Blog

  • (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) เทียนจินดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยทรัพยากรทางวัฒนธรรม | TOPNEWS

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) เทียนจินดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยทรัพยากรทางวัฒนธรรม | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 08/09/2025 23:16

    นครเทียนจิน กำลังใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางวัฒนธรรม และข้อได้เปรียบด้านนโยบายอย่างแข็งขัน มอบประสบการณ์พิเศษในการท่องเที่ยวและช้อปปิ้งแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ถนนวัฒนธรรมโบราณนครเทียนจิน ท่ามกลางมนต์เสน่ห์ของอาคารเก่าแก่ ที่นี่มีร้านค้าให้เที่ยวชมมากกว่า 1,100 แห่ง นอกจากนี้ การปรับนโยบายยกเว้นวีซ่าเป็น 240 ชั่วโมงของจีน ทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ท่าเทียบเรือสำราญนครเทียนจิน ต้อนรับเรือสำราญนานาชาติ 3 ลำพร้อมกัน
    .
    เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ร้านค้าคืนภาษีขาออกในเขตการค้าเสรีท่าเรือเทียนจิน เริ่มให้บริการคืนภาษีช้อปปิ้งแก่นักท่องเที่ยวเป็นที่แรกของเมือง และมีร้านค้าปลอดภาษีทยอยเปิดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
    .
    คลิปจาก China Media Group

    TOPNEWS website - update 2025 (1)

    01

    รองนายกฯ อบจ.สมุทรปราการ แจงเหตุน้ำท่วมเมือง

    ตร.ปส.ภูเก็ตโดนคนร้ายสวนดับขณะล้อมจับยา

    โกศบรรพบุรุษหายกว่า 60 ใบ

    สภ.ท่าศาลา เดินหน้าปราบปรามรถแต่งซิ่งอย่างต่อเนื่อง

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ‘น้ำตกเขาหลูซาน’ ไหลหลั่งงดงามดั่งบทกวี

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) เทียนจินดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยทรัพยากรทางวัฒนธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1306368&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3a7FXcF9-BP_vrC_RGd6SG

  • OTOP Upskill เติมพลังความคิดใหม่ ยกระดับโค้ชด้านการตลาด สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

    OTOP Upskill เติมพลังความคิดใหม่ ยกระดับโค้ชด้านการตลาด สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

    OTOP Upskill เติมพลังความคิดใหม่ ยกระดับโค้ชด้านการตลาด สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน


    8/09/2568 | 27 | |

    OTOP Upskill เติมพลังความคิดใหม่ ยกระดับโค้ชด้านการตลาด สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

    กรมการพัฒนาชุมชน เดินหน้าพัฒนาและยกระดับศักยภาพบุคลากรผ่านโครงการ OTOP Upskill โดยจัดอบรมในหัวข้อ “OTOP Growth Mindset : การพัฒนากรอบความคิดสู่การเป็นที่ปรึกษาโอทอป” เพื่อสร้างโค้ชด้านการตลาดยุคใหม่ที่สามารถถ่ายทอดความรู้และเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในการยกระดับผลิตภัณฑ์และขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก นางอรจิรา ศิริมงคล ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน เป็นวิทยากร ถ่ายทอดแนวคิด Growth Mindset และทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ไม่เพียงแต่ช่วยให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรสามารถพัฒนาศักยภาพการตลาด แต่ยังต่อยอดสู่การเป็น “OTOP Certified Coach” ที่พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนผู้ประกอบการในชุมชนอย่างแท้จริง การอบรมครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายโค้ช OTOP ที่จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันสินค้าและบริการของชุมชนให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชน อันเป็นรากฐานของเศรษฐกิจชุมชนที่แข็งแรงและยั่งยืน

