Blog

  • แม่น้ำไรน์ในเยอรมนีลดต่ำ ดันต้นทุนขนส่งพุ่งกระทบเศรษฐกิจ|ทันโลก EXPRESS | 31 ก.ค. 69

    แม่น้ำไรน์ในเยอรมนีลดต่ำ ดันต้นทุนขนส่งพุ่งกระทบเศรษฐกิจ|ทันโลก EXPRESS | 31 ก.ค. 69

    ระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ของเยอรมนีลดต่ำจนเรือบรรทุกสินค้าไม่สามารถบรรทุกได้เต็มลำหลังเผชิญคลื่นความร้อนและฝนตกน้อย ทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่ม กระทบภาคอุตสาหกรรมที่กำลังฟื้นตัว

    #แม่น้ำไรน์ #เยอรมนี #แม่น้ำไรน์ลด #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #ทันโลกEXPRESS
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 02-118-0054
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/223679&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1glYJfkWGansMuKlYIHVa9

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยและบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยในการดูแลเศรษฐกิจและระบบการเงินในระยะข้างหน้า

    ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยและบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยในการดูแลเศรษฐกิจและระบบการเงินในระยะข้างหน้า

    ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยและบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยในการดูแลเศรษฐกิจและระบบการเงินในระยะข้างหน้า

    นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับนายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (Investment Analysts Association: IAA) พร้อมคณะกรรมการ IAA และตัวแทนนักวิเคราะห์การลงทุนอาวุโส ในโอกาสเข้าพบ และร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทิศทางนโยบายการเงิน รวมถึงการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินไทย

    ธปท. ให้การต้อนรับสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยและบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยในการดูแลเศรษฐกิจและระบบการเงินในระยะข้างหน้

    ภาพบรรยากาศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bot.or.th/th/news-and-media/activities/activities-20260730-2.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DeRMazqEyhYbeWW6L67Dg

  • บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 – InterGold

    บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 – InterGold

    วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.14 น.


    กลยุทธ์ : ไต่ขึ้นทดสอบแนวต้าน
    แนวต้าน : $4,130 , 65,000 บาท
    แนวรับ : $4,000 , 63,900 บาท
    .

    ราคาทองคำเช้าวันนี้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เคลื่อนไหวเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ทั้งการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ภายหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ย ตัวเลขเงินเฟ้อ Core PCE ที่ออกมาตามคาด รวมถึงความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังยกระดับ ส่งผลให้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้นเหนือ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลด้านอุปทานพลังงาน
    .

    ด้านภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ GDP ไตรมาส 2 ขยายตัวต่ำกว่าคาด สะท้อนการชะลอตัวของเศรษฐกิจ แม้เงินเฟ้อยังอยู่เหนือเป้าหมายของ Fed ทำให้ตลาดยังประเมินทิศทางนโยบายการเงินได้ไม่ชัดเจน และยังคงให้น้ำหนักว่า Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกในช่วงปลายปี ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยจำกัดการปรับขึ้นของราคาทองคำในระยะสั้น
    .

    ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังรักษาแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นได้ หลังยืนเหนือ 4,080 ดอลลาร์ และกำลังทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,130 ดอลลาร์ หรือ 65,000 บาท หากผ่านได้มีโอกาสเห็นแรงซื้อเพิ่มขึ้น แต่หากยังไม่ผ่าน แนะนำรอจังหวะย่อตัวบริเวณ 4,000 ดอลลาร์ หรือ 63,900 บาท เพื่อทยอยสะสม และแบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาปรับขึ้นใกล้แนวต้าน

    .

    บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD

    #ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา

    สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/analyze-31-jul-2026/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XI9Z6V7BHa51vQAbwlAze

  • “ทองคำ” ปิดพุ่ง 63.60 ดอลลาร์ รับดอลลาร์อ่อน-เงินเฟ้อสหรัฐชะลอ ลดแรงกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

    “ทองคำ” ปิดพุ่ง 63.60 ดอลลาร์ รับดอลลาร์อ่อน-เงินเฟ้อสหรัฐชะลอ ลดแรงกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/international/164299&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw295nYKn7lCD8rCDPiDL4OA

  • จับตาราคาหน้าเขียง! หลังเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร ปรับขึ้นราคาหมูหน้าฟาร์มอีก กก.ละ 2 บาท

