Blog

  • กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ลงนามข้อตกลง 3 ฉบับ กระชับความร่วมมือหลายด้าน : อินโฟเควสท์

    กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ลงนามข้อตกลง 3 ฉบับ กระชับความร่วมมือหลายด้าน : อินโฟเควสท์

    กัมพูชาและฟิลิปปินส์ลงนามในข้อตกลง 3 ฉบับในวันนี้ (8 ก.ย.) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีด้านการเชื่อมโยงการเดินทางทางอากาศ การศึกษาระดับอุดมศึกษา และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามเอกสารดังกล่าวภายหลังการประชุมทวิภาคี ณ วิมานสันติภาพ ในกรุงพนมเปญ

    ฮุน มาเนต เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามว่า ทั้งสองฝ่ายได้ให้คำมั่นว่าจะส่งเสริมความร่วมมือในภาคส่วนต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งการค้าและการลงทุน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน

    “กัมพูชาพร้อมเป็นพันธมิตรที่พึ่งพาได้ในการสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารของฟิลิปปินส์” ฮุน มาเนต กล่าว

    ทั้งนี้ ปธน.มาร์กอสมีกำหนดการเดินทางเยือนกัมพูชาเป็นเวลาสามวัน ระหว่างวัน 7-9 ก.ย.

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/527864&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1R_o7kzVnt8PlOH66PYWvW

  • ปิดฉาก 2 ปี รัฐบาลเพื่อไทย นโยบายเยอะ-สำเร็จน้อย

    ปิดฉาก 2 ปี รัฐบาลเพื่อไทย นโยบายเยอะ-สำเร็จน้อย

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/government-204&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SLLK9sEPH6O4FhyobTB6r

  • “รมว.นฤมล”ปฐมนิเทศนักศึกษาทุนจีน”ชี้ นศ.ทุกคนคือเมล็ดพันธุ์พัฒนาประเทศ ขอให้เรียนรู้เทคโนโลยีนวัตกรรม เพื่อนำกลับมาพัฒนาประเทศ

    “รมว.นฤมล”ปฐมนิเทศนักศึกษาทุนจีน”ชี้ นศ.ทุกคนคือเมล็ดพันธุ์พัฒนาประเทศ ขอให้เรียนรู้เทคโนโลยีนวัตกรรม เพื่อนำกลับมาพัฒนาประเทศ

    เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดโครงการปฐมนิเทศนักศึกษาทุนสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี Ms. Xu Lan อุปทูตที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตลอดจนผู้บริหารจาก Nanjing Vocational College of Information Technology และ Liuzhou Polytechnic University ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูอาจารย์และนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วม ณ โรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ

    ศ.ดร.นฤมล ได้กล่าวแสดงความยินดีกับนักศึกษาไทยที่ได้รับทุนศึกษาต่อในประเทศจีนทั้ง 165 คน และมีคณะครูอาชีวะอีก 25 คน ร่วมเดินทางไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านการศึกษาและอาชีวะระหว่างไทยกับจีน พร้อมกล่าวว่า โอกาสที่ได้รับครั้งนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและไม่ใช่ทุกคนจะได้มา ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนผ่านการคัดเลือกเพราะมีศักยภาพและความพร้อม จึงอยากให้ใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ความสัมพันธ์ไทย–จีน แม้จะมีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการครบ 50 ปีในปีนี้ แต่ในมิติของประชาชนและวัฒนธรรม ความผูกพันมีมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี หลายครอบครัวชาวไทยมีเชื้อสายจีน และยังคงสืบทอดภาษาและประเพณีมาจนถึงปัจจุบัน แสดงถึงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ ซึ่งจีนในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงโรงงานของโลก แต่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก ดังนั้น นักศึกษาที่เดินทางไปศึกษาจะได้มีโอกาสเห็นความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิด และควรใช้โอกาสนี้เรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาการ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การผลิตแบตเตอรี่ และการวิจัยพัฒนา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะการสร้างนวัตกรรมและยกระดับอุตสาหกรรมไทย

