาทุกขั้นตอนอย่างละเอียด และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจอยู่แล้วรัฐบาลตั้งใจทำโครงการนี้ เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูง ของคนไทย ให้เป็นเครื่องจักรตัวใหม่ที่จะสร้างรายได้และสร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดภาคใต้“ น.ส.พลอยทะเล ย้ำ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/962148&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19RTuQhjxWLcguVEPqdtl2

  • คกก.พื้นฐานการศึกษา รร.พิริยาลัย จ.แพร่ ได้รับรางวัลบุคคลดีเด่น

    คกก.พื้นฐานการศึกษา รร.พิริยาลัย จ.แพร่ ได้รับรางวัลบุคคลดีเด่น

    ดร.เลิศฤทธิ์ เรือนละหงษ์ ผอ.รร.พิริยาลัยจังหวัดแพร่ สพม.แพร่และสมาคมศิษย์เก่ารร.พิริยาลัย จังหวัดแพร่ สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนพิริยาลัยจังหวัดแพร่และโรงเรียนพิริยาลัยจังหวัดแพร่

    ขอแสดงความยินดีกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนพิริยาลัยจังหวัดแพร่ที่ได้รับรางวัลบุคคลดีเด่น” กับนายประเสริฐ จันทรรวงทองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายพิเชฐ โพธิ์ภักดีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้

    1. นายพัฒนพงษ์ พงษ์นวล
    2. ว่าที่ร้อยตรีพิพฒน์ เสนาธรรม

    ในงานประชุมสัมมนาทางวิชาการ และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 สมาคมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 29 เมษายน ถึง 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ จังหวัดอุบลราชธานี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3928175/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nr6jjR3HLE9az_liCB09m

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 พ.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 พ.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 พ.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดีเซล B7 ,น้ำมันดีเซล B20 ลิตรละ 60 สตางค์

    ขณะที่ดีเซลพรีเมี่ยมไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคา

    ส่วนราคาน้ำมันเบนซิน  แก๊สโซฮอล์95 ,91 ,E85 และ E20 ขึ้น 85 สตางค์ต่อลิตร เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 62.10 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 40.80 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 33.80 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 62.10 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 40.80 บาท (บางจาก)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 33.80 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 พ.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/658145&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cyaEx5A08XnQmzDafgiJL

  • รวบ 5 ชาวจีน ลอบข้ามแดนมาจากเขมร พกบัตรเครดิต 20 ใบ

    รวบ 5 ชาวจีน ลอบข้ามแดนมาจากเขมร พกบัตรเครดิต 20 ใบ

    (3 พ.ค. 69) ทหารพราน ฉก.อรัญประเทศ ลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจับกุมชาวจีน 5 ราย อายุระหว่าง 29 – 33 ปี ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย บริเวณเส้นทางธรรมชาติ ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อมตรวจยึดบัตรเครดิต/เดบิต 20 ใบ (ในกระเป๋ากางเกงหนึ่งในผู้ต้องหา) ตรวจค้นทั้งหมดไม่พบหนังสือเดินทางหรือโทรศัพท์มือถือ

    ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การ (ผ่านล่าม) สอดคล้องกันว่า เดินทางจากประเทศจีนไปท่องเที่ยวในกัมพูชาตั้งแต่ช่วงปี 2568 ต่อมาเพื่อนชาวจีนชักชวนไปยังกรุงปอยเปต จากนั้นเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 69 ได้เดินเท้าท่องเที่ยวบริเวณชายแดน อ้างว่า เห็นเจ้าหน้าที่จำนวนมากในพื้นที่ จึงพากันเดินออกนอกเส้นทาง โดยเดินไปพบลำคลองแห่งหนึ่งไม่ทราบพิกัดแน่ชัด ก่อนลัดเลาะตามเส้นทางธรรมชาติ และถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยตรวจพบและควบคุมตัวดังกล่าว

    อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบข้อพิรุธหลายอย่าง ทั้งการลักลอบเข้าประเทศโดยไม่มีเอกสาร การไม่มีโทรศัพท์มือถือ ซึ่งไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วไป รวมถึงการพกพาบัตรเครดิตจำนวนมาก จึงเชื่อว่า อาจมีความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเครือข่ายลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน เตรียมขยายผลตรวจสอบที่มาของบัตรเครดิต/เดบิตทั้งหมด รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป – ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/crime/N9xJ1ewe8&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HKQlBHWA7kh8H2vaJRqN2

  • 34 ปี กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าผสานพลัง IP ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ พลิกเกม SMEs ไทยก้าวผ่านความท้าทาย สู่โอกาสเติบโตในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

    34 ปี กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าผสานพลัง IP ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ พลิกเกม SMEs ไทยก้าวผ่านความท้าทาย สู่โอกาสเติบโตในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

    เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 34 ปี ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศเดินหน้าภารกิจสำคัญ โดยผสาน “3 พลังทรัพย์สินทางปัญญา (IP)” ทั้งพลังแห่งการสร้างสรรค์พลังแห่งการปกป้องคุ้มครองสิทธิ และพลังแห่งการต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อเร่งยกระดับขีดความสามารถ SMEs ไทยให้ก้าวผ่านความท้าทาย ภายใต้ “แนวทางขับเคลื่อน 4 มิติ” ได้แก่ มิติการเสริมแกร่ง-สร้างโอกาสทางการค้า มิติการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม มิติการเพิ่มมูลค่าภาคเกษตร-ท่องเที่ยว ตลอดจนมิติการประเมินมูลค่า IP เพื่อเข้าถึงแหล่งทุน โดยเน้นย้ำบทบาท IP เป็นเครื่องมือสำคัญในเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลกได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในบริบทของเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนและการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับปัจจัยความท้าทายรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ มาตรการทางการค้าที่เข้มงวด ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง ส่งผลให้การแข่งขันท่ามกลางเศรษฐกิจยุคใหม่มุ่งไปที่คุณภาพ ความแตกต่าง และความน่าเชื่อถือของสินค้าและบริการ มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ทรัพย์สินทางปัญญาจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ ไม่เพียงในมิติของการคุ้มครองสิทธิ แต่ยังสามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่า เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเชื่อมโยงสู่ตลาดสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล (10 Plus) และนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อส่งเสริมให้ SMEs ไทยสามารถแข่งขัน เติบโตได้ และเข้าถึงโอกาสใหม่ในเวทีโลก ผ่านบริการดิจิทัลภาครัฐที่สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงและยกระดับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศไทยในระยะยาว

    นางอรมน กล่าวว่า กรมฯ ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานโดยยึดกรอบการประสาน “3 พลัง IP” ให้เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประกอบด้วย พลังแห่งการสร้างสรรค์ (Creation) ในการเปลี่ยนไอเดียความคิดและผลงานสร้างสรรค์ให้เป็น “ทรัพย์สินทางปัญญา” ที่มีมูลค่า ช่วยสร้างความแตกต่าง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล พลังแห่งการปกป้องคุ้มครองสิทธิ (Protection & Enforcement) ยกระดับระบบการจดทะเบียนให้ความคุ้มครองและการบังคับใช้กฎหมาย IP อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุน พร้อมลดความเสี่ยงจากการถูกละเมิดสิทธิทั้งในและต่างประเทศ และพลังแห่งการต่อยอดเชิงพาณิชย์ (Commercialization) ที่จะเปลี่ยนทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นรายได้และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ การสร้างแบรนด์ การอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า และยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระดับสากล

    ทั้งนี้ ในการขับเคลื่อนภารกิจตลอดปีที่ 34 นี้ กรมฯ มุ่งมั่นผสาน 3 พลัง IP ดังกล่าว เพื่อนำพาผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถก้าวผ่านสถานการณ์ความท้าทายที่เกิดขึ้นรอบด้าน โดยได้กำหนดแนวทางดำเนินงานเชิงบูรณาการใน 4 มิติเร่งด่วน ดังนี้