    จับตาราคาหน้าเขียง! หลังเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร ปรับขึ้นราคาหมูหน้าฟาร์มอีก กก.ละ 2 บาท

    วานนี้ (29 ก.ค.2569) เครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร ประกอบด้วย สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคกลางตอนบนเพื่อการค้า สมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ และสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรชลบุรี จำกัด แจ้งปรับราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มเพิ่มอีก 2 บาทต่อกิโลกรัม จากสัปดาห์ก่อนที่เพิ่งปรับขึ้นในอัตราเดียวกัน โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

    ภายหลังการปรับราคาครั้งล่าสุด ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ภาคตะวันตก อยู่ที่ 68-70 บาทต่อกิโลกรัม, ภาคตะวันออก อยู่ที่ 70-73 บาทต่อกิโลกรัม, ภาคเหนือ อยู่ที่ 74 บาทต่อกิโลกรัม และภาคใต้ อยู่ที่ 76 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ในช่วง 68-76 บาทต่อกิโลกรัม

    นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ระบุถึงสาเหตุของการปรับขึ้นราคาหมูหน้าฟาร์ม ว่า ต้นทุนการเลี้ยงปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ขณะที่ปริมาณสุกรที่ออกสู่ตลาดเริ่มน้อยกว่าความต้องการบริโภค ส่งผลให้ราคาปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/economy/morning/467772&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZwFHaPXUZ9Py8rCQXde4U

  • LINE BK ครึ่งแรกปี 69 ลูกค้า 8.8 ล้านราย ชูบทบาทคู่หูการเงิน รับเศรษฐกิจผันผวน

    LINE BK ครึ่งแรกปี 69 ลูกค้า 8.8 ล้านราย ชูบทบาทคู่หูการเงิน รับเศรษฐกิจผันผวน

    LINE BK ครึ่งแรกปี 69 ลูกค้า 8.8 ล้านราย ชูบทบาทคู่หูการเงิน รับเศรษฐกิจผันผวน

    LINE BK ชี้เศรษฐกิจผันผวนเปลี่ยนพฤติกรรมการเงินคนไทยสู่ยุค “บริหารสภาพคล่อง” โชว์ครึ่งปีแรก 69 ลูกค้าพุ่ง 8.8 ล้านราย มียอดสินเชื่อคงค้างกว่า 29,000 ล้านบาท ตอกย้ำบทบาท “Everyday Financial Partner”

    ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าระหว่างประเทศ และความผันผวนของราคาพลังงาน ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน และกำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องมากกว่าที่ผ่านมา

    นายธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคไม่ได้มองสินเชื่อเป็นเพียงแหล่งเงินทุนอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือช่วยบริหารสภาพคล่องในช่วงเวลาที่รายได้ผันผวนหรือมีค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด ความต้องการในวันนี้จึงไม่ใช่วงเงินที่สูงที่สุด แต่คือบริการที่เข้าถึงได้ง่าย ใช้งานสะดวก และสามารถบริหารการชำระคืนได้ด้วยตัวเองอย่างเหมาะสม

    แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลัก Responsible Lending หรือการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ที่ LINE BK ยึดถือมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งส่งเสริมให้ลูกค้าใช้สินเชื่ออย่างเหมาะสม มีวินัยทางการเงิน และสามารถบริหารภาระหนี้ได้อย่างยั่งยืน เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคงมากขึ้น 

    โดยในครึ่งปีแรกของปี 2569 มีลูกค้าใช้งาน LINE BK 8.8 ล้านราย เติบโต 12% จากปีก่อนหน้า เป็นลูกค้าสินเชื่อ 9.3 แสนราย เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า และมียอดสินเชื่อคงค้างกว่า 29,000 ล้านบาท 

    และเพื่อขยายการเข้าถึงสินเชื่อในระบบแก่คนไทยมากยิ่งขึ้น LINE BK ยังเดินหน้าสื่อสารแบรนด์ผ่านแคมเปญใหม่ภายใต้คอนเซปต์ “ร้อนเงินดับไว ยืม LINE BK ดีกว่า” ไม่ว่าปัญหาการเงินแบบไหน ก็จบได้ด้วยสินเชื่อ LINE BK ตอกย้ำความสะดวกในการสมัครใช้งาน และสร้างการรับรู้ ช่วยให้คนไทยเข้าถึงสินเชื่อถูกกฎหมายได้ง่ายขึ้น 

    สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลในปีนี้ LINE BK มองว่าการที่ผู้ให้บริการ Virtual Bank ที่ทยอยเปิดให้บริการในประเทศไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบการเงินดิจิทัล และจะช่วยสร้างนวัตกรรม รวมถึงเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

    LINE BK ยังคงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Everyday Financial Partner” โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์การใช้งานที่เรียบง่าย เข้าถึงได้ และสอดคล้องกับพฤติกรรมทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค เพื่อช่วยให้ลูกค้าจัดการการเงินในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์

    “ในครึ่งปีหลัง LINE BK จะยังคงเดินหน้าพัฒนาบริการทางการเงินดิจิทัลที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยกระดับเทคโนโลยี การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจความต้องการของลูกค้า และการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบ เราเชื่อว่าในวันที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติของเศรษฐกิจ นวัตกรรมทางการเงินที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง จะเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งสำหรับลูกค้าและสังคมไทย” นายธนา กล่าว

    LINE BK เดินหน้าพัฒนาประสบการณ์การเงินดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

    พัฒนาโมเดลประเมินเครดิตใหม่ (KLINE Score) ที่ผสานเทคโนโลยี และการวิเคราะห์ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data Analytics) เพื่อยกระดับความแม่นยำในการประเมินเครดิตให้สะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าได้รอบด้านยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ที่มีความสามารถในการชำระหนี้ แต่มีข้อมูลเครดิตแบบดั้งเดิมจำกัด สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากขึ้น พร้อมขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินแก่กลุ่ม Underbanked ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

    เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ‘เพื่อนชวนเพื่อน’ ภายใต้แคมเปญ ‘สินเชื่อดี๊ดี ต้องมีบอกต่อ’ เปิดโอกาสให้ลูกค้าสินเชื่อ LINE BK ส่งต่อประสบการณ์การใช้งานแก่คนใกล้ชิด พร้อมช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมายได้ง่ายและปลอดภัย โดยผู้ใช้งานสินเชื่อสามารถแนะนำพร้อมส่งรหัสผู้แนะนำให้เพื่อน ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ได้ทันที พร้อมรับสิทธิ์เงินคืน (Cashback) ทั้งผู้ชวนและผู้ถูกชวนเมื่อสมัครและทำสัญญาสินเชื่อสำเร็จ หลังเปิดตัวแคมเปญได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีลูกค้าร่วมชวนเพื่อนสมัครแล้วกว่า 10,000 คน

    ในส่วนของธุรกิจประกัน LINE BK เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัว ‘ประกันมะเร็งระยะไหนก็ดูแล’ (CI Care Plus) ที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านความคุ้มครองสุขภาพ ด้วยความคุ้มครองค่ารักษาโรคมะเร็งสูงสุด 5 ล้านบาท ครอบคลุมทั้ง IPD และ OPD ส่งผลให้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยหลังเปิดตัวเพียง 1 เดือน มียอดขายคิดเป็น 15% ของยอดเบี้ยประกันภัยรวมในเดือนล่าสุด 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/746182&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1H32SVTuFkS-ffA8xPEfy8

  • จีนเตรียมเร่งใช้จ่ายภาครัฐ หลังเศรษฐกิจไตรมาส 2 โตต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี : อินโฟเควสท์

    จีนเตรียมเร่งใช้จ่ายภาครัฐ หลังเศรษฐกิจไตรมาส 2 โตต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี : อินโฟเควสท์

    จีนประกาศเตรียมเร่งการใช้จ่ายด้านการคลัง และออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากเศรษฐกิจไตรมาส 2 ชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกรมการเมือง (โปลิตบูโร) ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นหน่วยงานกำหนดนโยบายระดับสูง ยอมรับว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับความยากลำบากและความท้าทายหลายด้าน พร้อมให้คำมั่นว่าจะเพิ่มความพยายามกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ

    เศรษฐกิจจีนขยายตัว 4.3% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี และต่ำกว่ากรอบเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 4.5%-5.0%

    อย่างไรก็ตาม จีนยังไม่มีแนวโน้มออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เนื่องจากรัฐบาลต้องการแก้ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยเพิ่มแรงกดดันด้านภาวะเงินฝืด ขณะเดียวกันยังต้องการควบคุมการใช้จ่ายของรัฐบาลท้องถิ่นที่มีภาระหนี้สูงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

