Blog

  • เช็กด่วน! ปิดการท่องเที่ยว ‘ถ้ำหลวงแม่สาบ’ ​1 เดือน ฟื้นฟูระบบนิเวศ

    เช็กด่วน! ปิดการท่องเที่ยว ‘ถ้ำหลวงแม่สาบ’ ​1 เดือน ฟื้นฟูระบบนิเวศ

    ทั่วไป

    30 ส.ค. 2025 เวลา 16:06 น.

    เช็กด่วน! ปิดการท่องเที่ยว 'ถ้ำหลวงแม่สาบ' ​1 เดือน ฟื้นฟูระบบนิเวศ

    เช็กด่วน! อุทยานแห่งชาติขุนขาน​ จ.เชียงใหม่​ ประกาศล่าสุด ปิดการท่องเที่ยว ‘ถ้ำหลวงแม่สาบ’ ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ ​1-30 กันยายน 2568 ฟื้นฟูระบบนิเวศ

    วันนี้ (30 สิงหาคม 2568) นายทวีวรรธน์ แดงมณี​ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติขุนขาน​ เปิดเผยว่า​ อุทยานแห่งชาติขุนขาน ประกาศ ปิดแหล่งท่องเที่ยว ‘ถ้ำหลวงแม่สาบ’ เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2568 เพื่อให้ธรรมชาติและระบบนิเวศภายในถ้ำได้ฟื้นตัว และใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้พร้อมสำหรับการต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง

    ​อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาดังกล่าว บริเวณพื้นที่ลานกางเต็นท์ภายในที่ทำการอุทยานแห่งชาติขุนขาน ‘ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ’ โดยมีบรรยากาศริมน้ำที่สวยงาม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และร้านค้าสวัสดิการ Cafe & Bistro ที่พร้อมเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มให้แก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาพักผ่อน

    ​สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 5200 0410 หรือทางเพจเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติขุนขาน Khun Khan National Park

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1196625&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pbm8tR1tN7uOr73U_KV2H

  • ‘มหัศจรรย์ภูผา-วารี กุ้ยโจว’ที่หลายคนยังไม่รู้จัก

    ‘มหัศจรรย์ภูผา-วารี กุ้ยโจว’ที่หลายคนยังไม่รู้จัก

    เนื่องในโอกาสความสัมพันธ์ไทยจีน ครบครอบ 50ปี  ทางมณฑลกุ้ยโจว โดยได้เดินทางมาประเทศไทยเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ผ่านการจัดงาน “ภูผาวารี  สื่อไมตรีด้วยภาพและเสียง” ซึ่งเป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว

    ในงานนี้ ธาริณี สมบุญ รองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวเปิดงานว่า ไทยกับจีนมีความสัมพันธ์ทางการฑูตยาวนาน 50 ปี และการจัดกิจกรรมของมณฑลกุ้ยโจวครั้งนี้ก็เพื่อแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งมณฑลกุ้ยโจวอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน  เป็นพื้นที่ไม่มีทางออกทางทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินและภูเขา โดยกุ้ยโจวมีภูเขามากถึง 1,208,000 ลูก มีธรรมชาติที่งดงาม มีการสร้างสะพานสูงระดับโลก เพื่อเชื่อมต่อชนบทกับเมืองและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และในโอกาสนี้ ททท.ได้จัดโครงการอะเมซิ่งไทยแลนด์ ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย-จีน และเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทย ซึ่งจะเป็นกิจกรรมสุดพิเศษที่จะสร้างความสุข ความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวจีนมากยิ่งขึ้น

    ธาริณี สมบุญ รองผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท.กล่าวเปิดงาน

    “ททท.เน้นส่งเสริมการเดินทางระหว่างกันไทย-จีน ผ่านการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวของสองประเทศนี้ให้มีความยั่งยืน แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น” ธาริณีกล่าว

