Blog

  • “ทีเส็บ” ดัน “ระยอง” สู่มหานครไมซ์ จุดประกายเศรษฐกิจอีอีซี – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    “ทีเส็บ” ดัน “ระยอง” สู่มหานครไมซ์ จุดประกายเศรษฐกิจอีอีซี – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ (TCEB) เดินหน้าขยายโครงการ “EEC MICETROPOLIS” จากพัทยาสู่จังหวัดระยอง เปิดตัวงาน EEC MICE FAM Trip 2025 ภายใต้แนวคิด “EEC MAXIMICE THE FUTURE: เปิดศักยภาพไมซ์ ก้าวสู่อนาคตไปกับอีอีซี” ตอกย้ำบทบาทการยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นและดึงดูดการลงทุนใหม่สู่พื้นที่ยุทธศาสตร์ภาคตะวันออก

    อุตสาหกรรมไมซ์: กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการทีเส็บ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่รัฐบาลวางเป้าเป็นศูนย์กลางด้านการผลิต การลงทุน และโลจิสติกส์ของภูมิภาค ทีเส็บจึงสานต่อนโยบาย “ไมซ์เพื่อเศรษฐกิจ” ผลักดัน EEC จากจุดหมาย Value for Money ไปสู่ High Value-Added MICE Destination

    5 มิติประสบการณ์ “MAXIMICE”

    MAXIMICE OPPORTUNITIES – เปิดประตูสู่โอกาสการลงทุนและเจรจาธุรกิจ ในงาน EEC Expo 2025 ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมเป้าหมายและเมกะโปรเจกต์แห่งอนาคต

    MAXIMICE COMMUNITIES – ผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นและความยั่งยืน อาทิ การเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงชันโรง และเมนูสร้างสรรค์ “เกสรซ่อนกาย” จากโครงการ MICE Coffee Break

    MAXIMICE EXPERIENCES – Taste of Rayong – สัมผัสเสน่ห์อาหารพื้นถิ่นที่ยกระดับสู่ Fine Dining พร้อมดินเนอร์ที่คาเฟ่ชิโน–โปรตุกีสเก่าแก่ หลานเอก คอฟฟี่เฮ้าส์

    MAXIMICE THE VALUE – เยี่ยมชม Miracle of Natural สวนดอกไม้เมืองหนาวโดย PTT LNG ต้นแบบการใช้ทรัพยากรตามแนวคิด BCG Economy

    MAXIMICE EXPERIENCES OF WELLNESS – รีเซ็ตกายใจด้วย Sound Bath ที่ Hotel Fuse ระยอง ชูภาพลักษณ์เมืองไมซ์ที่ใส่ใจสุขภาพ

    ระยอง จุดหมายไมซ์ระดับโลก

    ดร.ศุภวรรณ ย้ำว่า ระยองเป็นจังหวัดที่ผสานทั้งภูมิประเทศ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมอนาคต พร้อมรองรับการจัดงานไมซ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการประชุม นิทรรศการ เมกะอีเวนท์ หรือกิจกรรมทางธุรกิจระดับนานาชาติ ระยองจะไม่หยุดอยู่แค่ฐานการผลิตและการลงทุน แต่จะก้าวขึ้นเป็น มหานครไมซ์ระดับโลก ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/08/30/573991/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0EhMPWJn-_Y0f3Y0ni2XDg

  • “พิชัย” มั่นใจเรื่องศก. ยังเดินต่อ แม้นายกฯ หลุดตำแหน่ง – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    “พิชัย” มั่นใจเรื่องศก. ยังเดินต่อ แม้นายกฯ หลุดตำแหน่ง – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    “พิชัย” มั่นใจเรื่องศก. ยังเดินต่อ แม้นายกฯ หลุดตำแหน่ง

    มิติหุ้น – นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง หลุดจากตำแหน่งนายกฯ เชื่อว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ทุกอย่างน่าจะแก้ไขได้

    ส่วนการจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอะไรหรือไม่ รมว.คลัง ระบุว่า ทุกอย่างเราตอบได้ในเรื่องเศรษฐกิจ เพราะใครรับผิดชอบในเรื่องไหน ยังคงต้องดูแลอยู่ตามเดิม