    “นักศึกษาทุกคนคือเมล็ดพันธุ์สำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต จึงอยากให้ตั้งเป้าหมายใหญ่ ฝันให้ไกล และใช้โอกาสนี้เป็นแรงบันดาลใจเพื่อนำมาสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับสังคมไทย โครงการนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ไทยได้บุคลากรที่มีศักยภาพ ขณะที่จีนก็ได้ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน และเมื่อทุกคนกลับมา เราจะเห็นการพัฒนาประเทศไทยด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ที่ได้รับประสบการณ์ตรงจากประเทศที่เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของโลก”ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/858068/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3B821RDNA57xZot0KN4Uas

  • “นฤมล” เปิดโครงการปฐมนิเทศ “นศ.ทุนจีน” ชี้เป็นโอกาสสำคัญการศึกษา ขอเรียนรู้ความก้าวหน้า นำกลับพัฒนาประเทศไทย | TOPNEWS

    “นฤมล” เปิดโครงการปฐมนิเทศ “นศ.ทุนจีน” ชี้เป็นโอกาสสำคัญการศึกษา ขอเรียนรู้ความก้าวหน้า นำกลับพัฒนาประเทศไทย | TOPNEWS

    ศ.ดร.นฤมล ได้กล่าวแสดงความยินดีกับนักศึกษาไทยที่ได้รับทุนศึกษาต่อในประเทศจีนทั้ง 165 คน และมีคณะครูอาชีวะอีก 25 คน ร่วมเดินทางไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านการศึกษาและอาชีวะระหว่างไทยกับจีน พร้อมกล่าวว่า โอกาสที่ได้รับครั้งนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและไม่ใช่ทุกคนจะได้มา ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนผ่านการคัดเลือกเพราะมีศักยภาพและความพร้อม จึงอยากให้ใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ความสัมพันธ์ไทย–จีน แม้จะมีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการครบ 50 ปีในปีนี้ แต่ในมิติของประชาชนและวัฒนธรรม ความผูกพันมีมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี หลายครอบครัวชาวไทยมีเชื้อสายจีน และยังคงสืบทอดภาษาและประเพณีมาจนถึงปัจจุบัน แสดงถึงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ ซึ่งจีนในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงโรงงานของโลก แต่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก ดังนั้น นักศึกษาที่เดินทางไปศึกษาจะได้มีโอกาสเห็นความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิด และควรใช้โอกาสนี้เรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาการ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การผลิตแบตเตอรี่ และการวิจัยพัฒนา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะการสร้างนวัตกรรมและยกระดับอุตสาหกรรมไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1305385&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sQh5_N9ZCDlplmdk8lSVU

  • รื้อยกยวง! โผ ครม.อนุทิน 1 ‘ธรรมนัส’ คุมท่องเที่ยว ‘กลาโหม-ยุติธรรม’ รอเปิดคนนอก ลุ้นมีชื่อนายพลสีกากี

    รื้อยกยวง! โผ ครม.อนุทิน 1 ‘ธรรมนัส’ คุมท่องเที่ยว ‘กลาโหม-ยุติธรรม’ รอเปิดคนนอก ลุ้นมีชื่อนายพลสีกากี

    โผครม.อนุทิน 1 รื้อยกยวง หลัง ธรรมนัส คุม ท่องเที่ยว ทำ ภูมิใจไทย ต้องเกลี่ยใหม่ ไชยชนก ดีอี ซาบีดา วัฒนธรรม รอเปิดคนนอก กลาโหม-ยุติธรรม แว่วพลตำรวจโท อดีตรองผบช.ภาค 3 ติดโผ

    7 ก.ย.2568- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโผ ครม.ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีส่วนใหญ่ประมาณ 12 ที่นั่ง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค จะนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 

    ขณะที่ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล จะได้นั่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ส่วนรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือ นางศุภมาส อิศรภักดี และนายภราดร ปริศนานันทกุล ส่วนนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ จะนั่งกระทรวงคมนาคม นายนภินทร ศรีสรรพางค์ นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

    สำหรับโควตาคนนอกที่ชัดเจนแล้ว คือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่จะเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่จะเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จะได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

    ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังเป็นโควตาคนนอก ซึ่งมีกระแสข่าวว่าเป็นตำรวจระดับอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 คือ  ระหว่าง พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล   หรือ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์

    ในส่วนของพรรคกล้าธรรม​ 7 เก้าอี้​ ก็มีการขยับโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ก่อนหน้านี้มีชื่อว่าจะนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปลี่ยนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง​ศึกษา​ธิการ​ นายอัครา พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ​

     ขณะที่นายไผ่ ลิกค์ และนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย​ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ ยังมีชื่อของนายองอาจ วงษ์ประยูร​ ส.ส.สระบุรี​ นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

    ส่วนพรรคพลังประชารัฐ​ได้​ 4 เก้าอี้​ ซึ่งตอนนี้มีรายชื่อปรากฏคือนายสันติ​ พร้อมพัฒน์  ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข​ นางตรีนุช เทียนทอง นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ส่วนอีก 2 รัฐมนตรีช่วยยังไม่เคาะทั้งชื่อ และกระทรวง

    สำหรับกลุ่มนายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ ชัดเจนแล้วว่า ได้ 3 เก้าอี้ โดยเจ้าตัวได้นั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ คนสนิท นายสุชาติได้โควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม​ นอกจากนี้ ยังมีชื่อของนายธนกร วังบุญคงชนะ จะไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

    ในส่วนกลุ่มของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ได้โควตารัฐมนตรีว่าการ 1 ตำแหน่ง ซึ่งนายศักดิ์ดาจะนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการเอง ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ 1 ตำแหน่ง มีชื่อของนายนริศ ขำนุรักษ์ แต่ยังไม่ระบุว่าจะได้ตำแหน่งไหน ขณะที่กลุ่มของนายนิพนธ์ บุญญามณี จะได้รับเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีชื่อของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ลูกสาวของนายนิพนธ์ อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีเดิมของพรรคภูมิใจไทยได้ตำแหน่งในครม.อนุทิน 1 ทั้งหมด ส่วนที่โผขยับในครั้งนี้เนื่องจากร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้คุมกระทรวงกลาโหม ทำให้อยากได้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงต้องมีการขยับเก้าอี้ทั้งหมด

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/857669/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kjcXkFSSmLXWfgfayBm3H

  • เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    จับตาแนวนโยบายเศรษฐกิจจากโผ “ครม. อนุทิน” ลุ้นปัดฝุ่นโครงการเก่า-เดินหน้าและยกเลิกโครงการปัจจุบัน ส่องหุ้นไหนได้และเสียประโยชน์?

    โผรายชื่อ ครม.ใหม่ ก็มีออกมาให้เห็นกันหลายคนแล้ว หลังจากเมื่อวันที่ 5 ก.ย.2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ จากนั้นเมื่อวันที่ 7 ก.ย.2568 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

    ไม่ว่าจะเป็น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น 

    ทั้งนี้ “โพสต์ทูเดย์” ได้หยิบยกบทวิเคราะห์ของ บล.บัวหลวง ซึ่งได้มีการประเมินแนวนโยบายเศรษฐกิจจากโผ ครม. ที่ออกมา รวมไปถึงหุ้นที่ได้และเสียประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ ดังนี้ 

    รมว.คลัง : 

    • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (โควต้าคนนอก)

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ
    1.สานต่อโครงการแบงก์ชาติ เช่น หน่วยงานกลางจัดเรตติ้งและค้ำประกันแห่งชาติ 

    • หุ้นได้ประโยชน์ : KTB, TTB, SAWAD, MTC 

    2.กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น โครงการคนละครึ่ง เงินกู้ฉุกเฉิน

    • หุ้นได้ประโยชน์ : CPALL, CPAXT, BJC, COM7, SYNEX, HMPRO, DOHOME, CPF, M, MAGURO, MINT, CENTEL, ERW, CRC

    3.ไม่ขัดนโยบายการเงินผ่อนคลาย (ดอกเบี้ยขาลง)

    • หุ้นเสียประโยชน์ : กลุ่มธนาคาร

    4.G-Token อาจไม่ได้ไปต่อ

    • หุ้นเสียประโยชน์ : SCB, XPG 

    รมว.พาณิชย์ :

    • นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (โควต้าคนนอก)

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.แก้ปัญหาค่าครองชีพ / ดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค / ราคาสินค้าเกษตร

    • หุ้นได้ประโยชน์ : MTC, SAWAD, JMT, CPALL, CPAXT, BJC

    2.ขับเคลื่อนการขยายตลาดใหม่ (FTA)

    • หุ้นได้ประโยชน์ : นิคม, WHA, AMATA

    รมว.ต่างประเทศ :

    • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (โควต้าคนนอก) 

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.แก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนผ่านการทูต

    • หุ้นได้ประโยชน์ : CBG, BDMS, BCH, SAV

    รมว.พลังงาน : 

    • นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ (โควต้าคนนอก) 

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.หากกฎหมายน้ำมันฉบับใหม่ไม่ได้ไปต่อ

    • หุ้นได้ประโยชน์ : PTG, OR, TOP, PTTGC

    2.การปรับโครงสร้างราคาก๊าซ ถ้าได้เดินหน้าต่อ–>ต้นทุนก๊าซโรงไฟฟ้าถูกลง ผลักดันแผน PDP สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนโครงการพลังงานสะอาด

    • หุ้นได้ประโยชน์ : PTT, GPSC, BGRIM,GULF, GUNKUL

    รมว.มหาดไทย :

    • นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ภูมิใจไทย)

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.ประสาน “คลัง” ช่วยแก้หนี้ เพิ่มกำลังซื้อเศรษฐกิจ ฐานราก นโยบายเงินกู้เร่งด่วน (เติมสภาพคล่อง)

    • หุ้นได้ประโยชน์ : MTC, SAWAD, CPALL, BJC

    2.โครงการ Entertainment complex ไม่ได้เกิด

    • หุ้นเสียประโยชน์ : VGI, BTS

    รมว.คมนาคม :

    • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (ภูมิใจไทย) 

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.สานต่อโครงการรถไฟฟ้า 20 บาท

    • หุ้นได้ประโยชน์ : BTS, BEM, PLANB

    2.ปรับขึ้นค่าภาษีสนามบิน (PSC) เดินหน้าต่อ / ฟื้นโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงการบิน : รถไฟ เชื่อมสนามบิน – เมืองการบิน – Aviation Hub

    • หุ้นได้ประโยชน์ : AOT, THAI, SKY, BA, BTS, STECON

    รมว.เกษตรฯ :

    • ตัวแทนพรรคกล้าธรรม

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.งบฯ สนับสนุน-ช่วยเหลือเกษตรกร

    • หุ้นได้ประโยชน์ : MTC, SAWAD, JMT, CPALL, CPAXT, BJC

    รมว.กลาโหม :

    • ตัวแทนพรรค พปชร.

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.แก้ปัญหาชายแดน การค้าชายแดน เดินทางเข้าออก

    • หุ้นได้ประโยชน์ : CBG, BCH, SAV, STECON, CK, อสังหาฯ

    เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/730061&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3m3bAJVRQQksotpnOPAqsI

  • “ภราดร” แย้มเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชาดีขึ้น

    “ภราดร” แย้มเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชาดีขึ้น

    “ภราดร” ยิ้มเขิน สื่อแซวไปทำหน้าเด็ก รอนั่งรัฐมนตรีป้ายแดง แย้มเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชาดีขึ้น หลัง “ฮุนมาเนต” แสดงความยินดี “นายกฯอนุทิน”

    เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ก.ย. 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ชื่อติดโผรัฐมนตรีป้ายแดง เตรียมนั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรค พร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล    โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ซองเอกสารดังกล่าวใช้ประวัติที่เตรียมยื่นให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบ นายภราดร ปฏิเสธว่าไม่ใช่

    เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้ออร่ารัฐมนตรีเริ่มออก นายภราดร ถามกลับว่า “จริงป่ะ” ผู้สื่อข่าวแซวว่า หน้าเด็กลง เพราะไปทำเบบี้เฟสมา จนนายภราดรหลุดหัวเราะ

    อุบไต๋ได้นั่งรัฐมนตรี

    นายภราดร ระบุด้วยว่า ยังไม่ทราบว่าจะได้นั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจริงหรือไม่ ต้องแล้วแต่กรรมการบริหารพรรค พร้อมยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการส่งประวัติไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเมื่อถามต่อว่า พร้อมทำงานหน้าที่หรือไม่หากมีโอกาสได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี นายภราดร ระบุสั้นๆว่า ก็คงแล้วแต่กรรมการบริหาร

    เร่งทำนโยบายกระตุ้นศก.

