Blog

  • ชง 4 ประเด็น คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เสนอรัฐบาลใหม่ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ชง 4 ประเด็น คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เสนอรัฐบาลใหม่ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ชง 4 ประเด็น คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เสนอรัฐบาลใหม่

    สภาผู้บริโภคเปิดบ้านต้อนรับผู้บริหาร สคบ. ร่วมหารือแนวทาง คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ยก 4 ประเด็นเร่งด่วนกระทบคุณภาพชีวิตประชาชน เตรียมเสนอรัฐบาลชุดใหม่

    วันที่ 8 กันยายน 2568 คณะผู้บริหารสำนักงานสภาผู้บริโภค นำโดยสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้บริหารจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นำโดยรณรงค์ พูนพิพัฒน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือในการคุ้มครองผู้บริโภค โดยจะเสนอ 4 ประเด็นสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งการยืนยันตัวตนผู้ขายสินค้าออนไลน์ การพัฒนาขนส่งสาธารณะ ค่าน้ำค่าไฟหอพัก และการจัดการสายสื่อสาร พร้อมหารือการผลักดันกฎหมายสำคัญอย่าง “เลมอน ลอว์” เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากปัญหาสินค้าชำรุดบกพร่อง

    ชง 4 ประเด็น คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เสนอรัฐบาลใหม่ : สารี อ๋องสมหวัง

    สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคมีแผนผลักดันนโยบายเร่งด่วนในการคุ้มครองผู้บริโภค ใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การยืนยันตัวตนผู้ขาย และนโยบายเรื่องการขนส่งสาธารณะ และอีก 2 ประเด็นถูกเสนอจากองค์กรสมาชิกในพื้นที่ คือ ประเด็นเรื่องค่าน้ำค่าไฟหอพัก ห้องเช่า และประเด็นเรื่องสายสื่อสาร

    สำหรับเรื่องการยืนยันตัวตนผู้ขายที่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์นั้น เป็นประเด็นสำคัญเรื่องจากปัจจุบันมีการซื้อขายสินค้าออนไลน์ทุกวัน และยังคงมีผู้บริโภคที่ถูกหลอกลวงทุกวันเช่นกัน ทั้งกรณีซื้อของไม่ได้ของ สินค้าไม่ตรงปก โดยเฉพาะการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอย่างเฟซบุ๊ก ดังนั้น การบืนยันตัวตนผู้ขายอาจจะช่วยป้องกันการปลอกลวง และทำให้สามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ด้วย

    ส่วนประเด็นการขยายและพัฒนาการขนส่งสาธารณะ สภาผู้บริโภคมีเป้าหมายเรื่องการรับรองสิทธิของผู้บริโภคในการเข้าถึงบริการสาธารณะ ซึ่งนอกจากจะขับเคลื่อนในกรุงเทพฯ เช่น เรื่องบริการรถไฟฟ้า 20 บาทแล้ว ยังให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาขนส่งในต่างจังหวัด โดยปีนี้มีโครงการขยายความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใน 12 จังหวัด เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และอาจจะขยายเพิ่มใน 20 จังหวัดที่มีหน่วยงานประจำจังหวัด

    “สำหรับนโยบายการเรื่องการขนส่งสาธารณะนั้น ในช่วงหาเสียงเมื่อปี 2566 ทุกพรรคมีนโยบายการผลักดันระบบขนส่งสาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงได้ ของพรรคภูมิใจไทย เสนอให้ใช้บริการรถไฟฟ้าราคา 40 บาทตลอดทั้งวัน สะท้อนถึงความเป็นไปได้ที่นโยบายดังกล่าวจะได้รับการสานต่อ เพราะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน” นางสารี กล่าว

    สำหรับเรื่องที่มีการเสนอจากองค์กรสมาชิกในต่างจังหวัด เรื่องการควบคุมสัญญาหอพัก ค่าน้ำค่าไฟห้องเช่าที่เป็นธรรม เป็นเรื่องที่มองว่าหากทำความร่วมมือกับ สคบ. จะเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน เพราะ สคบ. มีหน้าที่กำกับดูแลเรื่องสัญญาอยู่แล้ว และอยากชวน สคบ. มาร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับมหาวิทยาลัย เนื่องจากหอพักส่วนมากจะอยู่แถวมหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของนักศึกษาได้มาก

    ในกรณีสายสื่อสาร ซึ่งรวมถึงทั้งสายไฟฟ้าและสายสื่อสารของบริษัทต่าง ๆ ที่ห้อยระโยงระยางและในหลาย ๆ ครั้งทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริโภค อย่างกรณีผู้บริโภคในจังหวัดน่านและพะเยา ที่สภาผู้บริโภคเข้าไปช่วยเหลือผู้บริโภคจนได้รับเงินเยียวยา แต่ ยังไม่ใช่การจัดการอย่างเป็นระบบ มองว่าหากทำงานร่วมกับ สคบ. จะช่วยพัฒนาการทำงานให้เป็นรูปธรรมได้มากขึ้น

    “ประเด็นทั้งหมดนี้ สภาผู้บริโภคมองว่าหากทำงานร่วมกับ สคบ. หารือกับรัฐมนตรีและเห็นความสำคัญร่วมกัน น่าจะทำให้เกิดความสำเร็จได้ไม่ยาก” สารี ระบุ