    นาง Huang Bei ตัวแทนจากมณฑลกุ้ยโจวที่มาเชื่อมความสัมพันธ์ที่ประเทศไทย(

    ด้านนาง Huang Bei  รองผู้อำนวยการศูนย์ถ่ายทอดโทรทัศน์ดาวเทียมกุ้ยโจว และศูนย์เผยแพร่นานาชาติสถานีวิทยุโทรทัศน์กุ้ยโจว ซึ่งเป็นตัวแทนจากจีน ได้นำเสนอเนื้อหาสาระการท่องเที่ยวของกุ้ยโจวว่า  กุ้ยโจวมีธรรมชาติที่งดงาม มีภูเขาสูงเสียดฟ้า และในไม่อีกกี่สัปดาห์ข้างหน้ากุ้ยโจว จะมีการเปิดสะพานสูงที่สุดในโลกเพื่อข้ามแม่น้ำเป่ยผังเจียน โดยสะพานแห่งนี้สร้างตั้งแต่ปี 2013 และแม้ว่าสะพานยังไม่เสร็จ แต่ก็ทำให้ชาวบ้านแถวๆใต้สะพาน สามารถเปิดโฮมสเตย์ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่อยากชื่นชมธรรมชาติบริเวณสะพานได้แล้ว  

    “สะพานแห่งนี้ สมกับคำที่ว่า ถ้าอยากดูสะพานโลก ต้องดูที่จีน แต่ถ้าอยากมาดูสะพานจีน ต้องมาที่กุ้ยโจว  สะพานจึงเปรียบเสมือนกระดูกสันหลัง สายเลือดหล่อเลี้ยงมณฑลกุ้ยโจว  ซึ่งการสร้างสะพานที่สูงที่สุดในโลก ไม่ใช่เพราะเราต้องการสร้างสถิติ แต่เป็นเพราะเราต้องการสร้างคุณภาพชีวิตคนในชนบท ให้รู้จักโลกภายนอก “

    นาง Huang Bei  อธิบายสะพานที่สูงที่สุดในโลกที่กำลังจะเปิดใช้ในมณฑลกุ้ยโจว

    นอกจากจะมีสะพานเชื่อมโยงระหว่างขุนเขาและสายน้ำ ที่ทำสถิติโลกแล้ว กุ้ยโจว ยังมีสภาพอากาศที่เย็นสบาย ระดับ 15 องศาฯตลอดทั้งปี  มีน้ำตกกว่างซูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และมีชนเผ่าซีเจียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

    กิจกรรมที่จะได้รับหากมาเยือนมณฑลกุ้ยโจว นอกจากธรรมชาติที่งดงามแล้ว ยังมีชนเผ่าต่างๆมากถึง 17ชนเผ่า ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละชนเผ่าที่มีความแตกต่างกัน หรือการร่วมกิจกรรมกับชนเผ่าต่างๆ ก็มีเสน่ห์ดึงดูดไม่น้อย

    ในโอกาสที่รัฐบาลไทยกับจีนทำข้อตกลงฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวไทยที่ไปจีน การไปเยือนกุ้ยโจวสักครั้งในชีวิต ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/news-update/852811/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JXnFuzd5TfWolGeUnL-mo

  • นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียแห่เที่ยววันชาติมาเลเซีย | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียแห่เที่ยววันชาติมาเลเซีย | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียแห่เที่ยววันชาติมาเลเซีย