    มิติที่ 1 เสริมแกร่ง สร้างโอกาสการค้า มุ่งยกระดับความรู้ความเข้าใจและศักยภาพในการบริหารจัดการสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาให้กับผู้ประกอบการ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ลิขสิทธิ์ และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นเครื่องมือสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเหมาะสม โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงนักลงทุนและโอกาสทางธุรกิจ โดยมีแผนจัดงานสำคัญ อาทิ งาน Thailand Character & Content Expo (TCEX) ระหว่างวันที่ 9-12 กรกฎาคม 2569 งานมหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (IP Fair) ระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2569 เป็นต้น ตลอดจนเสริมสร้างสถานะความเชื่อมั่นด้าน IP ของไทยในเวทีโลก ผ่านความร่วมมือกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกและสำนักงาน IP ระหว่างประเทศ ควบคู่กับการดำเนินโครงการ Trademark Monitor เฝ้าระวังต่างชาติฉวยโอกาสนำเครื่องหมายการค้าไทยไปจดทะเบียนในต่างประเทศโดยมิชอบ

    มิติที่ 2 พัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม มุ่งส่งเสริมการพัฒนางานวิจัยขั้นสูงและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นนวัตกรรมของคนไทยโดยแท้จริง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยเร่งผลักดันการสร้างนวัตกรรมในสาขาที่มีศักยภาพตอบโจทย์ความท้าทายแห่งอนาคต ผ่านบริการ Fast Track ได้แก่ สิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร (นวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมดิจิทัล) สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (ด้านนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม และชิ้นส่วนยานยนต์) รวมทั้งเครื่องหมายการค้า (ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์) เพื่อให้นวัตกรรมการสร้างสรรค์ของไทยได้รับการคุ้มครองอย่างรวดเร็วและทันต่อการแข่งขัน พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาควิจัย และภาคเอกชน เพื่อสร้างเครือข่ายหน่วยงานขับเคลื่อน IP ทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรมฯ จะเร่งปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบด้าน IP ให้ทันสมัยสอดรับกับบริบทการค้าในปัจจุบัน ควบคู่กับการยกระดับบริการด้าน IP สู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะ ตามแนวทางราชการทันใจ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและตอบโจทย์ผู้ประกอบการในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

    มิติที่ 3 เพิ่มมูลค่าภาคเกษตรและการท่องเที่ยว ส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะ GI เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมุ่งยกระดับสินค้าเกษตรด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น เปลี่ยนผ่านจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิม สู่การพัฒนา “เกษตรมูลค่าสูง” ที่เน้นการสร้างคุณภาพ มาตรฐาน และรักษาภูมิปัญญาการผลิตของชุมชน ควบคู่กับการจัดทำระบบควบคุมมาตรฐานการผลิตอย่างเข้มข้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค สร้างโอกาสในการยกระดับสินค้า GI เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมส่งเสริมแหล่งผลิต GI ที่มีอยู่
    ในทุกจังหวัดทั่วประเทศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ สร้างหมุดหมายการท่องเที่ยวใหม่ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม ขยายโอกาส และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนผู้ผลิตอย่างยั่งยืน

    มิติที่ 4 ประเมินมูลค่า IP เพื่อเข้าถึงแหล่งทุน เร่งขับเคลื่อน Pilot Project IP Finance Thailand เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาระบบนิเวศ IP Finance ของประเทศ โดยประสานความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถาบันการเงิน หน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม และภาคธุรกิจ ร่วมกำหนดทิศทางและออกแบบนโยบายสร้างความเชื่อมั่น พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงทั้งในด้านการคัดเลือกทรัพย์สินทางปัญญา การประเมินมูลค่า และการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประกอบการตัดสินใจทางการเงิน ภายใต้การบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมและได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อเพิ่มศักยภาพและโอกาสแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และ Startup ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้หลากหลายและมีประสิทธิภาพ

    อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันทรัพย์สินทางปัญญาได้กลายเป็น “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” ที่มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ คุ้มครอง และใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครบวงจร และพร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจ
    เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1016690&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0orou_drMrLKg1_ys5hH4G