    อิฐบูรณ์ อ้นวงษา

    อิฐบูรณ์ อ้นวงษา รองเลขาธิการสำนังานสภาผู้บริโภค ให้ข้อมูลเสริมว่า ประเด็นการยืนยันตัวตนผู้ขาย อยากทำงานร่วมกับ สคบ. ในแง่มุมของการแสดงฉลาก เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลที่ถูกต้องเพียงพอในการเลือกซื้อสินค้า นอกจากนี้สภาผู้บริโภคยังทำงานร่วมกับ สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) ในเรื่องสัญลักษณ์มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ที่ผู้บริโภคจะใช้ประกอบในการเลือกซื้อสินค้า ซึ่งเป็นประเด็นเรื่องความปลอดภัยของสินค้า

    นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคยังได้ผลักดันร่างพ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือ พ.ร.บ. เลมอน ลอว์ ซึ่งปัจจุบันมีร่างกฎหมายฉบับสภาผู้บริโภคและฉบับสภาผู้แทนราษฎร อยากให้ สคบ. ช่วยผลักดันกฎหมายให้เกิดขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีประเด็นเรื่องสินค้าชำรุดบกพร่องหลายกรณี ซึ่งเป็นกรณีใหญ่ ๆ เช่น เรื่องรถยนต์ไฟฟ้าเนต้า ปัญหาโทรศัพท์มือถือจอขึ้นเส้น เรื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน  

    รณรงค์ พูนพิพัฒน์

    ด้านรณรงค์ พูนพิพัฒน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ระบุว่า คณะผู้บริหาร สคบ. มีความตั้งใจที่จะเข้ามาเยี่ยมเยียน และขยายความร่วมมือระหว่างทั้ง 2 หน่วยงาน ให้เกิดผลและตรงความคาดหมายอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้การดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย

    “อะไรที่กฎหมายให้ทำได้ก็ทำ อะไรที่กฎหมายให้ทำไม่ได้อาจจะนำไปสู่การเสนอแก้ไขกฎหมายต่อไป เราคุยกันในช่วงที่มีการเปลี่ยนรัฐบาลพอดี เป็นช่วงที่ต้องเลือกทำสิ่งที่สามารถสร้างความสำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น และแผนการดำเนินงานในระยะยาวเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค โดยสคบ. ยินดีให้ความร่วมมือกับสภาผู้บริโภคในการผลักดันการคุ้มครองผู้บริโภคให้ประสบความสำเร็จ” รณรงค์ กล่าว

    ทั้งนี้ สคบ. เห็นด้วยในหลักการกับ 4 ประเด็นที่สภาผู้บริโภคเสนอ โดยประเด็นเรื่องการยืนยันตัวตนผู้ขาย เลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า ปัญหาการ คือยืนยันตัวตนผู้ขายในต่างประเทศ และแพลตฟอร์มที่ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายไทย เช่น เฟซบุ๊ก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกับเพราะผู้ขายในประเทศที่สามารถกำกับดูแลได้ และต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีการกำกับดูแลเฉพาะ เช่น เอ็ตด้า (ETDA) กระทรวงดีอี ที่ยังตามทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลายประเทศก็ยังทำไม่ได้เพราะติดเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศด้วย

    ส่วนเรื่องขนส่งสาธารณะ เป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย เพราะหากคุยกับรัฐบาลและรัฐบาลตอบรับ ก็อยากจะถูกนำไปพัฒนาเป็นนโยบายของรัฐบาล เพื่อพัฒนาขนส่งทั่วประเทศได้ แต่ควรระวังเรื่องผู้ที่เสียผลประโยชน์จากข้อเสนอของสภาผู้บริโภค เพราะอาจจะทำให้เกิดเสียงคัดค้าน สำหรับ สคบ. ต้องดูว่าจะร่วมมือกับในลักษณะใด เนื่องจากสคบ. ทำงานเรื่องสินค้าและสัญญาเป็นหลัก แต่ยินดีให้ความร่วมมือ และช่วยใช้กฎหมายในมือเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองผู้บริโภค

    สำหรับเรื่องค่าน้ำค่าไฟหอพัก เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ สคบ.โดยตรง และมีกฎหมายในมือ แต่ปัญหาหลักคือมีผู้ให้บริการจำนวนมาก ทั้งนี้ เรื่องการทำความร่วมมือกับสภาผู้บริโภคและมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องที่น่าสนใจและสามารถทำได้ทันที

    เรื่องสายสื่อสารและสายไฟฟ้าเป็นเรื่องสำคัญมาก ยกตัวอย่างกรณีที่น้ำท่วมแล้วมีคนถูกไฟดูด หรือเสียชีวิตจากช็อต อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่เพราะต้องร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เช่น การไฟฟ้า คมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมถึงภาคเอกชนด้วย แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องคุ้มครองผู้บริโภค เพราะการจ่ายเงินชดเชยการเยียวยาไม่คุ้มค่ากับการเสียชีวิต จึงต้องทำงานเชิงป้องกันด้วย

    สำหรับกฎหมายเลมอนลอว์ สคบ. ได้มีการเสนอกฎหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ต้องติดตามว่าจะมีความคืบหน้าอย่างไร