    • เผยแพร่ : 30/08/2025 21:28

    Post Views: 1

    วันที่ 30 ส.ค. 2568  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ด่านพรมแดนอำเภอเบตง จังหวัดยะลา คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน อ.เบตง จ.ยะลา เนื่องในวันชาติของประเทศมาเลเซีย (Malaysia’s National Day) หรือที่ชาวมาเลย์ เรียกกันว่า “Merdeka Day” ซึ่งตรงกับวันที่ 31 สิงหาคม ของทุกปี โดยตลอดทั้งวัน มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เดินทางมาเป็นครอบครัวใช้รถบัส รถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ และรถบิ๊กไบค์ เพื่อมาท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆของ อ.เบตง และจับจ่ายซื้อสินค้า มากินทุเรียนเบตง ท่ามกลางรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามาก่อเหตุของกลุ่มผู้ไม่หวังดี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว จึงขอความร่วมมือพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมสอดส่องดูแลพื้นที่เฝ้าระวังเหตุ หากพบสิ่งของต้องสงสัย รวมถึงกลุ่มบุคคลต้องสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบทันทีตามมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด เพื่อป้องกันการเข้ามาก่อเหตุแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบ หลังหน่วยข่าวด้านความมั่นคงมีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังมาตรการรักษาความปลอดภัย ตลอด24ชั่วโมงว่าที่ พ.ต.ท.สิทธิพงศ์ สมพันธ์ สว.ด่าน ตม.เบตง ได้เปิดเผยว่า ในช่วงวันชาติมาเลเซีย ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา จะมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพื่อเฉลิมฉลองวันชาติมาเลเซีย ในวันที่ 31 ส.ค. เป็นจำนวนมากทุกปี ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง ตรวจสอบประวัติบุคคลอย่างรัดกุม และการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ช่วงวันหยุดยาว ด้านนายนรินทร์ เรืองวงศา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง กล่าวว่า ช่วงนี้ยังคงอยู่ในช่วงช่วงไฮซีซั่น ช่วงหน้าผลไม้ของอำเภอเบตง มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางท่องเที่ยวอำเภอเบตงเป็นจำนวนมาก ห้องพักตามโรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ กว่า 4,000 ห้อง ถูกนักท่องเที่ยวจองไปแล้ว กว่า 90% ภาคธุรกิจขนส่ง ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจขายของฝากกับของที่ระลึก บริษัทนำเที่ยว และที่พักแรม สร้างรายได้สะพัดหลายร้อยล้านบาทเจษฎา สิริโยทัย ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ยะลา 

    ข่าวที่น่าสนใจ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    ติดตามโครงการก่อสร้างลู่วิ่งยางสังเคราะห์ SYNTHETIC สนามกีฬากลางปัตตานี

    นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียแห่เที่ยววันชาติมาเลเซีย

    อดีตประธานสภายูเครนถูกจ่อยิงดับ

    ปากีสถานอพยพคนครึ่งล้านหนีน้ำท่วม

    ทูตจีนร่วมงานเทกระจาดที่ศาลเจ้าโจวซือกง

    เปิดอย่างยิ่งใหญ่งานวัฒนธรรมเปอรา

    ดู LIVE รายการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1294077&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sHd7ObD_dxpK6Cw23UQDG

  • นักท่องเที่ยวมาเลเซียแห่ออกเที่ยวคึกคัก | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวมาเลเซียแห่ออกเที่ยวคึกคัก | TOPNEWS

