Blog

  • ททท. เปิดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” เที่ยวเมืองตาก เสริมพลังชีวิต | เดลินิวส์

    ททท. เปิดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” เที่ยวเมืองตาก เสริมพลังชีวิต | เดลินิวส์

    โรงแรมในเครือฟอร์จูนกรุ๊ป หนึ่งในกลุ่มธุรกิจของ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตรทางธุรกิจ จัดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” ระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดตาก โดยมี อาจารย์คฑา ชินบัญชรผู้นำสายมูชื่อดัง นำสื่อมวลชน นักท่องเที่ยว และผู้แทนจากหลายองค์กร เดินทางเสริมสิริมงคล พร้อมสัมผัสเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรมท้องถิ่น

    คณะได้รับเกียรติจากผู้บริหารและพันธมิตรหลายภาคส่วนมาร่วมในพิธีต้อนรับและกิจกรรมเปิดทริป อาทิ คุณศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Max Solution Service จำกัด (PTG Group), คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม CP LAND, คุณวรดนู นิมมิต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร CP LAND, และคุณชุตินันท์ รวมพลังเอก ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ CP LAND พร้อมด้วยพันธมิตรจาก Sixt, X Peng และคณะสื่อมวลชน

    การเดินทางครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณ ชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และคณะผู้บริหารจังหวัด มาร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนเริ่มต้นเส้นทางแห่งศรัทธาที่พาไปสักการะสถานที่สำคัญ อาทิ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชศาลคู่บ้านคู่เมืองที่มีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี, พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระบรมธาตุ บ้านตาก พร้อมพิธีห่มผ้าพระธาตุ เสริมสิริมงคลแก่ผู้ที่เกิดปีมะเมีย, การสวดบารมี 30 ทัศน์ ณ วัดศรีพรเพ็ญมาตยาราม และการกราบนมัสการ “พระพุทธมหามุนีจำลอง” ที่ วัดไทยวัฒนาราม วัดเก่าแก่ซึ่งสะท้อนศิลปะพม่าที่งดงามตระการตา

    นอกจากนี้ คณะยังได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน ณ บ้านแม่กาษา ผ่านโครงการ “ฮักนะแม่กาษา” ทั้งพิธีมัดมือรับพรจากผู้สูงอายุ กิจกรรมพื้นบ้าน การทำขนมโบราณ และการชมงานหัตถกรรมทอผ้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น อันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน

    ทริปบุญครั้งนี้ไม่เพียงมอบพลังศรัทธาและพลังใจให้แก่ผู้เข้าร่วม แต่ยังสะท้อนถึงความงดงามของจังหวัดตากในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยพลังบวก โดยมีเสียงสะท้อนร่วมกันว่า “เมืองตาก…คือสถานที่ที่อยากกลับมารับพลังบวกซ้ำแล้วซ้ำอีก

    #CPLAND #ซีพีแลนด์ #AccessibleCommunitiesForLife #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #โรงแรมในเครือฟอร์จูน #โรงแรมฟอร์จูน #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5086129/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ztmrgwnrb_sWKl98zvZxx

  • ททท. เปิดทริปบุญสายศรัทธา ‘มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย’ เที่ยวเมืองตาก เสริมพลังชีวิต

    ททท. เปิดทริปบุญสายศรัทธา ‘มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย’ เที่ยวเมืองตาก เสริมพลังชีวิต

    5 กันยายน 2568 – กรุงเทพฯ , โรงแรมในเครือฟอร์จูนกรุ๊ป หนึ่งในกลุ่มธุรกิจของ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตรทางธุรกิจ จัดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” ระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดตาก โดยมี อาจารย์คฑา ชินบัญชรผู้นำสายมูชื่อดัง นำสื่อมวลชน นักท่องเที่ยว และผู้แทนจากหลายองค์กร เดินทางเสริมสิริมงคล พร้อมสัมผัสเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรมท้องถิ่น