    นายภราดร ยังเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้ได้เริ่มจัดทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจตามกรอบ 120 วัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ซึ่งมีหลายโครงการอาทิ โครงการพักหนี้เกษตรกรทั้งต้นและดอก โครงการลดราคาปุ๋ย โครงการเยียวยาอย่างสมเหตุสมผลให้กับผู้ประกอบการและประชาชนพื้นที่แนวชายแดน 7 จังหวัด

    คาดรถไฟฟ้า 20 บาทอาจไม่ทัน

    ส่วนนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ ที่หลายฝ่ายจับตา นายภราดร ยอมรับว่า ไม่สามารถผลักดันได้ทันเนื่องจากต้องมีการแก้ไขกฎหมายออกมาควบคุมการจำหน่ายกัญชา รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ยังไม่แน่ใจว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่เนื่องจากกฎหมายยังค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร

    หวัง “ไทย-กัมพูชา”คลี่คลาย

    นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แสดงความยินดีต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล มองว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตนก็หวังว่าจะมีการเจรจาที่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันแล้วว่าจะใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2881489&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2c49SO7xCK0qnRubeiEZfw

  • เปิดชื่อ ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน เร่งแก้หนี้ – สร้างรายได้

    เปิดชื่อ ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน เร่งแก้หนี้ – สร้างรายได้

    เศรษฐกิจ

    เปิดชื่อ ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน เร่งแก้หนี้ – สร้างรายได้

    08 ก.ย. 2025 เวลา 12:02 น.

    “ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน 1 ” เปิดตัวทีมเศรษฐกิจที่ผสมผสานทั้งข้าราชการระดับสูง นักการเมืองมากประสบการณ์ และผู้บริหารเอกชนชื่อดัง เตรียมเดินหน้าลดค่าครองชีพ

    • เปิดชื่อ “ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน 1 ” 8 กระทรวง
    • ผสมผสานทั้งอดีตข้าราชการระดับสูง นักการเมืองบิ๊กเนม และผู้บริหารเอกชนชื่อดัง
    • เตรียมเดินหน้าลดค่าครองชีพ–แก้หนี้เกษตรกร–เพิ่มรายได้ฐานราก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยฝ่าความท้าทายโลก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ได้จัดโผ ครม.ชุดใหม่(รัฐบาลอนุทิน) โฟกัสหลักอยู่ที่ทีมเศรษฐกิจ(ครม.เศรษฐกิจ) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง และสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยมีรายชื่อสำคัญดังนี้

    กระทรวงการคลัง

    เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รมว.คลัง อธิบดีกรมธนารักษ์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร และอดีตอธิบดีกรมศุลกากร ข้าราชการการเงินการคลังมืออาชีพ เชี่ยวชาญด้านนโยบายภาษี

    วรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่ รมช.คลัง อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด  (มหาชน)  มีประสบการณ์ด้านการเงิน-ธนาคาร และตลาดทุน และการเจรจาภาษีกับสหรัฐ

    กระทรวงพาณิชย์

    ในตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนี้ยังไม่ได้คนที่จะมาดำรงตำแหน่งโดยนายอนุทิน อยู่ระหว่างทาบทาม ซึ่งจะเป็นรัฐมนตรีคนนอก ที่ไม่ใช่นักการเมือง 

    นิธิยา บุญญามณี ลูกสาวของนิพนธ์ บุญญามณี ที่มีฐานการเมืองเข้มแข็งในภาคใต้ โดย นิธิยาเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู๊ด จำกัด