    วันที่ 30 ส.ค. 2568 บรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะเดา มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ซึ่งมีทั้งที่เดินทางเข้ามาโดยรถบัสประจำทาง รัถทัวร์ และขับรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาเป็นครอบครัว ทำให้การจราจรบริเวณหน้าด่านค่อนข้างแออัด ซึ่งปกติในช่วงวันหยุด จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาทางด่านแห่งนี้ค่อนข้างมากเป็นปกติ แต่ในวันนี้กลับมีจำนวนมากเป็นพิเศษเพราะชาวมาเลเซียแห่เข้ามาท่องเที่ยวเนื่องในวันชาติ ( Hari Merdeka) หรือที่รู้จักกันในชื่อวันชาติซึ่งจะตรงกับวันที่ 31 ส.ค. ของทุกปี โดยเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าเฉพาะวันนี้วันเดียวไม่น่าจะต่ำกว่า 1 หมื่น 3 พันคน  เช่นเดียวกับที่สถานีรถไฟ ปาดังเบซาร์ (Padang Besar railway station) ตั้งอยู่ในเมืองชายแดนปาดังเบซาร์ รัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นสถานีปลายสุดทางของรถไฟสายชายฝั่งตะวันตกของมาเลเซีย และเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก รถไฟมีผู้โดยสารเต็มทุกขบวนซึ่งทั้งหมดต่างมุ่งเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งใน จ.สงขลา และจังหวัดท่องเที่ยวรอบนอก เช่นพัทลุง กระบี่ ตรัง ภูเก็ต ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวที่ด่านปาดังเบซาร์คึกคักเป็นพิเศษ โดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศ ต่างอำนวยความสะดวกในการเดินทางอย่างเต็มที่ จากข้อมูลพบว่านักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจำนวนมาก เริ่มทยอยเดินทางเข้าสู่จังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. และหนาแน่นที่สุดในวันที่ 31 ส.ค. ก่อนจะทยอยเดินทางกลับในวันที่ 31 ส.ค. และวันที่ 1 ก.ย. โดยด่านศุลกากรสะเดายังคงเป็นประตูหลักที่มีนักท่องเที่ยวเลือกใช้มากที่สุด สมาคมโรงแรมหาดใหญ่–สงขลา คาดการณ์ว่า ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าสู่พื้นที่ไม่น้อยกว่า 50,000 คน อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่า อัตราการเข้าพักโรงแรมลดลงอย่างเห็นได้ชัด

    ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา เปิดเผยถึงสาเหตุหลักที่ทำให้การเข้าพักลดลง 2 ประการ คือ 1. วันหยุดยาวทำให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางไกลไปยังสถานที่ที่ไม่ค่อยมีโอกาสไปในวันหยุดสั้น ๆ 2. ปัญหาความล่าช้าในการผ่านพรมแดน โดยบางรายต้องรอคิวนานกว่า 2–3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทุกเทศกาล จนทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเบนเข็มไปยังจุดหมายปลายทางอื่นแทน ดร.สิทธิพงษ์ เตือนว่า หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว การท่องเที่ยวจังหวัดสงขลาอาจได้รับผลกระทบมากขึ้นในอนาคต พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดระบบลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าสำหรับรถยนต์ที่จะเข้ามาท่องเที่ยว เพื่อย่นระยะเวลาในการดำเนินพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จากหลายชั่วโมงเหลือไม่ถึง 10 นาที เช่นเดียวกับการปรับปรุงแบบฟอร์ม ตม.6 ที่จากเดิมต้องกรอกกระดาษ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นการลงทะเบียนออนไลน์ ช่วยลดความแออัดและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

    อนุกูล บุญมี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สงขลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1294024&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mrP35PfagV4bqJQ5vBSU5

  • เที่ยว 3 แลนด์มาร์กใกล้สนาม วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025

    เที่ยว 3 แลนด์มาร์กใกล้สนาม วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการต้อนรับและเชียร์การแข่งขัน Volleyball Women’s World Championship Thailand 2025 (FIVB) ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม – 7 กันยายน 2568

    เพื่อเพิ่มสีสันให้การเดินทางชมการแข่งขันสนุกยิ่งขึ้น กระทรวงฯ ขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวใกล้สนามแข่งขันทั้ง 4 จังหวัด ที่สามารถเดินทางสะดวกและเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวร่วมกับครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสเสน่ห์ทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ หรือบรรยากาศเมืองที่คึกคัก

    ประชาชนและแฟนกีฬาสามารถค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ www.tourismthailand.org มาร่วมเชียร์ทัพนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย และเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวไปพร้อมกันกับ Amazing Thailand

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/lifestyle/travel-shopping/637495&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xc-aLg8B3dORg0xr5nEEU

  • คนไทยคัมแบ็กเที่ยวเกาหลี? KTO เผยครึ่งปีแรกโต 40% หลังปีที่แล้วเจอวิกฤต

    คนไทยคัมแบ็กเที่ยวเกาหลี? KTO เผยครึ่งปีแรกโต 40% หลังปีที่แล้วเจอวิกฤต

    ตลาดนักท่องเที่ยวไทยในเกาหลีใต้กำลังส่งสัญญาณการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากเผชิญกับปัญหาด้านความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา 