    คณะได้รับเกียรติจากผู้บริหารและพันธมิตรหลายภาคส่วนมาร่วมในพิธีต้อนรับและกิจกรรมเปิดทริป อาทิ คุณศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Max Solution Service จำกัด (PTG Group), คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม CP LAND, คุณวรดนู นิมมิต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร CP LAND, และคุณชุตินันท์ รวมพลังเอก ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ CP LAND พร้อมด้วยพันธมิตรจาก Sixt, X Peng และคณะสื่อมวลชน

    การเดินทางครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณ ชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และคณะผู้บริหารจังหวัด มาร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนเริ่มต้นเส้นทางแห่งศรัทธาที่พาไปสักการะสถานที่สำคัญ อาทิ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชศาลคู่บ้านคู่เมืองที่มีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี, พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระบรมธาตุ บ้านตาก พร้อมพิธีห่มผ้าพระธาตุ เสริมสิริมงคลแก่ผู้ที่เกิดปีมะเมีย, การสวดบารมี 30 ทัศน์ ณ วัดศรีพรเพ็ญมาตยาราม และการกราบนมัสการ “พระพุทธมหามุนีจำลอง” ที่ วัดไทยวัฒนาราม วัดเก่าแก่ซึ่งสะท้อนศิลปะพม่าที่งดงามตระการตา

    นอกจากนี้ คณะยังได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน ณ บ้านแม่กาษา ผ่านโครงการ “ฮักนะแม่กาษา” ทั้งพิธีมัดมือรับพรจากผู้สูงอายุ กิจกรรมพื้นบ้าน การทำขนมโบราณ และการชมงานหัตถกรรมทอผ้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น อันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน

    ทริปบุญครั้งนี้ไม่เพียงมอบพลังศรัทธาและพลังใจให้แก่ผู้เข้าร่วม แต่ยังสะท้อนถึงความงดงามของจังหวัดตากในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยพลังบวก โดยมีเสียงสะท้อนร่วมกันว่า “เมืองตาก…คือสถานที่ที่อยากกลับมารับพลังบวกซ้ำแล้วซ้ำอีก”.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/856687/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11F3_09_WRKalN5X2mrtgJ

  • ทีเส็บชี้ธุรกิจไมซ์ยังโตต่อ ย้ำขอความชัดเจนรัฐบาลดึงงานต่างชาติ

    ทีเส็บชี้ธุรกิจไมซ์ยังโตต่อ ย้ำขอความชัดเจนรัฐบาลดึงงานต่างชาติ

    นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมไมซ์ หรือการท่องเที่ยวเชิงประชุมสัมมนา รวมถึงการจัดงานแสดงสินค้าต่างๆ ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายปี 2569 สร้างรายได้ 200,000 ล้านบาท ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน มิ.ย. 2568 มีการสร้างรายได้รวมจากอุตสาหกรรมไมซ์อยู่ที่ 100,000 ล้านบาท บวกจากช่วงเดียวกันปี 2567 ประมาณ 3% แม้น้อยกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 180,000 ล้านบาท แต่ถือว่าดีมากแล้ว เพราะยังสามารถเติบโตได้ท่ามกลางหลายวิกฤตที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ และผลกระทบด้านความเชื่อมั่น ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีความไม่แน่นอนทางการเมืองมากกว่าเดิม ยอมรับว่ามีต่างชาติสอบถามเข้ามาแสดงความกังวลในเรื่องดังกล่าว มีการเฝ้าดูติดตามใกล้ชิด แต่ยังไม่ถึงกับยกเลิกการจัดงานตามที่วางแผนไว้ ซึ่งทีเส็บก็ให้ข้อมูลสถานการณ์ต่างๆ อย่างเต็มที่