    ที่ประชุมโปลิตบูโรยังส่งสัญญาณว่า จีนจะเดินหน้าจัดการกับการแข่งขันแบบอินโวลูชัน (involution) ซึ่งหมายถึงการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงระหว่างผู้ผลิตเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด จนส่งผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัท

    นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่า การเร่งดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว อาจช่วยประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มการขาดดุลงบประมาณ

    รายงานสรุปการประชุมระบุว่า จีนจำเป็นต้องเร่งการใช้จ่ายด้านการคลัง เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในช่วงต่อไป แม้ที่ประชุมจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการเพิ่มเติมที่จะนำมาใช้

    โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/623489&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0REek1aSqKVTr28rToJ7gF

  • นายกฯ เตรียมเปิดวิสัยทัศน์ วางยุทธศาสตร์ไทยในระเบียบโลกใหม่

    นายกฯ เตรียมเปิดวิสัยทัศน์ วางยุทธศาสตร์ไทยในระเบียบโลกใหม่

    นายกฯ เตรียมเปิดวิสัยทัศน์ถอดรหัสระเบียบโลกใหม่ วางยุทธศาสตร์ไทย รับมือเศรษฐกิจโลก–ภูมิรัฐศาสตร์ บนเวที The INTANIA Forum

    30 กรกฎาคม 2569 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเป็นประธานเปิดงาน The INTANIA Forum: SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่ ในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.00 น. ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจัดโดยสมาคมนิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สวจ.)

    นางสาวรัชดา กล่าวว่า เวทีดังกล่าวจัดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการค้า การลงทุน ความมั่นคง และทิศทางการพัฒนาของประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทย

    นายกรัฐมนตรีจะกล่าวเปิดงานและแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในระเบียบโลกใหม่ โดยเน้นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การดึงดูดการลงทุน การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ และการเตรียมความพร้อมของประเทศให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    ภายในงานยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อร่วมวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ตลอดจนเสนอแนวทางเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยให้สามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างเต็มที่ โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และคณะกรรมการสมาคมนิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมงาน

    เวที The INTANIA Forum จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นและข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อช่วยให้ประเทศไทยมองเห็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกใหม่ พร้อมร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว และสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน

    “รัฐบาลเชื่อว่า ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงผู้ปรับตัวตามสถานการณ์ แต่ต้องเตรียมความพร้อมและวางยุทธศาสตร์เชิงรุก เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส สร้างความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/1041318/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3f6X0nILf_wyG-Pt2lZhUX

  • จังหวัดสุรินทร์ จัดงาน

    จังหวัดสุรินทร์ จัดงาน

    จังหวัดสุรินทร์ จัดงาน “SurinBest Product Border Trade Fair 2026 มหกรรมสินค้าเด่น ของดีเมืองสุรินทร์ เชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดน”  กว่า 200 คูหา มุ่งกระตุ้นการค้าการลงทุน และยกระดับสินค้าท้องถิ่นสู่สากล 