    ข้อมูลล่าสุดจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทยระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปเยือนเกาหลีแล้วกว่า 180,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดย KTO ได้ตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยให้ได้ถึง 360,000 คนตลอดทั้งปีนี้

    การฟื้นตัวครั้งนี้มาพร้อมกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป โดยนักท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ไม่ได้เดินทางกับกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่อีกต่อไป แต่หันมาเป็นนักเดินทางอิสระ (FIT) ที่มุ่งเน้นการแสวงหาประสบการณ์เชิงลึกมากกว่าการเที่ยวชมแลนด์มาร์กกระแสหลัก


    ข่าวที่เกี่ยวข้อง:



    คนกลุ่มนี้จะวางแผนการเดินทางด้วยตัวเองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเปรียบเทียบราคา และมีการใช้เทคโนโลยีอย่าง eSIM และแอปแปลภาษาเพื่อความสะดวกสบายสูงสุดในการเดินทาง ทำให้สามารถท่องเที่ยวได้อย่างอิสระและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

    จุดเปลี่ยนที่สำคัญคือวัตถุประสงค์ในการเดินทางที่เปลี่ยนจาก ‘การท่องเที่ยวทั่วไป’ ไปสู่ ‘การลงทุนกับตัวเอง’ อย่างชัดเจน โดย KTO ระบุว่ากลุ่มที่เติบโตอย่างโดดเด่นคือผู้ที่มองหาประสบการณ์ด้าน ‘Beauty & Wellness’ ตั้งแต่การเข้าคลินิกเสริมความงามและศัลยกรรมในย่านกังนัมของกรุงโซล ไปจนถึงโปรแกรมดูแลสุขภาพและสปา

    KTO ยังเผยด้วยว่า นักท่องเที่ยวไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปประมาณ 30,000 – 50,000 บาท และมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยอย่างน้อย 5 วัน ด้านจุดหมายปลายทางยังมีความหลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากกรุงโซลแล้ว เมืองอย่างปูซานและเกาะเชจูก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

    อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวในปี 2568 นี้เกิดขึ้นบนบาดแผลของปี 2567 ที่ตลาดนักท่องเที่ยวไทยในเกาหลีใต้เผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ จนเกิดกระแสแฮชแท็ก ‘#แบนเกาหลี’ บนโซเชียลมีเดีย ปัญหาดังกล่าวมีต้นตอมาจากความเข้มงวดของระบบ K-ETA และด่านตรวจคนเข้าเมือง ที่ปฏิเสธการเข้าประเทศของคนไทยจำนวนมาก

    ความไม่พอใจดังกล่าวส่งผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนคือจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปเกาหลีใต้ในเดือนกรกฎาคม 2567 ลดลงถึง 19.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือเพียง 20,150 คนเท่านั้น

    ผลกระทบนี้ทำให้ไทยซึ่งเคยเป็นตลาดอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตกลงไปอยู่อันดับที่ 5 ในภูมิภาค และปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 11 โดยถูกแซงหน้าโดยประเทศในเอเชียอย่างจีน เวียดนาม และไต้หวัน ขณะที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากหันไปเลือกจุดหมายปลายทางอื่นที่ ‘ฟรีวีซ่า’ และมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าอย่างจีนและญี่ปุ่นแทน

    KTO ยอมรับว่าปัญหาเรื่อง K-ETA และด่านตรวจคนเข้าเมืองส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นจริง แต่ยืนยันว่าเป็นเพียงส่วนน้อย โดยการลดลงของนักท่องเที่ยวอีกส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากตัวเลือกในการท่องเที่ยวที่มากขึ้น ดังนั้นในวันนี้ KTO จึงกำลังมองหาโอกาสใหม่ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยกลับคืนมา โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการโปรโมตการท่องเที่ยวในเมืองรองให้มากขึ้น