    “ปัญหาของการดึงงานไมซ์ต่างชาติเข้ามาจัดในไทย เป็นเรื่องภาพลักษณ์ในประเทศ ที่ทำให้เกิดความกล้าๆ กลัวๆ โดยเฉพาะกลุ่มแสดงสินค้าและนิทรรศการ (เอ็กซิบิชั่น) ซึ่งมีสัดส่วนเยอะในธุรกิจไมซ์ รวมถึงกลุ่มลูกค้าประชุมสัมมนาองค์กร โดยมองว่าสิ่งที่จะช่วยให้ต่างชาติตัดสินใจเข้ามาจัดงานต่างๆ ในไทย เป็นเรื่องความชัดเจน หากมีความชัดเจนในแต่ละด้านมากขึ้น จะสนับสนุนการดึงดูดงานต่างชาติเข้ามามากขึ้น“

    นางศุภวรรณ กล่าวว่า ทีเส็บได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงการต่างประเทศในการดึงธุรกิจไมซ์จากต่างประเทศเข้ามาจัดงานในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น มีทั้งการจัดประชุมสัมมนา การจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ รวมถึงมีการวางเป้าหมายที่จะดึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเข้ามาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลใหม่ จากขณะนี้ที่ไทยสามารถเป็นหนึ่งในประเทศที่ดึงธุรกิจกลุ่มการแพทย์เข้ามาจัดประชุมสัมมนาในประเทศไทยได้ ส่วนสิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐบาลสนับสนุนเป็นการต่อยอดนโยบายอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศ และมาตรการส่งเสริมธุรกิจใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2880821&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ewgkQgGAVUFr0gaLVvvoS

  • อยากติดฟิล์มรถยนต์ เลือกอย่างไรดี? เช็ก 5 เรื่องที่ต้องรู้ – INN News

    อยากติดฟิล์มรถยนต์ เลือกอย่างไรดี? เช็ก 5 เรื่องที่ต้องรู้ – INN News

    ฟิล์มกรองแสงรถยนต์มีหลายประเภท แต่ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบันคือฟิล์มเซรามิก (Ceramic Film) เนื่องจากมีคุณสมบัติเด่นที่กันความร้อนได้ดีเยี่ยมและไม่รบกวนสัญญาณดิจิทัลต่างๆ เช่น GPS หรือ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/lifestyle/news_929849/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0H5-qltwcyytGPfTYD6BzQ

  • กาญจนบุรี – ยิ่งจับยิ่งเข้าชาวต่างด้าวเมียนมา! ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ สะกดรอยตู้ฟิล์มทึบ คนขับ …

    กาญจนบุรี – ยิ่งจับยิ่งเข้าชาวต่างด้าวเมียนมา! ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ สะกดรอยตู้ฟิล์มทึบ คนขับ …

    กาญจนบุรี – ยิ่งจับยิ่งเข้าชาวต่างด้าวเมียนมา! ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ สะกดรอยตู้ฟิล์มทึบ คนขับไหวตัวทันซิ่งหนีเข้าสวนปาล์ม สุดท้ายรถติดหล่มจอดทิ้งวิ่งหลบหนีไปได้ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.talknewsonline.com/%3Fp%3D5312&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Gw57HNgfeDmmf-Geh1Dmr

  • ‘สหมงคลฟิล์ม’ดึง2กูรูสายเข้ม’อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์’และ’ปาล์ม ธัญวิชญ์’ถกประเด็นร้อนจากหนังกระแสแรง

    ‘สหมงคลฟิล์ม’ดึง2กูรูสายเข้ม’อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์’และ’ปาล์ม ธัญวิชญ์’ถกประเด็นร้อนจากหนังกระแสแรง

    แรงตั้งแต่ยังไม่เข้าฉาย! “The Long Walk” ภาพยนตร์ระทึกขวัญที่ดัดแปลงจากนิยายสยองขวัญของนักเขียนในตำนาน “สตีเวน คิง” ที่ครั้งนี้แท็กทีมผู้กำกับฮังเกอร์เกมส์ “ฟรานซิส ลอว์เรนซ์” …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/912167&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2H54xrdR6Mu09L75UOfgj3

  • หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวและการกีฬา

    หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวและการกีฬา

    หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวและการกีฬา กับคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา

    วันที่ 5 กันยายน 2568 ผู้แทนหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ โดย นายสุกฤษ กระแสสุข กรรมการรองเลขาธิการ ร่วมประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวและการกีฬา กับคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา นำโดย นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานกรรมาธิการฯ เนื่องในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงาน ทั้งนี้ เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวและการกีฬาของจังหวัดเชียงใหม่ การปรับปรบปรุง และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมด้านการกีฬาที่สำคัญของจังหวัดเพื่อเพื่อเชื่อมโยงการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน ณ ห้องประชุม 5 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่

    โดย นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานกรรมาธิการฯ กล่าวว่า การมาพบปะหารือร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ เพื่อต้องการรับฟังและหารือเกี่ยวกับแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬาของจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน การจัดกิจกรรมด้านการกีฬาที่สำคัญ รวมถึงรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานไปช่วยสนับสนุนแก้ไข เนื่องจากสถานการณ์ท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวน้อยลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงต้องเร่งหาแนวทางในการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ให้กลับมาดีขึ้นอีกครั้ง ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ จะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้ในวันนี้ไปประกอบการพิจารณา เพื่อทำข้อเสนอเชิงนโยบายนำไปปรับใช้ให้เข้ากับศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน

    ด้าน นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์การท่องเที่ยวได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ความต้องการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวก็เปลี่ยนไป ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้พยายามปรับรูปแบบการท่องเที่ยวให้สอดรับกับปัจจุบัน จะไม่ใช่เพียงแค่เข้ามาถ่ายรูปเหมือนเช่นก่อน แต่เปลี่ยนเป็นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์มากขึ้น ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัสและซึมซับสิ่งที่เป็นทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางสังคม และภูมิปัญญาที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง นำมาผสมผสานจนกลายเป็นการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรและมีมูลค่าสูง พร้อมทั้งนำกิจกรรมและเทศกาลเด่นในแต่ละเดือนมาขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในรูปแบบ 12 เดือน 12 เทศกาล โดยได้วางกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยวและตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นเป็น 110,000 ล้านบาทต่อปี หวังให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น พำนักอาศัยนานขึ้น และกลับมาท่องเที่ยวซ้ำอีก ต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวสร้างสรรค์และมีมูลค่าสูง โดยสร้างจุดขายจากกิจกรรมหรือสินค้าใหม่ ๆ ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย

    สำหรับประเด็นที่ภาคเอกชนต้องการขอรับการสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการฯ ประกอบด้วย 3 ประเด็นหลักดังนี้ 1) ขอให้กำหนดวันห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยทางคณะกรรมาธิการฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า จะให้จังหวัดเชียงใหม่มีอำนาจในการอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นการเฉพาะในกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา 2) ช่วยผลักดันกิจกรรมการท่องเที่ยวขนาดใหญ่และนานาชาติในพื้นที่เชียงใหม่ และ 3) ผลักดันระเบียบงบประมาณในการใช้งบประมาณไปต่างประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาและเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวระดับนานาชาติให้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ขอให้ช่วยติดตามเร่งรัดการดำเนินโครงการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ จะรวบรวมข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะต่างๆ ของภาคเอกชน ส่งต่อให้กับทางคณะกรรมาธิการฯ เพื่อนำไปพิจารณาขับเคลื่อนต่อไป

    ข้อมูลข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

    #หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ #CCC25 #YECหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ #YECCM #ChiangmaiForward

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3762154/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0P5nf0S3K2JVIiKRNY_uM8

  • ททท. ดัน “หมอลำ” สู่ Soft Power ระดับโลก จัดงาน “หมอลำเฟสติวัล”

    ททท. ดัน “หมอลำ” สู่ Soft Power ระดับโลก จัดงาน “หมอลำเฟสติวัล”