    Growth Mindset คือการมองว่า ความรู้และความสามารถสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ต่างจาก Fixed Mindset ที่เชื่อว่าทักษะมีเพดานจำกัด สำหรับผู้สนับสนุนงาน OTOP แนวคิดนี้ช่วยให้บุคลากรเปิดใจเรียนรู้เทคโนโลยี เครื่องมือการตลาดสมัยใหม่ และแนวโน้มผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การมี Growth Mindset ทำให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนพร้อมที่จะเป็น “ที่ปรึกษา” ไม่ใช่แค่ “ผู้ปฏิบัติงาน” อีกต่อไป แต่สามารถ ชี้แนะแนวทาง แก้ปัญหา และสร้างแรงบันดาลใจ ให้ผู้ประกอบการเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ

    #OTOPUpskill

    #OTOPGrowthMindset

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย

    #เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงชุมชนเข้มแข็งยั่งยืน

    อ้างอิงวันที่ : 8/09/2568 00:00:00


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/263561&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fJcr6vqYVPcELb0GeMMSo

  • กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกิจกรรมสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้า และหัตถกรรมไทย ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ครั้งที่ 2

    กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกิจกรรมสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้า และหัตถกรรมไทย ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ครั้งที่ 2

    กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกิจกรรมสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้า และหัตถกรรมไทย ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ครั้งที่ 2


    8/09/2568 | 36 | |

    กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกิจกรรมสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้า และหัตถกรรมไทย ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ครั้งที่ 2

    วันนี้ (8 ก.ย. 68) เวลา 10.00 น. ณ โรงแรมลากูน่า แกรนด์ โฮเทล แอนด์ สปา สงขลา อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา
    นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้า และหัตถกรรมไทย ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ครั้งที่ 2  โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดฯ พร้อมนี้ นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานในจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงนิสิต นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาในพื้นที่ภาคใต้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน

    การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ในวันนี้ ได้รับเกียรติจากคณะวิทยากรคณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ได้แก่ คุณธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ดร. ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก อาจารย์ ดร.กรกลด คำสุข รองคณบดีฝ่ายวิชาการและรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักวิชาการสร้างสรรค์วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน ประธานหลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ นายภูภวิศ กฤตพลนารา ผู้ก่อตั้งและดีไซน์เนอร์แบรนด์ Issue นายธนาวุฒิ ธนสารวิมล ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ TANDT อาจารย์ ดร.กิติศักดิ์ เยาวนานนท์ รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนากายภาพ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

    กิจกรรมฯ ที่จัดขึ้นนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพ ทางด้านการยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย ตามพระดําริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ให้กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ช่างทอผ้า เยาวชนและทายาท ของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP  ผู้ที่สนใจในภูมิปัญญาด้านผ้าและงานหัตถกรรมไทย และประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีความสนใจในการศึกษาเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาด้านฝ้า และงานหัตถกรรมไทยสู่ชมชน ให้สามารถสร้างมูลค่าและสร้างรายได้เพิมจากภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย ในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  

    #ผ้าไทยใส่ให้สนุก
    #กรมการพัฒนาชุมชน
    #กระทรวงมหาดไทย

    อ้างอิงวันที่ : 8/09/2568 00:00:00


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/263580&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0maQ11knSgj3_aG53_JqSq

  • กล้าธรรม ปิดจ๊อบเก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด ต้องดึง “นเรศ-อามินทร์” นั่ง รมช.เกษตรฯ แทน

    กล้าธรรม ปิดจ๊อบเก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด ต้องดึง “นเรศ-อามินทร์” นั่ง รมช.เกษตรฯ แทน

    กล้าธรรม ปิดจ๊อบเก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด ต้องดึง “นเรศ-อามินทร์” นั่ง รมช.เกษตรฯ แทน

    เก้าอี้รัฐมนตรีพรรคกล้าธรรม ชัดเจนแล้ว “ธรรมนัส” รองนายกฯ ควบเกษตรฯ “นฤมล” คุม ศึกษาฯ “อรรถกร” รมว.ท่องเที่ยวฯ “อัครา” รมว.พัฒนาสังคมฯ ด้าน “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด ติดคุณสมบัติ “นเรศ-อามินทร์” เสียบ รมช.เกษตรฯ แทน ขณะที่ “องอาจ” ถูกวางตัว รมช.ศึกษา

    วันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม ขณะนี้ได้ข้อสรุปชัดเจน 100% แล้วว่าได้รับจัดสรรเก้าอี้ 4 รัฐมนตรีว่าการและ 3 รัฐมนตรีช่วย ประกอบด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค จะรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค นั่ง รมว.ศึกษาธิการ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร จะนั่งรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายอัครา พรหมเผ่า นั่ง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วน 3 รัฐมนตรีช่วย จากเดิมมีชื่อนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค ถูกวางตัวให้นั่ง รมช.เกษตรฯ เช่นเดียวกับนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส แต่ติดเงื่อนไขเรื่องคุณสมบัติ ทางพรรคจึงเสนอชื่อนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส.เชียงใหม่ แทนนายไผ่ ส่วนนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส น้องชายนายสัมพันธ์ จะมานั่งรมช.เกษตรฯ แทนพี่ชาย     

    อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโควตา รมช.ศึกษาธิการ ทางพรรคกล้าธรรม วางตัวนายองอาจ วงษ์ประยูร สส.สระบุรี นั่งในตำแหน่งดังกล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2881564&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MF5vDXgSdtIZqOiKoGmA4

  • ดุสิตพาร์ค สวนลอยฟ้าใหญ่ที่สุดในไทย

    ดุสิตพาร์ค สวนลอยฟ้าใหญ่ที่สุดในไทย

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/ZOqJjQq0dDj7&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2olz5KaYWzHPzq8VA8sgk2

  • ‘คนละครึ่ง’ ยังตอบโจทย์กระตุ้นเศรษฐกิจ เเนะทำควบคู่นโยบายระยะยาว

    ‘คนละครึ่ง’ ยังตอบโจทย์กระตุ้นเศรษฐกิจ เเนะทำควบคู่นโยบายระยะยาว

    ‘คนละครึ่ง’ ยังตอบโจทย์กระตุ้นเศรษฐกิจ เเนะทำควบคู่นโยบายระยะยาว

    ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ให้สัมภาษณ์ ‘ฐานเศรษฐกิจ’ ภายหลังการเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมือง ภายใต้รัฐบาลใหม่ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และการแต่งตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งสร้างทั้งความคาดหวังและคำถามในสังคม โดยเฉพาะการหยิบยกนโยบายยอดนิยมอย่างคนละครึ่ง’ กลับมาใช้อีกครั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วง 4 เดือนก่อนการยุบสภาเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่

    ดร.สมชัย กล่าวว่า เข้าใจว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายผลประโยชน์ถึงระดับรากหญ้า ซึ่งจากประสบการณ์ช่วงโควิดพบว่า สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้จริง โดยเงินลงสู่ระดับล่างจำนวนมาก ผู้ค้ารายเล็กได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน

    อีกทั้ง ‘คนละครึ่ง’ ยังมีจุดแข็งมากกว่า โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เนื่องจากผู้ใช้ต้องควักเงินออกครึ่งหนึ่งเอง ทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ใช้เท่ากัน

    อย่างไรก็ตาม ดร.สมชัย ชี้ว่าจุดอ่อนของมาตรการคือ การที่ประชาชนบางส่วนไม่ได้เพิ่มการใช้จ่ายจริง แต่เลือกเก็บเงินที่ประหยัดได้ไปออมแทน ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่สามารถบังคับได้และเกิดขึ้นกับทุกนโยบายแจกเงิน แต่หากรัฐบาลสามารถสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจได้ เช่น วางแผนแก้ปัญหาภาษีทรัมป์ให้เป็นรูปธรรม ก็จะทำให้ประชาชนมั่นใจและจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ส่งผลให้ ‘คนละครึ่ง’ มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

    ในด้านมาตรการเสริมควบคู่ ‘คนละครึ่ง’ ดร.สมชัย เสนอให้พิจารณานโยบายที่ได้ผลทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดแบบถ้วนหน้า ซึ่งจะใช้งบเพิ่มราว 2,000 ล้านบาท แต่ช่วยรับประกันคุณภาพชีวิตเด็กและอุดช่องโหว่ที่เด็กยากจนบางส่วนยังตกหล่นไม่ได้เงิน ถือเป็นการวางรากฐานระยะยาวควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบัน

    ก็จะมีนโยบายซึ่งถ้าจะหวังผลแบบว่าหลายหน้า เช่น กระตุ้นเศรษฐกิจก็ได้ผล อย่างอื่นก็ได้ เช่นผล ระยะยาวมีอีกหลายนโยบาย อย่างเช่น เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ทําให้เป็นถ้วนหน้า ก็ทําให้รัฐบาลจะต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นประมาณซัก 2,000 ล้านบาท แต่ว่าเงินก็คือเข้ามือประชาชน  แล้วก็เป็นการรับประกันเรื่องของคุณภาพของเด็ก เพราะว่าทุกวันนี้มันก็ยังมีการตกหล่นอยู่ เด็กที่ยากจนก็ยังไม่ได้เงิน ถ้าทําเป็นถ้วนหน้าก็จะปิดช่องโหว่ตรงนั้นได้ ตรงนั้นก็จะเป็นเรื่องที่เป็นทางวางรากฐานประกาศอนาคตในระยะยาวด้วย

    ทั้งนี้ แม้งบประมาณประจำปีผ่านการพิจารณาไปแล้ว แต่ ดร.สมชัย มองว่ายังสามารถจัดสรรจากงบกลางมารองรับได้ โดยไม่กระทบต่อสถานะการคลัง เพียงแต่รัฐบาลต้องเลือกใช้อย่างตรงจุด พร้อมย้ำว่าการนำ ‘คนละครึ่ง’ กลับมาในเวลานี้ แม้จะถูกมองในมิติความนิยมทางการเมือง แต่หากเศรษฐกิจซบเซาหนักก็จำเป็นต้องอัดฉีด เพราะมาตรการแจกเงินคือวิธีที่รวดเร็วที่สุด ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องทำควบคู่กับนโยบายโครงสร้างระยะยาว

    ดร.สมชัย กล่าวต่อว่า ปัญหาพลังงานเป็นอีกประเด็นที่ควรแก้จริงจัง เนื่องจากไทยมีโรงไฟฟ้าสำรองเกินจำเป็น ทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟสูงเกินไปเพื่อรองรับ ‘ค่าพร้อมใช้’ ให้ผู้ประกอบการพลังงาน โดยเสนอให้เร่งผลักดันนโยบายติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือนและเพิ่มพลังงานเข้าสู่ระบบ รวมถึงพยายามเจรจาแก้ไขสัญญา ‘ค่าพร้อมใช้’ เพื่อบรรเทาภาระประชาชน หากทำได้สำเร็จจะได้ใจประชาชนจำนวนมากและเป็นผลดีทั้งระยะสั้นและระยะยาว

    จริงๆเชียร์ อยากให้ปรับโครงสร้างพลังงาน น่าทําเพราะว่าจะลดค่าใช้จ่ายของประชาชนได้ ซึ่งก็คล้ายกับเอาเงินเข้ากระเป๋าประชาชน เพราะรายจ่ายลดก็มีเงินหลายกระเป๋ามากขึ้น ปัญหาเรื่องพลังงานของบ้านเรา คือผลิตไฟฟ้าสํารองมากเกินไป ซึ่งก็เลยมีแล้วต้องเสียค่าพร้อมใช้ไปก่อน แต่รัฐบาลก็ต้องเอางบประมาณนี้ไปจ่ายให้กับเจ้าสัวพลังงาน  เราก็จ่ายค่าไฟแพงเกินไป