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/08/30/574008/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OZLpLyysIympl9gHF2qlN

  • ‘ยานยนต์-น้ำมัน-ยาง’ ฉุดดัชนี MPI สะท้อนความเปราะบางเศรษฐกิจไทย 68

    ‘ยานยนต์-น้ำมัน-ยาง’ ฉุดดัชนี MPI สะท้อนความเปราะบางเศรษฐกิจไทย 68

    ดาวรุ่งแซงดาวร่วง! สศอ. ชี้หม้อแปลง-เหล็ก-อิเล็กทรอนิกส์ฉลุย สวนทางยานยนต์-น้ำมัน-ยางร่วงแรง ฉุด MPI ก.ค. หดตัว สะท้อนความเปราะบางเศรษฐกิจไทย 2568

    • ช่วงเวลาที่เหลือของปี 68 ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การค้าระหว่างประเทศของไทยกับคู่ค้าหลักยังมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง การผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 
    • ทิศทางบวกจากผลการเจรจาภาษี Reciprocal Tariff กับสหรัฐฯ โดยไทยได้อัตราภาษีต่ำกว่า หรืออยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ทำให้ไทยยังคงสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้
    • อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนก.ค. 68 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 1.มอเตอร์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุม 2. ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ 3. เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน
    • อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนก.ค. 68 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม 2. ยานยนต์ 3. ผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ

    สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 93.34 หดตัวร้อยละ 3.98 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงกดดันจากการผลิตรถยนต์หดตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าในภาคอุตสาหกรรม 

    นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม 2568 อยู่ที่ 93.34% หดตัว 3.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 57.37% ซึ่งเป็นผลมาจากการผลิตรถยนต์กลับมาหดตัวอีกครั้ง โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ รถยนต์ไฮบริดไม่เกิน 1,800 ซีซี และรถยนต์นั่งขนาดเล็ก เนื่องจากมีผู้ผลิตรายใหญ่หยุดการผลิตชั่วคราวเพื่อย้ายโรงงาน

    ประกอบกับผู้ผลิตบางรายปรับลดปริมาณการผลิตรถยนต์สันดาปลงตามคำสั่งซื้อ และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ 1 ราย หยุดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามแผนประจำปี นอกจากนี้ ผู้ประกอบการมีการนำสินค้าในสต็อก (Inventory) ออกมาขาย เนื่องจากดูท่าทีผลของการเจรจาภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

    รวมถึงหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของสินเชื่ออุปโภคบริโภค สินเชื่อที่อยู่อาศัย บัตรเครดิตยังคงปรับเพิ่มขึ้น ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าภาคอุตสาหกรรม รวมถึงความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง อีกทั้ง นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศชะลอตัว ส่งผลต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อาหารแช่แข็ง ไส้กรอก กระเป๋าเดินทาง รองเท้ากีฬา และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น

    สำหรับระบบการเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนสิงหาคม 2568 “ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง” โดยปัจจัยในประเทศส่งสัญญาณชะลอตัว จากผลของกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมทั้งความเชื่อมั่น ด้านคำสั่งซื้อที่ลดลงจากความกังวลต่อผลกระทบมาตรการภาษีสหรัฐฯ ด้านปัจจัยต่างประเทศภาพรวมส่งสัญญาณเฝ้าระวังเช่นกัน จากการนำเข้าในบางประเทศหดตัวลง และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมขั้นสุดท้ายหดตัวลงตามอุปสงค์ที่ลดลง

    อย่างไรก็ตาม ดัชนี MPI ไตรมาส 2 ปี 2568 ขยายตัว 0.53% ด้าน GDP อุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 1.70 และ 7 เดือนแรก ปี 2568 ดัชนี MPI หดตัว 0.70% โดย สศอ. ได้ประมาณการ ดัชนี MPI ปี 2568 ขยายตัว 0 – 0.5% ด้าน GDP อุตสาหกรรม ขยายตัว 0.5 – 1.5% จากประมาณการเดิมที่คาดว่าดัชนี MPI ปี 2568 ขยาย 0 – 1% และ GDP อุตสาหกรรม ขยายตัว 0.5 – 1.5% 