    30/07/2569 | 20 |

         วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.00 น. นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในงาน “SurinBest Product Border Trade Fair 2026 มหกรรมสินค้าเด่น ของดีเมืองสุรินทร์ เชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดน” ภายใต้โครงการ การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการค้า การลงทุน การบริการและเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดน ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมีนางสาวบุญยวีร์ ชำกรม พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้กล่าวรายงาน และได้รับเกียรติจากนางชไมพร  แหวนเพ็ชร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ นายวีระชัย  ประเสริฐโส รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายกิตติ สัตย์ซื่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักท่องเที่ยวและพี่น้องชาวสุรินทร์ ร่วมกิจกรรมและร่วมจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก
         สำหรับงาน “SurinBest Product Border Trade Fair 2026 มหกรรมสินค้าเด่น ของดีเมืองสุรินทร์ เชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดน” กำหนดจัดระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณลานจอดรถศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุรินทร์ โดยมัวัตถุประสงค์มุ่งสร้างความสัมพันธ์ สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน ภาคเอกชน ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ได้พัฒนาความร่วมมือทางการค้าการลงทุนระหว่างกัน ตลอดจนผู้ประกอบการในจังหวัดสามารถใช้เวทีในงานแสดงสินค้าเป็นแหล่งเรียนรู้ ด้านการตลาด เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดขยายโอกาสในการแข่งขันทางการค้า สินค้าเด่นของดีเมืองสุรินทร์ ให้มีขีดความสามารถสู่เวทีสากล และเพื่อมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่น ขยายช่องทางการตลาดทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม SURINBEST.COM ตลอดจนยกระดับคุณภาพสินค้าเด่นของจังหวัดสุรินทร์ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นอย่างยั่งยืน
         ซึ่งภายในงานพบกับการออกร้านจำหน่ายสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการจังหวัดสุรินทร์ กลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีเขตพื้นที่ติดชายแดน สินค้าจากจังหวัดทั่วประเทศ รวมกว่า 245 คูหา ประกอบด้วยสินค้า SurinBest สินค้าชุมชน สินค้าเกษตร OTOP สินค้าเกษตรแปรรูป และสินค้าจากจังหวัดชายแดน พร้อมโซน Street Food และ Food Truck กว่า 40 ร้านค้า ที่คัดสรรเมนูอร่อยมาให้เลือกชิมตลอดงาน อีกทั้งยังมีกิจกรรมการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสร้างโอกาสและความร่วมมือทางการค้าระหว่างกัน
         นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายและการแสดงศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าไว้อย่างคับคั่ง อาทิ นิทรรศการแสดงชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทยลายอัตลักษณ์ นิทรรศการวิถีชีวิตภูมิปัญญาผ้าไหมสุรินทร์ สินค้า GI และสินค้าชายแดน พร้อมร่วมลุ้นรับรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้าและรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 72,000 บาท ผ่านกิจกรรมช้อปสินค้ารับโชคทุกวัน ตลอดจนกิจกรรมการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ออกแบบชุดผ้าไหมสุรินทร์ และประกวดการประกอบอาหารจากวัตถุดิบ GI พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังคับคั่งฟรีตลอด 5 วันเต็ม ได้แก่ ไผ่ พงศธร (30 กรกฎาคม 2569), ก้านตอง ทุ่งเงิน (31 กรกฎาคม 2569), เต๋า ภูศิลป์ (1 สิงหาคม 2569 ), เบลล์ นิภาดา (2 สิงหาคม 2569) และเน็ค นฤพล (3 สิงหาคม 2469)
        ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้สนใจทุกท่าน ร่วมชม ช้อป และอุดหนุนสินค้าท้องถิ่น พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้แก่ผู้ประกอบการในงาน “SurinBest Product Border Trade Fair 2026” ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2569 ณ ลานจอดรถศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุรินทร์ โดยเปิดให้เข้าชมงานและร่วมกิจกรรมฟรีตลอดงาน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและเชื่อมโยงการค้าชายแดนของจังหวัดสุรินทร์ให้เจริญก้าวหน้าต่อไป


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/527106&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3la9sBKcXmuBtNsBbC5KZb

  • บอนด์ยีลด์ดีดตัว นักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ : อินโฟเควสท์

    บอนด์ยีลด์ดีดตัว นักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ : อินโฟเควสท์

    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

    ณ เวลา 23.05 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.663% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 5.211%

    ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติที่ไม่เป็นเอกฉันท์ 6-3 ในการคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวานนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

    นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ไม่ได้ส่งสัญญาณทิศทางอัตราดอกเบี้ยในการแถลงหลังเสร็จสิ้นการประชุม แต่ให้คำมั่นว่าเฟดจะดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2%

    กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2569 ในวันนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 1.5% ในไตรมาสดังกล่าว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.8%

    นอกจากนี้ การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 2/2569 ต่ำกว่าระดับ 2.1% ในไตรมาส 1/2569

    ตัวเลข GDP ประจำไตรมาส 2/2569 ที่ต่ำกว่าคาด มีสาเหตุจากการลดลงของการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางสหรัฐ และการลดลงของสินค้าคงคลัง แต่องค์ประกอบอื่น ๆ ของเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 2.1% หลังจากขยายตัวเพียง 0.4% ในไตรมาสแรก

    กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.7% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี  สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 4.1% ในเดือนพ.ค.

    เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวลง 0.1% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ค.

    ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 3.4% ในเดือนพ.ค.

    เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.1% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ค.

    ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

    โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/623658&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pCoBXmdxmdLaqTFigZq17