    สำหรับสิ่งเร่งด่วนในช่วง 4 เดือน ดร.สมชัย ย้ำว่าผลกระทบจาก ‘ภาษีทรัมป์’ เป็นประเด็นที่เลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการที่สินค้าสหรัฐฯ เข้าประเทศไทยได้ด้วยภาษี 0% ซึ่งกระทบผู้ผลิตไทยจำนวนมาก รัฐบาลต้องจัดงบเยียวยาที่มากเพียงพอและมองเชิงรุกหาทางสร้างธุรกิจใหม่หรือส่งเสริมให้แรงงานเปลี่ยนอาชีพ พร้อมผลักดันการอัพสกิลและรีสกิลแรงงาน ซึ่งสามารถเห็นผลในเวลาไม่นาน ตัวอย่างเช่น โครงการฝึกอบรมออนไลน์ 6 สัปดาห์ของอินโดนีเซียที่ช่วยเพิ่มทักษะและรายได้แรงงานได้จริง ถือเป็นมาตรการที่ช่วยทั้งระยะสั้นและยาว พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจไปในตัว

    ในด้านทีมเศรษฐกิจ ดร.สมชัย กล่าวถึง นายเอกนิติว่า เป็นผู้มีฝีมือ มุ่งมั่น และไม่ฝักใฝ่การเมือง มีศักยภาพในการนำเทคโนโลยีมาใช้ ส่วนภาพรวมของทีมเศรษฐกิจ แม้หลายกระทรวงเศรษฐกิจยังอยู่ในมือของนักการเมือง แต่ก็หวังว่าการนำคนรุ่นใหม่เข้ามาจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ

    ดร.สมชัย ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของกระทรวงการต่างประเทศ โดยระบุว่าเป็นจุดบอดของไทยมากว่า 10 ปี และการมีรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่อาจช่วยยกระดับนโยบาย ซึ่งสำคัญต่อเศรษฐกิจในยุคที่ประเด็น Geo-economics ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างปัจจัยทางภูมิศาสตร์กับเศรษฐศาสตร์ โดยเน้นการ ใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) หรือในอีกมุมมองหนึ่ง คือ การใช้ อำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยขณะนี้ทวีความเข้มข้นมากขึ้น

    ท้ายที่สุด ดร.สมชัย ระบุว่า ไม่มีใครการันตีผลลัพธ์ได้ แต่โดยภาพรวมชื่อและพื้นหลังของรัฐมนตรีหลายคนก็ดูดี และสังคมควรรอดูการทำงานจริง 

    อย่าลืมว่ากระทรวงที่โยงเรื่องเศรษฐกิจโดยตรง ไม่ว่าจะ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม เเละอื่นๆโยงเศรษฐกิจได้หมดเลย ถึงจะเป็น ส.ส.จริง เป็นลูกหลาน ส.ส.จริง แต่ว่ามีฝีมือไหมก็ต้องหวังว่าจะเป็นเเบบนั้น เข้าใจว่าพยายามเอาคนรุ่นใหม่เข้ามามากขึ้น ก็คงต้องหวังว่ามันจะดีขึ้น แต่ก็ไม่มีใครการันตีได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/638299&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dMuWFJyXAdyuOgcnB8c4W

  • ‘สว.’เสียงเอกฉันท์รับหลักการร่าง กม.ตั๋วร่วม มี 5 ปมจ่อปรับแก้

    ‘สว.’เสียงเอกฉันท์รับหลักการร่าง กม.ตั๋วร่วม มี 5 ปมจ่อปรับแก้

    การเมือง

    08 ก.ย. 2025 เวลา 11:17 น.

    'สว.'เสียงเอกฉันท์รับหลักการร่าง กม.ตั๋วร่วม มี 5 ปมจ่อปรับแก้

    “มติวุฒิสภา”เสียงเอกฉันท์รับหลักการ ร่าง กม.ตั๋วร่วม ด้าน “กมธ.คมนาคม” ชี้ 5 ประเด็นต้องแก้ไขในเนื้อหา “หมอเปรม” ประเมินนโยบาย20บาทตลอดสายใช้ไม่ทัน พ.ย.นี้

    ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา โดยนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ… ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว

    โดยก่อนเริ่มพิจารณา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) คมนาคม นำเสนอรายงานผลการศึกษาตอนหนึ่งว่า หลักการสำคัญของร่างพ.ร.บ.มี 5 ประการ คือ

    1.จัดทำมาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วมเพื่อให้ผู้ประกอบกิจการทุกหน่วยนำไปใช้ให้ประชาชนใช้บริกาได้ด้วยบัตรเดินทางใบเดียว