    ทั้งนี้ สศอ. ได้ประมาณการดัชนี MPI ปี 2568 ขยายตัว 0 – 0.5% ด้าน GDP อุตสาหกรรม ขยายตัว 0.5 – 1.5% ถึงแม้จะมีปัจจัยกดดันมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายด้านเศรษฐกิจและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ความสามารถในการแข่งขันที่ชะลอตัวลง ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการบริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว และภาคการท่องเที่ยวมีทิศทางชะลอตัวต่อเนื่อง

    แต่ในช่วงระยะเวลาที่เหลือของปี 2568 ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การค้าระหว่างประเทศของไทยกับคู่ค้าหลักยังมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง การผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และทิศทางบวกจากผลการเจรจาภาษี Reciprocal Tariff กับสหรัฐฯ โดยไทยได้อัตราภาษีต่ำกว่า หรืออยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ทำให้ไทยยังคงสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้

    สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนกรกฎาคม 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 

    1.มอเตอร์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุม ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 54.69% จากหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นหลัก เนื่องจากการเร่งผลิตและส่งมอบตามสัญญาจ้างทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

    2. ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.43% จาก PCBA เป็นหลัก จากการเร่งผลิตและส่งออกไปสหรัฐอเมริกาก่อนนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ ประกอบกับการเติบโตของตลาด AI และมีการลงทุนในโครงการ Data Center ส่งผลให้มีการใช้ PCBA เพิ่มขึ้น

    3. เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.72% จากท่อเหล็กกล้าที่เร่งผลิตและส่งมอบตามคำสั่งซื้อที่ได้รับจากสหรัฐอเมริกา และเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีที่ผลิตเพื่อส่งมอบให้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ

    สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนกรกฎาคม 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 

    1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 18.43% จากน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันเบนซิน 91 เป็นหลัก เนื่องจากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุงครั้งใหญ่

    2. ยานยนต์ หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.66% จากรถบรรทุกปิคอัพ รถยนต์นั่งขนาดใหญ่ รถยนต์ไฮบริดไม่เกิน 1800 ซีซี และรถยนต์นั่งขนาดเล็ก จากการหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อย้ายโรงงานของผู้ผลิตบางราย ประกอบกับมีผู้ผลิตบางรายปรับลดปริมาณการผลิตลง ตามคำสั่งซื้อที่ลดลงมาก 

    3. ผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.51% จากยางแท่งตามคำสั่งซื้อของลูกค้าจีนลดลง และถุงมือยางทางการแพทย์ซึ่งมีผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1196332&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ut3t_-zmBT7PIVvs_IEPZ

  • ขสมก. ปรับเส้นทางสาย 3-31 เพิ่มช่วงสถานีรถไฟฟ้าสีลม อำนวยความสะดวก พร้อมเชื่อมโยงการเดินทาง เริ่ม 1 ก.ย. 68

    ขสมก. ปรับเส้นทางสาย 3-31 เพิ่มช่วงสถานีรถไฟฟ้าสีลม อำนวยความสะดวก พร้อมเชื่อมโยงการเดินทาง เริ่ม 1 ก.ย. 68

    ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป ขสมก. จะปรับเส้นทางเพิ่มช่วง สาย 3 – 31 เมกาบางนา – สถานีรถไฟฟ้าสีลม รองรับความต้องการเดินทางของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดสมุทรปราการ

    นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยว่าการปรับเส้นทางสาย 3 – 31 ในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มช่วงเส้นทางออกไปจนถึงสถานีรถไฟฟ้าสีลม อันเป็นจุดสำคัญในการเชื่อมต่อการเดินทาง และช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ รวมทั้ง ยังช่วยรองรับผู้โดยสารจากจังหวัดสมุทรปราการที่ต้องการเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก และปลอดภัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่าย

