Blog

  • ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง ต้อนรับคณะเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมให้ข้อมูลการท่องเที่ยวมหานครน้ำแร่ | เดลินิวส์

    ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง ต้อนรับคณะเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมให้ข้อมูลการท่องเที่ยวมหานครน้ำแร่ | เดลินิวส์

    ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง ต้อนรับคณะเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมให้ข้อมูลการท่องเที่ยวมหานครน้ำแร่

    ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง ต้อนรับคณะเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ จ.สุราษฎร์ธานี ให้ข้อมูลการท่องเที่ยว อธิบายแนวคิด ทิศทาง ภาพรวม และศักยภาพของ ระนองมหานครน้ำแร่ และ Ranong Wellness Tourism

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5083696/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QI91ja6sF_HZcacmDt9od

  • เอกชนแนะรัฐบาลใหม่ ดึง ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ กลับนั่งเก้าอี้รมว.ท่องเที่ยว

    เอกชนแนะรัฐบาลใหม่ ดึง ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ กลับนั่งเก้าอี้รมว.ท่องเที่ยว

    เอกชนแนะรัฐบาลใหม่ ดึง ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ กลับนั่งเก้าอี้รมว.ท่องเที่ยว

    นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ทีมเศรษฐกิจต้องมีภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือทั้งในด้านวิชาชีพ และ แนวทางการบริหารเชิงนโยบายทั้งในและต่างประเทศ 

    สำหรับงาน 3 เรื่องเร่งด่วนในช่วงรัฐบาล 4 เดือน ที่ภาคเอกชนอยากเห็น คือ 1.งานสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ 2. นโยบายการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา  3.นโยบายการปราบปรามคดีอาชญากรรม และมาตรการความปลอดภัยทั้งประชาชนไทยและนักท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรม

    ขณะที่ความคาดหวังของเอกชน คือ อยากได้รัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ  ความเป็นเอกภาพของทีมเศรษฐกิจ  มาตรการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง และการดูแลค่าเงินบาทให้ส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว และส่งออก 

    อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

    ในส่วนของ รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องการ คนที่มีประสบการณ์และไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้งาน ขอเสนอเป็น ท่าน นาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ เพราะเคยเป็นรัฐมนตรีอยู่มา 4 ปี  ทั้งรมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรมว.กระทรวงแรงงาน ซึ่งรัฐบาลนี้มีเวลาเพียง 4 เดือนในการทำงาน ดังนั้นต้องการให้คนที่มีประสบการณ์ และ เข้าใจกลไกที่ดีมาทำงานได้ทันที 

    การท่องเที่ยวซึ่งเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน จึงอยากได้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์มาบริหารงานได้เลย  และเป็นพรรคเดียวกับนายกมนตรี ก็จะทำให้การทำงานกันได้ง่ายขึ้น และ รมว.ท่องเที่ยวฯ จะต้องมีความเป็นเอกภาพกับรมว.คลัง ทีมรัฐบาลจะต้องเป็นทีมเดียวกัน เพื่อให้ขับเคชื่อนนโยบายไปต่อได้ 

    ขณะเดียวกันโจทย์ท้าทายที่ รมว.ท่องเที่ยวฯ และรมว.คลัง จะต้องเร่งแก้คือเรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่าที่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการยกระดับความเชื่อมั่นบนเวทีนานาชาติ โดยการเดินทางเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการเพื่อ

    วันนี้สิ่งรัฐบาลไทยอ่อนแอคือ เพราะในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ซึ่งสมัยท่าน ปานปรีย์ พหิทธานุกร รมว.ต่างประเทศ ตอนนั้น ทำไว้ได้ดี และเมื่อปรับ ครม. เปรียบ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่เป็นท่าน มาริษ เสงี่ยมพงษ์ บทบาทในเวทีต่างประเทศของไทยก็ดรอปลง ทำให้ไทยเสียเปรียบในช่วงของการมีปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเล็กๆ อย่างกัมพูชา เพราะกัมพูชาเขาเดินทางไปคุยกับนานาชาติในเวทีใหญ่ ขณะที่ไทยเป็นรองเขา 

    ดังนั้นสิ่งนี้ถึงเวลาที่ไทยต้องกลับมาวางแผนให้ดี และเลือกคนที่จะมานั่ง รมว.ต่างประเทศ ที่เก่งและมีความรู้มีประสบการณ์ก็จะมีผลต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีนัยยะสำคัญ

    อย่างไรก็ดี หากได้รัฐบาล รัฐมนตรี ที่มีความรู้ ประสบการณ์ เชี่ยวชาญ เข้ามาไม่ต้องตั้งหลักสามารถทำงานได้เลย เชื่อว่า 4 เดือนนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและวางโครงสร้างเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง เพราะหลังยุบสภารัฐบาลก็ต้องบริหารงานต่ออีก 2-3 เดือน เป็นอย่างน้อย ระหว่างที่รอรัฐบาลใหม่ ส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในปีหน้าคาดการณ์ว่าจะดีกว่าปีนี้ แต่รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัย คดีอาชญากรรม และยาเสพติดให้ดีขึ้น พร้อมยกระดับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น 

    อีกทั้งปัญหาการเมืองภายในประเทศทำให้ไทยเสียโอกาสในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของไทยต่อเวทีโลก รวมถึงพิธีฉลองครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะในสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นและสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ที่จีนจัดขึ้น 

    เพราะในงานนั้นหลายประเทศได้มีโอกาสในการแสดงวิสัยทัศน์และความร่วมมือกับจีน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซี เป็นต้น แม้จะใช้เวลาไม่นานแต่มีคนจีนดูหลักพันล้านคน ซึ่งเป็นโออาสที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แต่ไม่มีตัวแทนรัฐบาลไทยไปปรากฏตัวในเวทีนี้ นายอดิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/638050&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2L2pJhJi_leqQ7PUZmSnVb

  • เขาใหญ่ฮอต! ติดท็อปเอเชีย คว้าที่ 2 จุดหมายฮิต

    เขาใหญ่ฮอต! ติดท็อปเอเชีย คว้าที่ 2 จุดหมายฮิต

    ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย แพลตฟอร์มท่องเที่ยวดิจิทัลชื่อดัง Agoda ได้ประกาศผลการจัดอันดับ“จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมในเอเชีย” ซึ่ง ‘เขาใหญ่’ ของประเทศไทย คว้าอันดับ 2 รองจากคาเมรอน ไฮแลนด์ ประเทศมาเลเซีย สะท้อนความนิยมที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มนักเดินทางที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายเมืองใหญ่ เพื่อสัมผัสธรรมชาติและวิถีชนบท

    การจัดอันดับดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์ม ระหว่าง 15 กุมภาพันธ์ – 15 สิงหาคม 2568 โดยพิจารณาจากจุดหมายปลายทางในพื้นที่ชนบทที่มีประชากรไม่เกิน 50,000 คน จาก 8 ประเทศในเอเชีย รายชื่อยังรวมถึง ปุนจัก (อินโดนีเซีย), ฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น), เขิ่นติง (ไต้หวัน), ซาปา (เวียดนาม), มุนนาร์ (อินเดีย) และพย็องชัง (เกาหลีใต้)

    “เขาใหญ่มีทั้งธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ป่าไม้ สัตว์ป่า น้ำตก และกิจกรรมกลางแจ้งที่หลากหลาย เหมาะกับทั้งการพักผ่อนและผจญภัย อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนเสน่ห์ความเป็นไทย ซึ่งเป็นที่ชื่นชมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก”

    — ศศิกานต์ กล่าว

    รัฐบาลยังย้ำเป้าหมายการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะพื้นที่ธรรมชาติและชุมชนท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล พร้อมทั้งสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ชุมชน และยกระดับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    การที่เขาใหญ่ติดอันดับครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นชัยชนะของแหล่งท่องเที่ยวไทย แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่ชูภาพลักษณ์ “ไทยแลนด์…ดินแดนธรรมชาติและวัฒนธรรมระดับโลก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/khao-yai-nakhon-ratchasima-wins-2nd-place-asia-tourist-attractions&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iHcXAXQBj4hRUni2JyHRp

  • เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ขยายเครือข่ายโลจิสติกส์ เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก ประกาศขยายเครือข่ายจุดให้บริการรับส่งพัสดุ (Drop Point) ภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก โดยเริ่มเปิดให้บริการแล้ว 2 สาขา ได้แก่ บางขุนเทียน บนถนนพระราม 2 เส้นทางเศรษฐกิจหลักเชื่อมกรุงเทพฯ–ภาคใต้ และ ทวีวัฒนา ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ การขยายเครือข่ายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจและตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในทำเลสำคัญ

    คุณกัญพัชญ์ โสทอง ผู้จัดการฝ่ายบริหารลูกค้าและพันธมิตร  เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย กล่าวว่า “การเปิดจุดให้บริการรับส่งพัสดุภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สำคัญในการขยายเครือข่ายเพื่อยกระดับการให้บริการ ครอบคลุมทั้งในเมืองและชานเมือง จุดบริการในทำเลสำคัญที่เชื่อมต่อผู้เดินทางและชุมชน ช่วยให้ลูกค้าส่งพัสดุได้สะดวกขึ้นระหว่างเดินทาง เติมน้ำมัน หรือใช้บริการอื่น ๆ ของสถานี อีกทั้งยังส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจด้วยการผสานบริการโลจิสติกส์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    คุณยศธร อรัญนารถ ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและพันธมิตรค้าปลีก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บางจากฯ ได้พัฒนาสถานีบริการน้ำมันให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ทั้งให้บริการพลังงานคุณภาพสูง การเป็นจุดนัดพบ จุดศูนย์กลางของชุมชนตามแนวคิด Greenovative Destination ดังนั้นจึงมีความยินดีที่ได้สนับสนุนพื้นที่สำหรับเป็นส่วนหนึ่งของบริการธุรกิจ E-Commerce ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวันให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการเพิ่มความหลากหลายของธุรกิจ Non-Oil ภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าผู้ใช้น้ำมัน

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    ทั้งนี้ จุดบริการรับส่งพัสดุ (Drop Point) ยังเปิดให้บริการครบวงจร อาทิ J&T Super J&T Bulky J&T Fruit Parcel และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า VIP เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/digital-business/digital-marketing/859632&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Jdq3uMFMxjtWaSyp7P0v1

  • ท่องเที่ยวเชียงใหม่น่าห่วง นทท.จีนหายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เร่งถกหาทางฟื้นวิกฤต

    ท่องเที่ยวเชียงใหม่น่าห่วง นทท.จีนหายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เร่งถกหาทางฟื้นวิกฤต

    ท่องเที่ยวเชียงใหม่น่าห่วง นทท.จีนหายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เร่งถก ททท.หาทางฟื้นวิกฤต ดัน 12 เดือน 12 เทศกาล กระตุ้นตัวเลขนักเที่ยวต่างชาติ

    ตัวเลขการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก ลดลงอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระยะใกล้จากประเทศแถบเอเชียและอาเซียน โดยไตรมาส 2 หรือในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน ของปีนี้ มีตัวเลขต่างชาติเที่ยวเชียงใหม่เพียง 724,981 คน จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 761,843 แม้จะดูไม่ห่างกันมาก แต่ก็พบว่าตลาดหลักที่เป็นนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

    นักท่องเที่ยวที่หายไปกระทบกับภาคการท่องเที่ยวเชียงใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีนส่งผลต่อโรงแรมที่พัก 3 ดาวลงไป รวมทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ร้านของที่ระลึกที่รายได้หดหาย มีเพียงโรงแรมระดับสี่ดาวขึ้นไปที่ยังไม่กระทบมากนักในช่วงโลว์ซีซั่น เนื่องจากมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ที่ชื่นชอบฤดูฝนของจังหวัดเชียงใหม่จองมาล่วงหน้า

    วิกฤตการท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ทำให้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวในปีนี้จะไปถึง 16 ล้านคน สร้างรายได้ 1.6 แสนล้านบาท ตามที่จังหวัดตั้งเป้าไว้ได้หรือไม่

    ล่าสุดสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีองค์กรด้านการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการกว่า 250 คน ร่วมถกหาแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยว ทั้งในระยะสั้นในช่วงไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึง รวมทั้งดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวในระยะยาว

    นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าจังหวัดเชียงใหม่ใน 6 เดือนแรกของปีนี้ มีอยู่ราว 6.7 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวในประเทศ 4.8 ล้านคน ซึ่งมีอัตราเติบโต 3-4 เปอร์เซ็นต์ แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา 1.8 ล้านคน มีอัตราลดลงที่สอดคล้องกับตัวเลขการท่องเที่ยวในภาพรวมทั้งประเทศ