  • หมอปลายทำนายเศรษฐกิจปี 2569 เช็คว่าอะไรเกิดขึ้นจริงแล้วบ้าง

    หมอปลายทำนายเศรษฐกิจปี 2569 เช็คว่าอะไรเกิดขึ้นจริงแล้วบ้าง

    หมอปลายทำนายเศรษฐกิจปี 2569 เช็คว่าอะไรเกิดขึ้นจริงแล้วบ้าง

    By

    พฤษภาคม 3, 2026

    หมอปลายทำนายเศรษฐกิจปี 2569 เช็คว่าอะไรเกิดขึ้นจริงแล้วบ้าง

    สรุปข่าว
    • หมอปลาย พรายกระซิบ ทำนายปี 2569 ไว้ว่า ทองคำจะแตะ 100,000 บาทภายในปีนี้ โดยคาดว่าหลังกลางปีจะแตะ 90,000 บาทก่อน และในมุมมองระยะยาว “ท่านยม” บอกว่าภายใน 3 ปีมีสิทธิ์ถึงแสน ปัจจุบัน ทองแท่งอยู่ที่ 72,200 บาท ณ วันที่ 25 เมษายน 2569 ขึ้นมาแล้วกว่า 3,200 บาทจากต้นปี ยังเหลือระยะห่างอีกราว 28,000 บาท
    • หมอปลายทำนายว่า ปี 2569 เป็นปีม้าลุยไฟ เศรษฐกิจทรุด “หนักกว่านี้” ชะงักบ้างแต่ก็รอดและภัยพิบัติจะน่ากลัวที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่มีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์สหรัฐฯ-อิหร่าน, ตลาดหุ้นผันผวน และ SET Index ร่วงอยู่ที่ 1,461 จุด
    • หมอปลายเตือนให้ซื้อทองจริงไม่ใช่หุ้นทอง เก็บสะสมด้วยเงินเย็น ไม่ต้องรีบขาย คำแนะนำนี้ส่งผลดีมากสำหรับผู้ที่ถือทองแท่งตั้งแต่ต้นปี เพราะราคาปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

    แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

    คำทำนายหมอปลายที่ถูกต้องเรื่องทองสะท้อนให้เห็นว่าบรรยากาศความไม่แน่นอนของโลกยังดำเนินต่อ ซึ่งเอื้อต่อการขึ้นราคาของสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ Bitcoin ยังแกว่งในกรอบรอปัจจัยกระตุ้น

    ย้อนรอยนักพยากรณ์คนดัง: หมอปลาย พรายกระซิบ กับดวงเมืองปี 2569

    เมื่อช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2569 “หมอปลาย พรายกระซิบ” หรือ ณวรชา หมอดูชื่อดังที่มีผู้ติดตามนับล้าน ได้ออกมาทำนายดวงเมืองและทิศทางสินทรัพย์สำคัญหลายอย่างไว้ล่วงหน้าอย่างละเอียด ทั้งเรื่องทองคำ ภาพรวมเศรษฐกิจโลก สงคราม และภัยพิบัติ วันนี้เราลองมารีวิวกันว่าสิ่งที่เธอทำนายไว้นั้น ณ วันที่ 25 เมษายน 2569 เป็นจริงไปแล้วแค่ไหน

    คำทำนายที่เป็นจริงแล้ว

    1. ทองคำขึ้นต่อเนื่อง ตกน้อย ไม่ต้องรีบขาย

    หมอปลายทำนายเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ว่าราคาทองคำมีแนวโน้มพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า “ตกก็ตกแค่หลักพัน แล้วขึ้นไปใหม่” และแนะนำว่าแม้ราคาจะอยู่ในระดับเลข 7 หมื่นก็ยังน่าเก็บ เพราะหลังกลางปีมีโอกาสแตะ 90,000 บาท สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ ราคาทองคำโลกในตลาด Spot ปัจจุบันอยู่ที่ $4,830/ออนซ์ ซึ่งพุ่งขึ้นมาจากระดับ $2,974 ในเดือนเมษายน 2568 ส่วนราคาในประเทศ วันที่ 25 เมษายน 2569 สมาคมค้าทองคำรายงานว่า ทองคำแท่งขายออก 72,200 บาท ทองรูปพรรณขายออก 73,000 บาท ถือว่าสอดคล้องกับทิศทางที่หมอปลายทำนายไว้