    “ผมมีความเข้าใจส่วนตัวว่ารัฐบาลใหม่ จะต้องอยากทำอะไรใหม่ ๆ ที่ดีกว่าของเดิม เพราะฉะนั้นเรื่อง 4 นโยบายเร่งด่วนของสภาผู้บริโภค สามารถเสนอได้เลย ถึงแม้ สภาผู้บริโภคจะผลักดันมาตลอด แต่เป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น หากรัฐบาลใหม่ทำให้เกิดขึ้นได้ ก็จะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย” รณรงค์ กล่าว

    นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้แบ่งการทำงานระหว่างสภาผู้บริโภคและสคบ. ออกแบบนโยบายที่น่าจะเป็นรูปธรรมในระยะสั้น เพื่อเสนอต่อรัฐบาล นอกจากนี้ มีข้อเสนอระยะยาวเพื่อเป็นแนวทางให้การดำเนินงานต่อไป นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงแนวทางการประสานงานในการช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย การเชื่อมโยงข้อมูลในการคุ้มครองผู้บริโภค และการออกกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

    การหารือระหว่าง สภาผู้บริโภคและ สคบ. ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการประสานความร่วมมือเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในประเด็นที่กระทบชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องการซื้อขายออนไลน์ การเดินทางสาธารณะ ค่าครองชีพ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หากสามารถผลักดันร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้ผู้บริโภคไทยในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/08092568_tccxocpb_news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JNZPlDQBx62e3yUwkDNlD

  • “สรวงศ์” อำลาตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวฯ

    “สรวงศ์” อำลาตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวฯ

    8 ก.ย. – “สรวงศ์” อำลาตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวฯ โดยมีผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในกระทรวงฯ ร่วมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น

    นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางมาอำลาตำแหน่ง ขอบคุณคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ อย่างเป็นทางการ ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วงบ่ายวันนี้ โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมมอบดอกไม้เพื่อแสดงความขอบคุณและให้กำลังใจ

    บรรยากาศในการอำลาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพัน รมว.สรวงศ์ ได้กล่าวถึงความร่วมมือและความมุ่งมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการท่องเที่ยวและกีฬาให้ก้าวหน้าตามนโยบายที่วางไว้ การทำงานร่วมกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายต่างๆ และสร้างความสำเร็จให้แก่ประเทศ

    ในช่วงท้ายของการอำลา ขณะที่ รมว.สรวงศ์ กำลังก้าวขึ้นรถออกจากกระทรวงฯ มีฝนตกปรอยๆ ทำให้บรรยากาศดูชุ่มฉ่ำและน่าจดจำ ซึ่งถือเป็นความประทับใจสุดท้ายที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำและทีมงาน. – สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    สมุทรปราการ 8 ก.ย.- สมุทรปราการอ่วม! ระดับน้ำยังท่วมสูง หลังฝนตกหนักทั้งคืน ด้าน สพท. สั่งปิดแล้ว 25 โรงเรียน ปรับให้สอนแบบออนไลน์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือ สพท. สั่งปิด 25 โรงเรียนจังหวัดสมุทรปราการ 1 วัน พร้อมปรับการเรียนเป็นแบบออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ปกครอง หลังฝนตกหนักทั้งคืน ถนนสายสำคัญหลายเส้นถูกน้ำท่วม บางแห่งสูงกว่า 30 เซนติเมตร รวมถึงตรอกซอกซอยต่าง ๆ โดยบางพื้นที่น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ขณะเดียวกันหลายจุดยังคงมีน้ำท่วมขัง ระบายออกไม่ได้ เนื่องจากระดับน้ำในคลองสายหลักสูง ประกอบกับน้ำทะเลหนุน เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำ หากฝนไม่ตกลงมาซ้ำ คาดว่าบ่ายวันนี้สถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ มีรายงานว่าเกิดเหตุ หนุ่มวัย 17 ปี เข็นรถจักรยานยนต์ฝ่าน้ำ ถูกไฟรั่วจากแบริเออร์ก่อสร้างบนถนนแพรกษา ช็อตเสียชีวิตต่อหน้าเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่เร่งสอบหาสาเหตุและป้องกันเหตุซ้ำ -สำนักข่าวไทย

    กรุงเทพฯ 8 ก.ย. – ศาลสั่งจำคุก 4 ปี “ลูกเกด ชลธิชา” สส.ประชาชน คดี ม.112 คำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือ 2 ปี 8 เดือน ส่าสุดศาลให้กันประกันตัวแล้ว กำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาต วันนี้ ( 8 ก.ย.) ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ.595/65 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด สส.พรรคประชาชน จ.ปทุมธานี เป็นจำเลยในความผิด ดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ ม.4 (3) จากกรณีเมื่อวันที่ 8 พ.ย.63 จำเลยได้โพสต์ข้อความ ลงในเฟซบุ๊กตัวเอง เกี่ยวกับราษฎรสาส์น […]

    กรุงเทพฯ 7 ก.ย. – โผ ครม. “อนุทิน 1” รื้อทั้งยวง หลัง “ธรรมนัส” คุมท่องเที่ยว ทำภูมิใจไทยต้องเกลี่ยใหม่ “ไชยชนก” ดีอี “ซาบีดา” วัฒนธรรม รอเปิดคนนอก “กลาโหม-ยุติธรรม” แว่วพลตำรวจโท อดีตรองผู้การภาค 3 ติดโผ จับตา “ศักดิ์ดา” ร่วมด้วย​ ด้าน “นิพนธ์” จ่อดันลูกสาวเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโผ ครม.ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีส่วนใหญ่ประมาณ 12 ที่นั่ง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค จะนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขณะที่นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล […]