    โดยสาย 3 – 31 เมกาบางนา – สถานีรถไฟฟ้าสีลม มีเส้นทางการเดินรถ ดังนี้ เริ่มต้นจาก อู่เมกาบางนา มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนบางนา – ตราด ผ่านถนนศรีนครินทร์ ถนนเทพารักษ์ ถนนสุขุมวิท และถนนปู่เจ้าสมิงพราย ขึ้นสะพานภูมิพล เข้าสู่ถนนพระราม 3 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ถนนสาทรเหนือ ถนนพระรามที่ 4 เข้าถนนสีลม และสุดเส้นทางที่สถานีรถไฟฟ้าสีลม รวมระยะทางประมาณ 33 กิโลเมตร ให้บริการในเวลา 05.00 -22.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป โดยเส้นทางดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่สำคัญ อาทิ ย่านบางนา สำโรง ศรีนครินทร์ สะพานภูมิพล ถนนพระราม 3 และย่านธุรกิจสาทร ทั้งนี้ สาย 3 – 31 เมกาบางนา – บางบอน ยังให้บริการตามเดิมควบคู่กันไป

    ขสมก. พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย และคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางเพิ่มเติมได้ที่ BMTA Contact Center โทร. 1348 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “ขสมก. พร้อมบวก” และ www.bmta.co.th

    539412584_1189371389899887_3168145059852324256_n.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://voicetv.co.th/read/c-lyEYK7l&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_TFp-nLLG4ahWOHG3bu6t

  • “พิชัย” เชื่อยังแก้เศรษฐกิจได้ หลัง”แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง

    “พิชัย” เชื่อยังแก้เศรษฐกิจได้ หลัง”แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง

    ข่าว

    “พิชัย” เชื่อยังแก้เศรษฐกิจได้ หลัง”แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง

    30 สิงหาคม 2025 – 10:35

    Featured Image

    “พิชัย” เชื่อเศรษฐกิจแก้ไขได้ หลัง”แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง ชี้ใครรับผิดชอบก็ยังอยู่ มั่นใจเจรจาสหรัฐฯ ไม่สะดุด

    นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ จะมีผลกระทบหรือไม่ หลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ว่า ตนว่าทุกอย่างก็น่าจะแก้ไขได้ในเรื่องเศรษฐกิจ ใครรับผิดชอบก็ยังต้องดูแลอยู่

    ส่วนจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอะไรหรือไม่ รมว.คลัง ระบุว่า ทุกอย่างตอบได้ในเรื่องเศรษฐกิจ เราใครรับผิดชอบก็ยังต้องดูแลอยู่

    ส่วนจะทำให้การเจรจาภาษีและการค้า กับสหรัฐอเมริกาสะดุดหรือไม่ นายพิชัย ยืนยันว่า ไม่สะดุด

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_926627/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Dyz7Ax2iff9ba0m47yjSQ

  • รู้ไว้ดีกว่า! รายชื่ออาหาร “ดับความหวัง” เรื่องอายุยืน นักวิจัยย้ำเตือน 1 สิ่งที่ “ไม่ควรกิน”

    รู้ไว้ดีกว่า! รายชื่ออาหาร “ดับความหวัง” เรื่องอายุยืน นักวิจัยย้ำเตือน 1 สิ่งที่ “ไม่ควรกิน”

    นักวิจัยเตือน หลีกเลี่ยง “อาหารแปรรูป” หากอยากมีอายุยืนและสุขภาพดี เผยชัด 5 สาร ที่อาจทำให้อายุสั้นกว่าที่คิด!

    นักวิจัยจากประเทศเยอรมนีได้เปิดเผยรายการอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง หากต้องการมีอายุยืนและมีสุขภาพแข็งแรง

    งานวิจัยใหม่จากมหาวิทยาลัย Justus Liebig เมือง Giessen ประเทศเยอรมนี ได้ศึกษาสัญญาณของกระบวนการแปรรูปขั้นสูง (MUP – สารประกอบที่มักพบเฉพาะในอาหารที่ผ่านการแปรรูปซับซ้อน) และวิเคราะห์ว่า มีผลอย่างไรต่อโอกาสการมีอายุยืนและสุขภาพที่ดีของมนุษย์