    ตัวเลขดังกล่าวจะเห็นว่านักท่องเที่ยวไทย มีอัตราเติบโตค่อนข้างดี แต่จากหลายปัจจัยภายนอกและภายในที่เกิดขึ้นส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระยะใกล้ในแถบเอเชียและอาเซียนที่ลดลง ที่ลดลงมากที่สุดคือนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมาจากหลายปัจจัย ทั้ง ภาพลักษณ์ ความปลอดภัย เศรษฐกิจต้นทางและปลายทาง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

    สำหรับแนวทางแก้ปัญหาการท่องเที่ยวในภาพรวมของประเทศ ที่จะนำมาใช้กับจังหวัดเชียงใหม่คือการมุ่งปรับโครงสร้างของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไปสู่การท่องเที่ยวในเชิงคุณภาพมากขึ้น ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นแต่นักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูงอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากขึ้นไปพร้อมกัน เป็นการสร้างความสมดุลในเชิงจำนวนกับรายได้

    นอกจากนี้ จะมีหาแนวทางเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงโลว์ซีซั่นเพื่อให้เที่ยวกันได้ตลอดทั้งปี และต้องมีการพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายมากขึ้น ทั้ง การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กีฬา งานศิลปะ และที่สำคัญคือการท่องเที่ยวเที่ยวที่มุ่งไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

    นางสาวภัทรอนงค์ บอกว่า ตอนนี้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปมาก เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตัวเอง หรือ FIT มากขึ้น ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจึงต้องพัฒนาช่องทางในการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เข้าถึงตัวนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น ไม่ว่าจะทำในช่องทางของตัวเองหรือผ่านหน่วยงานด่านการท่องเที่ยว และ ต้องพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพและตอบโจทย์ไปพร้อมกัน

    ขณะที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ โดยนางวาสนา ทองสุข ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ขานรับทำ City Promotion เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชียงใหม่ พร้อมจัดทำแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ 12 เดือน 12 เทศกาล ให้เกิดการท่องเที่ยวกระจายสู่ทุกภาคส่วนและทุกพื้นที่ ให้เชียงใหม่ให้เที่ยวได้ทั้งปีและทำให้เชียงใหม่กลับมามีความเชื่อมั่น และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้กลับมาอีกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3761609/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jcBKLO12abHDi1lxG6C5X

  • หาดวอนนภา…ชายหาดที่ไม่เงียบเหงา บรรยากาศดี อยู่ใกล้กรุงเทพ

    หาดวอนนภา…ชายหาดที่ไม่เงียบเหงา บรรยากาศดี อยู่ใกล้กรุงเทพ

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/e7gNJNlkQlVK&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nMst5bQaz81eHE4BCDcA-

  • โค้งสุดท้าย! ลือ iPhone 17 Pro จอสู้แดดดีขึ้น, เล่นเกมลื่นกว่าเดิม, แบตอึดสุด

    โค้งสุดท้าย! ลือ iPhone 17 Pro จอสู้แดดดีขึ้น, เล่นเกมลื่นกว่าเดิม, แบตอึดสุด

    อีกไม่กี่วันแล้วที่ iPhone 17 จะเปิดตัวโดยคาดว่าจะเผยโฉมในงาน “Awe dropping” ของ Apple ที่ทุกคนรอคอย ข่าวลือโค้งสุดท้ายเกี่ยวกับ iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max ก็ได้ถูกเปิดเผยออกมาจาก “Instant Digital” แหล่งข่าวหลุดชื่อดังบน Weibo ซึ่งชี้ไปที่การอัปเกรดครั้งสำคัญใน 3 ด้านหลักที่ผู้ใช้งานให้ความสำคัญมีอะไรที่น่าสนใจเรามาดูกัน