    ชัยภูมิ 7 ก.ย.-น้ำท่วมหนักใน 3 อำเภอของจังหวัดชัยภูมิ หลังฝนตกหนักตลอดทั้งคืน สภาพภายในวัดดอนไผ่ ริมถนนชัยภูมิ-นครสวรรค์ อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (7 ก.ย.) หลังพายุฝนกระหน่ำตลอดทั้งคืน ระดับน้ำท่วมสูง 50 เซนติเมตร พระสงฆ์ต้องอพยพหนีน้ำท่วมไปฉันอาหารอยู่บนที่สูง ขณะนี้ระดับน้ำยังไม่ลดลง นอกจากนี้ ยังเกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง ย่านเศรษฐกิจในตัวอำเภอแก้งคร้อ และอำเภอบ้านเขว้า น้ำป่าสีแดงขุ่นไหลเข้าท่วมถนนสาย 225 ชัยภูมิ-นครสวรรค์ รวมถึงร้านค้า บ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะที่วัดกลางโนนแดง และวัดดอนไผ่ สาเหตุมาจากกรมทางหลวงก่อสร้างถนน 4 เลน ตัดผ่านบ้านโนนแดง ต.โนนแดง อ.บ้านเขว้า ทำให้น้ำป่าที่ไหลมาจากเขาภูแลนคา ไม่สามารถไหลไปลงแม่น้ำชีได้.-สำนักข่าวไทย

    ข่าวแนะนำ


    ดอนเมือง 8 ก.ย.-เครื่องบินส่วนตัว “ทักษิณ” แลนดิ้งเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ โดย “ทักษิณ” มีใบหน้ายิ้มแย้ม ขณะมาขึ้นรถที่จอดรอหน้าอาคารผู้โดยสาร 8 ก.ย.68 บริเวณทางเข้าออกลานจอดเครื่องบินส่วนบุคคล ท่าอากาศยานดอนเมือง พบสื่อมวลชนเดินทางมาติดตามบรรยากาศเดินทางกลับของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังได้รับแจ้งข้อมูลเรดาร์เครื่องบินส่วนตัวรุ่น Bombardier Global 7500 ออกเดินทางจากสนามบินเซเลตาร์ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเมื่อเวลาประมาณ 14.54 น. ที่ผ่านมา เครื่องบินส่วนตัวของนายทักษิณ ลงจอดบริเวณสนามบินส่วนตัว ประเทศไทย เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศฝนตกหนัก ขณะที่นายทักษิณ เดินออกมาขึ้นรถที่จอดรอหน้าอาคารผู้โดยสาร ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า ก่อนจะขึ้นรถเบนซ์แล่นออกจากสนามบินไป พร้อมกับรถยนต์และรถตู้อีกคัน ทั้งนี้ มีรายงานว่า เครื่องบินส่วนตัวของนายทักษิณ มีผู้โดยสารเดินทางมา 6 คน โดยมีนายทักษิณ ชินวัตร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของนายทักษิณ ซึ่งเป็นภรรยาของนายสมชาย ร่วมเดินทางมาด้วย พร้อมกับผู้ติดตาม.-สำนักข่าวไทย

    พรรคภูมิใจไทย 8 ก.ย.- โผ ครม. “อนุทิน 1” คนการเมืองส่งรายชื่อครบแล้ว “บวรศักดิ์” นั่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ด้าน “ไผ่ ลิกค์-สัมพันธ์” หลุดโผ กล้าธรรมดัน “นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ-อามินทร์” เสียบแทน รอลุ้นตรวจคุณสมบัติ 7-10 วัน หากสะดุดต้องหลีกทางทันที ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 1 ว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (8 ก.ย.) ได้รับการตอบรับจากนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีชื่อนั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ซึ่งมีรายงานว่า ช่วงบ่ายที่ผ่านมาคุยกันลงตัวแล้ว โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับนายบวรศักดิ์ ด้วยตัวเอง สำหรับการจัด ครม.ครั้งนี้ มีการใช้รัฐมนตรีคนนอกถึง 6 กระทรวง คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงยุติธรรม […]

    พรรคเพื่อไทย 8 ก.ย.- “แพทองธาร” เข้าพรรคเพื่อไทย บอก “ทักษิณ” กลับแน่ เผยส่งข้อความแสดงความยินดี “อนุทิน” นั่งนายกตั้งแต่วันแรก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยได้ทักทายสื่อมวลชน ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าสบายดีหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ยิ้ม ก่อนกล่าวว่า สบายดีค่ะ เมื่อถามว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศไทยวันนี้ (8 ก.ย.) หรือไม่ น.ส.แพทองธาร ถามกลับว่า วันนี้หรือเดี๋ยวรอดูแล้วกัน แต่ว่ากลับมาแน่นอน เมื่อถามว่า น.ส.แพทองธาร จะไปรอรับด้วยตัวเองหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า คงไม่ได้ไปรับ พอดีวันนี้ติดงานตอนบ่ายจึงไม่ได้ไป เมื่อถามว่า ตอนนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี ได้เป็นนายกฯ มีอะไรฝากถึงหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ได้ส่งข้อความไปยินดีเรียบร้อยแล้ว ส่งตั้งแต่วันแรกเลย ส่วนวันนี้ที่เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยมีประชุมอะไรหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ไม่ได้ตอบคำถาม และขึ้นด้านบนอาคารทันที .-316 […]