    ททท. ดัน “หมอลำ” สู่ Soft Power ระดับโลก จัดงาน “หมอลำเฟสติวัล” รวมคณะหมอลำชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทย ผสมผสานศิลปะพื้นบ้านกับ T-Pop พร้อมสอดแทรกแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อม

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำ “หมอลำ” Soft Power ที่โดดเด่นแห่งแดนอีสานสู่สายตาระดับโลกซึ่งไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งในศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์และมีชีวิตชีวาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว แต่ยังแสดงถึงวิถีชีวิต อารมณ์ขัน และภูมิปัญญาของชาวอีสานได้อย่างลึกซึ้ง ด้วยจังหวะที่เร้าใจ บทเพลงที่สะท้อนมุมมองทางสังคม และการแสดงที่สื่อถึงบุคลิกของผู้คน ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวและผู้คนทั่วโลก กระตุ้นให้เกิดการเดินทางและเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเดินทางในช่วง Green Season ด้วย Green Event โดยได้ผสานแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวิถียั่งยืนพร้อมสร้างประสบการณ์เป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลก ภายใต้แคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย”

    งาน “หมอลำเฟสติวัล” จัดขึ้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดอุดรธานี ผ่านแนวคิด “5 Must Do in Thailand” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ได้แก่ Eat Thai Food, Shop Thai Products, Thai Culture, Thai Wellness และ Thai Festivals และชมการแสดงจากศิลปินนักร้องลูกทุ่งหมอลำที่มีชื่อเสียง พร้อมกับการนำเสนอขายอาหารไทย อาทิ อาหารสไตล์ Street food เมนูเด็ดท้องถิ่นอาหารไทยฟิวชั่นที่นำวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้ในพื้นที่มาดัดแปลงและรังสรรค์ สร้างเมนูอาหารอีสานที่มีความแปลกใหม่ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Workshop การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากชุมชน พร้อมทั้งกิจกรรมส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวกระตุ้นการเดินทางเข้าพื้นที่อีสาน โดยจัดงาน 2 จังหวัด ได้แก่ วันที่ 19-21 กันยายน 2568 ณ ลานหอโหวด จังหวัดร้อยเอ็ด และ วันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี

    ภายในงาน “หมอลำเฟสติวัล” มีการจัดแสดงแสง เสียง โดยคำนึงถึงการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) สอดแทรกแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อม เช่น การ workshop DIY กระเป๋าจากเศษผ้าทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ การสาธิตงานฝีมือจากวัสดุธรรมชาติ การออกบูทจำหน่ายอาหารต้องใช้วัสดุภาชนะจากธรรมชาติ เพื่อใช้สำหรับใส่อาหาร และถุงสำหรับใส่สินค้าที่ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมชมศิลปินนักร้องลูกทุ่งหมอลำร่วมสมัยที่มีชื่อเสียง อาทิ คณะหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ คณะหมอลำประถมบันเทิงศิลป์ คณะหมอลำซานเล้าบันเทิงศิลป์ คณะหมอลำเสียงอีสาน และศิลปิน T-POP อาทิ Bamm  Instinct Yes’sirdays Slapkiss Kylinz  และกิจกรรมสุดพิเศษบนเวที ลุ้นรับ 1) คูปองส่วนลด ค่าที่พัก ร้านอาหาร ของที่ระลึก มูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 100,000 บาท เพื่อมอบเป็นสิทธิพิเศษให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม 2) Voucher โรงแรม/ที่พัก โปรแกรมท่องเที่ยว สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคอีสาน มูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 200,000 บาท