    2. เศรษฐกิจโลกสั่นคลอน ดอลลาร์สูญเสียความเชื่อมั่น

    หมอปลายเตือนว่าทั่วโลกไม่เชื่อมั่นเงินดอลลาร์ ทำให้หลายประเทศเทดอลลาร์ทิ้งและแห่กัระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว ธนาคารกลางทั่วโลกแห่ซื้อทองเก็บ และราคาทองทะลุ ATH ใหม่ที่ $4,830/ออนซ์

    3. ปีนี้หนักกว่าปีที่แล้ว เศรษฐกิจชะงัก

    หมอปลายระบุว่า “ปี 2569 บาดเจ็บนิดหน่อย แต่ก็รอด ใช้เวลาในการวิ่งนิดหนึ่ง ชะงักบ้าง แต่ยังไงก็รอด” ซึ่งสอดคล้องกับสภาพตลาดหุ้นไทยที่ SET Index ทรุดลงมาที่ 1,461 จุด ตลาดมีความผันผวนสูง แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตเต็มรูปแบบ

    4. สถานการณ์สงครามดุเดือด

    หมอปลายและนักพยากรณ์ท่านอื่นเน้นย้ำว่าปี 2569 จะมีสถานการณ์ที่ดุเดือดและรุนแรงกว่าปีก่อน โดยมีการทำนายถึงวิกฤตสงครามที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับรากหญ้า เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นคือความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านที่ปะทุขึ้นจนกระทบช่องแคบ Hormuz ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งและตลาดการเงินโลกผันผวนอย่างหนัก

    คำทำนายที่ยังรอการพิสูจน์

    1. ทองแตะ 90,000–100,000 บาทภายในปีนี้

    หมอปลายฟันธงว่าหลังกลางปี 2569 ราคาทองจะขยับสูงถึง 90,000 บาท และในที่สุดจะแตะ 100,000 บาท ณ ปัจจุบัน ราคาทองแท่งอยู่ที่ 72,200 บาท ยังเหลือระยะห่างถึงเป้า 90,000 บาทอยู่ราว 17,800 บาท หรือ 25% เวลายังเหลืออีกกว่าครึ่งปี เป็นไปได้แต่ต้องติดตามต่อ

    2. Bitcoin จะมีข่าวดี ราคาฟื้นตัวรอบใหม่

    จากการทำนายที่ผ่านมา หมอปลายเคยทำนายว่า Bitcoin จะมีข่าวดีในเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งตรงเป๊ะกับที่ BTC แตะ ATH ที่ $126,000 ปัจจุบัน Bitcoin อยู่ที่ราว $77,000–$78,362 ซึ่งถือว่าฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในปี 2569 ที่เคยร่วงลงมา แต่ยังไม่กลับสู่ระดับ ATH คำทำนายรอบนี้สำหรับปี 2569 ยังรอการพิสูจน์

    3. การเมืองไทยกับการเลื่อนการเลือกตั้ง อนุทินยังเป็นนายกฯ

    หมอปลายเตือนว่าปี 2569 อนุทินยังเป็นนายกฯ เพราะจะเกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าครั้งใหญ่ และต้องเลื่อนเลือกตั้งออกไปเป็นช่วงปลายปี ยังต้องรอดูว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

    ไม่ว่าจะเชื่อในเรื่องนิมิตหรือไม่ก็ตาม ต้องยอมรับว่าคำทำนายของหมอปลายปี 2569 มีหลายข้อที่ตรงกับความเป็นจริงอย่างน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะทิศทางทองคำและภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่สั่นคลอน