    จันทรุปราคา

    ตรัง 8 ก.ย.- ชาวตรังตื่นตา ชมปรากฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง ที่หอนาฬิกา ท่ามกลางฝนโปรยปราย เมื่อคืนที่ผ่านมา ค่ำคืนวันที่ 7 กันยายน 2568 ชาวตรังรวมตัวกันที่ จัตุรัสนครตรัง บริเวณสี่แยกหอนาฬิกาตรัง ถนนวิเศษกุล ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง เพื่อเฝ้าชมปรากฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง ที่เกิดขึ้นระหว่างเวลา 00.31 – 01.53 น. บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แม้มีฝนโปรยปรายลงมาบางช่วง แต่ประชาชนไม่พลาดเก็บภาพความสวยงามของพระจันทร์สีแดงอิฐ พร้อมกันนี้ ตำรวจ สภ.เมืองตรัง ได้จัดกำลังดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด คืนวันที่ 7 กันยายน 2568 ท้องฟ้าเหนือจังหวัดตรัง ปรากฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชนชาวตรัง โดยเฉพาะที่ จัตุรัสนครตรัง บริเวณสี่แยกหอนาฬิกา ถนนวิเศษกุล ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง มีประชาชนออกมาเฝ้าชมและบันทึกภาพพระจันทร์ที่ถูกเงาโลกบังจนกลายเป็นดวงจันทร์สีแดงอิฐ สวยงามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน ช่วงเวลาสำคัญเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 00.31 น. ซึ่งเป็นจังหวะที่พระจันทร์ถูกเงาโลกบังทั้งดวง มองเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า […]

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/sport-1583018&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XDJayQYM_y3gev89ncu0g

  • เปิดประวัติ ‘อรรถกร ศิริลัทธยากร’ ว่าที่ รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่

    เปิดประวัติ ‘อรรถกร ศิริลัทธยากร’ ว่าที่ รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่

    วันนี้(วันที่ 9 กันยายน 2568 )ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโผ ครม.’อนุทิน‘ ล่าสุดในส่วนของพรรคกล้าธรรม​ จำนวน 7 ที่นั่ง​ แบ่งเป็น  4 รัฐมนตรีว่าการ  3 รัฐมนตรีช่วย ดังนี้  

    • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรฯ
    • อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
    • นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ
    • อัครา พรหมเผ่า รมว.พัฒนาสังคมฯ
    • อามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรฯ
    • องอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศึกษาธิการ 
    • นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รมช.เกษตรฯ (แทน ไผ่ ลิกค์)

    เปิดประวัติ อรรถกร ศิริลัทธยากร’ ว่าที่รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ชื่อเล่นว่า เบนซ์ เกิดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2527 ที่ตำบลพนมสารคาม อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นบุตรของ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พรรคพลังประชาชน ในสมัยรัฐบาล นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี

    อรรถกร ศิริลัทธยากร

    จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้าน Communication Arts จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และปริญญาโท Marketing Management จาก Middlesex University ประเทศอังกฤษ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/638309&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2e4Q4el76Ts334JMB3O2Me

  • บึงกาฬเปิดอบรมอาสาสมัครนำเที่ยวท้องถิ่นรุ่นที่ 1 หวังยกระดับการท่องเที่ยวชุมชน

    บึงกาฬเปิดอบรมอาสาสมัครนำเที่ยวท้องถิ่นรุ่นที่ 1 หวังยกระดับการท่องเที่ยวชุมชน

    วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.14 น.

    บึงกาฬเปิดอบรมอาสาสมัครนำเที่ยวท้องถิ่นรุ่นที่ 1 หวังยกระดับการท่องเที่ยวชุมชนและธรรมชาติสู่มาตรฐานสากล

    วันที่ 8 กันยายน 2568 ณ บึงงามรีสอร์ท อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ มีการจัดพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาคการท่องเที่ยวและบริการ อาสาสมัครนำเที่ยวท้องถิ่น รุ่นที่ 1 โดยได้รับเกียรติจาก นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี

    นายสมหวังกล่าวว่า การจัดอบรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด เพื่อให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี สามารถดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างมีมาตรฐาน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ นายจุมพฎ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬได้จัดโครงการนี้ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ข้อ ได้แก่ 1) พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ด้านการบริหารจัดการและการบริการตามมาตรฐาน 2) เสริมสร้างทักษะในการออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยว และ 3) ส่งเสริมการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว

    การอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2568 มีผู้เข้าร่วมจำนวน 60 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องในภาคการท่องเที่ยวของพื้นที่ โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาทิ ความปลอดภัยในการท่องเที่ยว, การปฐมพยาบาลเบื้องต้น, การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร, การตลาดเพื่อการท่องเที่ยว และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวของบึงกาฬให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับประเทศ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/912834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tVCLpN42fkxdG1eS92clH

  • นโยบายรัฐบาลใหม่-เลือกตั้งปี 69 หนุนหุ้นไทยคึกคัก

    นโยบายรัฐบาลใหม่-เลือกตั้งปี 69 หนุนหุ้นไทยคึกคัก

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-32&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ja5w_0nPn9Q2his7ZK6BV

  • โฮมโปร ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนแห่งอนาคต

    โฮมโปร ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนแห่งอนาคต

    โฮมโปร ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนแห่งอนาคต

    วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.23 น.