    ตัวอย่างเช่น เช่น แทกู คยองจู ที่มีจุดเด่นในเรื่องโปรแกรมเรียนทำอาหาร หรือเรียนภาษา รวมถึงเทศกาลกินไก่กับเบียร์ในฤดูร้อน และ ซอลลานัมโด จังหวัดทางตอนใต้ที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ หมาะกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ–วัฒนธรรม–Wellness จึงเริ่มได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวไทยสาย Slow Travel และ FIT

    ภาพรวมของตลาดนักท่องเที่ยวไทยในเกาหลีใต้จึงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ แม้ตัวเลขจะเริ่มฟื้นตัวและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไปในเชิงคุณภาพมากขึ้น แต่การจะกลับไปสู่จุดสูงสุดที่เคยมีนักท่องเที่ยวกว่า 572,700 คนในปี 2562 ได้หรือไม่นั้น ยังคงเป็นความท้าทายใหญ่

    ภาพ : Sun_Shine / Shutterstock

    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD WEALTH

    สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/korean-tourism-recovery-thai/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mVkHylO47E-Uk2uzjc5Q_

  • ธุรกิจท่องเที่ยวไทยกำลัง อัสดง ใต้เงาทุนเทาต่างชาติ

    ธุรกิจท่องเที่ยวไทยกำลัง อัสดง ใต้เงาทุนเทาต่างชาติ

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/investment-89&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3V3QnkQlwxhVC_G_6t7eEC

  • BC แย้มครึ่งหลังปี 68 ท่องเที่ยวฟื้น จ่อเปิดตัวธุรกิจใหม่ ‘BHS’ ขยายฐานรายได้ประจำ

    BC แย้มครึ่งหลังปี 68 ท่องเที่ยวฟื้น จ่อเปิดตัวธุรกิจใหม่ ‘BHS’ ขยายฐานรายได้ประจำ


    BC กางแผนครึ่งปีหลัง 2568 รับแรงหนุนท่องเที่ยวฟื้น–วันหยุดยาวยุโรปหนุนอัตราเข้าพัก ดันรายได้โรงแรมโตต่อเนื่อง พร้อมต่อยอดธุรกิจใหม่ Boutique Hospitality Solutions ขยายฐานรายได้ประจำ

    นายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “Build–Operate–Sale”(BOS) เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลัง 2568 ยังคงสดใส จากแรงหนุนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่นและวันหยุดยาวของยุโรปในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ซึ่งส่งผลบวกต่อทั้งอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และค่าเฉลี่ยรายได้ต่อห้องพัก (ADR) ขณะที่มาตรการ “เที่ยวคนละครึ่ง” ของภาครัฐยังช่วยหนุนกำลังซื้อและการเดินทางในประเทศ ทำให้รายได้โรงแรมครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

    ในด้านกลยุทธ์ BC ยังคงเดินหน้าขยายการเติบโตครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในธุรกิจหลัก (โมเดล BOS) ที่ประสบความสำเร็จจากการขายเงินลงทุน ในโครงการ Summer Point และเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชนครั้งแรก (ICO) ในชื่อ “Summer Point Token (SUMX)” ในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา พร้อมอยู่ระหว่างศึกษาโอกาสในการเปิดตัวโทเคนใหม่ภายในไตรมาส 1/2569 เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในตลาดดิจิทัลโทเคน สร้างการเติบโตในระยะยาว

    สำหรับธุรกิจโรงแรมและพันธมิตรระดับโลกBC เดินหน้าโครงการลักชัวรี่ภายใต้ความร่วมมือกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เตรียมเปิดตัว “เจดับบลิว แมริออท โฮเทล แบงค็อก สุขุมวิท 24” ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง อีกทั้งได้ลงนามแฟรนไชส์กับเครือแอคคอร์ (Accor) เพื่อรับสิทธิ์บริหาร 3 แบรนด์นานาชาติ ได้แก่ Mövenpick, Mercure และ Handwritten Collection นับเป็นก้าวสำคัญที่ยกระดับ BC สู่การเป็น Third Party Operator (TPO) อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีเพียงไม่กี่บริษัทในตลาดที่ได้รับความไว้วางใจ ตอกย้ำการขยายธุรกิจบริหารจัดการโรงแรม (Hotel Management Service) ที่สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