    2.ให้อำนาจรมว.คมนาคม เพื่อออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม

    3.จัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม

    4.การกำหนดสิทธิของผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตขอรับการสนับสนุนจากกองทุน

    และ5.ในกรณีจำเป็นเพื่อรักษาการให้บริการ หรือประโยชน์ระบบตั๋วร่วม หรือป้องกันความเสียหายต่อสาธารณชน ให้ตราพระราชกฤษฎีกา โดยต้องเจรจาและทำความตกลงร่วมกับผู้ประกอบกิจการขนส่งสาธารณะที่จะถูกบังคับรวมถึงรับฟังความเห็นของประชาชนตามความเหมาะสม

    “แนวทางการบังคับใช้กฎหมาย คือภาคสมัครใจกับผู้ประกอบการปัจจุบัน หากต้องการเข้าสู่ระบบตั๋วร่วมและต้องการได้รับสนับสนุนจากองทุนต้องขอรับใบอนุญาต แต่หากไม่ประสงค์เข้าสู่ระบบตั๋วร่วม สามารถดำเนินการได้ตามเดิม แต่ไม่มีสิทธิรับสนับสนุนจากกองทุน  ทั้งนี้เมื่อกฎหมายบังคับใช้ หน่วยงานรัฐต้องทำมาตรฐานเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วมเป็นเงื่อนไขสัญญาสัมปทาน สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ทุกราย แต่กรณีที่พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นให้ระบบขนส่งสาธารณะต้องใช้ระบบตั๋วร่วมและต้องได้รับใบอนุญาตให้สามารถออกพระราชกฤษฎีกา” นายวุฒิชาติ อภิปราย

    ประธานกมธ.คมนาคม อภิปรายต่อว่า กมธ.มีข้อเสนอแนะที่ควรแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมาย คือ 1.เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยให้ประธานสภาองค์กรรของผู้บริโภคเป็นกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม อีก 1 ตำแหน่ง และเพิ่มจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก 3 คน เป็น 5 คน

    2.แก้คุณสมบัติเรื่องอายุขั้นต่ำของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้สอดคล้องกับกฎหมายอื่นๆรวมถึงรัฐธรรมนูญที่กำหนดอายุขั้นต่ำของนายกฯไว้ที่ 35 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น

    3. ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตอย่างละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะด้านสถานะทางการเงินและความมั่นคงในการประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันมิให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายต่อภาครัฐ

    4.การส่งเสริมการแข่งขัน และการป้องกันการผูกขาด และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อรองรับการชำระเงินทางอิเล็กกรอนิกส์ (E-PAYMENT) ทั้งนี้ การกำหนดอัตราทุนจดทะเบียนในมูลค่าสูง และต้องชำระเต็มจำนวน อาจเป็นข้อจำกัดต่อการปฏิบัติและข้อต่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการแข่งขันทางธุรกิจ

    และ 5.การกำหนดวาระของกรรมการที่กำหนดให้ เมื่อพ้นวาระไป 1 ปีสามารถกลับมาดำรงตำแหน่งได้อีก ทั้งนี้ควรแก้ไขให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี เพื่อความโปร่งใสและป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการอภิปรายของสว. มีทิศทางสนับสนุนการออกกฎหมายดังกล่าว พร้อมเสนอแนะให้นำการดำเนินการพัฒนาระบบตั๋วร่วมจากต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมาพิจารณากำหนดเป็นกฎหมายเพื่อให้การปฏิบัติเกิดประโยชน์กับประชาชนและมีประสิทธิภาพต่อการบริการ และยังเสนอแนะให้เพิ่มความสะดวกให้ประชาชนในการใช้บริการ เช่น การจ่ายเงินผ่านระบบคิวอาร์โค้ด เป็นต้น