    ในบทความที่เผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์ eClinicalMedicine ผู้เขียนระบุว่า อาหารที่ผ่านการแปรรูปขั้นสูง หรืออาหารที่ผ่านกระบวนการอุตสาหกรรมที่ซับซ้อน ซึ่งมักมีสารปรุงแต่งจำนวนมากและมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ แม้จะสะดวกต่อการบริโภค แต่ก็มีการยืนยันมานานแล้วว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ และส่งผลต่ออายุขัย

    งานวิจัยชิ้นนี้ยังชี้ว่า ความอันตรายของสารปรุงแต่งในกระบวนการแปรรูปนั้นมีความแตกต่างกันในแต่ละชนิด

    นักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วม 186,744 คน อายุระหว่าง 40–75 ปี โดยข้อมูลมาจาก UK Biobank (คลังข้อมูลชีวภาพของสหราชอาณาจักร) ในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิต 10,203 คนภายหลังจากติดตามผลเป็นระยะเวลา 11 ปี

    โดยรวมมีสาร MUP ทั้งหมด 57 ชนิดที่ถูกนำมาศึกษา ซึ่งในนั้นมี 5 ชนิดที่แสดงความสัมพันธ์อย่างชัดเจนกับความเสี่ยงในการเสียชีวิต ได้แก่ สารแต่งกลิ่น, สารเพิ่มรสชาติ, สารแต่งสี, สารให้ความหวานเทียม (น้ำตาลเทียม) และ น้ำตาลชนิดต่างๆ

    ผลการค้นพบเหล่านี้สอดคล้องกับหลักฐานก่อนหน้า ที่แสดงให้เห็นว่าสารปรุงแต่งดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเพิ่มน้ำหนัก ความผิดปกติของระบบเผาผลาญ และการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในลำไส้ในทางลบ

    โดยรวมแล้ว ผลการศึกษานี้ช่วยชี้ให้เห็นถึงอันตรายของอาหารแปรรูปขั้นสูงอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น และสนับสนุนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ระบุว่า หากคุณต้องการมีอายุยืนและสุขภาพดีในวัยชรา ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารในกลุ่มนี้ เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรัง

     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9837114/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw191MS7zGaxnqniGj7U_QCR

  • เปิดประวัติ อนุทิน ชาญวีรกูล  หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ประเทศไทย คนต่อไป

    เปิดประวัติ อนุทิน ชาญวีรกูล หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ประเทศไทย คนต่อไป

    บทบาททางการเมือง: ผู้เล่นที่ปรับตัวตามเกมเสมอ 

    อนุทิน เข้าสู่การเมืองครั้งแรกในปี 2539 แต่บทบาทของเขาเริ่มเด่นชัดในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย โดยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการในกระทรวงสำคัญอย่างสาธารณสุขและพาณิชย์ ก่อนจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีหลังการยุบพรรคไทยรักไทยในปี 2550

    การเว้นวรรคทางการเมืองไม่ได้ทำให้ชื่อของเขาเลือนหายไป เขากลับมาอย่างแข็งแกร่งในปี 2555 ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สานต่ออำนาจจากบิดา และได้แสดงให้เห็นถึงทักษะการเป็นนักเจรจาต่อรองที่เฉียบแหลม

    ปี 2562: นำพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยตัวเขาเองดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นช่วงที่ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากนโยบายกัญชาเสรี

    ปี 2566: หลังการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นตัวแปรสำคัญอีกครั้ง และนายอนุทินได้ตัดสินใจนำพรรคเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ภาพจำของการ “ดื่มมิ้นต์ช็อก” ร่วมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการสลายขั้วและความพร้อมที่จะทำงานกับทุกฝ่ายเพื่อแลกกับการได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล เขาได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกระทรวงเกรดเอที่มีอำนาจคุมข้าราชการฝ่ายปกครองทั่วประเทศ

    มิ.ย. ปี 2568: ในการเคลื่อนไหวที่สร้างความประหลาดใจ พรรคภูมิใจไทยได้ประกาศถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในเดือนมิถุนายน และย้ายไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการอ่านเกมล่วงหน้าถึงความไม่มั่นคงของรัฐบาล และเป็นการสร้างระยะห่างเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสใหม่

    เปิดประวัติ อนุทิน ชาญวีรกูล หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ประเทศไทย คนต่อไป Credit ภาพ NATION PHOTO

    ทรัพย์สินและหนี้สิน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มี.ค. 2566 กรณีพ้นตำแหน่ง สส.)]