    โฮมโปร (HomePro) ร่วมเวทีเสวนา “KTC FIT Talk ครั้งที่ 19” ภายใต้หัวข้อ “Power from Home, Power for the Future” จัดโดยความร่วมมือระหว่างเคทีซี กระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยพันธมิตรชั้นนำอย่าง SCG และ GULF เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้พลังงานสะอาดในครัวเรือนและการบริหารทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)ที่มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อม

    นายรักพงศ์ อรุณวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์ กลยุทธ์และความยั่งยืนองค์กร บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า ความยั่งยืนไม่ใช่กิจกรรมเสริม แต่เป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจสินค้าและบริการเรื่องบ้านแบบครบวงจร โฮมโปรได้นำแนวคิด ESG และ SD บูรณาการไว้ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร การร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อยกระดับห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” เชื่อมโยงผู้ผลิต คู่ค้า และผู้บริโภค เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนไปในทิศทางเดียวกัน

    อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ผู้บริโภคที่มีความชัดเจน ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โฮมโปรมุ่งขับเคลื่อนองค์กรบนเส้นทางความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสินค้าที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และพร้อมสนับสนุนแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและนำเสนอสินค้ารักษ์โลก พฤติกรรมนี้สะท้อนว่าผู้บริโภคไทยกำลังเปลี่ยนจาก “การรับรู้” สู่ “การเลือกซื้ออย่างมีจิตสำนึก” ที่ไม่เพียงให้ความสนใจในเรื่องราคา แต่ยังคำนึงถึงคุณค่า ความคุ้มค่า และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น

    นายรักพงศ์ กล่าวเสริมว่า โฮมโปรมีสมาชิกกว่า 7 ล้านราย และมียอดซื้อกว่า 20 ล้านครั้งต่อปี ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง จนนำไปสู่การพัฒนากลยุทธ์ที่ผสาน ESG และ SD เข้ากับธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งต่อยอดแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงง่าย ผ่านกิจกรรมยืดอายุสินค้า เช่น กิจกรรมซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า ใน ‘วันช่างโฮมโปร’ เพื่อสร้างระบบนิเวศเรื่องบ้านที่ยั่งยืนครบวงจร ตั้งแต่การเลือกซื้อ การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้

    อีกหนึ่งกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่โฮมโปรใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างจริงจัง คือ โครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่ (Trade-In)” ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้านำของเก่าหรือสินค้าที่ไม่ใช้แล้ว มาแลกรับส่วนลดในการซื้อสินค้าใหม่ โดยที่โฮมโปรทำหน้าที่เป็น ‘สะพาน’ เชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตที่ต้องการพัฒนาสินค้าใหม่ และผู้บริโภคที่ต้องการเปลี่ยนของเก่าอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โฮมโปรจะช่วยนำของเก่าไปจัดการให้อย่างถูกวิธี สินค้าที่รับคืนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยก รีไซเคิล และผลิตเป็นสินค้าใหม่ ที่เราเรียกว่า “สินค้ารักษ์โลก หรือ Circular Products” ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการมากกว่า 70 ประเภท พร้อมขยายรายการที่สามารถนำมาแลกได้เพิ่มมากกว่า 8,000 รายการในปีนี้

    ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ได้รับการตอบรับอย่างดี มีสินค้านำมาแลกมากกว่า 300,000 ชิ้น หรือคิดเป็นน้ำหนักกว่า 3,000 ตัน โดยมากกว่า 80% เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกนำไปจัดการอย่างถูกวิธีผ่านผู้ดำเนินการที่มีใบรับรองมาตรฐานตามกฎหมาย ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของผู้บริโภคที่ต้องการมีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับโฮมโปร

    นายรักพงศ์ กล่าวว่า Circular Products ไม่ได้หมายถึง ‘สินค้ารักษ์โลก’ แค่เพราะ ‘มาจากการรีไซเคิล’ เท่านั้น แต่สินค้าทุกชิ้นต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรม และมีความทนทานเทียบเท่าวัสดุใหม่ “เราอยากให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าวัสดุรีไซเคิลที่มาจากโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” มีคุณภาพดีไม่แพ้วัสดุใหม่ เพราะหลายครั้ง ผู้บริโภคเองก็กำลังใช้สินค้าที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลที่มีคุณภาพดีมากๆ จนแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน

    ในอนาคต โฮมโปรตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียนให้ถึง 20% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่การเป็นองค์กร Net Zero ภายในปี 2050 ผ่านการขับเคลื่อน Lifetime Eco-System ที่ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกซื้อ ออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมแซม รีโนเวท จนถึงบริการหลังการขาย โดยร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
    สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด และจัดการขยะอย่างถูกวิธี