    นักท่องเที่ยว ที่สนใจสามารถเข้าชมงาน “หมอลำเฟสติวัล” ได้ฟรี ตั้งแต่เวลา 17.00 น.-24.00 น. โดยวันที่ 19-21 กันยายน 2568 ณ ลานหอโหวด จ.ร้อยเอ็ด และวันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : หมอลำเฟสติวัล หรือ Facebook Page : ททท.สำนักงานขอนแก่น TAT Khonkaen Fanpage หรือ Facebook Page: ททท.สำนักงานอุดรธานี TAT Udon Thani Office หรือ Facebook Page: เที่ยวอีสาน หรือ โทร. 1672 Travel buddy


     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/56746&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nOpTMf-lEofjrciXoh82R

  • ผถห.TPL ไฟเขียวเทค 2 บ.ขนส่งสร้างเครือข่ายรถขนส่งพัสดุ-บุคลลากรขึ้นผู้นำโลจิสติกส์ครบวงจร

    ผถห.TPL ไฟเขียวเทค 2 บ.ขนส่งสร้างเครือข่ายรถขนส่งพัสดุ-บุคลลากรขึ้นผู้นำโลจิสติกส์ครบวงจร

    ผถห.TPL ไฟเขียวเทค 2 บ.ขนส่งสร้างเครือข่ายรถขนส่งพัสดุ-บุคลลากรขึ้นผู้นำโลจิสติกส์ครบวงจร

    บมจ.ไทยพาร์เซิล [TPL] เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้อนุมัติประเด็นสำคัญได้แก่

    – การเข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัท เฟิสท์ ทรานสปอร์ต จำกัด (FT) ผู้ให้บริการรถบัสและรถตู้สำหรับการท่องเที่ยวและการเดินทางในประเทศ เพื่อขยายฐานธุรกิจสู่บริการขนส่งบุคคลในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในอนาคต

    – การเข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัท เฉลิมภัทร คอร์ปอเรชั่น จำกัด (CPC) ซึ่งประกอบธุรกิจด้านการขนส่งบุคคล ทั้งการขนส่งพนักงานภาคอุตสาหกรรม และรถโดยสารประจำทางระหว่างจังหวัด เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการที่หลากหลายและสร้างรายได้ระยะยาวที่มั่นคง

    – การออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน ทั้งในรูปแบบการจัดสรรให้บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) และสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) รวมถึงการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) รุ่น TPL-W1 และ TPL-W2

    – การขอผ่อนผันการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (Whitewash) เพื่อรองรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ภายหลังการเข้าซื้อกิจการและการเพิ่มทุน

    นายชัยพิพัฒน์ แก้วไตรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TPL กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจการเข้าลงทุนใน FT และ CPC ถือเป็นการขยายธุรกิจครั้งสำคัญ ที่ช่วยให้บริษัทฯ ก้าวสู่การเป็น Integrated Logistics Hub ครอบคลุมทั้งการขนส่งสินค้าและการขนส่งบุคคล รวมกว่า 1,500 คันซึ่งจะช่วยกระจายรายได้ ลดความเสี่ยงจากการแข่งขันในตลาดขนส่งพัสดุ และเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง

    ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้ปรับรายละเอียดสำคัญในแผนยุทธศาสตร์การลงทุนภายใต้โครงการ “Project Synergy Move” ซึ่งเป็นการเข้าลงทุนในบริษัท เฟิสท์ ทรานสปอร์ต จำกัด (FT) และบริษัท เฉลิมภัทร คอร์ปอเรชั่น จำกัด (CPC) เพื่อยกระดับธุรกิจจากผู้ให้บริการขนส่งพัสดุสู่แพลตฟอร์มการขนส่งและการเคลื่อนย้ายแบบครบวงจร โดยมติได้รับการอนุมัติครบทุกวาระ ช่วยปูทางให้บมจ. ไทยพาร์เซิล เดินหน้าขยายธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรในประเทศไทย


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq05/12745312&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gZRQLbWPCNls66yDYKXwj