    ทรัพย์สินรวม: 4,411.66 ล้านบาท (รวมคู่สมรส)
    เงินฝาก: 1,184.95 ล้านบาท (39 บัญชี)
    เงินลงทุน: 721.12 ล้านบาท (รวมถึงสัญญาจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของรัฐมนตรีในบริษัท เอสทีพีแอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) มูลค่า 692.36 ล้านบาท)
    ยานพาหนะ: 749.36 ล้านบาท ประกอบด้วย รถยนต์ 2 คัน (Rolls-Royce, Porsche), เรือยนต์ 2 ลำ (ชื่อนัยน์ภัค 3, เศรณี) และ เครื่องบิน 3 ลำ (Aircraft TBM 930SOCATA TMB 930, Embraer Legacy 600 ที่ซื้อในปี 2563 มูลค่า 534.73 ล้านบาท)

    ทรัพย์สินอื่น ๆ: 210.04 ล้านบาท อาทิ พระเครื่อง 24 องค์ (91.95 ล้านบาท), นาฬิกา 24 เรือน (65.79 ล้านบาท), เครื่องเบญจรงค์ 11 ตู้ (33.4 ล้านบาท)
    หนี้สินรวม: 15.11 ล้านบาท (รวมคู่สมรส)
    รายได้รวมต่อปีโดยประมาณ: 2.29 ล้านบาท (เงินเดือน ส.ส. และเบี้ยประชุม)
    รายจ่ายรวมต่อปีโดยประมาณ: 19.33 ล้านบาท (รวมรายจ่ายตามบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่ากับภรรยาเดิม 3 แสนบาท)

    โอกาสท่ามกลางวิกฤตของเสี่ยหนู

    การสิ้นสุดลงของ รัฐบาลแพทองธารได้สร้างสภาวะที่เอื้อต่อการขึ้นสู่อำนาจของนายอนุทินอย่างน่าทึ่ง แม้ในขณะที่พรรคของเขาอยู่ในสถานะฝ่ายค้าน แต่ด้วยจำนวน สส. 71 เสียงในมือ พรรคภูมิใจไทยยังคงเป็นกลุ่มก้อนทางการเมืองที่พรรคอื่นต้องหันมาเจรจาด้วย

    สถานการณ์ปัจจุบันทำให้พรรคเพื่อไทยอ่อนแอลงอย่างมาก และหากแคนดิเดตที่เหลืออยู่ไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนในสภาได้เพียงพอ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่สมการการเมืองจะถูกพลิกกลับ โดยอาจมีการเสนอชื่อนายอนุทินในฐานะ “นายกรัฐมนตรีคนกลาง” ที่สามารถประสานผลประโยชน์จากหลายขั้วอำนาจได้

    เส้นทางสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทยสำหรับ อนุทิน ชาญวีรกูลนั้น ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เป็นบทพิสูจน์ถึงความอุตสาหะ การปรับตัว และความสามารถในการอ่านเกมการเมืองที่เฉียบคม ท่ามกลางความวุ่นวายและไม่แน่นอนของประชาธิปไตยไทย ชายผู้เคยเป็นเพียง “ผู้กำหนดเกม” กำลังจะได้รับโอกาสในการเขียนกฎของเกมด้วยตัวเอง.