    -031

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/912698&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Hv42yQ5M7rvbsiKAcUBPu

  • “ภราดร” เผย​ “ครม.อนุทิน” เร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

    “ภราดร” เผย​ “ครม.อนุทิน” เร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

    “ภราดร” เผย​ “ครม.อนุทิน” เร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนนโยบายกัญชาทางการแพทย์ไม่ทัน เหตุต้องแก้กฎหมายควบคุม​ หวังปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา​ดีขึ้น

    วันนี้ (8 ก.ย.2568) นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ชื่อติดโผรัฐมนตรีป้ายแดง เตรียมนั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรค พร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล

    ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ซองดังกล่าวเป็นเอกสารประวัติที่เตรียมยื่นให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบใช่หรือไม่ ซึ่งนายภราดร ตอบว่า​ ไม่ใช่ ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการส่งประวัติ ส่วนกรณีที่มีการทาบทามให้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น นายภราดร ระบุว่า ยังไม่ทราบ ต้องแล้วแต่กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย

    นายภราดร ยังเปิดเผยว่า ได้เริ่มจัดทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจตามกรอบ 120 วัน ส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ซึ่งมีหลายโครงการ เช่น โครงการพักหนี้เกษตรกรทั้งต้นและดอก โครงการลดราคาปุ๋ย โครงการเยียวยาอย่างสมเหตุสมผลให้กับผู้ประกอบการและประชาชนพื้นที่แนวชายแดน 7 จังหวัด

    ส่วนนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ที่หลายฝ่ายจับตา นายภราดร ยอมรับว่า ไม่สามารถผลักดันได้ทัน เนื่องจากต้องแก้ไขกฎหมายออกมาควบคุมการจำหน่ายกัญชาเสรี รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากกฎหมายยังค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร

    นายภราดร ยังกล่าวถึงกรณีที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แสดงความยินดีต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย มองว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตนเองหวังว่าจะมีการเจรจาที่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งเมื่อวานนี้ (7 ก.ย.) นายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันว่าจะใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา

    อ่านข่าว : “สุชาติ-ธนกร” ไขก๊อก สส.รวมไทยสร้างชาติ 

    ร้อง “วันนอร์” สอบคุณสมบัติ “อนุทิน” ปมที่ดินเขากระโดง-คดีฮั้ว สว. 

    “ภูมิใจไทย” เร่งทาบทามคนนอก ปรากฏชื่อ “บวรศักดิ์” นั่งรองนายกฯ ฝ่าย กม. 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/356295&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yPuSISDdWrAajTpJaWriw

  • พริกไทยปะเหลียน จ.ตรัง ยกระดับสู่พืชเศรษฐกิจ GI

    พริกไทยปะเหลียน จ.ตรัง ยกระดับสู่พืชเศรษฐกิจ GI

    ชุมชนบ้านละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่ที่อยู่คู่กับการปลูกพริกไทยปะเหลียนมาอย่างยาวนาน เกษตรกรเกือบทุกหลังคาเรือนมีการเพาะปลูกพริกไทยปะเหลียนเพื่อนำมาใช้ในบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่เนื่องด้วยรสชาติของพริกไทยปะเหลียนในพื้นที่ อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยพริกไทย ผลสุกจะมีรสอมหวาน มีกลิ่นหอม และมีความเผ็ดในระดับปานกลาง เหมาะแก่การนำไปประกอบอาหาร ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยมา

    ครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรเล็งเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ จึงได้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และยกระดับสู่การเป็นแปลงใหญ่พริกไทย ในปี 2565 ซึ่งประกอบไปด้วยเกษตรกร จำนวน 30 ราย พื้นที่ปลูกประมาณ 12 ไร่ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรเพิ่มขีดความสามารถใน 5 ด้าน

    ·     ลดต้นทุนการผลิต

    ·     เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

    ·     พัฒนาคุณภาพ

    ·     เพิ่มช่องทางการตลาด

    ·     การบริหารจัดการ

    economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ในปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรยังคงยกระดับแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพริกไทยพื้นบ้านละมอ ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง อย่างต่อเนื่องด้วยการจัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและบริการมูลค่าสูง ปี 2568 โดยได้มีการวิเคราะห์ Pain Point/Gain Point ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรเพื่อให้ทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้รวมถึงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน พร้อมขับเคลื่อนให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย 3 เท่าใน 4 ปี

    โดยประกอบไปด้วยกิจกรรม

     1. การจัดทำแปลงทดสอบกระบวนการปลูกพริกไทย โดยได้มีการศึกษาเปรียบเทียบการปลูกพริกไทยระหว่างเสาค้างจากต้นไม้ธรรมชาติกับการใช้เสาค้างปูนเพื่อให้ต้นพริกไทยยึดเกาะ มีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ ถ่านไบโอชาร์ พร้อมทั้งการวางระบบน้ำที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของต้นพริกไทย เพื่อให้เกิดการศึกษา เรียนรู้ ปรับปรุงวิธีการปลูก การดูแลรักษาต้นพริกไทย ร่วมกันภายในชุมชน  

    2. สนับสนุนให้เกษตรกรอนุรักษ์พันธุ์พริกไทยพื้นบ้าน และขยายพื้นที่ปลูกเพื่อซ่อมแซมในส่วนที่เสียหายจากภัยธรรมชาติ อีกทั้งยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน

    economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi-SPACEBAR-Photo01.jpg