    ด้านธุรกิจใหม่ BC ยังเตรียมเปิดตัวโมเดลครบวงจรแห่งแรกของไทย ภายใต้ชื่อ Boutique Hospitality Solutions (BHS) ที่ให้บริการตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนา การบริหารจัดการโรงแรม (TPO) เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหาพาร์ทเนอร์ที่ให้บริการด้านการพัฒนาและบริหารจัดการโรงแรมแบบครบวงจร โดย BHS จะเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานลูกค้า สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ในรูปแบบ asset-light และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของฤดูกาลในธุรกิจโรงแรม เสริมความแข็งแกร่งให้กับการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท

    “ปี 2568 จะเป็นจุดเร่งการเติบโตของ BC จากแรงหนุนท่องเที่ยวไทยที่ฟื้นตัวสดใส ผสานกับการต่อยอดโมเดล BOS, การเปิดตัวโครงการลักชัวรี่ระดับโลก และการสร้างโอกาสใหม่ในตลาดโทเคนดิจิทัล รวมถึงการเปิดตัวบริการ Boutique Hospitality Solution (BHS) ที่ครบวงจร เราเชื่อว่าจะผลักดันทั้งรายได้ กำไร และความยั่งยืนให้แก่ BC ในระยะยาว พร้อมตอกย้ำการเป็นผู้นำและผู้ให้บริการธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวระดับพรีเมียมของไทย” นายปรับชะรันซิงห์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/investment/34828&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw138hkPDzLVUTupCB71fVO6

  • หอการค้าเชียงใหม่ ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัด แบบบูรณาการ

    หอการค้าเชียงใหม่ ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัด แบบบูรณาการ

    หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) จังหวัดเชียงใหม่

    วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้แทนหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ โดย นายชวลิต สุวิทย์ศักดานนท์ รองประธานกรรมการ ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 5/2568 โดยมี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่
    .
    สำหรับการประชุมในวันนี้ มีประเด็นที่คณะกรรมการจะต้องร่วมกันพิจารณาทั้งหมด 2 ประเด็น ประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลงโครงการตามแผนปฎิบัติราชการ ประจำปีของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยขอดำเนินการเปลี่ยนแปลงโครงการสำคัญ 1 โครงการ 1 กิจกรรมหลัก 1 กิจกรรมย่อย คือ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ในกิจกรรมย่อยที่ 4 คือการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว ด้วยการบูรณะทางผิวแอสฟัลต์เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวดอยม่อนจอง ทางหลวงหมายเลข 1099 ตอนบ่อหลวง – แม่ตื่น ระหว่าง กม.39+000-กม.41+830 ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เปลี่ยนเป็น ระหว่าง กม.39+930 – กม.42+760 ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากระยะทางที่ขอเปลี่ยนแปลงมีผิวถนนหลุดร่อน เป็นหลุมเป็นบ่อ และมีความเสียหายมีมากกว่าระยะทางเดิม จึงขอเลื่อนพื้นที่ดำเนินการไปอีก 930 เมตร แต่ยังอยู่ในระยะทางดำเนินการเท่าเดิมที่ขอจัดสรรงบประมาณ เพื่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชน
    .
    อีกหนึ่งประเด็นที่คณะกรรมการได้ร่วมกันพิจารณาเห็นชอบในวันนี้ คือ การเปลี่ยนแปลงโครงการตามแผนปฎิบัติราชการประจำปีของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กรณีการใช้งบประมาณจากการยกเลิกกิจกรรมและงบประมาณเหลือจ่าย จากโครงการด้านการท่องเที่ยว การเกษตร อุตสาหกรรม สังคม รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ มาดำเนินการปรับปรุงอำนวยความปลอดภัยและไฟฟ้าส่องสว่างบ้านพยากน้อย-วัดพระธาตุดอยสะเก็ด อำเภอสันทราย อำเภอดอยสะเก็ด ซึ่งพร้อมดำเนินการได้ทันทีโดยแขวงทางหลวงชนบทเชียงใหม่
    .
    อีกทั้ง ในที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบให้ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ จัดทำโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ด้วยพลังสร้างสรรค์ (Sot Powe) สู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูง ผ่านกิจกรรมเชียงใหม่เมืองแห่งสีสัน เพื่อความสุขที่หลากหลาย เพื่อใช้เงินเหลือจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามระเบียบการเบิกจ่าย
    .
    ภาพและข้อมูลข่าวจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
    .