    ในมุมมองส่วนตัว คำทำนายที่น่าสนใจที่สุดคือเรื่องทองแตะแสนบาท ณ วันนี้ที่ 72,200 บาท ยังเหลืออีกกว่า 38% กว่าจะถึงเป้า แต่ด้วยราคาทองโลกที่พุ่งถึง $4,830/ออนซ์ และปัจจัยเรื่องสงครามที่ยังคุกรุ่น ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เลยถ้าราคาทองโลกยังคงขึ้นต่อ สิ่งสำคัญคืออย่าลืมว่าการลงทุนต้องอิงกับข้อมูลและการบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่แค่คำทำนาย แต่ถ้าทั้งสองทิศทางชี้ไปทางเดียวกัน ก็อาจน่าสนใจไม่น้อย

    ที่มา: Manager Online, Khaosod, Bangkok Biz News, Investing.com, PPTVHD36

    บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน คำทำนายเป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณและศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจเสมอ

    หมอปลายทำนายเศรษฐกิจปี 2569 เช็คว่าอะไรเกิดขึ้นจริงแล้วบ้าง

    Kasamsak Wongsanin

    เด็กยุคใหม่ที่ชอบในการทำงานของเทคโนโลยีBlockchainและมีความสนใจกับการลงทุนในโลกDeFi พร้อมทั้งเชื่อว่าDigital money จะมาแทนที่ Fiat money ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/05/03/siam-monk-fortune-telling-2025-economy-gold-bitcoin-prediction/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0y9Mqjiyijawkhk3s6yDFC

  • รองนายกฯ-รมว.พาณิชย์ เยือนสหรัฐ วันนี้ เร่งเจรจาข้อกังวล ม.301

    รองนายกฯ-รมว.พาณิชย์ เยือนสหรัฐ วันนี้ เร่งเจรจาข้อกังวล ม.301

    03 พฤษภาคม 2569, 12:01น.

              นางศุภจีน สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธานการหารือระหว่าง กระทรวงพาณิชย์ และสภาหอการค้าไทย  โดยมีนางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์  นางนงนุช เพ็ชรรัตน์ ผู้แทนการค้าไทย นายวีระพงศ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย และนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ และคณะผู้บริหารหอการค้าไทยเข้าร่วม

              การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่ สถานการณ์การค้าไทย-สหรัฐอเมริกาล่าสุด ความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) และไทย-สหราชอาณาจักร (UK) กรอบ FTA สำคัญ และยุทธศาสตร์ประเทศคู่ค้าของไทย ตลอดจนการยกระดับผู้ประกอบการไทยในภาคเกษตรและอาหารให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

              ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและหารือแนวทางการบูรณาการท่าทีร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนการทำงานและขับเคลื่อนนโยบายด้านการค้าไทยอย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ

              โดย นางศุภจี มีกำหนดนำคณะเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 3-6 พฤษภาคม 2569 เพื่อเข้าร่วมงาน 2026 SelectUSA Investment Summit ร่วมกับภาคเอกชนไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญในการแสวงหาคู่ค้าการลงทุนใหม่ ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และหารือด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ควบคู่กับการส่งสัญญาณเชิงบวกต่อสหรัฐฯ ถึงความมุ่งมั่นของไทยในการดูแลและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

              นอกจากนี้ ยังมีกำหนดหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อตอกย้ำความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อกังวลตามมาตรา 301 ภายหลังจากที่ไทยได้ยื่นคำชี้แจงต่อสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 รวมถึงการหารือกับ USABC และ USCC ซึ่งเป็นนักลงทุนรายสำคัญในไทย เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนระหว่างกัน ตลอดจนเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับพันธมิตรในสหรัฐฯ สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคเอกชนไทยต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศ

    #เจรจาสหรัฐ

    #ศุภจีเยือนสหรัฐ

    แฟ้มภาพ

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/161160&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04IyNnRGh19Uc6SLXKgrCF

  • แผนจัดการขยะล้นกทม.อีกไกล  โรงไฟฟ้า3แห่ง ช่วยลดฝังกลบได้แค่21%

    แผนจัดการขยะล้นกทม.อีกไกล โรงไฟฟ้า3แห่ง ช่วยลดฝังกลบได้แค่21%

    Loading…

    แผนจัดการขยะล้นกทม.อีกไกล โรงไฟฟ้า3แห่ง ช่วยลดฝังกลบได้แค่21%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/environment-188&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-61J-cVTQHvPWy_hFcISk