    3. สนับสนุนการแปรรูปเป็นพริกไทยแห้งด้วยการสร้างจุดตากพริกไทย เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดระยะเวลาในการตาก/แปรรูปให้น้อยลง

    4. สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญ โลหะหนัก และคุณค่าทางโภชนาการ พบว่า ผลผลิตพริกไทยมีปริมาณสาร Pipeline อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่พบการปนเปื้อนของโลหะหนักในผลผลิต อีกทั้งยังพบกรดไลโนเลอิกที่มีส่วนช่วยในการป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลสะสมในผนังหลอดเลือด เพิ่มการเผาผลาญไขมันอิ่มตัว กระตุ้นการทำงานของต่อมต่าง ๆ ภายในร่างกาย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาพริกไทยเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไปในอนาคต 

    economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi-SPACEBAR-Photo02.jpg

    จากการดำเนินงานในปี 2568 กลุ่มเกษตรกรได้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการผลผลิตพริกไทยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งแต่เดิมผลผลิตพริกไทย (แห้ง) มีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 350 บาท เพิ่มสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 500 บาท จึงได้มีการขยายพื้นที่ปลูกเพื่อให้มีปริมาณผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายต้นพันธุ์พริกไทย และผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ยาดม น้ำมันนวด ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2567 มากกว่า 2 เท่า ทั้งนี้ เกษตรกรยังคงพัฒนาต่อยอดด้วยการสร้างแบรนด์ ขยายพื้นที่การรับรองการเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และการคัดเกรดพริกไทย ดำ – ขาว – แดง ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LF-ij7fg8rL5iOkQebmY5

  • ภูเก็ตมูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการ

    ภูเก็ตมูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการ

    ภูมิภาค

    ภูเก็ตมูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการ

    วันจันทร์ ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.26 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ภูเก็ตมูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการ ประจำปีการศึกษา 2568 รวม 119 ทุน เป็นเงิน 595,000 บาท

    วันนี้ (8 กันยายน 2568) ที่ห้องประชุมโรงเรียนพิบูลสวัสดี อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานกรรมการมูลนิธิคุณพุ่ม ทรงมีพระกรุณาธิคุณพระราชทานทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในโครงการมูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปีการศึกษา 2568 เพื่อให้ผู้ปกครองนำไปใช้พัฒนาศักยภาพและการศึกษาที่สอดคล้องกับความจำเป็นเฉพาะของเด็กโดยมีนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาฯ และมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียนผู้ได้รับทุนเข้าร่วมในพิธี

    โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้อัญเชิญพระราชดำรัสของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ความตอนหนึ่งว่า“ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ และขอให้ใช้เงินทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพบุตรหลานที่มีความต้องการพิเศษ ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่าและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข”
     

    การมอบทุนในครั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตได้รับพระราชทานทุนการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 119 ทุนๆ ละ 5,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 595,000 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และสนับสนุนการพัฒนาเด็กพิการและเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/445633&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1C0Bei7eXz-xiLKsGAJqHq

  • โรงเรียนอนุบาลวังม่วงสระบุรี นำร่องงานวิจัย “มจร” เสริมสุขภาวะเยาวชนด้วยพุทธจิตวิทยา

    โรงเรียนอนุบาลวังม่วงสระบุรี นำร่องงานวิจัย “มจร” เสริมสุขภาวะเยาวชนด้วยพุทธจิตวิทยา

    การศึกษา

    โรงเรียนอนุบาลวังม่วงสระบุรี นำร่องงานวิจัย “มจร” เสริมสุขภาวะเยาวชนด้วยพุทธจิตวิทยา

    วันจันทร์ ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.22 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยสาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว คณะครุศาสตร์ เปิดตัวงานวิจัย “การบูรณาการพุทธจิตวิทยากับการแนะแนวเพื่อเสริมสร้างความสุขของนักเรียนมัธยมศึกษา” โดยเลือก โรงเรียนอนุบาลวังม่วง จังหวัดสระบุรี เป็นพื้นที่นำร่อง

    งานวิจัยนำโดย พระปลัดสรวิชญ์ อภิปญฺโญ, ผศ.ดร. และ พระวชิรรัตนาภรณ์, ดร. มุ่งสำรวจระดับความสุขของนักเรียน พัฒนาชุดกิจกรรมแนะแนวเชิงพุทธ และประเมินผลทั้งก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรม โครงการใช้เวลา 8 สัปดาห์ ๆ ละ 1 ชั่วโมง โดยเน้นการฝึกจัดการอารมณ์ การสื่อสารเชิงบวก การมีสติรู้เท่าทันความคิด และการนำหลักพุทธธรรมมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

    พระปลัดสรวิชญ์ อภิปญฺโญ เปิดเผยว่า นักเรียนปัจจุบันต้องเผชิญแรงกดดันจากการเรียนและสังคม งานวิจัยนี้จึงมุ่งสร้างต้นแบบการแนะแนวที่บูรณาการพุทธจิตวิทยาเข้ากับระบบการศึกษาไทย เพื่อเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตเยาวชน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/445605&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-3Wp83hbYdUe3cCEigaA1