  • เตรียมตัวให้พร้อม “ภูกระดึง” เปิดท่องเที่ยว-พักแรมบนยอดเขา 1 ต.ค.68-31 พ.ค.69

    เตรียมตัวให้พร้อม “ภูกระดึง” เปิดท่องเที่ยว-พักแรมบนยอดเขา 1 ต.ค.68-31 พ.ค.69

    ปลายปี 2568 ลมหนาวเริ่มพัดมาเยือน ความท้าทายครั้งใหม่ที่ “ภูกระดึง” กำลังรอคอยนักเดินทางได้เริ่มต้นอีกครั้งแล้ว อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย ประกาศเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักค้างแรมบนยอดภู ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2568 – 31 พ.ค. 2569 หลังปิดฟื้นฟูธรรมชาตินาน 4 เดือนเต็ม เพื่อให้ป่าไม้ น้ำตก และสรรพชีวิตบนภูได้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม

    นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มเดินทางขึ้นยอดเขาได้ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น. ของทุกวัน เตรียมพบกับเสน่ห์แห่งผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ทะเลหมอกยามเช้า และวิวทิวทัศน์ตระการตาที่ขึ้นชื่อว่า เป็นหนึ่งในความงดงามที่สุดของเมืองไทย  

    ภูกระดึงไม่ใช่แค่การเดินป่า แต่เป็นการเดินทางเพื่อพิสูจน์หัวใจ “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” คำกล่าวนี้ดังก้องในใจนักเดินทางทุกคนที่ก้าวผ่านเส้นทาง 5.5 กม. สู่ยอดเขา และต่อด้วยอีก 3.5 กม. สู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง ที่นี่คือสนามทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ ท่ามกลางธรรมชาติอันสมบูรณ์ที่มีทั้งน้ำตก ผาหิน และลานสนกว้างใหญ่ 

    ในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิอาจแตะ 0-10 องศาเซลเซียส พร้อมหมอกหนาที่ยอดภูกระดึง โดยเฉพาะเดือนธันวาคมที่ใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนสีเป็นแดงเพลิง สร้างภาพที่น่าตื่นตา ไม่ว่าคุณจะมาเพื่อถ่ายรูปเช็กอินที่ผาหล่มสัก ชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก หรือเดินสำรวจสระอโนดาต ภูกระดึงก็พร้อมมอบประสบการณ์ที่ยากจะลืม 

    เตรียมร่างกายให้พร้อม ตรวจสอบสภาพอากาศ จองเต็นท์ล่วงหน้า และอย่าลืมระวังสัตว์ป่า เช่น ช้างป่า ที่อาจปรากฏตัว ภูกระดึงไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง แต่คือตำนานแห่งการผจญภัยที่รอให้คุณมาเขียนเรื่องราวของตัวเอง กล้าพิชิตหรือยัง 

    เส้นทางที่เปิดให้นักท่องเที่ยวใช้เส้นทาง ในปี 2568

    • เส้นทางขึ้นเขา-เส้นทางหลังแป-โซนศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)

    • เส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)-ผานกแอ่น (เปิด 1 รอบต่อวัน)

    • เส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)-อ่างเก็บน้ำไพรัตน์ ธารไชย

    • เส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)-ลานองค์พระพุทธเมตตา

    • เส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)-ลานองค์พระพุทธเมตตา-น้ำตกถ้ำใหญ่ (เปิด 1 รอบต่อวัน)

    • เส้นทางเลียบหน้าผา-ผาเมษา-ผาหมากดูก-ผาจำศีล-ผานาน้อย-ผาเหยียบเมฆ-ผาแดง-ผาหล่มสัก

    จุดท่องเที่ยว – ระบบรักษาความปลอดภัย

    • จุดท่องเที่ยวผานกแอ่น มีเจ้าหน้าที่บินโดรน และออกลาดตระเวนเส้นทางก่อนนำนักท่องเที่ยวเข้าสู่จุดท่องเที่ยว โดยมีเจ้าหน้าที่นำทางตลอดเส้นทาง สามารถเข้าชมได้ 1 รอบต่อวัน เวลา 05.00 น.