    กระทรวงพลังงาน

    อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่ รมว.พลังงาน อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผู้คร่ำหวอดในวงการพลังงาน และปิโตรเคมี

    กระทรวงคมนาคม

    พิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่ รมว.คมนาคม อดีต รมว.แรงงาน รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    นภินทร ศรีสรรพางค์ ว่าที่ รมช.คมนาคม อดีต รมช.พาณิชย์ 

    กระทรวงอุตสาหกรรม

    ธนกร หวังบุญคงชนะ

    กระทรวงแรงงาน

    ตรีนุช เทียนทอง ว่าที่ รมว.แรงงาน ในอดีตเคยเป็น รมว.ศึกษาธิการ มาก่อน

    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

     ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ อดีต รมว.เกษตรฯ ปัจจุบันเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม 

    ไผ่ ลิกค์ ว่าที่ รมช.เกษตรฯ ปัจจุบันเป็น สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ว่าที่ รมช.เกษตรฯ 

    สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ  ว่าที่ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม 

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    อรรถกร ศิริลัทธยากร ว่าที่ รมว.การท่องเที่ยวฯ อดีต รมว.เกษตรฯ

    กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

    ไชยชนก ชิดชอบ ว่าที่ รมว.ดีอี ปัจจุบันเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ 

    เร่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ

    นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทิน ได้ประกาศมุ่งเดินหน้าโรดแมปเศรษฐกิจ 3 แกนหลัก ได้แก่

    1. ลดรายจ่าย ค่าครองชีพ พลังงาน เดินทาง และค่าขนส่ง

    2. แก้หนี้สิน เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ

    3. เพิ่มรายได้ฐานราก ผ่านการพัฒนาชุมชน การท่องเที่ยว และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1197819&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03aq4Us-YuICgTUNJQd4Mc

  • กองกำลังบูรพาจับกุม แรงงานกัมพูชา 50 คน ลอบเข้าเมืองที่สระแก้ว

    กองกำลังบูรพาจับกุม แรงงานกัมพูชา 50 คน ลอบเข้าเมืองที่สระแก้ว

    วันนี้ (8 กันยายน) กองกำลังบูรพา, ฉก.อรัญประเทศ และ ชค.ทพ.12 (ร้อย ทพ.1206) ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณท้ายหมู่บ้านกุดหิน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวในพื้นที่ว่ามีการลักลอบข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน

    จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวแรงงานชาวกัมพูชาจำนวน 50 คน (ชาย 33 คน, หญิง 17 คน) ขณะกำลังเดินเท้าเข้ามาในพื้นที่ สภาพของแรงงานทั้งหมดดูอิดโรย เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

    แรงงานเหล่านี้เปิดเผยว่า พวกเขาเคยทำงานในประเทศไทยมาก่อน แต่จำต้องเดินทางกลับประเทศกัมพูชาเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เนื่องจากมาตรการควบคุมการเข้าออกที่เข้มงวดของทั้งสองประเทศ แต่เมื่อกลับไปถึงภูมิลำเนาแล้ว กลับไม่มีงานทำและขาดรายได้ ประกอบกับรัฐบาลกัมพูชาไม่มีมาตรการช่วยเหลือใดๆ จึงตัดสินใจยอมจ่ายเงินค่าเดินทางให้ผู้นำทางหัวละ 5,000-6,000 บาท เพื่อกลับมาตายเอาดาบหน้าในประเทศไทยอีกครั้ง

    พวกเขายังเล่าอีกว่า ได้ติดต่อผู้นำทางชาวกัมพูชา 3 คน เพื่อนำพาข้ามแดนมาตามเส้นทางธรรมชาติเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ แต่ระหว่างทางก็ถูกเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบเสียก่อน โดยผู้นำทางทั้ง 3 คนอาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีไปในไร่อ้อย เหลือไว้แต่แรงงานชาวกัมพูชาที่ถูกจับกุมตัวไว้ได้ทั้งหมด

    เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวแรงงานชาวกัมพูชาทั้งหมดที่จับกุมได้ในครั้งนี้ ส่ง สถานีตำรวจภูธร(สภ.)คลองน้ำใส เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