    3 จุดเด่นที่ iPhone 17 Pro จะมีแน่นอน 

    1. จอภาพสว่างขึ้น สู้แดดได้ดีกว่าเดิม 

    ตามข้อมูลที่หลุดออกมา iPhone 17 Pro และ Pro Max จะมาพร้อมหน้าจอที่มีความสว่างสูงขึ้น ทำให้เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้งหรือใต้แสงแดดโดยตรงเป็นเวลานานได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบัน iPhone 16 Pro และ Pro Max มีความสว่างปกติสูงสุดที่ 1,000 nits และสามารถเร่งได้สูงสุดชั่วคราวที่ 2,000 nits เมื่ออยู่กลางแจ้ง การอัปเกรดครั้งนี้จะทำให้การใช้งานในชีวิตจริงสะดวกสบายกว่าเดิม

    iphone-17-pro-3_4ths-perspect 

    2. ระบบระบายความร้อนใหม่ เล่นเกม-ถ่ายวิดีโอ 4K ลื่นขึ้น 

    อีกหนึ่งการอัปเกรดที่น่าสนใจคือการออกแบบสถาปัตยกรรมการระบายความร้อนภายในใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน โดยจะช่วยให้เฟรมเรทขณะเล่นเกมหนักๆ มีความเสถียรมากขึ้น ปัญหาเฟรมตกหรืออาการกระตุกจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ประสิทธิภาพในการถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60 fps ในสภาพอากาศร้อน เช่น กลางแดดในฤดูร้อน ก็จะดีขึ้นอย่างมากเช่นกัน 

    3. แบตเตอรี่อึดที่สุดในประวัติศาสตร์ iPhone

    ข่าวดีสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่! มีการระบุว่า iPhone 17 Pro ทั้งสองรุ่น ถูกตั้งเป้าให้เป็น iPhone ที่มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มความจุแบตเตอรี่ควบคู่ไปกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในทุกส่วนของอุปกรณ์ ข้อมูลนี้สอดคล้องกับข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่า iPhone 17 Pro Max อาจมีความจุแบตเตอรี่สูงเกิน 5,000 mAh

    ทั้งหมดนี้จะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการในงานเปิดตัว iPhone 17 Series วันอังคารที่ 9 กันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งต้องรอติดตามกันอย่างใกล้ชิด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/hitech/1616859/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RlFh60WJSCgnrITrENlbZ

  • “IMF คาดการณ์ เศรษฐกิจกัมพูชาจะชะลอตัวลงในช่วงที่เหลือของปี 2568”

    “IMF คาดการณ์ เศรษฐกิจกัมพูชาจะชะลอตัวลงในช่วงที่เหลือของปี 2568”

    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของกัมพูชา สำหรับปี 2568 ลง สอดคล้องกับกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของกัมพูชา

    เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 IMF ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการหารือกับรัฐบาลกัมพูชา และตัวแทนภาคเอกชน ในระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม – 2 กันยายน 2568 โดย IMF คาดการณ์ว่า GDP ของกัมพูชาจะเติบโตที่ 4.8% ในปี 2568 ซึ่งลดลงจาก 6% ในปี 2567 โดยสาเหตุหลัก คือ ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ข้อพิพาทชายแดนกับไทย และปัญหาเกี่ยวกับเงินส่งกลับจากแรงงานกัมพูชาที่ทำงานในต่างประเทศ

    ในแถลงการณ์ของนาย Kenichiro Kashiwase เจ้าหน้าที่เศรษฐกิจอาวุโสของ IMF ระบุว่า เศรษฐกิจกัมพูชา แข็งแกร่งในปี 2567 โดย GDP ขยายตัวถึง 6% ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของการส่งออกเสื้อผ้าและสินค้าเกษตร รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ต่อเนื่องมาถึงช่วงต้นปี 2568 อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเติบโตจะชะลอลงเนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าและข้อพิพาทชายแดนกับไทย ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ภายนอก การท่องเที่ยว และรายได้ลดลงจากการกลับประเทศของแรงงาน โดยอัตราเงินเฟ้อของกัมพูชา คาดว่าจะปรับขึ้นเล็กน้อยไปอยู่ที่ประมาณ 2.8% แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

    นอกจากนี้ IMF ยังแนะนำว่า เพื่อให้กัมพูชาสามารถพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและมีความยืดหยุ่น จำเป็นต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการผลิตและกระจายแหล่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจด้วยการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและการต่อต้านการทุจริต ปรับปรุงหลักนิติธรรม สิทธิในทรัพย์สิน และการเข้าถึงข้อมูล เสริมสร้างระบบคุ้มครองทางสังคม และลงทุนในทุนมนุษย์ เพื่อสนับสนุนการจ้างงาน ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่ภาคการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อที่กัมพูชาจะสามารถหลุดพ้นจากกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (Least Developed CountryLDC) ภายในสิ้นปี 2572 ตามแผนที่วางไว้