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/859548&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GOKOf5wrLov0dDRH50aqg

  • แห่ยินดี ! อดีตสมาชิก BNK48 ประกาศข่าวดีตั้งท้อง เตรียมเป็นว่าที่คุณแม่คนแรกของรุ่น

    แห่ยินดี ! อดีตสมาชิก BNK48 ประกาศข่าวดีตั้งท้อง เตรียมเป็นว่าที่คุณแม่คนแรกของรุ่น

              น้ำหอม คริสติน อดีตสมาชิก BNK48 รุ่น 1 ประกาศข่าวดีตั้งท้องลูกคนแรก แฟน ๆ แห่ยินดีเตรียมเป็นว่าที่คุณแม่คนแรกของรุ่น 

    น้ำหอม BNK48 ประกาศข่าวดีตั้งท้อง

    ภาพจาก Instagram christinnlarsen

               หลังจากที่สาวลูกครึ่งคนสวย น้ำหอม คริสติน ลาร์เซ่น อดีตสมาชิกไอดอล BNK48 รุ่นที่ 1 ได้ประกาศจบการศึกษาจาก BNK48 ไปเมื่อปี 2018 หลังจากนั้นก็ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ ทำเอาแฟน ๆ ต่างคิดถึง 

               ล่าสุด (30 สิงหาคม 2568) น้ำหอม คริสติน ก็ออกมาอัปเดตชีวิต พร้อมประกาศข่าวดีว่ากำลังตั้งท้องลูกคนแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้เผยภาพอัลตร้าซาวด์ลูกน้อยในท้องผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมแคปชั่นว่า “1+1 = 3 In love with this tiny heartbeat Can’t wait to see you….”

    น้ำหอม BNK48 ประกาศข่าวดีตั้งท้อง

    ภาพจาก Instagram christinnlarsen

              ด้านแฟน ๆ BNK48 ต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่คนแรกของ BNK48 และถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทใหม่ในชีวิตของอดีตไอดอล พร้อมบอกว่าติ่งจนไอดอลมีลูกแล้ว 

    น้ำหอม BNK48 ประกาศข่าวดีตั้งท้อง

    ภาพจาก Instagram christinnlarsen

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://women.kapook.com/view294630.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13IKagaf20Px5u7fR-IZ-n

  • กมธ.อุดมศึกษา ดึง สตาร์ทอัพ ชื่อดัง ขึ้นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้

    กมธ.อุดมศึกษา ดึง สตาร์ทอัพ ชื่อดัง ขึ้นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้

    รัฐสภา, วันที่ 29 สิงหาคม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะ กมธ.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเรื่อง “จุดประกายประเทศไทย : สตาร์ทอัพและการวิจัยเพื่อความมั่นคงของชาติ IGNITE THAILAND : Startup & Research for National Resilience” โดยมี นางนันทนา สงฆ์ประชา กมธ. และประธานคณะอนุ กมธ.ยกระดับการวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม กล่าวรายงาน โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจสตาร์ทอัพ และประชาชนผู้สนใจ ร่วมสัมมนา

    จากนั้น เป็นการอภิปรายเรื่อง “จุดประกายประเทศไทย : สตาร์ทอัพและการวิจัยเพื่อความมั่นคงของชาติ” โดยวิทยากร ประกอบด้วย นายธนวิชญ์ ต้นกันยา นายกสมาคมการค้าสตาร์ทอัพและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้ก่อตั้งบริษัท ฮอร์แกไนซ์ จำกัด นายพณชิต กิตติปัญญางาม อดีตนายกสมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทยและประธานเจ้าหน้าที่ (CEO) และผู้ก่อตั้งบริษัท แอ๊คโคแมท จำกัด นายนฤศันส์ ธันวารชร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด นายศรัณย์ สุตันติวรคุณ นายกสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA)/Partner of N-VEST VENTURE MD N-vest venture และอดีตนายกสมาคม VC และ น.ส.วารีรัตน์ อัครธรรม ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทไทรเด้นท์สตีล เป็นผู้ดำเนินรายการ

    การสัมมนาดังกล่าว คณะ กมธ.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ ระหว่างผู้ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ บริษัทสตาร์ทอัพ และผู้สนใจที่จะเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพ และแสวงหาแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายและกลไกสนับสนุนที่เหมาะสมต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพ ตลอดจนเพื่อเป็นกลไกความร่วมมือร่วมกันทั้งจากภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชนในการพัฒนาสตาร์ทอัพอย่างเป็นระบบและยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/238383&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cqFyr5jYrTnOxpNHOCydp