    • จุดท่องเที่ยวน้ำตกถ้ำใหญ่ มีเจ้าหน้าที่บินโดรน และออกลาดตระเวนเส้นทางก่อนนำนักท่องเที่ยวเข้าสู่จุดท่องเที่ยว โดยมีเจ้าหน้าที่นำทางตลอดเส้นทาง สามารถเข้าชมได้ 1 รอบต่อวัน เวลา 10.00 น.

    • จุดท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น อ่างเก็บน้ำไพรัตน์-ธารไชย , ลานองค์พระพุทธเมตตา , เส้นทางเรียบหน้าผา ผาเมษา , ผาหมากดูก , ผาจำศีล , ผานาน้อย , ผาเหยียบเมฆ , ผาแดง และผาหล่มสัก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้เอง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยลาดตระเวนเส้นทาง และมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว

    “ภูกระดึง” เที่ยวเลย หน้าหนาว ธรรมชาติสวย

    หนึ่งในลิสต์ เส้นทางท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ภูกระดึง เส้นทางในฝันของนักเดินป่า ที่ใครหลายคนอยากพิชิตให้ได้ สักครั้ง

    ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย อุทยานแห่งชาติอันดับ 2 ของประเทศไทย (ประกาศเมื่อ 23 พ.ย. 2505) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 348 ตารางกิโลเมตร ที่นี่คือภูเขาหินทรายยอดตัด มีที่ราบบนภูกระดึงประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร เต็มไปด้วยผืนป่า ทุ่งหญ้า หน้าผา ลำธาร น้ำตก และเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำพอง สายน้ำสำคัญสายหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    เสน่ห์ของภูกระดึง คือบรรยากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะฤดูหนาวอุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง 0 องศาเซลเซียส ทำให้ที่นี่กลายเป็นหมุดหมายยอดฮิต ทั้งกลุ่มเพื่อน คู่รัก ครอบครัว ไปจนถึงนักเดินป่ามือใหม่ที่อยากท้าทายทั้งแรงกายและหัวใจ

    นอกจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แล้ว สิ่งที่เป็นภาพจำของการพิชิตภูกระดึงก็คือ “ลูกหาบ” ฮีโร่เบื้องหลังการเดินทาง ที่คอยแบกสัมภาระหนักอึ้งขึ้นยอดเขา อาชีพนี้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็นอีกหนึ่งวิถีชีวิตที่ผูกพันกับภูเขาแห่งนี้ ภูกระดึงมีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร

    เส้นทางขึ้นภูกระดึงจึงไม่ใช่แค่ “การเดิน” แต่คือ บททดสอบความอดทน ผ่านซำต่าง ๆ ไล่ตั้งแต่ ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก ซำกกหว้า ซำกกไผ่ ซำกกโดน ซำแคร่ จนถึง หลังแป จุดสุดท้ายที่ขึ้นไปถึงยอด ซึ่งถือว่าโหดที่สุด เพราะต้องปีนป่ายโขดหินทีละก้าว แต่ก็มีจุดพักให้แวะเติมพลัง ดื่มน้ำ กินข้าว ก่อนออกเดินหน้าต่อ

    และเมื่อถึงยอดภูกระดึง ความเหนื่อยที่สะสมมาตลอดเส้นทางจะถูกแทนที่ด้วย ความภูมิใจและความสุข ที่ได้พิชิตหนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่สวยที่สุดในไทย

    อ่านข่าว : เปลี่ยนเส้นทางบินไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Flight Plan ที่รัดกุม

    เจาะลึก Bombardier Global 7500 เจ็ตส่วนตัวสุดล้ำพา “ทักษิณ” สู่ดูไบ

    ไทม์ไลน์ “ทักษิณ” แจ้งไปสิงคโปร์ ก่อนเปลี่ยนเส้นทางลงจอดดูไบใช้เวลาบิน 7.21 ชม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/356209&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qKAm5N8WQCII0ODJzMek5