    ทั้งนี้ ความเปราะบางของภาคการเงินในประเทศยังเป็นประเด็นที่น่ากังวล โดยเฉพาะหนี้ของภาคเอกชนที่อยู่ในระดับสูง และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan : NPL) ที่ขณะนี้สูงกว่า 7% โดยเฉลี่ย ซึ่งคาดว่าจะกระทบภาคการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์เป็นอันดับแรก  ซึ่งอาจนำไปไปสู่ปัญหาทางการเงินของภาคธุรกิจ/ครัวเรือน และส่งผลลบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ หากความตึงเครียดทางการค้าและชายแดนทวีความรุนแรงมากกว่าที่คาดไว้ อาจส่งผลให้การส่งออก การท่องเที่ยว และการเติบโตทางเศรษฐกิจอ่อนแอลงยิ่งกว่าเดิม

    อย่างไรก็ตาม หากแรงงานที่เดินทางกลับจากต่างประเทศสามารถปรับตัวเข้าสู่ตลาดแรงงานภายในประเทศได้อย่างราบรื่น และรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนการจ้างงานและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ก็อาจช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจในภาพรวมได้

    ข้อมูลที่น่าสนใจ

    1. ในช่วงต้นปี 2568 ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) คาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ (GDP) อยู่ที่ 6.1 และ 6.2 % ในปี 2568 และ 2569 ตามลำดับ 

    2. ในเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของกัมพูชาได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ของประเทศในปี 2568 มาอยู่ที่ 5.0% จากที่เคยคาดไว้ 6.3% เมื่อต้นปี

    ความเห็นของสำนักงานฯ

              ผู้ประกอบการไทยควรประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องในกัมพูชาอย่างใกล้ชิด และติดตามสถานการณ์ชายแดนจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการ ทั้งนี้ แนะนำให้นักธุรกิจไทย ควรประเมินความสามารถในการชำระเงินของลูกค้าในกัมพูชา โดยอาจพิจารณาให้มีการประกัน/ประเมินความเสี่ยงทางการค้าร่วมกับธนาคารเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ 

    __________________________________________________________________________

    ที่มา The Phnom Penh Post 

    4 กันยายน 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/kn0qjjj0a6vlc4ty5e8v772d&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jy5Mrg37L1iutIz_SO25H

  • ผู้สมัครเฟดเด็กเส้นของทรัมป์ยืนยันรักษาความเป็นอิสระธนาคารกลาง ท่ามกลางแรงกดดันลดดอกเบิ้ย

    ผู้สมัครเฟดเด็กเส้นของทรัมป์ยืนยันรักษาความเป็นอิสระธนาคารกลาง ท่ามกลางแรงกดดันลดดอกเบิ้ย

    สตีเฟน มิแรน ผู้สมัครของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เข้าร่วมคณะกรรมการกำกับของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟเดอรัลรีเสิร์ฟ) ได้ให้คำมั่นว่าจะรักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลางหากได้รับการยืนยัน ขณะที่เฟดกำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากประธานาธิบดีให้ลดอัตราดอกเบิ้ย

    มิแรน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทำเนียบขาว ต้องเผชิญกับคำถามที่เฉียบคมในการพิจารณายืนยันตัวต่อคณะกรรมการธนาคารวุฒิสภาเกี่ยวกับความเป็นอิสระจากรัฐบาลทรัมป์ ความเร็วในการแต่งตั้งมิแรนจะมีความสำคัญ เนื่องจากเขาอาจเริ่มปฏิบัติหน้าที่ที่เฟดได้ทันเวลาสำหรับการประชุมคณะกรรมการ FOMC ครั้งต่อไปในวันที่ 16-17 กันยายน

    การตอบสนองต่อข้อกังวลเรื่องความเป็นอิสระ

    เมื่อวันพฤหัสบดี มิแรนไม่ได้ยืนยันว่าจะลาออกจากตำแหน่งที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ โดยระบุว่าได้รับคำแนะนำทางกฎหมายให้ลาพักแทน อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกซักถามเพิ่มเติม เขากล่าวว่าจะลาออกหากได้รับการยืนยันให้รับหน้าที่ระยะยาวที่เฟด