  • ดาราสาวช็อก! ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร “รุนแรงที่สุด” พลาดเพราะ 2 พฤติกรรมยอดฮิต

    ดาราสาวช็อก! ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร “รุนแรงที่สุด” พลาดเพราะ 2 พฤติกรรมยอดฮิต

    ดาราสาววัย 24 ป่วยมะเร็งกระเพาะรุนแรง เหตุเพราะกาแฟแทนข้าว-ดื่มตอนท้องว่าง

    วงการบันเทิงต้องเผชิญข่าวร้าย เมื่อนักแสดงสาววัย 24 ปี ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารชนิดรุนแรง ทั้งที่ยังอายุน้อย สาเหตุเพราะมองข้ามสัญญาณเตือนและมีพฤติกรรมเสี่ยงที่หลายคนทำโดยไม่รู้ตัว

    ชีวิตนักแสดงกับการละเลยสุขภาพ อาการรุนแรงจนต้องหยุดถ่ายทำ

    ตามรายงานจากโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน “เสี่ยวเหวิน” (นามแฝง) เป็นนักแสดงสาวที่เริ่มต้นจากการถ่ายโฆษณาและมิวสิกวิดีโอตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ก่อนจะเข้าสู่วงการอย่างเต็มตัวหลังจบการศึกษา งานรัดตัวทำให้เธอถ่ายทำตลอดทั้งวันทั้งคืน กินข้าวไม่เป็นเวลา และใช้กาแฟแทนมื้ออาหารเป็นประจำ

    หลังเลิกงาน เสี่ยวเหวินยังต้องร่วมงานสังสรรค์และดื่มแอลกอฮอล์บ่อยครั้ง แม้ร่างกายเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่นจุกแน่น แสบกระเพาะ กรดไหลย้อน เธอกลับเลือกกินยาลดกรดเองแทนการพบแพทย์

    อาการของเธอแย่ลงเรื่อยๆ จนวันหนึ่งมีอาการถ่ายดำและอาเจียนเป็นเลือดกลางกองถ่าย ทีมงานจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และพบผลวินิจฉัยที่น่าตกใจ

    แพทย์ตรวจพบว่าเยื่อบุส่วนปลายของกระเพาะอาหารถูกทำลายอย่างรุนแรง และมีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่ชัดเจนว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารชนิดเซลล์วงแหวน (Signet-ring cell carcinoma) ซึ่งเป็นชนิดที่รุนแรง แพร่กระจายเร็ว และรักษายาก

    คำเตือนจากแพทย์ มะเร็งชนิดนี้อันตรายแค่ไหน?

    มะเร็งเซลล์วงแหวนเป็นหนึ่งในชนิดมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงอายุน้อย โดยเฉพาะคนที่รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ดื่มกาแฟและแอลกอฮอล์ตอนท้องว่าง พักผ่อนไม่เพียงพอ มักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก ทำให้หลายคนมาพบแพทย์เมื่ออาการรุนแรงเกินรักษาได้ทัน

    ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนในหางโจวเตือนว่า “วัยรุ่นไม่ใช่เกราะป้องกันมะเร็ง” ปัจจุบันมีแนวโน้มผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารอายุต่ำกว่า 30 ปีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากพฤติกรรมใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ขาดสมดุล และไม่สนใจสัญญาณเตือนจากร่างกาย

    แพทย์เตือน 2 พฤติกรรมที่ควรเลี่ยงด่วน

    • งดการดื่มกาแฟแทนอาหาร โดยเฉพาะขณะท้องว่าง เพราะอาจทำลายเยื่อบุกระเพาะ
    • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์บ่อยๆ และควรกินอาหารให้เป็นเวลา

    การละเลยสุขภาพและพฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตประจำวันอาจนำไปสู่โรคร้ายโดยไม่รู้ตัว อย่ารอให้สายเกินไป การกินอาหารให้เป็นเวลา ลดแอลกอฮอล์ พักผ่อนเพียงพอ และพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ คือสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ โดยเฉพาะคนวัยทำงานและคนรุ่นใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9837030/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TImroNBegy-6mAhOhKk37