    #หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ #CCC25 #YECหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ #YECCM #ChiangmaiForward

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3756278/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Lai4X-BpUS0UC_2C5R_tk

  • “อีฟ” ฟอร์มเจ๋งควง “ออมสิน” คว้าแชมป์หญิงคู่ แถมเข้าชิงหญิงเดี่ยว ศึกเทนนิสไอทีเอฟ “จี เอช แบงก์” | เดลินิวส์

    “อีฟ” ฟอร์มเจ๋งควง “ออมสิน” คว้าแชมป์หญิงคู่ แถมเข้าชิงหญิงเดี่ยว ศึกเทนนิสไอทีเอฟ “จี เอช แบงก์” | เดลินิวส์

    ศึกเทนนิสนานาชาติ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ที่ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม รายการ “G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (2)” สัปดาห์ที่ 2 เมื่อวันที่ 30 ส.ค.68 โดยเทนนิสหญิง ดับเบิลยู 35 ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,016,700 บาท ประเภทหญิงคู่ รอบชิงชนะเลิศ “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช กับ “เอิร์ธ” เพียงธาร ผลิพืช สองนักหวดสาวทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ 2025 ช่วยกันหวดชนะคู่ของญี่ปุ่น ซากุระ โฮโซกิ กับ มิซากิ มัตสึดะ 2-0 เซต 6-3, 6-1 คว้าแชมป์มาครอง

    ขณะที่ ประเภทหญิงเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ “อีฟ” พัชรินทร์ แชใป?สัปดาห์แรก ยังเอาชนะ เอริ ชิมิสึ จากญี่ปุ่น 2-1 เซต 6-1, 2-6 และ 7-5 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ ได้ลุ้นแชมป์หญิงเดี่ยว รายการที่ 4 ในปีนี้อีกด้วย โดยนัดชิงดำ จะพบกับ จาง กาอึล จากเกาหลีใต้ ที่เอาชนะ “ออมสิน” อัญชิสา ฉันทะ 2-0 เซต 6-2, 6-3

    ทางด้านเทนนิสชาย เอ็ม 15 ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 508,350 บาท ประเภทชายคู่ รอบชิงชนะเลิศ “แซค” ฐานทัพ สุขสำราญ กับ ซาย คาร์ทีก เรดดี้ กันตา จากอินเดีย เอาชนะ อาธารวา ชาร์มา หจากอินเดีย กับ ยูตะ โทมิดะ จากญี่ปุ่น 2-0 เซต 7-6 ไทเบรก 7-0 และ 6-3 คว้าแชมป์มาครอง

    ส่วนประเภทชายเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ โดมินิค ปาแลน (เช็ก) ชนะ ศศิกุมาร์ มุกุนด์ (อินเดีย) 2-1 เซต 7-6 (4), 4-6, 6-3 เข้าไปชิงชนะเลิศ พบกับ แม็กซ์ เบซิ่ง (สหราชอาณาจักร) ที่เอาชนะ มูฮัมหมัด ริฟกี ฟิเตรียดี้ (อินโดนีเซีย) 2-0 เซต 6-2, 6-0 ต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5068089/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TN6dcIP7QKdtORF2cX-aj