    ด้าน พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งปิดด่านชายแดน ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน ถึง 8 กันยายน 2568 ทางหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศสามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าเมืองได้รวม 84 ครั้ง เป็นจำนวนแรงงานชาวกัมพูชามากถึง 329 คน 

    การจับกุมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวังของประชาชนชาวกัมพูชาที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยตนเอง เนื่องจากขาดการดูแลจากรัฐบาลในประเทศบ้านเกิด ที่กดดันให้ประชาชนเดินทางกลับประเทศแล้วไม่มีการช่วยเหลือใดๆ

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/cambodian-workers-arrested-sakaeo/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3t6Uvf3eOyrJPnt4tWi4Bp

  • ปักธง “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

    ปักธง “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

    รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยในการลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนเกษตรสรรค์สร้าง ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ว่า สำนักงานสลากฯ มุ่งมั่นทำงานบนหลัก ESG ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยโครงการ “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน” ที่ดำเนินต่อเนื่องมา 7 ปี 

    โดยสะท้อนความตั้งใจในการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน การเสริมรายได้ให้ชุมชนช่วยลดปัญหาการย้ายถิ่นของแรงงาน พร้อมทั้งช่วยกระจายรายได้ ลดความยากจน และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก

    โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนตลอด 7 ปี ที่ผ่านมา คือความภาคภูมิใจของสำนักงานสลากฯ 
    ที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาส และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กว่า 67 ชุมชน ยังคงรักษา สืบสาน และต่อยอดอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิตที่งดงามต่อไปได้ ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป นอกเหนือจากเม็ดเงินรายได้ของสมาชิกชุมชนจะดีขึ้น เศรษฐกิจมีการหมุนเวียนตามเป้าประสงค์แล้ว การที่จะทำให้ลูกหลานไม่ทิ้งถิ่นฐาน ต้องทำให้เขาเชื่อได้ว่าสิ่งที่เขามีเป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีเรื่องราว และสามารถนำมาต่อยอดหาเลี้ยงชีพได้ และต้องเป็นสิ่งที่สังคมทุกภาคส่วนมองเห็นความสำคัญร่วมกัน

    อย่างไรก็ดี สำนักงานสลากฯ ยังเน้นสนับสนุนชุมชนด้านการตลาด โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าและวัตถุดิบท้องถิ่นให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง เช่น ชุมชนปากพูน ที่มีการต่อยอดทำ e-marketing ส่งสินค้าไปยังตลาดในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศ

    ด้านพันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ กล่าวเสริมว่า แม้ภารกิจหลักของสำนักงานคือการหารายได้เข้ารัฐจากผลิตภัณฑ์สลากกินแบ่งทั้งแบบใบ ดิจิทัล และสลากตัวเลข 3 หลัก แต่สำนักงานไม่ลืมพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยโครงการ “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรม CSR ที่ทำต่อเนื่องมาแล้ว 7 ปี มีการพัฒนาหลากหลายด้าน ทั้งการท่องเที่ยว การยกระดับบรรจุภัณฑ์ การปรับปรุงมาตรฐานสินค้า และการใช้สื่อออนไลน์-อินฟลูเอนเซอร์ช่วยเผยแพร่ความน่าสนใจของชุมชน

    ขณะเดียวกัน พันโท หนุน ระบุว่า ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ 67 แห่งมีรายได้เพิ่มขึ้นราว 10-20% และเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น สำหรับชุมชนปากพูน เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่มีความโดดเด่น สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตเดิม สู่พื้นที่การเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างแท้จริง และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์เกิดจากการรวมตัวของชาวบ้านที่ต้องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ป่าชายเลน ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ เช่น ล่องเรือ ชมอุโมงค์โกงกาง เรียนรู้การอนุบาลปูดำ และทำขนมพื้นบ้านอย่างขนมโคใต้ต้นตาล 

    นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ ยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันสลากแบบใบได้รับสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และในอนาคตจะมีกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อให้ธุรกิจเติบโตควบคู่กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/sustainability/256621&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mfdxhfSddLXw5tLXHYzwv