    ในคำแถลงมิแรนได้พยายามสร้างความมั่นใจให้กับสมาชิกสภานิติบัญญัติ โดยกล่าวว่า FOMC เป็นกลุมอิสระที่มีภารกิจสำคัญยิ่ง และตั้งใจจะรักษาความเป็นอิสระนั้น เขาเสริมว่าหน้าที่สำคัญที่สุดของธนาคารกลางคือป้องกันภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและภาวะเงินเฟ้อรุนแรง

    การวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคเดโมแครต

    เซเนเตอร์เอลิซาเบธ วอร์เรน สมาชิกพรรคเดโมแครต ในคณะกรรมการธนาคาร ได้กล่าวหาว่าทรัมป์ได้เปิดการโจมตีอย่างเต็มรูปแบบต่อความเป็นอิสระของเฟด เธอท้าทายมิแรนให้พิสูจน์ความเป็นอิสระจากทรัมป์ ขณะที่วุฒิสมาชิกทีนา สมิธ จากมินนิโซตาระบุว่าการเสนอชื่อมิแรนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยโต้แย้งว่าประธานาธิบดีต้องการผู้จงรักภักดีในคณะกรรมการเฟด

    ความขัดแย้งเรื่องอัตราดอกเบิ้ย

    ทรัมป์ได้โทษอัตราดอกเบิ้ยปัจจุบันว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยซบเซา โดยอ้างถึงข้อมูลเงินเฟ้อที่ไม่รุนแรงเพื่อเรียกร้องให้ลดดอกเบิ้ย ซึ่งมักจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เจ้าหน้าที่เฟดยังคงระมัดระวังว่าการลดอัตราดอกเบิ้ยเร็วเกินไปอาจเสี่ยงต่อเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในระยะยาว

    นับตั้งแต่การลดดอกเบิ้ยครั้งล่าสุดในเดือนธันวาคม เฟดได้คงอัตราดอกเบิ้ยไว้ในช่วง 4.25-4.50 เปอร์เซ็นต์ตลอดปีนี้ เจโรม พาวเอลล์ ประธานเฟด ได้เปิดโอกาสสำหรับการลดอัตราในการประชุมนโยบายครั้งต่อไปในเดือนนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/trump-fed-nominee-vows-independence-amid-rate-cut-pressure&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04BjO0bAlAMpvb1y7NY4IY

  • จีนประกาศแนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจกีฬา หวังดันมูลค่าทะลุ 9 แสนล้านดอลล์ใน 5 ปี : อินโฟเควสท์

    จีนประกาศแนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจกีฬา หวังดันมูลค่าทะลุ 9 แสนล้านดอลล์ใน 5 ปี : อินโฟเควสท์

    จีนประกาศแนวทางใหม่เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจกีฬาในประเทศ พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพสูงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬา

    สำนักงานของสภาแห่งรัฐ หรือคณะรัฐมนตรีจีน ได้ประกาศแนวทางดังกล่าวในวันนี้ (5 ก.ย.) โดยระบุว่า ภายในปี 2573 จีนจะสนับสนุนการสร้างบริษัทกีฬาและการจัดกิจกรรมกีฬาที่มีอิทธิพลระดับโลก รวมทั้งผลักดันอุตสาหกรรมกีฬาในประเทศให้เติบโตจนมีมูลค่ามากกว่า 7 ล้านล้านหยวน (ราว 9.852 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ)

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แนวทางดังกล่าวกำหนด 20 มาตรการ ใน 6 ด้านหลัก ครอบคลุมในส่วนของการขยายอุปทานผลิตภัณฑ์กีฬาและกิจกรรมกีฬา การส่งเสริมการบริโภคเกี่ยวกับกีฬา การสนับสนุนธุรกิจกีฬา และการสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่เพื่อผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ตัวอย่างมาตรการที่เฉพาะเจาะจง ได้แก่ การพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬากลางแจ้ง การส่งเสริมเศรษฐกิจหิมะและน้ำแข็ง การปรับปรุงอุปกรณ์กีฬา การขยายรูปแบบการบริโภค และการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ

    นอกจากนี้ แนวทางดังกล่าวยังส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในอุตสาหกรรมกีฬา รวมถึงยกระดับการสนับสนุนด้านบุคลากร การเงิน และบริการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/527193&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nb62zhCNEEFKCzjqHaG_g