    ขณะที่ นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ สว. อภิปรายสนับสนุน และเสนอแนะว่านโยบาย 20 บาทตลอดสายที่รัฐบาลชุดที่แล้วประกาศจะทำให้ได้ภายในเดือนพ.ย. นี้ ซึ่งการกำหนดเวลาดังกล่าวเพื่อคะแนนนิยมทางการเมือง  แต่เมื่อพิจารณาแล้วอาจทำไม่ทัน และภายใน 4 เดือนของนายกฯคนใหม่ตนกังวลว่าจะทำทันหรือไม่ หากทำไม่ทันต้องยืดเป็นกาารเลือกตั้งสมัยหน้า อย่างไรก็ดีเพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาประสิทธิภาพของการทำกฎหมายรวมถึงไม่ทำให้กฎหมายที่ต้องใช้ร่วมกันกับระบบตั๋วร่วม 3 ฉบับ ควรเป็น กมธ.ชุดเดียวกันเพื่อให้ไม่มีปัญหาต่อการปฏิบัติ และทำนโยบาย 20 บางตลอดสายทำได้จริง

    ขณะที่นายอลงกต วรกี สว. อภิปรายว่า สำหรับการตั้งกองทุนสำหรับตั๋วร่วม ควรพิจารณาการจัดสรรงบเพื่อให้ดึงเป็นรายได้ของประชาชนในระบบ

    หลังจากที่ประชุมได้อภิปรายแล้วเสร็จ ได้ลงมติรับหลักการเสียงเอกฉันท์ 155 เสียง และตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาขึ้นมาพิจารณา ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน วุฒิสภาต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่ที่รับร่างพ.ร.บ.มาถึงวุฒิสภา ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 30 ก.ย. นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1197810&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25xjbnAiwO26C1IRegz5cr

  • ทหารชายแดน ช่วยเหลือพัฒนาที่พักอาศัยเด็กนักเรียนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

    ทหารชายแดน ช่วยเหลือพัฒนาที่พักอาศัยเด็กนักเรียนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

    ทหารชายแดน ช่วยเหลือพัฒนาที่พักอาศัยเด็กนักเรียนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


    8/09/2568 | 36 |

    (7 ก.ย. 68) กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 จัดเจ้าหน้าที่ของหน่วย เข้าดำเนินการปรับปรุงและซ่อมแซมบ้านพักอาศัย ของนายสมพงษ์ มาลา บิดาของ ด.ญ.พรพิมล มาลา และ ด.ช.บวรวิท มาลา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และปีที่ 2 โรงเรียนเพียงหลวง 2 ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี  จังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้ดำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซม ฉาบผนังตัวอาคารที่พัก ลาดพื้นปูนภายในบ้าน ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจาก อบต.สายตะกู และประชาชนในพื้นที่ ตาม “โครงการช่วยเหลือบ้านผู้ยากไร้” เพื่อช่วยเหลือให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 

    มทบ.25 จัดกำลังพลจิตอาสา พร้อมชุดช่างซ่อมแซมสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา
    (6 ก.ย. 68) พล.ต.ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 / ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 25 สั่งการให้จัดกำลังพลจิตอาสา พร้อมชุดช่าง เข้าดำเนินการซ่อมแซมโรงเรียนบ้านโคกกรม ต.จีกแดก อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ร่วมกับ บริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์พริ้น จำกัด (มหาชน) มีความประสงค์สนับสนุนงบประมาณและทีมช่างในการซ่อมแซม ตั้งแต่วันที่ 6 – 10 ก.ย. 68 จำนวน 5 วัน นอกจากนี้ ยังมีจิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน ประชาชนจิตอาสา เข้าดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงอาคารที่เสียหาย เพื่อปรับสภาพพื้นที่ให้มีความปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดอันตรายสำหรับคณะครูอาจารย์ นักเรียนทุกคน ซึ่งโรงเรียนบ้านโคกกรม ได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนของกระสุนปืนใหญ่จากเหตุการณ์การปะทะในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อาคารเรียน จำนวน 3 หลัง ระบบไฟฟ้า ระบบสาธารณูปโภค ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากและทำให้คณะครูและอาจารย์ 16 คน นักเรียน 146 คน (อนุบาล.2 ถึง ม.3) ได้รับความเดือดร้อนจากเศษวัสดุอาคารที่พังลงมา คณะครูอาจารย์และนักเรียนบ้านโคกกรม มีความรู้สึกปลาบปลื้มดีใจ พร้อมขอขอบคุณ กองทัพบก มณฑลทหารบกที่ 25 บริษัท ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้น จำกัด (มหาชน) ชุดช่างจิตอาสา ประชาชนจิตอาสา รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนที่เล็งเห็นความสำคัญต่อโรงเรียน และการศึกษาของนักเรียนทุกคน “เพราะเยาวชนในวันนี้จะเป็นกำลังสำคัญต่อประเทศชาติในวันหน้า”
     


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region7.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/421642&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ppBPWHmcgqIxUNoB1WcRu

  • เปิดว่าที่ 7 รัฐมนตรี ‘กล้าธรรม’ ร่วมครม. ‘นายกฯอนุทิน’ | เดลินิวส์

    เปิดว่าที่ 7 รัฐมนตรี ‘กล้าธรรม’ ร่วมครม. ‘นายกฯอนุทิน’ | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5094138/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16AxnvUWGNhWKF6HL5z3A7

  • กู้แล้วเครื่องสูบน้ำ ปากคลองบางเขน บริเวณวัดเทวสุนทร หลังพบซากงูเหลือมอุดตัน

    กู้แล้วเครื่องสูบน้ำ ปากคลองบางเขน บริเวณวัดเทวสุนทร หลังพบซากงูเหลือมอุดตัน

    กู้แล้วเครื่องสูบน้ำ ปากคลองบางเขน บริเวณวัดเทวสุนทร หลังพบซากงูเหลือมอุดตัน

    เพจกองระบบคลอง สำนักการระบายน้ำ ลงชี้แจงหลังจากต้องหยุดทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำระบายไม่ทัน อุดตัน โดยพบสาเหตุล่าสุดเนื่องจากพบ งูเหลือม ขยะ และไม้หน้าสามเข้าไปติด ทำให้เครื่องขัดข้อง

    ทั้งนี้ ปัจจุบันใช้งานได้แล้วนะ..!!! พร้อมรับมือฝนที่กำลังถล่มกรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือ ไม่ทิ้งขยะลงคลอง เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดในอนาคต

    ด้าน นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. เป็นต้นมา พื้นที่กรุงเทพมหานครมีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดย วันที่ 6 – 7 ก.ย. 68 ฝนที่ตกคิดเป็นปริมาณน้ำ 14.05 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ด้วยการเตรียมการขุดลอกคลอง การติดตั้งเครื่องมือหน้างาน และการสแตนด์บายของเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถเร่งระบายน้ำได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดถนนสายหลักทุกสายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

    โฆษก กทม. กล่าวถึงสถานการณ์ฝนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (07.00 น.) ว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครมีฝนตกปานกลางถึงหนัก โดยปริมาณฝนสูงสุดที่จุดวัด ค.ประเวศฯ-ถ.ร่วมพัฒนา เขตลาดกระบัง 94.0 มม. จุดวัด ค.บางนา – ถ.ศรีนครินทร์ เขตบางนา 84.5 มม. จุดวัด ค.สนามชัย-ค.บางขุนเทียน เขตจอมทอง 57.5 มม. มีรายงานน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักในความรับผิดชอบของสำนักการระบายน้ำ จำนวน 1 รายการ บริเวณถนนจอมทอง ช่วงสามแยกจอมทอง เวลา 12.30 น. แห้งในเวลา 13.10 น. โดยใช้น้ำลดประมาณ 40 นาที ปัจจุบันแห้งเป็นปกติแล้ว

    สำหรับคาดการณ์ฝนวันนี้ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนัก – หนักมากบางแห่ง โดยทีมงาน กทม. ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมลงพื้นที่ทันทีหากเกิดฝนตกต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือประชาชน งดทิ้งขยะลงคลองและท่อระบายน้ำ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ และช่วยให้เมืองรับมือกับฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/56886&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lXLYW_H7g4O07koS2YQ5n